Tuesday, 28 July 2026
Hard News Team

‘เจ๊อ๋อ’ ถูกหวย 90 ล้าน ล่าสุดใช้เงินหมดแล้ว พบรับจ้างดำนาวันละ 300 เลี้ยงชีพ แต่สุขใจกว่าตอนมีเงิน

(13 ก.ค. 68) อุดรธานี -"ฮือฮาอีกครั้ง! “เจ๊อ๋อ” ถูกหวย 90 ล้านบาทงวด 1 พ.ย. 61 ชีวิตเปลี่ยนเป็นเศรษฐินีชั่วข้ามคืน ผู้คนห้อมล้อม เคยจ้าง “เสี่ยเต้ย” 30 ล้าน เลิกเป็นผัวเมียแล้วใช้ชีวิตสาวโสด ล่าสุดเงินเก็บหมด ชีวิตพลิกผันอีกครั้ง ต้องหาเลี้ยงชีพรับจ้างลงแขกดำนาวันละ 300 บาท 

เชื่อว่ายังคงพอจำกันได้ สำหรับ “เจ๊อ๋อ” หรือนางวรรณลี ปัญญาใส บุญหล่นทับโชคดีถูกหวยรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 พ.ย. 61 จำนวน 15 ใบ เป็นเงินมากถึง 90 ล้านบาท และเลขท้าย 2 ตัวอีก 40 ใบ เป็นเงิน 80,000 บาท เป็นข่าวฮือฮาทั่วราชอาณาจักร จากชีวิตธรรมดากลายเป็นเศรษฐินีแค่ข้ามคืน

หลังจากนั้นไม่กี่ปีเธอเป็นประเด็นร้อนว่อนโซเชียลอีกครั้งกรณีประกาศแยกทางกับ นายสมภาร สุรัญกุล หรือเสี่ยเต้ย สามีหนุ่มรุ่นน้อง โดยแบ่งทรัพย์สินให้ 30 ล้าน ต่อมาวันที่ 20 พ.ย. 63 เสี่ยเต้ยหรืออดีตสามีก็เสียชีวิตเพราะโรคประจำตัว

อย่างไรก็ตาม มีข่าวว่าหลังใช้ชีวิตโสด นางวรรณลีหรือเจ๊อ๋อใช้ชีวิตตามวิถีคนมีเงิน ทั้งทำบุญและท่องเที่ยวบ้าง และก็ยังช่วยเหลือคนรอบข้างที่เดือดร้อนเข้ามาขอความช่วยเหลือเพราะคนส่วนใหญ่ยังมองว่าเธอยังมีเงินเหลือเยอะ

แต่ล่าสุดมีข่าวเล็ดลอดออกมาจากคนใกล้ตัวว่า ปัจจุบันในวัย 51 ปี เจ๊อ๋อแทบจะไม่เหลือเงินใช้จ่ายเหมือนแต่ก่อนแล้ว จากเดิมเคยถูกหวยมากถึง 90 ล้าน ต้องหาเลี้ยงชีพด้วยการออกรับจ้างทั่วไป ใช้ชีวิตเรียบง่ายที่บ้านเกิดบ้านหนองหว้า อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ซึ่งจากการได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ๊อ๋อถึงประเด็นนี้ เจ๊อ๋อไม่ได้ปฏิเสธว่าทุกวันนี้เธอมีรายได้จากการรับจ้างดำนาหรือรับจ้างทั่วไป

นางวรรณลี หรือเจ๊อ๋อกล่าวยืนยันว่า รับจ้างดำนาจริง ได้ค่าจ้างวันละประมาณ 300 บาท เป็นรายได้เอาไว้ให้ลูกสาวและหลานไปโรงเรียน ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ออกจะสบายใจด้วยซ้ำ เพราะว่าไม่มีเงินมากมาย ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย แต่ละวันใช้เงินไม่ถึง 100 บาท บางวันแทบจะไม่ได้ใช้อะไรเลย

