Sunday, 26 July 2026
Hard News Team

เปิดคำพูดสุดท้ายก่อนดับ ‘เชฟหนุ่มไทย’ คุยกับพี่สาว หลัง รพ.กัมพูชาใจดำปฏิเสธการรักษา

(8 ต.ค. 68) จากเหตุเศร้าใจเมื่อเจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานช่วยเหลือคนไทยในต่างแดน เปิดเผยถึงกรณี นายเมธาชาญ ยอแสง หรือ ‘มีน’ อายุ 24 ปี เชฟหนุ่มบนเรือชาวนครศรีธรรมราช ที่ถูกพบเร่ร่อนอยู่หน้าอาคารพาณิชย์ในประเทศกัมพูชา โดยมีรายงานว่าโรงพยาบาลในพื้นที่ปฏิเสธการรักษา ก่อนเจ้าตัวจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ล่าสุด น.ส.มายด์ (นามสมมุติ) พี่สาวของผู้ตาย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กด้วยความเศร้า ว่า “ขอบคุณทุกกำลังใจ ตอนนี้กำลังไปรับน้องกลับบ้าน มีนต้องได้กลับบ้าน” พร้อมระบุว่า “ถ้ากลับมาได้ กูกลับมาแล้ว” คือประโยคสุดท้ายที่น้องชายพูดไว้ก่อนจากไป

พี่สาวเผยเพิ่มเติมว่า ตลอดชีวิต 24 ปีที่ผ่านมา ทั้งคู่เติบโตมาด้วยกัน และครอบครัวพร้อมซัพพอร์ตทุกอย่าง แต่ไม่ทันได้ช่วยเหลือในครั้งสุดท้าย โดยเธอเขียนปิดท้ายด้วยข้อความอาลัยว่า “7/10/68 หลับให้สบายนะน้องชายพี่” 

อดีตนายกฯ ‘แพทองธาร’ โพสต์ซึ้ง ‘เพื่อไทย’

อดีตนายกฯ ‘แพทองธาร’ โพสต์ซึ้ง ‘เพื่อไทย’ เป็นมากกว่าพรรคการเมือง แต่เป็นบ้านของ ‘คนเพื่อไทย’ ลั่นพร้อมยืนสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ไปจนสุดทาง 

3 นักวิทยาศาสตร์ ผู้เปิดประตูแห่งโลกควอนตัม คว้ารางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปี 2025

(8 ต.ค. 68) คณะกรรมการรางวัลโนเบลประกาศเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ว่า ศาสตราจารย์จอห์น คลาร์ก (John Clark ), ดร.มิเชล เดโวเร็ต (Michel Devoret) และ ดร.จอห์น มาร์ตินิส (John Martinis) ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปี 2025 จากผลงานการทดลอง “การลอดอุโมงค์ควอนตัมระดับมหภาค” ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของเทคโนโลยีควอนตัมสมัยใหม่ ตั้งแต่ระบบเข้ารหัสความปลอดภัยขั้นสูง ไปจนถึงคอมพิวเตอร์ควอนตัมอันทรงพลังในอนาคต

ทั้งสามเริ่มต้นการทดลองตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1980 โดยใช้วงจรอิเล็กทรอนิกส์จากตัวนำ(superconductors) เพื่อพิสูจน์ว่า ปรากฏการณ์ควอนตัมอย่าง “การทะลุกำแพงพลังงาน” (quantum tunnelling) สามารถเกิดขึ้นได้จริงในระดับที่ใหญ่ขึ้น หรือระดับมหภาค ซึ่งถือเป็นการยืนยันว่า “โลกควอนตัม” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในอะตอมหรืออนุภาคเล็กๆ อีกต่อไป

ศ.จอห์น คลาร์ก วัย 83 ปี จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ กล่าวทางโทรศัพท์หลังทราบข่าวว่า รู้สึก “อึ้งสุดชีวิต” กับรางวัลที่ได้รับ พร้อมยกตัวอย่างว่า โทรศัพท์มือถือที่ทุกคนใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ก็สามารถทำงานได้เพราะอาศัยหลักฟิสิกส์ควอนตัมที่พวกเขาเคยวิจัยไว้เมื่อหลายสิบปีก่อน

