Saturday, 25 July 2026
Hard News Team

นราธิวาส-รมว.กลาโหม เยี่ยมให้กำลังใจ 'สิบเอก บุริศวร์ ระดาชัย' ชื่นชมความกล้าหาญ หลังบาดเจ็บจากการปกป้องประชาชน เหตุปล้นทองสุไหงโก-ลก

เมื่อวานนี้ (9 ต.ค. 68) เวลา15.00 น. ณ อาคารเฉลิมพระบารมี โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พลเอก ณัฐพล นาควานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 และคณะ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมอาการของ สิบเอก บุริศวร์ ระดาชัย นายสิบอาวุธเบา สังกัด ชป.รพศ.408 ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการพยายามเข้าระงับเหตุปล้นร้านทอง ภายในห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งได้แสดงความกล้าหาญ เข้าขัดขวางการก่อเหตุของคนร้าย โดยไม่หวั่นเกรงต่ออันตราย เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จนได้รับบาดเจ็บ

แพทย์ผู้ดูแลได้แจ้งว่า อาการบาดเจ็บของสิบเอก บุริศวร์ฯ ดีขึ้นตามลำดับ โดยบาดแผลบริเวณต้นขาเริ่มฟื้นตัวดี ภายใน 2–3 วัน จะสามารถเย็บปิดปากแผลได้ ขณะนี้แพทย์ให้การรักษาโดยเน้นการทำความสะอาดบาดแผล ควบคู่กับการให้ยาฆ่าเชื้อและยาแก้ปวดตามอาการ รวมถึงอนุญาตให้รับประทานอาหารอ่อนและน้ำได้แล้ว ทั้งนี้ ผู้บาดเจ็บได้กล่าวขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ และยืนยันว่าความเจ็บปวดทุเลาลงมาก

ในการนี้ พลเอก ณัฐพล นาควานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้พูดคุยให้กำลังใจ พร้อมมอบกระเช้าเยี่ยมในนามของนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บ

โอกาสนี้ พลเอก ณัฐพล นาควานิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า “ขอชื่นชมในความกล้าหาญและจิตวิญญาณความเป็นทหาร ที่ได้ปกป้องประชาชนและสร้างชื่อเสียงให้แก่กองทัพ ถือเป็นแบบอย่างที่ดีของผู้ปฏิบัติหน้าที่ ขอให้หายไว ๆ ด้วยศักยภาพและกำลังใจที่มี เชื่อว่าคนไทยทุกคนต่างรับรู้ข่าวสารด้วยความห่วงใย และพร้อมส่งแรงใจให้กลับมาแข็งแรงโดยเร็ว”

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดงบฯ กว่า 4.6 แสนบาท ลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ และสุรินทร์ มอบเงินช่วยเหลือกรณีบ้านพังเสียหายทั้งหลังจากเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา

เมื่อวานนี้ (9 ต.ค. 68) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางจินดา บุญลาภทวีโชค กรรมการตรวจสอบ นายชาญกิจ วิทยาวรากรณ์ กรรมการ พร้อมด้วย นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ และนายชุมพล บุญภักดี ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสาธารณภัย นำทีมเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มอบเงินช่วยเหลือแก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่ได้รับผลกระทบกรณีบ้านพังเสียหายทั้งหลังจากเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา หลังละ 12,000 บาท รวมจำนวน 32 หลัง  รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 384,000 บาท (สามแสนแปดหมื่นสี่พันบาทถ้วน) โดยมี อาสาสมัครเฉพาะกิจ ร่วมในพิธี พร้อมด้วย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ คณะผู้แทนจากหน่วยงานรัฐ เป็นผู้สำรวจ ประสานงาน และร่วมในพิธี ณ ที่ว่าการอำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ 

โดยวานนี้ (วันพุธที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2568) มูลนิธิฯ ได้มอบเงินช่วยเหลือแก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานีที่ได้รับผลกระทบกรณีบ้านพังเสียหายทั้งหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว รวม 4 หลัง ณ ที่ว่าการอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี และในวันพรุ่งนี้ (วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2568) มูลนิธิฯ กำหนดลงพื้นที่อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เพื่อมอบเงินช่วยเหลือให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบกรณีบ้านพังเสียหายทั้งหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว จำนวน 3 หลัง ณ ที่ว่าการอําเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เป็นลำดับถัดไป 

รวมงบประมาณดำเนินการมอบเงินช่วยเหลือชาวอุบลราชธานี ศรีสะเกษ และสุรินทร์ กรณีบ้านพังเสียหายทั้งหลังจากเหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งสิ้น 468,000 บาท (สี่แสนหกหมื่นแปดพันบาทถ้วน)

