Wednesday, 29 July 2026
Hard News Team

ทรัมป์สั่งเก็บภาษี 35% สินค้าจากแคนาดา โยงปัญหาเฟนทานิล!! ขู่เก็บเพิ่มอีกหากเจรจาไม่คืบ

(11 ก.ค. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศผ่าน Truth Social ว่าจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาสูงถึง 35% เริ่ม 1 สิงหาคมนี้ พร้อมขู่ใช้มาตรการภาษีเพิ่มเติมอีก 15-20% กับประเทศคู่ค้าอื่น ๆ หากไม่มีความคืบหน้าในการเจรจาข้อตกลงการค้าใหม่ ซึ่งมีกำหนดเส้นตายวันที่ 21 กรกฎาคม

นายกรัฐมนตรีแคนาดา มาร์ก คาร์นีย์ (Mark Carney) ตอบโต้ผ่านแพลตฟอร์ม X โดยระบุว่ารัฐบาลจะปกป้องแรงงานและธุรกิจของแคนาดาอย่างเต็มที่ พร้อมเดินหน้าหารือกับสหรัฐฯ เพื่อหาทางออกก่อนถึงเส้นตาย ขณะเดียวกัน แคนาดาก็เริ่มใช้มาตรการตอบโต้ เช่น การยกเลิกภาษีเทคโนโลยีสหรัฐฯ เพื่อประคองการเจรจา

ทรัมป์ให้เหตุผลว่าภาษีดังกล่าวเป็นผลจาก 'ความล้มเหลวของแคนาดา' ในการหยุดยั้งการลักลอบนำเข้าเฟนทานิล (สารเสพติด) เข้าสหรัฐฯ รวมถึงการตั้งกำแพงภาษีกับสินค้านมสหรัฐฯ และการขาดดุลการค้าระหว่างสองประเทศ แม้ข้อมูลจากศุลกากรสหรัฐฯ จะระบุว่าเฟนทานิลที่จับได้ตามแนวชายแดนแคนาดามีสัดส่วนเพียง 0.2% เท่านั้น

นอกจากมาตรการใหม่ ทรัมป์ยังคงภาษี 25% ที่เคยประกาศใช้กับรถยนต์ เหล็ก อะลูมิเนียม และสินค้าแคนาดาบางรายการ และเตรียมขึ้นภาษีทองแดงอีกรอบในเดือนหน้า สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบหนักต่อภาคอุตสาหกรรมของแคนาดา ซึ่งพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ กว่า 75% ของการส่งออกทั้งหมด

พันเอกหน่วยข่าวกรองยูเครน ถูกยิงดับกลางกรุงเคียฟ คาดเป็นการลอบสังหาร หลังส่งโดรนถล่มฐานรัสเซีย

เช้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (10 ก.ค. 68) เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองยูเครน (SBU) ถูกจ่อยิงเสียชีวิต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นการลอบสังหาร โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างสอบสวน ซึ่งชื่อของผู้เสียชีวิตมีการเปิดเผยออกมาคือ พันเอก อีวาน โวโรนีช (Ivan Voronych)

กล้องวงจรปิดในพื้นที่ ซึ่งถูกเผยแพร่ในช่อง Telegram ท้องถิ่น เผยให้เห็นชายคนหนึ่งเดินออกจากอาคารพร้อมถือถุงสองใบ ก่อนถูกชายสวมหน้ากากปกปิดใบหน้าเข้ามาใกล้และจ่อยิงล้มลงกลางถนน กล้องยังจับภาพมือปืนยิงซ้ำอีกหลายนัด ก่อนหลบหนีไป

ด้านตำรวจเคียฟเร่งล่ามือสังหาร และทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อสืบหาตัวผู้ก่อเหตุ โดยสำนักข่าวรอยเตอร์สามารถยืนยันตำแหน่งของวิดีโอที่เกิดเหตุฆาตกรรมได้ โดยระบุว่าเป็นย่านหนึ่งในกรุงเคียฟ 

การลอบสังหารครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง SBU เพิ่งประสบความสำเร็จในการปฏิบัติการ “Operation Spiderweb” ซึ่งใช้โดรนโจมตีฐานทัพอากาศในรัสเซียเมื่อเดือนก่อน ส่งผลให้เครื่องบินรบหลายลำ รวมถึงเครื่องบินทิ้งระเบิดและเครื่องบินสอดแนมของรัสเซียถูกทำลายหรือเสียหายหนัก จึงมีความเป็นไปได้ว่าการลอบยิงครั้งนี้อาจเป็นการตอบโต้จากฝั่งตรงข้าม

