Friday, 6 November 2026
Hard News Team

'ชูวิทย์' ถล่มซ้ำ ปมตำรวจนำขบวนนักท่องเที่ยวจีน ชี้!! ต้องหากินแบบเทาๆ เพราะแค่เงินเดือนไม่พอให้เมีย

(22 ม.ค. 66) จากกรณี คลิปฉาวของนักท่องเที่ยวสาวชาวจีนที่โพสต์เรื่องราวบอกเล่าความประทับใจ มาเที่ยวกรุงเทพฯ กับแม่แล้วได้รับการบริการระดับ VVIP โดยจ่ายเงินค่าบริการไปถึง 7,000 บาท เพื่อแลกกับประสบการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจมารับไปขึ้นรถออกจากสนามบินอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาใด ๆ ทั้งสิ้น 

.

ภายหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง จนทำให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.สั่งการด่วน โดยให้จเรตำรวจตรวจสอบนายตำรวจที่เกี่ยวข้องในคลิป 3 นาย ซึ่งหากพบว่ามีความผิดจริงก็จะดำเนินการทางวินัยเฉียบขาดตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

.

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง ได้ออกมาโพสต์เรื่องราวของกลุ่มจีนเทาและเว็บพนันออกไลน์ ซึ่งได้มีข้อความในตอนหนึ่งที่ระบุถึงเรื่องที่ กลุ่มตำรวจที่ไปรับนักท่องเที่ยวในสนามบินว่า 

'ชาวสเปน' รวมตัวขับไล่ 'รัฐบาลซานเชซ' กลางกรุงมาดริด หลังไม่พอใจ 'กม.แบ่งแยกดินแดน - ลดโทษคดีทางเพศ'

เมื่อวานนี้ (21 ม.ค.66) เอเอฟพีรายงานว่า ประชาชนจำนวนหลายพันคนในกรุงมาดริด ออกมารวมตัวเดินขบวนประท้วงต่อต้านรัฐบาลชุดปัจจุบันของนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ

ผู้เข้าร่วมชุมนุมต่างโบกธงชาติสเปน พร้อมตะโกนร้องขับไล่ให้ซานเชซลาออกจากตำแหน่ง บางคนชูป้ายที่มีรูปถ่ายของนายกรัฐมนตรีที่มีข้อความเรียกเขาว่า 'คนทรยศ'

จากการประเมินของทางการมาดริด กลุ่มผู้ชุมนุมมีจำนวนประมาณ 30,000 คนและรวมตัวกันที่จัตุรัสซิเบเลสในเมืองหลวงของสเปน แต่แกนนำในการจัดตั้งการชุมนุมกล่าวว่ามีผู้คนมารวมตัวกันมากกว่า 700,000 คน

การประท้วงถูกจัดตั้งโดยกลุ่มประชาสังคมฝ่ายขวาหลายสิบกลุ่ม และได้รับการสนับสนุนจากพรรคฝ่ายค้านอนุรักษนิยม

ธรรมะประจำวันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม 2566 : หลวงปู่อุ่นหล้า ฐิตธมฺโม

ลองสังเกตดูนะว่า...
“คนที่ล้มเหลว”
มักเป็นประเภท “น้ำเต็มแก้ว”
ไม่เคยฟังใคร...
มีเหตุผลแก้ตัวให้ตนเองเสมอ
และที่สำคัญ ...
มักจะโยน “ความผิด” ให้คนอื่นเสมอ

พิจิตร ตรุษจีน แห่เที่ยวงานวัด นมัสการหลวงพ่อเพชร 'งานไหลเรือไฟ'

