Monday, 26 October 2026
Hard News Team

‘กองกำลังบูรพา’ จับ!! สินค้าบริโภค เตรียมลักลอบ!! ข้ามแดน ‘นมผงเด็ก – น้ำตาล’ สะท้อน!! วิกฤตหิวโหย อีกฟากฝั่งชายแดน

(14 ก.ย. 68) กองกำลังบูรพา , หน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ ,ชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 , กองพันทหารม้าที่ 30 และเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ ด่านกักกันสัตว์สระแก้ว ได้ร่วมกันลาดตระเวนในพื้นที่และตรวจพบสินค้าบริโภคจำนวนมากถูกซุกซ่อนอยู่ในไร่อ้อยบริเวณชายแดนบ้านหนองปรือ หมู่ 7 ตำบลผ่านศึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

สินค้าที่พบประกอบด้วยนมผง, น้ำกระเทียมดอง, น้ำตาลกรวด และไส้ขม ซึ่งเป็นอาหารที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต จากการตรวจสอบไม่พบผู้แสดงตนเป็นเจ้าของ คาดว่าสินค้าเหล่านี้ถูกนำมาซ่อนไว้เพื่อเตรียมลักลอบนำออกนอกประเทศไปยังกัมพูชา ซึ่งกำลังเผชิญกับวิกฤตขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง การลักลอบนำอาหารออกนอกประเทศเช่นนี้จึงเป็นการซ้ำเติมวิกฤตดังกล่าวให้หนักยิ่งขึ้น

เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานงานกับด่านศุลกากรอรัญประเทศเพื่อตรวจสอบและนำสินค้าทั้งหมดไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

‘ออสเตรเลีย’ ทุ่มงบกว่า 2.5 แสนล้านบาท สร้าง!! ‘อู่ต่อเรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์’ รองรับภารกิจ!! ตามข้อตกลงภายใต้ ‘สนธิสัญญาออคัส’ เพื่อเตรียมรับมือ ‘จีน’

(14 ก.ย. 68) รัฐบาลออสเตรเลียระบุว่าจะใช้งบประมาณ 12,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือเกือบ 252,330 ล้านบาทสำหรับ อู่ต่อเรือดำน้ำ ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย

เพื่อดำเนินการสร้างและส่งมอบเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ภายใต้สนธิสัญญาออคัส (AUKUS) สนธิสัญญาความมั่นคงอินโด-แปซิฟิกระหว่างออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกาซึ่งตกลงกันในปี 2564

โดยมีเป้าหมายจัดหาเรือดำน้ำโจมตีพลังงานนิวเคลียร์ให้แก่ออสเตรเลียภายในทศวรรษหน้าเพื่อรับมือกับความทะเยอทะยานของจีนในภูมิภาค

ทั้งนี้ เมื่อปี 2567 ออสเตรเลียทุ่มเงิน 127 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 2,670 ล้านบาท) เพื่อยกระดับอู่ต่อเรือเฮนเดอร์สัน และจะใช้งบประมาณอีกหลายพันล้านดอลลาร์ในอีก 20 ปีข้างหน้าเพื่อเปลี่ยนอู่ต่อเรือแห่งนี้ให้กลายเป็นศูนย์กลางการซ่อมบำรุงกองเรือดำน้ำของกลุ่มออคัส

รัฐบาลออสเตรเลียยังระบุว่าอู่ต่อเรือแห่งนี้จะสร้างเรือยกพลขึ้นบกลำใหม่ให้กองทัพบกออสเตรเลียและเรือฟริเกตอเนกประสงค์ให้กองทัพเรือซึ่งจะช่วยสนับสนุนตำแหน่งงานในท้องถิ่นประมาณ 10,000 ตำแหน่ง

‘ชัยวุฒิ’ ย้ำ!! ประชาชนไม่ต้องกังวล หากไม่เกี่ยวข้อง ‘บัญชีม้า’ หากถูกอายัด!! โทรด่วน 1441 ธนาคารพร้อมเปิดบัญชีให้ทันที

(14 ก.ย. 68) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ‘ปัญหาบัญชีม้า’ ซึ่งได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อพี่น้องประชาชน ผู้บริสุทธิ์ โดยได้ระบุว่า ...

