Tuesday, 28 July 2026
Hard News Team

‘กลุ่ม ปตท.’ ยืนหยัดเคียงข้างคนไทย ส่ง!! ถุงยังชีพช่วยเหลือประชาชน จากเหตุการณ์ไม่สงบชายแดน ไทย-กัมพูชา และผู้ประสบอุทกภัย

เมื่อวานนี้ (25 ก.ค. 68) กลุ่ม ปตท. ได้ส่งมอบความช่วยเหลือไปยังศูนย์พักพิงผู้อพยพของพี่น้องไทยในสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดน 4 จังหวัด ได้แก่ จ.สุรินทร์ จ.ศรีสะเกษ จ.อุบลราชธานี และ จ.บุรีรัมย์ ให้แก่ นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ส่งมอบถุงยังชีพจำนวน 2,000 ชุด บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (TOP) และ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (IRPC) ส่งมอบน้ำดื่มจำนวน 9,480 ขวด และ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)(GPSC) มอบยาสามัญประจำบ้าน 200 ชุด 

พร้อมกันนี้ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) ได้ส่งมอบถุงยังชีพผ่านกองบัญชาการกองทัพไทย จำนวน 1,000 ชุด และ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (PTTEP) มอบถุงยังชีพและน้ำดื่ม 3,200 ชุด ให้แก่ กองทัพภาคที่ 3 นอกจากนี้ ปตท. และ TOP ยังได้ส่งมอบถุงยังชีพรวม 500 ถุงเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์อุทกภัยที่จังหวัดน่าน ด้วย  

กลุ่ม ปตท. มุ่งมั่นในการยืนหยัดเคียงข้างพี่น้องไทยพร้อมส่งมอบความช่วยเหลือในสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเต็มที่

ทูตไทย ประจำสหประชาชาติ ทัพหน้าสู้ปมขัดแย้งกัมพูชา ในเวทีคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็น

(26 ก.ค. 68) ในบริบทของความขัดแย้งระหว่างประเทศไทย และประเทศกัมพูชา ในครั้งนี้ บทบาทสำคัญของการแก้ไขสถานการณ์ในเวทีระหว่างประเทศจะตกอยู่ที่ นายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ซึ่งจะต้องเป็นตัวแทนของประเทศไทยในการต่อรองและชี้แจงจุดยืนของไทยต่อประชาคมระหว่างประเทศ

นายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ เกิดวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2512 สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ปริญญาตรีจากคณะรัฐศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโท Master of Arts (ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ) Faculty of Social Science,Keynes College University of Kent at Canterbury สหราชอาณาจักร

ด้วยประสบการณ์การทำงานในกระทรวงการต่างประเทศเป็นเวลากว่า 30 ปี นายเชิดชายมีความเชี่ยวชาญในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน เขาเคยดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง เริ่มต้นจากเจ้าหน้าที่กองเอเชียใต้ในปี 2537 จนถึงการเป็นอัครราชทูตไทยประจำญี่ปุ่นระหว่างปี 2560-2562 และดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศก่อนจะมาดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติในเดือนพฤษภาคม 2567 

บทบาทและความรับผิดชอบในวิกฤตครั้งนี้

ในฐานะเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ นายเชิดชายมีหน้าที่สำคัญในการเป็นตัวแทนของประเทศไทยในการเข้าร่วมประชุมและกิจกรรมของสหประชาชาติ ประสานงานและสร้างความร่วมมือกับประเทศสมาชิกอื่น รวมทั้งนำเสนอและผลักดันนโยบายและผลประโยชน์ของประเทศไทยในเวทีสหประชาชาติ

การประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติครั้งนี้จะเป็นการทดสอบทักษะการทูตและประสบการณ์ของนายเชิดชายในการปกป้องผลประโยชน์และอธิปไตยของประเทศไทย ท่ามกลางข้อกล่าวหาจากประเทศเพื่อนบ้านและความกดดันจากประชาคมระหว่างประเทศ

🎉 อุตสาหกรรมแฟร์ 2568: รถไฟอุตสาหกรรม นำความสุขสู่คนไทย 🚆 📍 31 ก.ค. – 3 ส.ค. 2568 | สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ)

