Sunday, 16 August 2026
Hard News Team

‘ฝนธิป ศรีวรัญญู’ สาวงามไทยคว้า 2 มงกุฎ จากการประกวด ‘Mrs.Heritage International’

วันนี้ (22 พ.ย. 65) เวลา 12.30 น. ได้มีการจัดแถลงข่าวเปิดตัวผู้ชนะการประกวดสาวงาม Mrs.Heritage International ณ ห้องชมณภา โรงแรมเอสดี 

สำหรับเวที Miss and Miss Heritage Intemational เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงที่สมรสแล้วสามารถเข้าประกวดได้ เนื่องจากเวทีให้โอกาสทุกคนอย่างความเท่าเทียมกัน ถึงแม้ผู้หญิงจะสมรสหรือมีลูกแล้ว ก็สามารถมีมุมมองและประสบการณ์ชีวิตที่สร้างประโยชน์ให้กับสังคมได้ในอีกรูปแบบหนึ่งได้

ซึ่งปีนี้จัดประกวดอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย สาวงามที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ Miss and Miss Heritage Intemational ได้แก่ น.ส.ฝนธิป ศรีวรัญญู และคว้าอีกรางวัลมาครองคือ Environmental Ambasador 

ฝนธิป กล่าวว่ารู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก และการไปประกวดครั้งนี้ สิ่งที่ตัวเองเตรียมไปคือ การสร้างภาพลักษณ์ โดยการเป็นตัวแทนของประเทศ ได้เตรียมวิดีโอที่นำเสนอประเทศไทย ซึ่งได้ถ่ายไว้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในประเทศ รวมถึงพวกวัฒนธรรมไทยต่างๆ เช่น มวยไทย สิ่งนี้จะทำให้ต่างชาติรู้จักประเทศไทยมากขึ้น อย่างที่สองที่เตรียมคือ ด้านการแสดงวัฒนธรรมไทย เป็นการรำกินรี ไปรำโชว์ให้ต่างชาติได้เห็นถึงความเป็นไทย อย่างที่สามคือเตรียมในเรื่องของชุดที่สวมใส่ โดยชุดจะต้องแสดงถึงความเป็นไทยได้อย่างดี เพราะในกองประกวดเราสามารถใส่ชุดไทยได้ ซึ่งตนทำให้ชุดมีความโดดเด่น แล้วก็แตกต่างจากชาติอื่น ๆ เพราะว่าชาติอื่นเขาก็เตรียมมาเหมือนกัน ดังนั้นจึงต้องยิ่งแสดงถึงความเป็นไทยให้เด่นชัดยิ่งขึ้นไปอีก

ยูกันดา ‘ห้าม’ จนท.เรือนจำใช้มือถือช่วงบอลโลก หวั่นนักโทษหาโอกาสแหกคุกช่วงจดจ่อการแข่ง

ยูกันดา ‘ห้าม’ เจ้าหน้าที่เรือนจำใช้มือถือช่วงบอลโลก หวั่นนักโทษหาโอกาสแหกคุก

เอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน อธิบดีกรมราชทัณฑ์ประเทศยูกันดา สั่งห้ามเจ้าหน้าที่เรือนจำใช้โทรศัพท์มือถือช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก เกรงนักโทษอาจหาโอกาสที่เจ้าหน้าที่กำลังตื่นเต้นกับการแข่งขันฟุตบอลหาทางหลบหนีออกจากเรือนจำ

“การเริ่มต้นแข่งขันฟุตบอลเวิลด์คัพตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน และความตื่นเต้นของการแข่งขัน อาจส่งผลให้นักโทษหลบหนี เจ้าหน้าที่จะต้องไม่รายงานการปฏิบัติหน้าที่ทางโทรศัพท์ เพราะจะทำให้เสียสมาธิและรบกวนระดับความเตรียมพร้อม” แฟรงค์ มายาจัน อิ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวในแถลงการณ์ที่ออกมาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทั้งยังสั่งเจ้าหน้าที่ให้เพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัยตามพื้นที่ต่างๆ ในเรือนจำ

กองทัพไทย ประกาศเกียรติคุณ ยกย่อง ชมเชย จ่าเอก รณกรฯ ได้ช่วยเหลือประชาชนในวาระสุดท้ายของชีวิต