การแก้ไขปัญหา ‘บัญชีม้า’ เราต้องรีบล็อคหยุดบัญชีม้า ดึงเงินคืนกลับมาให้กับผู้เสียหาย 

แต่จากที่เราทราบบัญชีม้า มักจะโอนเงินต่อไปให้กับเครือข่าย บัญชีลูกๆ อีกหลายทอด จึงมีความจำเป็นจะต้องปิดทุกบัญชี 

คือปิดแต่บัญชีม้าบัญชีเดียวนั้นไม่พอ ต้องปิดทุกบัญชีที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำเงินมาคืนให้กับผู้เสียหาย 

แต่ปัจจุบันมี บางคนเข้าไปเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า เช่นบางคนก็ได้รับเงินโอนมาโดยตัวเองนั้นไม่ใช่ผู้ที่กระทำความผิด ไม่ได้อยู่ในเครือข่ายหรือพูดง่ายๆก็คือ ไม่ได้รู้เรื่องด้วย เป็นผู้บริสุทธิ์

ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้โดยให้รีบไปยืนยันตัวตน ไปแจ้งกับธนาคารเจ้าของบัญชี ที่เราใช้ ว่าเรา เป็นรายชื่อปกติไม่ได้เกี่ยวข้องกับบัญชีม้า ทางธนาคารก็จะรีบเปิดบัญชีให้เราได้ใช้งานตามปกติ ไม่ต้องกลัวปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น

ฉะนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องรีบไปถอนเงินออกจากธนาคาร หรือปิดบัญชี เพราะว่าเราไม่ได้กระทำความผิดใดๆ เราจึงไม่ต้องกังวล

ถ้าบัญชีของเราถูกอายัดไม่ต้องตกใจ ให้เรารีบแจ้งไปยังธนาคารโดยนำบัตรประชาชนไปยืนยันตัวตน หรือ โทรไปที่เบอร์ 1441 ธนาคารจะเปิดให้ใช้บัญชีได้ทันที ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่าเราเป็นบัญชีปกติ 

ขอย้ำ!! เราไม่ต้องตกใจ เราไม่ต้องไปแห่ถอนเงิน ถ้าเราเป็นผู้บริสุทธิ์ เราไม่ได้กระทำความผิดใดๆ ร่วมกับบัญชีม้า เราไม่ต้องกลัว!!

แก๊งโจร!! ฉกกระเป๋า ‘ผู้บริหาร ปตท.’ กลางกรุงมิลาน อุทาหรณ์!! เตือนใจ นักท่องเที่ยว คนไทยในต่างแดน

เมื่อวันที่ (12 ก.ย. 68) ที่ผ่านมา เกิดเหตุโจรกรรมกระเป๋าขึ้น ณ ร้านอาหารไทย Bangkok Thai Restaurant ในเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี โดยเหตุการณ์ดังกล่าวถูกบันทึกไว้ด้วยกล้องวงจรปิด และถูกเผยแพร่โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ‘กิตติพงศ์ นาวิรัตน์’

เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่คณะกรรมการบริหารบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กำลังรับประทานอาหารกลางวัน ได้มี ‘มิจฉาชีพ’ 3 คน (ชาย 2 คน หญิง 1 คน) เข้ามาในร้าน โดยแต่ละคนทำหน้าที่แตกต่างกันไปอย่างเป็นระบบ คนแรกเข้าไปพูดคุยกับพนักงานเสิร์ฟเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ขณะที่อีกคนยืนบังทางเข้าออกและคอยสังเกตการณ์ ส่วนคนสุดท้ายได้อาศัยจังหวะที่เหยื่อเผลอ ฉกกระเป๋าที่แขวนอยู่บนเก้าอี้ของ ‘ท่าน ออม’ หนึ่งในคณะกรรมการบริหารฯ แล้วรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ‘ท่าน ออม’ ได้ไหวตัวทันและสัมผัสได้ว่ากระเป๋าหายไป จึงตัดสินใจวิ่งไล่ตามโจรทันทีพร้อมกับคณะที่มาด้วยกัน จนสามารถทวงกระเป๋าคืนได้สำเร็จในที่สุด

