Thursday, 13 August 2026
Hard News Team

‘พีระพันธุ์’ ตรึงราคา LPG 3 เดือน ก.ค. - ก.ย. 67 พร้อมชงช่วยค่าน้ำมันบัตรคนจน 120 บ./ด. นาน 3 เดือน

เมื่อวานนี้ (27 มิ.ย. 67) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ครั้งที่ 2/2567 (ครั้งที่ 66) ซึ่งเป็นการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Zoom Meeting) โดยที่ประชุมได้มีการพิจารณาและมีมติเห็นชอบในประเด็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านพลังงาน เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนในสถานการณ์วิกฤตราคาพลังงาน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางผู้มีรายได้น้อย และเตรียมพร้อมรับมือวิกฤตการณ์ราคาพลังงานในอนาคต

นายพีระพันธุ์เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงานตามมาตรการบริหารจัดการด้านพลังงานในสถานการณ์วิกฤตราคาพลังงาน และมีการสรุปบทเรียนที่ได้จากการวิเคราะห์ประเด็นปัญหาที่ผ่านมา รวมทั้งข้อเสนอแนะสำหรับการดำเนินงานต่อไป

โดยที่ประชุมเห็นควรให้มีการจัดทำเป็นแผนงาน/ข้อริเริ่มโครงการ อาทิ การปรับปรุงกฎหมายหรือกฎระเบียบให้มีความยืดหยุ่นในการบังคับใช้ช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งปัจจุบัน ทางคณะทำงานฯ กำลังเร่งจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการเตรียมพร้อมและมาตรการบริหารวิกฤตการณ์พลังงาน (พ.ศ. 2566 - 2570) โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2567 เพื่อกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการขับเคลื่อนแผนงาน/ข้อริเริ่มโครงการดังกล่าว ซึ่งจะเป็นการเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรตั้งแต่ภาวะปกติ แนวทางการบูรณาการที่จำเป็นของประเทศ และการบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีการพิจารณาทบทวนการกำหนดราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชน และได้มีมติให้คงราคาขายส่งหน้าโรงกลั่นก๊าซ LPG ที่ 20.9179 บาทต่อกิโลกรัม (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยมีกรอบเป้าหมายเพื่อให้ราคาขายปลีก LPG อยู่ที่ประมาณ 423 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2567 และให้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) พิจารณาบริหารจัดการเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้สอดคล้องกับแนวทางการทบทวนการกำหนดราคาก๊าซ LPG ต่อไป

นายพีระพันธุ์ยังได้กล่าวถึง ความจำเป็นในการให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มผู้เปราะบางในช่วงที่ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องตลอดปี 2567 เนื่องจากปัจจัยด้านราคาในตลาดโลก โดยที่ประชุมได้พิจารณามาตรการบรรเทาผลกระทบด้านราคาน้ำมันสำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 13,570,169 ราย และเป็นประชาชนกลุ่มเปราะบางที่แท้จริง

โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการ ‘มาตรการบรรเทาผลกระทบราคาน้ำมันสำหรับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ ซึ่งจะให้สิทธิเพิ่มวงเงินช่วยเหลือค่าน้ำมัน (กลุ่มเบนซิน และกลุ่มดีเซล โดยให้ใช้กับยานพาหนะ) แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 120 บาท/คน/เดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม - ธันวาคม 2567 และมอบหมายให้กรมธุรกิจพลังงานหารือ กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สถาบันการเงิน และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอเรื่องขออนุมัติหลักการจากคณะรัฐมนตรี

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานจะดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนมาตรการดังกล่าว รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ไปยังกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและกลุ่มสถานีบริการที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อลดภาระค่าครองชีพ ลดความเหลื่อมล้ำ และช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

‘เดโมแครต’ เครียด!! ‘ไบเดน’ สภาพแย่ ‘ดีเบตรอบแรก’ ทั้ง ‘ไอ-เสียงแหบ-พูดซ้ำคำเดิม’ ส่ง ‘ทรัมป์’ ชนะใส

(28 มิ.ย. 67) บลูมเบิร์กของสหรัฐฯ รายงานว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครตแสดงความผิดพลาดมากมายระหว่างการดีเบตรอบแรก ยิ่งเป็นแรงส่งให้เกิดความวิตกมากขึ้นถึงอายุที่สูงวัยของเขาและการที่เขาจะทำให้การหาเสียงประสบความสำเร็จและเอาชนะในการเลือกตั้งปลายปีได้อย่างไร

บนเวทีบลูมเบิร์กชี้ว่า ไบเดนนั้นทั้งไอ เสียงแหบ พูดซ้ำประโยคเดิม หยุดนิ่งไม่ไหวติง และเขายังพูดติด ๆ ขัด ๆ เมื่อกล่าวถึงตัวเลขเป็นต้นว่า จำนวนของงานที่สร้างใหม่ในสมัยของเขา การจำกัดเพดานจำนวนเงินสูงสุดที่ประชาชนอเมริกันต้องจ่ายสำหรับค่ายารักษาโรคและอินซูลิน ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของไบเดนในการให้ได้รับเลือกกลับเข้ามา ซึ่งในสหรัฐฯ ดินแดนเสรีนิยมที่มีค่ารักษาพยาบาลพุ่งสูง

การแสดงออกของไบเดนซึ่งเป็นที่น่าผิดหวังของไบเดนยิ่งทำให้ฝ่ายพรรครีพับลิกันลิงโลด และกระพือไฟโหมความอ่อนแรงและชราภาพของไบเดนให้ปรากฏ

ทรัมป์ฮุกหมัดใส่ไบเดนระหว่างเขาพลาดในประเด็นผู้อพยพเข้าสหรัฐฯ

ทรัมป์กล่าวว่า “ผมไม่รู้เลยจริง ๆ ว่าเขาได้พูดอะไรออกมาในสิ่งนี้ และผมไม่รู้ว่าเขารู้หรือเปล่าถึงในสิ่งที่เขาได้เอ่ย”

บลูมเบิร์กรายงานว่า แต่ใช่ว่าทรัมป์จะทำผลงานดี เพราะเมื่อผู้จัด CNN ถามเขาเกี่ยวกับปัญหาโอปิออยด์ (opioid) ที่กำลังทำร้ายอเมริกันชน อดีตผู้นำสหรัฐฯ โบ้ยตอบเรื่องนักข่าววอลล์สตรีทเจอร์นัลถูกรัสเซียควบคุมตัวแทน และโกหกคำโตด้วยการกล่าวอ้างบรรดาผู้สนับสนุนกบฏบุกรัฐสภา 6 ม.ค. ปี 2021 นั้นได้รับเชิญให้เดินเข้าไปภายในรัฐสภาสหรัฐฯ

โพลด่วนของ CNN จัดทำโดย SSRS ได้แสดงให้เห็นว่าผู้ชมการดีเบตส่วนใหญ่ลงความเห็นให้ทรัมป์ชนะเหนือไบเดน

โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่ลงทะเบียนและได้ชมการดีเบตรอบแรกคืนวันพฤหัสบดี (27) 67% ต่อ 33% ชี้ว่า ทรัมป์แสดงความสามารถในการดีเบตได้ดีกว่า

ซึ่งก่อนการดีเบต พบว่ากลุ่มผู้ร่วมแบบสอบถามคนเดิมกล่าวว่า 55% ต่อ 45% ที่คาดว่าทรัมป์จะแสดงความสามารถในการดีเบตได้ดีกว่าไบเดน

และโพลด่วนของ CNN พบว่าผู้ชม 8 ใน 10 หรือราว 81% ต่างชี้ว่า การดีเบตไม่มีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในครั้งนี้ ส่วนอีก 14% ชี้ว่าการดีเบตทำให้คนเหล่านี้กลับมาพิจารณาใหม่อีกครั้งแต่ไม่เปลี่ยนใจ ส่วนอีก 5% กล่าวว่าเปลี่ยนใจจากผู้สมัครที่ตั้งใจจะเลือกก่อนหน้า

เดอะการ์เดียนชี้ว่า อดีตผู้อำนวยการด้านการสื่อสารของไบเดน เคท เบดิงฟิลด์ (Kate Bedingfield) แสดงความเห็นต่อผลงานของไบเดนว่า ‘มันเป็นการแสดงความสามารถดีเบตที่น่าผิดหวังของประธานาธิบดีโจ ไบเดน’

