Tuesday, 28 July 2026
Hard News Team

ปทุมธานี เร่งสนองนโยบาย 'ภูมิธรรม' กวาดล้างยาเสพติด 'No Drugs No Dealers' รวมพลังทุกภาคส่วน ประกาศปฏิญญา 'รวมพลัง ยับยั้งปัญหายาเสพติด'

เมื่อวานนี้ (24 ก.ค.68) เวลา 09.00 น. ที่ ห้องประชุมบัวหลวง  ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี  นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานในการประกาศปฏิญญา 'รวมพลัง ยับยั้งปัญหายาเสพติด' ตามนโยบายปฏิบัติการ ( Quick Win ) กวาดล้างยาเสพติด “No Drugs No Dealers” ของ นายภูมิธรรม  เวชยชัย  รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี  โดยมี นายทิพเมษฐ์ สังขวรรณะ. ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส.ภาค 1 พล.ต.ต.ยุทธนา จอนขุน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี พ.อ.ธวัชชัย วรรณดิลก รอง.ผบ.มทบ.11  นายแพทย์อภิชน จีนเสวก รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี นายอำเภอ ผู้กำกับการสถานีตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมลงนามปฏิญญา 

ทั้งนี้ จากการมอบนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบายรัฐบาลและ Kick off ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด NO Drugs NO Dealers ผนึกกำลัง ชุมชนปลอดยาเสพติด ของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยนายภูมิธรรม มอบนโยบายหลักในเรื่อง 1) ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจับมือร่วมกันทำงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ด้วยการบูรณาการร่วมกันทุกหน่วยงาน ใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานเรื่องยาเสพติด ทั้งการสกัดกั้น เฝ้าระวัง ตรวจตรา และ X-Ray ทุกพื้นที่ นำเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา รวมถึงการหาข่าวในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การจับกุมผู้ค้าและต่อยอดไปสู่การทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดทั้งระบบต่อไป 2) ด้านการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้เสพยาเสพติด ให้ยึดหลัก "ผู้เสพคือผู้ป่วย" ที่ต้องได้รับการรักษา ตามรูปแบบและกลุ่มของผู้ป่วย โดยให้ความสำคัญกับการดำเนินงานของศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคม เพื่อให้ผู้ป่วยที่ผ่านการบำบัดได้มาฟื้นฟูสมรรถนะและศักยภาพให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ก่อนจะกลับเข้าไปใช้ชีวิตในสังคมโดยไม่กลับไปใช้ยาเสพติดซ้ำอีก และ 3) ใช้ "พลังของพี่น้องประชาชน" ผู้นำของหมู่บ้าน/ชุมชน 

โดยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กำหนดกติการ่วมหรือ "ธรรมนูญหมู่บ้าน" เรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ทุกคนรับทราบและปฏิบัติร่วมกัน พร้อมทั้งสนธิกำลังชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) สร้างพลังมวลชนในการ X-Ray ทุกพื้นที่ และส่งเสริมให้มีขบวนการตาสับปะรด ช่วยสอดส่องดูแลและให้ข่าวกับภาครัฐ เพื่อทำให้ปัญหายาเสพติดหมดไปจากทุกพื้นที่ นำมาสู่ การ ประกาศปฏิญญารวมพลัง  จังหวัดปทุมธานี ยับยั้งปัญหายาเสพติด โดยทุกหน่วยงานให้คำมั่นว่า “จะมุ่งบังคับใช้กฎหมายและปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่อย่างจริงจังและเด็ดขาด จะป้องกันมิให้มีการแพร่ระบาดของยาเสพติด มิให้มีผู้ค้าและผู้เสพยาเสพติดในหมู่บ้านชุมชน จะเสริมสร้างความเข้มแข็งให้หมู่บ้านชุมชนมีระบบ กลไก การจัดการปัญหา ด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยจากยาเสพติดอย่างแท้จริง”

