Sunday, 26 July 2026
Hard News Team

สำนักงานตำรวจแห่งชาติสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จัดโครงการอุปสมบทหมู่ ณ ดินแดนพุทธภูมิ อุทิศถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต และวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2568

เมื่อวันที่ (7 ต.ค. 68) เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล เป็นประธานพิธีปลงผม และมอบเครื่องอัฐบริขาร โครงการอุปสมบทหมู่ข้าราชการตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 45 นาย เพื่อน้อมอุทิศถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต และวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2568 ณ สโมรสรตำรวจ แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 

พล.ต.ท.ชัยต์พจนฯ กล่าวว่า การจัดโครงการอุปสมบทหมู่ในครั้งนี้เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยตลอดระยะเวลา 70 ปีแห่งการครองราชย์ พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่พสกนิกรทั่วประเทศ ผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กว่า 5,000 โครงการ ทั้งด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สิ่งแวดล้อม เกษตรกรรม และการส่งเสริมสันติภาพ ซึ่งได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติ เช่น “รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์” จากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ในปี พ.ศ.2549 นอกจากนี้ ข้าราชการตำรวจผู้อุปสมบทจะได้มีโอกาสศึกษา ปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนา อันเป็นการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม

ผู้เข้าร่วมโครงการได้เริ่มประพฤติปฏิบัติธรรม น้อมจิตภาวนาถวายเป็นพระราชกุศล ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2568 เป็นต้นมา เพื่อเป็นบุญให้เกิดขึ้นแก่ตนเอง หมู่คณะ และองค์กร และในวันที่ 9 – 23 ตุลาคม 2568 ผู้เข้าร่วมโครงการฯ จะเดินทางไปยังดินแดนพุทธภูมิ ประเทศอินเดีย และประเทศเนปาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะได้ไปปฏิบัติธรรมยัง 4 สังเวชนียสถาน ได้แก่ สถานที่เนื่องด้วยการประสูติ (ลุมพินีวัน), สถานที่เนื่องด้วยการตรัสรู้ (พุทธคยา), สถานที่เนื่องด้วยการปฐมเทศนา (สารนาถ) และสถานที่เนื่องด้วยการปรินิพพาน (กุสินารา)

ทั้งนี้ เพื่อเป็นบุญเป็นกุศลแก่ตนเอง ครอบครัว หมู่คณะ องค์กร ประเทศชาติ และพระพุทธศาสนา สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอเชิญชวนข้าราชการตำรวจและประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมอนุโมทนาบุญในโครงการอุปสมบทหมู่ข้าราชการตำรวจ ณ ดินแดนพุทธภูมิ ครั้งนี้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

'ทูตจีน' เข้าพบ 'สีหศักดิ์' หารือแบบทวิภาคี พร้อมยืนยันไม่ได้ส่งอาวุธให้กัมพูชายิงไทย

(9 ต.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก กระทรวงการต่างประเทศ Ministry of Foreign Affairs of the Kingdo รายงานว่า เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เชิญนายจาง เจี้ยนเว่ย์ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย มาพบหารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย - จีน และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ไทย - กัมพูชา รัฐมนตรีฯ ขอบคุณที่จีนมีบทบาทสร้างสรรค์ในความพยายามคลี่คลายสถานการณ์ไทย - กัมพูชา โดยสนับสนุนให้ไทยและกัมพูชาพูดคุยหาทางออกร่วมกันอย่างสันติผ่านกลไกทวิภาคี ขณะเดียวกัน ได้แสดงความห่วงกังวลต่อรายงานข่าวว่า จีนได้ส่งอาวุธไปสนับสนุนกัมพูชาก่อนจะเกิดการปะทะไม่นาน ซึ่งอาจสร้างความเข้าใจผิดให้แก่สาธารณชน 

เอกอัครราชทูตฯ ยืนยันท่าทีที่เป็นกลางของจีน และการยึดมั่นในนโยบายการไม่ส่งอาวุธให้คู่ขัดแย้ง ซึ่งจีนปฏิบัติมาโดยตลอด ส่วนเรื่องที่ปรากฏเป็นข่าว คือ ความร่วมมือในการป้องกันประเทศตามปกติที่มีอยู่แล้ว โดยหลังจากการปะทะ จีนก็ไม่เคยสนับสนุนอาวุธให้ฝ่ายกัมพูชาเพื่อโจมตีไทย ทั้งนี้ จีนหวังว่า ไทยและกัมพูชาจะแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างสันติผ่านกลไกทวิภาคี โดยจีนพร้อมมีบทบาทที่สร้างสรรค์และสนับสนุนการดำเนินการของอาเซียนในเรื่องนี้