ขณะที่อดีตนักวางแผนทางยุทธศาสตร์ของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บารัค โอบามา เดวิด แอ็กเซิลร็อด (David Axlerod) กล่าวว่า พวกเดโมแครตพากันวิตกเป็นอย่างมากและกำลังสงสัยว่าประธานาธิบดีไบเดนสมควรไปต่อในการเดินหน้าหาเสียงเลือกตั้ง

'อัครเดช-รวมไทยสร้างชาติ' แนะ!! ให้ สว. ชุดใหม่พิสูจน์ผลงานก่อน ส่วนปมร้องเรียนการทุจริต ขอให้เป็นหน้าที่ กกต. เร่งหาความชัดเจน

(28 มิ.ย.67) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงผลการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ว่า ต้องให้โอกาส สว. ที่ได้รับการคัดเลือกมาทั้งหมดได้ทำงานก่อน เพราะได้รับการคัดเลือกมาตามกระบวนการที่รัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ดังนั้นคงต้องให้โอกาส สว.ทั้ง 200 คนได้ทำงานก่อน ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่ของ สว. ชุดนี้ก็จะเป็นตัวชี้วัดว่ากระบวนการคัดเลือกด้วยวิธีนี้เหมาะสมหรือไม่ ถ้าผลงานไม่ดีก็อาจจะต้องนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญ แต่ถ้าผลงานออกมาดีก็ไม่จำเป็นต้องแก้

ส่วนกรณีที่มีบางจังหวัดไม่มี สว. นั้น นายอัครเดช กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่า สว.ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชนตั้งแต่แรกมาอยู่แล้ว เพราะเจตนารมณ์ของอดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ต้องการให้ สว. เป็นตัวแทนของกลุ่มสาขาอาชีพ เพื่อเข้ามาทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย และต้องการให้ สว. ปลอดการเมือง ดังนั้นก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมี สว. ทุกจังหวัด 

“เมื่อเจตนารมณ์ของผู้ร่างรัฐธรรมนูญต้องการให้ สว. เป็นตัวแทนของกลุ่มอาชีพทุกกลุ่ม การที่บางจังหวัดไม่มี สว. ก็ไม่แปลกอะไร เพราะในทุกจังหวัดก็มีทุกอาชีพ ดังนั้น สว. ที่เข้าไปทำงานก็เป็นตัวแทนของทุกอาชีพในทุกจังหวัดอยู่แล้ว” นายอัครเดช กล่าว 

นายอัครเดช กล่าวต่อถึงกรณีที่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตในการคัดเลือก สว. ว่า เป็นหน้าที่ของ กกต. ที่ต้องชี้แจงให้ได้ถึงการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. และทุกประเด็นที่เป็นข่าวที่สังคมมีความเคลือบแคลงใจ รวมถึงต้องเร่งสืบสวนสอบสวนให้เกิดความชัดเจน เพื่อความโปร่งใสของ กกต. และเพื่อให้ภาพลักษณ์ของ สว. ที่ผ่านการคัดเลือกมาจะได้มีความสง่างาม

'อัษฎางค์' มอง 'LISA-Rockstar' วางแผนมาดี ตี 3 ตลาดหลักของโลก 'ชาวจีนนับพันล้านคน-ตลาดเพลงญี่ปุ่น-ตลาดเพลงภาษาอังกฤษ'

(28 มิ.ย. 67) เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก วิเคราะห์การเปิดตัวเพลงล่าสุดของ 'ลิซ่า' ลลิษา มโนบาล กับ เพลง Rockstar โดยระบุว่า...

เปิดมาแค่เพลงเดียว 'กินเรียบทั่วโลก'

เริ่มจากไทย กับท่อนที่ว่า...
"My BKK so pretty!"
(กรุงเทพฯ ของหนูสวยงามบานฉ่ำ)

อย่าลืมภาพจากเยาวราช China Town 
โกยหัวใจตี๋หมวยกว่าพันล้านคน

กระโดดต่อไปที่ญี่ปุ่น กับท่อนที่ว่า 
"Lisa, can you teach me Japanese? I said,はい, はい" 
(ลิซ่าสอนพูดภาษาญี่ปุ่นให้หน่อย ลิซ่าตอบ ได้สิ ๆ เป็นภาษาญี่ปุ่น)

แต่อย่าลืมว่า เนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษ ภาษากลางที่คนทั้งโลกรู้จัก 
“Every city that I go is my city”
(ทุกที่ที่หนูไปคือบ้านของหนู) กวาดใจไปทั้งโลกเรียบร้อย

แถมยังไม่ลืมหวานใจสปอนเซอร์หัวใจ
”Tight dress, LV sent it“
(ชุดสวย ๆ ของหนู LV เขาส่งมาให้น่ะ)

“That's my life, life, baby, I'm a rockstar” 
นี่แหละคือชีวิตของหนู หนูคือร็อกสตาร์

ตลาดเพลงไทยไม่เล็กไม่ใหญ่ แต่เป็นกำลังที่ยิ่งใหญ่ให้น้องลิซ่า
ตลาดแฟนเพลงชาวจีนนับพันล้านคน
ตลาดเพลงญี่ปุ่น ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลก
ตลาดเพลงภาษาอังกฤษ ใหญ่ที่สุดในโลก
คิดดูว่า เธอวางแผนมากดีขนาดไหน กินเรียบไปทั้งโลก

เปลี่ยนความ 'เป็นรอง' ให้ 'เป็นพลัง'
เปลี่ยน 'ศัตรูที่แข็งแกร่ง' ให้ 'เป็นพลังขับเคลื่อน'
เปลี่ยน 'ใจ' ของผู้คน ด้วย 'ความดี'
เปลี่ยนชะตาชีวิตได้ ด้วย 'ความเป็นไทย'

และนี่คือ 'Lisa The Rockstar'

รู้จัก 'เจียง ผิง' สาวน้อยมหัศจรรย์แห่งเจียงซู จากเด็กสายอาชีพสู่ตัวท็อปงานแข่งคณิตศาสตร์โลก

(28 มิ.ย.67) วิชาคณิตศาสตร์ อาจเป็นยาขมของใครหลาย ๆ คน ไม่ต่างจากภาษาต่างดาว ที่คุยกันให้ตายก็ไม่เข้าใจ และมักจะคิดว่าคนที่เก่งคณิตศาสตร์ มักเป็นเรื่องของเด็กอัจฉริยะที่เรียนอยู่ในสถาบันชื่อดัง ที่อยู่คนละโลกกับเราแน่ ๆ

แต่ความเชื่อเช่นนี้อาจไม่จริงเสมอไป เพราะยังมีเด็กอัจฉริยะหลังเขาอีกมากมาย ที่สปอร์ตไลท์ส่องไม่ถึง 

แต่ล่าสุดวันนี้ แสงไฟแห่งแวดวงคณิตศาสตร์ต้องจับตามอง เจียง ผิง สาวน้อยวัยเพียง 17 ปี จากมณฑลเจียงซู ผู้สามารถทะลุเข้าสู่รอบไฟนอลการแข่งขันคณิตศาสตร์ระดับโลก The Alibaba Global Mathematics Competition 2024 

และสามารถจบที่อันดับท็อป 12 จากในบรรดาผู้เข้าแข่งขันจากทั่วโลกที่คัดมาแล้วอย่างเข้มข้นถึง 800 คน ที่ล้วนมาจากสถาบันดัง ๆ ทั้งนั้น อาทิ MIT, Cambridge, ปักกิ่ง. ชิงหวา ไม่เว้นแม้แต่ทีม AI 

ซึ่งในจำนวนผู้เข้าแข่งขันโปรไฟล์ระดับพระกาฬ มี เจียง ผิง คนเดียว ที่ไม่ได้เรียนในระดับมหาวิทยาลัยชื่อเสียงใหญ่โต และที่สำคัญคือ เธอเป็นคนเดียวที่เรียนสายอาชีพด้านการออกแบบแฟชัน ในโรงเรียนมัธยมโนเนมเล็ก ๆ แทบไม่มีใครรู้จัก ในมณฑลเจียงซูเท่านั้น 

Alibaba Global Math Competition จัดโดยบริษัท Alibaba ตั้งแต่ปี 2018 เพื่อเฟ้นหาหัวกะทิด้านคณิตศาสตร์สมัยใหม่ ซึ่งในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 6 แล้ว เป็นงานแข่งขันทางคณิตศาสตร์ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากเป็นงานแข่งขันระดับโลก ที่มีเงินรางวัลสูง และไม่ได้ให้รางวัลสูงสุดแค่ที่ 1 คนเดียว แต่แบ่งเป็นหลายระดับ ได้แก่...

