Thursday, 13 August 2026
Hard News Team

'แพรรี่' กะเทาะเปลือก ลัทธิประหลาดเฟื่องฟู เพราะผู้คนรักสบาย เจ้าลัทธิสบช่อง!! ใช้สื่อโซเชียลสร้างศรัทธาเรียกสาวก

กลายเป็นอีกประเด็นที่เริ่มสร้างความหวั่นวิตกให้สังคมอย่างมาก เนื่องจากช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้มีลัทธิประหลาดเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น 'ลัทธิเชื่อมจิต' ที่อ้างว่าสามารถนำพาให้ลูกศิษย์ลูกหาเข้าถึงนิพพานได้อย่างง่ายดายด้วยการเชื่อมจิต หรือแม้แต่ 'ลัทธิคลื่นพลังบุญ' ที่บอกว่าสามารถรักษาอาการเจ็บป่วยโดยไม่ต้องจ่ายยา แต่รักษาด้วยคลื่นพลังบุญ รวมไปถึง 'ลัทธิถวายตัว' ที่ให้ลูกศิษย์สาวมีสัมพันธ์กับพระที่เป็นอาจารย์ โดยอ้างว่าจะบรรลุธรรมขั้นสูงสุดนั้น

แน่นอนว่า หลายคนคงสงสัย ว่าทำไมผู้คนจึงพากันหลงเชื่อลัทธิดังกล่าวทั้งที่ไม่มีอะไรสมเหตุสมผลเลย ? และเราจะสามารถดำเนินกับผู้ที่แสวงหาประโยชน์จากการสร้างลัทธิเหล่านี้ได้หรือไม่ อย่างไร ?

โดย 'แพรรี่' ไพรวัลย์ วรรณบุตร เน็ตไอดอลที่โด่งดังมาจากการสอนธรรมะ วิเคราะห์ว่า เหตุที่ปัจจุบันมีลัทธิแปลก ๆ เกิดขึ้นมากมายนั้นเนื่องจากสังคมไทยเป็นสังคมที่ 'ความเชื่อ' สามารถขายได้ ยิ่งในยุคที่ศรัทธาคลอนแคลน ขาดผู้นำทางจิตวิญญาณที่จะนำพาผู้คนให้ยึดถือในหลักธรรมหรือแนวทางที่ถูกต้อง เมื่อมีปัญหาด้านเศรษฐกิจหรือปัญหาชีวิตผู้คนจึงต้องการทางลัดในการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะทำให้บรรลุในทางธรรมหรือสมหวังในทางโลก โดยไม่ต้องเหนื่อยยากในการศึกษาธรรมะหรือทุ่มเททำงาน อาทิ แค่เชื่อมจิตก็บรรลุธรรม แค่อธิษฐานก็สำเร็จ มั่งคั่งร่ำรวย จึงเกิดลัทธิแปลก ๆ ขึ้นมาตอบสนองความต้องการดังกล่าว เช่น จ่ายเงินค่าคอร์สแล้วพาไปนิพพานได้ กราบไหว้บูชาโน่นนี่แล้วสำเร็จ หรือที่เรียกกันว่า 'สายมู'

ปัจจุบันผู้นำทางศาสนาที่จะเป็นแกนหลักให้ผู้คนนั้นเหลือน้อย เวลาที่มีประเด็นเกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนา ก็ไม่เห็นใครนอกจากพระพยอม กัลยาโณ สายธรรมะที่เน้นการปฏิบัติ แม้จะมี แต่ก็เหลือไม่มาก และส่วนใหญ่ท่านไม่ออกมามีแอ็กชันต่อสังคม ส่วนใหญ่มักปลีกวิเวก ไม่ออกสื่อ เน้นการสั่งสอนลูกศิษย์ลูกหาที่เข้าไปพบเท่านั้น ซึ่งอาจจะมีลูกศิษย์ลูกหาบางกลุ่มที่นำคำสอนของท่านมาเผยแพร่ในสื่อโซเชียล อย่าง สายพุทธวจนะ แต่ก็มีน้อย จึงไม่เป็นที่แพร่หลาย สู้กระแสของลัทธิต่าง ๆ ที่ใช้สื่อโซเชียลเป็นช่องทางในการโปรโมตไม่ได้

'ออสเตรเลีย' เคาะ!! 'บุหรี่ไฟฟ้า' ขายได้โดยร้านขายยา ดีเดย์ 1 ก.ค.นี้ ชี้!! หากผู้ซื้ออายุต่ำกว่า 18 ปี ต้องมีใบสั่งจากแพทย์เท่านั้น

(28 มิ.ย.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่พรรคแรงงานได้ทำข้อตกลงกับพรรคกรีนส์เพื่อผ่านร่างกฎหมาย ทำให้ต่อไปในอนาคต ผู้ใหญ่จะสามารถซื้อบุหรี่ไฟฟ้าได้ที่ร้านขายยาโดยไม่ต้องมีใบสั่งยา อย่างไรก็ตามข้อกำหนดใหม่นี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากเหล่าเภสัชกรและร้านขายยาว่า พวกเขาไม่ได้รับแจ้งถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

รัฐบาลได้ทำข้อตกลงกับพรรค Greens เพื่อให้ร่างกฎหมายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านทางวุฒิสภา ก่อนวันที่ 1 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายก่อนการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว

ซึ่งรายละเอียดร่างกฎหมายบุหรี่ไฟฟ้าฉบับนี้นั้น จะยกเลิกข้อบังคับที่ผู้ใหญ่ต้องมีใบสั่งยาเพื่อซื้อบุหรี่ไฟฟ้า แต่จะมีการห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้านอกร้านขายยา โดยมีข้อจำกัดเรื่องกลิ่นและรสของบุหรี่ไฟฟ้าที่เข้มงวดมากขึ้น และยังมีข้อกำหนดในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ให้มีสีฉูดฉาดอีกด้วย

ผู้นำของพรรค Greens อดัม แบรนด์ กล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้เกิดความเหมาะสมมากขึ้น เขากล่าวว่า "พรรคกรีนส์จำเป็นต้องพิจารณาถึงความเหมาะสม และทำให้แน่ใจว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่อาชญากรรม แต่จำทำอย่างไรที่เราจะป้องกันไม่ให้เด็ก ๆ ไม่สามารถเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าได้ง่าย ๆ"

ด้าน ประธานสมาคมการแพทย์แห่งออสเตรเลีย สตีฟ ร็อบสัน เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว

"การประนีประนอมที่เกิดขึ้นระหว่างรัฐบาลกับพรรคกรีนส์เป็นการเจรจาที่สมเหตุสมผล และในสถานการณ์เช่นนี้ เราไม่สามารถปล่อยให้ความสมบูรณ์แบบเป็นเครื่องกีดขวางของสิ่งดี ๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ การปฏิรูปเป็นสิ่งที่ดีเพราะมันช่วยปกป้องคนรุ่นใหม่ และนั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด"

รองประธานสมาคมเภสัชกรรม แอนโธนี ทาสโซนี กล่าวว่าสมาคิมเภสัชกรรมไม่ได้รับการแจ้งล่วงหน้าถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เขาเปิดเผยว่า

"สมาคมเภสัชกรรมและองค์กรวิชาชีพเภสัชกรรมทราบรายละเอียดของข้อตกลงลับระหว่างรัฐบาลแรงงานและพรรคกรีนเมื่อวานนี้ผ่านสื่อ และพวกเราก็ต่างอึ้ง หลังจากนั้นเราก็มีคำถามว่าทำไมเราจึงไม่มีส่วนร่วมในการออกความเห็นในประเด็นที่สำคัญนี้"

ในขณะการปฏิรูปการจัดจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเรื่องที่จำเป็น แต่คุณ ทาสโซนี กล่าวว่า หนทางดังกล่าว ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา เขากล่าวว่า 

"เรายินดีฟังข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่จะเป็นการช่วยป้องกันไม่ให้เด็ก ๆ ของเราสามารถเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากมีความกังวลเรื่องสุขภาพ และอาจนำมาซึ่งผลกระทบร้ายแรงในสังคม แต่นี่ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา การซื้อบุหรี่ไฟฟ้าโดยไม่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์จากร้านขายยาต่าง ๆ ในชุมชน ซึ่งผลิคภัณฑ์ดังกล่าวก็ไม่ได้ถูกรับรองโดยองค์กรงานอาหาร"

รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข มาร์ก บัตเลอร์ กล่าวว่าแนวทางนี้เป็นทางเลือกหนึ่งที่รัฐบาลนำมาพิจารณา อธิบายว่า

"เราศึกษาเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของเรื่องนี้มาเป็นเวลานาน เราค่อนข้างเปิดกว้างเกี่ยวกับเรื่องนี้ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการพิจารณาอย่างมากตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว แล้วผมก็แสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะเกี่ยวกับเรื่องนี้หลายครั้ง"

การเปลี่ยนแปลงระลอกแรกจะมีผลในวันที่ 1 กรกฎาคม 2024 โดยจะห้ามการขายบุหรี่ไฟฟ้านอกร้านขายยา และจำกัดรสชาติที่ให้มีจำหน่ายเฉพาะรสชาติธรรมดา รสมิ้นต์ และเมนทอล

ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 1 ตุลาคม ทุกคนจะต้องมีใบสั่งยาจึงจะซื้อบุหรี่ไฟฟ้าได้

รัฐมนตรี บัตเลอร์กล่าวว่า ระยะเวลาดังกล่าว จะทำให้ร้านขายยามีเวลาเตรียมตัวสำหรับการเปลี่ยนแปลง รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข 

"ในทางปฏิบัติ มันทำให้เราแน่ใจว่าเภสัชกรจะสามารถได้รับคำแนะนำที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เกี่ยวกับวิธีจัดการกับกฎหมายใหม่เหล่านี้ และผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีต้องมีใบสั่งยาสำหรับการซื้อบุหรี่ไฟฟ้าด้วยเช่นกัน” มาร์ก บัตเลอร์ กล่าว 

รัฐมนตรี บัตเลอร์ยังกล่าวอีกว่า “การเปลี่ยนแปลงนี้ จะทำให้เยาวชนสามารถเข้าถึงการสูบบุหรี่ไฟฟ้าได้น้อยลง องค์การอาหารและยา ได้ออกข้อกำหนดที่ชัดเจนสำหรับประเภทของบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งใช้ในประเภทผลิตภัณฑ์รักษาโรค ที่สามารถขายในออสเตรเลียโดยจะมีปริมาณโดยนิโคตินตามที่กำหนด"

โฆษกด้านสุขภาพของฝ่ายค้าน แอนน์ รัสตัน กล่าวว่า “แนวทางของพรรคฝ่ายค้านจะใช้นโยบาย เหมือนการขายบุหรี่โดยทั่วไป”

