Tuesday, 28 July 2026
Hard News Team

‘จิรพงษ์’ โต้แรงนักวิชาการ วิจารณ์โครงการ ‘รถไฟฟ้า 20 บาท’ ชี้อคติ!! มองไม่เห็นประโยชน์ภาพรวม คนต่างจังหวัดก็ใช้ได้

เมื่อวันที่ (11 ก.ค. 68) นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ รองโฆษกกระทรวงสาธารณสุข และอดีต สส.นนทบุรี ออกมาตอบโต้นักวิชาการบางรายที่วิจารณ์ว่า โครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายคือการใช้ภาษีของคนต่างจังหวัดมาช่วยคนกรุงเทพฯ ว่าเป็นความคิดที่มีอคติและไม่เข้าใจภาพรวม เพราะโครงการนี้ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะคนที่ต้องเดินทางเข้ามาทำงานหรือเรียนในกรุงเทพฯ

นายจิรพงษ์ ระบุว่า ประชากรแฝงที่เข้ามาทำงานหรือเรียนในกรุงเทพฯ มีมากถึง 9.16 ล้านคน โดยกรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ที่มีประชากรแฝงสูงสุดถึง 2.7 ล้านคน และยังมีอีกหลายแสนคนในจังหวัดปริมณฑล เช่น สมุทรปราการ นนทบุรี และปทุมธานี ซึ่งต่างก็ได้รับประโยชน์จากระบบรถไฟฟ้า จึงไม่ใช่แค่คนกรุงเทพฯ เท่านั้นที่ได้อานิสงส์จากโครงการนี้

นายจิรพงษ์ยังยกตัวอย่างว่า ในอดีตคนจังหวัดนนทบุรีแทบไม่ได้รับประโยชน์จากโครงการเกษตรของรัฐบาล เช่น การประกันราคามันสำปะหลังหรือยางพารา แต่ก็ไม่เคยออกมาบ่น เพราะเข้าใจว่าประโยชน์โดยรวมของประเทศคือสิ่งสำคัญ และเห็นว่าโครงการรถไฟฟ้า 20 บาท คือการช่วยลดค่าครองชีพและเพิ่มโอกาสการเดินทางอย่างทั่วถึง

ท้ายที่สุด อดีต สส.นนทบุรี ขอชื่นชมรัฐมนตรีคมนาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรคเพื่อไทยที่ผลักดันโครงการนี้จนเป็นรูปธรรม พร้อมย้ำว่าโครงการรถไฟฟ้าราคาประหยัดจะเป็นประโยชน์ต่อทุกคน ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ หรือมาจากต่างจังหวัดก็ตาม

‘ลิพ บู ตัน’ ซีอีโอ Intel รับไม่ติดท็อป 10 บริษัทชิปโลก ชี้ต้อง 'ถ่อมตัว' ปรับวัฒนธรรมองค์กร ยอมรับแพ้ Nvidia

(12 ก.ค. 68) ลิพ บู ตัน (Lip Bu Tan) ซีอีโอคนใหม่ของ Intel ยอมรับกับพนักงานว่า บริษัทไม่ติดอันดับท็อป 10 บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ของโลกอีกต่อไป โดยระบุว่าโลกเปลี่ยนไปมาก และ Intel ต้องปรับตัวใหม่เพื่อกลับสู่จุดแข็งในอดีต

คำกล่าวดังกล่าวมีขึ้นหลัง Intel ปลดพนักงานในรัฐออริกอนกว่า 500 คน โดยคาดว่าจะปลดรวมกว่า 20% ของพนักงานทั้งหมดทั่วโลก พร้อมยอมรับว่า บริษัทกำลังเผชิญแรงกดดันจากคู่แข่งอย่าง Nvidia, AMD และ TSMC ที่พัฒนาเทคโนโลยีเร็วกว่าและตอบสนองตลาด AI ได้ดีกว่า

ลิพ บู ตัน กล่าวว่า จุดเปลี่ยนของ Intel จะไม่เกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ ซึ่งต้องใช้เวลา “เหมือนการวิ่งมาราธอน” พร้อมเน้นว่า การปลดพนักงานเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามทำให้บริษัทปรับตัวคล่องขึ้น คล้ายกับวิธีดำเนินธุรกิจของ Nvidia หรือ Broadcom โดยเขาย้ำว่า “เราต้องถ่อมตัว” และ “ฟังเสียงลูกค้าให้มากขึ้น”