- Gold Award: มีผู้ชนะ 5 คน รับรางวัลเงินสดคนละ $30,000 

- Silver Award: ผู้ชนะ 10 คน รับรางวัลเงินสดคนละ $15,000

- Bronze Award: ผู้ชนะ 20 คน รับรางวัลเงินสดคนละ $8,000

- Honorable Mention: ผู้ชนะ 50 คน รับรางวัลเงินสดคนละ $2,000 

และยังเปิดโอกาสให้ทีม AI ลงแข่งขันได้ด้วย โดยจะแบ่งการแข่งขันเป็นรอบคัดเลือก ที่จะคัดผู้เข้าแข่งขันเพียง 800 คน เข้าสู่รอบไฟนอล โดยในปีนี้รองไฟนอลแข่งกันเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา

หลังจบการแข่งขัน ทางผู้จัดได้ประกาศผลผู้ชนะอย่างเป็นทางการ ก็ปรากฏชื่อ เจียง ผิง เด็กสาววัย 17 ปี จากโรงเรียนอาชีวะ เหลียนชุย เมืองเล็ก ๆ ในมณฑลเจียงซู ทางภาคตะวันออกของจีน เข้ามาติดในอันดับ Top 12 ของกลุ่มผู้ชนะในรายการปีนี้ 

โดย เจียง ผิง เป็นผู้เข้าแข่งขันคนเดียวในรายการปีนี้ ที่ไม่ได้เรียนสายสามัญ ไม่เคยไปเรียนเมืองนอก ไม่เคยเข้าเรียนในสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงที่ไหนมาก่อน เธอเป็นเด็กสาวจากโรงเรียนอาชีวะธรรมดา ๆ ที่รักในวิชาคณิตศาสตร์ และศึกษามันเป็นงานอดิเรกเท่านั้น แต่สามารถเอาชนะผู้เข้าแข่งขันที่มาจากสถาบันระดับโลกเป็นร้อย เป็นพัน จนติดอันดับ 12 เป็นหนึ่งในผู้ชนะของรายการปีนี้ได้สำเร็จ 

จากความสำเร็จของเจียง ผิง ในรายการนี้ นอกจากที่เธอจะได้รับเงินรางวัล อย่างน้อย 15,000 ดอลลาร์ (มากกว่า 5.4 แสนบาท) แล้ว ยังส่งให้เธอกลายเป็นคนดังในแวดวงวิชาการจีนในทันที และยังได้รับเสียงชื่นชมจากชาวจีนเป็นจำนวนมาก

เนื่องจากในสังคมจีนมักมีค่านิยมว่าเด็กเก่ง ต้องเรียนสายสามัญ ต้องได้เรียนในสถาบันที่มีชื่อเสียง ส่วนเด็กที่เรียนไม่เก่ง หรือสอบเข้าที่ไหนไม่ได้ มักต้องไปเรียนในโรงเรียนอาชีวะ ดังนั้นเรื่องการแข่งขันด้านคณิตศาสตร์รายการใหญ่ระดับนี้ กับเด็กสายอาชีวะ อาจเป็นแค่เรื่องเหมือนฝัน ตัวอยู่ประจวบคีรีขันธ์ แต่ฝันไกลถึงแม่สาย 

แต่กับเจียง ผิง เธอเลือกเรียนสายอาชีวะ ด้านการออกแบบแฟชั่นในโรงเรียนแถวบ้าน เพราะพี่สาว และเพื่อน ๆ ที่สนิทเรียนอยู่ที่นั่น และไม่คิดว่าเป็นเรื่องผิดอะไร จนกระทั่ง หวาง หลันฉิว อาจารย์สอนคณิตศาสตร์ประจำโรงเรียนค้นพบพรสวรรค์ของเธอ เมื่อเขาให้นักเรียนในชั้นทำข้อสอบเลข จำนวน 150 ข้อ ซึ่งนักเรียนในชั้นทำคะแนนได้แค่ค่าเฉลี่ย 50-60 คะแนนเท่านั้น มีเพียง เจียง ผิง คนเดียว ที่สามารถทำได้เกิน 140 คะแนน 

ความสามารถของเจียง ผิง จุดประกายครูผู้สอนให้เขาฝึกฝน เจียง ผิง ด้วยโจทย์คณิตศาสตร์ขั้นสูงที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ นานถึง 2 ปี และยอมรับว่าเธอเป็นคนมีวินัยสูงมาก ในขณะที่เพื่อน ๆ ของเธอได้พัก ได้เล่นเมื่อเรียนจบคาบ แต่เจียง ผิง ต้องมาเรียนเสริมคณิตศาสตร์ ต้องมานั่งแก้โจทย์ยาก ๆ อย่างไม่ย่อท้อ และไม่เคยบ่นสักคำ

เจียง ผิง บอกว่า เธอชอบคณิตศาสตร์ ถึงบางครั้งมันจะยาก แต่ยิ่งยาก ก็ยิ่งมันส์ และอยากเรียนวิชานี้เรื่อย ๆ ไม่เลิกล้มความตั้งใจแน่นอน ส่วนอนาคตเธอจะไปทำงานอะไรหลังเรียนจบนั้นเธอยังไม่ได้คิด แค่ตั้งใจทำเรื่องนี้ให้เต็มที่

แต่ก็ไม่วาย มีหลายคนกังขาถึงความสามารถที่แท้จริงของเจียง ผิง และจับผิดว่า เธอยังใช้สัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ไม่ถูกต้อง คลิปการแก้โจทย์คณิตศาสตร์บนกระดานของเธอไม่น่าเชื่อถือ และคนที่อยู่เบื้องหลังอาจเป็น หวัง หลันฉิว อาจารย์เลขของเธอต่างหาก พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบความสามารถที่แท้จริงของเจียง ผิง ให้เป็นที่กระจ่าง 

แต่ก็มีชาวเน็ตจีนจำนวนไม่น้อยออกมาแสดงความคิดเห็นว่า เป็นเพราะคนจีนมีอคติว่าเด็กอาชีวะ ไม่เก่งเลข และในบางครั้งการตีโจทย์คณิตศาสตร์การใช้ สัญชาตญาณ อาจสำคัญกว่าทฤษฎี ซึ่งเจียง ผิง ก็เพิ่งมาฝึกแก้โจทย์คณิตศาสตร์ขั้นสูงกับครูเลขแค่ 2 ปี ดังนั้นก็ไม่ควรคาดหวังว่าเธอจะต้องเขียนสมการตามกฎ ทฤษฎี ออกมาได้อย่างเป๊ะปัง สมบูรณ์ เหมือนคนที่เรียนตรงด้านคณิตศาสตร์ชั้นสูงในสถาบันอุดมศึกษา

ที่สำคัญ ไม่อยากให้เจียง ผิง รู้สึกท้อจากคำวิจารณ์ในโลกออนไลน์ แต่อยากให้ส่งเสริมพรสวรรค์ของเธอให้เติบโต ประดับแวดวงคณิตศาสตร์ในอนาคต 

และยังเชื่อด้วยว่า น่าจะมีอัจฉริยะหลังเขาอย่างเจียง ผิง ตกหล่นอยู่ในเมืองชนบทจีนอีกมากมาย หากรัฐบาลแก้ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ เราจะพบเจอ 'เจียง ผิง' คนต่อ ๆ ไป มากมายขนาดไหน

เช่นเดียวกับ รามานุจัน เด็กทมิฬในครอบครัวยากจนของอินเดีย ที่เริ่มเรียนวิชาเลขในโรงเรียนประถมเล็ก ๆ ห่างไกลความเจริญเมื่อตอน 10 ขวบ จากหนังสือตรีโกณมิติพื้นฐาน ที่จุดประกายความอัจฉริยะจนกลายเป็นนักคณิตศาสตร์ระดับโลกในเวลาต่อมานั่นเอง