จีนรับรอง ‘ทุเรียนกัมพูชา’ เข้าไลน์นำเข้า คาดดันมูลค่าส่งออกเกษตรพุ่ง หลังตลาดจีนต้องการสูง

(11 ก.ค. 68) รัฐบาลจีนประกาศรับรองการส่งออก 'ทุเรียน' จากกัมพูชาอย่างเป็นทางการ ทำให้ทุเรียนกลายเป็นผลไม้สดชนิดที่ 5 ที่กัมพูชาสามารถส่งออกไปยังจีนได้ ต่อจากกล้วย มะม่วง ลำไย และมะพร้าว ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรและขยายตลาดผลไม้ของกัมพูชา

เอกอัครราชทูตจีนประจำกัมพูชา หวัง เหวินปิน (Wang Wenbin) เปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียว่า สำนักศุลกากรแห่งชาติจีน (GACC) ได้อัปเดตรายชื่อสวนผลไม้และโรงงานบรรจุภัณฑ์จากกัมพูชา ซึ่งผ่านการขึ้นทะเบียนตามข้อกำหนดด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยของจีน โดยระบุชื่อทุเรียนไว้ในรายการล่าสุด

หมายความว่าทุเรียนกัมพูชาได้ผ่านการตรวจสอบและปฏิบัติตามข้อกำหนดทุกขั้นตอนแล้ว และสามารถเริ่มส่งออกไปยังจีนได้ทันทีในปี 2025 ส่งผลให้เป็นผลิตภัณฑ์เกษตรคุณภาพสูงรายการแรกของปีที่ได้รับการอนุมัติจากทางการจีน

จีนระบุว่าความคืบหน้าครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งผลสำเร็จระหว่างจีนและกัมพูชา ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ผลักดันให้ผลไม้กัมพูชาหลายชนิดเข้าสู่ตลาดจีนได้สำเร็จ สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการค้าเกษตรของทั้งสองประเทศ

ทั้งนี้ ทางการกัมพูชาคาดว่าการส่งออกทุเรียนจะช่วยเพิ่มรายได้เข้าสู่ประเทศ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากความนิยมของทุเรียนในตลาดจีน ซึ่งมีความต้องการสูง และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

รมว.วัฒนธรรม เปิดเวที 'SPLASH - Soft Power Forum 2025' ชูแนวคิดวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ยกระดับซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่เวทีโลก

เมื่อวันที่ (8 ก.ค.68) เวลา 14.00 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน SPLASH - Soft Power Forum 2025 โดยมี คณะรัฐมนตรี ผู้บริหารภาครัฐ ภาคเอกชน คณะทูตานุทูตประจำประเทศไทย และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ เข้าร่วมงาน ณ เวที Visionary Stage Hall 4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายในงานแบ่งเป็น 6 โซนไฮไลต์บอกเล่าเรื่องราวเป้าหมายการทำงานของ THACCA รวมทั้งพื้นที่สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และเวิร์กช็อป สร้างทักษะใหม่ให้กับเยาวชน ผู้ประกอบการ เพื่อหวังจุดประกายสร้างโอกาสให้คนไทยและขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ระดับสากล 

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า โลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซับซ้อน และไม่แน่นอน ประเทศไทยต้องปรับตัวจากการพึ่งพาอุตสาหกรรมแบบเดิม เช่น การเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ หรือ "ครัวของโลก" ไปสู่การใช้ "วัฒนธรรมสร้างสรรค์" เป็นพลังเศรษฐกิจใหม่ ผ่านการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ที่มีรากจากท้องถิ่น แต่สื่อสารได้อย่างสากล