อบจ.พิจิตร ทุ่มงบ 3 ล้านบาท เพื่อเมืองชาละวันจัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลตรุษจีนผสมผสานกับงานวัดได้อย่างลงตัว 21-31 ม.ค. 66 ชาวพิจิตรรวมใจจัดงานสมโภชเมืองพิจิตร นมัสการหลวงพ่อเพชร “ไหลเรือไฟ” จัดขบวนแห่อย่างยิ่งใหญ่ การแสดงศิลปวัฒนธรรมประเพณีพื้นบ้านและคอนเสิร์ตบนเวทีกลางน้ำแม่น้ำน่าน หน้าพระอุโบสถ วัดท่าหลวง พระอารามหลวง อำเภอเมืองพิจิตร ไฮไลท์ของงานจุดประทีปนาวาบูชาหลวงพ่อเพชร 'ไหลเรือไฟ'

วันเสาร์ที่ 21 มกราคม 2566 นายพยนต์ อัศวพิชยนต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เป็นประธานในพิธีถวายพานบัวบูชาหลวงพ่อเพชร พระศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองชาวพิจิตร ในการจัดงานสมโภชเมืองพิจิตร นมัสการหลวงพ่อเพชร 'ไหลเรือไฟ' ที่มีขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 21-31 ม.ค. 66 โดยเป็นการผสมผสานการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลตรุษจีนกับงานวัดได้อย่างลงตัว 

โดยงานนี้ พ.ต.อ.กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ นายก อบจ.พิจิตร ได้จัดสรรงบประมาณ 3 ล้านบาท โอนให้กับสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพิจิตร เพื่อใช้เป็นทุนในการดำเนินงานการจัดงาน ซึ่งการจัดงานดังกล่าวต้องใช้งบประมาณรวมแล้วกว่า 4 ล้านบาท ซึ่งก็ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนที่ร่วมสนับสนุนการจัดงานประจำปีที่ยิ่งใหญ่ในครั้งนี้

สำหรับบรรยากาศของการจัดงานจัดให้มีขบวนแห่รถบุปผชาติ และขบวนอัญเชิญดอกบัว ที่มีนักเรียน นักศึกษา และประชาชนเกือบ 3 พันคน แต่งกายด้วยชุดไทยและชุดแฟนซีต่างๆอย่างสวยสดงดงาม เดินไปรอบๆ ตลาดเมืองพิจิตร โดยมีพุทธสาวิกาที่แต่งกายด้วยชุดขาวสะอาด จำนวนกว่า 500 คน พร้อมใจกันร่ายรำเพื่อเป็นการบูชาองค์หลวงพ่อเพชรได้อย่างสวยสดงดงาม สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่ได้มาพบเห็น

ในส่วนของความบันเทิงก็จะมีการแสดงบนเวทีกลางน้ำ กลางแม่แม่น้ำน่านหน้าวัดท่าหลวง พระอารามหลวง สนุกสนานเลือกชมเลือกซื้อสินค้าผลิตภัณฑ์ OTOP ของกินของใช้ที่มาจากทั่วสารทิศ สุขใจ ได้บุญเสี่ยงโชคกับการตักไข่ชาละวันที่มีของรางวัลมากมาย และในวันที่ 27 ม.ค. 66 บนเวทีแคทวอลก์ชมการเดินแบบผ้าไทยจากนางแบบ นายแบบ กิติมศักดิ์ เพื่อเป็นการส่งเสริมผ้าทอ ผ้าไทย ที่เป็นผลิตภัณฑ์แฮนด์เมด อันเลื่องชื่อของจังหวัดพิจิตร อิ่มบุญสุขใจกับการไหว้พระทำบุญขอพรองค์หลวงพ่อเพชรพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวพิจิตร

'เสี่ยเฮ้ง' เร่ง 'ผลิต-บรรจุ' แรงงานป้อน 'ท่องเที่ยว-บริการ' หลัง 'นายกฯ' ห่วงภาคธุรกิจขาดแรงงานช่วง ศก.ฟื้น

