Friday, 6 November 2026
Hard News Team

ม.แม่โจ้ จัดสานสัมพันธ์ชาวแม่โจ้ - สื่อมวลชน อบอุ่น ประทับใจ

วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม 2565 รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นประธานเปิดงาน MJU Thank you Press Party 2022 ผู้บริหารมหาวิทยาลัยพบปะและขอบคุณสื่อมวลชน ประจำปี 2565 เพื่อกระชับความสัมพันธ์ชาวแม่โจ้ - พี่น้องสื่อมวลชน โอกาสนี้ ได้รับเกียรติจากนายวรณาณ บุญณราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกล่าวต้อนรับ มีคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยแม่โจ้ นายกสมาคมศิษย์เก่าแม่โจ้ รองประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และคณะสื่อมวลชนทุกแขนงเข่าวมงานคับคั่ง ณ โรงแรม MELIÃ Chiang Mai

อาจารย์ ดร.สุดเขต สกุลทอง ผู้ช่วยอธิการบดี ประธานคณะกรรมการสื่อสารองค์กรมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า “จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทุกอย่างรอบตัว ทั้งรูปแบบการทำงาน การดำรงชีวิตในสังคม รวมถึงรูปแบบการเรียนการสอนที่ทำให้ทุกคนต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ เมื่อทางจังหวัดเชียงใหม่ได้มีประกาศให้สถานศึกษาสามารถเปิดทำการในพื้นที่ได้แล้ว มหาวิทยาลัยแม่โจ้จึงได้เปิดการเรียนการสอนในรูปแบบปกติผสมผสานกับรูปแบบออนไลน์ตามที่เห็นสมควร และดำเนินตามมาตรการที่กำหนดไว้เพื่อป้องกันและลดการแพร่ระบาดให้สามารถดาเนินกิจกรรมต่างๆ ได้ต่อไป   

การจัดกิจกรรมมหาวิทยาลัยแม่โจ้พบปะและขอบคุณสื่อมวลชน MJU Thank You Press Party 2022 ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้มหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้พบปะและขอบคุณสื่อมวลชนทุกแขนงที่ได้ร่วมกันมีส่วนในการเผยแพร่ข่าวสารกิจกรรม งานวิจัยต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นผลประโยชน์แก่ภาคประชาสังคมให้สามารถนาไปต่อยอด เกิดความสัมพันธ์อันดีร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยแม่โจ้และเครือข่ายทุกภาคส่วน รวมถึงแนวนโยบายในการพัฒนามหาวิทยาลัยแม่โจ้ให้พี่น้องสื่อมวลชนทุกท่านได้รับทราบและร่วมกันเผยแพร่ข่าวสารกิจกรรมต่างๆ ของมหาวิทยาลัยแม่โจ้สู่สาธารณชน”

รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2477 หรือปี ค.ศ.1934 ปัจจุบันจะมีอายุครบ 88 ปี และมีการวางยุทธศาสตร์แม่โจ้ 100 ปี เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกยุคดิจตอล มีคณะที่ทาการเรียนการสอนรวม 18 คณะ โดยคณะใหม่ที่เพิ่งเปิดล่าสุด ได้แก่ คณะสัตวแพทยศาสตร์ ซึ่งได้เริ่มเปิดดำเนินการคลีนิครักษาสัตว์แล้ว และคณะพยาบาลศาสตร์ ซึ่งปีนี้มีนักศึกษาใหม่เข้าเรียนเป็นปีแรกรวม 50 คน มีหน่วยงานสนับสนุนระดับสำนัก ได้แก่ สำนักบริหารและพัฒนาวิชาการ สำนักหอสมุด และสำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร ซึ่งผู้บริหารทุกท่านเกือบทั้งหมดที่ไม่ได้ติดภารกิจก็ได้มาร่วมพบปะและขอบคุณสื่อมวลชนในครั้งนี้ด้วย 

ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม และได้ลงนามความร่วมมือกับอำเภอสันทราย จัดตั้ง MJU Well-being hospitech และศูนย์พักคอย โดยมีบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลสันทรายร่วมดูแลประชาชนในพื้นที่ร่วมกัน เห็นได้ว่าภารกิจสำคัญในการผลิตกำลังคนคุณภาพและเผยแพร่องค์ความรู้เพื่อประโยชน์แก่สังคมชุมชน มีความจำเป็นต้องอาศัยเครือข่ายทุกภาคส่วนให้การสนับสนุน โดยเฉพาะสื่อสารมวลชนทุกแขนงถือเป็นเครื่องมือที่มีพลังมหาศาล เพราะข่าวสารต่างๆ ล้วนถูกส่งต่ออย่างรวดเร็วผ่านทางโลกออนไลน์   โอกาสนี้ ขอขอบคุณจังหวัดเชียงใหม่ ขอบพี่น้องสื่อมวลชน ขอบคุณเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ได้ให้ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ด้วยดีมาตลอด ขอให้ทุกท่านคิดถึงแม่โจ้ในฐานะที่เป็นมหาวิทยาลัยแห่งชีวิต มหาวิทยาลัยของประชาชน มหาวิทยาลัยของชาวเชียงใหม่ที่มุ่งสร้างประโยชน์เพื่อสังคมร่วมกับทุกท่านต่อไป”

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่น สนุกสนาน ประทับใจ มีกิจกรรมนันทนาการสานสัมพันธ์พี่น้องสื่อมวลชนและคณะผู้บริหาร พร้อมมอบของขวัญพิเศษแทนคำขอบคุณ ร่วมกระชับความสัมพันธ์อันดีของพี่น้องชาวสื่อฯ กับ ผู้บริหารมหาวิทยาแม่โจ้

คืบหน้า!! 'ไทยสมายล์บัส' เริ่มปล่อยรถเมล์อีวีลงถนนกทม.บ้างแล้ว ยัน!! อีก 77 เส้นทาง มีรถเพียงพอ พร้อมบริการปชช. เร็วๆ นี้

ผู้บริหารกรมการขนส่งทางบก เยี่ยมชมกิจการโรงงานผลิตและประกอบรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า และโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ของกลุ่มบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ จำกัด พร้อมมั่นใจรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า จะเพียงพอต่อความต้องการ เพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดี และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2565 ที่บริษัท แอ๊บโซลูท แอสเซมบลี จำกัด อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วยนายปิยะ โยมา ผู้อำนวยการสำนักการขนส่งผู้โดยสาร คณะผู้บริหารและขนส่งจังหวัด เยี่ยมชมสายการผลิตและประกอบรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า โดยฝีมือของคนไทยที่ได้รับมาตรฐานระดับสากล ภายในรถโดยสารฯ มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับคนทุกเพศทุกวัย 

อาทิ ทางขึ้นวีลแชร์สำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ รวมทั้งระบบตั๋วที่มีเทคโนโลยีเชื่อมโยงกับขนส่งสาธารณะอื่นๆ ยกระดับการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะให้มีความทันสมัย สะดวกสบาย 

ซึ่งขณะนี้รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า ของบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด มีการใช้งานในพื้นที่กรุงเทพฯ แล้ว และมีแผนดำเนินการผลิตอย่างต่อเนื่อง พร้อมมั่นใจว่าอีก 77 เส้นทาง จะมีรถโดยสารพลังงานไฟฟ้าเพียงพอต่อความต้องการของพี่น้องประชาชนในเร็วๆ นี้แน่นอน ซึ่งตอบโจทย์นโยบายของกรมการขนส่งทางบกในการส่งเสริมการใช้รถพลังงานสะอาด ช่วยลดมลพิษทางอากาศอย่างยั่งยืน