ขณะที่ ดร.เดโวเร็ต ชาวฝรั่งเศส ปัจจุบันสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเยล และมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานตาบาร์บารา และ ดร.มาร์ตินิส อดีตหัวหน้าห้องแล็บปัญญาประดิษฐ์ควอนตัมของ Google เผยว่ารางวัลนี้ถือเป็นการยกย่องการทดลองที่เปลี่ยนทฤษฎีให้กลายเป็นสิ่งจับต้องได้ และเปิดทางสู่ยุคใหม่ของเทคโนโลยีควอนตัมอย่างแท้จริง

สื่อจีน ปูด! 'โดนัลด์ ทรัมป์' เสนอตัวเป็นประธานพิธี ลงนามสันติภาพไทย-เขมร แลกเข้าร่วมประชุมผู้นำอาเซียน

(8 ต.ค. 68) สำนักข่าวเซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ ได้ออกมาอ้างการเปิดเผยจากแหล่งข่าวในรัฐบาลและนักการทูต 4 คน ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ร้องขอเป็นประธานในพิธีลงนามข้อตกลงสันติภาพระหว่างไทยกับกัมพูชา ระหว่างที่นายทรัมป์ร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ในช่วงปลายเดือนนี้

ชาติอาเซียนหวังจะใช้การประชุมสุดยอดซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 ตุลาคม เพื่อเจรจาขอให้นายทรัมป์ผ่อนปรนมาตรการภาษีที่เข้มงวด ซึ่งสหรัฐฯ บังคับใช้กับประเทศคู่ค้าทั่วโลก ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชา ในขณะที่นายทรัมป์ก็กำลังเดินหน้าแคมเปญการเป็น ผู้สร้างสันติภาพ เพื่อหวังจะได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ 

การปะทะตามแนวชายแดนไทยกับกัมพูชานาน 5 วันเมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 43 ศพ ก่อนที่ทั้งสองประเทศจะตกลงที่จะเริ่มการเจรจาสันติภาพ หลังจากที่นายทรัมป์ขู่ว่าจะยกเลิกการเจรจาเรื่องภาษี หากไม่มีการหยุดยิง จนนำไปสู่ข้อตกลงหยุดยิงในที่สุด แต่สถานการณ์ก็เริ่มกลับมาคุกรุ่นอีกครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

แหล่งข่าวจากในรัฐบาลมาเลเซียและนักการทูตจำนวน 4 คนยืนยันว่า ทรัมป์ต้องการจัดพิธีพิเศษนอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน เพื่อตอกย้ำความเป็นเจ้าของการริเริ่มกระบวนการสันติภาพนี้ ซึ่งรวมถึงการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเมื่อ 7 ตุลาคม ซึ่งมีนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีกัมพูชาและประธานอาเซียนเป็นตัวกลางเจรจา "ใช่แล้ว นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่เขามาที่กรุงกัวลาลัมเปอร์" แหล่งข่าวรายหนึ่งผู้ไม่ขอเปิดเผยนาม กล่าวถึงการมาเยือนของทรัมป์

ทั้งนี้ ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ พยายามเดินหน้าแคมเปญเพื่อคว้ารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปีนี้ โดยเขาอ้างว่าช่วยยุติสงครามและความขัดแย้งถึง 7 จุดทั่วโลกนับตั้งแต่กลับมารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อเดือนมกราคม

ด้านเว็บไซต์ข่าวโพลิติโก ของสหรัฐฯ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวหลายคนเปิดเผยว่า การจัดพิธีลงนามคือหนึ่งในเงื่อนไขที่นายทรัมป์ตั้งไว้เพื่อแลกกับการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน นอกจากนั้น ผู้จัดการประชุมยังได้รับคำขอให้ตัดเจ้าหน้าที่จีนออกจากการประชุมด้วย

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่า จะมีพิธีลงนามข้อตกลงสันติภาพระหว่างไทยกับกัมพูชาในการประชุมสุดยอดครั้งนี้ โดยแหล่งข่าวคนหนึ่งยอมรับว่า มีความเป็นไปได้ที่พิธีจะเกิดขึ้น แต่ยังไม่มีการตัดสินใจในขั้นสุดท้าย นอกจากนั้น ยังต้องขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายไทยจะเห็นด้วยหรือไม่

นอกจากนายทรัมป์แล้ว คาดว่าจะมีบุคคลระดับสูงอีกหลายคนมาเข้าร่วมการประชุมอาเซียนในปีนี้ รวมถึง นายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน, นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย, นายลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีบราซิล และนายไซริล รามาฟอซา ประธานาธิบดีแอฟริกาใต้