อนึ่ง ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือเกี่ยวกับภาพรวมความสัมพันธ์ไทย - จีน และยืนยันความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนความร่วมมือในทุกระดับและทุกกรอบความร่วมมือ เพื่อให้ความสัมพันธ์ไทย - จีนแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นและสร้างความผาสุกให้แก่ประชาชนทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2568 ซึ่งเป็นปีครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - จีน 

‘ชาวเกาะพะงัน’ เรียกร้องหน่วยงานตรวจสอบ อิสราเอลกว้านซื้อที่ดิน!! สร้างผลกระทบต่อชุมชน

(9 ต.ค. 68) เพจเฟซบุ๊กรายหนึ่งซึ่งอ้างว่าเป็นสื่อท้องถิ่นโพสต์คลิปเสียงและข้อความเรียกร้องให้ชุมชนเกาะพะงันร่วมแลกเปลี่ยนปัญหาการตั้งถิ่นฐานของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกรณีที่ผู้โพสต์อ้างว่ามีชาวอิสราเอลกลุ่มหนึ่งย้ายมาอยู่จำนวนมากจนส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและทรัพยากรของเกาะ เช่น การซื้อที่ดินผ่านนอมินี การก่อสร้างผิดกฎหมาย และการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมใกล้อุทยานแห่งชาติ ทั้งหมดเป็นข้อกล่าวหาในโพสต์ที่ผู้เขียนเรียกร้องให้ชุมชนร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านแบบฟอร์มสำรวจความคิดเห็นเพื่อหาทางออกร่วมกัน

โดยชาวบ้านและผู้โพสต์ระบุปัญหาหลายด้านทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม เช่น ราคาที่อยู่อาศัยและค่าเช่าที่เพิ่มสูงขึ้น ความไม่สะดวกในการใช้พื้นที่สาธารณะ พฤติกรรมการอยู่อาศัยที่ขัดกับกฎระเบียบท้องถิ่น รวมถึงความกังวลว่าเม็ดเงินบางส่วนอาจไม่กลับสู่ชุมชนไทยโดยตรง 

ด้านผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ผู้โพสต์เตือนว่าเหตุการณ์นี้อาจทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวบางชาติเริ่มถอนตัวและไม่กลับมาท่องเที่ยว ส่งผลต่อรายได้ของผู้ประกอบการท้องถิ่นในระยะยาว ขณะที่ผู้ประกอบการบางรายอาจได้ประโยชน์ในระยะสั้น แต่ชุมชนต้องการแนวทางจัดการที่รักษาวัฒนธรรม ทรัพยากร และความเป็นอยู่ของคนบนเกาะให้ยั่งยืน เช่น การเข้มงวดเรื่องการอนุญาตใช้ที่ดิน ระบบภาษี และการบังคับใช้กฎหมายอสังหาริมทรัพย์

ขณะที่ เพจ Phuket Times ภูเก็ตไทม์ โพสต์ว่า ‘ภูเก็ต’ หมดกันท่องเที่ยว ‘อิสราเอล’ เปิดเพจขายแพ็กเกจทัวร์ให้ชาติเดียวกันเอง โฆษณากันฉ่ำในโชเชียลทุกช่องทาง 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องใน 'วันนวมินทรมหาราช'

(9 ต.ค. 68) เวลา 08.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) เป็นประธานกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม โดยมี คุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ, รอง ผบ.ตร., จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.), ผู้ช่วย ผบ.ตร., รอง จตช., คณะสมาคมแม่บ้านตำรวจ พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจ เข้าร่วมในพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน ณ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

กิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ ประกอบด้วย พิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน อุทิศถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพิธีวางพวงมาลาฯ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระราชจริยวัตรอันงดงาม และพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ที่พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญเพื่อพสกนิกรตลอดพระชนม์ชีพ 

