Friday, 6 November 2026
Hard News Team

เมื่อกิจกรรมแสนสุขกลายเป็นเรื่องทุกข์ของ 'โอรสแห่งสวรรค์' เพราะมันคือภารกิจเพื่อ 'การมีทายาทสืบทอดราชวงศ์'

SEX แห่งจักรพรรดิชิง กฎระเบียบที่ 'ขัดกับความเป็นมนุษย์'

จากคราวที่แล้ว ผมบรรยายถึงเรื่องของขันทีจีน อารยธรรมที่ส่งต่อข้ามศตวรรษ จนกลายเป็นกลุ่มอิทธิพลทางวัฒนธรรมของแผนดีนจีนอยู่พักใหญ่ ทีนี้มาดูถึงฝ่ายในที่ขันทีพวกนี้ทำงานอยู่บางกันดีกว่า 

แน่นอนพวกเราหลายคนคงเคยดูหนังจีนย้อนยุค (ใช้คำว่าหนังจีนนี่แหละ ดูย้อนยุคดี)  จะเห็นว่าฝ่ายในนั้นจะมีนางสนมของฮ่องเต้ เป็นร้อย เป็นพัน ทั้งจากคัดเลือกของฝ่ายในเพื่อถวายฮ่องเต้โดยเฉพาะจากมเหสีหรือจากนางกำนัลของรัชกาลก่อน ทั้งจากบรรดาขุนนางฝ่ายหน้าที่หวังจะก้าวหน้าจึงเอาลูก เอาหลาน เอาญาติมาถวาย บ้างก็ผ่านการคัดสรรมาจากแดนไกลเพื่อมาหมั้นหมายสร้างสัมพันธไมตรี ความเยอะแยะมากมายแบบนี้แหละที่ได้สร้างตำนานหงส์เหนือมังกรขึ้นมา สุดท้ายก็พาลทำให้หลายราชวงศ์ของจีนถึงกาลล่มสลาย อย่างราชวงศ์ชิงนี่ก็ถึงกาลอวสานด้วยความหลงอำนาจ นำพาจีนให้กลายเป็นดินแดนอ่อนแอด้วยน้ำมือของพญาหงส์อย่างพระนางซูสีไทเฮา

ทีนี้อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ คงคิดกันว่าถ้าได้เป็นฮ่องเต้ต้องสำราญเป็นแน่แท้ เพราะสนมนางในมีมากมายก่ายกอง ต้องได้ลองรักลองเลิฟกันสนุกสนาน แต่จากการศึกษาเรื่องราวตามข้อมูลทางประวัติศาสตร์เรื่องนี้ ผมบอกได้เลยว่า น่ากระอักกระอ่วน อึดอัด หายใจไม่ทั่วท้อง รันทดระคนสงสาร พาลเลิกจินตนาการเรื่องความหวาบหวามกันไปเลยทีเดียว เพราะมันมีการควบคุมเรื่องอย่างว่าสำหรับ 'ฮ่องเต้ชิง' กันอย่างเข้มงวด เพราะมันคือภารกิจสำคัญ ภารกิจเพื่อ 'การมีทายาทสืบทอดราชวงศ์' และเพิ่มโอกาสที่จะได้โอรส 'เพศชาย' มาสืบทอดบัลลังก์มากขึ้นนั่นเอง 

