Tuesday, 28 July 2026
Hard News Team

เปิดนรก 8 ขุม! โลกหลังความตายที่ศาสนาพุทธเตือนให้ระวัง | THE STATES TIMES Story EP.179

เบื้องหลังการทำกรรม...มีโลกนรกซ่อนอยู่?

จาก "สัญชีวนรก" ถึง "อเวจีนรก"
8 ขุมมหานรก และนรกบริวารอีกนับร้อย
ที่บันทึกไว้ในไตรภูมิกถา เพื่อเตือนใจให้เราหมั่นทำดี ละชั่ว ✨

ทำไมบางขุมต้องทรมานนานนับกัลป์?
โลกันตนรกมืดสนิทจริงหรือ?
อ่านแล้วอาจได้ฉุกคิด...ว่าชีวิตนี้ ควรเลือกทางเดินอย่างไร

‘จีน’ แจง!! ไม่เคยให้อาวุธ ‘กองทัพกัมพูชา’ เพื่อมาใช้โจมตีไทย เผย!! เป็นของเก่า จากความร่วมมือในอดีต ขอไทยอย่าเข้าใจผิด

เมื่อวานนี้ (25 ก.ค. 68) พันเอกศิวัตม์ รัตนอนันต์ ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบก และรักษาราชการผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ได้เข้าหารือข้อราชการเพื่อประสานงานเรื่องสำคัญเร่งด่วนกับสำนักงานกิจการความร่วมมือทางทหารระหว่างประเทศ (Office of International Military Cooperation) กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ณ ห้องรับรอง อาคารสำนักงานกิจการความร่วมมือทางทหารระหว่างประเทศฯ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี พันเอกพิเศษเซิ่ง เวย รองผู้อำนวยการกองเอเชีย สำนักงานกิจการความร่วมมือทางทหารระหว่างประเทศฯ เป็นผู้แทนในการหารือ โดยผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบก และรักษาราชการผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ได้ใช้โอกาสนี้รายงานข้อเท็จจริงและหารือในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณแนวชายแดนไทย - กัมพูชา พร้อมทั้งได้ส่งมอบเอกสารรายงาน The Royal Thai Army Reports a Clash Incident on Thailand - Cambodia border ให้กับฝ่ายจีนอย่างเป็นทางการด้วย

“นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์ความตึงเครียดขึ้นบริเวณแนวชายแดนไทย – กัมพูชา จีนไม่เคยสนับสนุนยุทโธปกรณ์ใด ๆ ให้กับกองทัพกัมพูชาเพื่อให้มาใช้โจมตีไทย ยุทโธปกรณ์จีนที่มีประจำการในกองทัพกัมพูชาล้วนเป็นผลมาจากการดำเนินงานความร่วมมือในอดีตทั้งสิ้น อย่าหลงเชื่อข่าวปลอมที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้ไม่หวังดี”

(ข้อความที่ฝ่ายจีนขอให้ช่วยสื่อสารทำความเข้าใจกับฝ่ายไทย)

‘ศศิกานต์’ ขอความร่วมมือ!! สื่อไทย-เทศ และประชาชน ตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด

(26 ก.ค. 68) นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว เรียกร้องให้ประชาชน และสื่อมวลชนร่วมกันใช้ความระมัดระวัง และแสดงความรับผิดชอบในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาทวีความตึงเครียด และกระแสความคิดเห็นในโลกออนไลน์ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ในข้อความดังกล่าว นางสาวศศิกานต์ รองโฆษกรัฐบาลระบุว่า :

ในช่วงที่สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาทวีความตึงเครียด และกระแสความเห็นทางการเมืองในโลกออนไลน์รุนแรงขึ้น เราพบว่ามีการเผยแพร่ข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือนในปริมาณที่น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งข้อมูลเท็จมักแพร่กระจายได้เร็วกว่าความจริง

ตัวอย่างหนึ่งคือ ข่าวลือที่อ้างว่าเครื่องบินขับไล่ F-16 ของไทยถูกยิงตก โดยมีการใช้ภาพเหตุการณ์ในประเทศเบลเยียมเมื่อปี 2561 มาประกอบ ทั้งที่ไม่เกี่ยวข้องกับกองทัพอากาศไทยแต่อย่างใด นี่คือข่าวปลอม และเราจะไม่ยอมให้ข้อมูลบิดเบือนเช่นนี้ฝังรากในสังคมได้

จึงขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนทุกภาคส่วน อย่าแชร์ข้อมูลใด ๆ หากยังไม่ได้รับการตรวจสอบหรือยืนยันจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพราะในห้วงเวลาที่เปราะบางเช่นนี้ ข่าวปลอมไม่เพียงแต่ทำให้เข้าใจผิด แต่ยังอาจก่อให้เกิดความปั่นป่วน และสร้างความเสียหายที่แท้จริงได้

ขอให้ทุกท่านติดตามข้อมูลจากช่องทางทางการของหน่วยงานภาครัฐและกองทัพ ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้

สำหรับสื่อมวลชนต่างประเทศ รัฐบาลไทยขอขอบคุณที่ท่านมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดข้อเท็จจริงไปยังประชาคมโลก และขอความร่วมมือในการนำเสนอข่าวสารโดยยึดข้อเท็จจริงเป็นหลัก เพื่อให้ประชาชนทั่วโลกได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่ใช่ข่าวปลอม รัฐบาลไทยยังคงยืนหยัดเคียงข้างประชาชน และพร้อมปกป้องผลประโยชน์ของชาติอย่างเต็มที่

สารจากรองโฆษกรัฐบาลครั้งนี้ สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการรักษาเสถียรภาพของประเทศ เสริมสร้างความมั่นใจของประชาชน และสนับสนุนการสื่อสารอย่างรับผิดชอบในช่วงเวลาสำคัญ 

‘ปตท.สผ.’ เข้าซื้อหุ้นของเชฟรอน เพื่อขยายการลงทุน ในแปลง A-18 พื้นที่พัฒนาร่วม ‘ไทย-มาเลเซีย’

(26 ก.ค. 68) นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่าบริษัท พีทีทีอีพี จอยท์ ดีเวลลอปเมนท์ เอสจี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. ได้ลงนามสัญญาซื้อขาย (Sale and Purchase Agreement – SPA) เพื่อเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดในบริษัท Hess International Oil Corporation ที่มีบริษัทย่อยถือสัดส่วนการลงทุนร้อยละ 50 ในแปลง A-18 ในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย–มาเลเซีย (Malaysia–Thailand Joint Development Area – MTJDA) ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการผลิตกระแสไฟฟ้าในบริเวณภาคใต้ของประเทศไทย การซื้อขายดังกล่าวมีมูลค่าประมาณ 450 ล้านดอลลาร์ สรอ. ทั้งนี้ ผู้ขายคือบริษัท Hess (Bahamas) Limited และ Hess Asia Holdings Inc. ที่มีเชฟรอนเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด จากการควบรวมกิจการระหว่าง Chevron และ Hess

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีผลสมบูรณ์แล้ว และจะสามารถเพิ่มปริมาณสำรองปิโตรเลียมและปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติให้กับบริษัทได้ทันที รวมทั้งยังส่งผลให้ ปตท.สผ. ถือสัดส่วนการลงทุนในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย–มาเลเซีย เพิ่มเติมจากปัจจุบันที่มีการลงทุนอยู่แล้วในแปลง B-17-01 ในสัดส่วนร้อยละ 50

ปัจจุบัน แปลง A-18 ผลิตก๊าซธรรมชาติได้ในอัตราประมาณ 600 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ส่งเข้าประเทศไทยในอัตรา 300 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน หรือประมาณร้อยละ 6 ของความต้องการใช้ก๊าซในประเทศไทย และส่งให้กับประเทศมาเลเซียในอัตรา 300 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

“ปตท.สผ. ยินดีที่สามารถขยายการดำเนินงานเพิ่มเติมใน MTJDA เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพปิโตรเลียม และมีความสำคัญต่อการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ รวมถึงการเติบโตให้กับบริษัท นอกจากแหล่งก๊าซฯ ที่มีการผลิตในปัจจุบันแล้ว ยังมีการค้นพบแหล่งก๊าซฯ ใหม่อีกหลายแหล่งในแปลงดังกล่าว และอยู่ระหว่างรอการพัฒนาเพื่อนำพลังงานขึ้นมาใช้ประโยชน์ ซึ่งการถือสัดส่วนการลงทุนของทั้ง 2 แปลง จะส่งผลให้สามารถบริหารจัดการร่วมกันแบบบูรณาการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อตอบสนองความต้องการใช้พลังงานของทั้งสองประเทศได้อย่างต่อเนื่องและรวดเร็วยิ่งขึ้น” นายมนตรี กล่าว

ภายหลังเสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการ บริษัทผู้ดำเนินการมีแผนจะเจาะหลุมผลิตและติดตั้งแท่นหลุมผลิตเพิ่มเติม รวมถึงก่อสร้างท่อส่งก๊าซฯ และคอนเดนเสท เพื่อเร่งพัฒนาและผลิตก๊าซฯ จากแปลงดังกล่าวต่อไป

MTJDA ตั้งอยู่บริเวณตอนล่างของอ่าวไทย ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 7,250 ตารางกิโลเมตร เป็นแหล่งทรัพยากรก๊าซธรรมชาติและคอนเดนเสทที่สำคัญของประเทศไทยและมาเลเซีย ปัจจุบันแปลง A-18 ประกอบด้วยแหล่งก๊าซฯ เช่น จักรวาล ภูมี สุริยา บุหลัน และบุหลันใต้ ซึ่งเริ่มการผลิตตั้งแต่ปี 2548 ส่วนแปลง B-17-01 ซึ่งบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. ถือสัดส่วนการลงทุนร้อยละ 50 ประกอบด้วยแหล่งก๊าซฯ เช่น มูด้า ตาปี ตันจุง อมฤต เจ็งก้า เมลาติ และแอนดาลัส ซึ่งเริ่มการผลิตก๊าซฯ ตั้งแต่ปี 2553 ปัจจุบันสามารถผลิตก๊าซฯ ส่งเข้าประเทศไทยและมาเลเซียในอัตราประมาณ 300 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

กัมพูชาเรียกร้องให้มีการ “หยุดยิงโดยทันที” หลังการสู้รบข้ามพรมแดนระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน ยังยืดเยื้อ

(26 ก.ค. 68) กัมพูชาเรียกร้องให้มีการ “หยุดยิงโดยทันที” หลังการสู้รบข้ามพรมแดนระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน ยังยืดเยื้อ

นายเจีย แก้ว เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรกัมพูชาประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่ากัมพูชาร้องขอให้มีการหยุดยิง “โดยไม่มีเงื่อนไข” และเสริมว่าต้องการทางออกข้อพิพาทโดยสันติ อย่างไรก็ตาม ไทยยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อข้อเสนอการหยุดยิงดังกล่าว แต่มีการส่งสัญญาณถึงการเปิดกว้างต่อการเจรจาเช่นกัน

“กัมพูชาขอให้หยุดยิงทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข และเราขอเรียกร้องให้มีการแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติ” นายเจีย แก้ว กล่าวหลังการประชุมลับของ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ซึ่งมีกัมพูชาและไทยเข้าร่วม

‘Khmer News’ สร้างเฟคนิวส์!! ใส่ความ ให้ร้ายประเทศไทย อ้าง!! สำนักสงฆ์ ที่อยู่ติดกับตีนเขาดงเร็ก ถูกปืนใหญ่ยิง

(26 ก.ค. 68) ‘Khmer News’ เผยแพร่ข่าวใส่ร้ายประเทศไทย โดยมีใจความว่า ...

โศกนาฏกรรมที่เจ็บปวดที่สุดจากกองทัพเสียมบุกกัมพูชา ยิงปืนใหญ่ทำลายสำนักสงฆ์ Taman Senchey ในเขต Banteay Ampil จ.อุดาร์ Meanchey พระสงฆ์อยู่ติดกับตีนเขาดงเร็ก สถานที่สักการบูชาของชาวพุทธในบริเวณนั้น

ตำรวจภูธรภาค 2 ส่งครัวเคลื่อนที่เพื่อใช้ประกอบอาหาร ในศูนย์พักพิง 'ผบช.ภ.2' กำชับทุกโรงพักดูแลความปลอดภัยบ้านเรือนผู้อพยพ สั่งทุกพื้นที่ชายแดนเตรียมพร้อมสูงสุดช่วยเหลือประชาชน

