Wednesday, 29 July 2026
Hard News Team

เปิดตำนาน 25 ปี Hyundai SANTA FE เตรียมเผยโฉม 5th Gen ‘Born in BOXY’

(28 มิ.ย. 68) ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) พร้อมสร้างแรงสั่นสะเทือนตลาด SUV ครั้งใหญ่ในไทย เตรียมเผยโฉม 5th Generation Hyundai SANTA FE พลิกภาพจำเดิม ๆ ด้วยดีไซน์ใหม่หมดจด ตั้งแต่ภายนอกจรดภายใน สะท้อนแนวคิดดีไซน์ใหม่ 'Born in BOXY' ที่กล้าแตกต่าง และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ใส่ใจเรื่องดีไซน์อย่างลงตัว

SANTA FE คือหนึ่งใน SUV แถวหน้าของ Hyundai ที่ครองใจผู้ใช้ทั่วโลกมานานกว่า 25 ปี โดดเด่นทั้งดีไซน์ การใช้งานแบบอเนกประสงค์ ความทนทาน และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย โดยในปี 2025 นี้ ฮุนไดเตรียมเปิดตัว SANTA FE 5th Generation รถยนต์ SUV ที่จัดเต็มทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ที่โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ สมรรถนะการขับขี่เหนือชั้น พร้อมฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ชีวิตขั้นสุดในทุกด้าน

เจาะลึกวิวัฒนาการ SANTA FE สุดยอด SUV ที่ปรับเปลี่ยนดีไซน์ตามยุคสมัย
Gen 1 (2001–2006): จุดเริ่มต้นแห่งความเชื่อมั่น Hyundai SANTA FE รุ่นแรก เปิดตัวในนิวซีแลนด์ช่วงปลายปี 2000 ตัวรถโดดเด่นด้วยดีไซน์โค้งมน พร้อมความแข็งแกร่ง และมีขนาดใหญ่กว่าคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกัน หลังจากได้รับกระแสตอบรับดีเยี่ยมจากลูกค้าทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐฯ จึงเพิ่มกำลังการผลิตในปี 2001 ต่อมาในปี 2003 มีการปรับเครื่องยนต์ให้ทรงพลังขึ้น พร้อมเสริมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ซึ่งถือเป็นการสร้างรากฐานความเชื่อมั่นที่ทำให้ SANTA FE ก้าวขึ้นมาเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของรถ SUV ในยุคนั้น

Gen 2 (2007–2012): ก้าวสู่ความพรีเมียม
SANTA FE Gen 2 เปิดตัวครั้งแรกในงาน North American International Motor Show ปี 2006 พร้อมการปรับปรุงใหม่ทั้งดีไซน์ และสมรรถนะที่คล่องตัวและเหมาะกับทุกสภาพอากาศ ยกเครื่องรูปลักษณ์ภายนอกใหม่หมดโดยปรับดีไซน์สู่ความสุขุม เรียบหรู พร้อมเพิ่มเบาะแถวสาม รองรับผู้โดยสารสูงสุดถึง 7 คน โดยยกระดับความไฮเอนด์ด้วยห้องโดยสารด้วยลายไม้ เบาะหนัง และวัสดุสัมผัสแบบ soft-touch ตอบสนองรสนิยมคนเมือง และนำนวัตกรรมระบบนำทางมาใช้ในรุ่นนี้เป็นครั้งแรก 

Gen 3 (2012–2018): ยกระดับทุกด้าน สู่ SUV ยุคใหม่
การมาถึงของ Gen 3 ถือเป็นก้าวกระโดดสำคัญ ด้วยการยกระดับทั้งคุณภาพ ความสบาย สมรรถนะ และเทคโนโลยี โดยใช้แนวทางการออกแบบ “Storm Edge” ที่เน้นเส้นสายเฉียบคมและรูปลักษณ์ที่หรูหราแต่แข็งแกร่ง แพลตฟอร์มใหม่ของเจเนอเรชันนี้แสดงตัวตนของความเป็น “รถครอบครัวครบเครื่อง” อย่างชัดเจนนำเสนอทั้งรุ่น 5 ที่นั่ง (Sport) และ 7 ที่นั่ง (LWB) เพื่อให้ครอบคลุมไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย

Gen 4 (2019–2023): ผสานความหรู ความแกร่ง และเทคโนโลยี
Gen 4 เปิดตัวในปี 2018 ต่อยอดความสำเร็จด้วยการอัปเกรดดีไซน์ และนวัตกรรมความปลอดภัยแบบก้าวกระโดด ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้า Cascading Grille อันเป็นเอกลักษณ์ ภายในมอบห้องโดยสารที่กว้างที่สุดในประวัติศาสตร์ของ SANTA FE แนะนำพร้อม Hyundai SmartSense ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ และรางวัลมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจากทั้ง Euro NCAP และ ANCAP ทำให้ SANTA FE เจนเนอเรชั่นนี้เป็นหนึ่งใน SUV ที่ปลอดภัยที่สุดในคลาส เป็นอีกบทพิสูจน์ของพัฒนาการที่ไม่หยุดนิ่งของฮุนได

ในปี 2025 เตรียมพบกับ SANTA FE Generation ที่ 5 โดดเด่นด้วยทรงเหลี่ยม กล้าแตกต่างด้วยแนวคิด 'Born in BOXY'

ฮุนไดพลิกแนวทางดีไซน์ ด้วยคอนเซ็ปต์ 'Born in BOXY' รูปทรงเหลี่ยมที่โดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสานการออกแบบแห่งอนาคต เตรียมตื่นตากับงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการเร็ว ๆ นี้ แล้วคุณจะรู้ว่าทำไม Hyundai SANTA FE Gen 5 ของฮุนไดจะมาพลิกโฉมตลาดรถ SUV ในประเทศไทยไปอย่างสิ้นเชิง

‘ทหารพราน 21’ ตรวจยึด!! ‘กัญชาแห้ง’ ในพื้นที่ อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ

ผบ.ร้อย.ฉก.ทพ.2108 เจ้าพนักงาน ปปส. พร้อม กพ. ชป.5 และ ชป.6 (หน่วยงานหลัก) ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าพบเห็นวัตถุลักษณะคล้ายกัญชาบรรจุอยู่ในกระสอบเป็นจำนวนมาก บ.ท่าสีไค ม.1 ต.ดงบัง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ หน่วยได้บูรณาการประสานหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่เพื่อทำการเข้าตรวจสอบ จำนวน 2 จุด, จุดที่ 1 สวนทุเรียนทางทิศเหนือ บ.ท่าสีไค ต.ดงบังฯ พบกัญชาแห้งกระสอบป่าน จำนวน 85 กระสอบ และจุดที่ 2 บริเวณสวนมะพร้าวทางทิศใต้ บ.ท่าสีไคฯ ต.ดงบังฯ พบกัญชาแห้ง จำนวน 510 ถุง และลำต้นกัญชาแห้ง จำนวน 25 มัด วางในลักษณะทับกันอยู่ที่บริเวณสวนมะพร้าวในที่เกิดเหตุ จนท.จึงได้ทำบันทึกการตรวจยึด และนำส่ง สภ.เหล่าหลวงฯ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

28 มิถุนายน พ.ศ. 2502 ‘วันทหารนาวิกโยธิน’ หน่วยรบที่เปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจ ดั่งเพลงมาร์ชราชนาวิกโยธิน ชูเกียรติยศและความจงรักภักดี

วันที่ 28 มิถุนายน 2502 เป็นวันที่หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือได้รับพระราชทานทำนองเพลงพระราชนิพนธ์ มาร์ช “ราชนาวิกโยธิน” จากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ต่อทหารนาวิกโยธินทุกนาย และต่อมาได้กำหนดให้วันที่ 28 มิถุนายนของทุกปีเป็น “วันทหารนาวิกโยธิน” เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญนี้

ความเป็นมาของวันทหารนาวิกโยธินเริ่มจาก นาวาเอก สนอง นิสาลักษณ์ อดีตผู้บัญชาการกรมนาวิกโยธิน ที่ได้มีโอกาสรับใช้ในพระราชวังไกลกังวล หัวหิน เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้นาวาเอกสนองร้องเพลงนาวิกโยธิน แต่ยังไม่มีเพลงประจำหน่วย จึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานเพลงจากพระองค์ท่าน

ต่อมาวันที่ 28 มิถุนายน 2502 พระองค์ได้พระราชทานทำนองเพลงพระราชนิพนธ์ มาร์ช “ราชนาวิกโยธิน” แด่ทหารนาวิกโยธิน และหลังจากนั้นคณะนายทหารนาวิกโยธินได้ร่วมกันประพันธ์คำร้องจนกลายเป็นเพลงประจำหน่วยอย่างสมบูรณ์ นับเป็นสัญลักษณ์ความเข้มแข็งและความภาคภูมิใจของทหารนาวิกโยธิน

ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2502 วงโยธวาทิตของนาวิกโยธินสหรัฐและวงดุริยางค์ราชนาวี ได้บรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์นี้เป็นครั้งแรก ณ สนามศุภชลาศัย และตั้งแต่นั้นเพลง มาร์ช “ราชนาวิกโยธิน” ก็กลายเป็นเพลงประจำหน่วยที่มีคุณค่าและความหมายลึกซึ้งสำหรับทหารนาวิกโยธินตลอดมา

EU รับยังไม่พร้อมลงศึกสงครามโดรน หวั่นเกรงโดรนรัสเซีย! สยบรถถังเพียง 6 นาที

(27 มิ.ย. 68) อันดรีอุส คูบิลิอุส (Andrius Kubilius) กรรมาธิการฝ่ายกลาโหมแห่งสหภาพยุโรป ให้สัมภาษณ์กับสกายนิวส์ว่า ยุโรปยังไม่มีความพร้อมหากเกิดสงครามโดรนกับรัสเซีย พร้อมระบุว่า หากสถานการณ์เลวร้ายถึงขั้นเปิดฉากสู้รบ จำเป็นต้องมีโดรนอย่างน้อย 3 ล้านลำต่อปีเพื่อรับมือ

คูบิลิอุสอ้างข้อมูลว่ารัสเซียอาจมีโดรนถึง 5 ล้านลำ ซึ่งทำให้ยุโรปต้องเร่งเพิ่มขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีอากาศไร้คนขับ หากหวังจะเอาชนะหรือป้องกันตนเองในกรณีที่เกิดความขัดแย้งทางทหารในอนาคต

ในสงครามยูเครน-รัสเซียที่ยังดำเนินอยู่ โดรนกลายเป็นอาวุธหลักในสนามรบ สหภาพยุโรปจึงเร่งตอบสนองด้วยการอนุมัติเงินกู้ 150,000 ล้านยูโร (ราว 5.8 ล้านล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการผลิตอาวุธ โดยเฉพาะโดรนรุ่นใหม่ พร้อมผลักดันการฝึกกำลังพล และพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้ทันสมัยและยืดหยุ่นมากขึ้น

ทั้งนี้ คูบิลิอุสเตือนว่า แม้ยูเครนจะผลิตโดรนได้ถึง 4 ล้านลำในปีนี้ แต่ยุโรปยังห่างไกลจากเป้าหมายดังกล่าว พร้อมยกตัวอย่างจากประสบการณ์แนวหน้าของยูเครนที่ทุกอย่างควบคุมด้วยโดรน และรถถังแบบเดิมอยู่ได้เพียง 6 นาทีเท่านั้นในสงครามสมัยใหม่ จึงเรียกร้องให้นาโตและประเทศสมาชิกเร่งลงทุน ขยายกำลังป้องกันทางอากาศ และพัฒนาเทคโนโลยีต้านโดรนอย่างจริงจัง

ญี่ปุ่นประหารชีวิต ‘ฆาตกรทวิตเตอร์’ ก่อเหตุสังหารเหยื่อ 9 คน ภายใน 2 เดือน

(27 มิ.ย. 68) ญี่ปุ่นกลับมาใช้โทษประหารอีกครั้งในรอบ 3 ปี เมื่อล่าสุดทางการญี่ปุ่นสั่งแขวนคอนายทาคาฮิโระ ชิราอิชิ วัย 34 ปี ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญหญิงสาว 8 ราย และชาย 1 ราย ภายในระยะเวลาเพียง 2 เดือน 

โดยญี่ปุ่นได้ดำเนินการประหารชีวิต ชิราอิชิ ด้วยการแขวนคอเมื่อวันศุกร์ที่เรือนจำโตเกียว ซึ่งการประหารชีวิตในญี่ปุ่นเป็นไปอย่างลับๆ โดยปกติแล้ววันที่ประหารชีวิตจะไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ จนกว่าจะมีการดำเนินการแล้วเสร็จ

สำหรับคดีของชิราอิชิ ได้ใช้แพลตฟอร์มทวิตเตอร์ (ปัจจุบันคือ X) ล่อลวงเหยื่อที่โพสต์ว่ามีความคิดอยากปลิดชีพตัวเอง เขาหลอกว่าจะช่วยพวกเธอจบชีวิต หรือพร้อมจบชีวิตไปด้วยกัน แต่สุดท้ายกลับสังหารเหยื่อและหั่นศพ บางส่วนถูกซ่อนในกล่องและถังในห้องพัก พร้อมใช้ทรายแมวกำจัดกลิ่น

รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม เคย์สุเกะ ซูซูกิ ระบุว่าอาชญากรรมของชิไรชิในปี 2017 มีทั้งการล่อลวง ข่มขืน ปล้น ฆาตกรรม และอำพรางศพ เหยื่อทั้งหมดถูกตีหรือรัดคอจนเสียชีวิตก่อนนำศพไปซ่อน บางส่วนถูกทิ้งในถังขยะ พฤติกรรมของเขาถูกอธิบายว่า “เห็นแก่ตัวและสุดโต่งเกินไป” เพื่อตอบสนองความต้องการทางเพศและเงิน

แม้ทีมทนายความพยายามให้เหตุผลว่าผู้เสียชีวิตมีแนวโน้มปลิดชีพตัวเองอยู่แล้ว บางรายอาจยินยอม อย่างไรก็ตามศาลญี่ปุ่นปฏิเสธ โดยชี้ว่าชิราอิชิฉวยโอกาสจากผู้เปราะบาง และการกระทำของเขา “โหดเหี้ยมเกินมนุษย์”

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นยังคงมีโทษประหารชีวิตสำหรับคดีรุนแรง เช่น ฆาตกรรมต่อเนื่องหรือฆ่าอย่างโหดเหี้ยม เป็นประเทศพัฒนาแล้วเพียงไม่กี่แห่งที่ยังใช้โทษนี้ การสำรวจชี้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังสนับสนุน โดยเฉพาะในคดีสะเทือนขวัญที่สังคมเห็นว่าผู้กระทำ “ไม่ควรมีโอกาสแก้ตัว”

ทหารใหม่ ผลัดที่ 1/68 ฝึกยิงอาวุธประจำกายด้วยกระสุนจริง เพื่อสร้างพื้นฐานการเป็นนักรบ ของกองทัพเรือ🇹🇭 

(27 มิ.ย. 68) น.อ. ทิวา อ่อนละออ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ (ผบ.ศฝท.ยศ.ทร.) ตรวจเยี่ยมการฝึกยิงอาวุธประจำกาย ด้วยกระสุนจริงของทหารใหม่ ผลัดที่ 1/68 เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ครูฝึก เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง และทหารใหม่ฯ ณ สนามยิงปืน ศูนย์ฝึกทหารใหม่กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

การฝึกยิงอาวุธประจำกาย มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างประสบการณ์ ความภาคภูมิใจและมีความพร้อมด้านจิตใจ ให้แก่ทหารใหม่ที่จะปฎิบัติหน้าที่ให้กับหน่วยต่างๆ โดยเฉพาะหน่วยกำลังรบ ของกองทัพเรือต่อไป

ทั้งนี้การฝึกดำเนินการภายใต้การปฏิบัติในการยิงอาวุธอย่างเคร่งครัดเป็นไปตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือที่กำหนดให้เป็นปีแห่งความปลอดภัย

ปตท. แข็งแกร่งครองบริษัทชั้นนำอันดับ 1 ในไทย พร้อมอันดับ 2 ในอาเซียนจาก Fortune 2 ปีซ้อน

(27 มิ.ย.68) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1 ในไทยและอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จาก Fortune Southeast Asia 500 ซึ่งสะท้อนการดำเนินงานของ ปตท. บนหลัก “ยั่งยืนอย่างสมดุล” ภายใต้วิสัยทัศน์ “ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน” หรือ “TOGETHER FOR SUSTAINABLE THAILAND, SUSTAINABLE WORLD” โดยมีพันธกิจในการ “สร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทย สร้างการเติบโตควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก”

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) กล่าวว่า แม้ว่าจะเผชิญกับสถานการณ์พลังงานที่มีความผันผวน และเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะถดถอย แต่จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในปีที่ผ่านมา ทำให้มั่นใจว่า ปตท. เดินกลยุทธ์ถูกทิศทาง สามารถรับมือกับปัจจัยภายนอกและความท้าทายได้เป็นอย่างดี รวมถึงได้รับการจัดอันดับให้เป็นที่ 1 ในประเทศ และเป็นอันดับที่ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จาก Fortune Southeast Asia 500

ดร.คงกระพัน ย้ำว่า ปตท. มีกลยุทธ์มุ่งเน้นธุรกิจหลัก Hydrocarbon สร้างความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ประเทศ สร้างการเติบโตควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อาทิ การแสวงหาแหล่งพลังงานในกับประเทศผ่านธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ซึ่งมีการเติบโตที่ดีในต่างประเทศด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มในธุรกิจ LNG ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการซื้อขาย LNG ในภูมิภาค การเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ปรับพอร์ตธุรกิจ Non-Hydrocarbon โดยธุรกิจต้องมีความน่าสนใจ (Attractiveness) และ ปตท. มี Right to Play หรือมีจุดแข็ง และมี Partner ที่แข็งแรง หลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูง อีกทั้งกลุ่ม ปตท. ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 โดยดำเนินการอย่างบูรณาการร่วมกันทั้งกลุ่ม ปตท. ศึกษาความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture and Storage: CCS) รวมถึงพัฒนา CCS Hub Model เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินธุรกิจของกลุ่ม ปตท. และอุตสาหกรรมในประเทศ 

