Sunday, 26 July 2026
Hard News Team

คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา เดินทางไปประชุมทวิภาคีและไปเยือนต่างประเทศ ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 

เมื่อวานนี้ (12 ก.ย. 68) เวลา 14.00 - 15.45 นาฬิกา คณะกรรมาธิการการทหาร และความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา นำโดย พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการ นายสมบูรณ์ หนูนวล รองประธานกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง พร้อมด้วยกรรมาธิการ และคณะอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม ได้เดินทางไปประชุมทวิภาคีร่วมกับประธานกรรมาธิการป้องกันชาติ – ป้องกันความสงบ และรองประธานสภาแห่งชาติ ณ สภาแห่งชาติสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ในการนี้ พลตรี ดร. วงสัก พันทะวง ประธานกรรมาธิการป้องกันชาติ - ป้องกันความสงบ และ พลโท สุวอน เลืองบุนมี รองประธานสภาแห่งชาติ กับผู้แทนสภาแห่งชาติ ได้ให้การต้อนรับพลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการ และคณะเดินทาง

จากนั้น พลตรี ดร. วงสัก พันทะวง ประธานกรรมาธิการป้องกันชาติ - ป้องกันความสงบ และพลโท สุวอน เลืองบุนมี รองประธานสภาแห่งชาติ กับผู้แทนสภาแห่งชาติ ได้ประชุมทวิภาคีร่วมกับพลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการ และคณะกรรมาธิการ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติ ได้แก่ ความร่วมมือ และความสัมพันธ์ในด้านกลาโหม เพื่อส่งเสริมทางการทหาร และความมั่นคง การพัฒนาศักยภาพกองทัพ และการจัดสรรสิทธิประโยชน์ของกำลังพล รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพ และความเชี่ยวชาญด้าน AI และเทคโนโลยีของกองทัพในการป้องกันประเทศ 

รวมถึงยังมีการปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการปฏิบัติหน้าที่ในเรื่องของความมั่นคงและการทหารถึงภัยคุกคามตามแนวชายแดน เช่น ยาเสพติดตามแนวชายแดน การลักลอบค้าสัตว์ป่าและพืชป่า การลักลอบเข้าเมืองและแรงงานผิดกฎหมาย การก่อการร้าย ภัยธรรมชาติ การโจรกรรม ยานพาหนะ โรคระบาด หรือบุคคลที่เป็นอันตรายเป็นภัยต่อความมั่นคงของไทยและลาว สินค้าเถื่อน การค้าประเวณี และการค้ามนุษย์ หรือกรณีบุคคลสองสัญชาติของทั้งสองประเทศที่จำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ อย่างจริงจัง โดยเฉพาะภาคประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน เพื่อให้ข้อมูลเบาะแสการกระทำผิดกฎหมายต่าง ๆ ของบุคคลที่เป็นอันตรายเป็นภัยต่อความมั่นคง และความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ ในส่วนของการร่วมมือระหว่างกันในเรื่องกำหนดยุทธศาสตร์การป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนแบบมีส่วนร่วมถือว่ามีความสำคัญที่ทั้งไทยและลาวควรขับเคลื่อนผลักดันร่วมกัน

นอกจากนี้ เวลา 15.45 - 16.15 นาฬิกา พลตรี ดร. วงสัก พันทะวง ประธานกรรมาธิการป้องกันชาติ - ป้องกันความสงบ ได้นำคณะกรรมาธิการ เยี่ยมชมห้องประชุมสภาแห่งชาติลาวอันเป็นศูนย์กลางอำนาจนิติบัญญัติของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งสมาชิกสภาแห่งชาติจะใช้เป็นสถานที่ประชุมเพื่อออกกฎหมาย พิจารณานโยบาย และกำกับดูแลการทำงานของรัฐบาลเป็นสถานที่ที่สะท้อนหลักการประชาธิปไตยแบบประชาชนมีส่วนร่วม ตามระบอบการเมืองของลาว และยังเป็นสัญลักษณ์ของเอกราช อธิปไตย และความเป็นรัฐชาติ ของลาวเป็นผลงานที่สะท้อนความร่วมมือระหว่างประเทศ เนื่องจากได้รับการสนับสนุนด้านการก่อสร้างและออกแบบจากจีน แสดงถึงมิตรภาพและความสัมพันธ์ระหว่างลาวกับต่างประเทศ อีกทั้ง ยังใช้เป็นเวทีในการประกาศนโยบายสำคัญของรัฐ รวมถึงการเปลี่ยนผ่านผู้นำและการลงมติประเด็นระดับชาติ

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการการทหารฯ จะได้นำข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะ ที่ได้จากการประชุมทวิภาคีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นมาประกอบการพิจารณาศึกษาตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนดไว้ภายใต้กรอบของฝ่ายนิติบัญญัติต่อไป

อดีตแม่ยก ปชป. เผย!! มีความหวังอยากให้ ‘มาร์ค’ คัมแบ็ค หน.พรรค หลัง!! ‘เสี่ยต่อ เฉลิมชัย’ ไขก๊อก ชี้!! มีสมาชิกพรรค เฝ้ารออยู่หลายคน