8 ตุลาคม พ.ศ. 2483 นิสิตนักศึกษา 8,000 คนรวมพลังเดินขบวน ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติ เรียกร้องดินแดนคืนจากฝรั่งเศส

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ฝรั่งเศสได้เข้ามาคุกคามสยาม (ประเทศไทยในปัจจุบัน) และยึดดินแดนไปถึง 5 ครั้ง รวมพื้นที่กว่า 467,500 ตารางกิโลเมตร ซึ่งต่อมากลายเป็นประเทศลาวและกัมพูชาในปัจจุบัน ทำให้ไทยต้องสูญเสียดินแดนไปกว่าครึ่งประเทศ เหตุการณ์นี้ฝังใจคนไทยมาหลายยุคสมัย จนเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ค.ศ. 1940 (พ.ศ. 2483) นิสิตนักศึกษาจากจุฬาฯ และธรรมศาสตร์กว่า 8,000 คน ได้เดินขบวนสนับสนุนรัฐบาลพลตรีหลวงพิบูลสงครามให้เรียกร้องดินแดนคืนจากฝรั่งเศส ซึ่งต่อมาในวันที่ 12 ตุลาคม ประชาชนกว่า 50,000 คนก็รวมตัวกันที่ท้องสนามหลวง แสดงพลังสนับสนุนแนวคิด “เอาดินแดนคืน” อย่างล้นหลาม

รัฐบาลไทยได้ยื่นข้อเรียกร้องให้ฝรั่งเศสคืนดินแดน แต่ถูกปฏิเสธและถูกยิงปืนใหญ่ข้ามแม่น้ำโขงเข้ามาในไทย รวมถึงการรุกล้ำน่านฟ้า กองทัพไทยจึงเตรียมพร้อมตอบโต้และเริ่มเคลื่อนกำลังเข้าสู่ดินแดนเดิมในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2483 การสู้รบดำเนินไปในหลายสมรภูมิ ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ โดยเฉพาะยุทธนาวีเกาะช้างซึ่งไทยมีชัยเหนือฝรั่งเศส และสามารถยึดพื้นที่สำคัญหลายแห่ง เช่น หลวงพระบาง จัมปาศักดิ์ พระตะบอง และเสียมราฐ

ต่อมา ญี่ปุ่นเข้ามาเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย จนมีการลงนามสัญญาพักรบที่ไซ่ง่อน และการเจรจาสันติภาพที่กรุงโตเกียวในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2484 ซึ่งผลสุดท้าย ฝรั่งเศสยอมคืนดินแดนบางส่วนให้ไทย รวมพื้นที่ราว 90,000 ตารางกิโลเมตร โดยจัดตั้งเป็น 4 จังหวัดใหม่ ได้แก่ พระตะบอง พิบูลสงคราม นครจัมปาศักดิ์ และลานช้าง ถือเป็นชัยชนะทางทหารและการทูตครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทย

เพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญของทหารไทยที่เสียชีวิตในการรบ รัฐบาลได้สร้าง “อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ” ณ กรุงเทพมหานคร เปิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2485 เพื่อเชิดชูวีรชน 160 นาย ที่สละชีพเพื่อปกป้องแผ่นดินและเกียรติยศของชาติ กลายเป็นสัญลักษณ์แห่ง “ชัยชนะในการกู้เอกราชคืน” และจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทยตราบจนทุกวันนี้

สนามบินฮอลลีวูดเบอร์แบงก์ แคลิฟอร์เนีย กระทบหนัก ไร้เจ้าหน้าที่ควบคุมการบิน!! จากภาวะปิดทำการของรัฐบาลกลาง

(7 ต.ค. 68) สำนักงานการบินพลเรือนสหรัฐฯ (FAA) เตือนว่า สนามบินฮอลลีวูด เบอร์แบงก์ รัฐแคลิฟอร์เนีย จะไม่มีเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศประจำหอบังคับการบินในช่วงค่ำวันจันทร์ (ตามเวลาท้องถิ่น) ตั้งแต่เวลา 16.15 น. ถึงประมาณ 22.00 น. เนื่องจากผลกระทบจาก “ภาวะชัตดาวน์” หรือการปิดทำการของรัฐบาลกลาง ที่ทำให้เจ้าหน้าที่จำนวนมากต้องทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง

เจ้าหน้าที่ FAA ระบุว่าอยู่ระหว่างพยายามเรียกกำลังเสริมเพื่อมาปฏิบัติหน้าที่ให้เร็วที่สุด แต่ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะมีเจ้าหน้าที่มาทันเวลา โดยระหว่างนี้หอบังคับการบินจะถูกควบคุมโดยศูนย์ควบคุมการบิน TRACON จากเมืองซานดิเอโก ซึ่งจะดูแลการขึ้น-ลงของเครื่องบินทั้งหมดแทน ทั้งนี้ ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย เกวิน นิวซัม (Gavin Newsom) กล่าวโทษประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาจากการปิดรัฐบาล

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนปัญหาการขาดแคลนเจ้าหน้าที่ FAA ที่ต่อเนื่องมานานกว่า 6 เดือน โดยขาดแคลนกว่า 3,000 ตำแหน่ง ขณะเดียวกัน สมาคมการบินต่าง ๆ เตือนว่า “ชัตดาวน์” ยังส่งผลกระทบต่อการตรวจสอบความปลอดภัยและบำรุงรักษาเครื่องบินทั่วประเทศอีกด้วย

‘ปฐม อินทโรดม’ เปิดแผนนำ SVOA เจาะตลาด AI จับมือพันธมิตรจับลูกค้ากลุ่มโรงแรม–โรงพยาบาล–ค้าปลีก

‘ปฐม อินทโรดม’ เผย SVOA เดินหน้าปรับธุรกิจมุ่งเจาะตลาดโซลูชัน AI ตั้งเป้ารายได้ 10% ของรายได้รวมมาจาก Digital Solution ภายในปี 69 กางแผนลุย 3 กลุ่มหลัก โรงแรม-โรงพยาบาล-ค้าปลีก 

(7 ต.ค. 68) นายปฐม อินทโรดม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) หรือ SVOA กล่าวถึงทิศทางใหม่ SVOA ซึ่งดำเนินธุรกิจมา 44 ปี ว่าได้เปลี่ยนวิสัยทัศน์ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันดิจิทัล โดยการปรับเปลี่ยนครั้งนี้เป็นทางรุ่ง ไม่ใช่แค่ทางรอด เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงนี้ถูกขับเคลื่อนโดยการมาถึงของ AI ซึ่ง SVOA เห็นเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับธุรกิจให้แข่งขันได้ในระดับโลก

"คนทำธุรกิจในปัจจุบัน ถูกบีบให้ไปแข่งขันในระดับโลก ตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ถูกกำหนดด้วย World Ranking เช่น มหาวิทยาลัยที่ถูกแรงกดดันให้ต้องติดอันดับ Top 500 หรือ Top 100 ของโลก โรงพยาบาลก็มีแรงกดดันแบบเดียวกัน รวมถึงร้านอาหารที่ต้องถูกประเมินด้วยการให้คะแนน การถูกบีบให้แข่งขันระดับโลกนี้ประจวบเหมาะกับการมาของ AI ซึ่ง SVOA มองว่าเป็นโอกาสในการยกระดับธุรกิจ SVOA จึงมุ่งเน้นการขยายตัวไปยังธุรกิจขนาดกลาง (SMB) ใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ โรงแรม โรงพยาบาล และค้าปลีก ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังเปลี่ยนผ่านและมีเจ้าของเป็นรุ่นหลาน ที่พร้อมรับเทคโนโลยี"

SVOA หรือ บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) นั้นเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีจำนวนพนักงานกว่า 700 คน จากที่ก่อตั้งใน พ.ศ. 2524 ธุรกิจหลักของบริษัทครอบคลุมตั้งแต่การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไอที ขายทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก อุปกรณ์ต่อพ่วง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ และอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงผลิตภัณฑ์แบรนด์ SVOA ของตัวเอง ปัจจุบันมีการทำงานผ่านเครือข่าย SI (System Integrator) และดีลเลอร์กว่า 300 รายทั่วประเทศ ทำรายได้ราว 4,800 ล้านบาทต่อปี ซึ่งหากรวมบริษัทในเครือที่ต้องนำมารวมงบ เช่น DataOne, IT City และอื่นๆ รายได้รวมจะอยู่ที่ระดับหมื่นล้านบาท