‘สม รังสี’ อดีตผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา จี้ ‘ฮุน เซน’ ลาออก ชี้เหตุปะทะชายแดน!! เพื่อเบี่ยงเบนปัญหาแก๊งไซเบอร์มาเฟียในเขมร

(25 ก.ค. 68) อดีตผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา 'สม รังสี' ออกแถลงผ่านเฟซบุ๊ก เรียกร้องให้ 'ฮุน เซน' ประธานวุฒิสภากัมพูชา ลาออกเพื่อเปิดทางให้รัฐบาลที่ชอบธรรม พร้อมกับเปิดเผยว่าเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นกลยุทธ์เบี่ยงเบนความสนใจจากการถูกปราบปรามขบวนการอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ ซึ่งเป็นแหล่งทุนหลักของระบอบปัจจุบัน

สม รังสี ระบุว่า ขบวนการไซเบอร์มาเฟียที่มีฐานตามแนวชายแดนกัมพูชา สร้างรายได้กว่า 12,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี หรือราวครึ่งหนึ่งของ GDP กัมพูชา โดยมีนักการเมืองและผู้มีอำนาจในประเทศเกี่ยวพันอย่างลึกซึ้ง และกำลังถูกกดดันจากนานาชาติ โดยเฉพาะจากไทย ทำให้ฮุนเซนใช้ความขัดแย้งกับไทยจุดชนวนกระแสชาตินิยมเพื่อปกป้องผลประโยชน์

เขายังเตือนว่าพฤติกรรมของฮุน เซน เสี่ยงลากภูมิภาคเข้าสู่ความไม่สงบ พร้อมชู “ข้อตกลงปารีส 2534” เป็นเกราะทางกฎหมายที่มีผลผูกพันนานาชาติในการปกป้องเอกราชและบูรณภาพดินแดนของกัมพูชา และเรียกร้องให้มีการประชุมนานาชาติปารีสอีกครั้งทันที เพื่อยุติวิกฤติ

สม รังสี ย้ำว่าความโกรธแค้นของ ‘ฮุน เซน’ ต่อไทย ไม่ได้เกิดจากความรักชาติ แต่เป็นความกลัวการล่มสลายของระบอบที่เลี้ยงตัวด้วยอาชญากรรมไซเบอร์ โดยระบุว่า ฮุน เซน มีพฤติกรรมซ้ำซาก ใช้ความขัดแย้งชายแดนเพื่อปกปิดปัญหาภายใน เหมือนในเหตุจลาจลปี 2546 และกรณีปราสาทพระวิหารปี 2554

ท้ายที่สุด สม รังสี เตือนว่าหากปล่อยให้ระบอบไร้ความรับผิดชอบนี้ดำเนินต่อไป โดยอาศัยกระแสชาตินิยมเป็นเกราะกำบัง จะทำให้ภูมิภาคเสี่ยงต่อความปั่นป่วน พร้อมเรียกร้องประชาคมโลกช่วยรื้อถอนเครือข่ายมาเฟียเหล่านี้ แม้จะหมายถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในพนมเปญก็ตาม 

‘ลอรี่’ ย้ำต่างชาติ รับไม่ได้ทหารเขมรโจมตีพลเมือง-โรงพยาบาล ลั่น ไทยยืนบนหลักการสากล จะเอาชนะบนความถูกต้อง

‘ลอรี่’ ย้ำต่างชาติ รับไม่ได้กัมพูชาโจมตีพลเมือง-สถานพยาบาล ไทยยืนบนหลักการสากล จะเอาชนะบนความถูกต้อง ให้นานาชาติได้ประจักษ์

นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า

“จากสถานการณ์การปะทะชายแดนบริเวณไทย-กัมพูชา 'ปราสาทตาเมือนธม' ไทยใช้ความอดทนอดกลั้นถึงขีดสุด เมื่อกองทัพกัมพูชา ตัดสินใจโจมตีใส่ไทยก่อนในช่วงเช้าวันที่ 24 ก.ค. ด้วยอาวุธ BM-21 มีการโจมตีปั๊มน้ำมัน โรงเรียน สถานพยาบาล ทำให้พลเรือนไทยที่ไม่เกี่ยวข้อง ทั้งเด็กและบุคลากรทางการแพทย์ จนมีผู้เสียชีวิต 12 ราย บาดเจ็บครึ่งร้อย

เป็นการละเมิดสนธิสัญญาเจนีวา ปฏิบัติต่อพลเมืองผู้บริสุทธิ์ในสงครามอย่างไม่มีมนุษยธรรมจนถึงแก่ความตาย รวมถึงการผิดอนุสัญญาออตตาวา ใช้ทุ่นระเบิดสังหาร ทั้งที่ลงนามเลิกใช้ตั้งแต่ ค.ศ.1997 ทำให้ประเทศไทยต้องใช้สิทธิกฎบัตรสหประชาชาติมาตรา 51 ในการตอบโต้ปกป้องชีวิต ทรัพย์สินคนในประเทศ

ซึ่งผมมั่นใจว่ากองทัพบกไทยจะยืนยันในการตอบโต้เพื่อปกป้องอธิปไตยเราด้วยความระมัดระวัง มีมนุษยธรรมกว่า โปร่งใส ไม่ทำร้ายพลเรือนกัมพูชาผู้บริสุทธิ์ 

พร้อมเปิดให้เวทีโลกเข้าสังเกตการณ์ และขอยืนยันว่าไทยต้องการให้จบเรื่องนี้อย่างสันติ ไม่ให้มีชีวิตผู้คนทั้งทหารและพลเรือนทั้ง 2 ฝ่าย ต้องสูญเสียไปกว่านี้

เพราะคนที่โลกควรต้องประณามคือ นักการเมือง ผู้นำกองทัพกัมพูชาไม่กี่คน ที่ลงมือใช้อาวุธสงครามคร่าคนบริสุทธิ์ อย่างเหี้ยมโหด เพื่อหวังสถานการณ์สงครามบางอย่าง

ไทยหวังคืนความสงบสู่ประชาชนทั้ง 2 ประเทศโดยไว และหวังให้ทั้งโลกยืนหยัดบนความถูกต้อง ในหลักการ 'มนุษยธรรม' ระหว่างประเทศ เพราะหากไร้สิ่งเหล่านี้ สันติภาพบนโลกก็ไร้ความหมาย” 

เทคโนโลยี AI, AR/VR, และแพลตฟอร์มออนไลน์ในการเรียนรู้ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนในยุคดิจิทัลได้อย่างแท้จริง

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน ภาคการศึกษาก็ได้รับอิทธิพลจาก เทคโนโลยีเช่นกัน 'EdTech' (Education Technology) หรือเทคโนโลยีทางการศึกษา กำลังเป็นกุญแจสำคัญในการปฏิรูปการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI), ความจริงเสริมและความจริงเสมือน (AR/VR) และแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ กำลังช่วยสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนยุคใหม่

ปัจจุบันได้เริ่มเห็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ การใช้ AI ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมผู้เรียน หรือการใช้ AR/VR สร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่สมจริงมากขึ้น เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยทำให้การศึกษาไทย ก้าวสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัวและเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างทั่วถึง

​ยกตัวอย่างบทบาทของการใช้ AI, AR/VR และแพลตฟอร์มออนไลน์ในภาคการศึกษา เช่น ระบบเรียนรู้ส่วนบุคคล (Personalized Learning) ที่เทคโนโลยี AI สามารถวิเคราะห์พฤติกรรม การเรียนของนักเรียนและปรับเนื้อหาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลรวมไปถึง การใช้ AI Chatbot เป็นผู้ช่วยสอนอัจฉริยะ ทั้งตอบคำถามและช่วยให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเรียนแบบเรียลไทม์ รวมไปถึงการใช้ระบบตรวจข้อสอบอัตโนมัติ เพื่อช่วยลดภาระของครูในการให้คะแนนและประเมินผลอีกด้วย