ช้อป ชม ชิลล์ กับ 4 โซนเด็ดที่ไม่ควรพลาด
🛍️ โซนสหพัฒน์ – รวมแบรนด์ดังราคาพิเศษจากเครือสหพัฒน์ อาทิ มาม่า, วาโก้, Arrow, โคโดโม
🚗 โซนรถที่ใช่ ดีลที่ชอบ – โปรแรงจาก 19 ค่ายรถชั้นนำ
⚡ โซนเครื่องใช้ไฟฟ้า – ลดสูงสุด 60%
อาทิ Hatari, Samsung, LG, Hitachi
🎨 โซน SME ของดีทั่วไทย – เสื้อผ้า อาหาร ของแต่งบ้าน รวมกว่า 155 บูธ

✨ พร้อมกิจกรรมสุดว้าว:
🎤 Mini Concert 4 วัน 4 ศิลปิน
💼 Workshop สร้างอาชีพ
🎙️ เสวนาเด็ดๆ จากผู้เชี่ยวชาญ

🚆 เดินทางสะดวกด้วย MRT สายสีน้ำเงิน, รถไฟฟ้าสายสีแดง และรถสาธารณะ

📅 แล้วเจอกัน! งานนี้คนรักของดีราคาคุ้มต้องห้ามพลาด!

รัฐบาลไทย ย้ำท่าที!! ตอบโต้เท่าที่จำเป็น เน้นหลักสันติวิธี ยินดี!! ให้ข้อมูลอย่างเปิดเผย บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง

(26 ก.ค. 68) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  กล่าวว่ากรณีที่มีการรายงานข่าวของสื่อต่างประเทศบางสำนัก เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยมีการนำเสนอข้อความและภาพข่าวในลักษณะที่คลาดเคลื่อนจากความจริงหลายประการ เช่น 

1. การพาดหัวข่าวว่า “Thailand bombs Cambodia with F-16s” โดยไม่ได้ระบุให้ชัดเจนว่าเป็นการตอบโต้หลังจากที่ฝ่ายกัมพูชาได้เปิดฉากยิงใส่ฝ่ายไทยก่อน ในเวลา 08.20 น. ของวันที่ 24 กรกฎาคม 2568

2.การใช้ภาพที่ถ่ายจากฝั่งประเทศไทย ซึ่งแสดงให้เห็นพลเรือนชาวไทยหลบหนีเข้าไปยังหลุมหลบภัยในฝั่งไทย (ในภาพเป็นภาพในโรงเรียนไทยที่มีอักษรไทยอย่างชัดเจน )แต่กลับระบุว่าเป็นภาพของพื้นที่กัมพูชา

3. การใช้ภาพร้านสะดวกซื้อ ในปั๊มน้ำมัน ปตท.ในประเทศไทยที่กองทัพกัมพูชาระดมยิงด้วยอาวุธร้ายแรง จนได้รับความเสียหายมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก แต่กลับไม่ระบุว่าเป็น สถานที่พลเรือนของฝั่งไทยและกลับไม่ได้ชี้แจงแหล่งที่มาของการโจมตี ทำให้ผู้อ่านเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเป็นผลจากการทิ้งระเบิดโดยฝ่ายไทย

นายจิรายุกล่าวต่อไปว่า รัฐบาลไทยทราบถึงความตั้งใจดีของสื่อมวลชนในการรายงานข่าวและเข้าใจดีว่า สถานการณ์การโจมตีที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดจากฝ่ายกัมพูชา ทำให้รีบร้อนในการรายงาน จนไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริง แต่ขอให้ดำเนินการแก้ไขเพื่อความถูกต้องของข่าวสาร

ทั้งนี้ขอย้ำท่าทีของรัฐบาลไทย ดังนี้ 

1. ประเทศไทยยึดมั่นในหลักสันติวิธีและดำเนินการอย่างรอบคอบเพื่อปกป้องอธิปไตย และความปลอดภัยของประชาชน โดยในกรณีที่เกิดการใช้กำลัง ฝ่ายไทยได้ดำเนินการตอบโต้เท่าที่จำเป็น และมีเป้าหมายเพื่อระงับยับยั้งสถานการณ์ ไม่ให้ลุกลามบานปลาย

