Friday, 7 August 2026
Hard News Team

พิษสงครามรัสเซีย-ยูเครน ดันราคาสินค้าเกษตรพุ่ง

นายสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. ประเมินราคาสินค้าเกษตรในเดือนมีนาคม 2565 โดยเฉพาะปาล์มน้ำมัน เป็นสินค้าเกษตรที่ปรับตัวสูงขึ้นมากที่สุด ราคา 8.58 – 9.02 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 3.12 – 8.41%

ทั้งนี้เนื่องจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจในต่างประเทศที่เริ่มฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ความต้องการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงสูงเกินกว่ากำลังการผลิต ประกอบกับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย – ยูเครน ส่งผลต่ออุปทานน้ำมันของโลก ทำให้หันมาใช้พืชพลังงานอย่างปาล์มน้ำมันทดแทน จึงทำให้ราคาปาล์มน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น 

ส่วนสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มราคาปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิ ราคา 11,503 – 11,850 บาท/ตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.50 – 3.54%, น้ำตาลทรายดิบตลาดนิวยอร์ก ราคา 18.65 – 18.80 เซนต์/ปอนด์ (13.32-13.45 บาท/กก.) เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.65 – 1.45%, ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ราคา 8.99 – 9.02 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ร้อยละ 0.11 – 0.45 

"องอาจ" ไม่เชื่อนายกฯ จะชิงยุบสภาหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 

6 มีค. 2565 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ และรองหัวหน้าพรรค กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านระบุว่าอาจมีการชิงยุบสภาหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เป็นสิทธิของฝ่ายค้านที่จะคิดไปได้ว่านายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอาจชิงยุบสภาหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจก่อนเปิดประชุมสภาในวันที่ 22 พ.ค. 

อย่างไรก็ดีตนเชื่อว่านายกรัฐมนตรีไม่คิดยุบสภาเพื่อหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะถ้าดูจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมาหลายครั้ง ฝ่ายค้านไม่ได้มีข้อมูลเชิงลึกที่จะสร้างผลสะเทือนกระทบต่อการดำรงอยู่ของรัฐบาล ถึงแม้จะมีการอภิปรายถึงประเด็นการทุจริตก็เป็นข้อมูลที่พยายามเชื่อมโยงให้สังคมเห็นว่าน่าจะมีการทุจริตมากกว่า

6 มีนาคม ของทุกปี ตรงกับ ‘วันหมอฟัน’ เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพช่องปากและบทบาทของทันตแพทย์

ทุกวันที่ 6 มีนาคม ของทุกปี ตรงกับวัน ‘วันหมอฟัน’ หรือ ‘Dentist’s Day’ โดยจัดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักถึง สุขภาพช่องปากแก่ประชาชนทั่วไป 

อีกทั้งเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญของสุขภาพช่องปากและสนับสนุนให้ผู้ที่ไม่เคยไปพบทันตแพทย์เข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปาก

'รัสเซีย' ประกาศ ‘หยุดยิงชั่วคราว’ 2 เมืองในยูเครน เปิดเส้นทางอพยพพลเรือนจาก ‘มารียูปอล-โวลโนวาคา’

กระทรวงกลาโหมรัสเซียประกาศ “หยุดยิง” บางส่วน เพื่อเปิดเส้นทางให้ประชาชนสามารถอพยพออกจากเมืองท่ามารียูปอล (Mariupol) และเมืองโวลโนวาคา (Volnovakha) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของยูเครน

ถ้อยแถลงจากกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า “วันที่ 5 มี.ค. ตั้งแต่ 10.00 น. เป็นต้นไปตามเวลากรุงมอสโก รัสเซียขอประกาศหยุดยิง และจะเปิดเส้นทางมนุษยธรรมเพื่อให้พลเรือนสามารถอพยพออกจากมารียูปอลและโวลโนวาคา”

กระทรวงฯ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า พื้นที่ซึ่งจะเปิดเป็นเส้นทางอพยพและทางออกนั้นได้มีการตกลงกับฝ่ายบริหารท้องถิ่นของยูเครนเรียบร้อยแล้ว