ผู้โพสต์ระบุว่าเหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ทุกคนเพิ่มความระมัดระวังทรัพย์สินของตนเองอยู่เสมอ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในสถานที่สาธารณะและต่างประเทศ

'เทพไท' กระตุ้น!!เร่งฟื้นฟูพรรค เรียกศรัทธาจากประชาชน กลับคืนมา ชี้!! จุดยืนทางการเมือง อุดมการณ์ประชาธิปัตย์ สำคัญกว่าตัวบุคคล

(14 ก.ย. 68) นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช ได้โพสต์คลิปพร้อมข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ‘เทพไท – คุยการเมือง’ โดยมีใจความว่า ...

อุดมการณ์ สำคัญกว่าตัวบุคคล

หลังจากนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้ลาออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แล้ว มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ มีข้อเสนอเกี่ยวกับตัวบุคคลที่จะเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ พูดถึงบุคคลที่เหมาะสม ที่จะเข้ามากอบกู้พรรคประชาธิปัตย์ให้กลับมายิ่งใหญ่เหมือนเดิม

ในฐานะที่เป็นศิษย์เก่าพรรคประชาธิปัตย์และปัจจุบันผันตัวมาเป็นนักวิเคราะห์ทางการเมือง อยากจะแสดงความเห็นเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงในพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากคณะกรรมการบริหารพรรคชุดนี้ได้สิ้นสภาพไปทั้งชุด หลังจากนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้ลาออกจากหัวหน้าพรรคแล้ว ก็เป็นโอกาสของพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะสรรหาผู้นำพรรคคนใหม่ แต่ผู้นำพรรคคนใหม่ แม้ว่าจะมีบทบาทสำคัญ จะเป็นธงนำของพรรคในทางการเมืองก็ตาม แต่สิ่งที่สำคัญกว่าตัวบุคคล หรือตัวหัวหน้าพรรค นั้นก็คือจุดยืนทางการเมือง และอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์

ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ตกต่ำลง เพราะไม่มีการรักษาไว้ซึ่งอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ประกาศมาตั้งแต่ 6 เมษายน 2489 เป็นเวลาร่วม 80 ปีแล้วอุดมการณ์ 10 ข้อ และข้อที่สำคัญที่สุดคือ ข้อ4 พรรคประชาธิปัตย์ต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ แต่ช่วงหลังพรรคประชาธิปัตย์กลับมีปัญหาในด้านอุดมการณ์ คือพรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้าร่วมกับรัฐบาลที่มาจากคณะรัฐประหาร และล่าสุดเข้าร่วมกับระบอบทักษิณ ทำให้แนวทางของพรรคประชาธิปัตย์ทางการเมืองเปลี่ยนไป จากการยึดมั่นอุดมการณ์ในการต่อสู้ทางการเมือง มาเปลี่ยนไปการดำเนินการทางการเมืองอิงระบบทุน จึงทำให้กลุ่มผู้สนับสนุนของพรรคประชาธิปัตย์สับสน

การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ เป็นโอกาสที่จะรีเซ็ต หรือปรับปรุงพรรคประชาธิปัตย์ใหม่ ผมอยากจะเสนอให้พรรคประชาธิปัตย์ยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรค เพื่อเรียกศรัทธาจากประชาชนกลับคืนมา นั่นก็คือการต่อสู้และต่อต้านกับเผด็จการทุกรูปแบบ ทั้งเผด็จการทหาร เผด็จการทุนสามานย์ และเผด็จการอื่นใดที่จะเกิดขึ้น

อยากให้พรรคประชาธิปัตย์ดำเนินงานทางการเมืองที่ชัดเจน ใช้อุดมการณ์มากกว่าใช้ระบบเงินทุนดำเนินการทางการเมือง ต้องมีความชัดเจนในแนวทางการเมือง ไม่ใช่การใช้วิธีแบบไฮบริด คือยึดอุดมการณ์แบบก่ำๆกึ่งๆ ใช้ระบบทุนในการเลือกตั้งผสมเข้ามาด้วย ซึ่งจะเป็นความลักลั่นที่เกิดขึ้นในทางการเมือง

