Monday, 26 October 2026
Hard News Team

มช. สานต่อนวัตกรรมของมหาวิทยาลัย จากผู้นำอันดับที่ 44 ของโลก สู่ความยั่งยืนของชุมชน

(14 ก.ย. 68) มช. สานต่อนวัตกรรมของมหาวิทยาลัย จากผู้นำอันดับที่ 44 ของโลก สู่ความยั่งยืนของชุมชน และสิ่งแวดล้อม

ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า มหาวิทยาลัย มุ่งใช้พลังแห่งองค์ความรู้และเทคโนโลยี เดินหน้าการเป็น “มหาวิทยาลัยชั้นนำที่รับผิดชอบต่อสังคมเพื่อการพัฒนา    ที่ยั่งยืน ด้วยนวัตกรรม” พร้อมทั้งได้กำหนดทิศทางการดำเนินงานหลัก มุ่งสู่เป้าหมายของการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ส่งมอบคุณค่าสู่สังคม ทั้งในระดับท้องถิ่น ประเทศ และระดับโลก ผ่านการดำเนินงานและกิจกรรมต่างๆ ของมหาวิทยาลัยที่ผสานการพัฒนาอย่างรอบด้าน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน จนได้รับการยอมรับ และจัดอันดับให้เป็นที่ 44 ของโลกใน THE University Impact Rankings 2025

มช. มุ่งเน้นการสร้างงานวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมกับการใช้เทคโนโลยีและองค์ความรู้ เพื่อขับเคลื่อนศักยภาพของคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล อาทิ ด้านการบริหารจัดการน้ำ Water Management ป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ได้มีการนำความรู้จากส่วนงานต่างๆ ไปช่วยแก้ไขปัญหา อาทิ ศูนย์วิชาการสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำ มช. ซึ่งได้จัดทำระบบเตือนภัยน้ำท่วมพื้นที่เขตเมืองเชียงใหม่ กรณีน้ำจากแม่น้ำปิงล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ โดยมีเครื่องมือสนับสนุนการแจ้งเตือนภัยให้ประชาชนอย่างทันท่วงที ได้แก่

 1. แผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม (Flood Hazard Map) 2. หลักเตือนระดับน้ำท่วมเขตเมือง จังหวัดเชียงใหม่ (CM Flood Poles) 3. เครื่องหมายระดับน้ำท่วม (Flood Mark) รวมถึงศูนย์วิจัยด้านการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติ มช. ซึ่งมีอาจารย์นักวิชาการที่เชี่ยวชาญร่วมดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกับหน่วยงานภาครัฐและจังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนี้ ยังมีนวัตกรรมที่จะช่วยติดตามระดับน้ำเพื่อเตือนภัยแก่ประชาชน เช่น เครื่องวัดระดับน้ำอัตโนมัติ FloodBoy เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำแบบเรียลไทม์ด้วย AI ช่วยแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าในพื้นที่ภาคเหนือที่มีความเสี่ยงระวังน้ำท่วม น้ำหลาก ไปจนถึงน้ำรอการระบาย และการรายงานน้ำท่วมผ่าน PODD (ผ่อดีดี) แจ้งเหตุผ่านไลน์ @podd-report ซึ่งผู้พบเห็นเหตุสามารถแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทราบ และตอบสนองต่อสถานการณ์น้ำท่วมได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การช่วยเหลือมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
     
สำหรับด้านการรับมือและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ PM 2.5 อย่างยั่งยืน ได้สร้างสรรค์นวัตกรรมตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5 เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงได้ง่าย เช่น ระบบติดตามค่าฝุ่น PM2.5 และคุณภาพอากาศประเทศไทย สำหรับประชาชน ผ่าน Line Official Account: Air Quality by CMU (@aircmu), Dustboy เครื่องวัดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศด้วยระบบเซนเซอร์ รายงานสถานการณ์ฝุ่นแบบ Real Time ที่ติดตั้งทั่วประเทศ, FireD ระบบสนับสนุนการตัดสินใจในการบริหารจัดการเชื้อเพลิงชีวมวล นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมป้องกันตนเองจาก PM2.5  อย่างห้องปลอดฝุ่นและมุ้งสู้ฝุ่น ที่ใช้หลักการแรงดันอากาศความดันบวก นำอากาศที่ดีผ่านการกรองเข้ามาและปิดกั้นอากาศที่ไม่ดี ซึ่งมีคณะทำงานด้านวิชาการเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ มช. เป็นหน่วยงานหลัก
       
พร้อมกันนี้ มหาวิทยาลัยยังขับเคลื่อนองค์กรให้เป็นมหาวิทยาลัยแถวหน้าของประเทศที่มุ่งความยั่งยืน      ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน ลดการปล่อยคาร์บอน เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลาง Carbon Neutrality เช่น การดำเนินการของศูนย์บริหารจัดการชีวมวลครบวงจร การนำขยะเปลี่ยนเป็นพลังงาน การติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์บนอาคารต่างๆ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าใช้ภายในมหาวิทยาลัย การพัฒนาถนนจากขยะพลาสติก 
      