ประกาศหยุดยิงมีขึ้น หลังจากที่ วาดิม บอยเชนโก นายกเทศมนตรีเมืองมารียูปอล ออกมาระบุวันนี้ (5 ก.พ.) ว่า เมืองท่าสำคัญของยูเครนกำลังถูก “ปิดล้อม” โดยกองกำลังของรัสเซีย ซึ่งระดมยิงถล่ม “อย่างไร้ความปรานี” ตลอดหลายวันที่ผ่านมา

ระหว่างที่ปิดล้อมมารียูปอลอยู่หลายวัน กองทัพรัสเซียได้ทำการตัดไฟฟ้า, น้ำประปา, ระบบทำความร้อน, การคมนาคมขนส่ง รวมไปถึงเสบียงอาหารท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเหน็บในช่วงกลางฤดูหนาว จนทำให้เกิดการเปรียบเทียบว่าไม่ต่างอะไรกับตอนที่กองทัพนาซีปิดล้อมเลนินกราด (Leningrad) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

“เรากำลังหาทางแก้ไขวิกฤตด้านมนุษยธรรมครั้งนี้ และมองหาลู่ทางต่างๆ ที่พอจะเป็นไปได้ เพื่อยุติการปิดล้อมมารียูปอล” บอยเชนโก ระบุ พร้อมเรียกร้องให้รัสเซียหยุดยิง และเปิดทางให้มีการขนส่งอาหารและยารักษาโรคเข้ามาในเมืองแห่งนี้

‘ปูติน’ ออก กม. จำคุก 15 ปี คนแพร่ข่าวปลอมเรื่องกองทัพ หลากสื่อเซ็ง!! เหมือนลิดรอนเสรีภาพการนำเสนอข่าว

สื่อทั่วโลกแห่ระงับการรายงานข่าวจากในรัสเซียเพื่อปกป้องสวัสดิภาพของสื่อมวลชน หลังประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ลงนามบังคับใช้กฎหมายจำคุกสูงสุด 15 ปี คนที่เผยแพร่ “ข่าวปลอม” เกี่ยวกับกองทัพ และปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน

สื่อบีบีซีของอังกฤษระบุวานนี้ (4 มี.ค.) ว่าจะหยุดการรายงานข่าวจากในรัสเซีย ซึ่งต่อมาไม่นานก็มีสื่อชั้นนำอีกหลายเจ้าออกมาประกาศมาตรการเดียวกัน เช่น แคเนเดียน บรอดคาสติง คอมพะนี บลูมเบิร์ก ซีเอ็นเอ็น และซีบีเอส นิวส์ เป็นต้น ขณะที่บางบริษัทงดใส่ชื่อผู้เขียนลงในบรรทัดแรกหรือบรรทัดสุดท้ายของข่าว (byline) ระหว่างที่รอประเมินสถานการณ์

ในขณะที่การรุกรานยูเครนทำให้รัสเซียถูกรุมประณามและคว่ำบาตรจากทั่วโลก มอสโกพยายามที่จะ “เอาคืน” ด้วยการทำสงครามข้อมูล โดยล่าสุด Roskomnadzor ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับสื่อสารของรัสเซียได้มีคำสั่งบล็อก “เฟซบุ๊ก” โดยอ้างถึง 26 กรณีที่เข้าข่ายเลือกปฏิบัติและกีดกันสื่อของรัสเซีย ขณะที่สำนักข่าว TASS รายงานว่า “ทวิตเตอร์” ก็ถูกจำกัดการเข้าถึงในรัสเซียด้วย

เจ้าหน้าที่รัสเซียอ้างว่า บรรดาชาติศัตรู เช่น สหรัฐฯ และพันธมิตรของอเมริกาในยุโรปมีการเผยแพร่ข่าวปลอมมากมาย โดยมุ่งหวังที่จะสร้างความแตกแยกในหมู่ชาวรัสเซีย

รัฐสภารัสเซียได้ผ่านร่างแก้ไขกฎหมายอาญาเพื่อเพิ่มโทษปรับและจำคุกสำหรับบุคคลหรือองค์กรที่เผยแพร่ข่าวปลอม นอกจากนี้ ยังกำหนดโทษปรับสำหรับใครก็ตามที่ออกมาเรียกร้องให้นานาชาติ “แซงก์ชัน” รัสเซียจากการบุกยูเครน

ผู้บริหารสื่อหลายสำนักชี้ว่า กฎหมายใหม่นี้ลิดรอนเสรีภาพในการรายงานข่าว และทำให้สื่อมวลชนตกอยู่ในความเสี่ยง ซึ่งทางบริษัทจำเป็นที่จะต้องหาจุดสมดุลระหว่างการทำหน้าที่สื่อ และการปกป้องสวัสดิภาพของตัวนักข่าวเอง