พรรคประชาธิปัตย์จะก้าวหน้า จะมั่นคงได้ ก็ยึดถืออุดมการณ์ของพรรคเป็นที่ตั้ง จะได้จำนวนที่นั่งส.ส.มากน้อยเพียงใดไม่ใช่สาระสำคัญ เพราะสาระสำคัญคืออุดมการณ์ ถ้าพรรคมีอุดมการณ์ พรรคก็ค่อยๆพัฒนาเติบโตขึ้นไปได้

ในอดีตที่ผ่านมาประชาธิปัตย์ เคยรุ่งโรจน์ เคยตกต่ำ ก็เป็นเรื่องธรรมดาทางการเมือง และเชื่อว่าถ้ายังยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรคอย่างเคร่งครัด พรรคประชาธิปัตย์ก็มีโอกาสเจริญก้าวหน้าในโอกาสต่อไป

ฝรั่ง IG ‘tattedexplorer’ ตอบโต้!! ‘BBC’ เผยความจริง!! ประเทศไทยที่สวยงาม

(14 ก.ย. 68) หลังจาก BBC ปล่อยสารคดี “Thailand: The Dark Side of Paradise” ที่ไปเน้นแต่เรื่องบาร์กลางคืน ถนนข้าวสาร และด้านมืดของไทย จนทำให้ภาพลักษณ์ประเทศดูแย่ ฝรั่งคนหนึ่งกลับออกมาตอบโต้ด้วยคอนเทนต์ที่ตรงกันข้ามแบบสิ้นเชิง

เขาคือ Liam Andrew เจ้าของอินสตาแกรม @tattedexplorer ที่มีผู้ติดตามหลักแสน ซึ่งใช้ชีวิตอยู่เมืองไทยและทำคอนเทนต์เล่าเรื่องราวในแง่ดี เขาพูดชัดเจนว่า “ประเทศไทยมีมากกว่านั้น” ไม่ใช่แค่ผับบาร์หรือเรื่องผิดกฎหมายอย่างที่ BBC อยากขาย แต่ยังมีวิถีชีวิตที่สวยงาม อาหารอร่อย ผู้คนใจดี และความน่าอยู่ที่หาที่ไหนก็ไม่เหมือน

จริง ๆ แล้วสิ่งที่ BBC เอามาเล่า มันก็เป็นแค่ 1% ของชีวิตจริง ที่ประเทศไหนก็มี อเมริกาก็มี อังกฤษก็มี แต่ BBC กลับเลือกจะตัดภาพเฉพาะด้านมืดมาทำเป็นสารคดี ทำให้คนต่างชาติที่ไม่เคยมาสัมผัสเมืองไทยอาจเข้าใจผิด

ในขณะที่ Liam เลือกจะเล่าเรื่องตรงไปตรงมา ทั้งทำอาหารไทย กินอยู่แบบบ้าน ๆ และทำกิจกรรมช่วยเหลือผู้คน เห็นได้ชัดว่าฝรั่งคนนี้รักเมืองไทยจริง ๆ

ดังนั้น ในฐานะคนไทย เราควรชื่นชมเขา ที่ออกมาพูดแทนเรา ว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นอย่างที่ BBC สื่อออกไป และยังเป็นบ้านที่อบอุ่นและน่าอยู่สำหรับใครก็ตามที่ได้เข้ามาสัมผัสด้วยตัวเอง

ผมจะไม่มีวันกลับไปสหรัฐฯ อีกแล้ว

(14 ก.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

ช่างไฟฟ้าชาวเกาหลีใต้ที่ถูกจับโยนเข้าไปในศูนย์กักกันของหน่วยงานด้านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรของ #สหรัฐฯ #ICE กล่าวว่า “ผมจะไม่มีวันกลับไปสหรัฐฯ อีกแล้ว” 

“ผมโกรธมาก เพราะเราคงจะไม่ถูกจับกุมถ้ามีใครบอกไม่ให้เรามาทำงาน” นายจอง กวอน-วอน อายุ 32 ปี ช่างไฟฟ้าของบริษัทผู้รับเหมาช่วงของ LG กล่าว