โดยนางสาวแพทองธาร ได้ประกาศ 5 กลยุทธ์หลักในการยกระดับอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์สู่เวทีโลก ได้แก่
1. อาหารไทย เปิดโมเดล “Thai Cuisina” ศูนย์รวมร้านอาหารไทย 4 ภาค และซูเปอร์มาร์เก็ตสินค้าไทยในต่างประเทศ พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Thai Culinary Tourism) และยกระดับมาตรฐาน “Thai Select” สู่ระดับโลก
2. มวยไทย การสร้างกระแส “Muay Thai Bootcamp” ไลฟ์สไตล์สายสุขภาพควบคู่กับการ Detox และสมาธิ พร้อมพัฒนาลีกอาชีพและการแข่งขันมาตรฐานสากล
3. Thai Wellness การผสานศาสตร์นวดไทย สมุนไพร และอาหารสุขภาพ สู่ “Thai Retreat Chain” ที่ให้บริการแบบองค์รวม พร้อมผลักดันสมุนไพร และนวดไทยด้วยฐานวิจัยทางการแพทย์
4. ภาพยนตร์ไทย การส่งเสริมการสร้างสรรค์ ผ่าน “writer’s room” และ “creative lab” สนับสนุนด้วย Cash Rebate และตั้งกองทุน Co-production พร้อมจัดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ เพื่อเปิดตลาดภาพยนตร์ไทยสู่สากล
5. อัญมณีไทย การยกระดับจาก “ช่าง” สู่ “ศิลปิน” ด้วยการฝึกอบรมและมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการส่งออกแตะ 1 ล้านล้านบาทใน 5 ปี

รมว.วัฒนธรรม เน้นว่า ซอฟต์พาวเวอร์ไม่ใช่เพียงวัฒนธรรมที่น่าภาคภูมิใจ แต่คือเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่สร้างรายได้มหาศาล และประเทศไทยมีทุกองค์ประกอบที่โลกต้องการ ทั้งความคิดสร้างสรรค์ ความหลากหลาย ความยั่งยืน และความเป็นของแท้ โดยนโยบายในปีที่ผ่านมาเน้นการบูรณาการภาครัฐ-เอกชน และการเปลี่ยนบทบาทภาครัฐจากผู้ควบคุมเป็น "ผู้สนับสนุน" ที่เปิดทางให้เอกชนนำ ดังนั้น งาน SPLASH - Soft Power Forum 2025 ไม่ใช่แค่เวทีแสดงศักยภาพ แต่คือพื้นที่แห่งความร่วมมือ แรงบันดาลใจ และอนาคตของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย

ขณะที่ นายสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ว่าประเทศไทยจะมีวัฒนธรรมที่แข็งแกร่ง เช่น อาหารไทย มวยไทย ภาพยนตร์ แต่ยังขาดระบบสนับสนุนที่ดีพอให้แข่งขันในตลาดโลก จุดนี้คือสิ่งที่รัฐบาลต้องใช้เวลาและความทุ่มเทอย่างมากในการสร้างแบรนด์และความนิยมในระดับนานาชาติ นโยบายซอฟต์พาวเวอร์ที่รัฐบาลทำในวันนี้ อาจใช้เวลาในอีก 10 ปีข้างหน้าในการแสดงผลลัพธ์ แต่วันนี้รัฐบาลได้แสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการส่งเสริมและผลักดันการทำงานให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยการจัดงาน SPLASH ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จของการจัดงาน ในปีที่ผ่านมา ในรูปแบบ Business Showcase ภายใต้แนวคิดวัฒนธรรมสร้างสรรค์ โอกาสเปล่งประกาย โดยตั้งเป้าให้ซอฟต์พาวเวอร์ไทยเป็นเครื่องยนต์ใหม่นำพาเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ภายในงานมีโซนกิจกรรมสำคัญ อาทิ เวทีเสวนานานาชาติ การแสดงวิสัยทัศน์ของผู้นำระดับโลก โดยได้รับเกียรติจาก นายทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ขึ้นแสดงวิสัยทัศน์หัวข้อ ”Crafting the Future : From OTOP to ThaiWORKS and beyond” ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 เวลา 13.30 – 14.20 น. และนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ขึ้นแสดงวิสัยทัศน์หัวข้อ “Rethinking Thai Sports in Disruptive Era” ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2568 เวลา 12.45 - 13.45 น. นอกจากนี้พบกับผู้นำทางความคิดจากหลากหลายวงการที่จะมาต่อยอดสร้างแรงบันดาลใจตลอด 4 วันเต็ม รวมทั้งนิทรรศการจาก 14 อุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ นำเสนอศักยภาพของอุตสาหกรรมในรูปแบบอินเตอร์แอคทีฟ พร้อมการโชว์เคสผลงานจากผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และเวิร์กช็อปอบรมพิเศษเพื่อการพัฒนาองค์ความรู้ด้านซอฟต์พาวเวอร์ ให้แก่เยาวชน ผู้ประกอบการ และชุมชน 

งาน SPLASH - Soft Power Forum 2025 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 - 11 กรกฎาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 10.00 - 20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) Hall 1-4 ชั้น G และ L2 ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมชมงานได้ฟรีตลอดทั้ง 4 วัน ติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook และ Instagram SPLASH Soft Power Forum

