Friday, 6 November 2026
Hard News Team

'โรม' จัด ‘ตั๋วช้าง’ ภาค 2 พร้อมเซอร์ไพรส์ แฉ 'ประยุทธ์' ควัก 937 ล้าน กลบหนี้ ‘กองบินตำรวจ’

‘ตั๋วช้าง’ ภาค 2 ฉายแล้ววันนี้ ‘โรม’ จัดให้ BIG SURPRISE แฉแหลก ทำไม ‘ประยุทธ์’ ยอมควักงบกลาง 937 ล้าน อุ้ม พล.ต.ต.ก กลบหนี้เน่าทุจริต ‘กองบินตำรวจ’

22 กรกฎาคม 2565 ณ ห้องประชุมสุริยัน สัปปายะสภาสถาน รัฐสภา รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดของข้าราชการตำรวจ ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ กรณีปล่อยปละละเลยทุจริตที่เกิดขึ้นในกองบินตำรวจ ทั้งยังมีการยอมให้ใช้ ‘ตั๋วช้าง’ อีกประเภทหนึ่งเป็นเกราะกำบังเพื่อไม่ให้ใครหรือหน่วยงานใดกล้าตรวจสอบได้

รังสิมันต์ กล่าววว่า คดีนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ พล.ต.ต.ก หรือชื่อจริงคือ กำพล กุศลสถาพร ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกองบินตำรวจ (บ.ตร.) โดยระหว่างนั้นได้ดำเนินการเซ็นสัญญาโครงการซ่อมบำรุงอากาศยาน กับ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ให้เป็นผู้ดำเนินการซ่อมและจัดหาอะไหล่ ตามงบประมาณปี 2563 จำนวนกว่า 950 ล้านบาท แต่ต่อมาเมื่อเดือนกันยายน 2564 การบินไทยได้ยื่นหนังสือทวงหนี้มายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จึงทำให้พบว่ากองบินตำรวจ โดย พล.ต.ต.กำพล และพวก ได้สั่งจ้างสั่งซื้อเพิ่มเติมเกินกว่างบประมาณที่วางไว้ รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดของโครงการเป็นจำนวนถึง 2,774 ล้านบาท ซึ่ง 2 ใน 3 ของทั้งหมดนี้ กองบินตำรวจไม่สามารถเบิกจากคลังมาจ่ายได้ และกว่า 784 ล้านบาท ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการซ่อมเครื่องบินเลย เช่น ซื้อถังน้ำดับไฟป่า 8 ล้านบาท หรือซื้อตะขอเกี่ยวสินค้า 6.3 ล้านบาท เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อเรื่องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบกลับถูกเตะถ่วง ทำให้ล่าช้า และทำซ้ำไปมา ทั้งนี้ กระบวนการตรวจสอบครั้งแรก เริ่มต้นจากการเสนอเรื่องให้ ผบ.ตร. สั่งให้จเรตำรวจตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องนี้ในเดือนมีนาคม 2564 แต่กลับใช้เวลากว่า 3 เดือน จึงจะสามารถตั้งคณะกรรมการตรวจสอบได้ และเสร็จสิ้นในเดือนตุลาคม 2564 

“ทว่าภายหลังกระบวนการตรวจสอบโดยจเรตำรวจสิ้นสุด กลับมีคำสั่งให้ส่งเรื่องไปกองวินัยตำรวจเพื่อตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมาใหม่อีก ขนาดว่าทางกองบินตำรวจทวงถามเรื่องการตั้งคณะกรรมการสอบสวนไปอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ก็มีคำตอบกลับมาว่ายังร่างคำสั่งไม่เสร็จ และกว่าจะได้ตั้งคณะกรรมการชุดใหม่กันจริง ๆ คือช่วงปลายเดือนเมษายน 2565 ที่ผ่านมา และถึงแม้ว่าตั้งมาแล้วผ่านไปอีกหนึ่งเดือนก็ยังวุ่นอยู่กับการเปลี่ยนตัวกรรมการไม่เลิก” รังสิมันต์ ระบุ 