(26 ก.ค. 68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ( ผบช.ภ.2 ) เปิดเผย จากสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชาตำรวจภูธรภาค 2 ได้จัดโรงครัวเคลื่อนที่ปรุงอาหารแจกจ่ายให้กับประชาชนที่อพยพมายังศูนย์พักพิงชั่วคราว ขณะนี้หลายพื้นที่แนวชายแดนจำเป็นต้องอพยพประชาชนสู่พื้นที่ปลอดภัยอย่างเร่งด่วน โดยตนได้กำชับให้หัวหน้าสถานีตำรวจทุกแห่ง ในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ที่มีความเสี่ยง เข้าไปกำกับการช่วยเหลือประชาชน ด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิด และย้ำทุกโรงพักว่ากรณีที่ประชาชนต้องอพยพออกจากบ้านเรือนให้จัดกำลังสายตรวจออกตรวจตรา ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มข้นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนโดยให้ถ่ายภาพเป็นหลักฐาน และสื่อสารให้ประชาชนเจ้าของบ้านได้ทราบ เพื่อสร้างความอุ่นใจ สำหรับในพื้นที่ที่ยังไม่มีการอพยพ ประชาชนออกจากบ้านเรือนก็ให้เตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดสามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้โดยเร็ว

ผบช.ภ.2 กล่าวว่า ขณะนี้หลายพื้นที่ในความรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 2 ประกาศกฎอัยการศึก ดังนั้นขอให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด และหัวหน้าสถานีตำรวจทำความเข้าใจกับกำลังพลเพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ สอดประสานกับกองทัพโดยเป้าหมายเพื่อรักษาอธิปไตยของชาติและความสงบเรียบร้อยความปลอดภัยของประชาชน เน้นย้ำการเข้าถึงประชาชนสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องโดยเฉพาะขณะนี้มักมีการปล่อยข่าวลือข่าวลวงสร้างความสับสน ปลุกปั่นให้เกิดความแตกสามัคคีหรือตื่นตระหนก ดังนั้น ตำรวจต้องสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน และพร้อมปฏิบัติหน้าที่ทุกสถานการณ์ ทั้งการปฏิบัติตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง และการสนับสนุนการปฏิบัติต่อกองกำลังป้องกันชายแดน

สตูล จัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่ประธาน พสบ.จังหวัดสตูล เดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง  

ที่ห้องประชุมกองบัญชาการกองร้อยทหารราบที่ 5 พัน.2 ค่ายสมันตรัฐบุรินทร์ อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล นายศักระ กปิลกาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานในพิธีรับ-ส่งหน้าที่ประธานพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (พสบ.) จังหวัดสตูล และร่วมเป็นสักขีพยานในโอกาสที่มีการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งประธาน พสบ.จังหวัดสตูล โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ คณะ พสบ. และสื่อมวลชนร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียงและอบอุ่น

สำหรับพิธีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อส่งมอบหน้าที่จาก คุณสุภาพรรณ สุนทรารชุน อดีตประธาน พสบ.จังหวัดสตูล ซึ่งดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2566–2568 และได้สร้างผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง อาทิ การสนับสนุนอาหารกลางวันสำหรับนักเรียน การบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย การส่งเสริมกิจกรรมทางศาสนา การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตลอดจนกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเพิ่มทรัพยากรธรรมชาติ

ในการนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้กล่าวแสดงความชื่นชมต่อผลงานของอดีตประธาน พสบ. ที่มีบทบาทโดดเด่นในการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ และได้แสดงความยินดีกับ คุณชวรณ สุธาพาณิชย์ ซึ่งได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธาน พสบ.จังหวัดสตูลคนใหม่ พร้อมแสดงความมั่นใจว่าจะสามารถสานต่อเจตนารมณ์ของหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารที่กองทัพภาคที่ 4 ได้วางแนวทางไว้ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนและความมั่นคงของพื้นที่ชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน

'ประชาธิปัตย์' เสนอทีดีอาร์ไอ (TDRI) ยุทธศาสตร์การค้าการลงทุนพืชไร่เศรษฐกิจ มันสำปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อัพเกรดศักยภาพใหม่ประเทศไทย