ในด้านการพัฒนาการจัดการศึกษา มหาวิทยาลัยมุ่งพัฒนาสู่มหาวิทยาลัยดิจิทัลและ AI มีการเปิดหลักสูตรที่บูรณาการการเรียนรู้หรือมีความร่วมมือกับผู้ใช้บัณฑิต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและตอบสนองความต้องการในอนาคต สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก เช่น หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาศาสตร์แห่งความยั่งยืนแห่งแรกของเอเชีย เป็นหลักสูตรนานาชาติระดับปริญญาตรี จากศาสตร์ความรู้ 9 คณะ, “SAFE” หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาผู้ประกอบการด้านเกษตรอัจฉริยะและอาหาร จากความร่วมมือ 6 คณะ เพื่อสร้างผู้ประกอบการเกษตรอัจฉริยะและอาหารอย่างครบวงจร ตั้งแต่ฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร พร้อมทั้งเน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่านวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิต ที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย มีการให้ความรู้เรื่อง Al กับชุมชนสังคม และสร้างทักษะใหม่ที่ตรงใจตลาดงาน พร้อมทั้ง Reskill Upskill เตรียมความพร้อมนักศึกษาในทุกมิติ อีกทั้งยังมีชุดหลักสูตร Data Science From Zero to Hero แพ็คเกจ 10 หลักสูตรเพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการวิเคราะห์ข้อมูล เรียนรู้ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น โดยใช้ Microsoft Excel ไปจนถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) เบื้องต้น เพื่อให้ผู้เรียนก้าวทันการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล และพร้อมปรับตัวสู่โลกแห่งอนาคตอย่างแท้จริง
    
ในขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยเน้นการส่งเสริมนวัตกรรมการแพทย์ สุขภาพ และการดูแลผู้สูงอายุ เพื่อให้เกิดประโยชน์และคุณภาพชีวิตประชาชนสูงสุด เช่น นวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด New Chapter of Med CMU Robotic Surgery Center แห่งแรกของไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ช่วยลดภาวะแทรกซ้อน ฟื้นตัวเร็ว และลดความเจ็บปวดของผู้ป่วย 
     
อีกทั้งได้ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย นวัตกรรม และการเชื่อมโยงสู่ความร่วมมือระดับโลก ตลอดจนมุ่งส่งเสริมความเป็นสากลและสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติ เชื่อมต่อความหลากหลายทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างความเข้าใจและการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน อาทิ โครงการ One Faculty One MoU มีการจัดทำหลักสูตร Double Degree PhD in Dentistry (International Program) กับมหาวิทยาลัย Tohoku ประเทศญี่ปุ่น เน้นส่งเสริมการวิจัยและแลกเปลี่ยนนักศึกษา นอกจากนี้ ยังมีการสร้างความร่วมมือกับ Nanjing University of Information Science & Technology และ Nanjing Medical University สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่มุ่งแก้ปัญหามลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ , โครงการ BIG BANG ซึ่งเป็นความร่วมมือกับ Taisei Corporation ประเทศญี่ปุ่น เน้นการพัฒนา Carbon-Free Concrete สำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้าง โดยนวัตกรรมนี้จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนและสร้างแนวทางสู่อุตสาหกรรมยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมด้านล้านนาสร้างสรรค์ ผลักดันภูมิปัญญาท้องถิ่นให้สามารถสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ที่มาจากชุมชน นักคิด ช่างฝีมือ นักศึกษา คนรุ่นใหม่ อาทิ เทศกาลล้านนาสร้างสรรค์ (Creative Lanna Festival) ส่งเสริมการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ ศิลปะ และวัฒนธรรมล้านนาให้ร่วมสมัย สร้างสรรค์เป็นธุรกิจและอัตลักษณ์ใหม่ๆ โดยงานจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ณ พิพิธภัณฑ์เรือนโบราณล้านนา มช. การผลักดัน Creative Lanna Craft จากท้องถิ่นสู่ตลาดโลกในคอนเซ็ปต์ “มาเหนือ MAKE” นำเสนอผลงานของ มช. และชุมชนข้างเคียงบนพื้นที่  “ICONCRAFT” ณ ไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร โดยตั้งเป้าสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ กว่า 450 ล้านบาท ภายในเวลา 3 ปี ตลอดจนยังมีการบูรณาการในการขับเคลื่อนในเรื่องสำคัญ อาทิ การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้าน Future Food การส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ Tourism and Creative Economy และบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพด้วยความโปร่งใสในทุกมิติ 
     
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ดำเนินงานตามแผนพัฒนาการศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 13 (พ.ศ. 2566 - 2570) ปรับปรุงปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ด้วยวิสัยทัศน์ “มหาวิทยาลัยชั้นนำที่รับผิดชอบต่อสังคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ด้วยนวัตกรรม” 
    