รังสิมันต์ ยังได้ชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ ว่า ในฐานะผู้บัญชาการสูงสุดของตำรวจ ได้ทราบเรื่องนี้ตั้งแต่ที่ สตช. ทำหนังสือขอความช่วยเหลือมายังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2564 และต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ ได้ลงนามท้ายหนังสือรับทราบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง แต่สุดท้ายก็ยังปล่อยปละละเลยไม่เร่งรัดกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง หน่วงเวลาจนกระทั่งกรมบังคับคดีซึ่งดูแลเรื่องการฟื้นฟูกิจการของการบินไทยส่งหนังสือทวงหนี้ 1,824 ล้านบาท มายัง สตช. อย่างไรก็ตาม ในขั้นตอนนี้เป็นโอกาสสำคัญที่จะปฏิเสธหนี้ก้อนนี้ได้ เพราะตามขั้นตอน สตช. มีเวลาในการปฏิเสธหนี้ภายใน 14 วัน แต่ สตช. กลับล่าช้าทำหนังสือปฏิเสธหนี้ตอบกลับไปเกินเวลาที่กำหนด ทำให้ สตช. ต้องชำระหนี้การบินไทยเป็นจำนวนถึง 937 ล้านบาท ส่วนสาเหตุที่หนี้ลดลงจากเดิม เนื่องจากทางตำรวจไปขอต่อรองกับการบินไทยให้ยกเลิกรายการบางส่วนที่ยังไม่ได้รับพัสดุมาได้

“ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ จึงใช้วิธีอนุมัติงบกลางเพื่อใช้หนี้ใน วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 และในวันที่ 12 เมษายน 2565 ครม.ก็อนุมัติอีกที รวมถึงยังอนุมัติให้ สตช. สามารถก่อหนี้ผูกพันเกินกว่าที่กำหนดไว้ในงบประมาณปี 2563 ด้วย มตินี้จึงเหมือนเป็นทั้งการฟอกขาวให้ไปในตัว ทั้งยังนำเงินภาษีของประชาชนไปจ่ายให้กับการทุจริตที่เกิดขึ้นในกองบินตำรวจอีกด้วย”

'สันติ' ชี้ เกียรติของทหาร ต้องได้มาด้วยการกระทำที่สุจริต ไม่ต้องไปเรียกร้อง หยุดอ้างความจงรักภักดี เพราะคนไทยที่ไม่ใช่ทหาร ก็จงรักภักดีเช่นกัน

วันนี้ (22 ก.ค.65) ดร.สันติ กีระนันทน์ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับทหาร โดยระบุว่า ทหารส่วนใหญ่ก็คงยังเป็นทหารที่มีเกียรติศักดิ์ ทรงเกียรติภูมิ เพราะทำหน้าที่ของตัวเองอย่างน่ายกย่องด้วยความทุ่มเท และยึดมั่นความสุจริตเป็นที่ตั้ง ซึ่งการกระทำของทหารเหล่านั้นย่อมต้องได้รับการยกย่องสรรเสริญ โดยไม่จำเป็นต้องเรียกร้องให้ใครมาให้เกียรติ

“อย่าเรียกร้องให้ใครให้เกียรติ เพราะเกียรติเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากการกระทำอย่างสุจริตด้วยกาย วาจา และใจของผู้ที่มีเกียรติเท่านั้น” ดร.สันติ กล่าว 

ดร.สันติ ระบุต่อว่า แต่วงการทหารก็คงไม่แตกต่างจากวงการอื่น ๆ ที่มีความหลากหลายทางความคิด แม้จะมีวินัยกำกับให้การแสดงออกนั้นมีความจำกัด ซึ่งความแตกต่างทางความคิดดังกล่าวนั้น ทำให้ทหารที่ไม่มั่นคงในความสุจริต เมื่อมีโอกาสก็มีพฤติกรรมที่ทุจริต ไม่ว่าพฤติกรรมนั้นจะปรากฎหรือไม่ปรากฎ มีหลักฐานชัดเจนหรือบิดเบือนหลักฐานไปได้ก็ตาม แต่ก็ต้องนับว่าพฤติกรรมที่ทุจริตนั้นย่อมเป็นสิ่งที่ผิดและลดทอนเกียรติศักดิ์และเกียรติภูมิของทหารลงไปอย่างช่วยไม่ได้