(21 ม.ค.66) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กล่าวขณะเปิดงานเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนที่จังหวัดราชบุรีเมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมาถึงกรณีที่ผู้ประกอบการภาคท่องเที่ยวและบริการประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากธุรกิจมีการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วทำให้ผู้ประกอบการมีความต้องการแรงงานสูงขึ้นนั้น และท่านนายกฯ ได้สั่งการให้กระทรวงแรงงานเร่งขับเคลื่อนแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคท่องเที่ยวและบริการโดยเร่งฝึกอาชีพเพื่อผลิตแรงงานในสาขาที่ขาดแคลนรวมทั้งบรรจุตำแหน่งงานว่างในภาคท่องเที่ยวและบริการอย่างเร่งด่วน ซึ่งในเรื่องนี้กระทรวงแรงงานไม่ได้นิ่งนอนใจ ผมได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินการมาโดยตลอด 

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า สำหรับการดำเนินงานของกระทรวงแรงงาน ได้ให้สำนักงานแรงงานจังหวัดลงพื้นที่สอบถามความต้องการแรงงานจากผู้ประกอบการภาคท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งจากรายงานของสำนักงานแรงงานจังหวัด 60 จังหวัด พบว่า มีสถานประกอบกิจการประเภทโรงแรม ที่พัก ภัตตาคาร ร้านค้า จำนวน 32,359 แห่ง ลูกจ้าง 297,824 คน สถานประกอบกิจการที่มีความต้องการแรงงาน จำนวน 1,817 แห่ง ลูกจ้าง 9,763 คน ในส่วนของกรมการจัดหางาน ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นมีสถานประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและบริการแจ้งความต้องจ้างงานในแพลตฟอร์มไทยมีงานทำ จำนวน 4,881 อัตรา มีผู้สมัครงาน จำนวน 4,019 คน ได้รับการบรรจุงานแล้ว จำนวน 3,491 คน และที่จังหวัดภูเก็ตได้มีการจัดงานนัดพบแรงงาน มีนายจ้าง/สถานประกอบการแจ้งความประสงค์ต้องการแรงงานกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดภูเก็ต จำนวน 178 แห่ง ตำแหน่งงานว่าง 1,313 ตำแหน่ง 3,698 อัตรา บรรจุงานในสถานประกอบการแล้วจำนวน 50 แห่ง ลูกจ้างจำนวน 550 อัตรา มีนักศึกษาฝึกงานในสถานประกอบการ จำนวน 3,749 คน และนักเรียน นักศึกษาทำงานพาร์ทไทม์ช่วงว่างจากการเรียน จำนวน 345 คน

ขณะที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานกำลังเร่งดำเนินการฝึกอบรมทักษะฝีมือแรงงานให้แก่แรงงานภาคท่องเที่ยวและบริการ อาทิ พนักงานต้อนรับ พนักงานผสมเครื่องดื่ม นวดแผนไทย เป็นต้น ซึ่งขณะนี้ได้ฝึกไปแล้ว จำนวน 1,649 คน จากเป้าหมาย 4,900 คน และปรับแผนการฝึกเพิ่มเป็น 9,000 คน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการมากขึ้น 

ด้าน คุณรังสิมันต์ กิ่งแก้ว อุปนายกฝ่ายยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยว สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ขาดแคลนแรงงานในธุรกิจท่องเที่ยวและบริการจังหวัดภูเก็ตได้เริ่มคลี่คลายลงแล้ว หลังจากที่รัฐบาล กระทรวงแรงงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดนัดพบแรงงาน การฝึกอบรมทักษะระยะสั้น การให้นักเรียน นักศึกษาได้ทำงานพาร์ทไทม์ช่วงว่างจากการเรียน ทำให้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานลดน้อยลง และคาดการณ์ว่าไตรมาส 2 สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นตามลำดับ เนื่องจากในช่วงเดือนมีนาคม 2566 จะมีนักศึกษาที่จบการศึกษาเข้าสู่ตลาดแรงงานเพิ่มมากขึ้น 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมการทำสำนวนไกล่เกลี่ยข้อพิพาท เพิ่มการเข้าถึงความยุติธรรมให้กับประชาชน