​ในขณะที่เทคโนโลยี AR/VR นั้น จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่สมจริง ทำให้นักเรียนสามารถสัมผัสประสบการณ์ที่ไม่สามารถทำได้ในห้องเรียนปกติ ตัวอย่างเช่น การเรียนรู้ผ่านห้องทดลองเสมือน โดยใช้ VR จำลองห้องแล็บวิทยาศาสตร์ให้ผู้เรียนสามารถ ทดลองโดยไม่ต้องใช้สารเคมีจริง หรือ การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่าน VR ที่นำนักเรียน 'เดินทาง' ไปยังยุคโบราณและเรียนรู้จากสภาพแวดล้อมที่เสมือนจริง หรือแม้กระทั่งการฝึกอบรมสายอาชีพผ่าน VR  เช่น การฝึกศัลยแพทย์ หรือการฝึกขับเครื่องบินโดยไม่ต้องเสี่ยงในสถานการณ์จริง เป็นต้น

​ไม่เพียงเท่านั้นเทคโนโลยี EdTech ยังมีศักยภาพในการช่วยแก้ปัญหาหลาย ประการของระบบการศึกษาไทยได้เช่นกัน ทั้งในด้านการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ทำให้เด็กในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงการศึกษาได้เทียบเท่ากับเด็กในเมือง รวมไปถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ซึ่งเทคโนโลยีจะช่วยให้การเรียนรู้มีความน่าสนใจ และมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

​ทางกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ กองทุนดีอี ได้ให้การสนับสนุนโครงการ EdTech มาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ที่ผ่านมา ได้ให้ทุนสนับสนุนโครงการ ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อพัฒนาการศึกษา กับมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ให้ดำเนินโครงการพัฒนาห้องเรียนเสมือน(Virtual Classroom) ที่รองรับการเรียนการสอนแบบไฮบริดคลาสรูม เพื่อผลิตบุคลากรด้านดิจิทัลเข้าสู่อุตสาหกรรม Digital 4.0 ซึ่งทางมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชได้จัดทำแพลตฟอร์มพัฒนาทักษะ รองรับระบบจัดการเรียนการสอนออนไลน์ สำหรับ Upskilling & Reskilling แบบครบวงจร เพื่อรองรับการสร้างบุคลากรด้านดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แน่นอนว่า โครงการดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งของ EdTech ที่กำลังเปลี่ยนโฉมการศึกษาไทย และเทคโนโลยี AI, AR/VR และแพลตฟอร์มออนไลน์ จะเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้นหลังจากนี้ ซึ่งทางกองทุนดีอี คาดหวังว่าจะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาระบบการศึกษา ให้ทันสมัยและตอบโจทย์ความต้องการของผู้เรียนในยุคดิจิทัลได้อย่างแท้จริง

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสั่งการทุกหน่วยเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยกระดับมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชน และความมั่นคงของราชอาณาจักร

เมื่อวานนี้ (24 ก.ค.68) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีหนังสือสั่งการไปยังหน่วยต่างๆ เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อให้การปฏิบัติในการติดตาม เฝ้าระวังสถานการณ์ บังคับใช้กฎหมาย และสนับสนุนการปฏิบัติของภาคส่วนต่างๆ ตลอดจนการยกระดับมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และความมั่นคงของราชอาณาจักร เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยมอบหมาย พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร. เป็นผู้ดูแลการปฏิบัติในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และร่วมประชุมขับเคลื่อนศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่