ผู้กำกับ 2475 Dawn of Revolution แจงรอบที่ร้อยแปด แอนิเมชันนี้ไร้ทุนหนุน-ตั้งใจทำก่อนเกิดม็อบสามนิ้วเสียอีก

สื่อต่างประเทศรายหนึ่ง (ขอสงวนชื่อ) ได้มาสัมภาษณ์ คุณวิวัธน์ จิโรจน์กุล ผู้กำกับ 2475 รุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติ โดยถามคำถามทั่วไปเกี่ยวกับ แอนิเมชัน และ ยังมีคำถามเกี่ยวกับการเมืองปัจจุบันเข้ามาด้วย

แต่เนื่องจากเวลาผ่านมากกว่า 50 วันแล้ว แต่บทสัมภาษณ์นั้นยังไม่ได้รับการเผยแพร่ ทางทีมงาน 2475 Dawn of Revolution จึงขอเรียบเรียงเนื้อหาการสัมภาษณ์ในวันนั้น มาเผยแพร่ในเพจ เพราะเป็นประเด็นที่น่าสนใจและคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ต่อสังคมครับ

>> โดยคำถามที่เกี่ยวข้องกับแอนิเมชัน มีดังนี้

สื่อตปท. : งบประมาณที่ใช้ทำแอนิเมชันมาจากกองทัพใช่หรือไม่

ผกก.2475 ตอบ : แอนิเมชันนี้ไม่ได้งบประมาณจากกองทัพ ไม่ได้รับเงินสนับสนุนใด ๆ จากรัฐบาล แต่ไม่ปฏิเสธว่า บริษัทเรารับทำงานสารคดีให้ความรู้ และ งานสื่อการสอนให้กับกองทัพ ซึ่งเป็นงานคนละส่วนกับแอนิเมชัน ซึ่งตามที่สื่อฯบางรายได้นำมาเผยแพร่ ก็พบว่าตกปีละไม่ถึง 1 ล้านบาท และเป็นงานเล็ก ๆ TOR ละ 1 แสน - 4 แสน ไม่สามารถนำงบฯมาทำผลิตแอนิเมชันขนาดนี้ได้อยู่แล้ว และนอกจากนี้ บริษัทของเรายังรับทำเพลงโฆษณา ทำการตลาด ทำแบรนด์ดิ้ง ซึ่งเราก็เอาเงินส่วนตัว เงินระดมทุน และรายได้จากงานต่าง ๆ มาใช้ในการทำงาน แอนิเมชันเรื่องนี้ จึงมาจากเงินเอกชนคนไทยล้วน ๆ ไม่เกี่ยวกับหน่วยงานรัฐบาลใด ๆ ถ้ารัฐสนับสนุนจริง พวกผมคงไม่ต้องมาขายเสื้อ ขายหนังสือกันหรอกครับ

สื่อตปท. : การที่ม็อบเยาวชนออกมาเคลื่อนไหวเรื่องภารกิจคณะราษฎร ทำให้คุณตัดสินใจทำแอนิเมชันเรื่องนี้ใช่หรือไม่

ผกก.2475 ตอบ : เราคิดเรื่องนี้มาเป็นสิบปีแล้วครับ ตั้งแต่ผมยังไม่ได้มาทำบริษัทด้านโปรดักชันเลยด้วยซ้ำ แอนิเมชันเรื่องนี้เราเก็บข้อมูลมา 5 ปี แล้วใช้เวลาทำอีก 3 ปี มันต้องใช้เวลาไม่ใช่ว่าจู่ ๆ จะทำออกมาได้ ตอนทำเราก็ไม่รู้ด้วยว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ เราคิดว่าทำไปเรื่อย ๆ เท่าที่ไหว ทำจนเงินหมดก็ต้องทำต่อ เพราะงานมันต้องทำให้เสร็จ จะล้มกลางทางไม่ได้

นั่นคือเราคิดมาก่อนที่จะเกิดม็อบพวกนี้เสียอีก แต่สิ่งที่ม็อบเขาขับเคลื่อน เช่น คุณไปจัดงานวันเกิดให้จอมพล ป. หน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เชิดชูเป็นวีรบุรุษประชาธิปไตย แต่อีกสักพัก คุณเพนกวินเอารูปจอมพล ป.มาเผา บอกว่าเชิญวิญญาณเผด็จการมาไล่เผด็จการ ผมก็ดูขำ ๆ นะ เด็กพวกนี้มันครีเอตดี แต่นี่แหละครับ มันยืนยันว่าการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนไทย

>> ต่อมาสื่อตปท.ได้ถามคำถามที่เกี่ยวกับการเมืองไทย

สื่อตปท. : ถามเรื่องกระแสความสนใจพรรคก้าวไกลของวัยรุ่น ที่ทำให้การเมืองไทยเปลี่ยนแปลงไปแล้ว

ผกก.2475 ตอบ : เปลี่ยนแปลงเหรอ ผมยังไม่เห็นว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงเลย พรรคก้าวไกลเองก็ไม่ได้ทำการเมืองใหม่ ถ้าพรรคก้าวไกลบอกว่าเป็นความหวังใหม่ กล้าชนทุกอย่าง แต่ทำไมจึงไม่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างที่ควรจะเป็น แม้กระทั่งธนาธรเองก็บอกว่า ‘เพื่อไทยเป็นมิตร’ และบอกออกสื่อฯว่า จำเป็นต้องจับมือเพื่อไทยในครั้งหน้า เพราะเหตุนี้หรือเปล่า พรรคก้าวไกลจึงไม่คัดค้านเรื่องข้าว 10 ปี ยอมปล่อยผ่าน มองข้ามความเสียหายของประเทศ และผลกระทบต่อประชาชน เพื่อหวังผลประโยชน์ของในการร่วมรัฐบาลครั้งต่อไปใช่หรือไม่ ถ้าเป็นแบบนี้ คุณจะเรียกการเมืองใหม่ได้เหรอ ผมว่าไม่นะ

สื่อตปท. : คุณไม่อยากให้ก้าวไกลเป็นรัฐบาลใช่หรือไม่

ผกก.2475 ตอบ : ส่วนตัวผมอยากให้ก้าวไกลกับเพื่อไทยรวมรัฐบาลกันได้ด้วยซ้ำ ผมไม่มีปัญหาอะไร ถ้าพรรคก้าวไกลรวมเสียงข้างมากในสภาได้ ก็ต้องได้เป็นรัฐบาล เพราะ เสียงประชาชนส่วนใหญ่เลือกมาแบบนั้น แต่ผมก็รู้ว่า ‘พรรคเพื่อไทย’ เขามีทางเลือก ถ้าเขารวมกับก้าวไกล เขาก็เป็นผู้ตาม ได้แค่กระทรวงรอง ๆ แต่ถ้าเขาตั้งรัฐบาลเอง เขาก็จะเป็นผู้นำ และได้กระทรวงหลัก ๆ จริงไหมครับ และที่สำคัญ พรรคก้าวไกลเกือบได้เป็นรัฐบาลแล้วนะ เพราะพรรคภูมิใจไทยพร้อมจะยกมือให้ ขอแค่ถอยเรื่อง แก้ไข ม.112 นั่นคือ เงื่อนไข สว.จะไม่มีผลเลย เพราะเสียงคุณมากพอที่จะชนะในสภา

แต่ พรรคก้าวไกลกลับดึงดันที่จะแก้ไข ม.112 ทั้ง ๆ ที่คนที่เลือกก้าวไกล ไม่ได้มีคนเลือกเพราะนโยบาย ม.112 เท่านั้น แต่ยังมีนโยบายเงินเดือนผู้สูงอายุ นโยบายแรงงานอื่น ๆ เมื่อพรรคก้าวไกลบอกว่าจะไม่ทรยศอุดมการณ์ ไม่ล้มเลิกแก้ ม.112 ผมว่าไม่เมกเซนส์เท่าไหร่ เพราะการแก้ ม.112 เนี่ย ได้ประโยชน์กันไม่กี่คนเองนะครับ คือถ้าผมเป็นพิธา ผมจะบอกฐานเสียงว่า ‘การแก้ ม.112 เป็นอุปสรรคในการนำพานโยบายเพื่อประชาชนอื่น ๆ ไปทำให้เกิดผล ดังนั้น ผมจะขอถอยเรื่องแก้ ม.112 ไปก่อน เพื่อให้เราได้มีโอกาสในการบริหารบ้านเมือง เพราะยังมีปัญหาอีกหลายอย่างที่ประชาชนรอไม่ได้ ส่วนเรื่องความขัดแย้ง และนักโทษคดีการเมือง ผมขอให้คำมั่นว่า ผมจะหาทางใช้กลไกสภาในการเยียวยาแก้ไข’ เท่านี้คุณก็หล่อ ฐานเสียงเข้าใจได้ เพราะเขาต้องมองว่า อย่างน้อยได้อำนาจมาก่อน อย่างอื่นไว้ขับเคลื่อนทีหลังได้ แต่คุณเลือกที่จะไม่ยอมไง พอคุณไม่ยอม เพื่อไทยเขาก็อ้างความชอบธรรมที่จะตั้งรัฐบาลแข่งได้เลย