'นายกฯ' ยัน!! ทุกปัญหา 'ศก.-เงินเฟ้อ-พลังงาน' แก้ไขเต็มที่ พ้อ!! จุดแข็งประเทศมีมาก แต่หลายคนชอบโจมตีเรื่องลบ ๆ

นายกฯ ชี้แจง!! รัฐบาลแก้ไขวิกฤตราคาพลังงานสูง เงินเฟ้อ ยืนยันดูแลทุกด้านเศรษฐกิจสาธารณสุขตามแนวทางสายกลางอย่างเต็มความสามารถ

เมื่อค่ำของวันที่ 21 ก.ค.65 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมการประชุมการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 โดยได้ชี้แจงต่อเรื่องวิกฤตด้านพลังงานสูง ของแพง น้ำมันแพง เป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นจริงกับไทย และเกิดกับทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งเกิดจากผลกระทบของโรคโควิด-19 สงคราม ผลพวงจากนโยบายการเงิน-การคลังของประเทศใหญ่ ๆ ที่ใช้ในการแก้ปัญหาโควิด-19 โดยเฉพาะนโยบาย Zero Covid Policy ในบางประเทศ ก่อให้เกิดการผันผวนทางเศรษฐกิจทั่วโลก ทั้งอัตราค่าเงิน เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย เกิดปัญหาขึ้นกับทุกประเทศ เป็นไปตามหลักการเศรษฐศาสตร์ 

"อัตราเงินเฟ้อโลกพุ่งสูงมากในช่วงโควิด เกิดกับทุกประเทศแม้กระทั่งประเทศมหาอำนาจ ก็ได้รับผลกระทบ หากดูราคาน้ำมันดิบ ช่วงโควิด ราคาน้ำมันต่ำลงมากในช่วงที่ไม่มีการเดินทาง เมื่อเปิดประเทศมีการเดินทางและปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทำให้ราคาน้ำมันดิบแพงขึ้น 100 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ซึ่งไทยต้องนำเข้ามากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ และได้มาจากประเทศเพื่อนบ้านซึ่งก็ไม่มากนัก สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติภัยครั้งใหญ่ของโลก เป็นคลื่นที่พัดพาความเสียหายเหล่านี้มายังประเทศไทย แม้ในบางพื้นที่จะดีขึ้น แต่ก็ยังฝากความเสียหายกับเศรษฐกิจและสังคมทั่วโลกอย่างมหาศาล ซึ่งรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ เรียกประชุมหลายครั้ง และประชุมหารือในเรื่องจำนวนคนเสียชีวิตจากโควิดทั่วโลกยังคงมีจำนวนสูง มีการปิดเมือง ปิดประเทศและการเดินทาง ทำให้ธุรกิจเสียหาย และกว่าจะตั้งหลักใหม่ต้องใช้เวลาพอสมควร หลายประเทศเลือกใช้นโยบายเศรษฐกิจนำหน้าสาธารณสุข ส่งผลให้จำนวนคนตายเยอะกว่าค่าเฉลี่ยโลก บางประเทศเป็นผู้ผลิตวัคซีนและยา เมื่อเกิดการผันผวนทางเศรษฐกิจ มีเกิดภาวะเงินเฟ้อและหนี้สาธารณะสูง เสถียรภาพทางเศรษฐกิจเสียหาย ทำให้เกิดเงินเฟ้อมหาศาล หลายประเทศต้องขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังจัดการดูแลสิ่งเหล่านี้อยู่

"ขณะที่บางประเทศ ใช้สาธารณสุขนำหน้าเศรษฐกิจ ผลคืออัตราคนตายน้อยลง และเศรษฐกิจผันผวนน้อยกว่า อย่างไรก็ดี ไทยใช้ทางสายกลาง สร้างความสมดุลระหว่างสุขภาพและปากท้อง ยืดหยุ่นได้ตามสถานการณ์ ใช้มาตรการควบคุมเท่าที่จำเป็น ขอยืนยันว่า ไม่ได้ใช้เพื่อควบคุมการชุมนุม เพียงต้องการควบคุมสถานการณ์โควิด ไม่ต้องการให้มีการเสียชีวิต จึงต้องรักษาทางสายกลางให้ได้ ไม่ให้เกิดความเครียดจากโควิด เศรษฐกิจ และความขัดแย้ง สังคมไทยต้องไม่เครียดเกินไป กิจกรรมที่มีความเสี่ยงมากต้องควบคุม"