สำหรับเป้าหมายรายได้ใหม่ SVOA ที่คาดหวังว่ารายได้จาก Digital Solution จะมีสัดส่วน 10% ของรายได้รวมภายในปี 69 เป้าหมายนี้ไม่เกินจริงเพราะการสำรวจล่าสุดพบว่าองค์กรไทยกว่า 73% มีแผนลงทุน AI ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า โดยมูลค่าตลาด AI ไทยคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 28% ต่อปี จนแตะระดับ 114,000 ล้านบาท

ปฐมระบุว่าได้วางยุทธศาสตร์ในการปรับเปลี่ยนบริษัทสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันดิจิทัล และให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยี AI ในหลายด้าน ซึ่งไม่เพียงจะมุ่งจับมือกับพันธมิตร เช่น Huawei, SuperMicro, Graid, Netka, MSI และ Gigabyte เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันขององค์กรไทยทั้งในประเทศและในภูมิภาค แต่ยังมีการลงทุนสร้าง "แล็บ" ในโปรเจ็กต์การพัฒนาระบบ Health Scoring ที่ SVOA ได้ใช้เงินทุนของบริษัทสำหรับการทำ POC (Proof of Concept) ผ่านการดำเนินโครงการร่วมกับสตาร์ทอัปซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างคนไทยและสิงคโปร์

ปฐมเล่าว่า Health Scoring คือแนวคิดใหม่ในอุตสาหกรรมการประกันสุขภาพ ถือเป็นแนวคิดใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนในประเทศไทยและเป็นเรื่องใหม่สำหรับสิงคโปร์ เป้าหมายคือเพื่อนำไปใช้ในการกำหนดเบี้ยประกัน ซึ่งผู้ที่ได้รับการประเมินคะแนนสุขภาพดี จะสามารถจ่ายเบี้ยประกันในราคาที่ดีกว่า ดังนั้นจึงต้องมีการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำ Health Scoring ทั้งแหล่งข้อมูลจากอุปกรณ์ติดตามตัว (Wearable Devices) เช่นนาฬิกาอัจฉริยะ รวมถึงข้อมูลจากระบบ IoT ในบ้าน

"ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมารวมกัน โดยได้รับความยินยอมจากลูกค้าเพื่อวิเคราะห์เป็นคะแนน ความท้าทายคือโปรเจ็กต์นี้ต้องใช้เวลาในการเจรจากับผู้ผลิตอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อเปิด Gateway และโยนข้อมูลขึ้นไปยังคลาวด์ ซึ่งขั้นตอนมีความซับซ้อนและใช้เวลา เนื่องจากมีอุปกรณ์หลากหลายยี่ห้อ เช่น Apple, Samsung, Huawei แต่หากสำเร็จ ก็จะมี Health Profile ของลูกค้าแต่ละคน ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง"

ยุทธศาสตร์ต่อมาคือการใช้โครงสร้างพื้นฐาน AI และพาร์ทเนอร์ SVOA วางแผนใช้โครงสร้างพื้นฐาน AI โดยร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ทั้งฝั่งซีกโลกตะวันตกและตะวันออก เพื่อกระจายความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และรองรับความหลากหลายทางเทคโนโลยี ในส่วนการร่วมมือกับ Huawei ปฐมมองว่า Huawei เป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีและระบบเครือข่ายที่มีอิทธิพลในตลาด บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ AI Infrastructure ของจีน และสนับสนุนให้องค์กรไทยกระจายการทำงานไปยังแพลตฟอร์มของ Huawei เนื่องจากเป็นทางเลือกที่ดีและใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

ปฐมยกตัวอย่างการนำกล้องวงจรปิดมาทำ Image Processing เพื่อตรวจจับการกระทำผิดกฎจราจร เช่น การป้องกันการขี่มอเตอร์ไซค์บนทางเท้า หรือการนำภาพถ่ายสแกนม่านตาเพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงอัลไซเมอร์ในอนาคต ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ที่มีประโยชน์ในด้านการเตรียมป้องกันไว้ก่อน และในบริบทของเทคโนโลยี เทคโนโลยีนี้ถือเป็นหนึ่งในโซลูชันด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีการยืนยันในประเทศจีนแล้วว่าทำงานได้จริง