โฆษก Intel พยายามชี้แจงว่าคำพูดของตันหมายถึงมูลค่าตลาด (market value) ไม่ใช่ด้านเทคโนโลยีโดยตรง แต่รายงานจาก OregonLive ระบุว่า ตันไม่ได้กล่าวถึงมูลค่าในบทสนทนา 20 นาทีครั้งนั้น แต่พูดถึงประเด็นวัฒนธรรมองค์กรเป็นหลัก

นอกจากนี้ ตันยังแสดงความกังวลว่า Intel อาจเข้าตลาดชิป AI สำหรับองค์กรไม่ทันการณ์เพราะ Nvidia ครองตลาดนี้อยู่ และมีออเดอร์จำนวนมากจากบริษัทใหญ่เช่น Meta, OpenAI และ xAI ขณะเดียวกัน ชิปใหม่ Intel 18A ก็อาจได้รับการตอบรับช้ากว่าที่คาด แม้จะตั้งใจออกแบบมาแข่งกับเทคโนโลยีของ TSMC โดยตรงก็ตาม

อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์เสนอทางออกประเทศไทย ชู 'ยุทธศาสตร์ทาง2แพร่ง'ผนึกกลุ่ม BRICS ประเทศโลกใต้ฝ่าวิกฤติภาษีทรัมป์2.0

นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ.ไทยแลนด์ รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์และอดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเขียนบทความพิเศษเรื่อง “ประเทศไทยกับ BRICS : ก้าวใหม่บนทางสองแพร่ง?” ไว้อย่างน่าสนใจใน เฟสบุ้ควันนี้โดยมีใจความดังนี้

“ประเทศไทยกับ BRICS : ก้าวใหม่บนทางสองแพร่ง?”
โดย นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ.ไทยแลนด์ รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์และอดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

(12 ก.ค. 68) การประชุมสุดยอดBRICSครั้งที่17 จบลงแล้วโดยปีนี้จัดขึ้นที่เมืองริโอเดจาเนโร (Rio de Janeiro)มีบราซิลเป็นเจ้าภาพในฐานะประธานกลุ่ม BRICS ระหว่างวันที่ 6-7 กรกฎาคมซึ่งมีความสำคัญต่อโลกและประเทศไทยในท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศจากผลกระทบของสงครามความขัดแย้งในภูมิภาคต่างๆและสงครามภาษีทรัมป์2.0ภายใต้ภัยคุกคามของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแบบสุดขั้ว

การประชุมครั้งนี้ให้ความสำคัญกับ“สองลำดับความสำคัญหลัก”
1.  ความร่วมมือของกลุ่มประเทศโลกใต้ (Global South Cooperation)
2.  ความร่วมมือพันธมิตร BRICS เพื่อการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม (BRICS Partnerships for Social, Economic, and Environmental Development)

นอกจากนี้ยังมีวาระ 6 แนวทางความร่วมมือหลัก
1.ความร่วมมือด้านสุขภาพระดับโลก (Global health cooperation)
2.การค้า การลงทุน และการเงิน (Trade, investment, and finance)
3.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change)
4.การกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ (AI governance)
5.สถาปัตยกรรมการรักษาสันติภาพและความมั่นคงพหุภาคี (Multilateral peace and security architecture)
6 การพัฒนาสถาบัน (Institutional development)

ท่าทีของกลุ่ม BRICS ต้องการสร้างสมดุลใหม่กับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วโดยเฉพาะสหรัฐและโลกตะวันตกซึ่งประเด็นที่ให้ความสำคัญ คือ
1.การปฏิรูปโครงสร้างการจัดการเศรษฐกิจโลก เพื่อให้กลุ่มประเทศกำลังพัฒนาได้มีบทบาทมากขึ้น
2.การส่งเสริมการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
3.การสร้างกลไกระหว่างประเทศทางเลือก ทั้งในด้านการเงิน การให้ความช่วยเหลือ และการระดมทุน เพื่อการพัฒนา

ศักยภาพกลุ่มBRICS-Global South
มีข้อมูลที่สะท้อนศักยภาพของกลุ่มBRICSและกลุ่มGlobal South
1. ศักยภาพการเติบโต
ภายหลังก่อตั้งเมื่อ16ปีก่อนกลุ่ม BRICS ขยายตัวเติบโตอย่างรวดเร็วจากกลุ่มประเทศก่อตั้งบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ โดยมีสมาชิกเพิ่มเติม คือ เอธิโอเปีย อียิปต์ อิหร่าน อินโดนีเซีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และในที่ประชุม BRICS หรือ BRICS Plus Summit ครั้งที่ 4 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ต.ค. 67 ณ เมืองคาซาน ประเทศรัสเซีย ได้เพิ่มประเทศพันธมิตรใหม่ 13 ประเทศแต่ยังไม่ใช่สมาชิกอย่างเป็นทางการ ประกอบด้วย ไทย แอลจีเรีย เบลารุส โบลิเวีย คิวบา อินโดนีเซีย คาซัคสถาน มาเลเซีย ไนจีเรีย ตุรกี ยูกันดา อุซเบกิสถาน และเวียดนาม