จากนั้น อธิบดีกรมการขนส่งทางบก พร้อมคณะฯ เยี่ยมชมกิจการของบริษัท อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ที่อำเภอบางปะกง เป็นโรงงานแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนแห่งแรกที่มีกำลังการผลิตสูงถึง 1 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปี ในเขตโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และเตรียมแผนขยายกำลังการผลิตสู่ 50 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปีตามแผนในอนาคต สู่ผู้นำด้านนวัตกรรมแบตเตอรี่รายใหญ่ที่สุดของไทยและอาเซียน ที่สามารถผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนและระบบสำรองไฟฟ้าได้เองครบทุกกระบวนการ โดยมีคุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด คุณคณิสสร์ ศรีวชิระประภา ประธานผู้บริหารบริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) และคุณชาญยุทธ ฉายาวัฒนะ ผู้บริหารบริษัท อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ให้การต้อนรับ 

'กลุ่มประชาสังคมฯ' ร้อง 'ประธานสภา'  จัดการ 'จิราพร' อภิปรายเหมืองทองคำบิดเบือน

กลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ บุก สภา ร้อง 'ชวน' ตรวจสอบจริยธรรม-ชงป.ป.ช.ฟัน 'จิราพร' พูดบิดเบือนข้อเท็จจริงในศึกซักฟอก ยันไทยยังไม่ได้รับความเสียหาย 'ประยุทธ์' ใช้ ม.44 ปิดเหมืองเป็นอำนาจโดยชอบของรัฐบาลไทย

วานนี้ (22 ก.ค. 65) ที่รัฐสภา กลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ นำโดย นางวันเพ็ญ พรมรังสรรค์ รองประธานกลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เรื่องขอให้สอบสวนจริยธรรม น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย (พท.) จากพฤติการณ์อภิปรายกรณีเรื่องเหมืองแร่ทองคำโดยไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในสภา เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ผ่านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยนางวันเพ็ญ กล่าวว่า กลุ่มของตนเป็นกลุ่มประชาชนผู้ร้องในคดีเหมืองทองคำต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้ดำเนินการสอบสวนกรณีบริษัทประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำโดยมิชอบด้วยกฎหมายในหลายกรณี ซึ่งคดีดังกล่าวนี้ บางส่วนก็มีการชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่รัฐและมีการสั่งฟ้องไปยังศาลแล้ว บางคดีก็อยู่ระหว่างการสั่งฟ้องไปยังอัยการ และบางส่วนก็อยู่ระหว่างการสอบสวน ซึ่งรวมทุกประเด็นแล้วมีมากกว่า 40 ประเด็น

นางวันเพ็ญ กล่าวว่า การที่ประเทศไทยยุติการทำเหมืองแร่ทองคำของ บริษัทอัครารีซอสเซส จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2559 โดย การใช้มาตรา 44 ตามคำสั่งที่ 72/2559 ประกอบมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นอำนาจโดยชอบของรัฐบาลไทยซึ่งให้สัมปทานเมื่อรัฐบาลเห็นว่าประชาชนร้องเรียนเรื่องผลกระทบ จึงใช้อำนาจโดยการระงับไม่ต่อใบอนุญาตเหมืองแร่ทองคำและโรงงานโลหะกรรมที่สิ้นอายุลงตามปรกติ เอาไว้เพื่อตรวจสอบ จนนำไปสู่การตรวจสอบตามข้อร้องเรียนพบว่าบริษัททำผิดกฎหมายหลายกรณี ซึ่งกรณีที่ว่านี้แม้ว่าประเทศไทยจะถูกดึงเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ แต่การต่อสู้ในชั้นนี้ ประเทศไทยมีจุดแข็งในการต่อสู้เนื่องจากขณะที่ใช้มาตรา 44 ประเทศไทยยังมีพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) แร่ พ.ศ. 2510 ซึ่งมีมาตรา 9 ตรี กับ 9 ทวิ คุ้มครองไว้ จึงทำให้ประเทศไทยนั้นไม่เสียเปรียบทางด้านกฎหมาย เพราะว่ากฎหมายได้คุ้มครองไว้ว่าไม่ต้องจ่ายเงินชดเชยให้บริษัทเอกชน