"กองทัพไทย ได้ประกาศเกียรติคุณ ยกย่อง ชมเชย จ่าเอก รณกร แสงหิรัญขจรศิริ ผู้บังคับหมู่ กองนักเรียนจ่า กองการปกครอง โรงเรียนทหารนาวิกโยธิน ศูนย์การฝึก หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ได้ช่วยเหลือประชาชนในวาระสุดท้ายของชีวิต"

เมื่อวันที่ 21 พ.ย.65 พลเรือตรี ปรีชา รัตนสำเนียง ผู้บัญชาการศูนย์การฝึก หน่วย บัญชาการนาวิกโยธิน/ผู้บัญชาการโรงเรียนทหารนาวิกโยธิน เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการทหารสูงสุด มอบใบประกาศเกียรติคุณ ยกย่อง ชมเชย จ่าเอก รณกร แสงหิรัญขจรศิริ ให้กับญาติของ จ่าเอก รณกร แสงหิรัญขจรศิริ ณ ห้องรับรอง กองบัญชาการ ศูนย์การฝึก หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

‘นายกฯ’ ชื่นชม เยาวชนไทย สร้างชื่อ คว้าแชมป์โลกแข่งโอลิมปิกหุ่นยนต์

นายกรัฐมนตรี ยินดี เยาวชนไทย สร้างชื่อ คว้าแชมป์โลกแข่งโอลิมปิกหุ่นยนต์ โชว์ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ ของไทย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แสดงความชื่นชมและยินดีกับความสำเร็จของทีม ThaiHerbGood โรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง และ ทีม PANYA ROBOT จากสถาบันปัญญาโรบอท กรุงเทพฯ ตัวแทนประเทศไทย ที่คว้ารางวัลในการแข่งขันโอลิมปิกหุ่นยนต์ WORLD ROBOT OLYMPIAD ในการแข่งขันโอลิมปิกหุ่นยนต์ระดับนานาชาติ ระหว่างวันที่ 17 - 19 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่เมืองดอร์ทมุนต์ ประเทศเยอรมนี โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม องค์กรพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ เป็นผู้สนับสนุนทางวิชาการ และบริษัท แกมมาโก้ (ประเทศไทย) จำกัด WRO National Organizers ประจำประเทศไทย นำทีมเด็กไทยเข้าร่วมการแข่งขัน 

สำหรับ การแข่งขันโอลิมปิกหุ่นยนต์ระดับนานาชาติ ฯ มี73 ประเทศ รวม 365 ทีม เข้าร่วม โดยประเทศไทย ส่งร่วมแข่งขัน 3 ประเภท คือ 1. ประเภทหุ่นยนต์อัตโนมัติ ROBOSPORTS 2. ประเภทหุ่นยนต์อัตโนมัติ Future Engineers 3. ประเภทหุ่นยนต์อัตโนมัติ ROBOMISSION รุ่นอายุ 8 - 12 ปี รุ่นอายุ 11 - 15 ปี และรุ่นอายุ  14 - 19 ปี โดยตัวแทนประเทศไทยที่คว้าสองรางวัลใหญ่ ได้แก่ ทีม ThaiHerbGood จากโรงเรียนอัสสัมชัญลำปาง สมาชิกในทีม 1. นายปพนรัตน์ ฟูใจ 2. นายเขมินท์ พินิตเกียรติสกุล ผู้ควบคุมทีม นายอรรถพล ชื่นกุล คว้ารางวัลชนะเลิศประเภท ROBOMISSION รุ่น Senior และ ทีม PANYA ROBOT จากสถาบันปัญญาโรบอท กรุงเทพมหานคร สมาชิกในทีม 1. นายโชติพิสุทธิ์  มงคลวิสุทธิ์ 2. นายพิสิษฐ์  มงคลวิสุทธิ์ 3. นายวรกร ฤกษ์สมถวิล ผู้ควบคุมทีม นายปัญญา สนธิธรรม คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ประเภท ROBOSPORTS 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความยินดีกับเยาวชนที่ได้รับรางวัลจากการแข่งขันโอลิมปิกหุ่นยนต์ระดับนานาชาติ และชื่นชมในความสามารถของเยาวชนไทยทุกคนที่เข้าร่วมการแข่งขัน แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจ ศักยภาพและความสามารถของเยาวชนไทยทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นสาขาวิชาที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ นอกจากทุกคนจะได้รับประสบการณ์ที่ดีแล้ว ยังเป็นความภาคภูมิใจในการเป็นตัวแทนเยาวชนไทยที่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ 