เจ๊อ๋อบอกอีกว่าก่อนหน้านี้ที่ตนมีเงินเยอะๆ เราแบ่งเราเลี้ยงคนอื่นตลอด หลังจากกลายเป็นชาวบ้านธรรมดาไม่มีเงินแล้ว หากมีคนเรียกไปกินไปดื่มแทบจะไม่ได้จ่าย เป็นการตอบแทนที่เราเคยให้พวกเขา จึงอยากจะขอบคุณเพื่อนๆ และญาติพี่น้องทุกคนที่มีน้ำใจกับเรา แต่ก็ยอมรับว่าทุกวันนี้เงิน 100 บาทมีค่ามาก

‘วิทัย รัตนากร’ ใกล้เข้าเส้นชัย ‘ผู้ว่าแบงก์ชาติ’ คนใหม่ ท่ามกลางกระแสโจมตี “เป็นคนฝ่ายการเมืองส่งมา”

(13 ก.ค. 68) ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าแบงก์ชาติ ใกล้ได้ข้อสรุป จับตา ‘ดร.รุ่ง - วิทัย’ ใครจะเข้าวิน? คาด รมว.คลัง เตรียมเสนอชื่อเข้าครม. 15 ก.ค. นี้ ขณะที่ชื่อของ ‘วิทัย’ เริ่มมาแรง ท่ามกลางกระแสโจมตีด้วยข้อกล่าวหา “เป็นคนฝ่ายการเมืองส่งมา”

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ภายหลังคณะกรรมการคัดเลือกผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ส่งรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกจำนวน 2 ราย ให้กับนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งประกอบด้วย ดร.รุ่ง โปษยานนท์ มัลลิกะมาส รองผู้การ ธปท. และนายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เพื่อให้นายพิชัย ในฐานะ รมว.คลัง เลือกเพียง 1 รายชื่อ เสนอเข้ารับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้สูงมากที่ รมว.คลัง จะตัดสินใจเลือกเสนอชื่อ นายวิทัย รัตนากร เข้ารับการอนุมัติจาก ครม. โดยคาดว่าจะเป็นการประชุม ครม. วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ที่จะถึงนี้ หาก ครม.มีมติเห็นชอบจะมีการนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อโปรดฯแต่งตั้งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย คนที่ 22 ลำดับที่ 25 ต่อไป

สำหรับการได้รับเสนอชื่อขึ้นเป็นผู้ว่าการ ธปท.ครั้งนี้ เนื่องจากนายวิทัยได้แสดงวิสัยทัศน์ที่สำคัญเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของไทย จากที่ผ่านมา ธปท.ยึดโยงอยู่กับ “เป้าหมายเงินเฟ้อ” (Inflation targeting) เป็นหลัก ในขณะที่เศรษฐกิจไม่โต หากปล่อยไปแบบนี้อีกไม่เกิน 5 ปี เศรษฐกิจไทยจะพังพินาศทั้งหมด ผู้คนจะตกงาน ส่งผลกระทบไปทั้งประเทศ

รวมทั้งได้มีการตั้งข้อสงสัยและเสนอแนวทางแก้ไข กรณี ธปท.กำกับธนาคารพาณิชย์อย่างไร ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโตน้อยโตช้า แต่ธนาคารพาณิชย์มีผลกำไรเป็นจำนวนมาก และยังทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ประชาชนและภาคธุรกิจเป็นหนี้ท่วม โดยผู้ว่าการ ธปท. นอกจากไม่แก้ไข กลับยังอธิบายแทนธนาคารพาณิชย์เสียอีก