วันนี้ (21 ม.ค.66) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ได้เดินทางมาเป็นประธานในการเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการทบทวนการทำสำนวนไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตาม พ.ร.บ.การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ.2562 ครั้งที่ 2 ณ สโมสรตำรวจ วิภาวดีรังสิต โดยมีประธานร่วมจากประเทศมาเลเซียคือ ดอกเตอร์ มูฮัมหมัด อิควาน ตอริมัน รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเคอบังซาน มาเลเซีย เพื่อผลิตผู้ไกล่เกลี่ยออกมาให้บริการกับประชาชนมากยิ่งขึ้น

ตามที่รัฐบาลได้ประกาศใช้ พ.ร.บ.การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท พ.ศ.2562 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 19 พ.ย.62 แต่ประชาชนยังเข้าถึงการบริการไกล่เกลี่ยได้น้อยเนื่องจากประชาชนยังไม่ทราบอย่างทั่วถึง อีกทั้งจำนวนศูนย์ไกล่เกลี่ยยังมีไม่เพียงพอ จากปัญหาดังกล่าว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม จึงได้วางแผนจัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยภาคประชาชนประจำสถานีตำรวจ ซึ่งจะช่วยไกล่เกลี่ยข้อพิพาทให้กับประชาชนในคดีเล็กน้อยทั้งทางแพ่งและอาญา โดยเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.65 ได้เริ่มต้นจากเขตนครบาลจำนวน 18 สถานี เช่น สน.มีนบุรี สน.ลาดกระบัง สน.บางชัน และ สน.ทองหล่อ เป็นต้น และจะขยายไปทั่วประเทศในเดือน ก.พ.66 โดยในครั้งนี้มีผู้เข้าอบรมกว่า 520 คน

เปิดใจ 'สมรักษ์ คำสิงห์' เหตุผลที่ลงเล่นการเมือง หมดห่วงครอบครัว ขอทุ่มตัวพัฒนาบ้านเกิดสักครั้ง

อดีตแชมป์มวยโลก บาส-สมรักษ์ คำสิงห์ ได้ออกมาเปิดใจในรายการ คนดังนั่งเคลียร์ ทางช่อง 8 หลังเจ้าตัวตัดสินใจลงเล่นการเมือง ว่า...

“ตอนนี้ครอบครัว ลูกๆ ก็อยู่เย็นเป็นสุขแล้ว มีความมั่นคง ก็อยากเอาตัวเองไปพัฒนาบ้านเกิดด้วยจิตอาสาที่จะไปพัฒนาบ้านเกิด บ้านผมครับ ผมทำธุรกิจอะไรเจ๊ง แต่ว่าผมคิดอยากทำ และได้ทำทุกอย่างถูกไหมครับ บางคนคิดอยากทำโน่น อยากทำนี่ แต่ไม่มีโอกาสได้ แต่อันหนึ่งที่ผมเจ๊ง คือ หมายถึงโดนพรรคพวกเล่นเหลี่ยม เล่นแง่ก็ว่ากันไป

'ก้าวไกล' ซัดรัฐแถลง ศก.ดี เพราะอ้างตัวเลขไตรมาส 3 ปี 65 แต่เชื่อ ศก.วันข้างหน้าจะดีแน่ ถ้ามี 'นายกฯ-รัฐบาลใหม่'

'ศิริกัญญา' โต้รัฐบาล ที่แถลงเศรษฐกิจดี เพราะใช้ตัวเลขปีก่อน ซึ่งมีฐานต่ำ เนื่องจากฟื้นตัวจากโควิดช้าสุดกว่าทุกประเทศ เชื่อเศรษฐกิจครึ่งปีหลังจะดีถ้ามีรัฐบาลใหม่