ในการพัฒนามหาวิทยาลัย ได้กำหนดเป้าหมายการบรรลุวิสัยทัศน์ในปี 2570 ไว้ 3 ประเด็น ได้แก่ 1) ได้รับรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศที่มีความโดดเด่นด้านนวัตกรรม Thailand Quality Class Plus (Innovation)       2) ได้รับการจัดอันดับจาก Time Higher Education University Impact Ranking (THE UIR) อยู่ใน 50 อันดับแรกของโลก และ 3) ผลการประเมิน Socio-Economic Impact 60,000 ล้านบาท 
    
จากการดำเนินการทุกภาคส่วนของมหาวิทยาลัยได้มุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่อง มีการสั่งสมความรู้และมีผลงานที่เห็นถึงความก้าวหน้าและเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ส่งผลให้ปัจจุบันมหาวิทยาลัยได้บรรลุผลเป้าหมายตามวิสัยทัศน์แล้ว 2 ประเด็น 
      
ประเด็นแรก : การได้รับรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศที่มีความโดดเด่นด้านนวัตกรรม มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ได้รับรางวัลการบริหารสู่ความเป็นเลิศที่มีความโดดเด่นด้านนวัตกรรม ประจำปี 2566 (Thailand Quality Class Plus : Innovation หรือ TQC+ (Innovation) จากสำนักงานรางวัลคุณภาพแห่งชาติ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นความสำเร็จของเป้าหมายที่ได้บรรลุวิสัยทัศน์ที่ได้ตั้งไว้
ประเด็นที่สอง :  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับการจัดอันดับจาก Time Higher Education ให้อยู่ใน 50 อันดับแรกของโลก ในปี 2568 โดยก้าวสู่อันดับที่ 44 ของโลก ใน THE University Impact Rankings 2025 จากสถาบันการศึกษาที่ได้รับการจัดอันดับทั้งหมด 2,318 แห่ง เพื่อประเมินบทบาทของมหาวิทยาลัยทั่วโลกในการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ โดย มช. สามารถสร้างความโดดเด่นติดอันดับ Top 20 ของโลกใน SDGs 3 ด้านที่สำคัญ ได้แก่:
     SDG 5: Gender Equality (อันดับ 10 ของโลก) ด้านการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศในทุกมิติ ได้แก่   การสนับสนุนงานวิจัยด้านความหลากหลายและความเท่าเทียม ตลอดจนการส่งเสริมความเสมอภาคในสถานศึกษา
     SDG 17: Partnership for the Goals (อันดับ 15 ของโลก) ด้านการเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับนานาประเทศ
     SDG 4: Quality Education (อันดับ 17 ของโลก) ด้านความมุ่งมั่นในการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและเข้าถึงได้ 
          
นอกจากนี้ ยังติดอันดับที่ 40 ของโลกใน SDG 13: Climate Action ด้านการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และมีความโดดเด่นใน SDG 9: Industry, Innovation and Infrastructure ด้านการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมยั่งยืน เป็นอันดับที่ 81 ของโลกอีกด้วย       

สำหรับผลการประเมิน Socio-Economic Impact เป้าหมายปลายแผน 60,000,000,000 บาท (หกหมื่นล้านบาท) ในปี 2570 นั้น ปัจจุบันมหาวิทยาลัยสามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม 46,225,264,923 บาท   (สี่หมื่นหกพันสองร้อยยี่สิบห้าล้านสองแสนหกหมื่นสี่พันเก้าร้อยยี่สิบสามบาท) คิดเป็น 77.04 % จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 
            
ความสำเร็จที่เกิดขึ้นสะท้อนถึงพลังร่วมแรงร่วมใจของคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาทุกคน ที่ทำให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่สามารถก้าวสู่เวทีระดับโลกได้อย่างภาคภูมิ เราไม่เพียงแค่เป็นสถาบันการศึกษา แต่ยังยึดมั่นในบทบาท “ที่พึ่งของสังคม” ที่มุ่งหวังสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน โดยอุทิศตนตามปณิธานของการก่อตั้งมหาวิทยาลัย เพื่อเสริมสร้างความรู้ พร้อมพัฒนาสังคมในยุคใหม่ สู่การเป็นสถาบันที่มีอิทธิพลและมีคุณค่าต่อการพัฒนาประเทศและโลกในอนาคตอย่างแท้จริง

นภาพร ขัติยะ/เชียงใหม่

กมธ.การทหาร ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน เพื่อรับฟังและติดตามผลดำเนินงาน ภารกิจสถานการณ์ความมั่นคงพื้นที่ชายแดนไทย - ลาว ของส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ ณ  สำนักงานศุลกากรหนองคาย จังหวัดหนองคาย