2. การดำเนินการของฝ่ายไทยในครั้งนี้ เป็นการตอบโต้เพื่อป้องกันตนเองตามหลักการสากล หลังจากที่ฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธหนักยิงเข้ามาในเขตแดนไทย ซึ่งมีประชาชน ที่อยู่ในโรงพยาบาลโรงเรียนและบ้าน ได้รับผลกระทบ บาดเจ็บและเสียชีวิต

3. ภาพที่ใช้ประกอบข่าวบางภาพเป็นภาพเหตุการณ์ในฝั่งประเทศไทย ไม่ใช่ในกัมพูชา

4. การรายงานข่าวที่ขาดความครบถ้วนในบริบท อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดอย่างร้ายแรงในระดับนานาชาติ

“รัฐบาลไทยยินดีให้ข้อมูลอย่างเปิดเผย บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และด้วยความเคารพในบทบาทของสื่อมวลชนในการสะท้อนข้อเท็จจริงไปยังประชาคมโลก โดยหากสื่อมวลชนมีข้อสงสัย หรือประเด็นที่ยังไม่ชัดเจนสามารถติดต่อได้ทั้งกระทรวงการต่างประเทศของประเทศไทย และศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.)” นายจิรายุกล่าวทิ้งท้าย

ผบ.กองเรือยุทธการ สั่ง 'พร้อมรบสูงสุด' ตามแผนจักรพงษ์ภูวนารถ-แผนกษัตริย์ศึก ตรวจความพร้อมหมู่เรือพิฆาต หน่วยซีล และ ฮ.ปฏิบัติการ รับมือภัยคุกคาม

พลเรือเอก ณัฏฐพล เดี่ยววานิช ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ กองทัพเรือ ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมกำลังรบ หน่วยกำลังทางเรือในพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความพร้อมรบขั้นสูงสุดในการเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นในทุกมิติ

ผบ.กองเรือยุทธการ ได้ตรวจเยี่ยมหน่วยปฏิบัติการหลัก อาทิ หมู่เรือพิฆาต หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (หน่วยซีล) ซึ่งถือเป็น “นักรบ 3 มิติ” และหน่วยเฮลิคอปเตอร์ปฏิบัติการทางเรือ เพื่อประเมินสมรรถภาพของยุทโธปกรณ์และความพร้อมของกำลังพล

พลเรือเอก ณัฏฐพล ได้กล่าวให้โอวาทและสร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพล พร้อมเน้นย้ำให้ทุกนายมีความพร้อมสูงสุดทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์อธิปไตยของชาติอย่างมั่นคง ภายใต้แนวทางการใช้กำลังตามแผนป้องกันประเทศ 'จักรพงษ์ภูวนารถ' หรือ 'แผนกษัตริย์ศึก' ซึ่งเป็นแผนยุทธศาสตร์สำคัญของกองทัพเรือ

ผู้บัญชาการฯ ยังได้กำชับให้ทุกหน่วยเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยยึดหลักความคล่องตัวในการปฏิบัติภารกิจและสามารถตอบโต้ภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังได้แสดงความห่วงใยต่อครอบครัวของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ พร้อมให้คำมั่นว่า กองเรือยุทธการจะดูแลสวัสดิการของครอบครัวกำลังพลอย่างดีที่สุด เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติได้อย่างภาคภูมิใจ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือน ระวังผู้ไม่หวังดี ฉวยโอกาสใช้ข่าวปลอม ปลุกปั่นคนไทย และหลอกรับบริจาค

(26 ก.ค.68) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธ์ุเพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ขณะนี้ ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่าในสื่อสังคมออนไลน์ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ดังกล่าว ทั้งที่เป็นความจริงและไม่เป็นความจริง สร้างความสับสนและก่อให้เกิดความตื่นตระหนกต่อพี่น้องประชาชนชาวไทย รวมไปถึงอาจมีการฉวยโอกาสของผู้ไม่หวังดี ใช้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องมือในการหลอกลวงพี่น้องประชาชน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอเตือนพี่น้องประชาชน ให้ระมัดระวัง อย่ารีบตัดสินใจหลงเชื่อข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ โดยไม่มีการตรวจสอบความถูกต้อง เพราะอาจตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดี ที่ฉวยโอกาสในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนี้