โฆษก รัสตัน กล่าวว่า "ตามแนวทางโมเดลของเราจะเป็นโมเดลการขายปลีกที่มีการควบคุมอย่างเข้มงวด คล้ายกับการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบในประเทศนี้ บรรจุภัณฑ์ธรรมดา ๆ หลังเคาน์เตอร์ และทำให้แน่ใจว่าไม่มีใครที่อายุต่ำกว่า 18 ปีสามารถเข้าถึงได้อย่างถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมาย กับผลิตภัณฑ์เหล่านี้"

***หมายเหตุ

- กฎหมายนี้ ทำให้ออสเตรเลียเป็นประเทศแรกที่อนุญาตให้ขายบุหรี่ไฟฟ้าโดยเภสัชกรในร้านขายยาเท่านั้น

- เดิมออสเตรเลียห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าทุกชนิด และให้ขายได้เฉพาะผู้ที่มีใบสั่งแพทย์ ด้วยเหตุผลด้านสุขภาพเท่านั้น

- ทั่วโลกเตรียมจับตาดูว่า กฎหมายใหม่ของออสเตรเลีย จะป้องกันการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชนได้หรือไม่

- ออสเตรเลียเป็นผู้นำของโลกในการควบคุมยาสูบ เป็นประเทศแรกที่ออกกฎหมายซองบุหรี่แบบเรียบเมื่อปี ค.ศ.2012 มีการขึ้นภาษีทุก ๆ ปีตามอัตราเงินเฟ้อ จนราคาบุหรี่มวนเฉลี่ยซองละ 26 ดอลลาร์อเมริกา (1,035 บาท) เป็นประเทศที่มีราคาบุหรี่แพงที่สุดในโลก 

- ออสเตรเลียมีเป้าหมายที่จะลดอัตราการสูบบุหรี่ให้ต่ำกว่า 5% โดยไม่สนับสนุนให้มีการใช้บุหรี่ไฟฟ้าทดแทน ซึ่งแตกต่างจากประเทศอังกฤษที่มีท่าทีส่งเสริมการใช้บุหรี่ไฟฟ้าทดแทนการสูบบุหรี่มวน

🔎ส่องราคาน้ำมันเฉลี่ยในประเทศอาเซียน ราคา ณ วันที่ 24 มิ.ย. 67

‘กระทรวงพลังงาน’ รายงานราคาน้ำมันเฉลี่ยในอาเซียน ประจำวันที่ 24 มิถุนายน 2567 โดยราคาน้ำมันเบนซินที่ขายในประเทศไทยมีราคา 38.45 ต่อลิตร ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลที่ขายในประเทศไทยมีราคา 32.94 ต่อลิตร ทั้งนี้ ราคาขายน้ำมันแต่ละประเทศ มีปัจจัยทางด้านราคา ดังนี้

1.แต่ละประเทศมีมาตรการภาษี และระบบการเก็บเงินเข้ากองทุนหรืออุดหนุนราคาพลังงานที่แตกต่างกัน
2.ในหลายประเทศเพื่อนบ้านยังมีการอุดหนุนราคากันอยู่
3.ประเทศไทยสนับสนุนการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ ให้การอุดหนุนราคาโดยกองทุนน้ำมันฯ จึงทำให้ราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ถูกกว่าเบนซิน

หมายเหตุ : ราคา ณ วันที่ 24 มิถุนายน 2567 อัตราแลกเปลี่ยน (อัตรากลาง) ณ วันที่ 17 มิถุนายน 2567

*ประเทศไทย อ้างอิงราคาจาก ปตท. และ บางจาก และเป็นราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95E10 ซึ่งมีสัดส่วนการใช้มากที่สุด

ผบ.ตร.เยี่ยมให้กำลังใจตำรวจ 3 ราย ที่ได้รับบาดเจ็บจากปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ จ.ลำปาง สั่งดูแลเรื่องการรักษาและสิทธิโยชน์อย่างเต็มที่

วันนี้ (28 มิ.ย.67) เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 , พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.ประจำ สนง.ผบ.ตร. , พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 , พล.ต.ต.ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ ผบก.ภ.จว.ลำปาง , พ.ต.อ.อัครินทร์ กาสา รอง ผบก.ภ.จว.ลำปาง , พ.ต.อ.วชิรศักดิ์ ศรีประสม รอง ผบก.สส.ภ.5 และ พ.ต.อ.ภูชิชย์ ตรียัมปราย ผกก.สภ.เขลางค์นคร จ.ลำปาง เดินทางไปยังอาคารนวมินทร์ ชั้น 4 หอผู้ป่วยอุบัติเหตุสามัญ โรงพยาบาลลำปาง ต.หัวเวียง อ.เมือง จ.ลำปาง เพื่อเยี่ยมให้กำลังข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ขณะปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.67 ที่ผ่านมา จำนวน 3 ราย ได้แก่ พ.ต.ต.วิทย์วศิน นิธิกุลกาญน์ สว.กก.สส.3 บก.สส.ภ.5 , ส.ต.ท.ภานุพงษ์ ใจยะสุ ผบ.หมู่ (ป) สภ.จอมทอง จว.เชียงใหม่ และ ส.ต.ต.พิพัฒน์พงษ์ แก้วปวน ผบ.หมู่ (คฝ.) กก.ปพ.บก.สส.ภ.5