ย้อนประวัติ ‘อิคคิว’ ตัวอย่างพระหัวรั้น ดื่มเหล้า เคล้าสีกา แต่สุดท้ายได้กลับวัดเหตุเพราะไม่เหลือพระในระบบ

ใครที่โตมากับการ์ตูนญี่ปุ่นอาจจะจำ 'อิคคิวซัง' ได้ว่าเป็นเณรน้อยฉลาดเฉียบ ไขปริศนาได้ทุกอย่าง แต่ถ้าเล่าย้อนประวัติจริง ๆ แล้ว 'อิคคิว' ตัวจริง เป็นพระที่ดื้อ หัวรั้น แสบ และตรงไปตรงมาแบบสุดโต่ง เขาคือพระที่ใช้ชีวิตนอกกฎวัด ดื่มเหล้า จีบสาว และเขียนกลอนทะลึ่ง — แต่กลับกลายเป็นพระเซนที่คนญี่ปุ่นพูดถึงมากที่สุดคนหนึ่ง

กำเนิดจากรอยร้าวในราชสำนัก

อิคคิวเกิดในปี พ.ศ. 1937 (ค.ศ. 1394) ช่วงที่ญี่ปุ่นปั่นป่วนจากการแย่งชิงอำนาจระหว่างจักรพรรดิฝ่ายเหนือกับฝ่ายใต้

ประวัติศาสตร์หลายสายระบุว่า อิคคิวเป็นบุตรนอกสมรสของจักรพรรดิ 'โกะโกมัตสึ' กับหญิงคนหนึ่งที่ไม่ได้มีศักดิ์ฐานะสูงอะไรนักในวัง บางตำนานว่าหญิงผู้นี้เป็นนางในระดับล่าง บางตำนานก็ว่าเป็นเพียงสาวใช้ของขุนนาง แต่ไม่ว่าอย่างไร เธอก็ ไม่ได้รับการยอมรับ และถูก 'ผลักออกจากราชสำนัก' หลังตั้งครรภ์

แม่ที่อาจไม่ได้รักอะไรนอกจากตัวเอง

ข้อมูลหลายสายบอกว่า แม่ของอิคคิว 'อาศัยครรภ์' เพื่อไต่เต้า — บ้างก็ว่าเธอหวังจะจับพระจักรพรรดิ บ้างก็ว่าเธอถูกใครบางคนบงการให้ตั้งครรภ์เพื่อจุดประสงค์ทางการเมือง

แต่เมื่อเกิดเรื่อง เธอไม่สามารถรักษาตำแหน่งตัวเองไว้ได้ และสุดท้ายก็ทิ้งลูกไว้ให้วัดเลี้ยงตั้งแต่อายุ 5 ขวบ โดยเขียนจดหมายเสียใจภายหลัง ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่าที่จริงแล้วเธอก็แค่ “หาความรอดตัวเอง”

พระหัวดื้อในวัดหลวง

อิคคิวเติบโตในวัดชื่ออันโคคุจิ (Ankoku-ji) และศึกษาธรรมะสายเซนอย่างลึกซึ้ง แต่แทนที่จะปฏิบัติตามระเบียบวัดแบบหุ่นยนต์ เขาเริ่มตั้งคำถามกับระบบสงฆ์ และไม่ยอมจำนนต่อศีลธรรมจารีต

เขาเลือกออกเดินทาง ใช้ชีวิตแบบ 'พระนอกกรอบ' — ดื่มเหล้า เข้าซ่อง คบหญิงโสเภณี และแต่งกลอนอีโรติกแบบไม่อายฟ้าอายดิน เพราะเขาเชื่อว่า 'ความใคร่และความตาย' คือสิ่งที่สอนธรรมะได้ดีที่สุด

กลับสู่วัด ไม่ใช่เพราะศรัทธา แต่เพราะไม่มีใครเหลือ

สุดท้ายในบั้นปลายชีวิต หลังสงคราม เศษซากของวัดถูกเผา พระในระบบหายไปหมด ผู้คนเชิญอิคคิวกลับมา...ไม่ใช่เพราะรัก แต่เพราะไม่มีใครแล้ว

เขายอมกลับมาฟื้นฟูวัด ไม่ใช่เพื่อศรัทธา แต่เพราะ “ไม่อยากให้คนรุ่นหลังถูกหลอกอีก”