รวมถึงโอกาสขยายผลสู่ระดับภูมิภาคในอนาคตต่อไป พร้อมแสวงหาโอกาสในธุรกิจไฮโดรเจนสำหรับภาคอุตสาหกรรม จัดหาไฮโดรเจนและแอมโมเนียคาร์บอนต่ำ และการประยุกต์ใช้ในภาคการผลิตไฟฟ้าเพื่อเป็นต้นแบบในการขยายผลเชิงธุรกิจ นอกจากนี้กลุ่ม ปตท. พร้อมเร่งสร้างความแข็งแรงภายใน สร้างมูลค่าเพิ่มจากความร่วมมือภายในกลุ่ม ปตท. ผ่านโครงการสำคัญต่าง ๆ ยกระดับ Operational Excellence เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน มีแผนงานและเป้าหมายเป็นรูปธรรม 

ขณะเดียวกัน ยังได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ซึ่งสามารถยกระดับผลกำไรได้ รวมทั้งเสริมความแข็งแกร่งด้วยการรักษาวินัยทางการเงินและการลงทุนอย่างเคร่งครัด ตลอดจนบริหารสภาพคล่องกระแสเงินสดภายในกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพ ยึดหลักการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสและมีธรรมาภิบาล (Good Governance) ดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนอย่างสมดุล สร้างผลตอบแทนที่เหมาะสม พัฒนาคุณภาพชีวิตของสังคมไทย เพื่อสร้างคุณค่าให้กับสังคมและผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ นิตยสาร Fortune เป็นนิตยสารธุรกิจ เศรษฐกิจ และการเงิน ที่ได้รับความน่าเชื่อถือ และวางจำหน่ายทั่วโลก โดยได้เริ่มจัดอันดับบริษัทชั้นนำของโลก 500 อันดับ (Fortune Global 500) ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2498 สำหรับ Fortune Southeast Asia 500 เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2567 เพื่อเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จ แสดงให้เห็นถึงผลการดำเนินงาน การเติบโต แนวโน้ม และทิศทางของธุรกิจ พร้อมสร้างโอกาสในการขยายตลาดให้แก่ธุรกิจในภูมิภาคนั้น ๆ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจโลกเติบโตอย่างแข็งแกร่งมากขึ้นด้วย

‘จตุพร’ นำทีมรวมพลังแผ่นดินฯ ชุมนุมใหญ่ 28 มิ.ย. เตือนผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด ห้ามขัดขวางมวลชน

(27 มิ.ย. 68) กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ แถลงความพร้อมจัดชุมนุมใหญ่วันที่ 28 มิถุนายนนี้ ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยเลื่อนเวลาเริ่มต้นเป็น 10.00 น. กลุ่มฯ ระบุว่าเตรียมเปิดประเด็นร้อน ท้าทายสมเด็จฮุน เซน เปิดเผยข้อมูลกรณีทักษิณ ชินวัตร นำทองคำมูลค่า 27,000 ล้านบาทไปซุกไว้ที่กัมพูชา พร้อมเตือนผู้ว่าฯ ห้ามขัดขวางมวลชน

นายพิชิต ไชยมงคล กล่าวว่า ประชาชนจากหลายจังหวัดเริ่มทยอยเดินทางมาร่วมแล้ว และเพื่อรองรับจำนวนผู้ร่วมกิจกรรม จึงมีมติเลื่อนเป็นเวลา 10.00 น. ก่อนเริ่มเวทีปราศรัยเวลา 12.00 น. จนถึง 21.00 น. โดยประสานงานกับตำรวจและ กทม. อย่างใกล้ชิด ขณะที่นายจตุพรย้ำว่า การเปิดโปงความจริงครั้งนี้จะเป็นคุณูปการต่อประเทศ และเตือนผู้ว่าฯ ว่าอาจถูกดำเนินคดีหากขัดขวางการเดินทางของประชาชน