(13 ก.ย. 68) นางกาญจนี วัลยะเสวี หรือ ติ๊งต่าง อดีตแม่ยกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์รูปภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า ประชาชนมีความหวังอยากให้คุณอภิสิทธิ์ กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ #ความหวังเริ่มส่องสว่าง..สมาชิกพรรคเฝ้ารอคุณอภิสิทธิ์

โพสต์ดังกล่าวมีขึ้นหลัง นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค ต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง โดยให้เหตุผลด้านสุขภาพ ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มความสามารถ และอาจส่งผลกระทบต่อพรรค โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2568

‘BBC’ เปิดตัวรายการใหม่ มุ่งโจมตี!! ทำลายการท่องเที่ยวไทย YouTuber ออกมาแฉเอง ถูกตัดต่อเสียง ทั้งที่ไม่เคยพูดแบบนั้น

(13 ก.ย. 68) BBC เพิ่งเปิดตัวรายการ ‘The Dark Side of Paradise’ โดยผู้ดำเนินรายการชาวอังกฤษ Zara McDermott ซึ่งมุ่งเน้นไปที่อาชญากรรม ยาเสพติด และการท่องเที่ยวเพื่อซื้อบริการทางเพศ ในประเทศไทยเท่านั้น

ในรายการนี้ Zara ได้สัมภาษณ์ผู้ขายบริการทางเพศเกี่ยวกับความเสี่ยงที่พวกเขาเผชิญ และสัมภาษณ์ YouTuber ชาวอังกฤษที่อาศัยอยู่ในไทย

หนึ่งในคนที่ถูกนำเสนอคือ Mac ซึ่งเป็นYouTuber ชาวอังกฤษที่อาศัยอยู่ในไทย

ในวิดีโอของเขาเอง Mac เปิดเผยว่า BBC ได้บิดเบือนเขา!!

เขากล่าวว่า พวกเขาตัดต่อเสียงของเขา ต่อบทสนทนาเข้าด้วยกัน
และตัดต่อเทปให้ฟังดูเหมือนเขาพูดในสิ่งที่เขาไม่เคยพูดจริงๆ

Mac เตือน!! อย่าเชื่อ!! ทุกสิ่งที่คุณเห็นในทีวี

ปฏิกิริยาตอบโต้แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้คาดหวังปฏิกิริยาที่รุนแรงเช่นนี้จากคนไทยและผู้ชมที่รู้จักประเทศไทยนอกเหนือจากซีนปาร์ตี้

แม้ว่าประเทศไทยจะดึงดูดชาวสหราชอาณาจักรจำนวนมากด้วยชายหาดและไนท์ไลฟ์ แต่สารคดีที่มองเพียงด้านเดียวนี้แทนเพียงไม่ถึง 10% ของสิ่งที่ประเทศไทยเป็นจริงๆ

เราเป็นประเทศที่หลากหลายด้วยวัฒนธรรมที่ร่ำรวย อาหารที่น่าทึ่ง ประเพณีโบราณ และผู้คนที่มีใจอบอุ่น

หากคุณมองหาแต่ปาร์ตี้ นั่นอาจเป็นสิ่งที่คุณจะได้เห็นจริงๆ

แต่ฉันเลือกที่จะมุ่งเน้นไปที่วัฒนธรรมอังกฤษ ภาษา และชีวิตประจำวัน

สารคดีมีอิทธิพลอันทรงพลัง และด้วยสิ่งนั้นจึงมาพร้อมกับความรับผิดชอบ เมื่อสื่อใหญ่เน้นเฉพาะด้านมืดเท่านั้น พวกเขาเสี่ยงที่จะบิดเบือนภาพลักษณ์ของทั้งประเทศ

การเล่าเรื่องที่แท้จริงควรสร้างสมดุลระหว่างปัญหาต่างๆ กับความงาม ความคิดสร้างสรรค์ และความอบอุ่นที่เป็นลักษณะเฉพาะของประเทศด้วย เพื่อให้ผู้ชมเห็นภาพที่สมบูรณ์และยุติธรรมมากขึ้น

เมื่อคุณเดินทาง ให้เคารพประเทศ วัฒนธรรม และผู้คนเสมอ

ยินดีต้อนรับสู่ประเทศไทยและขอให้เพลิดเพลินกับการเดินทางของคุณ!!