แหล่งข่าวกล่าวว่า การได้รับการเสนอชื่อของนายวิทัย รัตนากร เกิดจากการแสดงวิสัยทัศน์ที่คณะกรรมการคัดเลือกฯ เห็นว่าเป็นวิสัยทัศน์ที่ดีและถูกต้องกับบริบทของเศรษฐกิจและสังคมไทยในปัจจุบัน และการที่ รมว.คลัง เลือกนายวิทัย เข้ารับตำแหน่ง ผู้ว่าการ ธปท. เพราะน่าจะสอดประสานนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง ได้ดีกว่าผู้ว่าการ ธปท คนอื่นๆ ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน นายวิทัย เป็นนักบัญชีและนักการเงินมืออาชีพ เมื่อตอนได้รับคัดเลือกเป็นผู้อำนวยการธนาคารออมสินก็เกิดจากการแสดงวิสัยทัศน์ที่ชนะผู้สมัครคนอื่น และไม่เคยมีข้อครหาใดๆ เกิดขึ้นเลยว่าเป็นการใช้เส้นสายทางการเมือง ซึ่งการให้นายวิทัยเป็นผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ก็เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนว่า  ได้สร้างสิ่งใดบ้างให้กับธนาคารออมสินและประชาชนคนไทยตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ หากได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ว่าการ ธปท. เชื่อว่า นายวิทัย จะมีแนวคิดและนำเสนอแนวทางใหม่ๆ เพื่อปรับปรุงนโยบายการเงิน และนโยบายสถาบันการเงิน ของ ธปท. เพื่อพลิกฟื้นการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนต่อไป

ขณะที่เพจ Thammasat TODAY ได้โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 9 ก.ค. ที่ผ่านมา ได้ออกมาเชียร์นายวิทัยอย่างเต็มที่ โดยระบุว่า นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ศิษย์เก่าคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลภายนอกที่แสดงความพร้อมนำพานโยบายการเงินไทยก้าวข้ามภาวะซึมเศรษฐกิจยืดเยื้อ

ด้านการศึกษา นายวิทัยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทถึง 3 สาขา ได้แก่ เศรษฐศาสตร์การเมือง และกฎหมายธุรกิจ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และการเงินจาก Drexel University ประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมผ่านหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงหลายแห่ง

เส้นทางอาชีพของนายวิทัยครอบคลุมทั้งภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ และองค์กรด้านนโยบาย เขาเคยดำรงตำแหน่ง CFO ของสายการบินนกแอร์, เลขาธิการ กบข., ผู้จัดการไอแบงก์ และผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่เขาสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ “ออมสิน” เป็นธนาคารเพื่อสังคม (Social Bank) ผ่านโครงการช่วยเหลือหนี้ครัวเรือน, สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และการจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อจัดการปัญหาหนี้นอกระบบและหนี้เสีย

ในขั้นตอนแสดงวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมการสรรหา นายวิทัยเสนอแนวคิด “Policy Coordination” ที่เน้นการประสานงานระหว่างธนาคารกลางกับกระทรวงการคลัง หน่วยงานรัฐ และภาคเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งเรื่องสังคมสูงวัย หนี้ภาคครัวเรือน ความเหลื่อมล้ำ และการเติบโตอย่างยั่งยืน เขาเน้นว่าธปท.ไม่ควรจำกัดบทบาทแค่รักษาเสถียรภาพการเงิน แต่ควรมีส่วนร่วมผลักดันการฟื้นตัวของเศรษฐกิจระยะยาว
แม้จะเป็นผู้บริหารจากรัฐวิสาหกิจซึ่งอาจถูกจับตาเรื่องความเป็นอิสระจากการเมือง แต่นายวิทัยยืนยันว่าธปท.ต้องดำรงจุดยืนในฐานะธนาคารกลางที่เที่ยงตรง พร้อมเปิดรับข้อมูลรอบด้าน และตัดสินใจโดยไม่ยึดโยงกับแรงกดดันทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม ยิ่งใกล้วันเสนอชื่อผู้ที่จะได้รับตำแหน่งผู้ว่าแบงก์ชาติคนใหม่ และหลายฝ่ายต่างฟันธงไปว่า นายวิทัย มีโอกาสเข้าวินสูง จนทำให้ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เกิดกระแสโจมตีนายวิจัยผ่านโซเชียลมีเดียออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการกล่าวหาและโจมตีว่า “เป็นคนของพรรคการเมืองส่งมา” ซึ่งจะว่าไปแล้ว หากวิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง จะเห็นว่า นายวิทัย เข้ามาเป็นผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เมื่อ 5 ปีก่อน เป็นยุครัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้พิสูจน์ให้เห็นทั้งผลงานและการทำงานร่วมกับรัฐบาลทั้งในอดีตและปัจจุบันได้เป็นอย่างดี หลังจากนี้ คงต้องจับตาดูว่า ในวันที่ 15 ก.ค.นี้ ครม. จะมีมติเห็นชอบ “ผู้ว่าแบงก์ชาติ” คนใหม่หรือไม่ และ ใครจะเข้าเส้นชัยในที่สุด