ชีวิตที่ฝากไว้ให้คิด ไม่ให้ยึด

ชื่อเล่นของอิคคิวคือ 'เมฆบ้า' (Crazy Cloud) เพราะเขาใช้ชีวิตเหมือนเมฆ — ลอยไปตามธรรมชาติ ไม่ติดอยู่กับกฎเกณฑ์ ไม่ยึดกับวัด ไม่ติดกับหญิง ไม่กลัวตาย

บทกวีของเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายโลกีย์ ความตาย ความโดดเดี่ยว และความเข้าใจธรรมชาติแบบเปลือยเปล่า ไม่มีศีลธรรมจอมปลอมมาปิดหน้า

เม็กซิโกสั่งเบรกแผนสร้างโรงงาน BYD หวั่นเสียข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ แต่บราซิลอ้าแขนรับ

(4 ก.ค. 68) รัฐบาลเม็กซิโกปฏิเสธแผนของ BYD บริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่จากจีนในการตั้งโรงงานในประเทศ เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อการเจรจาภาษีศุลกากรกับสหรัฐฯ โดยเฉพาะภายใต้แรงกดดันทางการเมืองจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

แม้ BYD จะยืนยันว่าโรงงานในเม็กซิโกจะผลิตเพื่อขายในละตินอเมริกา ไม่ใช่ตลาดสหรัฐฯ แต่รัฐบาลเม็กซิโกกลับไม่ให้ความร่วมมือ ทั้งไม่ขายที่ดินของรัฐ ไม่ให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี และออกท่าทีห่างเหินจากธุรกิจจีน เพื่อรักษาผลประโยชน์จากข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ และแคนาดา

ในขณะเดียวกัน BYD ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจในภูมิภาค โดยเร่งสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ในบราซิล ซึ่งคาดว่าจะสร้างงานได้กว่า 20,000 ตำแหน่ง และเดินหน้าส่งมอบรถยนต์ไปยังเม็กซิโกอย่างต่อเนื่อง โดยยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้นเกือบ 100 เท่าในปีที่ผ่านมา

แม้จะถูกขวางในเม็กซิโก แต่ BYD ยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก โดยพยายามเร่งสร้างฐานการผลิตนอกจีน ท่ามกลางแรงกดดันทั้งจากการเมืองระหว่างประเทศและการแข่งขันในอุตสาหกรรมรถยนต์ที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ผบ.ตร.นำคณะตำรวจไทยเยือนญี่ปุ่น เข้าพบ ผบ.ตร.ญี่ปุ่น และเอกอัครราชทูต หารือ แลกเปลี่ยนความร่วมมืออาชญากรรมไซเบอร์ คอลเซ็นเตอร์ ค้ามนุษย์  พร้อมดูงานสถานีตำรวจ หน่วยงานอาชญากรรมเทคโนโลยี เพื่อนำมาปรับใช้ ยกระดับการทำงานตำรวจไทย

(11 ก.ค.68) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6-9 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ และคณะ ได้เดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ

ผบ.ตร.และคณะเข้าเยี่ยมคารวะ นายโยชิโนบุ คุสึโนกิ ผบ.ตร.ญี่ปุ่น โดยได้มีการหารือประเด็นความร่วมมือในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ การฉ้อโกงออนไลน์ อาชญากรรมทางไซเบอร์ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในโอกาสนี้ ผบ.ตร.ได้กล่าวขอบคุณ ผบ.ตร.ญี่ปุ่น ที่อนุมัติในหลักการการส่งนายตำรวจประสานงานมาประจำยังประเทศญี่ปุ่น

คณะตำรวจไทยได้เดินทางไปเยี่ยมชมสถานีตำรวจชินจูกุ ซึ่งเป็นสถานีตำรวจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและพลเรือนปฏิบัติหน้าที่รวม 700 นาย ในจำนวนนี้แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิง 100 คน โดยคณะฯ ได้มีโอกาสเยี่ยมชมการฝึกของเจ้าหน้าที่ตำรวจแผนกต่างๆ ของสถานีตำรวจ ได้แก่ แผนกสืบสวนอาชญากรรมองค์กร และศูนย์รับแจ้งเหตุ

ผบ.ตร.และคณะยังได้เข้าพบ นายฮิเดอากิ โออิตะ ผู้อำนวยการสืบสวนอาชญากรรมทางไซเบอร์ เพื่อประชุม หารือ แลกเปลี่ยนข้อมูลการสืบสวนอาชญากรรมทางไซเบอร์ และศึกษาดูงานหน่วยวิเคราะห์ข้อมูลทางเทคโนโลยี โดยเป็นหน่วยงานทำหน้าที่สนับสนุนการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจในด้านการพิสูจน์หลักฐานทางดิจิทัล เช่น การตรวจสอบวัตถุพยานต่างๆ และการรักษาสภาพของวัตถุพยาน เช่น โทรศัพท์ ฮาร์ดดิสก์ รถยนต์ เป็นต้น และศึกษาดูงานศูนย์ต่อต้านการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งมีหน้าที่ในการตรวจสอบและเฝ้าระวังการกระทำที่เป็นภัยต่อประเทศญี่ปุ่น ที่เน้นการโจมตีทางไซเบอร์
  
นอกจากนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐฯ ยังได้นำคณะเข้าหารือกับ นายวิชชุ เวชชาชีวะ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว เพื่อหารือปัญหาการลักลอบเข้าเมือง การค้ามนุษย์ รวมถึงปัญหาการเดินทางของคนไทยและนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นที่เดินทางมายังประเทศไทยด้วย 

ทั้งนี้ การเดินทางเยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการของ ผบ.ตร.และคณะ นำมาซึ่งประโยชน์ของการหารือ แลกเปลี่ยนข้อมูลกับทางการญี่ปุ่น โดยเฉพาะอาชญากรรมทางไซเบอร์ คอลเซ็นเตอร์ การค้ามนุษย์ รวมทั้งการดูงานสถานีตำรวจ ศูนย์สืบสวนอาชญากรรมทางไซเบอร์ หน่วยงานพิสูจน์หลักฐานทางดิจิทัล ซึ่งได้ประโยชน์ แนวคิดหลายประการที่จะนำมาปรับใช้ในการทำงานของตำรวจไทย เพื่อยกระดับมาตรฐานการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ในการดูแลพี่น้องประชาชนต่อไป

 

‘มังกรทะเลสีน้ำเงิน’ โผล่หาดกะรน จ.ภูเก็ต อีกครั้ง เตือนภัยนักท่องเที่ยวห้ามจับเด็ดขาดมีพิษร้ายถึงชีวิต

เมื่อวานนี้ (10 ก.ค.68) เพจ 'ฉุกเฉินการแพทย์' ได้โพสต์เตือนภัย 'มังกรทะเลสีน้ำเงิน' โผล่ทะเลบริเวณหาดกะรน ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งมีพิษร้ายแรง หากสัมผัสโดนอันตรายถึงชีวิต

โดยทางเพจระบุข้อความว่า “ด่วนรับแจ้งจากประชาชนหาดกะรน จ.ภูเก็ต พบ Blue Dragon บริเวณหาดกะรน จากการตรวจสอบข้อมูลทางวิชาการที่มีการเผยแพร่กัน พบว่า Blue Dragon เป็นชื่อของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ใต้น้ำทะเลชนิดหนึ่ง โดยเป็นทากทะเลประเภทหนึ่ง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Glaucus Atlanticus หรือรู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า Blue Ocean Slug โดย Blue Dragon ถูกจัดอยู่ในประเภทสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง พบได้ตามมหาสมุทรและชายฝั่งน้ำอุ่นแถบประเทศออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ และยุโรป มีรูปร่างคล้ายมังกรหกปีกพร้อมลายสีน้ำเงินสดสะดุดตา โดยลำตัวจะโตยาวสุดแค่ 1-1.5 นิ้วเท่านั้น

มีนิสัยดุร้ายพร้อมโจมตีเหยื่อและผู้บุกรุกด้วยพิษสุดร้ายแรงที่จะเข้าไปทำลายระบบประสาทการทำงานของหัวใจและเซลล์ผิวหนัง

- บลูดรากอน (Blue Dragon) หรือมังกรทะเลสีน้ำเงิน มีพิษและเป็นอันตราย ห้ามจับเด็ดขาด ถึงแม้จะมีขนาดเล็กและสีสันสวยงาม แต่พิษของมันสามารถทำให้เกิดอาการระคายเคืองอย่างรุนแรงหากสัมผัสกับผิวหนัง พิษของมันมีฤทธิ์คล้ายกับแมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส

- พิษร้ายแรง:
บลูดรากอนไม่ได้ผลิตพิษเอง แต่เก็บสะสมพิษจากสัตว์ที่มันกิน เช่น แมงกะพรุนพิษ

- อาการเมื่อโดนพิษ:
หากโดนพิษของบลูดรากอน อาจมีอาการปวดแสบปวดร้อน คลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดศีรษะอย่างหนัก

- อันตรายถึงชีวิต:
สำหรับผู้ที่แพ้พิษ อาจมีอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