เมื่อเกิดเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ได้เร่งมอบหมายให้คณะกรรมการ นำทีมสาธารณภัยลงพื้นที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อมอบสิ่งของเครื่องใช้จำเป็น ให้แก่ผู้อพยพจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากนั้นได้เข้ามอบเงินปลอบขวัญนายละ 10,000 บาท พร้อมกระเช้าสุขภาพ ให้แก่ทหารกล้าและประชาชนที่บาดเจ็บจากเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ที่พักรักษาตัวอยู่ ณ โรงพยาบาลในขณะนั้น และล่าสุดมูลนิธิฯ ได้ดำเนินการมอบเงินช่วยเหลือกรณีบ้านพังเสียหายทั้งหลังๆ ละ 12,000 บาท รวมงบประมาณที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งต่อธารน้ำใจจากผู้มีจิตศรัทธา สู่ทหารกล้าและประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา นับตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงปัจจุบันคิดเป็นมูลค่ากว่า 5.3 ล้านบาท ซึ่งมูลนิธิฯ ยังคงติดตามสถานการณ์เพื่อพิจารณาการให้ความช่วยเหลือตามนโยบายการดำเนินงานของแผนกสาธารณภัย ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งต่อไป

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอขอบพระคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมบริจาคทรัพย์ เครื่องอุปโภคบริโภค สมทบทุนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอบุญบารมีหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว มีความสุขความเจริญ สุขภาพแข็งแรงตลอดไป และขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่-อาสาสมัครทุกท่าน ทุกหน่วย ที่ปฏิบัติภารกิจ รวมถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขอให้ทุกท่านปลอดภัย และขอให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ววัน

ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดพิธีสวดมนต์บูชาธรรม อธิษฐานจิตถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ขอให้ทรงหายจากอาการพระประชวรและมีพระพลานามัยแข็งแรงโดยเร็ววัน

เมื่อวานนี้ (9 ต.ค. 68) น.อ.พัลลภ สุภากรณ์ รอง ผอ.รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ เป็นประธานในพิธีสวดมนต์บูชาธรรม อธิษฐานจิต ถวายพระพรชัยมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ขอให้พระองค์ทรงหายจากอาการพระประชวรและมีพระพลานามัยแข็งแรงโดยเร็ววัน

โดยมีข้าราชการและลูกจ้างของ รพ.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เข้าร่วมพิธีฯ ณ อาคารอำนวยการ รพ.ฯ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 

10 ตุลาคม พ.ศ. 2468 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชหัตถเลขา พระราชนาม ‘อานันทมหิดล’ พระนามแห่งเจ้าฟ้ารัชกาลที่ ๘

วันนี้ในอดีต 10 ตุลาคม พ.ศ. 2468 เป็นวันที่ “หม่อมเจ้าอานันทมหิดล มหิดล” พระโอรสในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก (เจ้าฟ้ามหิดล) และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้รับพระราชทานพระนามจาก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ว่า “อานันทมหิดล” (Ananda Mahidol) ซึ่งต่อมาพระองค์ได้เสด็จขึ้นครองราชย์เป็น พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์จักรี

พระราชหัตถเลขาซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในเหตุการณ์ครั้งนั้น มาจาก สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ที่มีไปถึง หม่อมเจ้าวรรณไวทยากร วรวรรณ (ต่อมาคือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์) ปลัดทูลฉลองกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้น เพื่อแจ้งให้ทราบว่าพระนัดดา “ได้รับพระราชทานนามแล้ว” พร้อมระบุการสะกดชื่ออย่างถูกต้องว่า Ananda Mahidol

พระราชหัตถเลขาตอนหนึ่งระบุว่า “เจ้าวรรณไวทยากร เธอโทรเลขไปยังลูกแดงด้วยว่า เดี๋ยวนี้ลูกของลูกแดงได้รับพระราชทานชื่อแล้วว่า ‘อานันทมหิดล’ เขียนเป็นอักษรโรมันว่า ‘Ananda Mahidol’ ดังนี้ ให้โทรเลขเป็นคำตรงกับชื่อที่สะกดมานี้ มิฉะนั้นจะผิดไป โทรเลขส่งไปวันจันทร์...” โดย “ลูกแดง” ในที่นี้หมายถึง สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก 

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตา แม้จะทรงครองราชย์ในวัยเยาว์ แต่ทรงได้รับความรักและเคารพจากพสกนิกรทั่วแผ่นดินในฐานะ “พระมหากษัตริย์ผู้ทรงงานหนักเพื่อแผ่นดินไทย”