‘ทรัมป์’ เรียกเก็บภาษีนำเข้าจากไทย 36% เขาอยากได้อะไรจากเรากันแน่?

(13 ก.ค. 68) อดีต รมช. อุตสาหกรรม ‘สมชาย หาญหิรัญ’ ตั้งเป็นคำถามน่าสนใจ ‘ทรัมป์’ เรียกเก็บภาษีนำเข้าจากไทย 36% เขาอยากได้อะไรจากเรากันแน่?

เมื่อเวทีมรดกโลกกลายเป็นสังเวียนเดือด ‘ไทย-กัมพูชา’ ปม ‘วัดภูม่านฟ้า’ ลอกนครวัด? หรือแค่เกมการเมือง?

เมื่อวันที่ (10 ก.ค. 68) การประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 47 กลายเป็นเวทีมวยระหว่าง “ทีมไทย” และ “ทีมกัมพูชา” เมื่อ นางเฟือง สกุณา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและศิลปกรรมของกัมพูชา เดินหน้าตั้งข้อกล่าวหาตรงๆ กลางที่ประชุมว่า “วัดภูม่านฟ้า” ของไทย เป็นการลอกเลียนแบบนครวัดแบบไร้ยางอาย!

โดยเธอระบุว่า วัดดังกล่าวเป็นการ บั่นทอนคุณค่าของนครวัดในฐานะแหล่งมรดกโลก และเรียกร้องให้ยูเนสโกและองค์กรที่ปรึกษาเร่งตรวจสอบไทย พร้อมทิ้งระเบิดว่า “นี่คือการสร้างบรรทัดฐานอันตรายต่อการอนุรักษ์มรดกโลกในระดับสากล”

ทีมไทยไม่ยอม! โต้เดือดกลางที่ประชุม “อย่าเอามรดกโลกมาใช้เล่นการเมือง!”

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว หัวหน้าคณะผู้แทนไทย ถึงกับต้องลุกขึ้นตอบโต้ทันที โดยเริ่มจากประโยคที่ว่า “แม้เราไม่ประสงค์จะโต้แย้ง แต่เมื่อถูกรุก ก็จำเป็นต้องชี้แจงให้กระจ่าง”

จากนั้นเขาก็เปิดเกมสวนกลับอย่างมีชั้นเชิงว่า ไทยยึดถือว่ามรดกทางวัฒนธรรมควรเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงประชาชน ไม่ใช่ฉีกให้แตกแยก พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดฝ่ายกัมพูชาจึงจงใจกล่าวหาในเวทีระดับโลก แทนที่จะหารือกันด้วยมิตรไมตรีในระดับทวิภาคี