(21 ม.ค.66) ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้ความเห็นต่อกรณีที่รัฐบาลออกมาแถลงข่าวที่ว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าเศรษฐกิจไทยจะโตพุ่ง โดยอ้างอิงจากตัวเลขเศรษฐกิจของไตรมาส 3/65 (เดือน มิ.ย.-ก.ย. 65) ที่โต 4.5% เท่ากับเป็นจับแพะชนแกะว่าเศรษฐกิจในอนาคตจะดี เพราะนั่นเป็นการเติบโตจากฐานที่ต่ำจากปีก่อนหน้า เนื่องจากประเทศไทยฟื้นตัวจากโควิดช้าที่สุดเพราะรัฐบาลเยียวยาไม่ถูกจุด ทำเศรษฐกิจไทยโตฝืด

ส่วนสถานการณ์เศรษฐกิจในปีนี้ ต้องยอมรับว่าไม่น่าจะพุ่งเนื่องมาจากปัจจัยเศรษฐกิจโลก เพราะภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก ทำให้ทุกประเทศขึ้นดอกเบี้ยเผื่อแตะเบรกเงินเฟ้อ

โลกพบสัญญาณ 'แสง' จากต่างกาแล็กซี เดินทางมาไกลที่สุดเท่าที่เคยเจอมา

กล้องโทรทรรศน์วิทยุ GMRT ของอินเดีย ตรวจพบสัญญาณของแสงจากอะตอมไฮโดรเจน ซึ่งใช้เวลาเดินทางมากับคลื่นวิทยุจากแหล่งกำเนิดในห้วงอวกาศลึกอย่างยาวนาน 8,800 ล้านปี ก่อนจะมาถึงโลก

สัญญาณของแสงดังกล่าว สามารถบ่งบอกถึงสภาพของห้วงจักรวาลในอดีตขณะที่ยังมีอายุน้อยราว 5,000 ล้านปี นับว่าเป็นหลักฐานทางดาราศาสตร์ชิ้นที่เดินทางมาไกลที่สุด เท่าที่เคยมีการค้นพบและศึกษากันมาในประเภทของอะตอมไฮโดรเจน ทั้งยังมีความเก่าแก่ใกล้เคียงกับจุดกำเนิดของเอกภพหรือเหตุการณ์บิ๊กแบงอย่างมากด้วย

สัญญาณดังกล่าวมาจากกาแล็กซี SDSSJ0826+5630 ที่มีการก่อตัวของดาวฤกษ์อย่างหนาแน่น กาแล็กซีแห่งนี้ได้ส่งสัญญาณวิทยุออกมาหลายแบบ รวมถึงสัญญาณวิทยุจากอะตอมไฮโดรเจนไม่มีประจุไฟฟ้า ซึ่งมีลักษณะเป็นคลื่นแสง

คลื่นแสงดังกล่าวมีความยาวคลื่นมากเป็นพิเศษถึง 21 เซนติเมตร และยังยืดออกเป็น 48 เซนติเมตรเมื่อเดินทางมาถึงโลก เนื่องจากเกิดปรากฏการณ์ที่แสงจะเลื่อนไปทางสีแดง (redshift) จนมีความยาวคลื่นมากขึ้นและมีพลังงานลดลง หลังเดินทางห่างออกไปจากแหล่งกำเนิด

ทั้งนี้ได้มีการใช้เทคนิคเลนส์ความโน้มถ่วง (Gravitational Lensing) ขยายสัญญาณแสงพลังงานต่ำที่ตรวจจับได้ยากให้ปรากฏชัดเจนขึ้น โดยแรงโน้มถ่วงของกาแล็กซีมวลมากอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ระหว่างโลกกับแหล่งกำเนิดสัญญาณแสง จะทำให้สัญญาณแสงบิดโค้งและดูเหมือนขยายตัวขึ้น เหมือนมองภาพผ่านเลนส์ของแว่นขยาย 