จเรตำรวจแห่งชาติเร่งสืบสวนสอบสวนกรณีคนร้ายหลอกชายสูงวัยลงทุนเทรดหุ้น สูญเงินเกือบ 40 ล้านบาท สั่งกวาดล้างม้าบุคคล และม้านิติบุคคล รับโทษหนักทุกราย

เมื่อวานนี้ (12 ก.ย. 68) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้ติดตามคดีฉ้อโกงในการหลอกร่วมลงทุน พบผู้เสียหายเป็นชาย อายุ 85 ปี ถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกลวงลงทุนเทรดหุ้น เสียหายเกือบ 40 ล้านบาท โดยวันนี้ พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล, พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผู้กำกับการ สน.บางซื่อ, และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมคลี่คลายคดี ณ สน.บางซื่อ

สืบเนื่องจากผู้เสียหายมีการลงทุนเกี่ยวกับหุ้นมาก่อนเป็นปกติ รวมถึงมีหุ้นในการถือครองอยู่หลายรายการ ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 ได้พบเฟซบุ๊กใช้ชื่อว่า “ฮง สถาพร” อ้างว่าตนเองเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มการลงทุนในตลาดหุ้น และนำมาเสนอให้กับบุคคลทั่วไปที่สนใจในการเข้าร่วมลงทุนดังกล่าว ผู้เสียหายเกิดความสนใจจึงได้ทักเข้าไปพูดคุยขอคำปรึกษาอยู่หลายครั้ง จากนั้นบุคคลดังกล่าวได้เชิญเข้ากลุ่มไลน์ซึ่งมีสมาชิกจำนวนประมาณ 100 คน แนะนำให้โหลดแอปพลิเคชัน “ASP Next” แล้วเปิดบัญชีเพื่อใช้ในการเทรดหุ้น จากนั้นกลุ่มดังกล่าวได้ให้โอนเงินเข้าบัญชีที่สมัครไว้

ต่อมามิจฉาชีพชักชวนให้ลงทุน Big Lot คือเป็นการลงทุนเทรดหุ้นในจำนวนเงินสูง อ้างผลตอบแทนสูง โดยจะมีบุคคลส่งข้อมูลให้ทำการซื้อในช่วงเวลานั้นๆ มาให้ เพื่อสมาชิกในกลุ่มได้ร่วมทำการสั่งซื้อขายรายการนั้นพร้อมกัน ส่วนการโอนเงินนั้นจะเป็นการโอนเงินเข้าไปยังบัญชีที่มีการส่งมาให้ในแต่ละครั้ง ซึ่งบัญชีปลายทางเป็นบัญชีนิติบุคคล ทำให้ดูน่าเชื่อถือ จึงได้โอนเงินไปยังบัญชีทั้งหมด 46 รายการ ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2568 รวมเป็นจำนวนเงิน 38,465,000 บาท

โดยการโอนเงินครั้งสุดท้าย ธนาคารเจ้าของบัญชีของผู้เสียหายได้โทรศัพท์มาหาผู้เสียหาย เนื่องจากพบความผิดปกติของการโอนเงิน ซึ่งมีการโอนเงินจำนวนมาก จำนวนหลายครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน และตรวจสอบพบว่าบัญชีนิติบุคคลปลายทางเป็นบริษัทที่เพิ่งเปิดมาไม่นาน จึงขอให้ผู้เสียหายหยุดการโอนเงิน ทำให้ไม่สามารถโอนเงินครั้งนั้นได้สำเร็จ จากนั้นทางธนาคารจึงได้ประสานกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ให้ตรวจสอบ 

เมื่อตำรวจได้รับการประสานจากธนาคารเจ้าของบัญชีผู้เสียหายว่าพบความผิดปกติของการโอนเงิน และได้แจ้งเจ้าของบัญชีในเบื้องต้นแล้ว ตำรวจจึงได้ประสานสอบถามผู้เสียหายเพื่อให้แจ้งความดำเนินคดี โดยในครั้งแรกผู้เสียหายยังไม่เชื่อว่าถูกหลอก จึงได้ลองถอนเงินในบัญชีบนแอปพลิเคชัน ASP Next ที่มียอดเงินรวมทั้งสิ้นประมาณ 80 ล้านบาท แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ อ้างว่าโอนเงินเข้าบัญชีมาไม่ครบ และบอกให้โอนเงินมาเพิ่มอีก ผู้เสียหายจึงได้แจ้งความดำเนินคดีที่ สน.บางซื่อ ขณะนี้ชุดสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมกับชุดสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 และชุดสืบสวน สน.บางซื่อ กำลังตรวจสอบเส้นเงิน ล่าสุดพบบัญชีม้านิติบุคคล จำนวน 22 บัญชี ของ 20 บริษัท ซึ่งได้ทำการอายัดเรียบร้อยแล้ว และเบื้องต้นธนาคารอายัดเงินของผู้ต้องหาได้ทันจำนวน 1.9 ล้านบาท 

พล.ต.อ.ธัชชัยฯ กล่าวว่า ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลเร่งตรวจสอบกรณีดังกล่าว และติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากเป็นอีกคดีที่พบความเสียหายจำนวนมาก ประกอบกับคดีการหลอกลงทุนยังเป็นคดีที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีผู้เสียหายจำนวนมาก และความเสียหายมูลค่ามหาศาล พร้อมขอเตือนพี่น้องประชาชนระมัดระวังในการลงทุนทุกประเภท โดยเฉพาะการเทรดหุ้น ควรตรวจสอบบริษัท โบรกเกอร์ ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น 