ทรู ยอมให้ ทีวีดิจิทัลถ่ายบอลโลกแบบคู่ขนานแล้ว ด้าน กกท. วอน ทรู ปลดล็อกดูได้ทุกแพลตฟอร์มออนไลน์

กสทช. เผย ทรู ยอม ทีวีดิจิทัล ถ่ายบอลโลก 2022 แบบคู่ขนาน จำนวน 16 นัด ให้ กกท. จัดสรร ด้าน สมาคมฯก็พอใจกับข้อสรุปนี้ ขณะที่ ผู้ว่า กทท. วอน ทรูปลดล็อกให้ดูได้ทุกแพลตฟอร์มออนไลน์

(22 พ.ย. 65) นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า หลังจากได้มีการพิจารณาตามหนังสือที่ทางสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ประเทศไทย) ได้ยื่นมาสำหรับที่จะมีการขอให้ทบทวนการจับฉลากการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก (รอบสุดท้าย) 2022 อีกครั้งนั้น จึงได้มีการหารือร่วมกับทางการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน

‘สุรเชษฐ์’ ชี้!! เป็นหนี้ BTS ต้องรีบใช้คืน แต่ต้องโปร่งใส - เปิดเผยสัญญาให้รู้ยอดหนี้จริง

สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ทำการสื่อสารคลิปวิดิโอทวงถามหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียวกว่า 4 หมื่นล้านบาท 

สุรเชษฐ์ระบุว่า ลำดับแรกต้องตอบให้ชัดว่าจะเอาอย่างไรกับการขยายสัมปทานออกไปอีก 30 ปี ว่าจะเอาหรือไม่เอา ซึ่งตนและพรรคก้าวไกลเคยแสดงความเห็นอย่างละเอียดไปแล้วว่าไม่ควรขยายสัญญาสัมปทานและควรเริ่มต้นแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบได้เสียที แก้ปัญหาตั๋วร่วมและค่าโดยสารร่วมอย่างจริงจังหรืออย่างน้อยหากจะปะผุปัญหาต่อไปอีก 30 ปีก็ต้องโปร่งใส ชี้แจงตัวเลข กระแสเงินสด ให้ได้ว่าทุนใหญ่ไม่เอากำไรเกินควรและเปิดเผยสัญญาระหว่างกรุงเทพธนาคมกับ BTS และหากรัฐบาลและ กทม. ชัดเจนว่าไม่ขยายสัมปทานไปอีก 30 ปี ก็ควรจ่ายหนี้ไม่ปล่อยให้ปัญหาคาราคาซัง เพราะ กทม. บอกว่าพร้อมจ่าย อย่างน้อยก็ในส่วนของส่วนต่อขยายหนึ่ง

ผบ.ตร. บินด่วนนราธิวาส เร่งตรวจสอบเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ ถล่มแฟลตตำรวจ เบื้องต้น ผู้กองจราจร เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บจำนวนมาก

จากกรณี เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2565 เวลาประมาณ 12.50 น. ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นภายในบริเวณแฟลตข้าราชการตำรวจ สภ.เมืองนราธิวาส (แฟลต ตร)  ถ.สุริยะประดิษฐ์ เทศบาลเมืองนราธิวาส อ.เมือง จ.นราธิวาส เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 1 ราย  คือ ร.ต.อ.สุทธิรักษ์ พันธะนิยะ รอง สว.จร.เมืองนราธิวาส และบาดเจ็บจำนวนมาก ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น 

จากการตรวจสอบในเบื้องต้น ทราบว่ามีคนร้ายจำนวน 1 คน แต่งกายคล้าย จนท.ได้นำรถยนต์กระบะประกอบระเบิด(คาร์บอมบ์) นำมาจอดไว้ภายในบริเวณแฟลตข้าราชการตำรวจ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างปิดกั้นพื้นที่ รอเข้าตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย 

‘ดร.ดิลก’ พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ กรมหมื่นสรรควิไสยนรบดี เจ้าชายนักเศรษฐศาสตร์คนแรกแห่งสยามที่คนไทยควรรู้จัก