- ข้อควรระวัง:
หากพบเห็นบลูดรากอนบนชายหาดหรือในทะเล ห้ามเข้าใกล้หรือสัมผัสเด็ดขาด

- การปฐมพยาบาลเบื้องต้น:
หากถูกพิษ สามารถใช้น้ำส้มสายชูล้างบริเวณที่ถูกพิษ เพื่อบรรเทาอาการ“

ทางเพจเผยเพิ่มเติมว่า “หายไปเกือบ 2 ปีเต็ม วันนี้มีคนพบอีกครั้งที่หาดกะรน จ.ภูเก็ต มังกรสีนํ้าเงิน (Blue Dragon) Glaucilla marginata กับสีสันที่สวยงามและมาพร้อมพิษที่ร้ายแรง เจอห้ามสัมผัสจะกินแมงกะพรุนที่มีพิษร้ายแรงเป็นอาหาร (แมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส) ทำให้มีการสะสมพิษไว้ในตัว”

สน.คันนายาวเดินหน้าปราบแว้น 'ปิดกรุงเทพซิ่ง 2568' จับผู้ต้องหา 18 ราย ยึดรถ 17 คัน ปิดเพจชักชวนแข่งรถ 2 แห่ง

เมื่อวานนี้ 10 ก.ค. 68) ตามแผนยุทธการ 'ปิดกรุงเทพซิ่ง 2568' ของตำรวจนครบาล ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้เดินหน้ากวาดล้างกลุ่มแข่งรถในทางอย่างจริงจัง โดยมี พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รอง ผบช.น., พล.ต.ต.เจษฎา สวยสม ผบก.น.2 และ พ.ต.อ.เศกสิทธิ์ สุภาอ้วน รอง ผบก.น.2 ร่วมกำกับดูแลและสั่งการให้แต่ละพื้นที่ดำเนินการตามแนวทางป้องกันปราบปรามการแข่งรถในทาง ซึ่ง สน.คันนายาว ได้ดำเนินการเชิงรุก ป้องกันและปราบปรามกลุ่มวัยรุ่นที่นัดหมายแข่งรถผ่านโซเชียลมีเดีย และร้านแต่งรถเถื่อนที่เอื้อให้เกิดพฤติกรรมเสี่ยงของวัยรุ่นในพื้นที่

โดย พ.ต.อ.นิรุชพล โยธามาตย์ ผกก.สน.คันนายาว พร้อมด้วย พ.ต.ท.อภิชนฌาณ ครามสูงเนิน รอง ผกก.ป.สน.คันนายาว และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ ได้ดำเนินการเข้มข้นต่อเนื่องระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน – 6 กรกฎาคม 2568 สามารถจับกุมผู้ต้องหาในความผิดเกี่ยวกับการแข่งรถในทางได้รวม 18 ราย ยึดรถจักรยานยนต์แต่งซิ่ง 17 คัน พร้อมดำเนินการ ปิดเพจเฟซบุ๊ก 2 เพจ ที่ใช้ปลุกระดมรวมกลุ่มแข่งรถในทางอย่างผิดกฎหมาย

โดยหนึ่งในปฏิบัติการเริ่มจากการลงพื้นที่ตรวจสอบร้านแต่งรถจักรยานยนต์ในเขตคลองสามวา พบมีการรับจูนเครื่องยนต์ผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข ฐานประกอบกิจการที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลมีคำพิพากษาปรับเป็นเงิน 5,000 บาท

ต่อมาในวันที่ 3 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบบริเวณซอยพระยาสุเรนทร์ 41 สามารถควบคุมตัววัยรุ่นได้ 8 ราย พร้อมรถจักรยานยนต์ 8 คัน ดำเนินการเปรียบเทียบปรับในชั้นพนักงานสอบสวนเป็นเงินคนละ 1,000 บาท พร้อมให้ผู้ปกครองมารับตัว และลงนามในบันทึกทัณฑ์บน พร้อมเปลี่ยนท่อไอเสียเป็นแบบมาตรฐาน มอก.