ทำให้ผมมองว่า จริง ๆ แล้วก้าวไกลไม่อยากเป็นรัฐบาลในตอนนี้รึเปล่า เลยออกมามุมนี้

สื่อตปท. : คุณคิดเห็นอย่างไรกับการยุบพรรคก้าวไกล

ผกก.2475 ตอบ : กฎหมายยุบพรรคมันมีอยู่มาก่อน ถ้าพรรคก้าวไกลคิดว่าไม่ผิดก็สู้คดีกันไป แต่พรรคก้าวไกลเขาบอกตลอดเวลาว่า เขาไม่กลัวโดนยุบ เพราะยิ่งยุบก็ยิ่งโต ฝ่ายพรรคเพื่อไทยเองก็เคยผ่านการโดนยุบมา 3 ครั้ง (ไทยรักไทย / พลังประชาชน / ไทยรักษาชาติ) ทุกวันนี้พรรคเพื่อไทยก็ยังอยู่ ตอนอนาคตใหม่โดนยุบ เขาก็ย้ายมาพรรคก้าวไกล ถ้าโดนยุบอีก ก็แค่ตั้งพรรคใหม่แล้วสู้กันต่อ ดังนั้นต่อให้ยุบไป ก็ทำลายอุดมการณ์ก้าวไกลไม่ได้

แต่สิ่งเดียวที่จะทำลายพรรคก้าวไกล ก็คือ การไม่รับฟังความเห็นต่าง ไม่เอาคนเห็นต่าง เพราะ ประชาธิปไตย คือพื้นที่ให้คนเห็นต่างมาหาทางออกร่วมกัน การดื้อรั้นเอาแต่ความคิดตัวเองไม่สนไม่ฟังคนอื่น แบบนั้นเป็นเผด็จการ ไม่ใช่ประชาธิปไตย

สื่อตปท. : คุณเห็นว่า มาตรา 112 มีปัญหาหรือไม่

ผกก.2475 ตอบ : คุณทราบไหมว่า เพราะเหตุการณ์ 6 ตุลา จึงจำเป็นต้องทำให้ มาตรา 112 แรงขึ้น ถ้าไม่มีกฎหมายนี้คุ้มครองไว้ ก็อาจจะทำให้คนไทยโกรธแค้นออกมาทำร้ายทำลายกันอีก และจริงๆ แล้ว มาตรา 112 ไม่ได้มีผลกระทบต่อประชาชนทั่วไปเลย ไม่ได้เกี่ยวกับชีวิตประจำวันใดๆ เพราะมันคือกฎหมายที่คุ้มครองบุคคล ที่มีส่วนเชื่อมโยงกับความเป็นสถาบันหลักของชาติ ถ้าคุณวิจารณ์โดยสุจริต ไม่ได้ไปหมิ่นประมาทใส่ร้าย คุณก็ไม่มีความผิด อาจารย์มหาลัย วิจารณ์สถาบันฯ ตั้งเยอะแยะ ไม่เห็นจะโดนอะไร แต่ชอบชี้นำให้เด็ก ๆ ไปหมิ่นแทน ด้วยการให้ข้อมูลบิดเบือน ข้อมูลที่บอกไม่ครบ เพื่อให้เด็กหลงเชื่อไปในทิศทางที่ต้องการ ยืมปากเด็กให้ออกมาพูดในสาธารณะจนโดนคดี 112

คุณคิดว่าปัญหาของ ม.112 แท้จริงคืออะไรล่ะ คุณชอบบอกว่า กฎหมายมันมีปัญหา แต่ผมมองว่า ตัวปัญหาจริง ๆ คือคนที่สุมหัวกันหลอกเด็กเหล่านี้ รวมทั้งพวกที่หนีคดีอยู่เมืองนอก ที่ตั้งกลุ่มเฟซบุ๊ก กลุ่มแชท ปล่อยเฟกนิวส์สถาบันฯ พวกลี้ภัยอยู่เมืองนอกปั่นข่าวกันโดยไม่รับผิดชอบเพราะกฎหมายไทยไปไม่ถึง ส่วนเด็กที่หลงเชื่อก็นำเฟกนิวส์เหล่านี้ออกไปโพสต์ เอาไปพูดบนเวทีเพื่อโจมตีสถาบันฯ จนโดนคดีตาม ๆ กันไป ผมจึงขอถามกลับว่า คุณคิดว่าปัญหาคือ ตัวกฎหมาย หรือ คนที่เอาข้อมูลมาหลอกเด็กไปทำผิด 112 ที่ต้องรับผิดชอบ

สื่อตปท. : คุณคิดว่าบทลงโทษ 3-15 ปี ไม่รุนแรงไปหรือ?

ผกก.2475 ตอบ : ผมคิดว่ากำลังพอดี เพราะตามกฎหมายไทย ถ้าคุณผิดกระทงเดียว คุณรับสารภาพ สำนึกผิด ศาลจะลดโทษให้กึ่งหนึ่งคือ 1.5 ปี ซึ่งเมื่อโทษไม่ถึง 2 ปี ไม่เคยทำผิดมาก่อน คุณก็แค่รอลงอาญา ไม่ต้องติดคุก แต่ถ้าคุณทำผิดซ้ำ ๆ คุณก็รับโทษมากขึ้น

ตัวผมเองเห็นใจเด็ก ๆ ที่โดนคดี 112 ก็อยากจะหาหนทางเยียวยานะ แต่ กฎหมายมันมีอยู่ก่อน ถ้าคุณไม่ไปทำผิดซะเอง ม.112 ก็ทำอะไรคุณไม่ได้ แต่ผมเชื่อว่าเมืองไทยมีความประนีประนอมอยู่ ถ้าคุณยอมรับผิด สำนึกผิดจริง ๆ ประพฤติดี กลับตัวกลับใจ คุณก็มีโอกาสขออภัยโทษ คุณก็จะได้ออกมาเร็วขึ้น แต่ถ้าคุณไปทำผิดกฎหมายแต่บอกกฎหมายผิด ต้องยกเลิกกฎหมาย แบบนี้ผมไม่เห็นด้วย

สื่อตปท. : แล้วการที่แค่วิจารณ์แล้วต้องติดคุก มันเหมาะสมหรือไม่?

ผกก.2475 ตอบ : คุณเคยเห็นป้ายที่ใช้ถ้อยคำรุนแรง และปลุกระดมให้ล้มล้างสถาบันฯในม็อบหรือไม่ (สื่อตปท.ยอมรับว่ามี) นั่นคือผลของการหมิ่นประมาทใส่ร้ายสถาบันฯ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่พวกคุณเรียกว่า “แค่วิจารณ์” มีนักวิชาการมากมายที่วิจารณ์สถาบันตรงไปตรงมา แต่ก็ไม่โดน 112 แต่การที่เอาเรื่องเท็จไปปลุกปั่นให้เกลียดชังสถาบันฯ จนออกมาก่อม็อบชูป้ายล้มล้างสถาบันฯ คุณก็ต้องได้รับโทษ สมเหตุสมผลอยู่แล้ว

ดังนั้น เรื่องอะไรที่คุณฟังคนนั้นคนนี้มา คุณไม่มีหลักฐาน พิสูจน์ไม่ได้ ถ้าคุณไม่มั่นใจว่าจริงหรือเท็จ คุณก็แค่อย่าเอาไปพูด ไปโพสต์ แต่ถ้าคุณเอาไปเผยแพร่ต่อ จนเกิดความเสียหายต่อผู้อื่น คุณก็ต้องรับผลของการกระทำนั้น จะมาบอกว่าไม่ผิดไม่ได้