(13 ก.ย. 68) คณะกรรมาธิการการทหาร และความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดย พลเอก สวัสดิ์  ทัศนา ประธานกรรมาธิการ นายสมบูรณ์  หนูนวล รองประธานกรรมาธิการคนที่หนึ่ง  พร้อมด้วยกรรมาธิการ และอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม ได้เดินทางไปศึกษาดูงาน เพื่อรับฟังและติดตามผลดำเนินงาน ภารกิจสถานการณ์ความมั่นคงพื้นที่ชายแดนไทย - ลาว ของส่วนสถานการณ์ในพื้นที่ ณ สำนักงานศุลกากร จังหวัดหนองคาย

ในการนี้  นางสาววรรณา  ผู้อุตส่าห์ นายด่านศุลกากรหนองคาย ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรหนองคาย นายสมจินต์  จิตรสมนึก ผู้อำนวยการส่วนบริการศุลกากร 1 นายพัฒนพงศ์  ตันติวัฒนกุลชัย หัวหน้าฝ่ายบริการศุลกากรที่ 1 ส่วนบริการศุลกากร 1 นางสาวเสาวนีย์ บัวดำ หัวหน้าฝ่ายบริการศุลกากรที่ 2 ส่วนบริการศุลกากร 1 และ นายตรวจ วิภูษิต นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ
ได้ให้การต้อนรับ พลเอก สวัสดิ์  ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการ และคณะเดินทาง 

จากนั้น นางสาววรรณา ผู้อุตส่าห์ นายด่านศุลกากรหนองคาย ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรหนองคาย ได้รายงานสรุปผลการดำเนินงาน โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ประจำด่าน ได้แก่ การปฏิบัติหน้าที่ประจำด่านศุลกากรเป็นภารกิจที่มีบทบาทสำคัญทั้งในมิติทางเศรษฐกิจ การคลัง และความมั่นคงของรัฐ โดยในด้านเศรษฐกิจ และการคลัง ด่านศุลกากรทำหน้าที่จัดเก็บภาษีอากรจากการนำเข้า –ส่งออกสินค้า รวมทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีสรรพสามิตที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นกลไกหลักในการสร้างรายได้ให้แก่รัฐและเป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจที่ช่วยกำกับทิศทางการค้าระหว่างประเทศ ทั้งนี้ การจัดเก็บภาษีศุลกากรไม่เพียงแต่เป็นการจัดหารายได้เข้าสู่ระบบการคลัง แต่ยังมีส่วนในการควบคุมและกำกับการเคลื่อนย้ายสินค้า อันจะส่งผลต่อการรักษาสมดุลทางเศรษฐกิจภายในประเทศและความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการในระดับสากล อีกทั้ง ยังให้การอำนวยความสะดวกทางการค้าและส่งเสริมระบบโลจิสติกส์ เพื่อให้กระบวนการนำเข้า – ส่งออกสินค้ามีความรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ อันสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งมีผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระบบเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ ยังมีภารกิจในการอนุมัติและกำกับดูแลการนำเข้า – ส่งออก รวมถึงการบริหารจัดการสิทธิประโยชน์ทางศุลกากร เช่น คลังสินค้าทัณฑ์บน เขตปลอดอากร หรือมาตรการจูงใจทางการค้าอื่น ๆ ซึ่งเป็นกลไกที่ช่วยสนับสนุนภาคการผลิต การลงทุน และการส่งออกของประเทศ รวมถึงในด้านสังคม ความมั่นคง การควบคุม และการตรวจสอบสินค้าเพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายหรือสิ่งของที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน เช่น สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ยาเสพติด อาวุธ และวัตถุอันตรายต่าง ๆ บทบาทดังกล่าวสะท้อนถึงความสำคัญของศุลกากรในฐานะกลไกปกป้องสังคมและสนับสนุนความมั่นคงของรัฐ 

นอกจากนี้ การปฏิบัติหน้าที่ประจำด่านศุลกากรยังเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยผ่านการส่งเสริมการผลิตและการส่งออกด้วยมาตรการทางศุลกากร ตลอดจนการจัดทำและเผยแพร่ข้อมูลด้านการค้าระหว่างประเทศซึ่งมีประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายสาธารณะ การวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และการสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับต่างประเทศ 
ตลอดจนการจัดเก็บภาษีหรือควบคุมการค้าชายแดนเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกเชิงยุทธศาสตร์ที่มีบทบาทเชื่อมโยงระหว่างการคลัง การค้า ความมั่นคง และการพัฒนาเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศอย่างเป็นระบบและบูรณาการ

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะ จากสำนักงานศุลกากรหนองคาย จังหวัดหนองคาย มาประกอบการพิจารณาศึกษาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ และขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคงตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ ตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนดไว้ภายใต้กรอบของฝ่ายนิติบัญญัติต่อไป

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา

เชียงใหม่- เปิดประตูเมือง สู่มนต์เสน่ห์ล้านนา ต้อนรับ 23 สาวงาม ผู้เข้าประกวด Miss International Queen 2025