นายกฯ กล่าวอีกว่า อัตราการตายของไทยอยู่ระดับต่ำมาก อยู่ในลำดับ 127 ของโลก อันดับที่ 6 ของอาเซียน แต่นายกรัฐมนตรียังคงไม่พอใจ รัฐบาลทำทุกวิถีทางเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทั้งการกู้เงิน เพื่อจัดหาวัคซีน รักษาประชาชน ช่วยเหลือเยียวยาประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ 1.5 ล้านล้านบาท ใช้เงินกว่า 854,000 ล้านบาท แก้ไขปัญหาและช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบกว่า 45 ล้านราย ยืนยันว่า รัฐบาลนำเงินช่วยเหลือตรงกลุ่มเป้าหมาย ผ่านโครงการเราชนะ โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ม.33 ช่วยเหลือค่าน้ำ-ค่าไฟ คนละครึ่ง รักษาการจ้างงาน SMEs

ในส่วนของการดำเนินการที่ผ่านมา นายกฯ เผยว่า เป็นผลดีพอสมควร ได้รับการร่วมมือจากนโยบายเปิดประเทศได้อย่างดี หลายประเทศชื่นชมไทย หารือความร่วมมือกับไทยเพื่อดูแลและแก้ไขปัญหาโควิด และมีการจัดตั้งศูนย์โรคระบาดใหม่ที่ไทย จึงขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ทำให้ประเทศไทยมีชื่อเสียง องค์กรระหว่างประเทศชื่นชมไทยว่า ดูแลโควิดได้ดีที่สุด เป็นต้นแบบความสำเร็จอันดับ 3 ของโลก 

นอกจากนี้ เรื่องสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP หลายประเทศมีนโยบายต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สาธารณะ ไทยก็เช่นกัน และมีการกำหนดเป็นไปตามหลักการสากล โดยไทยรักษาหนี้สาธารณะได้อย่างดี ซึ่งจากข้อมูลของ IMF ไทยมีหนี้สาธารณะเป็นเพียงสีส้มอ่อน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับหลายๆ ประเทศ ไทยมีหนี้สาธารณะไม่มาก ทั้งนี้ ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลก ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และวิกฤตพลังงาน ซ้ำเติมภาวะเงินเฟ้อ ทำให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทอ่อนค่าลง รัฐบาลมีความพยายามในการแก้ไขปัญหามาตลอด เร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนประชาชน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของไทยไว้ให้ได้ ดูแล ลดค่าครองชีพ ลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ ลดผลกระทบภาวะเงินเฟ้อ เพื่อให้ประชาชนได้มีเวลาปรับตัวด้วยมาตรการต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น การช่วยเหลือซื้อก๊าซหุงต้ม ค่าน้ำมันให้ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้า ก๊าซ NGV รักษาราคาน้ำมันดีเซล เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ยังขอความร่วมมือผู้ประกอบการตรึงราคาสินค้าให้ได้มากที่สุด ขายสินค้าราคาถูกผ่านร้านธงฟ้า ตลอดจนได้เสริมสภาพคล่องให้แก่ภาคธุรกิจ และแรงงานในระบบประกันสังคม ด้วยการลดเงินสมทบประกันสังคม ในส่วนของนายจ้างและผู้ประกันตน ทุกมาตราเป็นระยะเวลา 3 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม - กรกฎาคม 2565 โดยคิดเป็นมูลค่าประมาณ 34,540 ล้านบาท และได้ต่อมาตรการดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างต่อเนื่อง จนถึงเดือนกันยายน 2565 