หลังจากจบการประชุมเขตเศรษฐกิจ APEC 2022 เรื่องทางเศรษฐศาสตร์ก็ประดังประเดเข้าในหัวผม แต่มีเรื่องหนึ่งที่เด่นชัดและผมอยากนำมาเขียนเล่า ให้ท่านผู้ติดตามได้รู้จักกับ เจ้าชาย ‘นักเศรษฐศาสตร์’ ผู้รอบรู้ทางด้าน ‘ภูมิศาสตร์เศรษฐกิจ’ ของเมืองไทย และเป็นท่านแรกๆ ที่เขียนหนังสือเกี่ยวกับเศรษฐกิจของสยาม แต่ติดที่ว่าท่านทรงอาภัพด้วยทรงมีพระชนมายุค่อนข้างสั้น และเหตุแห่งการสิ้นพระชนม์นั้นไม่น่าจะที่จะมีใครอยากเอ่ยถึงนัก

พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ เป็นพระราชโอรสองค์ที่ 44 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาทิพเกสร เมื่อวันเสาร์ เดือน 6 ขึ้น 9 ค่ำ ปีวอก ฉศก จ.ศ. 1246 ตรงกับวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2427 โดยเจ้าจอมมารดาเจ้าทิพเกสร นับเป็นเจ้านายฝ่ายเหนือท่านแรกที่เข้ามาเป็นบาทบริจาริกาในพระพุทธเจ้าหลวง ท่านเป็นหลานทวดของพระเจ้ากาวิละ พระเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 1 เหตุที่ทรงมีสายพระโลหิตสัมพันธ์กับเจ้านายฝ่ายเหนือเช่นนี้จึงได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระราชบิดาว่า ‘ดิลกนพรัฐ’ อันมีความหมายว่า ‘ศรีเมืองเชียงใหม่’ 

พ.ศ. 2440 พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐได้ทรงเข้าเรียนที่โรงเรียนวอร์เรนฮิลล์ เพื่อศึกษาในระดับประถมศึกษาตอนปลาย ก่อนที่จะย้ายไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมชาร์เตอร์เฮ้าส์ ทั้งๆ ที่โรงเรียนมัธยมกินนอนที่อีตัน ได้ตกลงรับเข้าศึกษาแล้ว โดยเหตุผลที่พระยาวิสุทธสุริยศักดิ์ ผู้ดูแลการศึกษาของพระราชโอรสในอังกฤษขณะนั้น มีความเห็นว่าพระเจ้าลูกยาเธอยังขาด ‘ความพร้อม’ ที่จะไปเรียนที่อีตัน 

ต่อมาในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2443 พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ ได้เสด็จกลับกรุงเทพฯ เพราะเจ้าจอมมารดาเจ้าทิพเกสรป่วยหนักและถึงแก่อนิจกรรม คราวนั้นพระเจ้าลูกยาเธอฯ ได้ประทับอยู่เมืองไทยนานถึง 8 เดือน จนกระทั่งเสร็จสิ้นงานศพของพระมารดา จึงได้เสด็จกลับไปศึกษาต่อที่อังกฤษในเดือนมิถุนายน 2444 การว่างเว้นการเรียนไปนานหลายเดือน ทําให้พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐทรงเรียนตามพระสหายในชั้นเรียนไม่ทัน จึงต้องทรงย้ายไปเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมของเอกชนที่ ‘แครมเม่อร์’ 

ในปีเดียวกันนี้ ปรากฏว่าพระองค์เจ้าดิลกนพรัฐทรงมีความขัดแย้งกับพระยาประสิทธิศัลยการและนายเวอร์นี ซึ่งได้รับหน้าที่ผู้ดูแลการศึกษาของบรรดาพระราชโอรสในอังกฤษ ณ ขณะนั้น พระองค์เจ้าดิลกฯ ได้ทรงมีลายหัตถ์ ถึงพระยาสุริยานุวัตร (เกิด บุนนาค) ปรารภถึงปัญหาการศึกษาเล่าเรียนว่าไม่ต้องพระประสงค์ที่จะอยู่โรงเรียนของเอกชน พระยาสุริยานุวัตร อัครราชทูต ณ กรุงปารีส ได้มีหนังสือกราบบังคมทูลความว่า ผู้ดูแลฯ มักจะตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ไปโดยไม่รับฟังเหตุผลจากพระเจ้าลูกยาเธอฯ 