(14 ก.ย. 68) จังหวัดเชียงใหม่เปิดประตูต้อนรับ ผู้เข้าประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2025 (Miss International Queen 2025) สาวงามจาก 23 ประเทศทั่วโลกเวทีแห่งโอกาสสำหรับสาวทรานส์เจนเดอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Beyond Beauty, Open Possibilities” ระหว่างวันที่ 9-11 กันยายน 2568 ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกองประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน โดย Tiffany’s Show Pattaya และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและยกระดับ Soft Power ไทยสู่เวทีระดับโลก

ในโอกาสนี้ อลิสา พันธุศักดิ์ คุนผลิน ประธานคณะกรรมการจัดการกองประกวด Miss Tiffany's Universe และ Miss International Queen กล่าวว่า “ขอต้อนรับสาวงามผู้เข้าประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2025 จาก23 ประเทศทั่วโลก สู่จังหวัดเชียงใหม่ มิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีนไม่ใช่เพียงการประกวดเฟ้นหาความงาม แต่หัวใจสำคัญคือการเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าประกวดได้เปล่งประกายศักยภาพอันไร้ขีดจำกัด และเป็นพลังขับเคลื่อนเสียงแห่งความเข้าใจและความเท่าเทียมในสังคม ที่สำคัญการร่วมเป็นพันธมิตรกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรมต้อนรับผู้เข้าประกวดในครั้งนี้ นับเป็นการยกระดับเวทีประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2025 ให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และพลิกฟื้นการท่องเที่ยวของประเทศไทย ผ่านการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลก”
ด้าน วีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า “จังหวัดเชียงใหม่มีความยินดีและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน 2025 เราพร้อมต้อนรับผู้เข้าประกวดและคณะจากทั่วโลก ด้วยความอบอุ่นและไมตรีจิตที่เปี่ยมล้นไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งล้านนา และแน่นอนว่าเชียงใหม่พร้อมใช้โอกาสนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม และการบริการอันเป็นเลิศ ซึ่งล่าสุดเพิ่งได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่ดีที่สุดในเอเชีย ประจำปี 2025 จากผู้อ่าน Travel + Leisure เรามั่นใจว่ากิจกรรมครั้งนี้จะสร้างความประทับใจอย่างไม่รู้ลืม ทั้งต่อผู้เข้าประกวด ทีมงาน และผู้ชมจากทั่วโลก ซึ่งจะเป็นตัวช่วยในการส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้นภาคเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ ให้คึกคักยิ่งขึ้นใน”
 
พิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ณ ประตูช้างเผือก
กิจกรรมต้อนรับผู้เข้าประกวดเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 กันยายน 2568 ผู้เข้าประกวดทั้ง 23 คนนั่งรถสามล้อโบราณ 23 คัน เคลื่อนขบวนผ่านแจ่งหัวลิน มุ่งหน้าสู่ประตูช้างเผือก ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของพิธี โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่กล่าวต้อนรับอย่างอบอุ่นและมอบของที่ระลึก ตามด้วยการแสดงต้อนรับชุดที่ 1 อันวิจิตรตระการตา สะท้อนศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นอันงดงาม

หลังจากนั้น เหล่าสาวงามได้นั่งรถสามล้อโบราณเคลื่อนขบวนต่อไปยังวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เพื่อร่วมพิธีทำบุญตักบาตรกับพระสงฆ์และสามเณรจำนวน 10 รูป จากนั้นจึงเดินทางสู่ประตูท่าแพ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์สำคัญของเมืองเชียงใหม่ เพื่อร่วมบันทึกภาพประวัติศาสตร์ร่วมกัน ณ บริเวณลานประตูท่าแพ เป็นการเปิดประสบการณ์ทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าในยามเช้าของเมืองเชียงใหม่
ตลอดการเก็บตัว 3 วัน ณ โรงแรมรติล้านนา ริเวอร์ไซด์ สปา รีสอร์ทเชียงใหม่ ผู้เข้าประกวด ร่วมกิจกรรมสุดพิเศษเพื่อสัมผัสความงดงามทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตอันเป็นเอกลักษณ์ของล้านนา อาทิ กิจกรรม “To The Nature’s Embrace” ในวันที่ 9 กันยายน ซึ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และกิจกรรม “To The Art Of Lanna Legacy” ในวันที่ 11 กันยายน 2568 ผู้เข้าประกวดเรียนรู้งานหัตถศิลป์และวิถีชีวิตพื้นบ้านล้านนาหลากหลายรูปแบบ รวมถึงการเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญต่างๆโดย การสนับสนุนจาก จังหวัดเชียงใหม่ และ สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่