ในอีกด้าน SVOA ยังเป็นตัวแทนจำหน่ายของ Supermicro แบรนด์ที่มีความเกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานของผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดอย่าง TSMC เพื่อให้เกิดการนำเสนอ Server ที่รองรับ AI ในหลายระดับราคา ทำให้ SVOA มีโซลูชัน AI ตั้งแต่ระดับราคาหลักแสนบาท ไปจนถึงระดับองค์กรขนาดใหญ่ โดย Huawei นำเสนอโซลูชันระดับ 10-20 ล้านบาท สำหรับ LLM ขนาดใหญ่ในองค์กร ในขณะที่ Supermicro เสนอโซลูชันที่ย่อมเยาลงมาในระดับ 4-5 ล้านบาท

ในภาพรวม การปรับตัวของ SVOA จะเน้นการขยายตัวไปที่กลุ่มลูกค้าที่เป็น SMB ขนาดกลาง โดยโฟกัสกลุ่มโรงแรมขนาด 50-150 ห้อง ปัจจัยสนับสนุนคือสถานการณ์ที่ IT กลายเป็นแกนกลางสำคัญในห้องพัก ยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงที่มีความอัจฉริยะสะดวกสบายมากขึ้น เช่น ระบบที่สามารถปรับอุณหภูมิหรือผ้าม่านตามความชอบของลูกค้าได้ล่วงหน้า

นอกจากนี้ SVOA ยังมุ่งโฟกัสที่โรงพยาบาลขนาดกลาง ทั้งเอกชนและรัฐ รวมถึงอุตสาหกรรมค้าปลีกไซส์กลาง ที่เป็นร้านค้าที่ดูแลโดยรุ่นหลาน ซึ่งพร้อมใช้งานเทคโนโลยี เช่น กล้องวงจรปิด และ AI ในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า เพื่อให้รู้สินค้าที่ได้รับความนิยม และป้องกันการทุจริตของพนักงาน

ที่สุดแล้ว ปฐมมองว่าการปรับตัวของ SVOA จะไม่ช้าเกินไป เพราะการทำ Digital Transformation นั้นกินระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 3 เฟส ซึ่งจากเฟสแรกที่องค์กรไทยเริ่มลองผิดลองถูกจนมีโปรเจกต์ล้มเหลวไปเกือบ 50% วันนี้หลายองค์กรเริ่มเข้าเฟสที่ 2 ซึ่งทุกคนในองค์กรมีส่วนร่วมมากขึ้น และเฟสที่ 3 ที่การมาของ AI จะไม่เพียงแต่ทำให้ประสิทธิภาพดีขึ้น แต่ยังช่วยลดต้นทุนองค์กรได้

โครงการ ‘คนละครึ่งพลัส’ เปิดลงทะเบียน 20-26 ต.ค. นี้ คาดมีเม็ดเงินหมุนในระบบเศรษฐกิจราว 1 แสนล้านบาท

(7 ต.ค. 68) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงหลังประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งเห็นชอบ โครงการคนละครึ่งพลัส โดย กระทรวงการคลัง เสนอเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงปลายปี ระหว่างเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคม 2568 ภายใต้กรอบงบประมาณรวม 44,000 ล้านบาท โดยใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2569 และงบกลาง 19,000 ล้านบาท ซึ่งโครงการนี้จะเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 ถึงเดือนธันวาคม 2568 รวมระยะเวลา 2 เดือน และใช้หลักการ "รัฐบาลออกให้ครึ่งหนึ่ง" โดยจะให้สิทธิแก่ประชาชนจำนวน 20 ล้านคน ที่ไม่ได้เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คือ  

กลุ่มผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษีจำนวน 9 ล้านสิทธิ รัฐจ่ายให้คนละ 2,000 บาท ใช้จ่ายสูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อวัน
ระยะเวลาใช้จ่ายตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม 2568

กลุ่มผู้ที่อยู่ในระบบภาษีจำนวน 11 ล้านสิทธิ รัฐจ่ายให้คนละ 2,400 บาท ใช้จ่ายสูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อวัน ระยะเวลาใช้จ่าย ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2568

กลุ่มที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13 ล้านคน รัฐจะเงินเพิ่ม 850 บาท/เดือน + ของเดิม 350 บาท รวม 1,150 บาท/เดือน และสามารถใช้ได้ ตามวงเงินที่ซื้อจริง

ส่วนวันลงทะเบียน ร้านค้าทั่วไป ลงทะเบียน 15 ต.ค.เป็นต้นไป จนจบโครงการ ผ่านแอปฯ “ถุงเงิน” 

ประชาชนทั่วไป ลงทะเบียน วันที่ 20 - 26 ต.ค. 2568 กดรับสิทธิผ่านแอปฯ "เป๋าตัง" จำกัดจำนวน 20 ล้านคน