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.67 เวลาประมาณ 16.40 น. พ.ต.ต.วิทย์วศินฯ , ส.ต.ท.ภานุพงษ์ฯ และ ส.ต.ต.พิพัฒน์พงษ์ฯ เดินทางไปปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญของ ศอ.ปส.ตร. โดยใช้รถกระบะ ยี่ห้ออีชูซุ สีบรอนซ์เงิน ระหว่างเดินทางได้มีนายเดชาฯ ขับรถกระบะแค๊ป ยี่ห้ออีชูซุ สีบรอนซ์เงิน สวนมา บริเวณที่เกิดเหตุ กิโลเมตรที่ 422-423 ถนนสายลำปาง-เด่นชัย อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ซึ่งเป็นทางโค้งฝนตกถนนลื่น รถยนต์เสียหลักทำให้เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกัน เป็นเหตุให้ข้าราชการตำรวจทั้ง 3 รายได้รับบาดเจ็บสาหัส นำส่งโรงพยาบาลแม่ทะ และส่งต่อไปที่โรงพยาบาลลำปาง ซึ่งทั้ง 3 รายขณะนี้อยู่ห้องเฝ้าสังเกตอาการ ผู้บังคับบัญชากำลังประสานกับโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เพื่อส่งตัวไปทำการรักษาต่อไป

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ฯ ได้ให้กำลังใจ พ.ต.ต.วิทย์วศินฯ , ส.ต.ท.ภานุพงษ์ฯ และ ส.ต.ต.พิพัฒน์พงษ์ฯ ตลอดจนญาติของข้าราชการตำรวจทั้ง 3 ราย พร้อมมอบกระเช้าและเงินช่วยเหลือ และได้กำชับผู้บังคับบัญชาให้ดูแลทำการรักษา ดูแลสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ต่างๆ อย่างเต็มที่

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งสร้างภูมิคุ้มกันเชิงรุกต้านภัยไซเบอร์ ผ่านโครงการ RTP Cyber Village ระดมตำรวจกว่า 5,000 นาย ส่งต่อความรู้ด้านการเตือนภัยไซเบอร์ให้กับประชาชน

วันนี้ (28 มิ.ย.67) เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมโครงการ Cyber Village ผ่านระบบ Video Conference กับตัวแทนข้าราชการตำรวจสายงานป้องกันปราบปรามจากทั่วประเทศกว่า5,000 นาย ห้องประชุมชั้น 7 อาคาร1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาตามความต้องการของประชาชน ขับเคลื่อนการปฏิบัติงานแบบบูรณาการ ภายใต้โครงการ RTP Cyber Village โดยโครงการนี้มุ่งเน้นการนำแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมของประชาชน เช่น Facebook, Youtube, Google, LINE และ Clubhouse มาประยุกต์ใช้เป็นสื่อกลางในการสื่อสารระหว่างตำรวจกับประชาชน และบูรณาการความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาและป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในชุมชน

การดำเนินงานในโครงการดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และตำรวจภูธรภาค 1 – 9 โดยมีหน่วยงานระดับ บก.น./ภ.จว. ในสังกัด จำนวน 85 หน่วยงาน และระดับ สน./สภ. จำนวน 1,483 หน่วยงาน เข้าดำเนินการในหมู่บ้าน/ชุมชนเป้าหมาย จำนวน 7,524 หมู่บ้าน และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นชุดชุมชนสัมพันธ์ จำนวน 10,365 นาย

ทั้งนี้ โครงการ RTP Cyber Village มีจุดมุ่งหมายหลักในการดำเนินงาน คือเน้นการนำสื่อ Social Media มาประยุกต์ใช้เป็นสื่อกลางกับประชาชน สร้างการรับรู้อย่างเข้าใจและเข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น ต่อยอดการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมระดับชุมชนที่รวดเร็วและทันท่วงที ตามนโยบายหลักด้านการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมรูปแบบใหม่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

‘UN’ ฟุ้ง!! ‘เมียนมา’ ใช้ ‘ธนาคารไทย’ เป็นตัวกลางซื้อขาย-อาวุธ ‘สมาคมธนาคารไทย’ แจง!! ยึดจริยธรรม-ไม่หนุนการจัดซื้ออาวุธ

(28 มิ.ย.67) จากกรณีมีการเปิดเผยรายงานของผู้รายงานพิเศษ (Special Rapporteur) ของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) โดยระบุว่ามีธนาคารในประเทศไทย เป็นผู้ให้บริการทางการเงินหลักให้กับรัฐบาลทหารเมียนมานั้น

สมาคมธนาคารไทย ชี้แจงว่า สมาคมธนาคารไทยและธนาคารสมาชิก ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักเกณฑ์การดำเนินงานอย่างรับผิดชอบต่อลูกค้า สังคม และประชาคมโลก และตามหลักสิทธิมนุษยชน โดยได้ยึดถือและปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบขององค์กรกำกับดูแล คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งมีการกำกับดูแลและตรวจสอบอย่างใกล้ชิด สร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบการเงินของประเทศไทย

นอกจากนี้ ธนาคารสมาชิก ยังมีหน่วยงาน Compliance ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในด้านกฎระเบียบและการปฏิบัติงานของทั้งประเทศไทยและต่างประเทศ รวมถึงฐานข้อมูลของบุคคล องค์กร และประเทศที่มีความเสี่ยงสูง หรือมีรายชื่ออยู่ในรายการที่ห้ามทำธุรกรรมธนาคาร ซึ่งแต่ละธนาคารได้ดำเนินการปรับปรุงข้อมูลและแนวทางการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ของประเทศไทย มีนโยบายชัดเจน ไม่สนับสนุนการจัดซื้ออาวุธและสรรพาวุธกับองค์กรทางทหารของเมียนมา รวมถึงให้ความสำคัญต่อการป้องกัน และห้ามนำธุรกรรมทางเงินของภาคธนาคารไปใช้ในการจัดซื้ออาวุธที่นำไปใช้ละเมิดสิทธิมนุษยชน