พร้อมกันนี้ คาดโทษบัญชีม้า ไม่ว่าจะเป็นม้าบุคคล หรือม้านิติบุคคล จะต้องมีการสืบสวนนำตัวมาดำเนินคดีทุกราย ซึ่งปัจจุบันมีโทษหนักทั้งปรับและจำคุก ไม่มีละเว้น

13 กันยายน พ.ศ. 2497 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จฯเยี่ยมราษฎรที่ประสบอัคคีภัยที่ตลาดบ้านโป่ง

เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ.2497 ได้เกิดอัคคีภัยครั้งใหญ่ขึ้นที่ตลาดบ้านโป่ง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ไฟได้ลุกลามเผาไหม้อาคารบ้านเรือนของราษฎรอย่างรวดเร็วเป็นเวลาหลายชั่วโมง อาคารบ้านเรือนถูกไฟไหม้เสียหายเกือบทั้งตลาด ราษฎรจำนวนหลายร้อยหลังคาเรือนไม่มีที่อยู่อาศัย เกิดความเดือดร้อนอย่างมหันต์แก่ผู้ประสบภัยครั้งนี้

ความได้ทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนรถยนต์พระที่นั่งเพื่อทอดพระเนตรสถานที่ และทรงเยี่ยมราษฎร เมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ.2497 ณ ที่ว่าการอำเภอบ้านโป่ง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี (นายแม้น  อรจันทร์) และผู้ว่าราชการภาค (พระราชญาติรักษา) ในสมัยนั้น ได้เข้าเฝ้าและกราบบังคมทูลถวายรายงานเหตุการณ์ และการให้ความช่วยเหลือราษฎร 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้มีพระราชทานกระแสรับสั่งให้ผูว่าราชการจังหวัดราชบุรี และผู้ว่าราชการภาคให้ความช่วยเหลือแก่ราษฎร เป็นกรณีพิเศษอย่างใกล้ชิด พร้อมได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสิ่งของเครื่องนุ่งห่มแก่ผู้ประสบอัคคีภัย ยังความปลาบปลื้มปิติในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น   

‘จีน’ ครองแชมป์!! จดสิทธิบัตรปัญญาประดิษฐ์ (AI) คิดเป็น 60% ของทั้งหมดทั่วโลก หรือกว่า 5 แสนฉบับ

(12 ก.ย. 68) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า จีนครองอันดับหนึ่งของโลกในด้านจำนวนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ที่ได้รับอนุมัติในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของเศรษฐกิจดิจิทัลในปี 2567 โดยสูงแตะ 5 แสนฉบับ เพิ่มขึ้น 23.1% เมื่อเทียบรายปี โดยข้อมูลนี้ได้รับการเผยแพร่ในการประชุมประจำปีทรัพย์สินทางปัญญาแห่งประเทศจีน ครั้งที่ 14 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘ทรัพย์สินทางปัญญาในยุคดิจิทัล’ 

จีนก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกในด้านการถือครองสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยสัดส่วนการถือครองสิทธิบัตรประเภทดังกล่าวของจีนคิดเป็น 60% ของทั้งหมดทั่วโลก ขณะที่จำนวนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ในต่างประเทศที่ได้รับอนุมัติในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของเศรษฐกิจดิจิทัลของจีนเพิ่มขึ้นจาก 21,000 ฉบับในปี 2559 เป็น 52,000 ฉบับในปี 2567 

ขณะเดียวกัน มี 95 ประเทศและภูมิภาคได้รับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักของเศรษฐกิจดิจิทัลในจีน เมื่อนับถึงสิ้นปี 2567 โดยจำนวนสิทธิบัตรประเภทดังกล่าวรวมอยู่ที่ 4.07 แสนฉบับ คิดเป็น 43.7% ของสิทธิบัตรการประดิษฐ์ทั้งหมดที่นักประดิษฐ์ต่างชาติถือครองในจีน 

เซินฉางอวี่ หัวหน้าสำนักบริหารทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติจีน กล่าวว่า สิ่งนี้สะท้อนชัดเจนว่าบริษัทต่างชาติมีความเชื่อมั่นต่อการพัฒนาในอนาคตของเศรษฐกิจดิจิทัลของจีน

ส่องบัญชีทรัพย์สิน ‘ลุงตู่’ ก่อน–หลังพ้นตำแหน่ง นั่งนายกฯ 9 ปี มีทรัพย์สิน 130 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 1.5 ล้านบาท

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยข้อมูลบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคู่สมรส

ก่อนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 2557 มีทรัพย์สินรวม 128 ล้านบาท
หลังพ้นตำแหน่งในปี 2566 รวมเวลา 9 ปี มีทรัพย์สิน 130 ล้านบาท
เท่ากับเพิ่มขึ้นเพียง 1.5 ล้านบาท และไม่มีหนี้สิน

ป.ป.ช. ยังระบุเพิ่มเติมว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยรับเบี้ยประชุม จากตำแหน่งต่าง ๆ แม้จะมีสิทธิ เซ็นรับแล้วนำไปใช้เป็นค่าอาหาร ชา กาแฟ และเบี้ยเลี้ยงแม่บ้านตลอด 9 ปีที่ดำรงตำแหน่ง