เขากล่าวว่าได้ใช้โครงการ #วีซ่าเวฟเวอร์ (the visa-waiver program - VWP) ซึ่งอนุญาตให้เดินทางเข้าสหรัฐฯ ได้ 90 วันเพื่อการท่องเที่ยวหรือธุรกิจ

“นายจ้างของเราบอกว่าพวกเราสามารถมาทำงานที่นี่ได้” นายจองกล่าว “พวกเขาบอกว่านี่เป็นเรื่องปกติที่ทำกัน”

แรงงานที่ถูกส่งตัวกลับเล่าถึงประสบการณ์สะเทือนใจ เมื่อได้เห็นรถหุ้มเกราะและเจ้าหน้าที่ติดอาวุธเข้ามา และถูกใส่กุญแจมือกับพันธนาการข้อเท้าโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง

“ผมจะไม่มีวันไปสหรัฐฯ อีกแล้ว” นายจองกล่าวทิ้งท้าย

ดร.พวงทอง โพสต์อธิบาย!! เปิดด่านเพื่อผลประโยชน์ของไทย แต่กลับถูก ‘ทัวร์ชาตินิยมไทย’ รุมประณาม!! อย่างรุนแรง

เมื่อวานนี้ (13 ก.ย. 68) ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุข้อความว่า โปรดเข้าใจเถิดว่าการเปิดจุดผ่านแดนไทย-กัมพูชาให้กับการขนส่งสินค้าระหว่างสองประเทศ เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของประเทศไทย

จากกรณีสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้ร้องขอให้รัฐบาลไทยเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา และอนุญาตให้มีการส่งสินค้าข้ามแดนได้ แต่กลับถูกทัวร์ชาตินิยมไทยรุมประณามอย่างรุนแรง เพราะเข้าใจว่าสินค้าจากไทยจะทำให้กัมพูชาเข้มแข็งขึ้น เพราะคนไทยเชื่อว่าเราต้องลงโทษกัมพูชาให้ย่อยยับทางเศรษฐกิจ และเชื่อว่าประเทศไทยจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย ... นี่เป็นความเชื่อที่ผิดทั้งสิ้น ดังนี้

1. สินค้าที่บริษัทญี่ปุ่นต้องการส่งข้ามแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ไม่ใช่เครื่องอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันของผู้คน แต่เป็นชิ้นส่วนอุตสาหกรรม ที่ผลิตในลักษณะ supply chain เช่น ประเทศหนึ่งผลิต และส่งไปประกอบในอีกประเทศหนึ่ง เป็นต้น ฉะนั้น หาก supply chain ถูก disrupt ประเทศที่เกี่ยวข้องล้วนได้รับผลกระทบด้วยกันทั้งหมด

2. สถานทูตญี่ปุ่นกล่าวว่าบริษัทญี่ปุ่นที่ได้รับผลกระทบจากการปิดด่านนี้ เข้ามาลงทุนในไทยและกัมพูชา ตามนโยบาย Thailand Plus ที่ริเริ่มตั้งแต่ปี 2562 หรือในยุครัฐบาลพลเอกประยุทธ์ นโยบายนี้มุ่งชักชวนให้นักลงทุนต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ให้หันมาลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น โดยไทยมีไอเดียว่า บริษัทต่างชาติสามารถผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมที่เน้นใช้แรงงานไร้ฝีมือในกัมพูชาได้ (เพราะค่าแรงขั้นต่ำของไทยสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน) แล้วส่งชิ้นส่วนเข้ามาประกอบในประเทศไทยได้ โดยได้รับการยกเว้นภาษี (ใช้ประโยชน์จากเขตการค้าเสรีของ AEC) ส่วนประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางการผลิตที่ใช้เทคโนโลยี่ชั้นสูง และรัฐบาลไทยยังจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อรองรับนักลงทุนต่างชาติ

3. เมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลไทยก็พานักลงทุนกว่า 20 ราย ไปทัวร์กัมพูชา ไปเยี่ยมชมเขตเศรษฐกิจพิเศษของกัมพูชา เพื่อหาทางจับคู่ทำการลงทุนตามแนวคิด Thailand Plus