'รัดเกล้า' ชวนร่วมฉลอง 2 กิจกรรมส่งท้าย ‘Pride Month 2024’ ปูทาง ‘ไทย’ เป็นเจ้าภาพ ‘Bangkok World Pride 2030’

(28 มิ.ย. 67) นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอเชิญชวนร่วมเฉลิมฉลองส่งท้ายเทศกาลเดือน Pride อย่างยิ่งใหญ่ ปลายเดือนมิถุนายน 2567 กับ 2 กิจกรรม งาน Pride Nation Samui International Pride Festival เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และปิดท้ายกับงาน LOVE PRIDE ♡ PARADE 2024 ที่สนามกีฬาแห่งชาติ กรุงเทพฯ ร่วมกันเฉลิมฉลองความรัก ความมีเสรีภาพ และความหลากหลายทางเพศ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า 2 งานที่จะจัดปลายเดือนมิถุนายนนี้ คืองาน Pride Nation Samui International Pride Festival ระหว่างวันที่ 24-29 มิถุนายน 2567 ณ เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งถือเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวต่างชาติ โดยภายในงานจะรวบรวมศิลปินทั้งในประเทศและนานาชาติ ถือเป็นการรวมพลังเพื่อเปลี่ยนเกาะสมุยให้เป็น Prideradise กับขบวนพาเหรด Pride และเทศกาลดนตรี (Music Festival) ทั้งนี้ คาดว่างานครั้งนี้จะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาสัมผัสกับความงดงามของเกาะในประเทศไทย เช่นเกาะสมุย และยังเป็นโอกาสในการพบปะและแลกเปลี่ยนความหลากหลายทางวัฒนธรรมอีกด้วย

และงาน LOVE PRIDE ♡ PARADE 2024 จะจัดขึ้นในวันที่ 30 มิถุนายน 2567 ระหว่างเวลา 16.00-18.30 น. โดยจะเป็นขบวนพาเหรดที่ยิ่งใหญ่ และยาวที่สุดในเอเชียกว่า 6 กิโลเมตร ซึ่งจัดขึ้นด้วยความร่วมมือของภาครัฐ และภาคเอกชนมากกว่า 100 องค์กร เพื่อให้ไทยกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของ Pride Festival Destination ภายใต้วิสัยทัศน์ 'IGNITE THAILAND TOURISM' โดยจะเคลื่อนขบวนพาเหรดจากสนามกีฬาแห่งชาติ ไปยังถนนพระรามที่ 1 ผ่านย่านสำคัญต่าง ๆ และไปสิ้นสุดที่อุทยานเบญจสิริ ถือเป็นอีก 1 งานใหญ่โค้งสุดท้ายในเดือน Pride ที่จะเป็นแรงส่งทางการท่องเที่ยว กระตุ้นการเดินทาง ทั้งยังช่วยผลักดันให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน Bangkok World Pride 2030 ได้สำเร็จอีกทางหนึ่งด้วย

“เดือนมิถุนายนของทุกปี ถือเป็นเดือน Pride ที่จะร่วมเฉลิมฉลองความเท่าเทียม โดยในช่วงโค้งสุดท้าย 2024 นี้ จะมี 2 งานส่งท้ายทั้งที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และกรุงเทพฯ ซึ่งที่กรุงเทพฯ ท่านนายกฯ จะมาเป็นประธานเปิดงานด้วยตนเองร่วมกับทุกคน จึงอยากขอเชิญชวนมาร่วมเฉลิมฉลองส่งท้ายกันอย่างยิ่งใหญ่ในโอกาสนี้ เพื่อปูทางไปสู่การเป็นเจ้าภาพ World Pride ในปี 2030 ทั้งนี้คาดว่า ในช่วงเดือน Pride จะสร้างเม็ดเงินได้ไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นล้านบาท และพาเหรดที่กรุงเทพฯ จะมีผู้เข้าร่วมชมงานตลอดทั้งขบวน 6 กิโลเมตรกว่า 1 ล้านคน” นางรัดเกล้า กล่าว

'Clean Politic' เตรียมยื่นไต่สวนฉุกเฉิน ปมรับรอง สว.ไม่ตรงปก ด้าน 'จรูญ หยูทอง' หนึ่งในผู้สมัครฯ พร้อมร่วมแฉการเลือกหนนี้

(28 มิ.ย. 67) นายจาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์ เลขาธิการกลุ่ม Clean Politic เปิดเผยว่า ตนเตรียมยื่นศาลปกครองสูงสุดในวันที่ 1 กรกฎาคม เวลา 10.00 น.เพื่อขอให้ศาลเปิดไต่สวนฉุกเฉินคุ้มครองชั่วคราวการประกาศรับรองผลการเลือกสว.ไม่ตรงปก หวั่นการเมืองสภาสูง เสียศูนย์ยิ่งกว่าสภาผัวเมีย 

นายจาตุรันต์ กล่าวว่า “จากการติดตามข้อมูลข่าวสาร และประสบการณ์ตรงในการเลือก สว. น่าจะเป็นการเลือกที่สกปรกทางการเมืองครั้งหนึ่ง ผู้สมัครกรอกประวัติอาชีพ ไม่ตรงกลุ่มก็มี กกต.ปล่อยมาได้อย่างไร และจากมีกลุ่มก้อนทางการเมืองเข้ามาจัดการ”