ความน่าจะเป็นของสาเหตุการระเบิดภายในอาวุธปืน จากกระสุนขนาด 9 มิลลิเมตรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เรื่องนี้มาจากการที่ สำนักงานส่งกำลังบำรุง (สรรพาวุธ) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ทำการจัดซื้อกระสุนยี่ห้อ VENOM ขนาด 9 มม. ผลิตโดย บริษัท MEDEF DEFENCE จาก Turkey จำนวน 3,495,660 นัด ตามสัญญา สพ.3/2567 ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2567 มูลค่า  68,689,719 บาท และมีการส่งมอบครบถ้วนในเดือนกรกฎาคม 2568 โดยระบุว่า กระสุนปืน lot นี้เป็นไปตามมาตรฐาน NATO และได้ผ่านการทดสอบคุณภาพเบื้องต้นตาม TOR (Specification) ตามที่ได้กำหนดไว้แล้ว

แต่หลังจากสำนักงานส่งกำลังบำรุง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ทำการแจกจ่ายให้เข้าหน้าตำรวจนำไปปฏิบัติหน้าที่และยิงฝึกซ้อม มีเหตุการณ์ “ระเบิดบริเวณจานท้ายปลอกกระสุน” ขณะเจ้าหน้าที่ทดสอบยิง ทำให้อาวุธปืนที่ใช้ยิงเกิดความเสียหาย หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ สำนักงานส่งกำลังบำรุง สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ระงับการใช้งานกระสุน VENOM ชั่วคราว และเรียกคืนกระสุนที่มีปัญหาทั้งหมดเพื่อไปตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริง โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้แต่งตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่ากระสุนเหล่านี้เหมาะสมกับอาวุธที่ใช้ของราชการหรือไม่ และว่ามีการผลิตตามมาตรฐานความปลอดภัยหรือไม่

ยังไม่ชัดเจนว่า “ปืนแตก” ในความหมายคืออะไร แต่ภาพที่ปรากฏคือ อาการปืนแตกเกิดจากปลอกกระสุนแตก จนทำให้ตัวปืนเสียหาย จุดที่เสียหายคือ “จานท้านปลอกกระสุน” มีลักษณะคล้ายกับกระสุนที่มีความดันหรือแรงกดภายในปลอกมากเกินไป หรือปลอกมีข้อบกพร่องจากรอยร้าว ซึ่งอาจมาจากวัสดุไม่ว่าจะเป็น ตัวปลอก การผลิต หรือคุณลักษณะที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน พบว่าอาวุธปืนที่เสียหายมีหลายกระบอกและหลายรุ่น อาทิ Glock และ Sig โดยการระเบิดของกระสุน ระเบิดจากทางด้านจานท้ายปลอกกระสุนตรงจอกชนวนเป็นส่วนใหญ่  นอกจากการพิจารณาถึงสภาพอาวุธปืนเหล่านั้นว่าเป็นอย่างไร เช่น ใหม่หรือเก่า มีสิ่งอุดตันในลำกล้องหรือไม่ หรือปัญหาอื่น ๆ ที่อาจเป็นไปได้

กระสุนปืนแต่ละนัดจะประกอบวัสดุ 4 ชนิด ได้แก่
1. หัวกระสุน (Bullet) ซึ่งเป็นตะกั่วผสมพลวง (Lead) ในกรณีกระสุนสำหรับฝึกซ้อมเพื่อยิงเป้ากระดาษ แต่ก็มีอันตรายถึงชีวิตเช่นเดียวกับกระสุนจริงซึ่งมีหัวกระสุน 2 ประเภทหลัก คือ หัวกระสุนที่มีชิ้นโลหะหุ้มเต็ม ส่วนใหญ่จะเป็นทองแดงหุ้มแกนตะกั่ว (Full Metal Jacket: FMJ) ทำให้มีอำนาจทะลุทะลวงเจาะในการผ่านเป้าหมาย และ กระสุนหัวรู (Hollow point) ซึ่งมีรูเว้าตรงปลายหัวกระสุน ออกแบบมาเพื่อให้เกิดการขยายตัว (Expand) เมื่อกระทบเป้าหมายเพื่อช่วยหยุดเป้าหมายได้เร็ว ลดแรงทะลุทะลวง (Penetration)

2. ปลอกกระสุน (Brass) ซึ่งส่วนใหญ่ทำจากทองเหลือง จึงไม่เป็นสนิม มีความเหนียว ไม่เปราะ ยืดตัวได้ดี ซึ่งมีผลต่อคัดปลอกหรือการดีดกระสุนออก และสามารถนำกลับมาอัด (Reloading) ใช้ใหม่ได้ ต่อมาคือ เหล็กเคลือบ (Steel lacquered/coated) ทำให้ราคาถูกกว่าทองเหลือง ส่วนใหญ่จะเป็นกระสุนจากรัสเซียหรือจีน เป็นสนิมได้ง่าย ความแข็งของเหล็กอาจทำให้ชิ้นส่วนอาวุธปืนสึกหร่อเร็วขึ้น นำกลับมาอัดกระสุนใช้ใหม่ได้ยาก และปลอกกระสุนที่ผลิตจากอะลูมิเนียม (Aluminum) ทำให้เบามากและราคาถูก แต่เนื้อปลอกบางจึงมีความเสี่ยงที่จะนำกลับมาอัดกระสุนใช้ใหม่