‘จีน’ เผยเอกสารจุดยืน!! มติ UN 2758 คือหลักฐานสากล มีเพียงจีนเดียวในโลก ‘ไต้หวัน’ จะไม่มีวันถูกแยกออกจากจีน

(9 ต.ค. 68) รัฐบาลจีนเผย 'เอกสารจุดยืน' เกี่ยวกับมติสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่ 2758 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 1971 ย้ำชัดว่ามติฉบับนี้คือหลักฐานทางกฎหมายระหว่างประเทศที่รับรองว่า “มีเพียงจีนเดียวในโลก” และรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนคือผู้แทนโดยชอบธรรมเพียงหนึ่งเดียวของประเทศจีนในองค์การสหประชาชาติ พร้อมระบุว่า มติ 2758 ได้แก้ไขปัญหาการเป็นตัวแทนของจีนอย่างสมบูรณ์ รวมถึงดินแดนไต้หวันด้วย

จีนชี้ว่ามติ 2758 เป็นการยืนยันหลักการ 'จีนเดียว' อย่างเป็นทางการ โดยไม่มีสิ่งที่เรียกว่า 'สองจีน' หรือ 'จีนหนึ่ง ไต้หวันหนึ่ง' ทั้งยังระบุว่าการที่รัฐบาลปักกิ่งเข้ามาแทนที่รัฐบาลสาธารณรัฐจีน (ROC) ในปี 1949 เป็นเพียงการเปลี่ยนรัฐบาลภายในประเทศเดียวกัน ไม่ได้กระทบต่ออธิปไตยหรือเขตแดนของจีน และไต้หวันจึงเป็นส่วนหนึ่งของจีนในทางกฎหมายและข้อเท็จจริง

จีนยังกล่าวถึงความพยายามของบางประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่เคยพยายามขัดขวางไม่ให้จีนแผ่นดินใหญ่กลับเข้าสู่สหประชาชาติในช่วงก่อนปี 1971 แต่ในที่สุดมติ 2758 ก็ผ่านด้วยเสียงข้างมากอย่างท่วมท้น ซึ่งเป็น “ชัยชนะของประชาชนทั่วโลกในการต่อต้านลัทธิเฮเกะโมนีและการเมืองอำนาจ” พร้อมย้ำว่า ปัจจุบันกว่า 180 ประเทศได้สร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนบนพื้นฐานของหลักการจีนเดียว

ทั้งนี้ จีนเตือนว่า การบิดเบือนมติ 2758 หรืออ้างว่า “สถานะของไต้หวันยังไม่ชัดเจน” ถือเป็นการท้าทายระเบียบโลกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นภัยต่ออำนาจของสหประชาชาติ ปักกิ่งย้ำว่า ไต้หวันไม่เคยเป็นประเทศอิสระในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต และจะไม่มีวันถูกแยกออกจากจีนอีกครั้ง เพราะ “อธิปไตยและดินแดนของจีนไม่อาจแบ่งแยกได้”

เพจดังภูเก็ต เผย การท่องเที่ยวภูเก็ตส่อเค้าวิกฤต หลังยิว เปิดขายทัวร์ให้คนชาติเดียวกันผ่านโซเชียลฉ่ำ

เมื่อวันที่ (8 ต.ค. 68) เพจ Phuket Times ภูเก็ตไทม์ ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความถึงกรณี ‘ชาวอิสราเอล’ จำนวนมากเข้ามาเปิดให้บริการนำเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต พร้อมกับเปิดขายทัวร์ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลโดยไม่สนใจกฎหมายในประเทศไทย โดยในโพสต์ระบุว่า 

‘ภูเก็ต’ หมดกันท่องเที่ยว ‘อิสราเอล’ เปิดเพจขายแพ็กเกจทัวร์ให้ชาติเดียวกันเอง โฆษณากันฉ่ำในโซเชียลทุกช่องทาง

พร้อมกันนี้ ทางเพจ เพจ Phuket Times ภูเก็ตไทม์ ยังระบุด้วยว่า ‘เกาะภูเก็ต’ จะมีการรวมกลุ่มกันแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ ต่อต้าน ไม่เอายิว อิสราเอล โดยจะจัดกันขึ้นที่ แถวบางเทา เชิงทะเล ในเย็นวันนี้ (9 ต.ค. 68)

ลาวจับมือเวียดนาม เปิดช่องทางนำเข้า ‘เชื้อเพลิง’ เส้นทางใหม่ งีเซิน-เชียงขวาง-หัวพัน ดันเศรษฐกิจภูมิภาค