ทั้งนี้ วันที่ 13 ตุลาคม เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้กำหนดชื่อวันดังกล่าวตามที่ได้ขอพระราชทานชื่อจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้ประทานชื่อเพื่อประกอบพระบรมราชวินิจฉัยมาด้วย โดยใช้ชื่อว่า "วันนวมินทรมหาราช" แปลว่า วันที่ระลึกถึงพระมหาราชรัชกาลที่ 9 ผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นวันสำคัญอีกหนึ่งวันที่ประชาชนชาวไทยจะได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยทั่วประเทศ

ป.ป.ช. เผย ‘พีระพันธุ์’ แจงข้อกล่าวหาคดีแจกถุงยังชีพแล้ว คาดใช้เวลาสรุปสำนวนไม่นาน ยันไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยความคืบหน้าคดีการแจกถุงยังชีพของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ว่า ปัจจุบันคณะกรรมการไต่สวนได้มีการแจ้งข้อกล่าวหานายพีระพันธุ์แล้วทางไปรษณีย์ โดยนายพีระพันธ์ ได้รับทราบข้อกล่าวหา และได้มีการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากลับมายังคณะกรรมการไต่สวนแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา คำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาดังกล่าว ซึ่งการดำเนินการคาดว่าจะใช้เวลาไม่นานนักในการพิจารณาสรุปสำนวนคดี

ทั้งนี้ การดำเนินการของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นการดำเนินกระบวนการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด และพิจารณาตามพยานหลักฐาน โดยมิได้กระทำเพื่อประโยชน์ของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

9 ตุลาคม พ.ศ. 2538 ‘ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช’ นายกรัฐมนตรี คนที่ 13 ของไทย ถึงแก่อสัญกรรม สิริรวมอายุ 84 ปี

วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2538 ศาสตราจารย์ พลตรี หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 13 ของประเทศไทย ถึงแก่อสัญกรรมด้วยโรคเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ สิริรวมอายุ 84 ปี ท่านเป็นบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิรอบด้าน ทั้งนักเขียน นักคิด นักการเมือง และศิลปิน ผู้ฝากผลงานระดับตำนานไว้ให้คนไทยมากมาย อาทิ สี่แผ่นดิน, หลายชีวิต, ไผ่แดง, มอม และ สามก๊กฉบับนายทุน

หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ เกิดเมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2454 ในเรือกลางแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นโอรสของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าคำรบ และหม่อมแดง บุนนาค ทรงได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ ด้วยเหตุที่ร้องไห้เสียงดังในวัยทารก จึงได้ชื่อว่า “คึกฤทธิ์” ท่านเป็นผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ สยามรัฐ และพรรคกิจสังคม ซึ่งต่อมาได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี พ.ศ. 2518

ชีวิตของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์เต็มไปด้วยสีสัน ท่านเคยร่วมแสดงในภาพยนตร์ The Ugly American (1963) คู่กับมาร์ลอน แบรนโด (Marlon Brando) และเป็นที่รู้จักในฉายา “ซือแป๋ซอยสวนพลู” หรือ “เสาหลักประชาธิปไตย” ด้วยความกล้าพูด กล้าวิจารณ์ และยืนหยัดเพื่อบ้านเมือง หลังถึงแก่อสัญกรรมในปี 2538 กระทรวงวัฒนธรรมได้เสนอชื่อท่านต่อองค์การยูเนสโกในปี 2550 ให้เป็น “บุคคลสำคัญของโลก” เพื่อเชิดชูเกียรติผลงานอันเป็นคุณูปการต่อประเทศไทยและวงวรรณกรรมโลก

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัย ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง กำชับตำรวจดูแลความปลอดภัยประชาชน 

(8 ต.ค. 68) เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง พร้อมด้วย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, พล.ต.ต.กิตติ สกุณี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง และผู้เกี่ยวข้อง ณ สภ.ป่าโมก เพื่อรับฟังสรุปสถานการณ์อุทกภัย มาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและการช่วยเหลือประชาชน

ผบ.ตร. กล่าวว่า จังหวัดอ่างทองได้เตรียมความพร้อมไว้เป็นอย่างดี ตั้งแต่การเสริมคันดินกันน้ำ และเตรียมเครื่องจักรขนาดใหญ่ มีการถอดบทเรียน ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที ทั้งนี้ ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรป่าโมก และสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ต่างสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี

ปัจจุบันสถานการณ์น้ำเริ่มทรงตัวและลดลงแล้ว อยู่ในห้วงการฟื้นฟู จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน และดูแลทรัพย์สินของผู้ที่ต้องอพยพออกจากบ้านเรือนมาอาศัยอยู่บริเวณริมถนน รวมถึงให้ดูแลจัดการเส้นทางจราจรในพื้นที่ที่ไม่สามารถสัญจรได้ และให้ลาดตระเวนตรวจตราตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ให้มีการก่ออาชญากรรมซ้ำเติมผู้ประสบภัย นอกจากนี้ ได้สั่งการให้รวบรวมข้อมูลในส่วนของข้าราชการตำรวจที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อวางแผนให้การช่วยเหลือต่อไป 

จากนั้น ผบ.ตร.และคณะ ได้เดินทางไปยังพื้นที่หมู่ 4 บ้านสวนยายส้ม ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เพื่อให้กำลังใจแก่ผู้ประสบอุทกภัย ก่อนมอบถุงยังชีพ ยารักษาโรค สิ่งของบำรุงขวัญ แก่ประชาชน 108 หลังคาเรือน

ลำปาง-ผบ.มทบ.32 ต้อนรับผู้บริหาร กฟผ.แม่เมาะ มอบถุงยังชีพช่วยชาวลำปาง

(8 ต.ค. 68) เวลา 14.30 น. ณ ห้องรับรอง อาคารกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32  พลตรี กวิน  ยาวิชัย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ให้การต้อนรับ คุณสุชาติ ตุ่นแก้ว ผู้ช่วยผู้ว่าการเหมืองแม่เมาะ, คุณสุทธิพงศ์ เฉลิมเกียรติ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า 2 และคุณเกษศิรินทร์ แปงเสน หัวหน้าโครงการแม่เมาะเมืองน่าอยู่ พร้อมคณะผู้บริหาร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.แม่เมาะ) โอกาสเดินทางเข้าเยี่ยมคำนับเพื่อแสดงความยินดีกับ พลตรี กวิน ยาวิชัย ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32  ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นมา 

ในคราวเดียวกันนี้ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32  นำคณะผู้บังคับบัญชา รับมอบถุงยังชีพจำนวน 200 ชุด, น้ำดื่มจำนวน 200 แพ็ค (2,400 ขวด) เพื่อส่งต่อความห่วงใยแก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดลำปาง ที่ประสบภัยพิบัติและผู้ที่ได้รับความเดือนร้อนต่างๆ โดยผ่านภารกิจของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 32 และหน่วยทหารในพื้นที่ อันเป็นการแสดงออกถึงความห่วงใย และความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันดูแลพี่น้องประชาชนให้มีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตลอดทั้งยังจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย สร้างขวัญกำลังใจในการดำเนินชีวิต และขอให้มั่นใจว่าทุกภาคส่วน และหน่วยงานทหาร พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกโอกาส

‘ฮุน เซน’ โพสต์แก้ข่าว รพ.กัมพูชา ปฏิเสธรักษาเชฟไทย ย้ำรักษาทุกคนเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่เหยียดเชื้อชาติ

(8 ต.ค. 68) สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ออกมาโพสต์เอกสารของกรมอนามัยจังหวัดบันเตียเมียนเจย ชี้แจงกรณีข่าว “อดีตเชฟไทย” เสียชีวิตหลังโรงพยาบาลปอยเปตปฏิเสธรักษา ยืนยันไม่เป็นความจริง และปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่อง “เลือกปฏิบัติ” หรือ “เหยียดเชื้อชาติ” โดยระบุว่า โรงพยาบาลในพื้นที่ไม่เคยปฏิเสธการรักษาผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นคนชาติใดหรือมีฐานะอย่างไร

จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบศพชายไม่ทราบชื่ออยู่หน้าอาคารร้างในเมืองปอยเปต ต่อมาพบว่าเป็นคนไทยชื่อ “เมธาชาญ ยอแสง” อายุ 24 ปี ชาวนครศรีธรรมราช ซึ่งเข้ามาทำงานในกัมพูชาโดยผิดกฎหมาย ทีมแพทย์ระบุสาเหตุเบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตจากอาการหัวใจวาย ไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายหรือหลักฐานว่าผู้ตายเคยมาที่โรงพยาบาลก่อนเสียชีวิต