"รัฐบาลทำงานอย่างเต็มที่มาโดยตลอด และสามารถประคับประคองประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ มาได้ และแม้ปัจจุบันจะเผชิญหน้ากับแนวโน้มของอัตราเงินเฟ้อที่อาจจะสูงที่สุดในรอบ 13 ปี แต่ยังรักษาการเติบโตของเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง และยังคงรักษาอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินของประเทศไว้ได้ในระดับที่ดีเหมือนก่อนเจอวิกฤต ต่อจากนี้ วิกฤตเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มที่จะแย่ลง หลายประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ๆ กำลังจะเข้าสู่ภาวะถดถอย หรือ Recession ในขณะที่เกิดภาวะเงินเฟ้อสูง ถึงสูงมาก รัฐบาล และธนาคารกลางทั่วโลก ต้องใช้นโยบายเศรษฐกิจตึงตัว รวมถึงการดึงเงินกลับเข้าประเทศ (Quantitative Tightening) และออกมาตรการต่างๆ ขึ้นดอกเบี้ย ขึ้นภาษี เพื่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้น ซึ่งประเทศส่วนใหญ่ที่มีการกู้เงินในช่วงวิกฤตโควิด และกำลังเผชิญกับดอกเบี้ยที่สูงขึ้น จะทำให้รัฐบาลมีเงินเหลือใช้จ่ายประจำ และลงทุนน้อยลง ก็จะเป็นสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบาก"

'นริศ' มั่นใจ 'สมคิด' เหมาะเป็นผู้นำประเทศ ชี้พร้อมทั้งผลงานและประสบการณ์ นำพาประเทศผ่านหลายวิกฤติ ที่สำคัญ “ไม่คอรัปชั่น”

วันที่ (22 ก.ค. 2565) นายนริศ เชยกลิ่น โฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) โพสต์ข้อความเฟซบุ๊ก พร้อมภาพที่ถ่ายร่วมกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี  และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคสร้างอนาคตไทย โดยระบุว่า ตนมีความภูมิใจอย่างมากที่ได้มีโอกาสถ่ายรูปนี้คู่กับอาจารย์สมคิด เมื่อวันครบรอบ 88 ปี ของการสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งอาจารย์ได้รับมอบเข็มเกียรติยศอันทรงเกียรติจากมหาวิทยาลัย ที่มอบแก่ศิษย์เก่าเพียงไม่กี่คนเท่านั้น โดยหลังจากพิธีมอบเข็มฯ ดังกล่าว ตนได้นั่งฟังอาจารย์ปาฐกถาถึงสาเหตุที่เข้ามาทำงานการเมือง มุมมองต่อการเมือง เศรษฐกิจของประเทศ   และข้อเสนอทางออกของประเทศให้พ้นจากวิกฤติในปัจจุบัน

แลกหมัด!! ศึกอภิปรายซักฟอกรัฐบาล

จากกรณีที่ น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส. จังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย อภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประเด็นเหมืองทองอัครา ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้าผู้บริหารราชการแผ่นดินกระทำความผิด ใช้มาตรา 44 และมติครม. ออกคำสั่งระงับกิจการเหมืองแร่ทองคำจนทำให้เกิดความเสียหาย แม้เรื่องเหมืองทองอัคราจะถูกนำมาอภิปรายในสภาไปแล้ว และดูจะไม่จำเป็นต้องเอามาอภิปรายอีกครั้ง เพราะคดียังไม่ถึงที่สุดนั้น

ด้านรมต.อุตสาหกรรม ก็ได้ออกมาชี้แจงให้ทราบอีกครั้ง โดยยืนยันว่า ปมพิพาทเหมืองทองอัครา ยืนยันนายกฯ สั่งศึกษารอบด้าน-ยึดประโยชน์ชาติ และโอกาสชนะทางคดีมีกว่า 60% 

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีตามรับธรรมนูญมาตรา 151 ประเด็นข้อพิพาทเหมืองทองอัคราที่มีการใช้มาตรา 44 ปิดเหมืองทองอัครา กรณีที่น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ระบุว่า...

ที่ผ่านมามีการเสนอให้นายกฯ ยกเลิกการใช้มาตรา 44 ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอให้นายกฯ ใช้มาตรา 44 ระงับทำเหมืองอัคราชั่วคราว โดยไม่ใช้กฎหมายทั่วไป

พล.อ.ประยุทธ์ตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบเกือบ 3 ปี ก่อนใช้มาตรา 44 ตามข้อเสนอ เพื่อความปลอดภัยประชาชน ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มใด

ส่วนเอกสารกระทรวงต่างประเทศที่ทักท้วงการใช้มาตรา 44 นั้น เป็นการพูดความจริงครึ่งเดียว เอกสารดังกล่าวระบุว่า หากมีความจำเป็นต้องใช้มาตรา 44 จะต้องทำเพื่อป้องกันสุขภาพประชาชนและสิ่งแวดล้อม