“ไทยรู้สึกทั้งประหลาดใจและผิดหวัง...วัดภูม่านฟ้าไม่ได้ลอกเลียนแบบปราสาทนครวัด แต่นำแรงบันดาลใจจากศิลปะพุทธศาสนาไทยมาใช้โดยชอบธรรม” — นายสีหศักดิ์
.
กลิ่นการเมืองโชยแรง – Lobby วืด? เฟซบุ๊กมาไว!
.
ไม่เพียงแค่แถลงในห้องประชุม คณะผู้แทนไทยยังตั้งข้อสังเกตถึง ความพยายามอย่างแข็งขันของกัมพูชาในการ lobby คณะผู้แทนหลายชาติในที่ประชุม โดยหวังผลักดันประเด็นให้เป็น “ดราม่าระดับโลก” แต่กลับ ไม่เป็นผล เพราะหลายประเทศเห็นว่าควรเคลียร์กันเองในระดับประเทศต่อประเทศ
.
หลังกล่าวถ้อยแถลงไม่นาน ฝ่ายกัมพูชาได้ รีบโพสต์เนื้อหาลงเฟซบุ๊ก อย่างฉับไวราวกับเตรียมสคริปต์ไว้ล่วงหน้า จนหลายฝ่ายจับตาว่า เรื่องนี้อาจไม่ใช่แค่การปกป้องนครวัด หากแต่ซ่อนเกมการเมืองภายในประเทศไว้เบื้องหลัง
.
ไทยยันพร้อมคุย แต่ขอให้มีสติ
ในช่วงท้าย ทีมไทยยังยืนยันว่า พร้อมหารือกับกัมพูชาในประเด็นนี้ รวมถึงประเด็นวัฒนธรรมอื่น ๆ บนพื้นฐาน “มิตรภาพและความร่วมมือ” ตามที่ผู้นำสองประเทศเคยเห็นชอบจัดตั้งคณะทำงานร่วม แต่ย้ำว่า ความร่วมมือนั้นต้องตั้งอยู่บนความจริง ไม่ใช่การกล่าวหาลอย ๆ

ธรรมะประจำวันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม 2568

การวัดความฉลาดทางศาสนาพุทธ
ดูพฤติกรรมว่าไปทางกิเลสตัณหาหรือไปทางธรรม

กิเลสตัณหา เช่น กามตัณหา
อยากเที่ยว อยากซื้อของฟุ่มเฟือย
เหมือนซื้อยาเสพติดมาเสพ

ทางธรรม คือ ทำบุญทำทาน
รักษาศีล ภาวนา ซึ่งเป็นเหมือน
อาหารของจิตใจที่จะนำไปสู่ความสุข
ที่ยิ่งใหญ่ เหนือกว่าความสุขทั้งปวง

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

ตราพระราชลัญจกรประจำรัชกาล ความหมายนัยแห่งองค์พระประมุข | THE STATES TIMES Story EP.176

‘ตราพระราชลัญจกร’ คือตราประจำพระองค์ของพระมหากษัตริย์แต่ละรัชกาล ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเมื่อเริ่มต้นรัชกาลในแต่ละรัชกาล เพื่อทรงใช้ประทับกำกับพระปรมาภิไธยในเอกสารสำคัญที่เกี่ยวกับราชการแผ่นดิน เช่น รัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติ พระราชกำหนด พระราชกฤษฎีกา 

นอกจากนี้ยังรวมไปถึงเอกสารสำคัญส่วนพระองค์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานราชการแผ่นดิน 

พระราชลัญจกรประจำรัชกาลปรากฏหลักฐานว่ามีใช้มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งพระราชลัญจกรนี้ประกอบด้วยพระเอกลักษณ์อันเป็นนัยของแต่ละพระองค์ เป็นสัญลักษณ์อันแสดงถึงความเป็นพระประมุขของชาติ พระอิสริยยศ พระบรมเดชานุภาพ

วันนี้ THE STATES TIMES Story ได้รวบรวมความหมายของพระราชลัญจกรประจำรัชกาลที่ ๑-๑๐ มาเล่าให้ฟัง พร้อมแล้วก็ไปฟังกันเลย

ลาวปัดข่าวลือส่งทหารช่วย ‘รัสเซีย’ ร่วมรบในยูเครน ชี้เป็นข่าวปลอม!! หวังบ่อนทำลายภาพลักษณ์ประเทศ