ไฮไลต์ของกิจกรรมที่เชียงใหม่คือ การจัดงาน “Miss International Queen2025 Gala Night: Culture & Couture in Chiang Mai” ในช่วงค่ำวันที่ 10 กันยายน 2568 ณ โรงแรมอนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท ซึ่งผู้เข้าประกวดจะปรากฏตัวใน The Lanna Queen’s Garden Fashion Show โดยสวมใส่ชุด "ล้านนาร่วมสมัย" ที่ออกแบบโดยอาจารย์หิรัญกฤษฏิ์ ภัทรบริบูรณ์กุล ดีไซเนอร์ไทยชื่อดังผู้คว้ารางวัลระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นการผสมผสานความงดงามของศิลปะล้านนาเข้ากับแฟชั่นระดับโลกได้อย่างลงตัว

กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก แต่ยังสะท้อนถึงพลัง Soft Power ของไทย ที่พร้อมจะเปล่งประกายความงดงาม ความหลากหลาย และวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า สู่สายตาชาวโลกอย่างเต็มภาคภูมิ

หลังจากกิจกรรมที่เชียงใหม่ ผู้เข้าประกวดจะเข้าสู่ช่วงการประกวดในรอบสำคัญต่างๆ ได้แก่ 
• National Costume and Talent ในวันที่ 15 กันยายน ที่ Sphere Gallery 1 ,M Floor Emsphere กรุงเทพฯ
• The Preliminary ในวันที่ 18 กันยายน ที่ Tiffany’s Show Pattaya 
• The Crowning Finale ในวันที่ 20 กันยายน ที่ Tiffany’s Show Pattaya ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดให้ผู้ชมทั่วโลกได้ติดตาม
 
โดยสามารถรับชมถ่ายทอดสดการประกวดได้ทาง YouTube Channel ของ Miss International Queen 2025 ในทุกรอบการแข่งขัน และสำหรับรอบThe Crowning Finale สามารถรับชมถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 เวลา 21.40 น. เป็นต้นไปได้อีกช่องทาง
ผู้เข้าประกวดทั้ง 23 คนมาจากหลากหลายประเทศ ได้แก่ ไทย, บราซิล, ชิลี, จีน, โคลอมเบีย, คิวบา, เช็ครีพับบลิค, เอกวาดอร์, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, ลาว, มาเลเซีย, เม็กซิโก, เมียนมา, เปรู, นิการากัว, เปอร์โตริโก, ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน, ตุรกี, สหรัฐอเมริกา, เวียดนาม, และเวเนซูเอลา

นภาพร ขัติยะ/ เชียงใหม่

ธรรมะประจำวันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน 2568

คนเรา รักกัน...ด้วยน้ำใจ
รักกัน...ด้วยเมตตา
จะรักกัน...ได้ทนทาน
ถ้ารักกัน...แล้วต้องมี
"ของแลกเปลี่ยน"
หวังผล...แลกเปลี่ยน
คนนั้น...ไม่รักกันจริง

หลวงพ่อจรัญ ธิตธมฺโม

‘คนเสื้อแดง’ ให้กำลังใจ!! ‘ทักษิณ’ นั่งกินข้าว!! หน้าเรือนจำคลองเปรม

(13 ก.ย. 68) ที่หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม กทม. กลุ่มคนเสื้อแดง ประมาณ 50 คน นำโดย นายเทวินทร์ พูลทวี นางประนอม พูลทวี นายภัทรพล หรือ ไก่ บิ๊กแมน ธนเดชพรเลิศ พร้อมด้วย กลุ่มคนเสื้อแดงปากช่องโคราช กลุ่มคนเสื้อแดงราชบุรี เดินทางมาจัดกิจกรรม “กินข้าวเที่ยงพร้อมทักษิณ” ขณะที่ถูกคุมขังเรือนจำกลางคลองเปรม เข้าสู่วันที่ 4   

โดยบรรยากาศกลุ่มคนเสื้อแดงได้ปักหลักบริเวณฟุตพาท หน้าเรือนจำพร้อมด้วยรถเครื่องเสียง โดยนางประนอม พูลทวี และแกนนำเสื้อแดง นำข้าวหมกไก่ ข้าวเหนียวมะม่วง น้ำดื่ม กล้วยทอด ข้าวโพดต้ม มาแจกให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับประทานเป็นอาหารเที่ยงพร้อมกับอดีตนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ในเวลา 10.13 น. เกิดเหตุชุลมุนเนื่องจากมีชายวัยรุ่นอายุประมาณ 20-30 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้าย เข้าบริเวณพื้นที่ชุมนุมและมาพูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุมและเกิดมีปากเสียงกันทำให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสน. ประชาชื่น ได้เข้ามาควบคุมสถานการณ์ และเชิญชายวัยรุ่นดังกล่าว ไปสถานีตำรวจ เพื่อตรวจค้นและสอบปากคำ ต่อมาเหตุการณ์ปกติ

‘เซียนมวย’ เห็นว่า!! ‘กรรมการ’ ตัดสินไม่เป็นธรรม โห่ไล่!! ให้ลงจาก เวทีมวย สยามอ้อมน้อย

(13 ก.ย. 68) เกิดเหตุเซียนมวยไม่พอใจกรรมการตัดสินไม่เป็นธรรมโห่ไล่ไม่ให้ตัดสิน จนทำให้กรรมการต้องลงจากเวที