กรณีนี้จึงออกคำสั่งที่คำนึงถึงสุขภาพประชาชนเป็นสำคัญ

ส่วนที่บริษัททนายฝ่ายไทยประเมินไทยแพ้คดีแน่ ก็ไม่เป็นจริง หนังสือดังกล่าว ตนเสนอครม.รายงานการต่อสู้คดี ประเมินว่า ฝ่ายไทยมีโอกาสชนะ 66% แพ้ 34% ไม่ใช่แพ้คดีแน่นอน ถ้าบริษัทคิงส์เกตมีโอกาสชนะ 100% ได้ค่าเสียหาย 3 หมื่นล้านบาท คงไม่มาเจรจารัฐบาลไทย

ที่ผ่านมา คิงส์เกตกำไรปีละ 800 ล้านบาท ต้องใช้เวลา 38 ปี จึงได้เงินดังกล่าว ถ้าคิดว่าชนะแน่ คงไม่เจรจา ถ้าได้เงิน 30,000 ล้านบาทแน่นอน หลังจากคิงส์เกตเห็นข้อต่อสู้ฝ่ายไทย จึงเข้าใจสิ่งที่ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายแร่ฉบับใหม่ ทางบริษัท อัคราจึงกลับมาขอประทานอาชญาบัตร พื้นที่ 44 แปลง ส่วนการขออาชญาบัตรแสนกว่าไร ปัจจุบันยังไม่เดินเรื่องขอ ยังไม่อนุญาตใดๆ หากมาเดินเรื่อง ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับอนุญาต ต้องดูแผนสำรวจมีความเหมาะสมหรือไม่

'นายกฯ' หนุน ผู้ว่าฯ กทม. สั่งรถทหารช่วยขนประชาชนช่วงฝนตกหนัก

'บิ๊กตู่' สั่งการกองทัพหนุน กทม. ช่วยน้ำท่วมพร้อมส่งรถบรรทุกทหาร กำลังพล ช่วยเหลือผู้ประสบน้ำท่วมในพื้นที่ กทม. ทันที เพื่อเคลื่อนย้ายคน สิ่งของ และเครื่องกีดขวาง 

เมื่อวันที่ 22 ก.ค. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนัก ตั้งแต่คืนวันที่ 20 กรกฎาคม ถึงช่วงเช้าวันที่ 21 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมอย่างหนักในหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร จากปริมาณน้ำฝนที่ตกสะสม โดยเฉพาะบนถนนหลักในกรุงเทพฯ มากกว่า 20 เส้นทาง และตามจุดท่วมขังซ้ำซาก รวมถึงย่านที่อยู่อาศัย ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการให้กองทัพ เร่งสนับสนุน ให้ความช่วยเหลือ กทม. อย่างเต็มที่

'โจ ไบเดน' ปธน.สหรัฐฯ ติดโควิด หลังฉีดเข็มกระตุ้นแล้ว 2 เข็ม

(21 ก.ค. 65) แถลงการณ์ของทำเนียบขาวระบุว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ มีผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 เป็นบวก เมื่อช่วงเช้าวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น ในกรุงวอชิงตัน แต่มีอาการไม่มากนัก

ทั้งนี้ ไบเดน วัย 79 ปี ซึ่งได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว รวมถึงเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้วถึง 2 ครั้ง จะกักตัวอยู่ในทำเนียบขาว และปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ตามปกติ รวมถึงเข้าร่วมการประชุมต่าง ๆ ผ่านระบบโทรศัพท์ทางไกลและทาง ZOOM จนกว่าจะมีผลตรวจกลับมาเป็นลบ โดยในระหว่างนี้จะรับประทานยาแพ็กซ์โลวิด ซึ่งเป็นยาต้านเชื้อโควิด-19

ส่วนคนใกล้ชิดของประธานาธิบดีไบเดน ทั้งสมาชิกสภาคองเกรส และเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ได้รับแจ้งเรื่องนี้แล้ว และได้รับคำแนะนำให้เข้ารับการตรวจหาเชื้อทันที ส่วนจิลล์ ไบเดน สตรีหมายเลขหนึ่ง ซึ่งขณะนี้อยู่ที่รัฐแดลาแวร์ มีผลตรวจหาเชื้อเป็นลบ