ทั้งนี้ ผบ.ตร.สั่งการให้ทุกหน่วยจัดเตรียมกำลัง อาวุธ ยุทโธปกรณ์ ยานพาหนะ และดำรงการติดต่อสื่อสารให้พร้อมปฏิบัติเมื่อได้รับการสั่งการ พร้อมทั้งยกระดับมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ ออกตรวจตราเพิ่มความเข้มในการดูแลทรัพย์สินบ้านเรือนประชาชน ในห้วงเวลาที่มีการอพยพประชาชนออกจากบ้านพักไปสู่พื้นที่ปลอดภัย ซึ่งอาจจะมีกลุ่มคนร้ายฉวยโอกาสกระทำความผิดต่อทรัพย์สินของประชาชน 

รวมทั้งกำหนดจุดการตั้งด่านตรวจ จุดตรวจ จุดสกัด เพื่อเพิ่มความเข้มในการตรวจตราผู้ลักลอบกระทำผิด ลักลอบขนอาวุธ หรืออาจจะมีการแทรกซึมทางการข่าว และเตรียมความพร้อมในด้านการสอบสวนดำเนินคดี โดยเฉพาะพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 2 , ตำรวจภูธรภาค 3 และตำรวจตระเวนชายแดน พร้อมให้ติดตามเฝ้าระวัง สืบสวนหาข่าวในส่วนที่เกี่ยวข้อง ประสานการปฏิบัติกับทุกภาคส่วน และเป็นหน่วยสนับสนุนการปฏิบัติตามอำนาจและหน้าที่ได้ทันทีเมื่อได้รับการร้องขอหรือสั่งการ

นอกจากนี้ สั่งการให้โรงพยาบาลตำรวจและโรงพยาบาลในสังกัดโรงพยาบาลตำรวจ จัดเตรียมความพร้อมและสนับสนุนการปฏิบัติทางการแพทย์ ตลอดจนเชิญชวนข้าราชการตำรวจและประชาชนร่วมบริจาคโลหิต เพื่อเตรียมสำรองโลหิตไว้ในกรณีหากจำเป็นต้องใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

พร้อมมอบหมายให้โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองสารนิเทศ ประชาสัมพันธ์ชี้แจง ทำความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชน สื่อมวลชน ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงการระมัดระวังข่าวปลอม ข้อมูลเท็จ หรือข้อมูลที่บิดเบือนจากข้อเท็จจริงต่างๆ

ผบช.ภ.2 ลงพื้นที่ 'จันทบุรี' ด่วน! สั่งยกระดับดูแลประชาชน 3 จว.ชายแดน ป้องกันอาชญากรรมขั้นสูงสุด 

'ผบช.ภ.2' ลงพื้นที่จันทบุรี กำชับ 3 จังหวัดชายแดนเตรียมกำลังพร้อมเสริมกองกำลังป้องกันชายแดน ยกระดับการดูแลประชาชนพื้นที่ส่วนหลัง สืบสวน หาข่าว ป้องกันอาชญากรรมขั้นสูงสุด ส่งตำรวจลงชุมชนลดความตระหนก สแกนกลุ่มเปราะบางรับมือแผนอพยพ ใช้ AI ช่วยเฝ้าระวัง 

เมื่อวานนี้ (25 ก.ค.68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) ลงพื้นที่ จว.จันทบุรี ติดตามสถานการณ์พื้นที่แนวชายแดนติดต่อประเทศกัมพูชาอย่างใกล้ชิด ตามข้อสั่งการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่ให้เตรียมความพร้อมสนับสนุนเจ้าหน้าที่ส่วนหน้าตามอำนาจหน้าที่ของตำรวจ  พร้อมปฏิบัติการตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังและการอพยพประชาชน  และมีมาตรการปฏิบัติยกระดับการรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ (แผนกรกฎ/67) 