กล้องโทรทรรศน์วิทยุ GMRT ถือว่ามีความไวสูงสุดของโลกในการรับคลื่นวิทยุจากห้วงอวกาศที่ย่านความถี่ 30-1500 เมกะเฮิร์ตซ์ ผลงานตรวจจับสัญญาณแสงจากอะตอมไฮโดรเจนซึ่งเดินทางมายาวนานที่สุดครั้งนี้ ทำลายสถิติเดิมที่โครงการสำรวจอวกาศ CHILES ตรวจพบและบันทึกไว้ได้ที่ 4,400 ล้านปี

'อิ๊งค์-เศรษฐา' ควงแขนลงเยาวราช กั๊กตอบ แคนดิเดตนายกฯ ฟาก 'เศรษฐา' ชี้ พร้อมทำทุกอย่างตามที่พรรคมอบหมาย

(21 ม.ค.66) ที่มูลนิธิเทียนฟ้า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย, นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กทม. พร้อมด้วย ส.ส.กทม.พรรค พท. รวมถึงผู้ซึ่งประสงค์ลงสมัคร ส.ส.กทม.พรรค พท. เดินทางมาไหว้เจ้าเนื่องในเทศกาลตรุษจีน โดยมีนายเศรษฐา ทวีสิน นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผู้ที่มีกระแสข่าวจะเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ พรรค พท. มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย ถือเป็นการปรากฏตัวทำกิจกรรมทางการเมืองร่วมกับ น.ส.แพทองธาร เป็นครั้งแรก ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น ทั้งคู่ต่างพูดคุยกันสนิทสนมอย่างเป็นกันเอง และมีบางจังหวะที่นายเศรษฐายื่นแขนให้ น.ส.แพทองธาร ควงระหว่างเดิน 

จากนั้น น.ส.แพทองธารและคณะ เดินเท้าต่อไปยัง ร้านกาแฟ CHATA Specialty Coffee เพื่อพูดคุยกับนักธุรกิจในย่านเยาวราช ยกระดับสถานที่ท่องเที่ยวเยาวราช และอาหาร Street food ให้กลายเป็น World destination

จากนั้น น.ส.แพทองธาร และ นายเศรษฐา ให้สัมภาษณ์ภายหลังการพูดคุย โดยน.ส.แพทองธาร กล่าวว่า การพูดคุยดีมากเลย ทราบว่าเขามีปัญหาเรื่องสายไฟ ซึ่งนายเศรษฐาได้ระบุกับกลุ่มผู้ประกอบการว่า ต้องค่อยๆ เอาสายไฟลงดิน เพราะเอาลงพร้อมกันหมดการจราจรจะติดขัด และยังมีอีกหลายปัญหาหลังโควิด รวมถึงการหยุดขายของวันจันทร์ มีหลายเรื่องที่พรรคเพื่อไทยรับฟังแล้วจะนำไปใช้ได้จริงๆ เพราะคนในพื้นที่รู้ปัญหา 

เมื่อถามว่าจากการรับฟัง จะนำปัญหาอะไรไปทำเป็นนโยบายเพิ่มเติมได้ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า มีแน่นอนเราต้องไล่ตามลำดับ ด้านนายเศรษฐา กล่าวเสริมว่า จากการพูดคุยวันนี้มีประโยชน์ เพราะตนมาช่วยน.ส.แพทองธาร ดูเรื่องเศรษฐกิจอยู่ และคิดว่าจากที่ตนทำธุรกิจมา เราก็อยู่แต่ด้านบน ไม่ได้มาพบผู้ประกอบการจริงๆ วันนี้มาก็ได้รับทราบปัญหาจริงๆ แล้วจะไปช่วยกันคิดออกเป็นนโยบายมาเพื่อทำให้ชีวิตชาวเยาวราชดีขึ้น 