Sex ที่อยู่ภายใต้การควบคุมมันเป็นอย่างไร? ปุถุชนแบบเราคงจะนึกภาพกันไม่ออก แต่ฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ 'ชิง' ราชวงศ์สุดท้ายของแผ่นดินจีน ทรงรู้รสชาติของมันเป็นอย่างดี จากชนเผ่านอกด่าน สู่การกุมอำนาจราชสำนัก จักรพรรดิชิงได้รับเอาขนบธรรมเนียมต่าง ๆ ของราชวงศ์ 'หมิง' ซึ่งเป็นชาวฮั่นมาใช้พร้อมกับพัฒนาระบบเฉพาะตัว โดยเฉพาะเรื่องกิจกรรม 'บนเตียง' ในวังหลวง ถือว่าพิถีพิถันเป็นอย่างมาก ถ้าเราเคยชมภาพยนตร์ไทยอย่าง 'สุริโยทัย' จะเห็นภาพการถวายงานแบบนั่ง 'พับเป็ด' ทาเครื่องประทินผิวทั่วตัว เปลือยสรีระสำคัญ แต่ข้อห้ามที่สำคัญอย่างยิ่งคือ 'ห้ามเท้า' ซึ่งเป็นของต่ำถูกพระวรกายขององค์ขุนหลวง นี่ว่าลำบากแล้วนะ แต่นั่นก็ยังน่าจะยังลำบากไม่เท่าการถวายงานแก่จักรพรรดิแห่งราชวงศ์ชิง ซึ่งมันค่อนข้าง 'ขัดกับความเป็นมนุษย์' ซึ่งแปลจากภาษาจีนที่เรียกว่า 'ฟ่านเหรินซิ่ง' 

ก่อนจะไปรู้ว่า 'ฟ่านเหรินซิ่ง' เป็นอย่างไร ? เรามาลองอ่านลำดับชั้นของฝ่ายในกันก่อน สำหรับฝ่ายในสมัย 'ราชวงศ์ชิง' นั้นจะมีลำดับอยู่ 3 ชั้น คือ 

1. จักรพรรดินี คือ 'มเหสีเอก' หรือ 'อัครมเหสี' ภรรยาทางการขององค์จักรพรรดิ คือหญิงที่ได้รับการยกย่อง เคารพนับถือสูงสุดในจีน เป็นรองก็เพียง องค์จักรพรรดิ และพระมารดาของจักรพรรดิ 

2. พระมเหสี คือ 'มเหสีรอง' มักจะเป็นหญิงสาวที่จักรพรรดิถูกใจ ได้รับแต่งตั้งไว้ในระดับที่สำคัญแต่ไม่ที่สุด ยกเว้นเมื่อเกิดกรณีที่ 'มเหสีเอก' ไม่มีทายาทเป็นชาย แต่ 'มเหสีรอง' กลับมีทายาทเป็นชาย ทีนี้สถานะก็จะกลับกลายไปเป็นเสมอได้ ในสมัยราชวงศ์ชิงมีตำแหน่ง 'พระมเหสีถึง 4 ตำแหน่ง' ด้วยกัน 

3. นางสนม ลำดับมีมากที่สุด ตามบันทึกแบ่งเป็น 8 ลำดับขั้น คือ พระสนมเอก พระสนม นางสนมกำนัล นางกำนัล กุลสตรี นางกำนัลขานรับ และเจ้าพนักงานหญิง ซึ่งรวมแล้ว อาจจะมี 50 - 80 คน หรือมากกว่านั้น โดยใน 8 ลำดับขั้นนั้นต้องผ่านการคัดเลือกจากหญิงสาวร่วม 5,000 คน ซึ่งการคัดเลือกแต่ละครั้งจะมี 'ขันที' เป็นผู้ทำหน้าที่นี้ เอาล่ะ! เริ่มกระบวนการ 'ฟ่านเหรินซิ่ง'