หล่อไม่สร่าง!! 'เก่ง-แซม-หนุ่ม-กบ-วิลลี่' 5 นักแสดงรุ่นเก๋ากับความหล่อระดับตำนาน

โอ้ยย...พ่อคุณ คิดว่าบอยแบนด์นัดซ้อมเต้นเตรียมขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ แต่ที่แท้เป็นแค่กองถ่ายละคร ที่นักแสดงรุ่นเก๋ามาประชันบทบาทกันในละครเรื่อง 'ฟ้าทานตะวัน' รุ่นใหญ่เขาเรียงแถวกันมาขนาดนี้เลยนะ!!

ละครน่าติดตามสุดๆ!! 

มาไล่เรียงอายุให้ชัดๆ กันนะ

>> เก่ง ชาติชาย อายุ 49 ปี
>> แซม ยุรนันท์ อายุ 60 ปี
>> หนุ่ม คงกระพัน อายุ 49 ปี
>> กบ ทรงสิทธิ์ อายุ 55 ปี
>> วิลลี่ แมคอินทอช อายุ 52 ปี

แม่ทัพภาคที่ิ 1 จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบรอบ 70 พรรษา

วันที่ 22 กรกฎาคม 2565 กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์และมณฑลทหารบกที่ 12 ร่วมกับจังหวัดปราจีนบุรี จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนม์พรรษาครบรอบ 70 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ์พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 10 ภายใต้พระราชปณิธาน "สืบสาน รักษา และต่อยอด" สมเด็จพระบรมชนกนาถในรัชกาลที่ 9 ด้วยพระราชหฤทัยมุ่งมั่นในการขจัดทุกข์บำรุงสุขแก่พระสงฆ์นิกร ณ อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมีพลโทสุขสรรค์ หนองบัวล่าง แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธี 

โดยในงานมีการเผยแพร่พระเกียรติคุณพระราชกรณียกิจ การชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติและเผยแพร่พระราชกิจโดยมัคคุเทศก์น้อย โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานฤบดินทรจินดา ปราจีนบุรี สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 สาขาปราจีนบุรีและประมงจังหวัดปราจีนบุรีโดยมีวงดุริยางค์มณฑลทหารบกที่ 12 และชุดแพทย์เคลื่อนที่จากโรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ให้การบริการผู้มาร่วมกิจกรรม มีกิจกรรมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ ปล่อยพันธุ์ปลาและสัตว์ป่า การปลูกป่า "จำนวน 7,000 ต้น" ในพื้นที่รอบอ่างเก็บน้ำฯ "จำนวน 70 ไร่" การปล่อยปลาตะเพียนขาวกับปลายี่สกเทศ บริเวณอ่างเก็บน้ำๆ "จำนวน 700,000 ตัว" การปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ (ไก่ป่าตุ้มหูขาว "จำนวน 70 ตัว" ไก่ฟ้าหลังขาว "จำนวน 70 ตัว") กิจกรรมมอบบ้านที่ปรับปรุงซ่อมแซมให้กับประชาชนบ้านหินเทิน เป็นการมอบบ้าน มอบถุงยังชีพ และมอบพระบรมฉายาลักษณ์ ให้แก่นายคำหล้า ขยันวิจิตร อายุ 85 ปี เยี่ยมให้กำลังใจประชาชนในพื้นที่บ้านหินเทิน

รมว.พม. ย้ำชัดแก้ทุจริตการเคหะแห่งชาติ ไม่เอื้อประโยชน์นายทุน ต่อต้านระบบผูกขาด มุ่งแก้ปัญหายากจนแบบพุ่งเป้า สร้างบ้านเช่าราคาถูก