“ในส่วนของตำรวจภูธรภาค 2 สั่งการให้ ภ.จว.จันทบุรี ตราด และ สระแก้ว เตรียมกำลัง ยุทโธปกรณ์ พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติกองกำลังป้องกันชายแดน และกำชับให้ยกระดับความเข้มในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน โดยให้ระดมตำรวจชุมชนสัมพันธ์ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ข่าวสารที่ถูกต้องแก่ประชาชน มิให้ตื่นตระหนกกับข่าวลือ ข่าวลวง และเตรียมความพร้อมอพยพประชาชนไปสู่พื้นที่ปลอดภัยหากจำเป็น ให้สำรวจกลุ่มเปราะบางในพื้นที่เพื่อเตรียมแผนการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันให้เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันอาชญากรรมทุกรูปแบบที่อาจอาศัยสถานการณ์เช่นนี้ลอบก่อเหตุ โดยกำชับให้กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 (บก.สส.ภ.2) สืบสวนหาข่าวเฝ้าระวังขั้นสูงสุด” ผบช.ภ.2 กล่าว

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ จว.จันทบุรีวันนี้ พบว่าสถานการณ์โดยรวมในพื้นที่ยังเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยดี โดยกำชับว่าตำรวจการ์ดอย่าตก เพิ่มความเข้มสูงสุด ไม่ประมาท ดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ สร้างความอุ่นใจ และความเชื่อมั่นให้แก่พี่น้องประชาชน ขณะเดียวกันวันนี้ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงต่าง ๆ เช่น ร้านทอง ธนาคาร  ร้านสะดวกซื้อ โดยจากการใช้งานที่ผ่านมาช่วยในการแจ้งเหตุ ติดตามจับกุมคนร้ายได้ทันท่วงที และได้กำชับว่าในสถานการณ์เช่นนี้ให้นำเทคโนโลยีที่ได้พัฒนาและนำมาใช้ในพื้นที่มาช่วยดูแลประชาชน เช่น การแจ้งเหตุ การเฝ้าระวังเหตุไม่พึงประสงค์ อย่างไรก็ตามขอให้กำลังใจตำรวจทุกนายในพื้นที่ โดยในฐานะผู้บังคับบัญชาพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติทุกภารกิจให้สำเร็จ ทั้งนี้ในวันพรุ่งนี้ (25 ก.ค.68) จะเดินทางไปตรวจเยี่ยมให้ขวัญกำลังใจและกำชับการปฏิบัติตำรวจในพื้นที่ จว.ตราด ต่อไป 

“ตำรวจภูธรภาค 2 ขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ส่วนหน้าผู้ปฏิบัติภารกิจรักษาความสงบเรียบร้อยชายแดนไทย - กัมพูชาครั้งนี้ และส่งกำลังใจให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ทุกคน และขอแสดงความเสียใจอย่างที่สุดต่อผู้สูญเสียจากสถานการณ์นี้ อย่างไรก็ตามในส่วนของตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมดูแลพิทักษ์ความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ส่วนหลังอย่างเต็มกำลังความสามารถ ทั้งนี้หากต้องการความช่วยเหลือจากตำรวจ โปรดโทร.191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าว

สั่งก.พลังงาน เตรียมรับมือเหตุตึงเครียดไทย-กัมพูชา ย้ำ ‘น้ำมัน-ไฟฟ้า’ ต้องไม่ขาดแคลนรองรับภารกิจฉุกเฉิน

‘พีระพันธุ์’ สั่งการ ก.พลังงาน ตั้ง “ศูนย์บริหารสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงาน” รับมือเหตุตึงเครียดไทย-กัมพูชา ย้ำ ‘น้ำมัน-ไฟฟ้า’ ต้องไม่ขาดแคลน เร่งบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนให้มากที่สุด