ด้าน กรมอนามัยกัมพูชาชี้ว่า ตั้งแต่เดือนมิถุนายนจนถึงปัจจุบัน โรงพยาบาลในจังหวัดบันเตียเมียนเจยได้รักษาผู้ป่วยชาวไทยรวม 31 ราย โดยไม่เคยเรียกเก็บค่ารักษาจากผู้ป่วยที่ยากจน ย้ำว่าทีมแพทย์ให้บริการด้วยความเสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติด้านเชื้อชาติ สีผิว หรือศาสนา พร้อมเผยตัวเลขผู้ป่วยไทยที่ได้รับการดูแลในหลายแผนก รวมถึงสูตินรีเวช ศัลยกรรม และอายุรกรรม

สมุทรปราการ-วัดแตก!! ประชาชนหลายพันคนแห่ทอดกฐินวัดหนามแดง ครอบครัวรุ่งเสมอ หลีน้อย เจ้าภาพใหญ่

(8 ต.ค. 68) ณ วัดหนามแดง ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดย นาวาเอกหญิง สุนทรี รุ่งเสมอ พร้อมด้วย คุณวีรชัย รุ่งเสมอ เรือโท ไพศาล รุ่งเสมอ ร่วมทอดกฐินสามัคคี ประจำปี 2568 ทอดถวายแด่วัดหนามแดง และเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้คุณพ่อ น.ต.ประจวบ รุ่งเสมอ พร้อมด้วย คุณแม่สุนีย์ หลีน้อย ที่ได้ล่วงลับไปแล้ว ทั้งนี้เพื่อสนองตามเจตนารมย์ของทางคุณพ่อและคุณแม่

โดยกฐินสามัคคีในปีนี้ทาง บุตร-ธิดา หลาน รุ่งเสมอ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก นาวาเอก อนุศักดิ์ นาคทิม นายกเทศมนตรีตำบลบางเมือง ร่วมในพิธีทอดกฐินครั้งนี้ โดยมี นายชาตรี อยู่วัฒนะ รองนายกเทศมนตรีตำบลเทพารักษ์ พร้อมด้วย กำนันกิตติพงษ์ อยู่วัฒนะ กำนันตำบลเทพารักษ์ นางสาวขวัญเรือน นาคทิม กำนันตำบลบางเมือง ตลอดจนกัลยาณมิตรวัดพระธรรมกาย คณะเจ้าภาพ อุบาสก อุบาสิกา และพุทธศาสนิกชนชาวตำบลบางแก้ว ร่วมแห่องค์ผ้ากฐินสามัคคี 

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสงเคราะห์พระภิกษุตามพุทธบัญญัติ สนับสนุนให้พระภิกษุมีผ้าไตรจีวรใช้ และเป็นการเทิดทูนพระพุทธศาสนาด้วยการปฏิบัติบูชา นอกจากนี้ ทรัพย์สินที่ได้จากการบริจาคในงานกฐินยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาวัดหนามแดง

โดยได้รับความเมตตาจาก ท่านพระครูวิทูรกิจจาทร (บุญเลิศ ปญฺญาธโร แก้วน้ำค้าง) พระอาจารย์จาบ เจ้าอาวาสวัดหนามแดง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พิจารณาผ้ากฐินสามัคคี นำคณะสงฆ์วัดหนามแดงประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถา เจริญพระพุทธมนต์แด่คณะเจ้าภาพ ครอบครัวรุ่งเสมอและแขกผู้มีเกียรติที่ร่วมในพิธี

นอกจากนี้ ทางคณะเจ้าภาพยังได้มอบเงินสมทบทุนสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับโรงเรียนต่างๆ ทั้งในเขตพื้นที่และนอกพื้นที่เพื่ออุทิศบุญกุศลให้แก่บิดา มารดา

ทั้งนี้ สำหรับยอดผ้ากฐินสามัคคีในปีนี้ของวัดหนามแดงที่ญาติโยมร่วมกันทำบุญเบื้องต้นเกือบ 4 ล้านบาท


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top