การชุมนุมยังได้รับการสนับสนุนจากอดีตข้าราชการและทหารหลายนาย เช่น พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ อดีตนายทหารระดับสูง และนายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการ สมช. โดยยืนยันจะเข้าร่วมในฐานะประชาชนที่ต้องการปกป้องอธิปไตย ขณะที่รายงานระบุว่าอดีตนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 12 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเข้าร่วมด้วย

นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ เปิดเผยว่า เงินบริจาคจากประชาชนมีเพียงพอสำหรับกิจกรรมทั้งหมด และยืนยันว่าจะมอบเงินส่วนที่เหลือให้กองทัพภาคที่ 2 เพื่อใช้ในการปกป้องประเทศชาติ รวมถึงจะมอบเงินสนับสนุนอีกหน่วยละ 1 ล้านบาทให้กองทัพภาคที่ 1 และกองทัพเรือ ขณะที่นายจตุพรกล่าวเสริมว่าเป็นการแสดงจุดยืนของประชาชนในการช่วยเหลือทหาร

นอกจากการชุมนุม แกนนำยังเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยกลุ่ม คปท. ได้เดินทางไปยังพรรครวมไทยสร้างชาติ เรียกร้องให้ถอนตัวจากรัฐบาล ขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ เชิญชวนชาวใต้ร่วมแสดงพลัง ขณะเดียวกัน นายสมชาย แสวงการ ระบุว่าในวันที่ 1 ก.ค. ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาคำร้องให้ชะลอการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจส่งผลต่อสถานการณ์การเมืองในทันที

‘เจ้าคุณโซลาร์เซลล์’ แจงปมฟ้องธนาคารเรียก 1,354 ล้าน ชี้เป็นเงินของ 2 มูลนิธิฯ สะสมมากว่า 50 ปี ก่อนถูกยักยอก

(27 มิ.ย.68) จากกรณีที่พระปัญญาวชิรโมลี (เจ้าคุณโซลาร์เซลล์) เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ในฐานะเลขามูลนิธิหลวงปู่ศรี มหาวีโร ให้ทีมกฎหมายเอาผิดกับธนาคารชื่อดัง ฐานไม่ยอมคืนเงินของมูลนิธิพระอาจารย์ศรี มหาวีโร กรณีที่มีเจ้าหน้าที่ธนาคารอนุมัติเบิกจ่ายเงินโดยมิชอบ  คือนำไปจ่ายค่าประกันชีวิตกว่า 270 กรมธรรม์ และนำไปซื้อกองทุนธนาคารของเครือข่ายธนาคาร(ที่ถูกฟ้อง) สร้างความเสียหายให้กับ 2 มูลนิธิกว่า 1,354,000,000 บาท

ทั้งนี้ มี 2 โจทก์ที่ยื่นฟ้องธนาคารชื่อดัง คือ
1. มูลนิธิพระอาจารย์ศรี มหาวีโร
2. มูลนิธิอนุสรณ์พระกฐินต้น

โดยมูลนิธิพระอาจารย์ศรี มหาวีโร โจทก์ที่ 1 ได้ฟ้องขอเงินต้นคืน เป็นเงิน 752,045,117.24 บาท และฟ้องขอดอกเบี้ยผิดนัดตามกฎหมายเป็นจำนวนเงิน 348,730,312.20 บาท (คิดตั้งแต่วันที่เงินจำนวนนั้น ๆ ถูกถอนออกไปจนถึงวันฟ้อง) และฟ้องค่าเสียหายอันเกิดแต่พฤติการณ์พิเศษ (ดอกเบี้ยพันธบัตร คือเงินที่เราคาดว่าจะได้รับถ้าไม่มีการถอนเงินออกไปโดยมิชอบ) จำนวน 144,300,000 บาท รวมทั้งสิ้น 1,245,075,429.44 บาท

ส่วนโจทก์ที่ 2 คือ มูลนิธิอนุสรณ์พระกฐินต้น ฟ้องเรียกเงินต้นคืนจำนวน 68,989,449.32 บาท และฟ้องเรียกเก็บดอกเบี้ยผิดนัดตามกฎหมาย จำนวน 30,483,312.20 บาท (คิดตั้งแต่วันที่เงินจำนวนนั้น ๆ ถูกถอนออกไป คิดจนถึงวันฟ้อง) และฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเกิดแต่พฤติการณ์พิเศษ (ดอกเบี้ยพันธบัตร คือเงินที่เราคาดว่าจะได้รับถ้าไม่มีการถอนเงินออกไปโดยมิชอบ) จำนวน 9,750,000 บาท รวมทั้งสิ้น 109,222,635.46 บาท

รวมเงินของทั้ง 2 มูลนิธิ ฟ้องเรียกเงินคืนจากธนาคารชื่อดัง เป็นเงิน 1,354,298,064.91 บาท