(24 ก.ค. 68) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เรียกประชุมด่วนผู้บริหารระดับสูงในสังกัดกระทรวงพลังงาน ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเตรียมรับมือกับผลกระทบจากสถานการณ์ฉุกเฉินบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา  และหาแนวทางบรรเทาความเดือดร้อนด้านพลังงานให้แก่ประชาชนในพื้นที่   โดยได้มีคำสั่งจัดตั้ง “ศูนย์บริหารสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงาน”  เพื่อติดตามสถานการณ์และสั่งการหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงพลังงานและในการกํากับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รวมทั้งประสานงานกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและแก้ไขสถานการณ์ต่าง ๆ ด้านพลังงาน อันอาจเกิดขึ้นจากการกระทำของราชอาณาจักรกัมพูชาซึ่งส่งผลหรืออาจส่งผลต่อประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และจังหวัดอื่นที่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้จนกว่าสถานการณ์จะยุติลง 

นายพีระพันธุ์กล่าวว่า  กระทรวงพลังงานให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และการดูแลความมั่นคงเพียงพอด้านพลังงานทั้งในส่วนของน้ำมันและไฟฟ้า โดยได้สั่งการให้สถานีบริการน้ำมันที่อยู่ใกล้จุดปะทะบริเวณชายแดนงดให้บริการชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชน ขณะเดียวกัน ได้สั่งการให้สถานีบริการน้ำมันในเขตอำเภอและจังหวัดใกล้เคียงที่อยู่นอกพื้นที่เสี่ยงเปิดบริการตามปกติอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความจำเป็นในการเดินทางและภารกิจฉุกเฉินของภาครัฐ  อาทิ รถพยาบาล รถดับเพลิง รถตำรวจ ทหาร รวมถึงภารกิจด้านความมั่นคง ซึ่งต้องสามารถเข้าถึงเชื้อเพลิงได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ในส่วนของระบบไฟฟ้า ได้มอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตเป็นหลักในการประสานให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจัดทีมซ่อมบำรุงประจำพื้นที่ เตรียมความพร้อมกรณีเกิดความเสียหายต่อระบบไฟฟ้า หรือสายส่งที่อาจได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะ เพื่อให้สามารถฟื้นฟูระบบได้อย่างรวดเร็ว และลดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนให้น้อยที่สุด

ภายใต้ “ศูนย์บริหารสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงาน” ยังให้มีชุดปฏิบัติการจากข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพลังงานและหน่วยงานในกํากับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อติดตามสถานการณ์ ระงับเหตุ และแก้ไขสถานการณ์ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบด้านพลังงานแก่ประชาชน รวมทั้ง ยังช่วยสนับสนุนด้านกําลังพล วัสดุ ครุภัณฑ์ ยานพาหนะ และเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ ด้วย

"กระทรวงพลังงานกำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และมีแนวทางรองรับตลอดเวลา เพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ปะทะและบริเวณใกล้เคียงได้รับผลกระทบด้านพลังงานน้อยที่สุดจากสถานการณ์ฉุกเฉินครั้งนี้" นายพีระพันธุ์กล่าว

กองทัพไทย เปิดปฏิบัติการ “ยุทธบดินทร์” ตอบโต้กัมพูชา ทั้งภาคพื้นดิน-อากาศ ลั่นพร้อมบดขยี้!! ผู้เหยียบย่ำรุกลํ้าแผ่นดินไทย

(24 ก.ค. 68) กองทัพไทยเปิดยุทธการ “ยุทธบดินทร์” (Yuttha Bodin) ตอบโต้กัมพูชาที่ละเมิดอธิปไตยไทย ด้วยการใช้กำลังทั้งทางบกและอากาศ พร้อมประกาศชัด “บดขยี้ทุกผู้ที่เหยียบย่ำแผ่นดินไทย” โดยมี พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ รับหน้าที่ผู้บัญชาการเหตุการณ์

ชื่อปฏิบัติการ “ยุทธบดินทร์” มาจาก “ยุทธ” หมายถึง การรบ และ “บดินทร์” หมายถึงแผ่นดิน สื่อถึงการรบเพื่อปกป้องแผ่นดินอย่างถึงที่สุด พร้อมคำขวัญว่า “เพื่อแผ่นดิน เพื่อประชาชน เพื่อศักดิ์ศรีไทย” ย้ำความชอบธรรม และเด็ดขาดในการตอบโต้