วันที่ 22 กรกฎาคม 2565 นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยว่า การเปลี่ยนความคิดและกระบวนการทำงานของการเคหะแห่งชาติ จากการทำกำไรในเชิงพาณิชย์ให้คืนกำไรกลับสู่สังคม จากเดิมที่ขายบ้านเพื่อเอากำไร เปลี่ยนเป็นสร้างบ้านให้คนเช่าที่มีราคาเช่าถูกกว่าท้องตลาด และต้องไม่ใช่แค่การสร้างบ้าน แต่เป็นการสร้างบ้านพร้อมส่งเสริมอาชีพเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่การเคหะแห่งชาติไม่เคยทำมาก่อน แต่รัฐบาลชุดนี้ได้ทำและทำอย่างจริงจัง เพื่อแก้ปัญหาความยากจนแบบพุ่งเป้า

นายจุติ กล่าวต่อไปว่า สำหรับโครงการเคหะสุขประชาถือเป็นโครงการที่มีความคุ้มค่า ยกตัวอย่างว่าโครงการพับถุงกล้วยในโครงการเคหะสุขประชาร่มเกล้า นั้น ตนต้องบอกเลยว่าทุกชุมชนมีอาชีพของเขาเอง ไม่ว่าจะพับถุงกล้วย พับถุงพลาสติก เก็บของเก่าขาย แต่ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์นั้น เขามี เพราะเป็นอาชีพสุจริต อย่าไปดูถูกคนจน อีกทั้งโครงการเคหะสุขประชา ร่มเกล้า ไม่ได้มีเพียงการพับถุงกระดาษ แต่มีการทำโครงการตลาดที่ทันสมัย เพื่อให้คนที่ค้าขายไม่ต้องไปเช่าที่ราคาแพง ได้มีอาชีพเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว โดยไม่ต้องเดินทางไกล เพราะอยู่ในพื้นที่นั้น ได้ทำงานใกล้บ้าน ลดความแออัด ทำให้คุณภาพชีวิตมีความสุขมากขึ้นและอยู่อย่างพอเพียง 

นายจุติ กล่าวต่อไปอีกว่า ตนทราบดีว่า วันนี้ คนการเคหะแห่งชาติไม่อยากให้มีการเปลี่ยนแปลง ต้องการให้ทุกอย่างเหมือนเดิม ทรัพย์สินที่มีมูลค่ามหาศาล อยากใช้หาผลประโยชน์กันเหมือนเดิม ไม่อยากให้มีการเปลี่ยนมือ และไม่อยากให้ผลประโยชน์นั้นไปตกอยู่กับประชาชน แต่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แก้ปัญหาความยากจนแบบพุ่งเป้าและอยู่อย่างพอเพียง เพื่อให้คนมีรายได้น้อยสามารถอยู่ได้ ซึ่งตนได้ไปลงพื้นที่ซอยหมอเหล็งที่อยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร พบว่าห้องที่เช่าอยู่กันมีขนาดเล็กมากๆ แต่ต้องเสียค่าเช่าเดือนละ 2,500 บาท และต้องใช้ห้องน้ำรวม สุขอนามัยไม่มี ความปลอดภัยก็ไม่มี วันนี้ การเคหะแห่งชาติจึงได้นำที่ดินที่เคยซื้อไว้ในอดีตเมื่อ 17 ปีที่แล้ว เอามาปรับปรุง ถมดิน เพื่อทำเป็นที่อยู่อาศัยและคนสามารถมีอาชีพได้ โดยจ่ายค่าเช่าที่ถูกกว่าท้องตลาดถึง 40% ซึ่งเราคิดถึงขนาดว่า ถ้าคนมีอาชีพรับจ้างกรรมกร 2 คนผัวเมีย มีรายได้วัน 320 บาท จ่ายค่าเช่าวันละ 50 บาท และจ่ายค่าน้ำค่า – ไฟฟ้า วันละ 20 บาท ยังมีเงินเหลือไว้กินไว้ใช้ได้ และสามารถประกอบอาชีพได้ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลต้องการ 

‘สวนนงนุชพัทยา’ จับมือ ม.ราชภัฏวไลยอลงกรณ์ลงนาม MOU 3 ฉบับ ยกระดับการเรียนการสอนนักศึกษา