เมื่อถามว่าขณะนี้นายเศรษฐาพร้อมเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พท.หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ตอนนี้เป็นสมาชิกพรรคเรียบร้อยแล้ว แล้วก็มาช่วยเรื่องเศรษฐกิจ โดยจะดูเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำที่สูงมากในประเทศไทย ขอให้เป็นสเต็ปๆ ไป 

เมื่อถามย้ำว่าตอนนี้การเลือกตั้งใกล้เข้ามาแล้วถ้าต้องรับตำแหน่งแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พท.พร้อมหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า อย่างที่เรียนตอนนี้ตนก็มาช่วยพรรคอยู่แล้ว พรรคมอบหมายให้ทำตำแหน่งอะไรก็พร้อม 

เมื่อถึงตรงนี้ น.ส.แพทองธาร กล่าวเสริมว่า “ครั้งที่แล้วเขาเอาคำว่าเราพร้อมไป ครั้งนี้เขาก็อยากได้คุณเศรษฐา รู้ทันนะคะ นายเศรษฐามาในสถานะสมาชิกพรรค และเคยบอกแล้วว่า นายเศรษฐาเป็นคนเก่ง ฉะนั้นเรื่องเศรษฐกิจเราปรึกษาอยู่แล้ว และเราก็ปรึกษาคนเก่งๆ เยอะ จะได้แก้ปัญหาของประชาชนได้ วันนี้ให้มาช่วยเดินหาเสียงด้วยกันครั้งแรกก็ฝากไว้ด้วย ฝากสมาชิกพรรคเพื่อไทยเพิ่มอีกหนึ่งคน” 

เมื่อถามย้ำว่านายเศรษฐาพร้อมเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรคพท.หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า “นี่ก็จะเอาแต่คำว่าพร้อม เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยอยู่ค่ะ”

เมื่อถามว่าจะมีความชัดเจนและประกาศเมื่อใด น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า แน่นอนว่าเมื่อเราจะประกาศ เราจะประกาศตามกรอบเวลาแน่นอน เหมือนที่ตอบสื่อไปทุกรอบ ขอให้มั่นใจในพรรคเพื่อไทยว่าการที่เราเลือกไม่ว่าจะเป็น ส.ส.หรือ แคนดิเดตนายกฯ เราเลือกคนที่มีคุณภาพให้ประชาชนแน่นอน ฉะนั้นขอให้ไว้ใจตรงนี้

เมื่อถามว่า หากมีการประกาศยุบสภา ทั้ง น.ส.แพทองธาร และนายเศรษฐา จะประกาศตัวเป็นแคนดิเดตนายกฯเลยหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวติดตลกว่า “อิ๊งค์ต้องประกาศว่าอิ๊งค์ครบกี่เดือนแล้ว ต้องไปหาเสียงที่ไหนบ้าง” 

เมื่อถามว่านายเศรษฐาจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์ได้หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนเป็นสมาชิกพรรค พท. ในสิ่งที่ตนทำก็มีความปรารถนาอยากให้พรรคพท.ได้คะแนนเยอะที่สุด ไม่เช่นนั้นคงไม่มาช่วย 

เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะลงทุกพื้นที่เพื่อช่วยหาเสียงหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ณ จุดนี้ตนยังเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่บ.แสนสิริ ก็ต้องดูเรื่องเวลาด้วย 

เมื่อถามว่าหากลุยการเมืองเต็มตัวต้องจัดการตรงนั้นเพื่อมาลุยตรงนี้หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า “คำว่าถ้า ตอนนี้ยังไม่ทราบเพราะยังถ้าอยู่” น.ส.แพทองธาร กล่าวเสริมว่า “ตอนนี้ให้ตารางนายเศรษฐาไปแล้ว เพื่อวันไหนถ้าว่างก็มาช่วยกันหาเสียงพบปะพี่น้องประชาชนพูดคุยกัน ก็ต้องช่วยกันเพราะคนเดียวไม่ไหว เพราะเป็นปัญหาระดับประเทศเราต้องช่วยกัน” 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top