ถัดมาในเช้ามืดวันที่ 4 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจบูรณาการกำลังสกัดจับกลุ่มวัยรุ่นที่นัดหมายผ่านเพจ “ปิดกรุงเทพ ซิ่ง.” บริเวณถนนรามอินทรา กม.6 ได้ผู้ต้องหา 4 ราย ของกลางรถ 4 คัน โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง โดยศาลแขวงมีนบุรีมีคำพิพากษา กักขังคนละ 1 เดือน และ พักใช้ใบขับขี่ 6 เดือน ยกเว้นผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชนซึ่งถูกส่งเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูตาม พ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ พร้อม ริบของกลางทั้งหมด

แม้เพจดังกล่าวจะถูกปิดลง แต่ในวันที่ 6 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่พบว่ามีการเปิดเพจใหม่ชื่อ “แว้น กรุงเทพฯ” มีผู้ติดตามกว่า 4,900 ราย และมีการนัดหมายแข่งรถบริเวณถนนรามอินทรา กม.9 จนนำไปสู่การจับกุมเยาวชนเพิ่มเติม 6 ราย อายุระหว่าง 15–17 ปี ส่งเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูและดำเนินการตามกฎหมายคุ้มครองเด็กเช่นกัน

สรุปผลการปฏิบัติของ สน.คันนายาว ในห้วงเวลาดังกล่าวข้างต้น มีดังนี้:
• จับกุมผู้ต้องหา 18 ราย
• ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ 17 คัน
• ปิดเพจเฟซบุ๊กปลุกระดม 2 เพจหลัก
• ประสานผู้ปกครองให้รับตัว พร้อมดำเนินมาตรการทัณฑ์บน

นอกจากนี้ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ย้ำว่า คณะทำงานป้องกันและปราบปรามการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น แข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้วางแนวทางการดำเนินคดีอย่างเข้มงวด ทั้งการแข่งรถในทาง การขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นวงกว้าง และเป็นความผิดทางอาญา ศาลพิพากษาลงโทษหนัก ริบรถของกลาง จึงอยากฝากเตือนพี่น้องประชาชนวัยรุ่นรวมถึงผู้ปกครองที่มีบุตรหลาน ให้ช่วยกันห้ามปราม อย่าปล่อยปละละเลยบุตรหลานของท่าน และอย่าเลียนแบบหรือกระทำตามในลักษณะนี้เด็ดขาด พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ คณะทำงานฯ ขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ทั้งการโพสต์ชักชวน เชิญชวน บนสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆก็ดี ทั้งการรวมตัวบนท้องถนนก็ดี โดยประชาชนสามารถแจ้งเหตุร้ายที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

📣 สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี ขอเชิญทุกท่านร่วมงาน 'เพชรบุรี Fresh เกษตรกลางเมือง'

📣 สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี
ขอเชิญทุกท่านร่วมงาน
🎉 'เพชรบุรี Fresh เกษตรกลางเมือง' ✨ 🍍🍋‍🟩🍌
ครั้งแรก! กับความสดใหม่ของสินค้าเกษตรเมือง 'สามรส'
🍍 ยกทัพของดีจากเพชรบุรีบุกกรุงเทพฯ
🌟สดจริง! แปรรูปจริง! ครบรส เปรี้ยว หวาน เค็ม
🗓️ วันที่ 16–21 กรกฎาคม 2568
📍 ลานโปรโมชั่น ศูนย์การค้า JJ Mall จตุจักร กรุงเทพฯ
🛍️ งานมหกรรมตลาดสินค้าเกษตรเชื่อมโยงสู่ตลาดภาคนอกจังหวัด
📍รวมสินค้าคุณภาพจากเกษตรกรเพชรบุรีกว่า 30 ร้านค้า ทั้งผลสด แปรรูป วิสาหกิจชุมชน และ SMEs

✨ ไฮไลต์เด็ดห้ามพลาด✨
🍍🍋‍🟩🍌นิทรรศการ 'เมืองสามรส' ถ่ายทอดองค์ความรู้จากต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่านสินค้าท้องถิ่น
♻️ กิจกรรม 'หิ้วถุงผ้า แลกสินค้าเด่นเพชรบุรี'
พกถุงผ้ามา รับฟรี! ของที่ระลึกหรือสินค้าเกษตรคุณภาพ
🔥 นาทีทอง ลดจัดหนัก! ของดีราคาพิเศษ มีเฉพาะในงาน
🍽️ กิจกรรม 'กินให้สุด สนุกกับของเด่นเพชรบุรี'
แข่งขันกินผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อของจังหวัด (19 กรกฎาคม 2568)
🎤 มินิคอนเสิร์ต 'ก้านตอง ทุ่งเงิน' (18 กรกฎาคม 2568 ) เจ้าของเพลงฮิต กุหลาบ 🌹

💚 ช้อป ชิม ชม เพลินทุกวันกับสินค้าและกิจกรรมคุณภาพ ที่คนรักเกษตรไม่ควรพลาด!


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top