ทั้งนี้ยังมีอีกหลายสิบประเทศที่สนใจเข้าร่วมกับBRICS
2. ศักยภาพการลงทุน
ช่วง 20 ปีที่ผ่านมา กลุ่มBRICS ดึงดูดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ
เพิ่มขึ้นมากกว่า 4 เท่า จาก 84,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2544 เป็น 355,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2564 นอกจากนี้ ส่วนแบ่งเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศทั่วโลกของ BRICS ก็เพิ่มขึ้น 2 เท่าจาก 11% เป็น 22%
 
2. ศักยภาพการค้า
มูลค่าการค้าของประเทศ BRICS เติบโตขึ้นมากกว่า 7 เท่า มีมูลค่ามากกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วง10กว่าปีที่ผ่านมา
(ข้อมูลเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ขององค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ)

3.แนวทางการค้าGlobal South
การค้าระหว่างประเทศกลุ่ม Global Southเดินตามแนวทางของกลุ่ม BRICS กล่าวคือตั้งแต่ปี 2550 ถึง 2566 การค้าระหว่างกลุ่ม Global South เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าจาก 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ เป็น 5.6 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการพึ่งพาคู่ค้าแบบดั้งเดิมที่ลดลง ในขณะเดียวกันก็สร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับประเทศกำลังพัฒนา

4.กลุ่มBRICSกับอาเซียน
ทิศทางที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือBRICS ตั้งใจขยายบทบาทในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าโลกที่สำคัญ การเข้าร่วมของอินโดนีเซีย, เวียดนาม,ไทย, มาเลเซีย จะสร้างศักยภาพทางการค้าเพิ่มเติมสำหรับกลุ่ม BRICS และกลุ่ม Global South 

ในการประชุมผู้นำกลุ่ม BRICS ได้ประกาศจุดยืนที่ไม่สอดคล้องกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ในประเด็นภาษีการค้า ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (Middle East) ความจำเป็นในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(Climate Change)และการเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence)ทั่วโลกเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น จากนั้นไม่กี่ชั่วโมง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความโดยกล่าวว่า  ประเทศอเมริกาจะเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม 10% สำหรับประเทศใดๆ ที่เข้าร่วมกับ "นโยบายต่อต้านอเมริกา" ของกลุ่ม BRICS ซึ่งสะท้อนท่าทีในทางไม่เป็นมิตรของประธานาธิบดีสหรัฐที่มีต่อกลุ่มBRICSอย่างชัดเจน

BRICS :ทางออกเศรษฐกิจไทย 
กลุ่ม BRICSได้นำเสนอโอกาสสำหรับประเทศที่ประสบปัญหาภาษีทรัมป์ 2.0 โดยกลุ่มBRICSมี GDP รวมกันตามกำลังซื้อ (PPP) ในปี 2025 สูงถึง 77 ล้านล้านดอลลาร์ซึ่งสูงกว่ากลุ่ม G7 ถึง 1.3 เท่า นอกจากนี้ เมื่อรวมBRICS PlusมีGDP รวมกันกว่า 40% ของโลกและเติบโตเฉลี่ยที่ 4% ในปี 2025 ซึ่งมากกว่าสองเท่าของการเติบโตของ G7 ที่ 1.7%

กลุ่มBRICS ยังมีอำนาจต่อรองร่วมกันด้วยจำนวนสมาชิก 11 ประเทศและพันธมิตรอีก 10ประเทศและประชากร40%ของโลก กลุ่ม BRICS Plusได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในตลาดโลก ทั้งในด้านพลังงาน ทรัพยากรแร่ธาตุ และอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศในกลุ่ม BRICS Plusผลิตก๊าซธรรมชาติประมาณ 32% และน้ำมันดิบ 43% ของโลก ซึ่งบ่งชี้ถึงความเป็นอิสระด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้น กลุ่มนี้ยังผลักดันกฎการค้าที่เป็นธรรมและการปฏิรูปองค์การการค้าโลก (WTO)

กลุ่ม BRICS ตอบรับให้ ประเทศไทย เข้าเป็นสมาชิกประเทศพันธมิตร(BRICS Plus)ตามมติที่ประชุมผู้นำ BRICS ครั้งที่ 16 ที่รัสเซียเมื่อวันที่ 23 ต.ค.2567 