3. ดินปืน (Gun powder) กระสุนสมัยใหม่ในปัจจุบันส่วนใหญ่ใช้ดินปืนแบบไร้ควัน (Smokeless Powder) แบบ Ball powder หรือ Extruded powder ที่ให้แรงดันสม่ำเสมอ โดยมีส่วนผสมหลัก คือ ไนโตรเซลลูโลส (Nitrocellulose) ที่เรียกว่า Single-base หรือ ไนโตรเซลลูโลส + ไนโตรกลีเซอรีน ที่เรียกว่า Double-base จุดเด่นของดินปืนแบบไร้ควัน คือ ให้พลังงานที่แรงกว่า เผาไหม้สะอาด จึงทำให้ควันน้อย กระสุนปืนสั้นจะเป็นดินปืนแบบเผาไหม้เร็ว

4. จอกชนวนหรือแก๊ป (Primer) วัสดุจุดชนวนซึ่งที่อยู่ที่ฐาน/จานท้ายของปลอกกระสุน ชนิดของ Primer ได้แก่ Boxer Primer นิยมใช้ในสหรัฐฯ  มีรูเดียวตรงกลาง อัดกระสุนใหม่ได้ง่าย Berdan Primer นิยมใช้ในยุโรป รัสเซีย มีรู 2 รู อัดกระสุนใหม่ได้ยากหรือแทบจะไม่ได้เลย และ Rimfire Primer ใช้ในกระสุนขนาดเล็ก (.22 LR)    อยู่ริมจานท้ายลอกกระสุนหรือขอบปลอก เช่น .22 ส่วนผสมของ Primer ได้แก่สารเคมีไวไฟ เช่น Lead styphnate (ตะกั่ว) Barium nitrate และ Antimony sulfide เป็นต้น

เนื่องจากบ้านเราการผลิตกระสุนหรืออัดกระสุนเองเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายตาม พรบ.อาวุธปืนฯ ดังนั้นคนไทยจึงไม่ค่อยมีความรู้และความเข้าใจในเรื่องของกระสุนปืนเท่าไรนัก ขั้นตอนการทำงานของกระสุนปืนเริ่มจาก เข็มแทงชนวนกระทบ Primer เกิดประกายไฟ อันเป็นการจุดระเบิดดินปืนแรงระเบิดในภายในกระสุนปืนที่อยู่ในรังเพลิงทำให้เกิดแรงดันมหาศาลผลักหัวกระสุนวิ่งออกไปโดยหมุนไปตามเกลียวลำกล้องปืนจนพ้นลำกล้อง เช่นเดียวกับการใช้สารเคมีชนิดอื่น ๆ การผลิตกระสุนปืนจึงมีสูตรในการใช้อัตราส่วนดินปืน โดยการใช้ดินปืนมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับน้ำหนักของหัวกระสุนซึ่งจะเป็นไปตามอัตราส่วนที่โรงงานผลิตดินปืนกำหนด เช่น กระสุนยี่ห้อ VENOM ขนาด 9 มม. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดซื้อมาน้ำหนักมีหัวกระสุนแบบ FMJ หนัก 124 เกรน (ประมาณ 8 กรัม) จะมีอัตราส่วนในการใช้ดินปืนประมาณ 62 – 77 เกรน (ราว 4.0 – 5.0 กรัม) 
*แต่ยิ่งน้ำหนักหัวกระสุนมากขึ้นเท่าไรอัตราส่วนในการใช้ดินปืนก็จะลดลง ในขณะที่น้ำหนักหัวกระสุนลดลงเท่าไรอัตราส่วนในการใช้ดินปืนก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน

วิเคราะห์ความเป็นไปได้ถึงสาเหตุที่ทำให้ "ปืนแตก" จากกระสุนปืน ได้แก่
- กระสุนไม่ได้ผลิตไม่ได้มาตรฐาน หรือมีข้อบกพร่อง 
(มีความเป็นไปได้ เช่น การใช้ดินปืนผิดประเภท แต่โอกาสที่จะเกิดขึ้นน้อยมาก เนื่องจากระบบตรวจสอบของโรงงานจะต้องมีความเที่ยงและความละเอียดที่มีมาตรฐานในระดับที่สูงมาก)
- ดินปืนมากเกินไป (Double charge) จนทำให้แรงดันในปลอกกระสุนมากเกินจนรังเพลิง/ลำกล้องรับแรงไม่ไหว 
(มีความเป็นไปได้ในกรณีปลอกกระสุนขนาด .45 หรือ 11 ม.ม. แต่ปลอกกระสุนขนาด 9 ม.ม. แล้วเป็นไปได้น้อยมาก ด้วยขนาดปลอกที่เล็กจนปริมาณดินปืนที่ใช้บรรจุในแต่ละครั้งน่าจะเกือบเต็มปลอกกระสุน 9 ม.ม.แล้ว)
- กระสุนหมดอายุหรือเสื่อมสภาพ 
(ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะสำนักงานตำรวจแห่งชาติหึ่งรับมอบกระสุน Lot นี้ไม่ถึง 3 เดือน)
- อาวุธปืนชำรุดหรือไม่เหมาะกับกระสุนชนิดนั้น
(ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะอาวุธปืนที่ใช้ยิงนั้นทุกกระบอกยังอยู่ในสภาพใหม่)
- ใช้กระสุนแรงเกินกว่าที่อาวุธปืนรับได้
(ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะอาวุธปืนที่ใช้ยิงใช้กระสุนปืนขนาด 9 มม. มาตรฐาน)
- ปืนมีรอยร้าว หรือสนิมมาก หรือผ่านใช้งานอย่างหนักมานาน
(ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะอาวุธปืนที่ใช้ยิงนั้นทุกกระบอกยังอยู่ในสภาพใหม่)
- มีสิ่งอุดตันในลำกล้อง ขณะยิง
(ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะอาวุธปืนที่มีสิ่งอุดตันในลำกล้องขณะยิงนั้น จะทำให้เกิดการบวมภายในลำกล้อง ไม่ใช่ระเบิดของกระสุนปืนในรังเพลิงตรง Primer จานท้ายปลอกกระสุน)
- การดัดแปลงปืน อาทิ เปลี่ยนลำกล้องหรือชิ้นส่วนไม่ได้มาตรฐาน
(ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะอาวุธปืนที่ใช้ยิงนั้นทุกกระบอกยังอยู่สภาพใหม่ และตามพรบ.อาวุธปืน ลำกล้องหรือชิ้นส่วนต้องขออนุญาตซื้อ/นำเข้าเหมือนกับการซื้ออาวุธปืนทั้งกระบอก)
- ยิงกระสุนที่ไม่ตรงกับคุณลักษณะเดิมของอาวุธปืน
(ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะอาวุธปืนที่ใช้ยิงทุกกระบอกใช้กระสุนปืนขนาด 9 มม. มาตรฐาน)

ถึงแม้ผลการสอบสวนกรณีกระสุน VENOM ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติพึ่งจะเริ่มต้นและยังไม่แล้วเสร็จ แต่มีผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธปืนและกระสุนปืนผู้หนึ่งได้ให้ข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า อาจเกิดจากปัญหาภายใน หรือปัญหาความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ในการจัดซื้อจัดหากระสุนปืน Lot นี้ โดยอาจจะมีการลักลอบเปลี่ยนดินปืนด้วยการใช้ Kinetic bullet puller เป็นเครื่องมือคล้ายค้อนใช้สำหรับถอดหัวกระสุนออกจากปลอกกระสุน ซึ่งทำงานโดยอาศัย "แรงเฉื่อย (kinetic energy)" ในการถอดหัวกระสุน แล้วแทนที่ด้วยดินปืนประทัด (Flash Powder) ซึ่งมีส่วนผสมได้แก่ อะลูมิเนียมผง (Aluminum powder) และดินประสิว (Potassium Perchlorate) ที่ติดไฟง่ายและทำให้เกิดแรงดันที่สูงมากจนปลอกกระสุนปืนในรังเพลิงไม่สามารถรับแรงดันในรังเพลิงมหาศาลนี้ได้ไหว จนทำให้เกิดอาการลักษณะกระสุนปืนที่ “แรงเกินกว่าอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. จะสามารถรับได้จริง” จึงเป็นอีกประเด็นพิจารณาที่สำคัญที่คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องตรวจสอบโดยละเอียดและถี่ถ้วน

แอลเบเนีย ประกาศตั้ง ‘รัฐมนตรี จาก AI’ คนแรกของประเทศ หวังยุติ ‘คอร์รัปชัน’ ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ตรวจสอบได้ 100%

แอลเบเนียประกาศแต่งตั้ง 'ดิเอลล่า' (Diella) ผู้ช่วยดิจิทัลที่สร้างขึ้นจาก AI ขึ้นเป็น รัฐมนตรีคนแรกของประเทศ โดยจะรับผิดชอบด้านการจัดซื้อจัดจ้างของทางภาครัฐ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเอดี รามา (Edi Rama) ย้ำว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้ประเทศปลอดคอร์รัปชัน 100%

สำหรับผู้ช่วยดิจิทัล ดิเอลล่า มีการทดลองงานมาแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม ผ่านพอร์ทัล e-Albania ช่วยประชาชนทำธุรกรรมออนไลน์กว่า 95% ของบริการภาครัฐ และสามารถตอบโต้ด้วยคำสั่งเสียง ซึ่งล่าสุดถูกยกระดับขึ้นมามีบทบาทในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อคัดเลือกผู้ชนะประมูลอย่างเป็นกลางแทนเจ้าหน้าที่รัฐ