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากมีข่าวออกไป หลายคนมีข้อสงสัยว่าเหตุใดทางวัดจึงมีเงินมากมายขนาดนั้น โดยไม่ได้ดูถึงรายละเอียดที่มาของเงินจำนวนดังกล่าว

ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 68 พระปัญญาวชิรโมลี ได้โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงอีกครั้ง โดยมีข้อความว่า ผู้กำกับไม่ได้มาจับ แต่มาดูแล

ผู้กำกับสภ.โขงเจียม รีบมาดูแต่เช้า เพราะพาดหัวข่าวเมื่อวานคนเข้าใจว่าอาตมามีเงินฝาก แต่ถ้าหากอ่านเกินสามบรรทัดก็จะทราบว่าเป็นเงินของมูลนิธิหลวงปู่ที่ตั้งมากว่า 50 ปี มีผู้มีจิตศรัทธามากมายจนเป็นที่รู้จักว่า “หลวงปู่ศรีผู้มากล้นบารมี”

ท่านมีดำริจัดตั้งมูลนิธิเอาดอกผลไว้ดูแลวัดสาขากว่า 150 วัด และสร้างสาธารณูปการ สาธารณสงเคราะห์ และงานเผยแผ่พระศาสนาตามแนวปฏิปทาหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต มีลูกศิษย์ทั้งพระทังโยมอย่างกว้างไกล

อาตมาเป็นลูกศิษย์ที่มาดูแลวัดป่าศรีแสงธรรม ซึ่งเป็นสาขาได้รับความไว้วางใจจากพระราชพัชรญาณมุนี หรือหลวงปู่ทองอินทร์ที่ดูแลวัดสาขาแทนหลวงปู่ศรี มหาวีโร ให้มาดำเนินการในหลาย ๆ อย่างรวมทั้งเป็นเลขานุการของมูลนิธิทุกแห่งของวัดป่ากุง การดำเนินการสืบเสาะหาข้อมูลมาแล้ว 10 เดือน จึงได้มอบหมายให้ทีมกฎหมายดำเนินการ

เงิน 1,354 ล้านจึงไม่ใช่ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นสมบัติของสงฆ์ที่ลูกหลานดูแลให้พ่อแม่ครูอาจารย์ และสะสมมานานแล้ว หากไม่พูดเกินจริงไปเวลาที่หลวงปู่ไปงานนิมนต์ที่ไหนมีแต่คนอยากร่วมทำบุญกับท่านจนเต็มท้ายรถ นั่นเพราะบุญบารมีท่านที่ปฏิบัติจนถึงความหลุดพ้นแล้ว 

ท่านสร้างพระเจดีย์ชัยมงคล ที่อ.หนองพอก, สร้างตึกให้โรงพยาบาล, สร้างวัดสาขาให้ธรรมะภาคปฏิบัติกระจายไปทั่วทุกภาค นั่นคือสร้างความร่มเย็นในใจของสาธุชนไปด้วยความเมตตา พวกมาด่าว่าพระนั้นให้สร้างโรงพยาบาลดีกว่า ท่านก็สร้างไปแล้ว และทำต่อเนื่อง ตัวเองมีใครบริจาคสร้างตึกสักหลังมีไหมที่ด่า ๆ พระอยู่นั่น ลองเอาสลิปหรือหลักฐานมาแสดงบ้าง อย่าแสดงเพียงปัญญาแค่หางอึ่งเท่านั้น

อย่าได้พากันปรามาสหรือหิวแสงจะอาศัยจังหวะเล่นงานวัด เล่นงานพระเล่นงานศาสนา หาช่องทางเอาเรทติ้งก็เพลา ๆ ลงบ้าง

ขณะที่ ก่อนหน้านี้ พระปัญญาวชิรโมลี ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับมูลนิธิทั้ง 2 แห่ง ว่า มูลนิธิพระอาจารย์ศรี มหาวีโร และมูลนิธิอนุสรณ์พระกฐินต้น ทั้ง 2 มูลนิธินี้เป็นเครือข่ายเดียวกัน ก่อตั้งโดยอาจารย์ศรี มหาวีโร ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่มั่น ก่อตั้งมา 50 ปี จึงทำให้มีลูกศิษย์ลูกหามากมายทั่วโลก ทางมูลนิธิได้ตั้งพระ 16 รูป และ ฆราวาสอีก 4 ท่าน เข้ามาเป็นกรรมการ ดูแลเรื่องการใช้จ่ายเงินต่าง ๆ ของมูลนิธิ 