4. การปิดด่านชายแดนจึงกระทบต่อภาคการผลิตของบริษัทต่างๆ ซึ่งเชื่อว่าบริษัทสัญชาติไทยก็ได้รับผลกระทบด้วย แต่พวกเขาไม่กล้าปริปาก เท่าที่ได้รับข้อมูลมา บริษัทญี่ปุ่นต้องเปลี่ยนไปใช้การขนส่งทางอากาศและทางเรือแทน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเดือนละหลายร้อยล้านบาท คำถามคือ เขาไม่ได้เป็นคู่กรณีในความขัดแย้ง แต่เขาเข้ามาลงทุนด้วยความเชื่อว่ารัฐบาลไทยจะอำนวยความสะดวกให้เขาตามที่ได้ตกลงกันไว้ แต่รัฐบาลไทยกลับไม่สามารถอำนวยความสะดวกให้เขาได้ ด้วยเหตุผลเรื่องชาตินิยมและความเกลียดชังชาวเขมร

พวกเขาคงเข็ดกับประเทศไทย และในอนาคตอันใกล้ คงได้ข้อสรุปว่าประเทศไทยไม่สามารถสร้างมั่นใจให้นักธุรกิจต่างชาติได้เลย อินฟลูไม่กี่คนก็สามารถขัดขวางการค้าการลงทุนระหว่างประเทศได้

5. การปิดด่านย่อมทำให้การผลิตสินค้าอุตสาหกรรมในไทย ได้รับผลกระทบด้วยแน่นอน แม้ว่าสินค้านั้นจะเป็นของบริษัทญี่ปุ่น แต่รายได้จากการส่งออกนับเป็นรายได้ของประเทศไทยด้วย หุ้นส่วนก็เป็นคนไทย แรงงานก็เป็นคนไทย

6. ที่น่าสนใจคือ พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ ว่าที่รมต.กลาโหม ดูจะมีความเข้าใจปัญหานี้เป็นอย่างดี ท่านจึงเสนอให้เปิดด่าน ทั้งนี้ ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ท่านเป็นนายทหารที่สวมหมวกฝ่ายการเมืองด้วย จึงได้รับข้อมูลที่รอบด้านมากขึ้น แต่ที่น่าตกใจคือ ลูกน้องของท่าน มทภ.2 พลโทบุญสิน พาดกลาง ที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ชายแดนเป็นส่วนใหญ่ (ยกเว้นขณะนี้ ที่กำลังเดินสายเลคเชอร์ในเมืองใหญ่) กลับเสนอความเห็นสวนทางแบบไม่เกรงใจผู้บังคับบัญชาเลย ... ท่านอาจจะมีความรู้เรื่องการรบดี แต่ท่านยังต้องทำความเข้าใจเรื่องเศรษฐกิจสังคมการเมืองและการต่างประเทศเพิ่มเติมอีกมาก

7. ไทยส่งออกไปกัมพูชาเดือนละประมาณหมื่นล้านบาท จริงๆ แม้แต่การห้ามส่งสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำไปยังกัมพูชา ฝ่ายที่เจ็บตัวกว่าแน่ๆ คือฝ่ายไทย ทั้งเจ้าของโรงงานและแรงงานไทย ขณะที่สินค้าเหล่านี้ กัมพูชาสามารถหันไปซื้อจากเวียดนามและจีนได้ แถมราคาถูกกว่าด้วยซ้ำ เราจะต้องสูญเสียตลาดในกัมพูชาที่นักธุรกิจไทยใช้เวลาสร้างสมมากว่า 30 ปีอย่างนั้นหรือ? คนไทยอยู่กับการใช้อารมณ์ จนมองข้ามผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับตนเองในระยะยาวหรืออย่างไร?