เริ่มใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.2568 เป็นต้นไป จนถึง ธันวาคม 2568 โดยขั้นตอนรายละเอียดโครงการอยู่ใน www.คนละครึ่งพลัส.com สามารถใช้ได้แล้ว

นายเอกนิติ ระบุว่า โครงการนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปี 2568 ช่วงไตรมาส 4 พร้อมเพิ่มทักษะร้านค้า เป็นเครื่องจักรตัวหนึ่งที่รัฐบาลจะช่วยให้เศรษฐกิจไทยไม่ติดหล่ม โดยรัฐบาลคาดว่า โครงการคนละครึ่งพลัส จะมีเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจราว 1 แสนล้านบาทจะสามารถกระตุ้น 0.3-0.4% ของจีดีพี

‘ยูเนสโก’ เลือกเซี่ยงไฮ้เป็นที่ตั้งสถาบันศึกษา STEM ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางวิทย์ฯ-เทคโนโลยีระดับโลก

(7 ต.ค. 68) องค์การยูเนสโก (UNESCO) และรัฐบาลจีนเปิด “สถาบันนานาชาติด้านการศึกษา STEM” อย่างเป็นทางการที่นครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งถือเป็นศูนย์หมวด 1 (Category 1 Center) แห่งแรกของยูเนสโกในจีน และเป็นแห่งแรกนอกยุโรปและอเมริกาเหนือ หลังได้รับมติอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ยูเนสโกเมื่อปี 2566

สถาบันแห่งนี้จะมุ่งส่งเสริมการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ (STEM) ครอบคลุมตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงผู้ใหญ่ เน้นการเข้าถึงอย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพ เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมของประเทศต่างๆ ทั่วโลก

นายห้วย จินเผิง (Huai Jinpeng) รัฐมนตรีศึกษาธิการจีน ระบุว่านี่คือก้าวสำคัญในความร่วมมือระหว่างจีนกับยูเนสโก และเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และการศึกษาที่เปิดกว้างของจีน พร้อมยืนยันว่าจีนจะสนับสนุนสถาบันนี้ให้เป็นศูนย์กลางนานาชาติด้านนวัตกรรมการศึกษาและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ด้านนายกง เจิ้ง (Gong zheng) นายกเทศมนตรีนครเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่า เมืองจะใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยกระดับการเปิดกว้างทางการศึกษา และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ส่วนออเดรย์ อาซูเลย์ (Audrey Azoulay) ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก ย้ำว่าศูนย์ใหม่นี้สะท้อนความร่วมมืออันยาวนานระหว่างจีนกับยูเนสโก และจะช่วยผลักดันความเท่าเทียมทางการศึกษาในระดับโลก

‘คิมจองอึน’ ส่งข้อความอวยพรวันเกิด ‘ปูติน’ อายุครบ 73 ปี ยกเป็น ‘เพื่อนซี้ที่สนิทที่สุด’

(7 ต.ค. 68) คิมจองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ส่งข้อความอวยพรวันเกิดถึงประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน มีอายุครบ 73 ปี พร้อมชื่นชมความเข้มแข็งของระบบการเมืองและอำนาจของชาติรัสเซีย โดยมีการเรียกปูตินว่า “เพื่อนร่วมรบที่ดีที่สุด”

คิมจองอึนระบุว่า ความเป็นพันธมิตรระหว่างเปียงยางและมอสโกจะขยายตัวต่อไปบนพื้นฐานของมิตรภาพอันอบอุ่นและความใกล้ชิด ที่จะช่วยกันสร้าง “ระเบียบโลกพหุขั้วและยุติธรรม” ซึ่งปีที่แล้วคิมจองอึนก็ได้ส่งข้อความอวยพรปูตินเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ คิมยังเผยถึงการพบปะกับปูตินที่ปักกิ่งเมื่อเดือนก่อน ยืนยันสนับสนุนสิ่งที่เรียกว่า “การต่อสู้ที่ยุติธรรม” ของรัสเซียเพื่อปกป้องอธิปไตย และสัญญาจะรักษาสัญญาทวิภาคีระหว่างสองประเทศ พร้อมย้ำว่า เปียงยางและมอสโกจะยืนหยัดเคียงข้างกันเสมอ มิตรภาพนี้เป็น “นิรันดร์และไม่สามารถทำลายได้”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top