'แม่แตงโม'​ ควงทนายฯ​ ออกตัวแก้ต่างดราม่า​!! ยัน! เรียกเงิน 30 ล้าน เป็นเรื่องสมมติ โวย ทำไมต้องมาด่าแม่

หลังจากที่ “นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน” คุณแม่ของนางเอกสาว “แตงโม ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์” ได้มาออกรายการ โหนกระแส แล้วบอกว่ามีการเรียกร้องค่าเยียวยาจาก “ปอ ตนุภัทร เลิศทวีวิทย์” และ “โรเบิร์ต ไพบูลย์ ตรีกาญจนานันท์” เบื้องต้นคือ 30 ล้านบาท จนเป็นกระแสวิจารณ์ทั้งประเทศ และมีแฮชแท็กเกิดขึ้นมากมาย อาทิ #มีแม่เมื่อพร้อม #30ล้านเจ็บจ่ายจบ ฯลฯ

หลังจากนั้นในช่วงค่ำทางรายการ ดราม่าวันนี้ โดยมี “ต๊ะ นารากร ติยายน” รับหน้าที่พิธีกรดำเนินรายการ พร้อมทั้งยังมี “บีม ศรัณยู ประชากริช” และ “นายสันธนะ ประยูรรัตน์” อดีตตำรวจสันติบาล ได้ร่วมมาพูดคุยประเด็นการเสียชีวิตของแตงโมด้วย ซึ่งทาง ต๊ะ นารากร เองก็ได้มีการโทรศัพท์สายตรงถึงคุณแม่แตงโม ถึงประเด็นสังคม 30 ล้านบาทนี้ แต่ครั้งนี้ทางด้านคุณแม่ของแตงโมได้มี “ทนายกฤษณะ ศรีบุญพิมพ์สวย” มาร่วมพูดคุยไปพร้อมกันด้วย หลังพิธีกรกล่าวถามว่ารู้สึกอย่างไรที่กำลังโดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหลังจากไปออกรายการมา ทางแม่แตงโมก็เผยว่า

แม่ : “มาว่าคุณแม่ได้ยังไง คือคุณแม่ไม่ได้หมายถึงว่าคุณแม่จะเอาเงินเขามา จ่ายเงินให้คุณแม่ 30 ล้านน่ะ มันไม่ใช่ คุณแม่สมมติว่าน้องโมมีรายได้ปีละเท่านี้ๆ ก็คูณไป สมมติว่าน้องโมมีชีวิตอยู่อีก 30 ปีก็คูณไป ก็จะเป็นเงินที่ทางฝ่ายนู้นจะต้องจ่ายให้คุณแม่ แค่นี้ มันไม่ใช่ 30 ล้านหรอก แต่พี่หนุ่มไม่ได้พูดคำว่าสมมติ เพราะคุณแม่สมมติ (คุณแม่คิดเองหรือมีใครแนะนำ?) มีค่ะ คุณตำรวจแนะนำว่าควรจะออกมาเป็นแนวนี้ถ้าจะคุยกับคุณปอนะ

ปัดตำรวจแนะนำเพราะอยากเร่งปิดคดี 
แม่ : “ไม่ๆ ค่ะ คือพอเราไปโรงพักบ่อยๆ เราก็สนิทกันนะคะ คุยกันหลายเรื่อง และมีเรื่องนี้เข้ามาด้วยว่าคุณแม่เป็นยังไง จะเอายังไงเรื่องนี้ เรื่องจะต้องขึ้นศาล พอปิดสำนวนก็ต้องขึ้นศาล ท่านก็แนะนำว่าคุณแม่เอาอย่างนี้สิ เพื่อนผมอะไรท่านก็พูดไป คุณแม่ก็จำๆ มาแหละ แล้วก็มาพูดให้พี่หนุ่มฟัง คุณหนุ่มก็บอกว่าคุณแม่เต็มที่เลยนะวันนี้ (หัวเราะ) คุณแม่ก็เต็มที่เหมือนกัน มันก็มีเรื่องอื่นนะ แต่เรื่องเงิน 30 ล้านนี่มันไม่ใช่ประเด็นนะ มันเป็นประเด็นเรื่องอื่นมากกว่า