สาวจีน Gen Z พลิกโฉม AI สร้างภาพยนตร์ กวาดรายได้ 110 ล้านเหรียญ สร้าง!! ก้าวกระโดดที่ร้อนแรงที่สุดของ AI ในอุตสาหกรรมบันเทิง

(14 ก.ย. 68) เมื่อวิศวกรอัลกอริทึมจากซิลิคอนวัลเลย์ โคจรมาพบกับผู้สร้างสรรค์แห่งฮอลลีวูด จะเกิดอะไรขึ้น Cecilia Shen หญิงสาวชาวจีน Gen Z คือคำตอบนั้น เธอใช้ AI พลิกโฉมกระบวนการผลิตภาพยนตร์ทั้งระบบ และก่อตั้ง “Utopai Studios” สตูดิโอภาพยนตร์ AI-Native แห่งแรกของโลก ซึ่งสร้างรายได้ในปีแรกทะลุ 110 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.49 พันล้านบาท) จนนิตยสาร Forbes ขนานนามว่านี่คือ “การก้าวกระโดดที่ร้อนแรงที่สุดของ AI ในอุตสาหกรรมบันเทิง”

Cecilia Shen เคยเป็นวิศวกรที่อายุน้อยที่สุดในห้องปฏิบัติการลับของ Google ด้วยวัย 21 ปี ก่อนจะก่อตั้งบริษัท Cybever ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการสร้างสภาพแวดล้อมเสมือนจริง 3 มิติด้วย AI จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเธออายุ 24 ปี หลังได้รับคำแนะนำจากสตูดิโอภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่ให้หันมาทำ Virtual Production (การผลิตเสมือนจริง)

เธอจึงรีแบรนด์บริษัทเป็น Utopai Studios และระดมคนในวงการฮอลลีวูดที่มีแนวคิดก้าวหน้าและต้องการปฏิรูปอุตสาหกรรมภาพยนตร์แบบดั้งเดิม ประกอบด้วยมือเขียนบทรางวัลออสการ์, อดีตผู้บริหารระดับสูง และทัพศิลปินวิชวลเอฟเฟกต์ เพื่อท้าทายตรรกะเดิมๆ ของวงการภาพยนตร์ "เป้าหมายสูงสุดของ Generative AI ไม่ใช่การเป็นแค่ API แต่คือการสร้างสรรค์คอนเทนต์" คำกล่าวของ Cecilia 

หัวใจของนวัตกรรมคือเทคโนโลยี "Previz-to-Video Pipeline" ที่ช่วยให้ผู้กำกับเห็นภาพตัวอย่างคุณภาพสูงได้ในไม่กี่นาที ทำให้วงจรการผลิตโดยรวมสั้นลงกว่า 60% เทคโนโลยีนี้ถูกนำร่องใช้กับโปรเจกต์สุดหินอย่างภาพยนตร์มหากาพย์ Cortés และซีรีส์ไซไฟ Space: Above and Beyond ซึ่งได้จำหน่วยสู่ตลาดยุโรปล่วงหน้าแล้ว

ความต้องการปฏิรูปวงการของฮอลลีวูดได้กลายเป็นพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์สำหรับ Utopai Studios โดยศิลปินระดับแนวหน้าได้เริ่มนำเครื่องมือ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงาน AI เข้ามาช่วย "ปลดล็อก" บทภาพยนตร์เก่าๆ ที่เคยถูกพักไว้เนื่องจากข้อจำกัดด้านต้นทุนและเทคนิค

Cecilia สังเกตว่า ศิลปินชั้นนำได้เริ่มนำเครื่องมือ Generative AI มาใช้เพื่อขยายขีดความสามารถของสัญชาตญาณ ไม่ใช่เพื่อทดแทน ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและทำให้ผลงานเข้าถึงอารมณ์ผู้ชมได้ดียิ่งขึ้น

ความท้าทายสำคัญคือการสอนให้ AI เข้าใจตรรกะของพื้นที่ที่มนุษย์สร้างขึ้น (เช่น ผังเมืองหรือห้อง) ซึ่งต่างจากการสร้างภาพธรรมชาติแบบสุ่ม ทีมงานจึงต้องฝึก AI ให้เรียนรู้ "กฎเกณฑ์ที่มองไม่เห็น" เช่น เหตุผลในการจัดวางเฟอร์นิเจอร์หรือการเว้นที่ว่างในห้อง จนในที่สุดระบบสามารถสร้างฉากที่สมจริงและยังจำลองการคาดการณ์พฤติกรรมของมนุษย์ในพื้นที่นั้นๆ ได้สำเร็จ