สืบเนื่องมาจาก กรรมการรายดังกล่าวตัดสินมวยคู่ 4 ยอดขุนทัพ เจ ปอนด์ พี พัทลุง ชนะคะแนน ยอดปฐพี สิงห์จัตรัส รายการศึกจ้าวมวยไทย+ส.สมหมาย วันที่13 ก.ย.2568 เวทีสยามอ้อมน้อย และหลังจากศึกจ้าวมวยไทย+ส.สมหมาย จบลงกรรมการรายดังกล่าวได้ขึ้นเวทีทำการตัดสินมวยคู่ 3 ระหว่าง ไอยรา กระเป๋าลังกี้ พบ ทหารเอก นายกเอท่าศาลา รายการศึกเกียรติเพชร SKS ปรากฏว่าช่วงนักมวยกำลังจะไหว้ครูเซียนมวยไม่พอใจกรรมการได้ตะโกนโห่ไล่กรรมการผู้ที่จะตัดสินเนื่องจากเซียนมวยหลายคนไม่พอใจเห็นว่ากรรมการรายดังกล่าวตัดสินคู่ยอดขุนทัพกับยอดปฐพี ไม่เป็นธรรม จนทำให้แฟนมวยโห่ประท้วง อย่างหนักจนกรรมการต้องยอมลงจากเวที

ผู้สื่อรายงานว่า ทางประธานเทคนิคเวทีสยามอ้อมน้อย ต้องเปลี่ยนตัวกรรมการขึ้นห้ามบนเวที ทำให้เซียนมวยตบมือแสดงความดีใจ

แม่ทัพภาคที่ 2 ลั่น!! การเปิดด่านเป็นวิธีการสุดท้าย ขณะนี้สถานการณ์ยังตึงเครียด!! การเจรจายังไม่ลงตัว

เมื่อวานนี้ (12 ก.ย. 68) พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีการเปิดด่าน

'สภาเนปาล' แถลง!! เสียใจต่อการสูญเสีย จากเหตุประท้วง Gen Z

(13 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

ที่ #เนปาล 

ประธานสภาผู้แทนราษฎร และรัฐสภาของเนปาลออกแถลงการณ์หลังจากวิกฤตทางการเมืองในประเทศ
แถลงการณ์ร่วมระบุว่า …

พวกเรารู้สึกตกใจกับการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินที่เกิดขึ้นในระหว่างการประท้วงของคนรุ่น Gen-Z เมื่อวันที่ 23 และ 24 ภัทรา 2082 พวกเราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเยาวชนทุกคนที่เสียชีวิตระหว่างการประท้วง รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียทุกครอบครัว นอกจากนี้ยังขออวยพรให้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทุกคนหายดีในเร็ววัน และขอเรียกร้องให้กลไกรัฐที่เกี่ยวข้องดูแลให้ไม่มีการขาดแคลนการรักษาพยาบาล

เหตุวางเพลิงและการทำลายทรัพย์สินที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ภัทรา 2082 รวมถึงอาคารรัฐสภาแห่งชาติที่บาเนศวอร์ เลขาธิการรัฐสภาแห่งชาติที่สิงหะดุรบาร์ รวมทั้งสำนักงานรัฐบาลต่าง ๆ ที่อยู่อาศัยของภาครัฐและเอกชน สื่อมวลชน สถานประกอบการเชิงพาณิชย์ ทรัพย์สินสาธารณะ และเอกสารทางประวัติศาสตร์ ได้สร้างความเสียหายที่ไม่อาจประเมินค่าได้ต่อประเทศ เหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นในอาคารรัฐสภาแห่งชาติ เลขาธิการรัฐสภา และทั่วประเทศ ได้สร้างความเสียหายที่ไม่อาจประเมินค่าได้ต่อประเทศ

ในสถานการณ์อันยากลำบากที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ฯพณฯ ประธานาธิบดีกำลังดำเนินการหาทางออกผ่านกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ โดยยึดมั่นในอธิปไตย เสรีภาพพลเมือง บูรณภาพแห่งดินแดน เอกภาพของชาติ และเอกราชที่เป็นของประชาชน

ในบริบทนี้ เราขอยืนยันว่าหลักนิติธรรมและลัทธิรัฐธรรมนูญไม่ควรถูกบิดเบือน และเราขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายมุ่งมั่นสู่การสร้างประชาธิปไตยที่ก้าวหน้า มั่งคั่ง และเข้มแข็งขึ้น ด้วยการตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ประท้วง

ชัยชนะของจีนในสงครามโลกครั้งที่ 2 สร้างเงื่อนไข!! เอื้อฟื้นฟูชาติ

(6 ก.ย. 68) สถาบันซินหัว คลังสมองของสำนักข่าวซินหัว เผยแพร่รายงานระบุว่าชัยชนะอันยิ่งใหญ่ในสงครามประชาชนจีนต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่นได้สร้างเงื่อนไขสำคัญให้ประชาชนจีนสร้างเส้นทางที่ถูกต้องสู่การฟื้นฟูชาติภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