สื่อตปท. : แล้วคุณคิดเห็นอย่างไร? ที่หลายฝ่ายมองว่า ม.112 ละเมิดสิทธิมนุษยชน

ผกก.2475 ตอบ : สิทธิมนุษยชน ควรปกป้องผู้ถูกกระทำ ไม่ใช่ปกป้องผู้กระทำผิด พวกคุณมองสถาบันกษัตริย์ ก็เป็นปุถุชนใช่หรือไม่ ถ้าคุณมองว่า ‘ทุกคนเป็นคนเหมือนกัน’ กษัตริย์ก็ต้องมีสิทธิมนุษยชนเช่นกัน ต้องได้รับการคุ้มครองจากการหมิ่นประมาทใส่ร้าย ไม่จริงหรือ แม้แต่คนธรรมดายังมีกฎหมายหมิ่นประมาทคุ้มครอง กษัตริย์ที่เป็นสถาบันความมั่นคงของประเทศ ก็จำเป็นต้องมี ยิ่งในตอนนี้ มีผู้ไม่หวังดีจากต่างประเทศคอยเผยแพร่ข่าวปลอมให้เด็ก ๆ หลงเชื่อ เพื่อให้ออกมาก่อม็อบต่อต้านสถาบันฯ จนเกิดความวุ่นวาย ทำให้ ม.112 เป็นสิ่งจำเป็นด้วยซ้ำ
สื่อตปท. : แล้ว มุมมองประชาธิปไตยของคุณเป็นอย่างไร?

ผกก.2475 ตอบ : ประชาธิปไตยคือพื้นที่ที่คนหลากหลายความคิด เข้ามาหาทางออกด้วยกัน จะเอาแต่ใจกันอย่างเดียวไม่ได้ เหมือนบทสรุปช่วงท้ายของแอนิเมชันที่เรายกพระราชดำรัสของ ร.๗ มา ว่าทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน อย่าเอาตัวเองเป็นใหญ่ ต้องลืมความขัดแย้งเพื่อชาติ

และผมอยากให้ประชาชนทำตัวให้สมกับเป็นเจ้านายนักการเมือง เป็นเจ้าของอำนาจที่แท้จริง ต้องคอยจับตาดูนักการเมือง ไม่ว่าจะฝั่งไหน เพราะนักการเมืองคือคนที่ต้องทำงานรับใช้ประชาชน ถ้านักการเมืองที่เราเลือกมาทำไม่ดี เราก็ต้องคัดค้าน ไม่ใช่ว่าเห็นด้วยไปเสียทุกเรื่อง ทุกวันนี้ นักการเมืองที่ชอบ ทำอะไรผิด คนก็พร้อมจะแบก พร้อมจะแก้ตัวให้ แบบนี้ นักการเมืองเลยได้ใจ ไม่ต้องเกรงใจประชาชน เพราะประชาชนคอยแบกตลอดเวลา

***** หมายเหตุ *****
ขอสงวนชื่อสื่อฯ เพราะเราต้องการนำเสนอแค่ประเด็นคำถาม
ไม่ต้องการให้วิจารณ์ไปถึงสำนักข่าวนั้น

>> พื้นที่ขายของ
 เปิดพรีออเดอร์ 
หนังสือการ์ตูน ๒๔๗๕ รุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติ

โอนเงินสั่งจองได้ที่
ธนาคารกสิกรไทย
ชื่อบัญชี บจก.นาคราพิวัฒน์
เลขที่บัญชี 1518061840

>> สั่งจองหนังสือ โดยส่งข้อมูลตามแบบฟอร์มได้ที่
https://forms.gle/Ls647MmQh39qmXYD8

** หากจองผ่าน Form ไม่ได้ ให้ติดต่อทาง inbox เพจนะครับ **

 การระดมทุนเพื่อการบริจาค 
*** บริจาคเป็นยอดเงิน ไม่มีขั้นต่ำ ***
เพื่อสมทบทุนในการผลิตหนังสือส่งมอบให้สถานศึกษา

โดยท่านสามารถร่วม ‘บริจาคเงิน’ ได้ที่
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
ชื่อบัญชี บจก.นาคราพิวัฒน์
เลขที่บัญชี 2651412698

โดยแจ้งยอดเงิน และหลักฐานการโอนได้ที่
https://forms.gle/CHNEPq6TpJ9aLnnBA

ทีมงานจะนำยอดเงินบริจาคไปสมทบทุนในการผลิตหนังสือ เพื่อนำไปบริจาคให้สถานศึกษา และ ห้องสมุดต่าง ๆ ต่อไป

รายละเอียดเพิ่มเติม
http://2475animation.com/?p=23

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่
Facebook : 2475 Dawn of Revolution
Email : [email protected]

'เยาวราช' ร้อนแรง!! หลัง 'ลิซ่า' ปล่อย 'ROCKSTAR' สู่สายตาชาวโลก ด้านรัฐบาลช่วยเสริมแรง ปักหมุดร้าน STAR ชวนคนต้องมาลอง

(28 มิ.ย.67) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศถนนเยาวราช หลัง 'ลิซ่า' ลลิษา มโนบาล ศิลปินระดับโลก ปล่อยคลิปทีเซอร์มิวสิกวิดีโอเพลง 'Rockstar' โดยมีฉากหลังเป็นถนนเยาวราช และมีภาพของลิซ่ายืนโดดเด่นอยู่กลางถนนเยาวราชยามค่ำคืนนั้น ทำให้มีการพูดถึงกันอย่างมากบนสังคมออนไลน์ 

และจะเรียกว่าเป็นซอฟต์พาวเวอร์ก็ไม่ผิด เพราะได้ทำให้ถนนเยาวราชคึกคักยิ่งกว่าเดิมอีกครั้ง โดยบรรยากาศถนนเยาวราชในวันธรรมดา มีคนไทยและชาวต่างชาติแห่มาถ่ายภาพตามรอยลิซ่าจำนวนมาก

สำหรับโลเคชันใน MV ที่มีการถ่ายทำที่ประเทศไทยถึง 90% อาทิ ถนนเยาวราช, โรงหนังออสก้าเก่า เพชรบุรี 39, ห้างนิวเวิลด์ บางลำพู ที่ถูกทิ้งร้างมานานกว่าสิบปี โดยล่าสุดทางสำนักงานเขตพระนคร ได้เข้าปรับปรุงพื้นที่เพื่อพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และแลนด์มาร์กแห่งใหม่ในบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์

และหลังจาก MV 'Rockstar' ฉบับเต็ม ได้ถูกปล่อยออกมาแล้วเมื่อเช้านี้ (ตามเวลาประเทศไทย) ณ ปัจจุบัน ก็มียอดวิวพุ่งทะยานเข้าสู่หลักสิบล้านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ขณะที่ฟากรัฐบาลก็ได้เสริมแรง Ignite Tourism Thailand ด้วยการปักหมุดร้านดัง โดยนายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หลัง 'ลิซ่า' ปล่อย MV TEASER เพลงใหม่ ‘ROCKSTAR’ ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @lalalalisa_m และทุกช่องทางของค่ายเพลงของตัวเอง ‘LLOUD’ ว่า... “เสริมแรง ignite Tourism Thailand อีกแล้วครับท่าน ททท.เดินหน้าไม่หยุดยั้ง….ท่านนายกฯ คอยตรวจการบ้านอยู่…..”

ทำถึง ทำเกิน! ลิซ่า - ลลิษา มโนบาล ปล่อย MV เพลงใหม่ ROCKSTAR โดยใน MV ได้ปรากฏภาพ “เยาวราช” เป็นหนึ่งในโลเคชันในการถ่ายทำ จนกลายเป็นกระแสให้แฟน ๆ อยากไปตามรอย

งานนี้ขอแนะนำเหล่า ROCKSTAR ถ้าไปเยาวราช ต้องห้ามพลาดกิน ร้าน STAR ร้านอาหารสุดอร่อยการันตีด้วยมิชลินสตาร์ ทั้งร้านอาหารหนึ่งดาวมิชลิน ร้านบิบ กูร์มองด์ ร้านมิชลิน เพลท และร้านที่อยู่ในมิชลินไกด์ จะมีที่ไหนบ้าง ปักหมุดเลย!