(12 ก.ค. 68) รัฐบาลลาวออกแถลงการณ์ปฏิเสธอย่างเป็นทางการต่อข่าวลือที่แพร่สะพัดในสื่อต่างประเทศบางแห่ง ซึ่งอ้างว่าลาวเตรียมส่งทหารหรือประชาชนเข้าร่วมรบเคียงข้างรัสเซียในสงครามยูเครน โดยยืนยันว่าเป็น 'ข้อมูลเท็จ' และอาจมีเจตนาสร้างความสับสนให้กับประชาคมโลก

ตามรายงาน จากข่าวปลอมดังกล่าวระบุว่ากองทัพรัสเซียพยายามโน้มน้าวทหารลาวให้ร่วมรบ โดยเสนอเงินค่าตอบแทนและสิทธิในการขอสัญชาติรัสเซีย แต่ทางการลาวชี้ชัดว่าไม่พบหลักฐานใดๆ รองรับข้อกล่าวหาเหล่านี้ และถือเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง บิดเบือนความจริงอย่างชัดเจน

เจ้าหน้าที่ของลาวเน้นย้ำว่า กระแสข่าวดังกล่าวแพร่กระจายในช่วงเวลาที่ลาวและรัสเซียกำลังกระชับความสัมพันธ์ ผ่านการเยือนของคณะผู้แทนระดับสูงจากลาว จึงมีความเป็นไปได้ว่าเป็นความพยายามเจตนาร้าย ที่มุ่งทำลายภาพลักษณ์และความร่วมมือระหว่างประเทศ

รัฐบาลลาวยืนยันจุดยืนว่า ไม่มีนโยบายหรือความตั้งใจที่จะส่งทหารหรือประชาชนไปร่วมความขัดแย้งในต่างประเทศ และความร่วมมือทางทหารใดๆ กับมิตรประเทศ รวมถึงรัสเซีย ที่มีขึ้นบนหลักการเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อการพัฒนาด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคงภายในเท่านั้น

ทั้งนี้ รัฐบาลลาวขอให้ประชาชนและสื่อมวลชนใช้วิจารณญาณ ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งทางการอย่างรอบคอบ ก่อนเผยแพร่ข้อมูลที่อาจสร้างความเข้าใจผิด พร้อมย้ำถึงพันธกิจในการส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

ชาวกำแพงเพชรลุกฮือ!! ชูป้ายจวก ‘ไอซ์ รักชนก’ หลังเตรียมตรวจสอบงบเกษตร ‘ไผ่ ลิกค์’

(12 ก.ค. 68) ชาวบ้านและเกษตรกรจาก อ.เมืองกำแพงเพชร และ อ.ปางศิลาทอง รวมกว่า 100 คน รวมตัวกันไปยังศูนย์ประสานงานพรรคประชาชน จ.กำแพงเพชร เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนกรณี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน ออกมาโพสต์ตรวจสอบงบประมาณปี 2569 ที่ สส.ไผ่ ลิกค์ จากพรรคกล้าธรรม ประสานมาให้ในพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงบพัฒนาโครงการน้ำและที่ดินกว่า 411 ล้านบาท โดยชาวบ้านไม่พอใจที่ถูกมองว่าใช้งบอย่างไม่โปร่งใส

ตัวแทนชาวบ้านระบุว่า โครงการเหล่านี้มีความจำเป็นกับชีวิตของคนในพื้นที่ เพราะช่วยเรื่องแหล่งน้ำเพื่อทำการเกษตร ทั้งยังส่งผลถึงจังหวัดใกล้เคียงอย่างสุโขทัย พิษณุโลก และพิจิตร พร้อมตั้งคำถามกลับว่า พรรคประชาชนใช้ชื่อว่า 'ประชาชน' แต่ไม่เคยฟังเสียงประชาชนจริง ๆ ที่กำลังเดือดร้อน