การมีสถานะเป็นในBRICS (BRICS Plus) ของประเทศไทยเป็นทั้ง“โอกาสและความเสี่ยง”

หากประเทศไทยสามารถปรับตัวและใช้จุดแข็งด้านตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์และจุดยืนด้านภูมิรัฐศาสตร์รวมทั้งภูมิเศรษฐศาสตร์จะได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของกลุ่ม BRICSโดยตรงและโดยอ้อมเป็นทางออกทางเศรษฐกิจในยุคการเปลี่ยนขั้วอำนาจที่กำลังเกิดระเบียบโลกใหม่(New World Order)

ก้าวใหม่ของไทยบนทางสองแพร่ง ประเทศไทยควรเข้าร่วมในระดับที่เหมาะสมในประเด็นที่สอดคล้องกับกุศโลบายของประเทศเพราะกลุ่มBRICSมีศักยภาพสูงและเติบโตเร็วมีประชากรมากกว่าร้อยละ 40 ของโลก มีการผลิตและการส่งออกน้ำมันของโลกร้อยละ 40 ผลิตข้าวสาลีธัญพืชหลักของตลาดโลก  35% มี GDP รวมกว่า30% ของโลก(แซงหน้ากลุ่ม G7 ที่มีสัดส่วนในเศรษฐกิจโลกลดลงเหลือร้อยละ 30) และมีสัดส่วนการค้าร้อยละ 40 ของโลก
สำหรับไทยซึ่งมีมูลค่าการค้ากับ BRICS กว่า20% ของการค้าทั้งหมด

มีข้อสรุปที่หลายฝ่ายวิเคราะห์ตรงกันสำหรับประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับไทย
1. ลดการพึ่งพาตลาดเดิม เช่น สหรัฐและยุโรป และเพิ่มโอกาสในการส่งออกสินค้าไปยังตลาดเกิดใหม่ในกลุ่มBRICS

ทั้งนี้ประเทศไทยส่งออกไปยังกลุ่ม BRICS (ตัวเลขเฉพาะ 9 ประเทศสมาชิกทางการ) โดย 9 เดือนแรกของปี 2567 มีมูลค่า 42,769.8 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ20% ของการส่งออกทั้งหมด และยังมีแนวโน้มเติบโตขยายตัวได้อีกในอนาคตโดยเฉพาะประเทศพันธมิตร(BRICS Plus)
2.ช่วยกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ จากความผันผวนของปัญหาภูมิรัฐศาสตร์(Geopolitics)และภูมิเศรษฐศาสตร์
2.ช่วยยกระดับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยโดยกลุ่มBRICS มีแผนการลงทุนขนาดใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐานผ่านกลไก New Development Bank (NDB) ซึ่งเอกชนไทยสามารถเข้าไปร่วมเป็นพันธมิตรในโครงการเหล่านี้

โดยเฉพาะในด้านก่อสร้าง เทคโนโลยี และภาคบริการ
3.เป็นโอกาสของประเทศไทยในการขยายตลาดสินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูง เนื่องจากกลุ่มBRICSมีความต้องการสินค้าเกษตร อาหาร และสินค้าเทคโนโลยี จึงเป็นโอกาสเอกชนไทยสามารถนำเสนอสินค้าและบริการที่เน้นคุณภาพและนวัตกรรม เช่น สินค้าอาหารเพื่อสุขภาพ เทคโนโลยีเกษตร และบริการด้านสุขภาพ
4.การใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการค้าระหว่างประเทศ 
หากในอนาคต BRICS สามารถพัฒนาไปสู่การใช้สกุลเงินของตัวเองหรือการค้าด้วยสกุลเงินท้องถิ่นมากขึ้น ไทยอาจลดต้นทุนจากความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ และสามารถใช้กลไกทางการเงินที่เอื้อต่อธุรกิจมากขึ้น
5. การใช้จุดแข็งทางภูมิศาสตร์และเศรษฐกิจของไทยในการเชื่อมโยงระหว่าง BRICS กับอาเซียน(ASEAN) ในการพัฒนาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การเงิน เทคโนโลยี และวัฒนธรรม
รวมทั้งเป็นตัวเชื่อมระหว่าง BRICS กับกลุ่มอื่น ๆ อาทิ เอเปค (APEC) บิมสเทค (BIMSTEC) และ ความร่วมมือแห่งเอเชีย (ACD:Asia Cooperation Dialogue)