ต่อมาอาจารย์ศรี มหาวีโร มรณภาพลงเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2554  ทางคณะกรรมการจึงประชุมลงความเห็นกันว่า ให้พระอาวุโส 3 รูป เป็นผู้อนุมัติเซ็นอนุมัติเบิกจ่ายเงินในบัญชีได้ (การถอนแต่ละครั้งต้องมีลายเซ็นพระสามรูปนี้พร้อมกัน) โดยทุกครั้งที่จะนำเงินของมูลนิธิออกไปทำอะไร จะมีการเรียกประชุมคณะกรรมการทั้งหมด จะเปิดประชุมได้ก็ต่อเมื่อมีพระเข้าร่วมครึ่งหนึ่งของคณะกรรมการ แต่ตั้งแต่ปี 2556 มาจนถึงทุกวันนี้ (14 ปี) ไม่มีการเรียกประชุมแม้แต่ครั้งเดียว ทำให้ตนผิดสังเกต จึงขอตรวจสอบเงินฝากของมูลนิธิ พบว่าเหลือเพียง 48,000 กว่าบาท ทั้งที่ปี 2557 มีเงินอยู่ประมาณ 803,000,000 บาท

ตนจึงทำการสืบสวนกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ได้ข้อมูลว่า ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน มีการเอาเงินจากมูลนิธิทั้ง 2 มูลนิธิไปทำประกันชีวิตให้พระและญาติโยมหลายร้อยท่าน โดยมีผู้รับผลประโยชน์เป็นชื่อของมูลนิธิ และมีการนำเงินมูลนิธิไปลงทุนกับธนาคาร และมีการนำธนบัตรของมูลนิธิไปขายขาดทุนอีก ทั้งนี้มีการปลอมลายเซ็นผู้มีอำนาจเบิกงาน และปลอมลายเซ็นผู้ซื้อประกัน 

หลังได้ข้อมูลละเอียด ตนก็มีการทวงเงินคืนจากธนาคารเรื่อยมา แต่ทางธนาคารก็ปฏิเสธการคืนเงิน ดังนั้นเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568 ตนกับฝ่ายกฎหมายจึงฟ้องศาลจังหวัดร้อยเอ็ดเรียกเงินคืน โดยศาลได้เห็นว่าคดีมีมูล และรับฟ้องเป็นคดีคุ้มครองผู้บริโภคเรียบร้อยแล้ว

เชียงใหม่-ท่าอากาศยานเชียงใหม่เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้ม สร้างความเชื่อมั่นผู้โดยสาร หลังเหตุลอบวางระเบิดที่จังหวัดภูเก็ต

(27 มิ.ย. 68) นาวาอากาศโท รณกร เฉลิมแสนยากร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ กล่าวว่า ภายหลังเกิดเหตุการณ์ตรวจพบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยภายในพื้นที่ท่าอากาศยานภูเก็ต เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งพบวัตถุคล้ายระเบิดซุกซ่อนอยู่ภายใน ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้ดำเนินการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดทันที เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการทุกคน โดยมีการปรับแผนเพิ่มความถี่ในการตรวจตราพื้นที่จากเดิมวันละ 5 รอบ เป็น วันละ 7 รอบ และเพิ่มการตรวจสอบสิ่งของต้องสงสัยหรือของหลงลืมในอาคารผู้โดยสาร และพื้นที่สาธารณะจากเดิม วันละ 10 รอบ เป็น วันละ 14 รอบ นอกจากนี้ ยังเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ บุคคล ยานพาหนะ และสิ่งของ ที่ผ่านเข้า–ออกเขตควบคุมและเขตหวงห้ามของท่าอากาศยานอย่างละเอียดมากยิ่งขึ้น 

ขณะเดียวกัน ได้มีการประชาสัมพันธ์ไปยังเจ้าของรถจักรยานยนต์ที่จอดทิ้งไว้เป็นเวลานานภายในพื้นที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ขอความร่วมมือนำหลักฐานแสดงตน ได้แก่ สมุดคู่มือจดทะเบียนรถ และบัตรประจำตัวประชาชน ติดต่อฝ่ายรักษาความปลอดภัยในวันและเวลาราชการ เพื่อรับรถกลับคืน ทั้งนี้เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของพื้นที่ และป้องกันเหตุที่อาจกระทบต่อความปลอดภัย

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ขอขอบคุณผู้โดยสารและประชาชนทุกท่านที่ให้ความร่วมมือ และขอยืนยันเจตนารมณ์ในการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นไปด้วยความ มั่นใจ ปลอดภัยในทุกสถานการณ์


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top