ในหลวง ร.5 ทรงมีพระราชดําริว่า พระยาสุริยานุวัตร ดูเหมือนจะเชื่อพระเจ้าลูกยาเธอฯ มากเกินไป และทรงกล่าวถึงพระราชโอรสว่าเมื่อกลับเมืองไทยก็มิได้แสดงความเฉลียวฉลาด และก็ไม่ค่อยจะแข็งแรงด้วย หากเป็นผู้มีความเพียร ดังนั้นเมื่อเรียนที่อังกฤษมีปัญหาก็ควรจะให้ย้ายไปเรียนที่เยอรมัน แม้จะต้องเริ่มต้นกันใหม่ก็คงจะไม่ ‘ถอยหลังเข้าคลองเท่าไรนัก’ 

การย้ายไปเรียนเยอรมันนี่แหละถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของเจ้าชายนักเศรษฐศาสตร์ พระองค์ย้ายไปศึกษาที่เยอรมนีในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2444 โดยทรงเข้าศึกษาในโรงเรียนมัธยมที่เมืองฮาลเล ภายใต้การควบคุมดูแลของ ดร. ตริน ศาสตราจารย์ชาวเยอรมัน โดยพระองค์ทรงสําเร็จชั้นมัธยมศึกษาภายในเวลาเพียง 2 ปีเท่านั้น

พ.ศ. 2446 เมื่อมีพระชันษา 15 ปีบริบูรณ์ และได้ประทับอยู่ในยุโรปมาแล้วกว่า 6 ปี พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ ได้ทรงเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยมิวนิคในหลักสูตรวิชา ‘เศรษฐกิจการเมือง’ ซึ่งก็คือ ‘เศรษฐศาสตร์’ ในปัจจุบันนั่นเอง 

ภายหลังที่ได้ทรงศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยมิวนิคเป็นเวลา 2 ปี ก็ได้ทรงย้ายไปศึกษาในแขนงวิชาเดียวกัน ณ มหาวิทยาลัยทึบบิงเงิน ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงของเยอรมนีตอนใต้อีกแห่งหนึ่ง พระองค์ได้ทรงสำเร็จการศึกษาในหลักสูตรปริญญาเอกทางเศรษฐศาสตร์ ซึ่งเรียกเป็นภาษาเยอรมันว่า ‘ดอกเตอร์วิทสตาตส์วิสเซนชัฟท์’ (เยอรมัน: Doktor der Wirtschafts-wissenschaften) ใน พ.ศ. 2450 ขณะทรงมีชันษาได้ 23 ปี 

โดยวิทยานิพนธ์ของพระองค์มีชื่อว่า Die Landwirtschaft in Siam โดย Dilock Prinz Von Siam แปลว่า ‘การเศรษฐกิจในประเทศสยาม โดย พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ’  ตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2449/2450 ซึ่งในสมัยนั้นการศึกษา ‘ภูมิศาสตร์เศรษฐกิจ’ เป็นที่สนใจ โดยเฉพาะประเทศในภูมิเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ยังมีการศึกษาอยู่ค่อนข้างน้อย ก่อนหน้านี้หนังสือเล่มนี้หายากมากๆ แต่ปัจจุบันได้รับการแปลและสามารถหาอ่านได้ มีทั้งสิ้น 5 บท โดยสรุปเนื้อหาได้ดังนี้... 

บทแรก เป็นเรื่องกว้างๆ ทางด้านภูมิศาสตร์ของสยาม อันรวบรวมเอารัฐไทรบุรี, กะลันตัน และตรังกานู  เข้าไว้ด้วย ซึ่งในขณะนั้น ยังเป็นส่วนหนึ่งของพระราชอาณาจักรสยามอยู่

บทที่สอง ทรงกล่าวถึงระบบกฎหมาย พระเจ้าแผ่นดินและบรมวงศานุวงศ์ เจ้าเมืองออก ขุนนาง ข้าราชการ ราษฎร ไพร่และทาส ในแต่ละส่วนนั้นก็ยังซอยย่อยลงไปอีกตามลำดับชั้น ทรงให้รายละเอียดเกี่ยวกับแรงงานเกณฑ์ไว้เป็นจำนวนมาก ตลอดถึงทั้งข้อสังเกตบางประการในเรื่องไพร่สม ซึ่งเป็นที่น่าสนใจต่อนักประวัติศาสตร์มากๆ 