ณ สวนนงนุชพัทยา นายกัมพล  ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา พร้อมด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุพจน์ ทรายแก้ว อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี ได้ลงนาม MOU 3 ฉบับเพื่อยกระดับการเรียนการสอนของนักศึกษา ประกอบด้วย 

1. ความร่วมมือทางวิชาการ 

2. โครงการหลักสูตรวิจัยพัฒนาและบริการวิชาการด้านการเกษตรและอาหาร 

3. โครงการพัฒนาหลักสูตรอุตสาหกรรมไม้ขุดล้อมและการผลิตกำลังคนที่มีสมรรถนะสูง

นายกัมพล  ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่า สวนนงนุชพัทยา ได้เล็งเห็นความสำคัญการพัฒนาในเรื่องของการศึกษา พัฒนาเสริมสร้างความรู้จึงได้สนับสนุนสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในการดำเนินกิจกรรม เพื่อประโยชน์แก่นักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัย  และสวนนงนุชยังเป็นแหล่งเรียนรู้ในเรื่อง การปลูกผักอินทรีย์,การเผาถ่าน,ผลิตน้ำสัมควันไม้,การเลี้ยงใส้เดือน,สวนสมุนไพร,พิพิธภัณฑ์โขน,โรงเรือนเพาะปลูกกัญชากัญชง ทั้งสายพันธุ์ไทยและต่างประเทศ

สำหรับการลงนามMOU ในครั้งนี้ สวนนงนุชพัทยา และมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ตกลงที่จะร่วมมือทางวิชาการ เพื่อพัฒนาระหว่างกันโดยการจัดโครงการ กิจกรรมต่าง ๆ ทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การฝึกประสบการณ์ วิชาชีพ การอบรมหลักสูตรระยะสั้น การอบรมหลักสูตรวิชาชีพ การวิจัย โดยทั้งสองจะสนับสนุนด้านวิชาการ ด้านทรัพยากรบุคคล ผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาระหว่างกันทั้งในและนอกเวลาราชการ ตามที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายเป็นผู้ดำเนินการ

รัฐสภา หรือ ตลาด?

เวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ใยมีแต่คนเห็นเป็นเรื่องเล่น ๆ หรือขอแค่ให้ได้เสียดสี ไม่มีแก่นสารก็ไม่แคร์

‘พิธา’ อัด 3 แกนประยุทธ์ สุดกลวง!! แท้จริงมีแต่การทำลายประเทศ-ประชาชน

หัวหน้าพรรคก้าวไกล ชี้ 8 ปี รัฐบาลประยุทธ์ทำคนไทยมืด 8 ด้าน  อัด ‘เศรษฐกิจ 3 แกน’ คือ ความกลวงปลอมเปลือก แท้ที่จริงคือ 
1.ทำลายศักยภาพในประเทศสร้าง-ซุกหนี้สารพัด 
2.ทำลายศักยภาพในต่างประเทศ เสี่ยงโดนกฎหมายอาญาระหว่างประเทศ และ 3.ทำลายศักยภาพประชาชน ละเมิดสิทธิเสรีภาพ-หลักนิติรัฐอย่างโจ่งแจ้ง พร้อมเผยตัวเลขน่าตกใจ โรคระบาดในไทยที่มีคนตายมากกว่าโควิด