เสียงตอบรับจากตลาดเป็นไปในทิศทางบวก Utopai Studios ได้กลายเป็นบริษัท AI แห่งแรกที่เข้าร่วมสมาคมวิชาชีพในฮอลลีวูด และกำลังเตรียมนำผลงานไปจัดแสดงในเทศกาลภาพยนตร์สำคัญปลายปีนี้

"ผู้ชมไม่สนใจว่าคอนเทนต์จะสร้างโดย AI หรือไม่ พวกเขาสนใจแค่ว่ามันถูกสร้างสรรค์มาอย่างพิถีพิถันหรือเปล่า" Cecilia กล่าว เธอมองว่าความได้เปรียบในการแข่งขันยุคใหม่จะขึ้นอยู่กับการหลอมรวมระหว่างเทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งนี่อาจเป็นความลับที่ทำให้ผู้ประกอบการหญิง Gen Z คนนี้ สามารถท้าทายอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่มีอายุนับศตวรรษได้สำเร็จ

เชียงใหม่-“มช. แถลง ผลงานความสำเร็จ พร้อมขอบคุณสื่อมวลชนที่ร่วมขับเคลื่อนความสำเร็จ

(14 ก.ย. 68) “มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แถลงผลงานและนโยบาย ประจำปี 2568 พร้อมแสดงความขอบคุณต่อสื่อมวลชน ที่ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการเผยแพร่ข้อมูลสู่สังคม”

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดงานแถลงข่าวและขอบคุณสื่อมวลชน ประจำปี 2568 ในวันที่ 11 กันยายน 2568 ณ Coolly Chef By The View Village จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นประธานกล่าวต้อนรับและกล่าวขอบคุณสื่อมวลชน พร้อมทั้งแถลงข่าวเรื่อง มช. สานต่อนวัตกรรมของมหาวิทยาลัย จากผู้นำอันดับที่ 44 ของโลก สู่ความยั่งยืนของชุมชน และสิ่งแวดล้อม

การแถลงข่าวครั้งนี้ เผยแพร่นโยบายการบริหารการดำเนินงาน ความก้าวหน้าและกิจกรรมในด้านต่างๆ ของมหาวิทยาลัย รวมถึงประชาสัมพันธ์ผลงานวิจัย นวัตกรรมเด่นของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตลอดจนเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้บริหารกับสื่อมวลชนในจังหวัด เชียงใหม่ และเป็นการขอบคุณสื่อมวลชนที่ให้การสนับสนุน ช่วยเหลือการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารออกสู่ สาธารณชนผ่านกลุ่มสื่อมวลชน ด้วยดีตลอดมา โดยมีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ นักวิจัย ร่วมให้รายละเอียดและตอบข้อซักถาม ซึ่งได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนแขนงต่างๆ เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก 

นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรมเด่นของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประกอบด้วย มช. ก้าวสู่อันดับที่ 44 ของโลก THE University Impact Rankings 2025
,ผนึกกำลัง มช. มุ่งวิจัยแก้ปัญหาหมอกควันภาคเหนือ,
CMU Lifelong เปิดตัวนวัตกรรมพลิกโฉมการเรียนรู้ตลอดชีวิต,จากเศษเหลือทิ้งทางการเกษตรมาพัฒนาเป็นวัสดุคาร์บอนพรุนสูงและวัสดุนาโนซิลิกอนจากชีวมวล เพื่อนำไปใช้เป็นขั้วแอโนดในแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนและโซเดียมไอออน, KNOW WHITE” มาสคาร่าปกปิดผมหงอกจากสารสกัดธรรมชาติ ทางเลือกใหม่ ปลอดภัย ใช้ง่ายใน 5 นาที,สเปรย์นาโนขะจาว ดูแลแผลและผิวหนัง ต้านการอักเสบ สมานแผลสัตว์เลี้ยง,VR Nursing – ห้องเรียนเสมือนจริงพยาบาล,CherryKoff” ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและอาหารสุขภาพจากเนื้อผลเชอร์รี่กาแฟ
และแพลตฟอร์ม “Thai Cleft Link” ยกระดับการรักษาผู้ป่วยปากแหว่งเพดานโหว่
พัฒนชัย /เชียงใหม่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top