นายกรัฐมนตรีเอดี รามา ระบุว่า การโอนอำนาจตัดสินการประมูลจากกระทรวงต่าง ๆ มาสู่ AI จะค่อย ๆ ดำเนินการทีละขั้นตอน เพื่อสร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และตัดวงจรการติดสินบน รวมถึงการแทรกแซงทางการเมืองที่มักทำให้โครงการรัฐกลายเป็นประเด็นคอร์รัปชัน

แม้สื่อท้องถิ่นมองว่าเป็น “การปฏิรูปครั้งใหญ่” ที่ให้เทคโนโลยีมีบทบาทจริงในการบริหารประเทศ แต่ก็ยังมีเสียงกังขา โดยชาวเน็ตบางรายเหน็บว่า 

“ในแอลเบเนีย ต่อให้เป็นดิเอลล่า (AI) ก็ยังถูกทำให้คอร์รัปชันได้”
 

BBC พยายามตีแผ่สารคดีดราม่า ‘ด้านมืดของประเทศไทย’ แต่โดนชาวเน็ตจวกยับ!! บอกไทยปลอดภัยกว่าอังกฤษเยอะ

(12 ก.ย.68)  เพจเฟซบุ๊ก 'ปราชญ์ สามสี' ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กระบุว่า… 

เมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา BBC อังกฤษได้เผยแพร่สารคดี Thailand: The Dark Side of Paradise ผ่าน iPlayer โดยมี ซาร่า แม็กเดอร์ม็อตต์ (Zara McDermott) นักแสดงจากรายการเรียลลิตี้ Love Island และ Made in Chelsea เป็นผู้ดำเนินเรื่อง สารคดีพยายามสะท้อน “ด้านมืด” ของเมืองไทย โดยโฟกัสไปที่การค้าประเวณีและย่านท่องเที่ยวกลางคืน เช่น ถนนข้าวสาร กรุงเทพฯ รวมถึงการตั้งคำถามว่าเหตุใดวัยรุ่นอังกฤษหลายแสนคนจึงนิยมมาเที่ยวเมืองไทยทุกปี

อย่างไรก็ตาม แทนที่สารคดีจะสร้างแรงกระเพื่อมโจมตีประเทศไทย กลับถูก “ทัวร์ลง” ใส่ BBC อย่างหนัก โดยเฉพาะเมื่อมีการโปรโมตตัวอย่างผ่าน TikTok เมื่อ 9 กันยายน ซึ่งมีคนเข้ามาคอมเมนต์กว่า 800 ข้อความ ส่วนใหญ่หันมาวิจารณ์การทำงานของ BBC ว่า “พยายามจงใจทำให้ไทยดูอันตราย”

ตัวอย่างคอมเมนต์ เช่น “ฉันเดินเล่นตีสี่ในกรุงเทพฯ ถือโทรศัพท์ตลอดเดือน ไม่เคยมีปัญหา แต่ลองทำแบบนี้ในอังกฤษสิ ไม่มีทางรอด” 

“อยู่ไทยมา 5 ปี สิ่งเดียวที่อันตรายคือหมาไล่เวลาออกไปวิ่ง” 

“BBC ทำเหมือนเมืองไทยน่ากลัว ทั้งที่จริงแล้วปลอดภัยกว่าสหรัฐฯ กับสหราชอาณาจักรอีก” 

“ทำไม BBC ถึงชอบตีตราไทยในแง่ลบ ทั้งที่แทบไม่เคยทำสารคดีแบบนี้กับประเทศตัวเอง”

นอกจากนั้นยังมีคอมเมนต์แนวประชด เช่น “ฉันต้องรีบหนีออกจากไทย… เดินช้า ๆ แล้วถ่ายต่อไป” ขณะที่บางความเห็นเปรียบเทียบความปลอดภัย เช่น การทิ้งร้านขายของกลางแจ้งในเกาะสมุยโดยไม่ล็อก แต่กลับไม่มีใครขโมย ซึ่งแตกต่างจากอังกฤษโดยสิ้นเชิง

กระแสนี้ไม่เพียงวิจารณ์เนื้อหาที่ถูกมองว่า “เลือกมุมมืดมาขยาย” เท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงจริยธรรมสื่อของ BBC ที่ถูกตั้งคำถามว่ามีอคติและอาจ “เจตนาสร้างความขัดแย้ง” ในภูมิภาค โดยบางส่วนมองว่า BBC กำลัง “เข้าข้างกัมพูชา” หลังพบว่ามีชาวกัมพูชาหลายคนเข้ามาคอมเมนต์ขิงใส่ว่า “ไทยอันตราย แต่กัมพูชาปลอดภัยกว่า”

แม้สารคดีตั้งใจขายความดราม่าเพื่อเรียกคนดู แต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม กระแสสังคมออนไลน์จำนวนมากหันมาโจมตี BBC เอง ว่า “ขาดความรับผิดชอบทางจริยธรรม” และ “พยายามทำลายภาพลักษณ์ของประเทศไทยเกินจริง”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top