สรุปสถานการณ์ตลาดน้ำมันสัปดาห์ที่ 14 – 18 พ.ย. 65 จับตาปัจจัย ‘บวก - ลบ’ ชี้ แนวโน้ม 21 – 25 พ.ย. 65
สรุปสถานการณ์ตลาดน้ำมันสัปดาห์ที่ 14 – 18 พ.ย. 65 จับตาปัจจัย ‘บวก - ลบ’ ชี้ แนวโน้ม 21 – 25 พ.ย. 65
ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยสัปดาห์ล่าสุดปรับตัวลดลง ICE Brent ลดลงเกือบ 4% WoW ส่วน NYMEX WTI ลดลงเกือบ 5% WoW โดยวันที่ 18 พ.ย. 65 ราคา ICE Brent และ NYMEX WTI ปิดตลาดต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์ เนื่องจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในจีนยังไม่คลี่คลาย กดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจและอุปสงค์น้ำมันทางการจีนประกาศมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดในหลายพื้นที่ อาทิ เมืองกว่างโจว, กรุงปักกิ่ง โดยให้ประชาชนอยู่ภายในที่พักอาศัย ปิดกิจการธุรกิจและโรงเรียนชั่วคราว และปรับรูปแบบการเรียนการสอนเป็นออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย. 65 ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการสาธารณสุขของจีน (National Health Commission: NHC) รายงานผู้ติดเชื้อใหม่รายวันทั่วประเทศ วันที่ 19 พ.ย. 65 อยู่ที่ 24,435 ราย สูงสุดตั้งแต่เดือน เม.ย. 65 ทางเทคนิค ราคาน้ำมันดิบ ICE Brent สัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 85-90 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
>> ปัจจัยที่กระทบต่อราคาน้ำมันดิบในเชิงลบ
• สำนักสถิติแห่งชาติจีน (National Bureau of Statistics: NBS) รายงานปริมาณการนำน้ำมันดิบเข้ากลั่น (Crude Throughput) ในเดือน ต.ค. 65 ลดลงจากเดือนก่อน 20,000 บาร์เรลต่อวัน อยู่ที่ 13.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน และอัตราการกลั่น (Utilization Rate) อยู่ที่ 73.6%
• รมว.กระทรวงต่างประเทศฮังการี นาย Peter Szijarto รายงานท่อน้ำมันดิบ Southern Druzhba (กำลังการขนส่ง 250,000 บาร์เรลต่อวัน) กลับมาดำเนินการเป็นปกติ หลังหยุดชั่วคราวเพียง 1 วัน เนื่องจากโรงไฟฟ้าซึ่งจ่ายไฟให้สถานีเพิ่มแรงดันตามแนวท่อถูกขีปนาวุธรัสเซียโจมตี ทั้งนี้ท่อดังกล่าวส่งน้ำมันดิบจากรัสเซียผ่านเบลารุส และยูเครน สู่ฮังการี สโลวาเกีย สาธารณะรัฐเช็ก และออสเตรีย




















นายวราวุธ กล่าวว่า วันนี้แนวคิดการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน หรือ Sustainable consumption and production ถือเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญที่จะพาประเทศไทยก้าวเข้าสู่สถานะความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero GHG ภายในปี ค.ศ. 2065 เพราะหากภาคอุตสาหกรรม ภาคการผลิต หรือภาคธุรกิจ มีการปรับเปลี่ยนแนวคิดในการผลิตสินค้าและการบริการที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จะมีส่วนสำคัญที่จะทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและกรอบความคิดของคนในสังคมทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกได้ แต่ถ้าหากยังมีแนวคิดการผลิตและการบริการแบบเดิมก็จะเริ่มเผชิญกับกำแพงภาษีทางด้านสิ่งแวดล้อมที่มีมากขึ้น ดังนั้น การผลิตและการบริการนับจากนี้ไป จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยน ต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น รูปแบบการบริโภคของคนในสังคมก็จำเป็นต้องเปลี่ยน ต้องมีทัศนคติใหม่ เพื่อนำไปสู่การลดการใช้ทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือย เพื่อช่วยให้สังคมเกิดความยั่งยืนยิ่งขึ้น