1.เผยแพร่ข่าวปลอม สร้างความตื่นตระหนก - เผยแพร่ข่าวปลอมหรือบิดเบือนเกี่ยวกับสถานการณ์บริเวณแนวชายแดน โดยอาจมีการนำภาพเก่า หรือภาพจากเหตุการณ์อื่น มาประกอบกับข้อความเพื่อให้คนตื่นตกใจ

2.เผยแพร่ข้อมูลเพื่อสร้างความเกลียดชัง – เผยแพร่ข้อมูลเพื่อยุยงปลุกปั่นพี่น้องประชาชน โดยมุ่งหวังเพื่อให้เกิดความไม่สงบ หรือเกิดสถานการณ์ความรุนแรงภายในประเทศไทย อันจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในมุมมองของประชาคมโลก

3.หลอกรับบริจาค - อาศัยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของคนไทย หลอกเปิดรับบริจาคจากพี่น้องประชาชน อ้างว่าจะนำไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบตามแนวชายแดน

โดยขอให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังในการส่งต่อข้อมูลข่าวสาร และขอให้ยุติการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เนื่องจากอาจถูกฝ่ายตรงข้ามนำไปใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนสู้รบกับประเทศไทย

และหากพี่น้องประชาชนพบเห็นการเผยแพร่ข่าวปลอม เผยแพร่ข้อมูลเพื่อสร้างความเกลียดชัง หรือหลอกลวงรับบริจาค สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 191 และ 1599 หรือหากได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงของมิจฉาชีพ สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ บนเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

‘กองทัพเรือ’ เปิดยุทธการ!! ‘ตราดพิฆาตไพรี1’ ผลักดัน!! ทำลายพื้นที่ ‘ทหารกัมพูชา’ ให้ถอยออกไป

(26 ก.ค. 68) ทหารกัมพูชาเปิดพื้นที่ใหม่เริ่มโจมตีทหารไทยเวลา05.10 น.
บริเวณบ้านชำราก จ.ตราด ทางทหารจากกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ได้ตอบโต้ เริ่มการปะทะ 

กองทัพเรือ จึงได้เปิดยุทธการ 'ตราดพิฆาตไพรี1' ทำการผลักดันและทำลายพื้นที่ทหารกัมพูชาวางกำลังรุกล้ำเขตแดนไทย 3 จุด กระทั่งเวลา 05.40 น. กำลังทหารเรือได้สามารถผลักดัน ฝั่งกัมพูชาได้ถอยออกไป

กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ประกาศ เรื่องให้ใช้กฎอัยการศึกในบางเขตพื้นที่ โดยที่ปรากฏว่า ประเทศกัมพูชาใช้กำลังและอาวุธรุกรานเข้ามาในราชอาณาจักรไทยตลอดแนวชายแดน จึงมีความจำเป็นโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ที่ต้องใช้กำลังทหาร ตำรวจ พลเรือน ตลอดจนประชาชนชาวไทยทุกคน เพื่อป้องกันประเทศให้พ้นจากภัยคุกคามอันมีที่มาจากภายนอกราชอาณาจักรดังกล่าว

เพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยของชาติและบูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย และจำเป็นต้องประกาศใช้กฎอัยการศึกในบางเขตพื้นที่เพิ่มเติม อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 176 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ 2457

จึงให้ใช้กฎอัยการศึกในบางเขตพื้นที่เพิ่มเติม ดังต่อไปนี้

1.จังหวัดจันทบุรี อำเภอเมืองจันทบุรี อำเภอท่าใหม่ อำเภอมะขาม อำเภอแหลมสิงห์ อำเภอแก่งหางแมว อำเภอนายายอาม และอำเภอเขาคิชฌกุฏ