เริ่มต้นการเลือกนางสนมแห่งค่ำคืนนั้น ด้วยการนำป้ายชื่อของนางสนมแต่ละคนมาวางลงบนถาด แล้วนำมาให้ 'องค์ฮ่องเต้' พิจารณาเลือก ระหว่างรอเชฟหลวงทำอาหารเพลิน ๆ กับรอทีมพิสูจน์อาหารทดสอบยาพิษ ก็เลือกหยิบเอาไว้ว่าคืนนี้จะขึ้นเตียงกับใคร ซึ่งเรื่องนี้ถ้าพิจารณาดูก็จะเห็นว่า เป็นช่องว่างที่ทำให้เกิดการคอร์รัปชั่นในราชสำนักฝ่ายในได้ โดยเฉพาะกับพวกขันที เพราะถ้าเซ่นขันทีถูก รับรองสบาย เพราะต่อให้ถาดใหญ่แค่ไหน ไม่มีทางใส่ป้ายชื่อของนางสนมได้หมด นางสนมบางคนที่อยากจะได้ใกล้ชิดฮ่องเต้ในค่ำคืนนั้น ก็ต้องติดสินบนขันที เพื่อให้นำป้ายชื่อของตนเองไปไว้บนถาดดังกล่าว โดยใส่รายละเอียดแบบเป๊ะ เพื่อการถูกเลือก ทั้งตำแหน่งในการวาง วางตรงไหน ฝั่งไหน ได้ระดับสายตาไหมเลือกมือไหน มองทางไหนก่อน หยุดตรงไหนนาน ไม่ต้องแปลกใจ เพราะขันทีผู้ดำเนินการ ถือถาดมาให้ฮ่องเต้เลือกนางสนมเกือบทุกวัน แม้จะมีการเปลี่ยนเวรก็เถอะ แต่ก็จะวนปฏิบัติหน้าที่นี้อยู่ไม่กี่คน และแน่นอนด้วยความเป็นข้ารับใช้ที่ใกล้ชิด ก็ย่อมล่วงรู้ถึงพระนิสัย รู้พระทัยของฮ่องเต้ เป็นอย่างดี แบบนี้ก็พาลให้นึกไปว่า อย่างพระนางซูสีไทเฮา ก็ไม่รู้ว่าพระนาง ฯ ได้เซ่นขันทีไปไหม ? หรือขันทีมองพระนาง ฯ เป็นโอกาสไหม ? ที่ทำให้เส้นทางของพระองค์ได้ถูกเลือกขึ้นมาจากถาดใบนั้น 

ทำไมต้องเน้นขนาดนี้ ? เพราะว่า 1. ในเขตพระราชฐานชั้นในมีแค่ฮ่องเต้เป็นบุรุษเพศแค่พระองค์เดียว นางสนมก็เหงาเป็น หนาวเป็น อยากได้ไออุ่นเหมือนชาวบ้านทั่วไป 2. หากสนมคนใดตั้งครรภ์และคลอดองค์ชายออกมาเรียกได้ว่าสุขสบายทั้งชาติ มั่งมีทั้งตระกูล และอาจได้รับการยกระดับ

หลังจากฮ่องเต้ท่านเลือกป้ายชื่อนางสนมได้แล้ว ทีมขันทีก็จะไปเตรียมการ ระหว่างนั้นฮ่องเต้ก็จะทรงดื่มด่ำกับอาหารค่ำไป ซึ่งธรรมเนียมตรงนี้ มีบันทึกเขียนเอาไว้ว่า "หากสนมนางใดถูกเลือก จะถูกนำตัวไปอาบน้ำ พาเข้าพระตำหนักแบบเปลือยเปล่า และนำผ้านวมสีแดงพันตัว อุ้มเข้าไปรอที่ห้องบรรทม” ซึ่งขั้นตอนนี้ นอกจากจะช่วยชำระเนื้อตัวให้หอมสะอาดแล้ว ยังเป็นการป้องกันเหตุไม่คาดฝัน อย่างเช่นการซุกซ่อนอาวุธหรือยาพิษใด ๆ ที่อาจทำอันตรายต่อองค์จักรพรรดิได้