อย่างไรก็ตาม การเป็นพันธมิตรกลุ่มBRICS ของประเทศไทยจะได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการพัฒนาแต่ก็ต้องบริหารความเสี่ยงและความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆโดยยืนยันหลักการ "ไม่เลือกข้าง" เน้นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการพัฒนาเป็นหลักทั้งนี้ต

‘ทอม ครูซ’ ยื่นมือช่วยเอเย่นต์ส่วนตัว ไม่ให้ถูกไล่ออก หลังวิจารณ์อิสราเอล โพสต์สนับสนุนปาเลสไตน์

(12 ก.ค. 68) ทอม ครูซ นักแสดงชื่อดังระดับฮอลลีวู้ด ได้เข้าแทรกแซงเพื่อช่วย มหา ดาคิล (Maha Dakhil) เอเย่นต์คนสำคัญของเขาจากการถูกไล่ออกจากบริษัท Creative Artists Agency (CAA) หลังเธอถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากโพสต์สนับสนุนปาเลสไตน์บนอินสตาแกรมเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2566

ดาคิล ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บริหารหญิงระดับสูงของ CAA ได้แชร์ข้อความที่กล่าวหาอิสราเอลว่ากำลัง 'ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์' ชาวปาเลสไตน์ รวมถึงข้อความที่ชี้ว่าการเพิกเฉยต่อเรื่องนี้ยิ่งน่าเจ็บปวดยิ่งกว่า ตัวโพสต์จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจเข้าข่ายต่อต้านชาวยิว ทำให้เธอต้องลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายภาพยนตร์ร่วมของบริษัท

อย่างไรก็ตาม ทอม ครูซได้เดินทางไปยังสำนักงานของ CAA ด้วยตัวเองในวันที่ 15 พฤศจิกายน เพื่อให้กำลังใจและแสดงจุดยืนเคียงข้างดาคิล ถือเป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยในแวดวงฮอลลีวูด ส่งผลให้เธอยังสามารถทำหน้าที่เป็นเอเย่นต์ต่อได้ แม้จะพ้นจากตำแหน่งบริหาร

ต่อมา ดาคิลได้ออกแถลงการณ์ขอโทษ โดยระบุว่าเธอเสียใจต่อ “ถ้อยคำที่สร้างความเจ็บปวด” และไม่ได้ตั้งใจให้เกิดความแตกแยก พร้อมยืนยันว่าเธอเห็นคุณค่าของทุกชีวิตและความทุกข์ในทุกฝ่าย

เหตุการณ์นี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความขัดแย้งที่ซับซ้อนในวงการฮอลลีวูด ซึ่งกำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักในประเด็นอิสราเอล-ปาเลสไตน์ โดยก่อนหน้านี้นักแสดงอย่างซูซาน ซาแรนดอน (Susan Sarandon) และเมลิสซา บาร์เรรา (Melissa Barrera) ก็เคยถูกลดบทบาทหรือถอดงานจากการแสดงจุดยืนในประเด็นเดียวกัน

สร้างจิตสำนึก รักสิ่งแวดล้อมNavy Fc Academy เปิดกิจกรรมคัดแยกขยะ ณ สนามโครงการพัฒนาฟุตบอลเยาวชนราชนาวี สัตหีบ กม.5

(12 ก.ค. 68) พลเรือตรี อโศก ศรีสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ Navy FC Academy เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม 'การคัดแยกขยะภายใน Navy FC Academy' ตามมาตรการ Green Waste ณ สนามโครงการพัฒนาฟุตบอลเยาวชนราชนาวี สัตหีบ กม.5 เพื่อให้การคัดแยกและเก็บรวบรวมขยะเป็นไปอย่างมีระบบ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และปลูกฝังวินัยด้านสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชนในสังกัดอย่างยั่งยืน

มาตรการดังกล่าวจะช่วยให้การจัดเก็บขยะในแต่ละพื้นที่ดำเนินไปได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเสริมสร้างจิตสำนึกในการรักษาความสะอาดและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้กับเด็กๆ เยาวชนทุกคนของ Academy

กมธ.ปปง.ฯสวมหมัด โฆษกพรรคพลังประชารัฐ แขวะ 'นายก.อิ๊ง' แก้ปัญหาแก๊งค์คอล-พนันออนไลน์

จ.เลย- เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ปธ.กมธ.ปปง.สภาฯ สวม พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพลังประชารัฐ แขวะ นายก.อิ๊งฯ แก้ปัญหาแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์และการพนันออนไลน์ ว่าตั้ง บุคลากรพัวพันสีเทา ชี้การแต่งตั้ง กมธ.ปปง.(สามัญ) และ (วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.) เป็นหน้าที่ของสภา ไม่เกี่ยวกับนายกรัฐมนตรี ไล่ให้ทำความเข้าใจโครงการสร้างก่อนออกมาพูด 