ทีนี้มาเน้นเรื่องเงินเลยกลายเป็นคุณแม่เสียหายไป มันไม่ใช่เลยค่ะ แล้วมันก็มีเรื่องของน้องอีสเตอร์ เรื่องประกัน เรื่องกรมธรรม์ คุณแม่ไม่มีสิทธิที่จะรับเงินตรงนี้ เพราะคุณแม่เป็นผู้รับมรดกของน้องโมเท่านั้น แต่ตรงนี้น้องโมเขาเซ็นให้อีสเตอร์ไปแล้ว ก็เป็นของอีสเตอร์ไป ทีนี้อีสเตอร์จะรับด้วยวิธีไหนเดี๋ยวคุณแม่ขออนุญาตให้พูดกับทนายความได้ไหมคะ จะได้ให้ความกระจ่าง

กับทนายเจอกันทางไลน์น่าจะหนึ่งอาทิตย์แล้วด้วยซ้ำไปค่ะ มีผู้ใหญ่แนะนำว่าคุณแม่ต้องมีทนายแล้วนะ แต่คุณแม่ก็ไม่ได้ใช้แกสักที เพราะมันยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องใช้ทนายความ คุณแม่เดินเอกสารเองไม่ได้ใช้ทนายความเลย และเดินเอกสารทั้งหมดเสร็จแล้วเมื่อวานนี้ถึงเริ่มมีทนายความ แล้ววันนี้คุณหนุ่ม กรรชัยก็บอกว่าแม่จ๋า คุณแม่มาออกรายการหนุ่มหน่อยนะ คุณแม่เต็มที่เลยนะ คุณแม่ก็เต็มที่ไง (หัวเราะ) ก็พูดความจริง มันก็เป็นเรื่องอื่นๆ ด้วยมันไม่ใช่มาเน้นประเด็นเรื่อง 30 ล้านหรอก ทีนี้คุณทนายจะอธิบายให้ฟังเรื่อง 30 ล้านนะคะ”

ทนาย : “เรื่องนี้วันนี้ผมมีโอกาสได้มาให้คำปรึกษาคุณแม่เป็นวันแรกเลยนะครับ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีผู้ใหญ่แนะนำให้รู้จักกับทางคุณแม่นะครับ ผมก็ได้โทรศัพท์มาหาคุณแม่ คุณแม่ก็ยืนยันว่ายังไม่ได้ใช้ทนายในช่วงนี้ พอดีมีรายการโหนกระแสออกอากาศไป บังเอิญว่าผมได้ดูก็เลยโทรศัพท์ไปหาคุณแม่ คุณแม่ก็เลยเรียกผมมาพบวันนี้เลย ผมก็เลยอยากจะอธิบายสักนิดนึงในเรื่องนี้ คือไอ้ 30 ล้านเนี่ย ผมเคยถามคุณแม่ว่ารายได้ของคุณน้องแตงโมจะอยู่ที่เดือนละประมาณเท่าไหร่ หรือว่างานนึงได้รับประมาณเท่าไหร่ ซึ่งคุณแม่ก็ประมาณการออกมาว่าประมาณ 30 ล้าน

แต่จุดประสงค์ของคุณแม่ไม่ใช่ว่าจะไปเรียกกับทางคุณปอ คุณโรเบิร์ตนะครับ แต่ในทางกฎหมายแล้วถ้าพนักงานสอบสวนเสร็จสิ้นส่งสำนวนส่งให้อัยการแล้ว และอัยการส่งฟ้องต่อศาล ผมเองจะยื่นเป็นโจทก์ร่วม และยื่นคำร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนเข้าไปนะครับ ซึ่งการจ่ายต่างๆ มันจะต้องไปอยู่ในชั้นศาลแล้ว ส่วนการที่เขาจะเยียวยาคุณแม่ในเรื่องของสภาพจิตใจอะไรต่างๆ อันนี้ทางคุณปอ คุณโรเบิร์ต หรือว่าท่านอื่นๆ ก็สามารถกระทำได้อยู่แล้ว