'อลงกรณ์' ย้ำเศรษฐกิจเกษตรต้องแข็งแกร่งไม่ว่าจะเผชิญสงครามหรือสันติภาพในภาวะโลกร้อนโลกรวน นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคประชาธิปัตย์และประธานที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วม การสัมมนาจัดโดยทีดีอาร์ไอ(TDRI)ร่วมกับสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้ากระทรวงพาณิชย์

นายอลงกรณ์นำเสนอในการสัมนาว่าประเทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารอันดับ12ของโลกมีศักยภาพสูงมากสำหรับพืชไร่เศรษฐกิจเช่นมันสำปะหลังสามารถผลิตได้เป็นอันดับสามของโลกปีละ 30 ล้านตันจากพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 10 ล้านไร่ ในกว่า 54 จังหวัดและเป็นประเทศแชมป์โลกในการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเป็นอันดับหนึ่งของโลกติดต่อกันกว่า 40 ปี ซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศ ที่มีวัตถุดิบเป็นของตัวเองแต่เกษตรกรยังยากจนและราคาผันผวนตลอดเวลา

ส่วนข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 7 ล้านไร่ มีผลผลิต 4–5 ล้านตันต่อปีแต่มีความต้องการในประเทศ 8.1–8.9 ล้านตันจึงต้องนำเข้าจากเพื่อนบ้านภายใต้ AFTA 1–2 ล้านตันส่วนใหญ่นำเข้าจากเมียนมา 93% และประเทศอื่นๆ แสดงว่ายังมีตลาดในประเทศที่มีความต้องการสูงมากปีละ 3-4 ล้านต้นหากพัฒนาผลิตภาพการผลิตด้วยพันธุ์ที่ดีใช้เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมสมาร์ทฟาร์มมิ่ง(Smart Farming)ที่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ได้วางรากฐานไว้เช่นเกษตรอาหารเกษตรพลังงานเกษตรสุขภาพและเกษตรท่องเที่ยวจะสามารถเพิ่มปริมาณการผลิตทดแทนการนำเข้าได้อีกมาก

พรรคประชาธิปัตย์มีแนวทางยุทธศาสตร์การค้าและการลงทุนของมันสำปะหลังและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เวอร์ชั่นใหม่ นั่นคือ การพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพ(BioIndustry)และเศรษฐกิจชีวภาพ(BioEconomy) โดยการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษไบโอรีไฟนารี่(BioRefinary)สำหรับพืชไร่เศรษฐกิจในกลุ่มจังหวัดที่เป็นแหล่งผลิตหลักเช่น กลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ซึ่งประกอบไปด้วยนครราชสีมาชัยภูมิ บุรีรัมย์และสุรินทร์โดยนำวัตถุดิบมาเพิ่มมูลค่าแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้แก่อาหารคน อาหารสัตว์ อาหารเสริม ผงชูรส น้ำตาลเทียม เชื้อเพลิงชีวภาพ(BioFuel) ผลิตภัณฑ์ยา กระดาษ ไบโอพลาสติก ไบโอฟิล์ม ฯลฯ

“นี่คือโอกาสการลงทุนใหม่ๆและการสร้างการค้าใหม่ๆสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่มีมูลค่าสูงขึ้นไม่ใช่การค้าการลงทุนที่เป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปขั้นต้นซึ่งมีราคาต่ำและแข่งขันในตลาดล่าง เราต้องก้าวสู่ตลาดผลิตภัณฑ์ราคาสูง “

อดีตรัฐมนตรีอลงกรณ์เจ้าของฉายา มิสเตอร์เอทานอลได้ยกตัวอย่าง ผลงานของพรรคประชาธิปัตย์ที่เกี่ยวกับพืชไร่เศรษฐกิจ กรณี รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งมีนายชวนหลักภัยเป็นนายกรัฐมนตรีเห็นชอบให้มีการแปรรูปพืชผลทางการเกษตรเป็นเอทานอลใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงเรียกว่าแก็สโซฮอลล์ในเดือนกันยายนปี 2543 เป็นครั้งแรกในประเทศไทยนับเป็นการเริ่มต้นศักราชใหม่ของยกระดับการพัฒนาพืชไร่เศรษฐกิจที่มีแป้งและน้ำตาลเป็นองค์ประกอบสำคัญเช่นอ้อย มันสำปะหลังและต่อมามีการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นส่วนผสมของวัตถุดิบผลิตเอทานอลเกรดพรีเมี่ยม