(12 ก.ค. 68) ที่สำนักงานพรรคเพื่อไทย จ.เลย นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด (กมธ.ปปง.) สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า กรณีที่ พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ ออกมากล่าวหาว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร มีการตั้ง ส.ส. เป็นกรรมาธิการตรวจสอบการฟอกเงิน และอ้างว่าเป็น ส.ส.ที่ไปพัวพันกับแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์และการพนันออนไลน์ ต้องขอชี้แจงว่ากรณีนี้ พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ ไม่มีความเข้าใจในตำแหน่งและหน้าที่รวมถึงระบบการทำงานของสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับการทำงานของ คณะกรรมาธิการการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด

นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ปธ.กมธ.ปปง.ฯ กล่าวว่า พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย คงไม่มีความเข้าใจระบบงานของสภาผู้แทนราษฎรว่า กรรมาธิการที่เกี่ยวกับเรื่องการฟอกเงินในปัจจุบันมี 2 แบบ คือ 1.กรรมาธิการ (สามัญ) คือ คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ปปง.) ที่มาจาก ส.ส.ในแต่ละพรรค จำนวน 15 คน 2.ขณะนี้มีการตั้ง กรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปปง.ฯ ที่ล้วนเป็นตัวแทนที่ถูกส่งมาในแต่ละพรรคการเมือง ดังนั้นที่ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวหาจึงเป็นข้อความที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากการการแต่งตั้งดังกล่าว เป็นโควต้าบุคลากรของแต่ละพรรคส่งมาเป็นตัวแทนในการทำหน้าที่ในคณะ กมธ.(สามัญและวิสามัญ) ทั้งนี้รูปแบบการแต่งตั้ง กรรมาธิการวิสามัญฯ การแต่งตั้งจึงมี 2 แบบ และไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับตัวนายกรัฐมนตรีทั้งสิ้น ถือเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เป็นการกล่าวหาที่ไม่เข้าใจกระบวนการทำงานของสภาฯ ตนยืนยันว่า นายกรัฐมนตรี มีความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาเรื่องการพนันออนไลน์ การป้องกันการหลอกลวงออนไลน์ ที่ผ่านมาได้มีการออกพระราชกำหนดปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีฉบับล่าสุุด ซึ่งจะเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาได้เป็นอย่างดี

“สำหรับการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องการพนันออนไลน์ การหลอกลวงออนไลน์ กมธ.ปปง.ฯ ได้ทำการเร่งหามาตรการณ์ต่างๆในการพิจารณากฏหมายเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการเอาผิดกับเครือข่ายนี้อย่างต่อเนื่อง ที่มีการทำงานสอดประสานกับทุกกระทรวงที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ สำนักงาน ปปง.ฯ - กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI มีการชำระปัญหาบัญชีม้า ติดตามป้องกันกันร่วมกับตำรวจ ที่มั่นใจว่าจะสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการป้อกันปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในอนาคต” นายเลิศศักดิ์ กล่าวในที่สุด

สื่อสวิตฯ เผยการยึดฝั่งตะวันออกโดยรัสเซีย จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ ชี้ยูเครนถอยร่นสู่จุดวิกฤต!! อาจต้องถอนกำลังข้ามแม่น้ำนีเปอร์

(12 ก.ค. 68) สถานการณ์สงครามในยูเครนเริ่มเข้าสู่จุดพลิกผัน เมื่อรายงานจากสื่อ NZZ ของสวิตเซอร์แลนด์ระบุว่า ยูเครนอาจใกล้ถึงจุดที่ต้องถอยข้ามแม่น้ำนีเปอร์ ท่ามกลางตัวเลือกที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่ทาง และแต่ละทางล้วนไม่มีคำว่า 'ชัยชนะ' อยู่เลย

NZZ วิเคราะห์ว่า รัสเซียได้เปลี่ยนจากยุทธศาสตร์ค่อยๆ บั่นทอน มาเป็นการรุกไล่แบบเข้มข้น เพื่อหวังพลิกเกมในระดับยุทธศาสตร์ ขณะที่แนวหน้าของยูเครนเริ่มเข้าสู่ภาวะตึงเครียด จนต้องเลือกระหว่างการถอยอย่างมีระบบหรือการถอนตัวข้ามแม่น้ำ ซึ่งเท่ากับการยกดินแดนส่วนใหญ่ทางตะวันออกให้รัสเซีย 