แต่ในเรื่องของเงิน 30 ล้านต่างๆ ถ้าเกิดว่าเราจะมาทวงถามกันลักษณะแบบนี้ ผมก็มองว่ามันไม่ถูกต้องนะครับ อันนี้มันเป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาที่จะไปว่ากันในชั้นศาล ถ้าเกิดว่าคุณแม่ขอเยอะไป เขาก็สามารถที่จะมีทนายในการต่อสู้ว่ามันเยอะไป แต่ทางเราก็จะเตรียมหลักฐานต่างๆ ที่น้องแตงโมมีอยู่ทั้งหมดเพื่อนำเสนอต่อศาล และศาลจะใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาว่าจะต้องยังไง แต่ว่าในการเยียวยาค่าสินไหมทดแทน มันก็เป็นเรื่องของคดีอาญาที่จะมีผลกับผู้ถูกกล่าวหาว่าศาลเห็นสมควรจะพิพากษาว่าจะเป็นอย่างไรครับ”

ยันยังไม่คุยกับไฮโซปอถึงเรื่องนี้
แม่ : “ยังไม่ได้คุยค่ะ”

ทนาย : “ยังไม่ได้คุยเลยครับ คือคุณแม่ประเมินการคร่าวๆ แต่ยังไม่มีการพูดคุยกับคุณปอ คือตอนนั้นคุณแม่ยังไม่มีทนาย ซึ่งผมเองมองว่าถ้าคุณแม่ยังมีการนำเสนอลักษณะแบบนี้มันก็เป็นการไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ ก็เลยมีโอกาสได้มาปรึกษากันในวันนี้ครับ”

แม่ไม่มีส่วนในเงินประกัน 1 ล้าน แต่แนะให้ยื่นเรื่องต่อศาลเยาวชนฯ ให้หน่วยงานที่เป็นกลางดูแลเงินก้อนนี้
ทนาย : “คือตามที่ตรวจดูเอกสารคุณแตงโมไม่ได้รับรองบุตรบุญธรรมนะครับ คุณแม่จึงไม่มีสิทธิ ในส่วนของใบมรณบัตรตอนนี้ก็อยู่กับคุณแม่ แต่ผมให้คำแนะนำไปว่าทางออกที่ดีที่สุดเราอาจจะต้องยื่นเรื่องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวให้หน่วยงานที่เป็นกลางเขามาดูแลเงินก้อนนี้ ซึ่งจุดประสงค์ของคุณแม่ก็คือมอบให้เป็นทุนการศึกษาของน้องไปเลยนะครับ คุณแม่ไม่ได้ว่าจะเอามาใช้จ่าย

แต่ในทางออกของผมตอนนี้กำลังปรึกษากับทีมทนายด้วยกันอยู่ว่าเราจะไปร้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัว หรือจะทำร้องคุ้มครองชั่วคราว จะออกมาลักษณะไหน อันนี้ผมขออนุญาตปรึกษาทีมนิดนึงครับว่าเราจะมีวิธีการทำยังไง จะให้คุณแม่ไม่โดนกล่าวหาลักษณะว่าคุณแม่ต้องการเงิน แต่จุดประสงค์ของเราคือคุณแม่ต้องการนำเงินก้อนนี้ไปเป็นทุนการศึกษาให้กับน้อง ซึ่งทางคุณกระติกเองก็จะไม่สามารถเข้ามายุ่งเกี่ยวนอกจากจะขออนุญาตศาลอะไรต่างๆ ซึ่งศาลเองก็คงจะมีผู้เป็นกลางที่จะมาดูแลในเรื่องนี้ด้วยครับ”

ไม่แบ่งเงินมาใช้แน่นอน
แม่ : “ไม่แบ่งค่ะ”

โวยไม่ได้เห็นแก่เงิน เอาลูกมาหากิน
แม่ : “คุณแม่ไม่ได้อ่านเลยเชื่อไหม ไม่ชอบอ่าน ไม่เคยอ่าน เรื่องกระติกคุณแม่ก็ไม่อ่านนะ ไม่ชอบอ่าน ไม่อ่านจริงๆ ค่ะ มีแต่เพื่อนเล่าให้ฟังเท่านั้นค่ะ ที่เขาบอกว่าคุณแม่เห็นแก่เงิน เอาลูกมาหากิน มันไม่ใช่ค่ะ อย่างที่ท่านทนายบอกค่ะ คุณแม่สมมติว่าถ้าน้องโมมีรายได้เท่านี้ แค่สมมติ”

ไม่ได้คิดจะเอาเงินจากการเสียชีวิตของลูก 
แม่ : “ไม่ใช่เลยค่ะ คนละเรื่องกัน”

'สมชัย' ยกคดี 'วัฒนา' เป็นบทเรียนการเมืองต้นทุนสูง ชี้!! นี่คือคำตอบว่าทำไมผู้มีอำนาจไม่อยากลงจากหลังเสือ!