ในบทต่อมา ทรงอธิบายการเศรษฐกิจของชาวสยาม ทรงกำหนดอธิบายประเทศสยามว่า เป็นรัฐเกษตรกรรมแท้ๆ โดยมีปัจจัย 3 ประการคือ...
- สยามขาดแคลนแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ เช่น เหล็ก
- อยู่ในเขตอากาศร้อนไม่เหมาะกับการอุตสาหกรรม 
- เกษตรกรรมขยายต่อเนื่อง ได้ผลตอบแทนที่ง่ายและดีกว่า

ทรงตั้งข้อสังเกตว่า อุปสรรคอันใหญ่หลวงต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของสยามก็คือการขาดแคลนเงินทุน ทั้งทรงกล่าวถึงการปฏิรูประบบการจัดเก็บภาษีแหละให้ทบทวนฐานรายได้ของรัฐเสียใหม่ด้วย รวมไปถึงการถือครองที่ดินและการเสียภาษีที่ดิน (โคตรทันสมัย !!!!) เพื่อนำเงินภาษีเหล่านั้นมาเป็นแหล่งเงินทุนในการพัฒนาเศรษฐกิจ 

ทั้งยังได้เขียนถึงปัญหาผู้ใช้แรงงานสยาม ซึ่งถูกแย่งงานจากคนจีน ที่มีค่าแรงถูกและต้นทุนอื่นๆ ต่ำ โดยเหตุผลที่พระองค์ได้ทรงบันทึกไว้ ช่างเป็นภาพที่ชัดในหัวผมมากๆ ดังนี้…

“ชาวสยามยอมอดยากหิวโหยเสียดีกว่าที่จะยอมมีชีวิตแบบพวกกุลีจีน พวกเขายะโสกับความเป็นอิสระ เขาจะยอมเชื่อฟังก็แต่ในสิ่งที่เข้ากับเขาได้เท่านั้น นี้...ผู้ใช้แรงงานชาวสยามรักสนุกเฮฮา ผ้านุ่งห่มดีๆ แลของสวยของงาม...พวกเขาพร้อมเสมอที่จะชวนญาติมิตรมาร่วมวงกินอาหารมื้อใหญ่ มีมโหรีแลฟ้อนรำบำเรอ พวกเขายินดีที่จะจ่ายประดาสิ่งที่เขามีอยู่ทั้งหมดออกไป จะมีก็แต่ต่อเมื่อเขาจำเป็นจะต้องใช้เงินอีกคราวเท่านั้น เขาจึงจะหวนกลับไปทำงานกันอีก...อ่านแล้วคุ้นๆ กับปัจจุบันนี้พอสมควรเลย ใช่ไหม ???? (ทุกวันนี้เป็นแรงงานพม่า กัมพูชา ฯลฯ) 

ILINK แย้ม Q4 สดใส รับงาน 'เกาะเต่า' หนุนกำไรพีคยาว วางงบร้อยล้าน ขยายคลังสินค้าใหม่

ILINK โชว์ยอดขายธุรกิจจัดจำหน่ายโต 2 หลัก (double-digit growth) ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 ตอบรับกระแสดิจิทัล และเทรนโซล่ารูฟพุ่ง พร้อมโชว์ความแข็งแกร่ง เตรียมขึ้นแท่นเป็นผู้นำอันดับ 1 งานโครงการ Submarine Cable ของไทย หลังคว้างานยักษ์ติดตั้งเคเบิลใต้น้ำเกาะเต่า โดยบริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ฯ หรือ ILINK นำเสนอข้อมูลภาพรวมธุรกิจและผลประกอบการของบริษัทฯ ผ่านงาน Opp Day จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า “9 เดือนแรกของปีนี้ ILINK ทำรายได้ 4,862.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.29% และมีกำไรสุทธิ 261.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.18% เมื่อเทียบกับงวด 9 เดือนของปีก่อน และสำหรับไตรมาส 3/65 ILINK มีรายได้ 1,806.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.42% และทำกำไรสุทธิ 85.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.17% จึงมั่นใจว่าทิศทางผลประกอบการไตรมาส สุดท้ายของปี จะเติบโตทะลุเป้าแน่นอน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับปัจจัยบวกจากการชนะงานจ้างก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำ ระบบ 33 เควี ไปยังเกาะเต่า ที่จะช่วยหนุนทั้งรายได้และกำไรยาวไปถึงปี 2567”