รายงานฉบับดังกล่าวมีชื่อว่า "รำลึกประวัติศาสตร์และผดุงความยุติธรรม - คุณูปการยิ่งใหญ่ของสมรภูมิหลักทางตะวันออกในสงครามต่อต้านลัทธิฟาสซิสต์โลก" เผยแพร่ทั้งฉบับภาษาจีนและภาษาอังกฤษ

ปี 2025 นับเป็นวาระครบรอบ 80 ปี ชัยชนะในสงครามประชาชนจีนต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่น และสงครามต่อต้านลัทธิฟาสซิสต์โลก ซึ่งรายงานเผยว่าสถานการณ์อันซับซ้อนของสงครามได้เป็นบททดสอบและหล่อหลอมพรรคคอมมิวนิสต์จีน

หลังจากชัยชนะในสงคราม พรรคฯ ได้ชี้นำประชาชนให้บรรลุชัยชนะในการปฏิวัติประชาธิปไตยใหม่อย่างรวดเร็ว และก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งได้ทำภารกิจแห่งประวัติศาสตร์ในการสร้างเอกราชของชาติและการปลดแอกประชาชนจีนสำเร็จลุล่วงในที่สุด

รายงานระบุว่าความสำเร็จครั้งนี้ได้ลบล้างศตวรรษแห่งความอัปยศอดสู สร้างเงื่อนไขทางสังคมขั้นพื้นฐานสำหรับการฟื้นฟูอันยิ่งใหญ่ของชาติจีน และเปิดบทใหม่แห่งการพัฒนาของจีน

อนึ่ง สถาบันซินหัว ซึ่งมุ่งเน้นการวิจัยเชิงนโยบาย ได้ดำเนินการวิจัยเชิงคาดการณ์ เชิงกลยุทธ์ และเชิงเตรียมการในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกี่ยวกับประเด็นสำคัญทั้งในประเทศและระดับโลก โดยได้สร้างผลงานวิจัยที่ทรงอิทธิพลจำนวนมากในกระบวนการดังกล่าว

‘BBC’ จงใจใช้!! ‘Jonathan Head’ รายงานข่าวความขัดแย้ง ‘ไทย - กัมพูชา’ สะท้อน!! ความไม่เป็นกลาง โน้มเอียงเข้าข้าง ‘เขมร’ มากกว่าเล่าข้อเท็จจริง

ล่าสุด สำนักข่าว BBC แสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจอย่างที่สุดต่อประเทศไทย เมื่อเลือกใช้นักข่าวอย่าง Jonathan Head มานำเสนอข่าวความขัดแย้งไทย–กัมพูชา เพราะบุคคลผู้นี้ไม่ใช่คนแปลกหน้า หากแต่เป็นผู้ที่เคยก่อปัญหากับไทยมาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวพันกับความมั่นคงของชาติ

เขาเคยถูกตั้งข้อกล่าวหาเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจากรายงานที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ไทย อันเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนทั้งประเทศ แม้คดีจะไม่ถึงขั้นพิพากษาลงโทษ แต่ก็ทำให้ภาพลักษณ์ของเขาเต็มไปด้วยข้อกังขาและความไม่ไว้วางใจในสายตาคนไทย นอกจากนี้ ยังมีการรายงานอีกหลายชิ้นที่โน้มเอียงและโจมตีประเทศไทยในเชิงลบ ทั้งการเมือง สิทธิมนุษยชน ไปจนถึงการตั้งคำถามต่อเสถียรภาพของรัฐไทยในสายตานานาชาติ

ต่อมา เขายังเคยถูกฟ้องในคดีหมิ่นประมาทและกฎหมายคอมพิวเตอร์ที่ภูเก็ตจากการทำรายงานเรื่องการฉ้อโกงอสังหาริมทรัพย์ คดีดังกล่าวทำให้เขาถูกยึดหนังสือเดินทางและถูกจำกัดเสรีภาพในการทำงาน แม้ท้ายที่สุดบางข้อหาจะถูกถอน แต่ก็ยิ่งตอกย้ำว่าเขาเป็นนักข่าวที่มักสร้างความขัดแย้งกับกฎหมายไทยอยู่เสมอ

เมื่อย้อนมามองถึงการรายงานล่าสุดเกี่ยวกับความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา จึงแทบไม่ต้องสงสัยว่า ผลงานจะเอนเอียงไปในทิศทางที่เข้าข้างกัมพูชา มากกว่าที่จะสะท้อนข้อเท็จจริงอย่างเป็นกลาง พฤติกรรมเช่นนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า BBC ไม่ได้ต้องการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา หากแต่จงใจทำลายประเทศไทยผ่านการใช้บุคคลที่มีประวัติสร้างปัญหากับชาติบ้านเมือง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top