นอกจากนี้นายอลงกรณ์ยังได้ยกตัวอย่างนโยบายเทคโนโลยีเกษตร4.0ของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน เมื่อครั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีและนวัตกรรม(Agritech and Innovation Center:AIC)ทุกจังหวัดถือเป็นโครงสร้างหลักด้านเทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรมเมดอินไทยแลนด์ครอบคลุมทั่วประเทศรวมทั้งนโยบายลดโลกร้อนสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน(Carbon Neutrality)และคาร์บอนเป็นศูนย์(Zero Carbon)ตลอดจนการอนุรักษ์และพัฒนาความหลากหลายทางชีวภาพ(Biodiversity)การเพิ่มพื้นที่สีเขียว การพัฒนาแหล่งน้ำใต้ดินและผิวดิน การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืนโดยดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคคนปัจจุบันในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 

รวมทั้งนโยบายเกษตรสร้างสรรค์ภายใต้นโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ((Creative Economy)ของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นนายกรัฐมนตรี นโยบายปราบทุจริตโดยนายบัญญัต บรรทัดฐาน หัวหน้าพรรคในขณะนั้นจนรัฐมนตรีเกษตรฯติดคุกจากโครงการปุ๋ยปลอมและนโยบายประกันรายได้เกษตรกร(Universal Basic Income)สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ข้าว ปาล์มและยางพารา 8.13 ล้านครัวเรือนของพรรคประชาธิปัตย์โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงรัฐบาลที่แล้ว 

“นโยบายส่วนหนึ่งเหล่านี้และแนวทางยุทธศาสตร์ใหม่ที่นำเสนอในวันนี้เป็นเสมือนคานงัดอัพเกรดศักยภาพใหม่ให้กับภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร(Agroindustry)เพื่อความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทยในการเผชิญกับวิกฤตการณ์ไม่ว่าในยามที่มีสงครามหรือสันติภาพ เราต้องยืนบนขาของตัวเองให้ได้ในภาวะโลกร้อนและโลกรวน“

ทั้งนี้นายอลงกรณ์ยังได้นำเสนอรายงานเรื่อง “การพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ(BioEconomy) จากมันสำปะหลังและข้าวโพด: ศักยภาพใหม่พืชเศรษฐกิจไทยศักยภาพใหม่ของพืชไร่ “ต่อที่ประชุมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในแนวนโยบายและยุทธศาสตร์ของพรรคประชาธิปัตย์ในการสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรสร้างรายได้ที่สูงขึ้นให้กับเกษตรกรและอุตสาหกรรมต่อเนื่องเพื่อยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจใหม่ให้กับประเทศ

นอกจากนี้ในการสัมนาที่โรงแรม แกรนด์ริชมอนด์ นนทบุรีเมื่อเร็วๆนี้เพื่อระดมความคิดเห็นประเด็นสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคตของมันสำปะหลังและข้าวโพดมีภาคส่วนต่างๆเข้าร่วมได้แก่ตัวแทนเกษตรกร สมาคมการค้ามันสำปะหลังและข้าวโพด ตัวแทนอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องและผู้ทรงคุณวุฒิรวมทั้งตัวแทนพรรคการเมือง    

ซึ่งดร.วิโรจน์ ณ ระนองหัวหน้าทีมวิจัยทีดีอาร์ไอได้นำเสนอรายงานผลการวิจัยเบื้องต้นเกี่ยวกับการผลิตการแปรรูปและตลาดทั้งในต่างประเทศรวมทั้งปัญหาและอุปสรรคในการพัฒนาพืชเศรษฐกิจทั้งสองชนิดนี้พร้อมกับประเด็นนโยบายสาธารณะในอดีตถึงปัจจุบันเช่นนโยบายการประกันราคานโยบายการประกันรายได้นโยบายการแทรกแซงตลาดจนนโยบายการเพิ่มผลผลิตรวมไปถึงการพัฒนาเกษตรกร เป็นต้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top