ที่มา: https://www.naewna.com/inter/668350

รอง ผบ.ตร. สั่งจราจรเตรียมพร้อมรับมือรถติดช่วงฝนตกหนัก หวั่นเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

(21 ก.ค.65) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะรับผิดชอบงานด้านจราจร ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศช่วยอำนวยการจราจรให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ในช่วงฝนตกหนัก 21-24 ก.ค.65 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ฯ เปิดเผยว่า ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา คาดจะมีฝนตกหนักทุกภาคของประเทศในช่วง 21-24 ก.ค.65 ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอุทกภัย และมีน้ำท่วมขัง หวั่นเกิดการจราจรติดขัดในหลายเส้นทาง เพื่อเป็นการป้องกันและลดอุบัติเหตุ ตลอดจนอำนวยการจราจรให้กับประชาชน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรทุกพื้นที่ทั่วประเทศออกปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง จุดใดมีน้ำท่วมขังให้จัดตำรวจจราจรอำนวยความสะดวก และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันแก้ไขปัญหา รวมทั้งจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ สำรวจเครื่องหมายจราจร ระบบไฟฟ้าส่องสว่างบนถนนในพื้นที่ให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ ตลอดจนเตรียมแผนเผชิญเหตุและชุดเคลื่อนที่เร็วไว้แก้ไขปัญหากรณีมีรถจอดเสียหรือเกิดอุบัติเหตุกีดขวางการจราจร ให้เตรียมแผนการเคลื่อนย้ายรถและการเข้าไปแก้ไขสถานการณ์เพื่ออำนวยการจราจรที่จุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว

หัวหน้าจเรตำรวจประชุมคณะที่ปรึกษาสำนักงานจเรตำรวจ ครั้งที่ 3

(21 ก.ค. 65) เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.เชษฐา โกมลวรรธนะ หัวหน้าจเรตำรวจ เป็นประธานการประชุมคณะที่ปรึกษาสำนักงานจเรตำรวจ ครั้งที่ 3/2565 โดยมี พล.ต.ต.ศักดิ์รพี เพรียวพานิช รองจตร., พล.ต.ต.ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ ผบก.บก.อก.จต., ดร.พีรวัฒน์ สุรเศรษฐ ประธานกต.ตร.กทม.(ภาคประชาชน) - ประธานที่ปรึกษาสำนักงานจเรตำรวจ, คุณขวัญชัย บุญสุวรรณ, คุณภาสกร กฤตยารักษ์สกุล, คุณมังกร จารุสถิติ, คุณสินาท เฮงสุวนิช, คุณศุภชัย อิทธิปาลกุล และคณะที่ปรึกษาทุกท่านร่วมเข้าประชุม 

กระทรวงเกษตรฯ' จับมือ 'หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย' ตั้งกลไกใหม่ 'กรกห.' มุ่งเป้าหมายประเทศมหาอำนาจอาหารภายในปี 2030

'กระทรวงเกษตรฯ' จับมือ 'หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย' ตั้งกลไกใหม่ 'กรกห.' ขับเคลื่อนเกษตรมูลค่าสูงเพื่อยกระดับเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนสู่เป้าหมายประเทศมหาอำนาจอาหารภายในปี 2030

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรละสหกรณ์ พร้อมด้วย นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการบริหารประชุมหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับหอการค้าและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมด้วยในวันนี้ ณ ห้องประชุม อาคารบรรเจิดชลวิจารณ์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงวิสัยทัศน์และเป้าหมายการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการลดความเหลื่อมล้ำด้วย 3 แนวทางการ (3 Value Chains) คือ การค้า&การลงทุน เกษตร&อาหารและท่องเที่ยว&บริการเพื่อขับเคลื่อนBCGและESG Model เพื่อธุรกิจที่ยั่งยืนภายใต้การขับเคลื่อนของ 29 คณะกรรมการยุทธศาสตร์ 12 คณะทำงานโดยโครงสร้างเครือข่ายได้แก่ หอการค้า 76 จังหวัด  สมาคมการค้า 144 สมาคม หอการค้าต่างประเทศ 40 ประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าและ YEC รวมสมาชิก 114,849 ราย ซึ่งหอการค้าทำหน้าที่เชื่อมโยงการทำงานระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชนเพื่อยกระดับเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