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ร่วมอภิปรายในญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยเป็นผู้สรุปการอภิปรายว่า 8 ปีนับตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยึดอำนาจมาถึงวันนี้ทำคนไทยมืด 8 ด้าน ไม่มีความหวัง ไม่มีความฝัน ไม่มีอนาคต ซึ่งกลยุทธ์ 3 แกนสร้างอนาคต เมื่อไปดูในรายละเอียดก็พบว่ากลวง เป็นของปลอมที่มีแต่เพียงเปลือก อย่างแกนที่ 1.โครงสร้างพื้นฐานก็ช้าและมีแต่จะเจ๊ง แกนที่ 2.อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าก็เริ่มต้นช้าตามหลังประเทศเพื่อนบ้าน ความหวังเป็นศูนย์กลางแทบไม่มีทางเป็นไปได้ และ แกนที่ 3.การเงินการธนาคารที่จะให้คน 30 ล้านเข้าถึงขนาดมีอำนาจเต็มยังทำไม่ได้ อีกทั้งแผนการเงินที่พูดมาก็เป็นสิ่งที่ตัวเองไม่รู้เรื่องไม่เข้าใจ และขนาดที่ผู้บริหารธนาคารระดับประเทศเองก็บอกว่างงเป็นไก่ตาแตกกับแผนนี้

“เรื่องที่ไว้วางใจไม่ได้มากที่สุดคือนายกรัฐมนตรีไม่รู้จักประชาชน ไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำให้ประชาชนนอนไม่หลับคือไม่มีความหวัง ท่านต้องเข้าใจว่าตอนนี้เงินเฟ้อทั้งปีจะสูงที่สุดในรอบ 24 ปี เงินบาทอ่อนที่สุดในรอบ 16 ปี หนี้สาธารณะสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ปุ๋ยแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ ราคาอาหารสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ในเวลาแบบนี้ประชาชนต้องการให้นายกเป็นผู้นำที่จะสร้างความหวังกลับมาให้ประเทศ ไม่ใช่ให้ สมช. คิดแผน แล้วก็ไปตั้งคณะกรรมการ เดี๋ยวก็ตั้งคณะอนุกรรมการ และอนุกรรมการก็ไปตั้งที่ปรึกษา ไม่ได้มีแก่นสาร ไม่ได้มีสาระอะไรที่จะทำให้ประเทศไทยออกจากวิกฤติได้เลย” พิธา กล่าว

พิธา กล่าวอีกว่า สำหรับ 3 แกนที่แท้จริงของประยุทธ์ คือ 3 ทำลาย ได้แก่ 1.ทำลายศักยภาพในประเทศ ผ่านการบริหารที่ผิดพลาดล้มเหลว ทุจริต ฉ้อราษฎร์บังหลวง หนี้ครัวเรือน หนี้สาธารณะมีแต่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีหนี้นโยบายและหนี้กองทุนน้ำมันที่ซุกไว้อีกด้วย 
2. ทำลายศักพยภาพของไทยในต่างประเทศ เพราะเป็นรัฐบาลที่ไม่ทันโลก ไม่เจนจัดสนามการเมืองโลก ขาดลูกล่อลูกชน และโดยหลักการคือควรวางตัวเป็นกลางเพื่อรักษาสมดุลระหว่างประเทศกลับไม่ทำ อย่างกรณีเครื่องบินรบเมียนมา MIG-29 รุกล้ำน่านฟ้าไทยเข้ามายิงคนในประเทศตัวเอง ก็เสี่ยงที่จะทำให้ไทยละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ โดยลากขึ้นศาลได้ ขณะที่การตั้งผู้แทนพิเศษด้านเมียนมา ก็ดันไปเอาบุคคลที่มีมลทินเคย มีความผิดเกี่ยวกับความเป็นล็อบบี้ยีสต์มาดำรงตำแหน่ง 
และ 3.ทำลายศักยภาพประชาชน ซึ่งก็คือการทำลายเสรีภาพของคนไทยทุกคน ละเมิดสิทธิประชาชนด้วยคดีความที่เป็นการทำลายนิติรัฐ ทำลายกติกาของการอยู่ร่วมกันของสังคมไทย เพื่อรักษาอำนาจทางการเมืองของตัวเอง โดยเฉพาะที่สำคัญคือการแอบอ้างเรื่องสถาบัน ที่ทำให้มีคนจำนวนมากถูกดำเนินคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
.
 