ล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ผ่านมา กองทัพภาคที่ 2 ได้สรุปสถานการณ์ไทยตอบโต้การโจมตีของกัมพูชา 
• ช่องบก ทั้ง 2 ฝ่ายตรึงกำลัง
• ช่องอานม้า F16 ทิ้งไข่ที่ตั้งกำลังกัมพูชา
• พื้นที่ซำแต อ.กันทรลักษ์ ใช้รถถังเข้าตีเพื่อยึดพื้นที่
• จุดตรวจการณ์ภูผี ตรงข้ามปราสาทโดนตวล ใช้ F-16 ช่องตาเฒ่า
• จุดตรวจการณ์เขาสัตตาโสม ทำลายรถถังกัมพูชาได้จำนวน 2 คัน
• เขาพระวิหาร วัดแก้วฯ ใช้รถถังระดมยิง ส่งทหารราบเข้ายึด
• ภูมะเขือ ปัจจุบันสามารถทำลายกระเช้าส่งกำลังได้บางส่วน
• ช่องจอม โจมตีกันไปมา
• พื้นที่ปราสาทตาควาย กัมพูชาวางกำลัง ฝ่ายไทยเข้าตีระลอกที่ 2
• พื้นที่ปราสาทตาเมือนธม ไทยวางกำลัง กัมพูชาพยายามเข้าตี

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า ไทยมีสิทธิในการป้องกันตนเองตามหลักสากล พร้อมเฝ้าระวังและตรึงกำลังต่อเนื่อง เพื่อปกป้องประชาชนและความมั่นคงของชาติอย่างถึงที่สุด 

พบแล้ว!! ซากเครื่องบินโดยสารรัสเซียตกใกล้ชายแดนจีน ผู้โดยสาร-ลูกเรือรวม 49 ราย ไร้ปาฏิหาริย์ ไม่พบผู้รอดชีวิต

(24 ก.ค. 68) เครื่องบินโดยสารรุ่น Antonov An-24 ของสายการบินอังการา ซึ่งมีผู้โดยสารและลูกเรือรวม 49 คน ตกในพื้นที่ตะวันออกไกลของรัสเซีย ใกล้ชายแดนจีน เบื้องต้นไม่มีผู้รอดชีวิต โดยกระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินของรัสเซียเผยว่า ซากเครื่องบินถูกพบในสภาพไฟลุกไหม้ในแถบแคว้นอามูร์ ระหว่างมุ่งหน้าลงจอดที่เมืองทินดา ประเทศรัสเซีย

เฮลิคอปเตอร์กู้ภัยของหน่วยงานการบินพลเรือนตรวจพบซากเครื่องในสภาพถูกเพลิงเผาไหม้ กระจัดกระจายเป็นเศษซากอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ขณะที่รายงานเบื้องต้นระบุว่าบนเครื่องมีผู้โดยสาร 43 คนในนั้นเป็นเด็ก 5 คน และลูกเรืออีก 6 คน

สำนักข่าว TASS รายงานว่าอุบัติเหตุอาจเกิดจากความผิดพลาดของนักบินในช่วงลงจอด ท่ามกลางสภาพอากาศเลวร้ายและทัศนวิสัยต่ำ ซึ่งเป็นปัญหาที่มักพบได้บ่อยในภูมิภาคห่างไกลของรัสเซีย โดยเฉพาะบริเวณใกล้แถบอาร์กติกและตะวันออกไกล

แม้รัสเซียจะพยายามยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางการบินในช่วงหลัง แต่ยังคงเกิดอุบัติเหตุในภูมิภาคห่างไกลอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะกับเครื่องบินรุ่นเก่า ซึ่งย้อนกลับไปปี 2021 ก็เคยมีเหตุเครื่องบิน Antonov An-26 ตกในพื้นที่ตะวันออกไกล ทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือเสียชีวิตทั้งหมดเช่นกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top