‘เสาชิงช้า-กิโยติน’ สิ้นมงคลดลวิบัติ ใยผู้ดูแล จึง ‘ละเว้น-ปล่อยปละ’ ม็อบ

เสาชิงช้าสร้างมาแต่รัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชในปี ๒๓๒๗ หน้าเทวสถานโบสถ์พราหณ์ และหน้าวัดสุทัศน์เทพวราราม พราหมณ์ที่เทวสถานโบสถ์พราหมณ์นี้บ้างก็ว่าสืบทอดมาจากกรุงศรีอยุธยา หรือมาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดเพชรบุรี และสืบตระกูลพราหมณ์ราชสำนักมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้มีพระราชครูวามเทพมุนีเป็นหัวหน้าคณะพราหมณ์ประจำเทวสถานโบสถ์พราหมณ์ 

ในหนังสือพระราชพิธีสิบสองเดือน พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เขียนอธิบายไว้โดยละเอียดว่าพระราชพิธีตรียัมพวาย ตรีปวาย หรือพระราชพิธีโล้ชิงช้า นั้นเดิมจัดขึ้นในเดือนอ้าย ต่อมาขยับมาเป็นเดือนยี่ เพื่อนมัสการบูชาพระอิศวร พระนารายณ์ และพระพิฆเนศ โดยเป็นพิธีขึ้นปีใหม่ของพราหมณ์ โดยที่พราหมณ์ได้อัญเชิญพระเป็นเจ้าเสด็จลงมาสู่โลกมนุษย์พร้อมกันนี้ก็ได้เชิญเทพยดาองค์อื่นๆ เช่น พระอาทิตย์ พระจันทร์ พระคงคา และพระธรณีมาเข้าเฝ้าและร่วมในพิธีด้วย 

การพระราชพิธีตรียัมพวาย ตรีปวาย เดิมเน้นเป็นพิธีฮินดู-พราหมณ์ แต่อย่างเดียว แต่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๔ ทรงโปรดให้จัดพิธีอย่างพุทธเข้าไปเป็นหลักด้วย เช่น มีพระราชพิธีสงฆ์ให้พระสงฆ์รับพระราชทานฉันที่พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ มีการสวดมนต์ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นต้น 

การพระราชพิธีที่เป็นของฮินดู-พราหมณ์แต่เดิมก็ยังคงอยู่ มีการพระราชทานแต่งตั้งพระยายืนชิงช้า ซึ่งโดยปกติจะเป็นตำแหน่งของเกษตราธิการในจตุสดมภ์ ๔ คือเจ้าพระยาพลเทพ แต่ในภายหลังก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตามความเหมาะสมในแต่ละปีไป ความเรียงอธิบายขั้นตอนและสิ่งประกอบในพระราชพิธีตรียัมพวาย ตรีปวายในพระราชนิพนธ์พระราชพิธีสิบสองเดือนนั้น ละเอียดลออ ครบถ้วน หากอ่านจนครบจะเข้าใจและเห็นภาพได้อย่างกระจ่างชัดจนสามารถนำมารื้อฟื้นพระราชพิธีได้ 

อย่างไรก็ตามพระราชพิธีตรียัมพวาย ตรีปวายนี้ได้ถูกยกเลิกไปหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และกรุงเทพมหานครได้ใช้เสาชิงช้าเป็นสัญลักษณ์ของเมือง อีกทั้งการบูรณะเสาชิงช้าในยุคหลังก็ดำเนินการโดยกรุงเทพมหานคร ถือว่ากรุงเทพมหานครเป็นผู้ดูแลสถานที่ ทั้งนี้เสาชิงช้านั้นตั้งอยู่หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานครด้วย โดยที่เสาชิงช้าเป็นสถานที่สำคัญมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนานและเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนากรมศิลปากรจึงได้ขึ้นทะเบียนเสาชิงช้าเป็นโบราณสถานของชาติ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top