2.จังหวัดตราด อำเภอเขาสมิง ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ต่อมามีประกาศกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด(เฉพาะ) ที่ 1290/2568 
เรื่อง การปิดจุดผ่านแดนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งทางบกและทางทะเล ตามมาตรการเสริมความเข้มแข็งในการรักษาอธิปไตยตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งทางบกและทางทะเลในพื้นที่ จ.จันทบุรี และพื้นที่ จ.ตราด

โดยกำหนดมาตรการดังนี้

1.งดการผ่านเข้า-ออกของยานพาหนะทุกประเภท 

2.งดการเดินทางผ่านเข้า-ออกของประชาชน การค้าขายทุกประเภท นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย 

3.งดการสัญจรทางทะเลในเขตน่านน้ำประเทศไทย (พื้นที่รับผิดชอบของกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด)

ปตท. จับมือ ‘ธิสเซ่นครุปป์’ และพันธมิตรจากเยอรมนี (GIZ) เดินหน้าศึกษาโครงการไฮโดรเจนสีเขียวในภาคใต้ของไทย

เมื่อเร็ว ๆ นี้ - บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) ร่วมกับ บริษัท ธิสเซ่นครุปป์ อูเด้ห์ (ประเทศไทย) จำกัด และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ลงนามสัญญาความร่วมมือโครงการศึกษาโอกาสความเป็นไปได้ในการพัฒนาไฮโดรเจนสีเขียวและผลิตภัณฑ์คาร์บอนที่ยั่งยืน ในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย ภายใต้กรอบของโครงการ 'H2Uppp' ซึ่งได้รับการสนับสนุนทางการเงิน จากกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานแห่งสหพันธรัฐเยอรมนี 

การร่วมมือกันในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก Mr. Dieter Wurche ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย เข้าร่วมในพิธีลงนาม โดยมี ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และความยั่งยืน ปตท. พร้อมด้วย นายยศศิริ พร้อมเชื้อแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธิสเซ่นครุปป์ อูเด้ห์ (ประเทศไทย) จำกัด และ Ms. Regine Dietz ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการไฮโดรเจน GIZ ร่วมลงนาม เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของการผลิตไฮโดรเจนสีเขียว 

รวมถึงผลิตภัณฑ์คาร์บอนที่ยั่งยืน อาทิ อี-เมทานอล และ อี-มีเทน โดยใช้พลังงานหมุนเวียนในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย โดยครอบคลุมการศึกษาเทคโนโลยีที่เหมาะสม การประเมินทรัพยากรในพื้นที่ และการวิเคราะห์ศักยภาพของตลาด ตลอดจนการจัดทำแผนแม่บท เพื่อพัฒนาโครงการในเชิงพาณิชย์ในอนาคต สอดรับกับพันธกิจของ ปตท. ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

จีนเป็นห่วงศึกชายแดนระหว่าง ‘ไทย-กัมพูชา’ หวังแก้ไขข้อพิพาทผ่านการเจรจา ย้ำเป็นมิตรกับทั้งสองฝ่าย

(25 ก.ค. 68) กัว เจียคุน (Guo Jiakun) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวว่าจีนมีความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา และหวังว่าทั้งสองประเทศจะแก้ไขข้อพิพาทอย่างเหมาะสมผ่านการเจรจาหารือ

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าวว่า ไทยและกัมพูชาต่างเป็นเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรของจีน รวมถึงเป็นสมาชิกคนสำคัญของอาเซียน โดยการเป็นเพื่อนบ้านที่ดีและการจัดการความแตกต่างอย่างเหมาะสมนั้นสอดคล้องกับผลประโยชน์พื้นฐานในระยะยาวของทั้งสองฝ่าย

ทั้งนี้ จีนยึดมั่นจุดยืนอันเป็นธรรมและเป็นกลาง ยังคงส่งเสริมการหารือเพื่อสันติภาพผ่านวิถีทางของตนเอง และมีบทบาทเชิงสร้างสรรค์ในการช่วยลดทอนความรุนแรงของสถานการณ์ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์และความกังวลร่วมของประเทศในภูมิภาค


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top