นายชินพจน์ ตัวแทนชาวบ้าน เผยว่า งบประมาณที่ สส.ไผ่ ลิกค์ ประสานมานั้นเป็นงบที่เหมาะสมและจำเป็นมาก ไม่อยากให้ถูกตัดหรือตรวจสอบด้วยทัศนคติทางการเมือง พร้อมขอให้พรรคการเมืองเห็นถึงความเดือดร้อนของคนในพื้นที่ก่อนพูดเรื่องงบฯ

ด้านนายธานันท์ หล่าวเจริญ อดีตผู้สมัคร สส.เขต 4 พรรคประชาชน กล่าวหลังรับหนังสือว่า จะนำข้อเรียกร้องของชาวบ้านส่งต่อไปยังผู้ใหญ่ในพรรคทันที พร้อมขอยืนเคียงข้างประชาชน หากโครงการใดเกิดประโยชน์กับประชาชน ตนพร้อมสนับสนุนทุกทาง

ไทยมาแรง!! กรุงเทพฯ ครองอันดับ 1 เมืองในฝัน Digital Nomad ปี 2025

(12 ก.ค. 68) กรุงเทพมหานคร ผงาดขึ้นเป็นอันดับ 1 เมืองยอดนิยมของเหล่าโนแมดดิจิทัลประจำปี 2025 จากรายงานการจัดอันดับ Top 100 Digital Nomad Destinations โดยได้รับคะแนนความพึงพอใจสูงถึง 4.55 (เต็ม 5) จากค่าครองชีพที่คุ้มค่า (ราว 50,000 บาทต่อเดือน) โครงสร้างพื้นฐานแข็งแรง และบรรยากาศที่เอื้อต่อการใช้ชีวิต ทำให้กรุงเทพฯ กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของผู้ทำงานทางไกลทั่วโลก

รายงานยังพบว่า ประเทศไทยมีเมืองติดโผถึง 7 เมือง มากที่สุดในโลก ได้แก่ กรุงเทพฯ, นครราชสีมา, เชียงใหม่, เกาะพะงัน, เกาะลันตา, ภูเก็ต และกระบี่ สะท้อนถึงจุดแข็งด้านค่าครองชีพต่ำ บริการครบครัน และวัฒนธรรมที่หลากหลาย ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยดึงดูดชาวต่างชาติที่ทำงานจากระยะไกล

ขณะที่ นครราชสีมา หรือโคราช ขึ้นแท่นอันดับ 5 โดยมีจุดเด่นคือค่าครองชีพถูกที่สุดในกลุ่มท็อป 10 อยู่ที่ประมาณ 34,500 บาทต่อเดือนสำหรับคนเดียว และ 35,700 บาทต่อเดือนสำหรับครอบครัว ถือเป็นทางเลือกใหม่ของโนแมดที่ต้องการประหยัดแต่ยังคงคุณภาพชีวิตที่ดี

สำนักงานอุตสาหกรรมจ.แพร่ ร่วมเอกชน ลงพื้นที่ประสบอุทกภัย มอบอาหารและน้ำดื่ม ช่วยผู้ประสบภัย 'น้ำท่วม' จังหวัดแพร่

สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ ร่วมกับ บริษัท ซีดีไอพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้ออกให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดแพร่ โดยมอบอาหารและน้ำดื่มเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

การลงพื้นที่ นำโดยนายประยูร ใบยา อุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ พร้อมด้วย นางณัฐชา อัมพุช นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มนโยบายและแผนงาน และเจ้าหน้าที่ ร่วมกับทีมที่ปรึกษากิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเชิงลึก 

ภายใต้โครงการส่งเสริมการสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์ จากอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ตลาดยุคใหม่ (Local wisdom to global) จาก บริษัท ซีดีไอพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้ลงพื้นที่เพื่อให้ความช่วยเหลือด่วนแก่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม 

ทั้งนี้ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดแพร่ยังคงให้การสนับสนุนและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการให้สามารถฟื้นฟูกิจการและดำเนินธุรกิจได้อย่างปกติโดยเร็วที่สุด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top