‘จิรายุ’ อัด ‘บิ๊กตู่’ ปมน้ำมัน-ไฟฟ้าแพง เหตุรัฐบาลบริหารห่วย ไม่เกี่ยวสงคราม

(22 ก.ค. 65) ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 จำนวน 11 คน เป็นวันที่ 4 ภายใต้ยุทธการ ‘เด็ดหัว สอยนั่งร้าน’ ซึ่งเป็นการอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานการประชุม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายไม่ไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ว่า วันนี้ตนจะมาฉายมหากาพย์การปล้นชาติกินเมืองที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หากนายก ฯเพิกเฉยหมายความว่า นายกฯ ทุจริตไปด้วย แต่รัฐบาลพยายามบอกว่านายกฯ เป็นคนบริสุทธิ์ผุดผ่อง ซึ่งนายกฯ รองนายกฯ ปลัดกระทรวง และอธิบดี สวาปามกินทั้งดิน ทั้งน้ำ ทั้งลม และทั้งไฟ โดยนายกฯ ปล่อยให้พวกพ้อง บุคคลแวดล้อมทุจริตประพฤติมิชอบอย่างกว้างขวาง

นายจิรายุ กล่าวว่า เริ่มจากกองทุนทรัพยากรน้ำบาดาล ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จัดทำน้ำขวดบาดาลแจกจ่ายประชาชน หลังจากตนได้อภิปรายเมื่อต้นปี 65 ได้ยกเลิกโครงการไปแล้ว 2 ครั้ง แต่กลับแอบเดินหน้าโครงการต่อ โดยให้กรมทรัพยากรน้ำ 12 เขต จัดซื้อจัดจ้างขวดน้ำ เฉพาะ จ.สุพรรรณบุรี ได้งบประมาณ 4.4 ล้านบาท จัดซื้อขวดน้ำจำนวน 4.8 ขวด ที่มีฉ้อฉลว่าราคาขวดน้ำเปล่าที่กรมทรัพยากรน้ำซื้อมีราคาที่ต่างจากราคาท้องตลาดทั่วไป พร้อมทั้งข้อสังเกตงบประมาณปี 2566 ของกรมทรัพยากรน้ำดาล 10 โครงการ 1,800 ล้านบาท เหตุใดรีบเสนอโครงการทั้งๆ ที่สภายังอยู่ในระหว่างการพิจารณาวาระ 2-3

นายจิรายุ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องพลังงานที่มีราคาแพงไม่ได้เกี่ยวกับผลกระทบจากสงครามยูเครนรัสเซีย แต่เป็นเพราะรัฐบาลห่วยแตกโหลยโท่ย บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดบกพร่องโทษโน้นโทษนี่ ซึ่งมาตรการรอบใหม่ลดค่าครอบชีพช่วยเหลือประชาชนของรัฐบาลทั้ง 8 ข้อนั้น โดยเฉพาะขอความร่วมมือประหยัดพลังงาน วันนี้ตนขอหยิบวิธีประหยัดพลังงานที่นายกฯ บอกประชาชน คือ เตาเศรษฐีใช้แล้วดีมีแล้วรวย ที่มีสัญลักษณ์ เบอร์ 5 ที่สนับสนุนโดยกระทรวงพลังงาน กรณีที่จะขอลดค่ากลั่นและจะใช้เป็นตัวเลือกสุดท้ายนั้น ก็ยังหลอกประชาชน เพราะไม่ได้เจรจาจริง ทำให้น้ำมันแพงขึ้นทุกวันๆ และยังไม่ลดค่าการตลาดลงอยู่ที่ 1.40 สตางค์ แต่พบว่าค่าการตลาดอยู่ที่ 1.76-4.75 สตางค์ ขณะที่บริษัทไทยออยล์เพิ่มกำลังการผลิต จากเดิม 2.8 แสน บาร์เรลต่อวัน แล้วเพิ่มอีก 1.2 แสนบาร์เรลต่อวัน เพื่อการส่งออกแต่ไม่ได้ขายในประเทศเพราะได้กำไรดีกว่า


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top