นายจาตุรันต์ กล่าวอีกว่า “อยากให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สร้างประวัติศาสตร์เร่งกู้ศักดิ์ศรี ความเชื่อมั่นต่อองค์กร ด้วยการสั่งฟันว่าที่สว.นกแล เหตุเส้นทางเชื่อมโยงพรรคการเมืองชัดเจน รวมถึงผู้สมัครแจ้งประวัติอาชีพกับกลุ่มที่สมัครไม่ตรงกัน ส่อเจตนาบางประการ”

“อยากให้ตรวจสอบบัญชีธนาคารรายรับรายจ่ายของผู้สมัครตั้งแต่กระบวนการสมัครจนถึงหลังเลือกระดับประเทศ มั่นใจกกต.มีหลักฐานเด็ดอยู่ที่ว่าจะกล้าใช้อำนาจทางที่ชอบหรือไม่”

นายจาตุรันต์ กล่าวอีกว่า “การเลือก สว.คราวนี้เต็มไปด้วยกลยุทธ์ หักเหลี่ยม เฉือนคม โกหก หลอกลวง หักหลังกันอย่างน่าเกลียด น่ากลัว แล้วถ้า สว.เป็นอย่างนี้ นึกไม่ออกว่าชาติบ้านเมืองจะเดินไปอย่างไร

จาตุรันต์ บอกว่า ไม่ได้มีเจตนาด้อยค่าอาชีพผู้สมัครท่านใดท่านหนึ่งหรอก แต่การเข้าไปทำหน้าที่เป็นสมาชิกวุฒิสภาซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์ มีส่วนร่วมในการพิจารณาตัดสินใจ ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศชาติโดยตรง แล้วเป็นตำแหน่งที่กินเงินภาษีของพี่น้องประชาชน เรามีสิทธิ์ตรวจสอบที่มา ยิ่งถ้าได้คนที่ไร้วุฒิภาวะและขาดความรู้ขาดประสบการณ์ ในด้านนั้นจริงๆ นึกภาพไม่ออกครับประเทศชาติจะเป็นอย่างไร สุดท้ายการพิจารณากฎหมายก็ดีแต่งตั้งองค์กรอิสระก็ดีจะถูกสั่งซ้ายหันขวาหันจากพรรคหรือบุคคลเบื้องหลังที่หวังผลประโยชน์ทางการเมืองได้จัดตั้งเข้าไป ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ได้บัญญัติไว้ชัดเจนว่าสว.ต้องเป็นอิสระเป็นกลางปราศจากการครอบงำทางการเมือง ด้วยเหตุนี้”

“ผมในฐานะผู้เสียหายโดยตรง ซึ่งทั้งเป็นอดีตผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภาปี 67 ในครั้งนี้ และเสียหายโดยตรงอีกทางหนึ่งก็คือเป็นประชาชนผู้เสียภาษีเพื่อเป็นเงินประจำตำแหน่งให้กับสมาชิกวุฒิสภาและผู้ช่วยอีก 8 คนในชุดนี้”

“จึงขอให้ศาลปกครองสูงสุดได้พิจารณาไต่สวนฉุกเฉินคุ้มครองการประกาศรับรองผลสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งคาดว่ากกตจะประกาศรับรองในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ออกไปก่อน”

“เพราะผมไม่ไว้วางใจว่าสมาชิกวุฒิสภาบางท่านในจำนวน 200 คนนี้ ให้เข้าไปทำหน้าที่ในสภาอันทรงเกียรติ ให้ปราศจากการครอบงำของบุคคลที่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังทางการเมืองได้อย่างไร”

ในขณะ ‘จรูญ หยูทอง’ เตรียมแฉ ความไม่สง่างาม ไม่เป็นสุภาพบุรุษ ของผู้สมัคร

เรื่องเล่า สองข้างทาง บนถนนสายหักหลังและหลอกลวง บทความหลายตอนจบ รออ่านที่นี่และในภาคใต้โฟกัสครับ

นายจรูญ หยูทอง (รูณ ระโนด) หนึ่งในผู้สมัครผ่านเข้ารอบประเทศ แต่สอบตก โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า…

‘ผมเสียค่าผ่านประตู 2,500 บาท ค่าถ่ายรูป ค่าใบรับรองแพทย์ ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอาหารหลายมื้อ เสียเวลาไปสมัคร ไปรับเอกสาร ไปเลือกที่อำเภอ ที่จังหวัด และที่เมืองทอง เพื่อสังเกตการณ์แบบมีส่วร่วม จึงได้พบเห็น พฤติกรรม วัฒนธรรมทางการเมืองของคนที่จะเป็นผู้ทรงเกียรติในสภาสูง ที่ไม่สมประกอบ ไม่สง่างาม ไม่เป็นสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี บางคนอย่าว่าจะเป็นสมาชิกวุฒิสภาเลย เป็นคนยังไม่ได้เลย ขอเวลาลำดับความคิด เรียบเรียงเรื่องราวตามข้อมูลเชิงประจักษ์ประกอบหลักวิชาการ ผมจะเล่าให้ฟังทุกแง่มุมที่ไม่ละเมิดสิทธิของใครต่อใครครับ ขอเวลาให้ผมหายเหนื่อยหลังจากกลับจากสนามรบใน ‘วันหักหลังและทรยศแห่งชาติ’ ที่ผ่านมา

การแสดงภาพสะท้อนความสัมพันธ์มนุษย์กับเทคโนโลยี ผ่านดนตรีและการเต้นร่วมสมัย เปิดม่านครั้งแรก 5 ก.ค. 67