ทางเลือกแรกของยูเครน คือการถอยอย่างเป็นระบบ เพื่อรักษากำลังพลและอาวุธไว้ให้ได้มากที่สุด แต่ต้องยอมเสียพื้นที่สำคัญ ส่วนทางเลือกที่สอง คือการล่าถอยข้ามแม่น้ำนีเปอร์ ซึ่งจะหมายถึงการทิ้งดินแดนยุทธศาสตร์ทางฝั่งตะวันออกไว้ให้รัสเซีย 

หากสถานการณ์มาถึงจุดนั้นจริง ยูเครนอาจต้องสูญเสียฝั่งซ้ายของแม่น้ำนีเปอร์ทั้งหมด ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของรัสเซียมาตั้งแต่ต้นสงคราม และอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในภูมิรัฐศาสตร์ยุโรปตะวันออกในระยะยาว 

‘ส.อ.ท.’ ถกฉุกเฉิน 47 กลุ่มอุตฯ รับมือภาษีทรัมป์ 36% สั่งเร่งยื่นคลังเจรจาสหรัฐฯ-เสนอแพ็กเกจช่วยผู้ประกอบการ

(12 ก.ค. 68) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยความกังวลหลังสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยในอัตราสูงถึง 36% มีผลบังคับใช้ 1 ส.ค. นี้ ซึ่งสูงกว่าคู่แข่งในอาเซียน เช่น เวียดนาม (20%) อินโดนีเซีย (32%) และมาเลเซีย (25%) โดย ส.อ.ท. อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลจาก 47 กลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อนำเสนอภาครัฐเจรจาลดภาษี

ท่ามกลางการเจรจาการค้ากับประเทศอื่นที่มีความคืบหน้า เช่น เวียดนามและสหราชอาณาจักรที่ได้รับการลดภาษีนำเข้าสหรัฐฯ แล้ว ไทยกลับยังไม่มีข้อตกลงใดๆ จึงเสี่ยงเสียเปรียบในการแข่งขัน ขณะที่จีนอยู่ระหว่างพักชำระภาษีชั่วคราว ซึ่งจะหมดอายุในเดือนสิงหาคมนี้ และอยู่ระหว่างเจรจากับสหรัฐฯ ที่กรุงลอนดอน

ข้อมูลการส่งออกไทยไตรมาสแรก ปี 2568 คิดเป็นกว่า 58% ของ GDP โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรม หากภาษียังอยู่ในระดับสูง อาจส่งผลให้ต้นทุนพุ่ง เสียส่วนแบ่งตลาด และกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน คาดว่าความเสียหายต่อภาคส่งออกอาจสูงถึง 8–9 แสนล้านบาท หากไม่มีมาตรการเยียวยา

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เผยว่ากลุ่มอุตสาหกรรมกำลังเจรจาผู้นำเข้าฝั่งสหรัฐฯ แบ่งรับภาระภาษี แต่บางรายไม่ยินยอม พร้อมเสนอให้รัฐเร่งเจรจาลดภาษีศุลกากรตอบโต้เหลือ 0% ในหลายพันรายการ และออกมาตรการเยียวยา เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ลดภาษีนิติบุคคล และหนุนค่าใช้จ่ายด้านธุรกิจ

ทั้งนี้ สินค้าที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ได้แก่ เครื่องจักรกล เครื่องใช้ไฟฟ้า ยาง เฟอร์นิเจอร์ ชิ้นส่วนรถยนต์ ของเล่น และสินค้าเหล็ก-เซรามิก โดย ส.อ.ท. เรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมมือฝ่าวิกฤติภาษีครั้งนี้ และมองว่านี่อาจเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมไทยระยะยาว

อินเดีย เผยผลสอบสวน Air India 171 เครื่องบินตก ชี้เครื่องดับกลางอากาศ เพราะสวิตช์คุมน้ำมันถูกสับลง

(12 ก.ค. 68) รายงานเบื้องต้นจากสำนักงานสอบสวนอุบัติเหตุทางอากาศอินเดีย (AAIB) ระบุว่า เครื่องยนต์ของเที่ยวบิน Air India 171 ดับลงเพียงไม่กี่วินาทีหลังจากเครื่องบินทะยานขึ้นจากสนามบินอัห์มดาบาดเมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงที่สุดของอินเดียในรอบเกือบ 30 ปี