ขั้นต่อมาถ้าเป็นสามัญชนอย่างเรา ๆ ก็คง "ลุยกันเลย!" แต่ช้าก่อน !!!!! สำหรับองค์จักรพรรดิ ยังต้องทำตามกฎแห่งวังหลวง คือ 'จักรพรรดิ' จะต้องนอนรออยู่บนพระแท่น ห่มผ้า แล้วเปิดส่วนพระบาท เอาไว้ ให้สนมเปลือยกาย “มุดจากด้านล่าง” ขึ้นมา ซึ่งเป็นแบบแผนชัดเจน ว่าการสังวาสนางสนมนั้น พวกนาง “ต้องมาจากเบื้องต่ำ” หรือ “เบื้องล่าง”  ซี่งเอกสารโบราณเขียนไว้แบบนี้จริง ๆ นึกภาพนางสนมจะต้องเลื้อยจากบริเวณปลายเท้าขององค์ฮ่องเต้ขึ้นมาแนบพระวรกาย เอาล่ะแต่จากตรงนี้จะเป็นช่วง "ฟรีสไตล์” อยากจัดยังไง ก็จัดไป ตามอัธยาศัย แต่อย่าคิดว่าจะ “ฟรีไทม์” นะ ซึ่งนี่คือเรื่องตลกร้าย เพราะ Sex แห่งองค์จักรพรรดิ “มีเวลาจำกัด” !!!!

'ชาวน่าน' ขอโฟนอิน "ขอบคุณ พล.อ.ประวิตร" หลังช่วยแก้แล้ง ด้านลุงป้อมเผย "น้ำคือชีวิต"

ชาวบ้าน ต.นาเหลือง จ.น่าน ดีใจได้ทำนาหลังหยุดมา 3 ปี ขอโฟนอิน "ขอบคุณลุงป้อม" ใจดีช่วยสร้างฝายแก้ปัญหาน้ำแล้งแล้วเสร็จ 

(20 ธ.ค. 65) โฆษกรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ชาวบ้าน ต.นาเหลือง อ.เวียงสา จ.น่าน กว่า 300 คนและพระภิกษุสงฆ์ในพื้นที่รวมตัวกัน ขอโฟนอินแสดงความขอบคุณ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีที่มอบหมายสั่งการให้ พล.ร.อ.พิเชษฐ์ ตานะเศรษฐ ลงไปกำกับให้การช่วยเหลือแก้ปัญหาเร่งด่วน การขาดแคลนแหล่งน้ำเพื่ออุปโภค - บริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร ของประชาชนในพื้นที่ ต.นาเหลือง อ.เวียงสา จ.น่าน โดยช่วยก่อสร้างฝายน้ำล้นลำน้ำนาเหลือง เป็นที่เสร็จสิ้นแล้ว ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์กว่า 580 ไร่ 140 ครัวเรือน

‘บิ๊กตู่’ ยันจัดงานรื่นเริงได้ตามปกติ ชี้ หน่วยงานที่งด เป็นเรื่องภายในองค์กร

นายกฯ ขอคนไทยร่วมถวายกำลังใจ 'ในหลวง-พระราชินี' ให้หายประชวรโดยเร็ว พร้อมร่วมตั้งจิตอธิษฐานถวายพระพร 'พระองค์ภา' ยันไม่ห้ามจัดงานรื่นเริง

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 20 ธ.ค. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว. กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ขอเชิญชวนประชาชนให้ร่วมตั้งจิตอธิษฐานถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา รวมถึงร่วมกันถวายกำลังใจให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีด้วยให้หายประชวรโดยเร็ว

‘บิ๊กตู่’ สั่งทุกเหล่าทัพช่วยค้นหากำลังพลเรือหลวงสุโขทัยที่สูญหาย พร้อมสั่ง รมช.กลาโหมติดตามสถานการณ์-เยี่ยมผู้ประสบภัย

(20 ธ.ค. 65) โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ยังคงติดตามสถานการณ์และเป็นห่วงลูกเรือเรือหลวงสุโขทัยกว่า 30 ชีวิต ที่อับปางลง โดยมอบหมายให้ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กห. ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การให้ความช่วยเหลือกำลังพลที่ยังสูญหาย และเยี่ยมเยียนกำลังพลที่ได้รับการช่วยเหลือและอยู่ระหว่างเข้ารับการรักษาตัว ณ โรงพยาบาลในพื้นที่