เมื่อวานนี้ (27 มิ.ย. 67) ที่ศูนย์ศิลปะการละครสดใสพันธุมโกมล อาคารมหาจักรีสิรินธร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดแถลงข่าว ‘IBM 1401’ งานแสดงที่เป็นเหมือนภาพสะท้อนความสัมพันธ์ของมนุษย์ในยุคแรกเริ่มของเทคโนโลยี ผ่านการเต้นร่วมสมัย ออกแบบท่าเต้นและกำกับการแสดงโดย ‘คุณทราย สมบูรณ์’ ศิลปินชาวไทยผู้อาศัยและมีประสบการณ์ด้านการแสดงในนิวยอร์กกว่า 20 ปี ด้วยการเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์ผ่านการเคลื่อนไหว การเต้น และการถ่ายทอดทางอารมณ์ของตัวละครอย่างเข้มข้น นำแสดงโดย อานันท์ วงศ์ไพศาล, แพรพลอย โตเหมือน, ธนารัฐ ชมพูวณิชกุล และ ภาวิดา วชิรปัญญาพร ทั้งนี้ ยังมีนักแสดงรองโดย กิตติพัฒน์ ศรีนาราง และ ธนกฤต การะมัด

การแสดงนี้ควบคู่ไปกับสกอร์เพลงจากอัลบั้ม IBM 1401 : A User's Manual โดย โยฮันน์ โยฮันน์สสัน (Johann Jóhannsson) นักประพันธ์ดนตรีชาวไอซ์แลนด์ ผสมผสานเข้ากับเสียงหึ่งอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่อง IBM 1401 บรรเลงดนตรีสดด้วยเครื่องสาย 6 ชิ้น โดยนักดนตรีมืออาชีพจาก วงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ (The Royal Bangkok Symphony Orchestra), วงดุริยางค์ราชนาวี (the Royal Thai Navy Orchestra) และ วงซิมโฟนีออร์เคสตราแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn Symphony Orchestra)

ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ‘IBM 1401’ ถูกจัดแสดงขึ้นที่ จ.เชียงใหม่ และถูกพัฒนาเรื่อยมาจนกลายเป็นเวอร์ชันใหม่ ซึ่งล่าสุดจะมีการจัดแสดงขึ้นที่กรุงเทพฯ ในเดือนกรกฎาคม 2567 

คุณทราย สมบูรณ์ ผู้ออกแบบท่าเต้นและกำกับการแสดง เปิดเผยว่า “ผมเป็นคนไทยแต่ใช้ชีวิตที่นิวยอร์ก มีประสบการณ์เกี่ยวกับงานแสดงในนิวยอร์กมาหลายปี ซึ่งก็พยายามกลับมาประเทศไทยให้ได้มากที่สุด จึงได้มีโอกาสเจอกับ ‘คุณมาริสา มาร์คีเทลลี่’ ผู้กำกับศิลป์กลุ่มกลมที่ จ.เชียงใหม่ และได้มีโอกาสทำงานร่วมกัน”

“ผมมั่นใจว่าเรื่องนี้จะเป็นโปรเจกต์ที่สวยงามมาก จะเป็นศิลปะการแสดงใหม่ ๆ ในวงการงานแสดง เพราะไม่มีบทพูด และจะมีไลฟ์มิวสิกที่บรรเลงโดยนักดนตรีออร์เคสตรามากฝีมือ ซึ่งผมฟังครั้งแรกก็น้ำตาไหล เป็นอะไรที่มหัศจรรย์จริง ๆ และที่ยอดเยี่ยมเหมือนกันก็คือ คุณโจนัส แดปท์ ผู้กำกับดนตรี ได้สร้างสรรค์ดนตรีเอง ซึ่งเราก็มีความคิดที่จะพัฒนาเรื่องนี้ต่อไปด้วย"

คุณทราย สมบูรณ์ ระบุอีกว่า “IBM 1401 ในเวอร์ชันนี้จะมีความพิเศษกว่าเวอร์ชันเดิม ทั้งการเต้นที่เพิ่มมากขึ้น มีการสร้างสรรค์ดนตรีขึ้นมา โดยทาง คุณโจนัส แดปท์ ได้แรงบันดาลใจมาจากเพลงของ Jóhann Jóhannsson ซึ่งเป็นเพลงที่ฟังแล้วเพราะมาก รวมทั้งในเวอร์ชันนี้ยังเป็นนักแสดงที่กรุงเทพฯ ที่สำคัญคือเราได้จัดการแสดงในโรงละครอันทรงเกียรติ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย”

"การแสดงครั้งนี้ อยากให้ผู้ชมเข้ามาแล้วตีความในแบบของแต่ละคนเอง แม้เราจะศึกษาข้อมูลของ IBM 1401 ซึ่งเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคนั้นมามากมาย แต่นี่ไม่ใช่สารคดี แต่เป็นประสบการณ์ที่อยากให้ผู้ชมได้ตีความ นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดที่อยากให้ผู้ชมได้เข้าใจจุดนี้"

คุณโจนัส แดปท์ ผู้กำกับดนตรี กล่าวว่า “Jóhann Jóhannsson มีชื่อเสียงในด้านการทำเพลงประกอบภาพยนตร์ เป็นเพลงที่ฟังแล้วเห็นภาพ ในการแสดงครั้งนี้จะมีเพลงให้ฟังกัน 6 เพลง เป็นเพลงของ Jóhann Jóhannsson จำนวน 5 เพลง และเป็นเพลงที่ผมแต่งเองอีก 1 เพลง และความพิเศษคือผู้ชมจะได้ฟังเสียงพูดของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ผสมกับเครื่องดนตรีอีกด้วย”