✯ โพทง - หนึ่งดาวมิชลิน 📍 maps.app.goo.gl/M8s2JKMmApm5fX

✯ ข้าวผัดปูช้างเผือก (สาขาเวิ้งนครเกษม) หรือ เวิ้งข้าวผัดปู - บิบ กูร์มองด์ 📍maps.app.goo.gl/gMYcQazjdw9PG2

✯ ลิ้มเหล่าโหงว (สาขาเยาวราช) - บิบ กูร์มองด์ 📍maps.app.goo.gl/rj3FHJ5w9wGMov

✯ ก๋วยจั๊บนายเอ็ก - มิชลิน เพลท📍maps.app.goo.gl/unbAmvbAkzBAF3

✯ ปาท่องโก๋เสวย - มิชลิน เพลท📍maps.app.goo.gl/g76987qLzBHomt

✯ ก๋วยจั๊บอ้วนโภชนา - มิชลิน เพลท📍maps.app.goo.gl/7gv1EAqrqDVDSP

✯ นายหมงหอยทอด - ร้านอาหารในมิชลินไกด์📍maps.app.goo.gl/H6ZPDLJvthxEuE

✯ จกโต๊ะเดียว - ร้านอาหารในมิชลินไกด์📍 maps.app.goo.gl/bYmzk3JgGf9o9u

'ลูกยางโลก' ชม 'ไทย' จัดศึก VNL รอบชิงดีเยี่ยม มอบไทยเจ้าภาพจัดแข่งขันชิงแชมป์โลกในปีหน้า

(28 มิ.ย. 67) ‘บิ๊กสมพร’ หรือ ‘นายสมพร ใช้บางยาง’ นายกสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ประธานสหพันธ์วอลเลย์บอลโลก ชื่นชมการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง เนชั่นส์ลีก 2024 (VNL2024) รอบชิงชนะเลิศ (ไฟนัลส์) เป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมไปถึงแฟนวอลเลย์บอลชาวไทยที่เข้าชม และให้กำลังใจทีมที่เข้าแข่งขันทุกทีม ทุกวัน แม้ว่าทีมไทยจะไม่ได้แข่งขันด้วย แต่ก็ยังมาเชียร์ทีมอื่น ๆ

นายสมพร กล่าวอีกว่า สำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลชิงแชมป์โลกนั้น ประธานสหพันธ์วอลเลย์บอลโลก จะให้ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันชิงแชมป์โลกในปีหน้า เพราะเห็นศักยภาพความพร้อม รวมทั้งความสนใจของแฟนวอลเลย์บอลชาวไทยที่มีเป็นจำนวนมาก จากการแข่งขันวอลเลย์บอลเนชั่นส์ลีก ครั้งนี้ ซึ่งสมาคมจะได้หารือกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เพื่อเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อเสนอรัฐบาลพิจารณาต่อไป

“สรุปการแข่งขันวอลเลย์บอลเนชั่นส์ ลีก จากผู้คุมการแข่งขัน และ ดร.อารี การ์ซา ประธานสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) ที่มาชมการแข่งขันในครั้งนี้ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ชื่นชมประเทศไทย 2 เรื่อง อย่างแรกคือ การจัดการแข่งขันเป็นไปตามมาตรฐานสากล และเป็นไปอย่างเรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นสนามแข่งขัน บุคลากรด้านต่าง ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปด้วยดี”

“อีกส่วนคือผู้ชมการแข่งขัน ไม่คิดว่าหลังจากที่ไทยตกรอบแล้ว วันอื่น ๆ จะมีคนมาเข้าชมเต็มสนามเหมือนทีมไทยแข่งขัน รวมไปถึงวัฒนธรรมการเชียร์ของไทย ที่ให้กำลังใจนักกีฬาทุกทีม ไม่มีการโห่ หรือรบกวนนักกีฬา เวลาเสิร์ฟก็เงียบ เวลาสนุกก็สนุกกันเต็มที่ หาไม่ได้ในโลก นี่เป็นสิ่งที่ไทยได้รับคำชม ทั้งนี้ก็อยากจะจัดวอลเลย์บอลระดับโลก โดยในครั้งนี้เราก็พยายามจะสอดแทรก ซอฟต์พาวเวอร์ เช่นมอบของที่ระลึกให้กับนักกีฬาเป็นตุ๊กตาช้างทำจากผ้าขาวม้า เป็นที่ชื่นชอบของนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทีมทุกทีม หลายทีมมาขอเพิ่ม”

นายกลูกยางไทยกล่าวอีกว่า ส่วนนักกีฬา เราก็อยากจะให้ผ้าไทยได้รับการเผยแพร่ จึงใช้มาทำชุดเชิญเหรียญให้นักกีฬาของไทยจำนวน 8 คน ซึ่งผ้าที่ใช้ก็เป็นผ้าจาก 4 ภาค ออกแบบตามสไตล์ของแต่ละภาค สิ่งเหล่านี้สมาคมได้หารือกับสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ ขอโอกาสตรงนี้ได้วัฒนธรรมของไทย การแสดงในสนาม การแสดงชื่นชม ยินดีด้วยกลองยาว เราได้ขอให้เราได้แสดงสิ่งเหล่านี้ เราได้รับความร่วมมือด้วยดีในระดับหนึ่ง ต้องขอบคุณแฟนวอลเลย์บอลชาวไทย ที่ได้ให้กำลังใจนักกีฬาที่มาร่วมการแข่งขัน ทุกทีมชื่นชมตั้งวันแรกที่ถึงไทย มีแฟนวอลเลย์บอลไปต้อนรับที่สนามบิน รวมไปถึงที่ต่าง ๆ ซึ่งเป็นภาพที่ประทับใจ ต้องขอบคุณแฟนวอลเลย์บอลที่มาชมที่สนาม หรือชมการถ่ายทอดสด ความสำเร็จครั้งนี้ก็เป็นของคนไทยที่เป็นเจ้าภาพ”

“ต้องขอบคุณนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ รวมไปถึงผู้สนับสนุนทั้งทางภาครัฐ และเอกชน ที่มีส่วนร่วมในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ จากการที่เราให้บริษัทประเมินมูลค่าในการลงทุน ซึ่งผลออกมาก็คุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ด้านการจ้างงาน ด้านการท่องเที่ยว เป็นตัวเงินกว่า 1200 ล้านบาท จากการลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท เป็นตัวเงินที่หน่วยงานต่าง ๆ ได้สนับสนุนให้กับสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลในการจัดการแข่งขัน นอกจากนี้ เรายังได้ภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในสายตาชาวโลก ซึ่งได้รับคำชื่นชมจากทุกฝ่าย”

นายสมพรกล่าวในตอนท้ายว่า “ในส่วนของการติดตามชมการถ่ายทอดสทางช่อง 7 ปรากฏว่ามีเรตติ้งที่สูงมาก สูงกว่า 6.9 มีผู้ชมมากกว่า 3 ล้านคน ส่วนแมตช์อื่น ๆ ที่ไทยไม่ได้แข่งผู้ชมไม่ต่ำกว่าล้านทุกแมตช์ เป็นตัวบ่งบอกถึงความสนใจกีฬาวอลเลย์บอลของแฟนชาวไทย ขอบคุณแฟนวอลเลย์บอลชาวไทยที่ติดตามชม ให้กำลังใจ ให้คำแนะนำ ข้อคิดเห็น รวมไปถึงขอบคุณสื่อมวลชน และขอโทษบางท่านที่ไม่สามารถเข้าไปทำข่าวได้ เนื่องจากข้อจำกัดของเอฟไอวีบี ในครั้งต่อไปจะพยายามทำความเข้าใจกับเอฟไอวีบีในการขอโควตาสื่อมวลชนให้มากขึ้น”

“ผลพวงจากความสำเร็จในครั้งนี้ สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติก็หวังให้เราเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก ในปีหน้า ทางสมาคมจะพยายามประสานไปยังการกีฬาแห่งประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อเชื่อมไปถึงรัฐบาล เพราะการจัดการแข่งขันเราต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก ต้องพึ่งพางบประมาณจากรัฐบาลเป็นหลัก เราจะได้หารือ ประเมินผลได้ผลเสียร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อเสนอไปยังรัฐบาล เพื่อพิจารณาว่าเราควรจะรับเป็นเจ้าภาพหรือไม่ ซึ่งตอนนี้อยู่ในส่วนของการประสานงานและจัดทำรายละเอียด”