(9 ต.ค. 68) บริษัทน้ำมันเชื้อเพลิงลาว (Lao State Fuel Company) เปิดเส้นทางนำเข้าเชื้อเพลิงสายใหม่ผ่านท่าเรืองีเซินของเวียดนาม เพื่อเสริมแกร่งความมั่นคงด้านพลังงานและรับประกันการจัดหาเชื้อเพลิงอย่างต่อเนื่องในลาว

เส้นทางใหม่นี้เชื่อมต่อท่าเรือในเขตเศรษฐกิจพิเศษงีเซิน จังหวัดทัญฮว้าของเวียดนาม มายังลาว โดยผ่านด่านตรวจระหว่างประเทศน้ำคัง ในแขวงเชียงขวางตอนเหนือของลาว และด่านตรวจระหว่างประเทศน้ำโสยในแขวงหัวพันทางตอนเหนือ ซึ่งเชื้อเพลิงที่นำเข้าจะถูกเก็บไว้ที่คลังนาทองในแขวงหัวพัน

เส้นทางข้างต้นช่วยสนับสนุนความพยายามของรัฐบาลลาวในการรับประกันการจัดหาเชื้อเพลิงที่มั่นคงทั่วประเทศ และตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมในตอนเหนือของลาว

โครงการนี้ยังไม่เพียงแต่ช่วยให้การจัดหาเชื้อเพลิงมีความมั่นคงมากขึ้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างลาวและเวียดนาม การเปิดเส้นทางใหม่นี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาค

อนึ่ง ปัจจุบันลาวนำเข้าเชื้อเพลิงส่วนใหญ่จากไทย เวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์

‘ทรัมป์’ อ้างสหรัฐฯ ถล่มโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน เพื่อหยุดสงคราม ช่วยปูทางทำให้ดีลระหว่าง ‘อิสราเอล–ฮามาส’ สงบศึกเกิดขึ้น

(9 ต.ค. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ต่อโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ช่วยให้เกิดข้อตกลงระหว่างอิสราเอลและฮามาส โดยระบุว่า “ขณะนั้น อิหร่านกำลังจะมีอาวุธนิวเคลียร์ภายใน 1-2 เดือน หากผมปล่อยให้เกิดขึ้น ข้อตกลงนี้คงไม่มีทางเกิดขึ้นได้”

นอกจากนี้ ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า หลังจากการโจมตีดังกล่าว อิหร่านยอมรับและสนับสนุนข้อตกลงระหว่างอิสราเอลกับฮามาส พร้อมย้ำว่าการทำลายศักยภาพนิวเคลียร์ของเตหะรานช่วยลดปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้ภูมิภาคตะวันออกกลางไม่มั่นคง

ก่อนหน้านี้ อิสราเอลเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารเมื่อ 13 มิถุนายน โดยกล่าวหาอิหร่านว่ามีโครงการนิวเคลียร์ลับ ทั้งสองฝ่ายตอบโต้กันด้วยการยิงข้ามแดนต่อเนื่อง 12 วัน ก่อนที่สหรัฐฯ จะเข้าร่วมโจมตีเป้าหมายในอิหร่านเมื่อ 22 มิถุนายน และในวันถัดมา ทรัมป์ประกาศว่าอิสราเอลและอิหร่านได้ตกลงหยุดยิงเพื่อยุติสงคราม

พิษณุโลก มทบ.39 จับมือกับบริษัท ปตท.สผ. สยาม จำกัด ลงพื้นที่ อ.กงไกลาศ จ.สุโขทัย มอบถุงยังชีพช่วยน้ำท่วม 

(9 ต.ค. 68) เวลา 1400 พ.อ.ชุติชัย อาทิตย์ รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 39 , คุณอิงอร สร้อยสุวรรณ ผู้จัดการองค์กรสัมพันธ์โครงการผลิตบนฝั่ง (ประเทศไทย) บริษัท ปตท.สำรวจ และผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) โครงการเอส 1 พร้อมคณะ ลงพื้นที่  ม.7 ม.8 และ ม.11 ณ วัดเนินหว้าวนา ต.กง อ.กงไกลาศ จว.สุโขทัย 

เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม และมอบถุงยังชีพให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย จำนวน 150 ชุด และได้พบปะประชาชนเพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ผ่านพ้นวิกฤตอันนี้ไปด้วยกัน “ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส”

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่39 ปรีชา นุตจรัส รายงาน ข่าวพิษณุโลก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top