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. สมาชิกพรรคเสรีรวมไทย โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก Somchai Srisutthiyakorn ระบุว่า... กรณีวัฒนา เมืองสุข คือ บทเรียนการเมืองต้นทุนสูง

4 มีนาคม 2565 วันที่ผมรับปากวัฒนา เพื่อนสมัยมัธยมที่รู้จักกันกว่า 50 ปี ว่าจะไปให้กำลังใจในวันตัดสินสุดท้ายของศาลฎีกา

ก่อนหน้าหนึ่งวัน ผมโทรหาเขาเพื่อขอรายละเอียด สถานที่และเวลา เขาบอกว่าศาลฎีกาสนามหลวง ให้มาถึงก่อนสักหนึ่ง ชม. เพื่อมีการตรวจ ATK ผมสะอึกเล็กน้อย เพราะไม่ชอบให้ใครมาแยงจมูก ทั้ง ๆ ก็เคยโดนมาหลายรอบ แต่ช่างมัน แยงก็แยง

บ่ายโมง หลังจากเสร็จภารกิจที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผมข้ามฟากมาที่ศาลฎีกา เจอกับวัฒนา ที่บริเวณห้องอาหารของศาล เขายังดูสนุกสนานร่าเริง มั่นใจ และบอกว่าไม่หนีไม่ไหน ในขณะที่คนใกล้ชิดและญาติ สีหน้าดูกังวลไม่น้อย

บ่ายสอง เจ้าหน้าที่ศาลบอกให้คณะผู้ติดตามและผู้สื่อข่าวเข้าไปฟังคำพิพากษาได้ แต่ด้วยมาตรการป้องกันโควิด ให้แยกคนละห้องกับจำเลย มีทีวีวงจรปิดจอใหญ่หลายเครื่องถ่ายทอดมาให้เห็นบรรยากาศในห้องตัดสิน

14.45 น. ศาลออกนั่งบัลลังก์ ใช้เวลาอ่านคลี่ทีละประเด็นอย่างยาวนานเกือบสองชั่วโมง จากคนที่ไม่เคยรู้เรื่องราวอะไร ค่อย ๆ เห็นตัวละครต่าง ๆ โผล่ขึ้นมามากมาย และ การเชื่อมโยงจุดต่าง ๆ เข้าด้วยกันในมุมมองของคณะผู้พิพากษาที่มีองค์คณะถึง 9 คน และ สรุปในตอนท้ายเกือบทุกประเด็นว่าความเห็นเป็นเอกฉันท์

ผมนั่งฟังอย่างมีสติและตั้งใจ คนอื่นคิดอย่างไรไม่ทราบ แต่ผมชมในใจว่า เขามีกระบวนการสอบสวน ไต่สวน และหาข้อยุติได้ดีกว่าศาลรัฐธรรมนูญในหลายกรณีที่ใช้ตรรกะในตัดสิน

สิ่งที่ทราบจากคำพิพากษา คือ โครงการบ้านเอื้ออาทร ของการเคหะนับแสนยูนิต มีนายหน้าคนหนึ่ง อ้างว่าเป็นที่ปรึกษา (จำเลยที่สี่) และผู้หญิงคนหนึ่งอ้างว่าเป็นเลขาของจำเลยที่สี่ (จำเลยที่ห้า) เรียกเงินทอนจากผู้รับเหมา ยูนิตละประมาณ 10,000 บาท และมีการจ่ายเงินจริงนับร้อยล้าน เพื่อให้ได้โครงการก่อสร้าง ส่วนการเชื่อมโยงถึงจำเลยที่หนึ่ง (วัฒนา) อาศัยคำบอกกล่าว และหลักฐานการส่งเอกสารต่างๆ ของการเคหะไปยังจำเลยที่สี่ ว่ามีสถานะเป็นที่ปรึกษาของจำเลยที่หนึ่ง แต่ไม่มีหลักฐานเส้นทางทางการเงินที่กลับมายังจำเลยที่หนึ่ง