ร้อยเอ็ด..นายกฯ เศรษฐา ลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด ติดตามการแก้ปัญหายาเสพติด ในพื้นที่อำเภอธวัชบุรี

วันนี้( 28 มิถุนายน 2567 ) เวลา 13.20 น. ที่ วัดโกศลรังสฤษฎี ตำบล อุ่มเม้า อำเภอธวัชบุรี ร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ดศึกษาต้นแบบ การบูรณาการจัดการปัญหายาเสพติดในพื้นที่ อำเภอธวัชบุรี

โดยมี นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พรอ้มด้วย ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และประชาชน เข้าร่วมติดตาม โดยจังหวัดร้อยเอ็ด บูรณาการร่วมกับ ทหาร ตำรวจ สาธารณสุขจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้กำหนดพื้นที่อำเภอธวัชบุรี เป็นพื้นที่ต้นแบบในจัดการปัญหายาเสพติดในพื้นที่ ซึ่งผลจากการ Re x-ray พื้นที่ 12 ตำบล 147 หมู่บ้าน มีจำนวน 26,72 คน มีผลปัสสาวะเป็นบวก 1,538 คน เป็นสีแดง 8 คน สีส้ม 3 คน สีเหลือง 63 คน และสีเขียว 1,464 คน ซึ่งผู้ที่ตรวจพบจะได้รับการบำบัดรักษาฟื้นฟู

โดยการมีส่วนร่วมของชุมชน มีการวางระบบบริหารจัดการผู้เสพยาเสพติดตั้งแต่เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา ไปจนถึงการติดตามช่วยเหลือฟื้นฟูสภาพทางสังคม ที่คำนึงถึงความเหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้บำบัดให้กลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ดังเดิม รวมทั้งมีแนวทางที่จะขยายหน่วยบริการบำบัดให้ครอบคลุมในทุกอำเภอ

จากนั้น นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปยัง โรงเรียนธวัชบุรีวิทยาคม ตำบลนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อเยี่ยมชมการเรียนการสอน และได้พบปะกับน้องๆนักเรียน พร้อมบอกว่า เยาวชนซึ่งกำลังเติบโตไปเป็นกำลังสำคัญของชาติ อย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับวงจรของยาเสพติด ซึ่งผู้ปรกครองและครูต้องดูแลและอธิบายให้เด็กเข้าใจ และรับรู้ถึงโทษจากการใช้ยาเสพติด

ทั้งนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้เห็นถึงความมุ่งมั่น ความตั้งใจของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด พร้อมขอบคุณและเป็นกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคน ให้ทำงานด้วยความระมัดระวัง ถึงแม้ผลการจับกุมจะมียอดที่สูง แต่ปัญหานี้ยังไม่หมดสิ้น ขอให้พยายามมุ่งมั่นทำงานต่อไป และเน้นย้ำว่ารัฐบาลทำงานแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ได้พูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่เป็นประจำ ขอให้ส่วนราชการร่วมกันทำงานอย่างบูรณาการ รวมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ถ้าเกิดติดปัญหาขาดแคลนเรื่องใด ขอให้บอกมารัฐบาลพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่

โกสิทธิ์/ร้อยเอ็ด(ห)
081-377-2689

‘อนุทิน’ ปัด!! สว.หน้าใหม่ เชื่อมโยงภูมิใจไทย ลั่น!! ถึงวันนี้ยังไม่รู้เลย ว่าเขาเลือกกันอย่างไร

(28 มิ.ย.67) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีมีการตั้งข้อสังเกตถึงสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ได้รับเลือกหลายคนมีความเชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทย ว่า มันเชื่อมโยงไม่ได้ เพราะพรรคการเมืองยุ่งเรื่อง สว.ได้หรือไม่ มีการพูดให้ร้ายตนอยู่เรื่อย

ผู้สื่อข่าวถามว่า การมีข่าวเช่นนี้ออกมามองอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า จะให้ตนทำอย่างไร ความจริงคือความจริง ตนเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกหนังสือถึงสองครั้งห้ามยุ่งเรื่องนี้ ตนทำหน้าที่ของตนไปหมดแล้ว ใครจะมาโยงก็โยงไม่ได้ แล้วถึงวันนี้ยังไม่รู้เลยว่าเขาเลือกกันอย่างไร เคยให้ที่ปรึกษามาอธิบายว่าเลือกกันอย่างไร จนถึงวันนี้ยังไม่เข้าใจ

เมื่อถามว่า เป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ ที่มี สว.เกี่ยวโยงกับ จ.บุรีรัมย์ จำนวนมาก นายอนุทิน กล่าวว่า อย่างไรต้องไปดูวิธีการ ระบบเป็นอย่างไร และเท่าที่ตรวจสอบทุกคนที่เข้ามาก็เข้ามาตามระบบ เรื่องเลือก สว.ตนยุ่งเกี่ยวอย่างเดียวคือ ให้กลไกของกระทรวงมหาดไทย ในการคัดเลือกรอบแรกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส ซึ่งต้องชื่นชมนายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด อธิบดีกรมการปกครอง ปลัดกระทรวงมหาดไทย ตนยุ่งเกี่ยวแค่เข้าไปบอกว่าให้ทำทุกอย่างให้เรียบร้อย เป็นไปตามไทม์ไลน์ ไม่ให้มีเรื่องร้องเรียน ตนชื่นชมนายอำเภอ ชื่นชม กกต. ตอนนี้พูดได้อย่างเดียวคือต้องแสดงความยินดีกับว่าที่ สว.

เมื่อถามอีกว่า เรื่องนี้พรรคภูมิใจไทยจะต้องชี้แจงอย่างเป็นทางการหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยชี้แจงไม่ได้ พรรคภูมิใจไทยไม่เกี่ยวข้องอะไรสักอย่าง

เมื่อถามย้ำว่า มีการเชื่อมโยงกับผู้ที่ได้รับเลือกเป็น สว.ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับบ้านใหญ่ชิดชอบ และเกี่ยวข้องกับการทำงานของนายอนุทินด้วย นายอนุทิน กล่าวว่า ตนรู้จักไม่เกิน 20 - 30 คน อย่าง พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ตนรู้จักตอนเรียน วปอ.61 ส่วนที่มีการระบุว่าเป็น สว.สายสีน้ำเงิน นั้น พูดไปเถอะ พูดอะไรก็พูดไปเรื่อย เกี่ยวอะไรกับตนล่ะ ขอย้ำว่า พล.อ.เกรียงไกร คือเพื่อน ส่วนที่ พล.อ.เกรียงไกร มีชื่อจะเป็นประธานวุฒิสภานั้น ตนเป็น ส.ส. เป็นพรรคการเมือง ไม่เกี่ยวกัน สว.ชุดเดิมตนก็มีเพื่อน ทั้งเพื่อน ทั้งพี่ เยอะแยะ แล้วทำอะไรได้บ้าง และเพิ่งทราบตอนที่ พล.อ.เกรียงไกร มาลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษา ไปสมัคร สว.

เมื่อถามว่า ได้ให้กำลังใจอะไรกันหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า "เพื่อนก็คือเพื่อน แต่ตนจะไปยุ่งเกี่ยวอะไรได้ เขาก็ไปสมัคร สว.ที่สุราษฎร์ธานี แต่เมียผมอยู่ระนอง"

ผู้สื่อข่าวถามว่า สว.หลายคนมีความสนิทสนมกับนายอนุทิน จนวิเคราะห์ว่ามีการวางหมากไว้ นายอนุทิน ปฏิเสธว่า ขนาดพี่สาวของนายเนวิน ชิดชอบ ยังตกรอบเลย เพราะฉะนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะไปยุ่งเกี่ยว

เมื่อถามถึงกรณีที่มีชื่อคนขับรถของ นายชัย ชิดชอบ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เป็น สว. นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่รู้จักคนขับรถของปู่ชัย คนไหนตนยังไม่รู้จักเลย ย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยไม่เกี่ยวข้อง เมื่อถามว่า เขาวิจารณ์เป็น สว.สายสีน้ำเงิน นายอนุทิน ร้องหึ พร้อมระบุว่า พูดอะไรก็พูดอยู่เรื่อย พูดกันไปเถอะ แล้วจะเกี่ยวอะไรกับตน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top