พล.อ.ประยุทธ์ ได้แสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังได้กำชับ ผบ.ทุกเหล่าทัพให้การสนับสนุน ทร.ระดมให้ความช่วยเหลือลูกเรือที่ยังพลัดหลงและสูญหายให้ถึงที่สุด พร้อมทั้งขอให้ ทร.ดูแลฟื้นฟูจิตใจและรักษาพยาบาลกำลังพลที่ประสบเหตุอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งลงไปช่วยเหลือดูแลและให้กำลังใจครอบครัวลูกเรือที่พลัดหายและอยู่ระหว่างการระดมให้ความช่วยเหลือ โดยไม่ทอดทิ้งกัน

เปิด 20 คำศัพท์โซเชียลยอดฮิต ประจำปี 2565

ใครท่องโซเชียลบ่อย ๆ น่าจะคุ้นเคยกับคำศัพท์โซเชียลกันไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะเป็นคำว่า ‘ต๊าซ’ ที่แสดงถึงความดีเลิศ โดดเด่น อย่างเช่น เพลงของลิซ่าสุดต๊าซ 

หรือคำว่า ‘แน่นะวิ’ ที่ใช้ถามในลักษณะประชดประชันหรือเพื่อความมั่นใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นว่าเป็นแบบนั้นจริง ๆ หรือไม่ อย่างเช่น งานไม่ใหญ่แน่นะวิ

‘บิ๊กตู่’ แนะฉีดวัคซีน หลังโควิด-19 กลับมาระบาด วอนสื่อเสนอข่าว - สร้างความเข้าใจให้ ปชช.

วันที่ 20 ธ.ค. 65 เวลา 12.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว. กลาโหม ให้สัมภาษณ์ ถึงสถานการณ์ความคืบหน้าการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ที่มีการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อ และผู้เสียชีวิตว่า ที่ผ่านมามีการเตือนกันมาโดยตลอด ซึ่งก็ต้องระมัดระวังโดยการสวมหน้ากากอนามัย ระมัดระวังตัวเอง การตรวจหาเชื้อด้วยตัวเอง (Antigen Test Kit) การหลีกเลี่ยงเข้าไปในพื้นที่ชุมชนโดยที่ไม่มีการเฝ้าระวัง หรือระมัดระวังตัวเอง รวมทั้งการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น 

ผบ.ตร.ให้ข้าราชการตำรวจพร้อมครอบครัวทั่วประเทศ จัดพิธีสวดมนต์อธิษฐานจิตถวายพระพรชัยมงคล แด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

วันนี้ (20 ธ.ค. 65) เวลา 17.00 น. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ จัดพิธีสวดมนต์อธิษฐานจิตถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยในส่วนของหน่วยงานที่มีที่ตั้งใน ตร. กำหนดให้สวดมนต์ถวายพระพรชัยมงคล ณ ห้องศรียานนท์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ผบ.ตร.ส่ง ฮ.กู้ภัยกองบินตำรวจ และ เรือตำรวจน้ำ สนับสนุนกองทัพเรือ ค้นหาช่วยเหลือเหตุเรือหลวงสุโขทัยอับปาง

จากกรณี เรือหลวงสุโขทัย ประสบอุบัติเหตุคลื่นลมแรง จนมีน้ำเข้าเรือเป็นจำนวนมาก และได้จมลงใต้ทะเลแล้วในช่วงดึกของวันที่ 18 ธ.ค.2565 ที่ผ่านมา กำลังพลที่ลงเรือหลวงสุโขทัยในวันเกิดเหตุมีทั้งหมด 105 คน ขณะนี้สามารถช่วยเหลือได้แล้ว 76 คน และอยู่ในระหว่างการค้นหาอีก 29 คน นั้น

วันนี้ (20 ธ.ค. 65) เวลา 16.00 น. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า “ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ได้ส่งกำลังเข้าช่วยสนันสนุนภารกิจการค้นหาช่วยเหลือของกองทัพเรือ โดยมอบหมายให้ กองบินตำรวจส่งเฮลิคอปเตอร์ จำนวน 2 ลำ คือ bell 429 ที่มีสมรรถนะ มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็น ฮ.ช่วยเหลือทางการแพทย์ และ bell 212 ซึ่งเป็น ฮ.กู้ภัย มีเครื่องมือในการกู้ชีพ ค้นหา ช่วยเหลือ  พร้อมกับส่งทีมชุดกู้ภัยของกองบินตำรวจ และ ชุดกู้ภัยค่ายนเรศวร ร่วมภารกิจ