พร้อมกันนั้น รองประธานหอการค้า ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายชูศักดิ์ ชื่นประโยชน์ นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา และดร.ขนินทร์ ชริศราพงษ์ กก.บห. รวมทั้งนส.ณัฏฐ์รดา คุณะวิวัฒนานนท์ นายกสมาคมกาแฟพิเศษไทยนำเสนอประเด็นการหารือ
1. การปฏิรูปเศรษฐกิจด้วยการสร้างเกษตรมูลค่าสูง
2. การเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพงาน APEC 2022
3. การสร้างมูลค่าสินค้าเกษตรด้วยการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคต  
4. การส่งเสริมและพัฒนาปศุสัตว์ไทย (โคเนื้อ)
5. การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง (PET Foods)

ทางด้านนายอลงกรณ์ ได้กล่าวถึง 5 ยุทธศาสตร์การบริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้แก่ 1.การตลาดนำการผลิต 2.ยุทธศาสตร์เทคโนโลยีเกษตร 4.0 3.นโยบาย 3s Safety Security and Sustainability เกษตรปลอดภัย เกษตรมั่นคง และเกษตรยั่งยืน 4.ยุทธศาสตร์เชิงรุกสร้างการบูรณาการระหว่างหน่วยงานองค์กรภาคีเครือข่าย และ5.ยุทธศาสตร์เกษตรกรรมยั่งยืนตามแนวทางศาสตร์พระราชา เพื่อปฏิรูปภาคเกษตรกรรมสู่เกษตรมูลค่าสูง ทั้งนี้ความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยจะมีบทบาทสำคัญในการเดินหน้าสู่เป้าหมายประเทศส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารท็อปเทนของโลกและมหาอำนาจอาหารภายในปี 2030 พร้อมกับเสนอกลไกความร่วมมือในรูปคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หริอ กร.กห. เช่นเดียวกับที่ได้จัดตั้งกรกอ.คือคณะกรรมการความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

โดยนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานหอการค้าฯ ได้แสดงความเห็นด้วยและยินดีที่จะร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติโดยรวมต่อไป

นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้รับทราบถึงประเด็นความร่วมมืออื่นๆเช่น การอำนวยความสะดวกทางการค้าและการพัฒนา NSW (Trade & Services 4.0) ,มาตรการสุขอนามัยSPS และมาตรการปกป้องทางการค้า , การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน ,โครงการ The Brand Projectสู่เกษตรมูลค่าสูง ,โครงการพัฒนาตลาดและร้านค้าเกษตรออนไลน์และออฟไลน์ ,โครงการพัฒนาตลาดกลางสินค้าเกษตร ,โครงการส่งเสริมระบบประมูลสินค้าเกษตร ,โครงการพัฒนาระบบความเย็น (Cold Chain) , โครงการ GMP plus ,โครงการเกษตรกรรมยั่งยืนในเมืองและชนบท ,โครงการพัฒนาโลจิสติกส์การค้า , ความร่วมมือด้านมาตรฐานการผลิตสินค้าเกษตร , การสนับสนุนการค้าและการกระจายผลไม้และสินค้าเกษตรเช่นการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรและช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ, การพัฒนาแรงงานและการส่งเสริมการศึกษาภาคเกษตรโดยมหาวิทยาลัยหอการค้า, การผนึกความร่วมมือระหว่างเครือข่ายเกษตรกรรุ่นใหม่ (YSF) กับนักธุรกิจรุ่นใหม่ (YEC) ตลอดจนการสนับสนุนการขับเคลื่อนศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (ศูนย์ AIC) 77 จังหวัดและศูนย์ความเป็นเลิศ 23 ศูนย์ ซึ่งมีหน้าที่วิจัยและพัฒนาถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตร ซึ่งมีหอการค้าจังหวัดเป็นกรรมการบอร์ดAICเพื่อต่อยอดการพัฒนาธุรกิจเกษตรเช่นสตาร์ทอัพเกษตรและเอาเอ็มอี.เกษตรในแต่ละจังหวัด เป็นต้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top