คุณมาริสา มาร์คีเทลลี่ ผู้กำกับศิลป์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ความสำคัญของ IBM 1401 เป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่มาประเทศไทย และทั่วโลกยังเป็นคอมพิวเตอร์ที่ผลิต 1 หมื่นชิ้น ซึ่งในยุคนั้นถือว่าเยอะมาก และมีราคาสูงมาก ซึ่งในงานแสดงครั้งนี้ได้มี IBM 1401 แบบจำลองมาให้ชมกัน และในส่วนของฉากก็ได้เพิ่มเข้ามาจากเวอร์ชันเดิมค่อนข้างเยอะ”

คุณนลธวัช มะชัย โปรดิวเซอร์ กล่าวว่า “IBM 1401 เราทราบกันว่าเป็นชื่อของเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่ถูกนำเข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ เมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เราได้จัดแสดงที่นี่ และที่ผ่านมาเราได้พยายามตามหาเครื่อง IBM 1401 แต่เหมือนเป็นการเล่นซ่อนแอบ ก่อนหน้านี้เครื่อง IBM 1401 อยู่ที่ท้องฟ้าจำลอง แต่ได้มีการเคลื่อนย้ายในช่วงน้ำท่วม โดยระหว่างนั้นได้สูญหายไป จนปัจจุบันก็ยังไม่พบ”

"การแสดง IBM 1401 ยังเป็นการรำลึกความทรงจำวัยเด็กของใครหลายคน เมื่อดูแล้วจะยิ่งเห็นความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ค่อย ๆ เข้ามาโดยที่เราไม่รู้ตัว ละครจะพาเรากลับไปให้เห็นพัฒนาการเหล่านี้ จึงอยากให้ทุกคนเข้ามาร่วมสัมผัสในช่วงเวลาเหล่านี้ด้วยกัน"

นอกจากนี้รายได้ส่วนหนึ่งจาก IBM1401 จะถูกบริจาคให้กับโครงการ Glom Dream Wagon ซึ่งเป็นโครงการไม่แสวงผลกำไร เป็นรถโรงละครเคลื่อนที่ที่จะเดินทางไปตามโรงเรียนและสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าในภาคเหนือของประเทศไทย เพื่อนำพาเด็ก ๆ ได้ก้าวสู่โลกของละครและสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ของพวกเขา โดยทัวร์ต่อไปมีชื่อว่า Akynum 2 โดยจะเดินทางไปยังโรงเรียนตามชนบทในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายในเดือนธันวาคมนี้ สร้างสรรค์การแสดงโดยกลุ่มละคร Part Time Theatre

รอบจัดการแสดง
วันจัดแสดง : 5-7 กรกฎาคม, 12-14 กรกฎาคม, 19-21 กรกฎาคม 2567
รอบแสดง : ศุกร์/เสาร์ เวลา 14.00 น. และ 20.00 น. (เฉพาะวันอาทิตย์ 14.00 น. และ 18.00 น.)
ราคาบัตร : ผู้ใหญ่ 1,200 บาท นักเรียน/นักศึกษา 500 บาท
สถานที่ : ศูนย์ศิลปะการละครสดใสพันธุมโกมล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพฯ

สำรองที่นั่งได้ที่ https://www.ticketmelon.com/glomtheater/ibm1401

ข้อมูลเพิ่มเติม www.glom.cm/ibm-1401

ผบ.ตร.ลงพื้นที่ จ.เชียงราย ตรวจเยี่ยม สภ.แม่จัน และด่านกิ่วทัพยั้ง ให้กำลังใจพร้อมกำชับการปราบปรามสกัดกั้นยาเสพติดอย่างเข้มแข็ง

วันนี้ (28 มิ.ย.67) เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมข้าราชการตำรวจ สภ.แม่จัน จ.เชียงราย โดยมี พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 , พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย , พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ จิตรประสาร ผกก.สภ.แม่จัน และข้าราชการตำรวจ สภ.แม่จัน ให้การต้อนรับ โดย ผบ.ตร.ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้ากรณีผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่หลบหนี และเร่งรัดการติดตามจับกุม

จากนั้น ผบ.ตร.พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ด่านตรวจกิ่วทัพยั้ง ซึ่งเป็นด่านสกัดกั้นยาเสพติดจากชายแดนในพื้นที่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย เพื่อตรวจเยี่ยม และกำชับในการปราบปรามและสกัดกั้นยาเสพติดอย่างเข้มแข็ง

ผบ.ตร. ได้ขอบคุณและชมเชยข้าราชการตำรวจ สภ.แม่จัน และเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจกิ่วทัพยั้ง ทุกนาย ที่มีความตั้งใจและทุ่มเทในการปฏิบัติหน้าที่ ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมเป็นอย่างดี ปฏิบัติตนเป็นตำรวจของพระราชาในสายตาของประชาชน และขอให้รักษามาตรฐานไว้เพื่อเป็นตำรวจที่ดีของประชาชน พร้อมมอบแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้อง เทิดทูน และพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข , ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ พร้อมกำชับให้ติดตาม ให้คำแนะนำ เร่งรัดคดียาเสพติดในพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อนตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี รวมทั้งให้ผู้บังคับบัญชาดูแลเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างจริงจังในทุกระดับ และให้ข้าราชการตำรวจทุกนายร่วมกันสร้างความสามัคคี


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top