เปิดประวัติ ‘น.ต.พลรัตน์ สิโรดมภ์’ ต้นเรือ ‘เรือหลวงสุโขทัย’ หนึ่งในผู้สูญหาย

เปิดประวัติ ‘นาวาตรี พลรัตน์ สิโรดมภ์’ ต้นเรือของเรือหลวงสุโขทัย หนึ่งในผู้สูญหาย ลูกชายอดีตบิ๊กทหารเรือ เพื่อนทหารโพสต์เล่านาที ‘ต้นเรือพลับ’ ช่วยลูกเรือช่วงต้องสละเรือ โดยไม่ขอทิ้งใครไว้ข้างหลัง

20 ธันวาคม 2565 ความคืบหน้าเหตุ ‘เรือหลวงสุโขทัย’ อับปางจมใต้ทะเล ล่าสุด กองทัพเรือยังสนธิกำลังทุกภาคส่วนเร่งค้นหากำลังพล 30 นาย ที่ยังสูญหาย ซึ่งเป็นกำลังพลประจำเรือหลวงสุโขทัยมี 18 นาย กำลังพลที่ไม่ได้ประจำเรือ จาก สอ.รฝ.  4 นาย และนาวิกโยธิน 8 นาย

สำหรับผู้สูญหายที่เป็นกำลังพลประจำเรือหลวงสุโขทัย มีตำแหน่ง ‘ต้นเรือ’ ที่ถือว่ารองลงมาจากผู้บังคับการเรือ คือ นาวาตรี พลรัตน์ สิโรดมภ์ ซึ่งเป็นลูกชายของ ‘บิ๊กหนุ่ย’ พลเรือเอก พลวัฒน์ สิโรดมภ์ อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ 1 ในแคนดิแดตชิงเก้าอี้ ผบ.ทร. ยุค นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

นาวาตรี พลรัตน์ มีชื่อเล่นว่า ‘พลับ’ เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 50 (ตท.50) ถือเป็นคนดี คนเก่งของรุ่น และเป็นนักกีฬา

นอกจากนี้ในเฟซบุ๊กของ Kritsda Sripariyuph โพสต์ข้อความถึง นาวาตรี พลรัตน์ ว่า.. 

'พาณิชย์' เผย ต่างชาติลงทุนไทย 10 เดือนแรกปี 65 ทะยานแตะ 106,437 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ถึง 72%

พาณิชย์เผย 10 เดือน ปี 2565 ต่างชาติลงทุนในไทย 106,437 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 ถึง 72% หรือ 44,469 ล้านบาท ญี่ปุ่นอันดับหนึ่ง ตามด้วยจีน และสิงคโปร์ จ้างงานคนไทยรวม 4,635 คน

เมื่อไม่นานมานี้ นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว รายงานให้ทราบว่า ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ช่วง 10 เดือน (ม.ค.-ต.ค.) ของปี 2565 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทยจำนวน 480 ราย

โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวจำนวน 181 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวจำนวน 299 ราย เม็ดเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 106,437 ล้านบาท จ้างงานคนไทย 4,635 คน

โดยชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่

- ญี่ปุ่น 125 ราย (ร้อยละ 26) เงินลงทุน 37,738 ล้านบาท
- สิงคโปร์ 75 ราย (ร้อยละ 16) เงินลงทุน 11,693 ล้านบาท
- สหรัฐอเมริกา 64 ราย (ร้อยละ 13) เงินลงทุน 3,327 ล้านบาท
- ฮ่องกง 35 ราย (ร้อยละ 7) เงินลงทุน 8,375 ล้านบาท
- จีน 22 ราย (ร้อยละ 5) เงินลงทุน 20,841 ล้านบาท

เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2564 (ม.ค.-ต.ค.) พบว่าการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย เพิ่มขึ้น 34 ราย คิดเป็นร้อยละ 8 (ปี 2565 อนุญาต 480 ราย ปี 2564 อนุญาต 446 ราย)

เม็ดเงินลงทุนเพิ่มขึ้น 44,469 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 72 (ปี 2565 ลงทุน 106,437 ล้านบาท ปี 2564 ลงทุน 61,968 ล้านบาท) และจ้างงานคนไทยเพิ่มขึ้น 352 คน คิดเป็นร้อยละ 8 (ปี 2565 จ้างงาน 4,635 คน ปี 2564 จ้างงาน 4,283 คน) โดยปี 2564 ชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนสูงสุดคือ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกับปี 2565

เดือนมกราคม-ตุลาคม 2565 ธุรกิจที่ได้รับอนุญาตส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่สอดคล้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ นโยบายส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ และสนับสนุนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ อาทิ บริการออกแบบ ก่อสร้าง ติดตั้ง และตรวจสอบระบบกักเก็บพลังงาน สำหรับโครงการโรงผลิตไฟฟ้าแบบผสมผสานสำหรับสนามบินอู่ตะเภา

บริการขุดเจาะหลุมปิโตรเลียมภายในบริเวณพื้นที่แปลงสำรวจที่ได้รับสัมปทานในอ่าวไทย บริการขุดลอก ถมทะเลและก่อสร้างม่านดักตะกอนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ในโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า (Electric Vehicle Charging Station) สำหรับรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า

บริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การให้คำปรึกษาเชิงเทคนิคแบบครบวงจรในการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ การช่วยเหลือด้านการออกแบบ การพัฒนา และทดสอบระบบ เป็นต้น บริการวิจัย พัฒนา และวิศวกรรมด้านไบโอรีไฟเนอรีในระดับขยายขนาดสำหรับกระบวนการทางชีวภาพ บริการพัฒนาและให้บริการซอฟต์แวร์ด้านวิเคราะห์และเชื่อมโยงเพื่อบริหารจัดการข้อมูล Big Data, Data Analytics

>> EEC ลงทุนแล้ว 94 ราย จาก 3 ประเทศ

การลงทุนในพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติ เดือนมกราคม-ตุลาคม 2565 มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 94 ราย คิดเป็นร้อยละ 20 ของจำนวนนักลงทุนทั้งหมด โดยมีมูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC 44,948 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 42 ของเงินลงทุนทั้งหมด

ในจำนวนดังกล่าว เป็นนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น 40 ราย ลงทุน 24,326 ล้านบาท สิงคโปร์ 8 ราย ลงทุน 2,006 ล้านบาท และสหรัฐอเมริกา 7 ราย ลงทุน 1,075 ล้านบาท

ธุรกิจที่ลงทุน อาทิ 1) บริการวิจัย พัฒนา และวิศวกรรมด้านไบโอรีไฟเนอรีในระดับขยายขนาดสำหรับกระบวนการทางชีวภาพ 2) บริการพัฒนาซอฟต์แวร์ ซึ่งเป็นการออกแบบและพัฒนาระบบบริหารจัดการควบคุมการผลิตในโรงงาน และระบบบริหารจัดการสินค้าคงคลัง และ 3) บริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การพัฒนาแอปพลิเคชั่น การอัพเกรดซอฟต์แวร์ต่าง ๆ เป็นต้น

คาดว่าอีก 2 เดือนที่เหลือ (พ.ย.-ธ.ค. 2565) จะมีนักลงทุนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากภาครัฐมีมาตรการส่งเสริมการลงทุน กระตุ้นเศรษฐกิจโดยผ่อนคลายให้มีการเปิดประเทศ และเพิ่มการอำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุน ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศเพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเสริมให้เศรษฐกิจของไทยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top