คืบหน้า!! วัคซีนโควิดสัญชาติไทย ทดสอบในคนแล้ว 4 ชนิด ส่วนแบบพ่นจมูก พร้อมทดสอบในคน​ Q2​ ลุ้นขาย​ Q3

เมื่อวันที่ 5 มี.ค.น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความก้าวหน้าการวิจัยและพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ในประเทศไทย ว่า ขณะนี้มีวัคซีนที่อยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนา กว่า 20 ชนิด โดยวัคซีนที่มีความก้าวหน้ามากที่สุด 4 ชนิด ได้แก่ วัคซีน Chula-Cov19 วัคซีน HXP-GPOVac วัคซีน Baiya SARS-CoV-2 Vax และวัคซีน Covigen อยู่ในขั้นการทดสอบในมนุษย์ และหากทดสอบครบ 3 ระยะ จะสามารถยื่นขอขึ้นทะเบียนกับองค์การอาหารและยา (อย.)ได้ 

สำหรับวัคซีนตัวอื่น อยู่ในระดับทดสอบในสัตว์ทดลอง และมีหลายประเภท ทั้งชนิดใช้ไวรัสเป็นพาหะ (Viral Vector) ชนิดโปรตีนส่วนหนึ่งของเชื้อ (Protein Subunit) ชนิดสารพันธุกรรม (mRNA) ชนิดอนุภาคไวรัสเสมือน (Virus-like particle: VLP) เป็นต้น ความก้าวหน้าของการพัฒนาวัคซีนมาจากความร่วมมืออย่างเต็มที่ของหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐ อาทิ สถาบันวัคซีนแห่งชาติ องค์การเภสัชกรรม สวทช. โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สถาบันอุดมศึกษา เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล และภาคเอกชน เป็นต้น

เชียงใหม่-กลุ่มเพื่อนรักนักข่าวจัดแข่งขัน​ “Bowling วันนักข่าวสัมพันธ์”

วันที่ 5 มีนาคม 2565 กลุ่มเพื่อนรักนักข่าว จัดแข่งขัน​ “Bowling วันนักข่าวสัมพันธ์“ ณ Bully Bow  กาดสวนแก้ว ชั้น 4 เวลา 13.00 - 16.00 น.โดยมีนายไทณ์ โรจน์รัตนจินดา รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน

นายไทณ์ โรจน์รัตนจินดา รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ กล่าวว่า กิจกรรม​ “Bowling” วันนักข่าวสัมพันธ์ ของ กลุ่มเพื่อนรักนักข่าวในจังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 5 มีนาคมของทุกปี เป็นวันนักข่าว หรือวันสื่อสารมวลชนแห่งชาติ ที่ผ่านมาหลายองค์กร ได้รับความร่วมมือจากสื่อมวลชนในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวสารของแต่ละองค์กรด้วยดีมาโดยตลอดเพื่อให้ประชาชนและผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบความเคลื่อนไหวของสังคม 

ประธานาธิบดียูเครน ซัด 'NATO' อ่อนแอ-ไม่คิดรักษาอิสรภาพยุโรป เหตุเมินคำขอปิดน่านฟ้ายูเครน เหมือนเปิดไฟเขียวให้รัสเซียโจมตีทางอากาศ

ผู้นำยูเครนจวกยับ "นาโต" อ่อนแอ-ไม่มีสักชาติเดียวที่คิดจะรักษาอิสรภาพของยุโรป หลังโดนปฏิเสธคำร้องขอให้ประกาศเขตห้ามบินเหนือน่านฟ้ายูเครน ชี้เท่ากับเป็นการเปิดไฟเขียวให้รัสเซียโจมตีทางอากาศได้โดยสะดวก ขณะที่รมต.สหรัฐฯ อ้างหากนาโตทำเช่นนั้นก็จะทำให้สงครามยิ่งขยายตัว ย้ำไม่ต้องการทำสงครามกับรัสเซีย

5 มี.ค.65 ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์องค์การนาโต ที่ปฏิเสธคำร้องขอให้ประกาศเขตห้ามบินเหนือน่านฟ้ายูเครน เท่ากับเป็นการเปิดไฟเขียวให้รัสเซียโจมตีทางอากาศยูเครนได้โดยสะดวก และระบุว่า การประชุมขององค์การนาโต เป็นการประชุมที่อ่อนแอ สับสน และไม่มีสักชาติเดียวที่คิดจะรักษาอิสรภาพของยุโรป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top