จากข้อมูลที่บันทึกในห้องนักบิน สวิตช์ควบคุมการจ่ายเชื้อเพลิงของเครื่องยนต์ทั้งสองตัว “เปลี่ยนจากตำแหน่งทำงาน (run) เป็นตัดการทำงาน (cut-off)” อย่างลึกลับ ทำให้เครื่องยนต์ขาดเชื้อเพลิงและสูญเสียแรงขับ แม้นักบินจะพยายามเรียกคืนระบบกลับมาทำงานในเวลา 10-14 วินาที แต่ก็ไม่ทันการณ์

รายงานระบุว่านักบินทั้งสองคนมีประสบการณ์การบินสูงและได้พักผ่อนเพียงพอก่อนปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งไม่มีนกบินผ่านในเส้นทางเครื่องบิน จึงตัดความเป็นไปได้จากปัจจัยภายนอก ขณะที่ระบบ 'ram air turbine' ซึ่งจ่ายพลังงานฉุกเฉินได้ทำงานแล้ว แต่เครื่องก็เริ่มลดระดับก่อนข้ามเขตสนามบิน

แม้ยังไม่สรุปสาเหตุสุดท้าย แต่ AAIB ยืนยันว่า “ยังไม่มีข้อเสนอแนะให้ดำเนินการใด ๆ” กับ Boeing ผู้ผลิตเครื่องบิน หรือ GE Aerospace ผู้ผลิตเครื่องยนต์ โดยชี้ว่าเหตุการณ์นี้เป็นอุบัติเหตุร้ายแรงครั้งแรกที่เกี่ยวข้องกับเครื่องบิน Boeing 787 Dreamliner

สำหรับโศกนาฏกรรมครั้งนี้คร่าชีวิตผู้โดยสาร 241 คน และอีก 29 คนที่อยู่บนพื้นดินเมื่อเครื่องตกกระแทกอาคารวิทยาลัยแพทย์ เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดของสายการบิน Air India นับตั้งแต่ Tata Group เข้าซื้อกิจการเมื่อ 3 ปีก่อน โดยขณะนี้กำลังได้รับความช่วยเหลือในการสอบสวนจากหน่วยงานสืบสวนของสหรัฐฯ และอังกฤษ 

กัมพูชาถูก UNESCO เบรกกลางที่ประชุม เหตุไม่ปฏิบัติตามขั้นตอน กล่าวหา 'วัดภูม่านฟ้า' ลอกนครวัด

(12 ก.ค. 68) เกิดเหตุปะทะทางการทูตระหว่างไทยกับกัมพูชาในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกของยูเนสโก (UNESCO) เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม หลังรัฐมนตรีวัฒนธรรมกัมพูชา กล่าวหาว่าวัดภูม่านฟ้าในไทยลอกแบบ 'นครวัด' อย่างไม่เหมาะสม 

นางเฟือง สะกุณา รัฐมนตรีวัฒนธรรมกัมพูชา กล่าวในที่ประชุมว่า วัดไทยแห่งนี้เลียนแบบนครวัดอย่างโจ่งแจ้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณค่าความเป็นมรดกโลก พร้อมเรียกร้องให้ยูเนสโกสอบสวนเรื่องดังกล่าว 

ฝ่ายไทย โดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว หัวหน้าผู้แทนไทย ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างหนักแน่น พร้อมระบุว่าเรื่องนี้มีแรงจูงใจทางการเมือง และไม่เหมาะสมกับเวทีระดับโลก พร้อมยืนยันว่าวัดภูม่านฟ้าได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมไทยหลากหลาย ไม่ใช่การลอกแบบนครวัด 

ต่อมา ยูเนสโกไม่อนุญาตให้กัมพูชาแถลงเพิ่มเติมในที่ประชุม เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กำหนด ขณะที่หลายประเทศเห็นว่าประเด็นนี้ควรเป็นเรื่องทวิภาคี ไม่ใช่ปัญหาที่ควรนำเข้าสู่การพิจารณาของยูเนสโก 

ก่อนหน้านี้ ผู้นำทั้งสองประเทศเคยตกลงจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งด้านวัฒนธรรม แต่การกล่าวหาล่าสุดนี้กลับถูกกัมพูชาเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียทันทีหลังจบประชุม ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งขึ้น 

สำหรับวัดภูม่านฟ้า หรือวัดพระพุทธบาทศิลา ตั้งอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เริ่มสร้างเมื่อปี 2541 โดยหลวงพ่อแดง ภายใต้แรงศรัทธาของชาวบ้าน วัดแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมโดดเด่นที่เรียกว่า 'สิงหนคร' โดยออกแบบให้คล้ายปราสาทหินในอดีตตามจินตนาการของผู้ออกแบบ ไม่ได้จำลองมาจากนครวัดโดยตรง 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top