Tuesday, 11 August 2026
Hard News Team

‘วราวุธ’ ประสานทุกหน่วยงานเร่งจัดระเบียบ ‘ขอทาน’ พร้อมปรับปรุงกฎหมายเพื่อควบคุม ก่อนจ่อชงเข้าครม.

(6 ส.ค.67) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยถึงสถานการณ์และการป้องกันแก้ไขปัญหาการขอทาน ทั้งนี้ จากการรวบรวมสถิติสถานการณ์การขอทานทั่วประเทศ จากระบบฐานข้อมูลจัดระเบียบคนขอทาน ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2557 - 31 กรกฎาคม 2567 พบว่า มีผู้ทำการขอทานทั้งสิ้น 7,635 ราย เป็นคนไทย 5,001 ราย (ร้อยละ 65) เป็นต่างด้าว 2,634 ราย (ร้อยละ 35) และในเฉพาะปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 พบว่ามีผู้ทำการขอทาน ทั้งสิ้น 506 ราย แบ่งเป็นคนไทย 331 ราย และต่างด้าว 175 ราย พื้นที่ที่พบผู้ทำการขอทานส่วนใหญ่มีลักษณะกระจุกตัวในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ และแหล่งท่องเที่ยว ในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ปทุมธานี ชลบุรี นครราชสีมา และเชียงใหม่ และในปีงบประมาณ 2567 ยังพบขอทานมากที่สุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ชลบุรี เชียงใหม่ ภูเก็ต และลพบุรี

นายวราวุธ กล่าวว่า สาเหตุของการทำการขอทานนั้น ประกอบด้วย 1) ข้อจำกัดด้านร่างกาย / จิตใจ เกิดจากความพิการทางร่างกายหรือความบกพร่องทางสติปัญญา 2) ปัจจัยด้านการศึกษา ขาดโอกาสในการศึกษาที่จะไปประกอบอาชีพที่มั่นคง 3) อิทธิพลความเชื่อ การให้เงินขอทานเป็นการทำบุญ และ 4) ค่านิยมของชุมชนและแรงจูงใจว่าทำรายได้ดีโดยไม่ต้องลงทุน

ทั้งนี้กระทรวง พม. ได้ดำเนินการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมขอทาน โดยการดำเนินการแก้ไขปัญหาการขอทาน กระทรวง พม. มีหน้าที่ในการคัดกรอง คุ้มครอง และส่งต่อ ดังนั้น การดำเนินการจึงเป็นการดำเนินการภายใต้ความร่วมมือจากทั้งหน่วยงานภาครัฐ และองค์กร NGOs โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการป้องกัน และการควบคุม โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการ ได้แก่ เทศกิจ ตำรวจ ตำรวจ ตม. ตำรวจ ปคม. เทศบาลนคร/เมืองพัทยา 31 แห่ง สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กรมจัดหางาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ องค์การเฟรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มูลนิธิเอ - ทเวนตี้วัน (A-21) มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก และสถาบันการศึกษา ซึ่งในการลงพื้นที่จัดระเบียบขอทาน กระทรวง พม. จะประสานความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลงพื้นที่จัดระเบียบขอทาน หากพบขอทานผิดกฎหมาย นอกจากนี้ มีแผนอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ ประกอบด้วย พนักงานเจ้าหน้าที่จาก พม. เทศกิจ อปท. และการพัฒนาหลักสูตรการอบรมให้กับตำรวจและฝ่ายปกครอง ถอดบทเรียนการดำเนินงานจังหวัดที่ไม่พบผู้ทำการขอทาน ต่อเนื่อง 3 ปี จำนวน 9 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดตาก เพชรบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี สตูล ลำปาง นครพนม น่าน และพังงา ซึ่งการจัดประชุมและทำแผนบูรณาการดำเนินงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดที่มีผู้ทำการขอทานเพิ่มขึ้น จำนวน 8 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี เชียงใหม่ ระยอง ภูเก็ต ลพบุรี กำแพงเพชร และนครปฐม

นายวราวุธ กล่าวว่า สำหรับแผนการจัดระเบียบผู้ทำการขอทานนั้น การดำเนินการเชิญตัวผู้ทำการขอทาน ถือเป็น ‘การควบคุมตัว’ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ต้องมีการบันทึกภาพเคลื่อนไหวขณะเชิญตัวจนถึงการส่งตัวให้กับพนักงานสอบสวน จึงต้องมีตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงด้วยทุกครั้ง ดังนั้น ในการจัดระเบียบขอทานจึงต้องมีการจัดทำแผนการลงพื้นที่ โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เดือนสิงหาคม 2567 มีแผนจัดระเบียบในพื้นที่สำคัญ จำนวน 12 ครั้ง สำหรับในต่างจังหวัดมีแผนบูรณาการลงพื้นที่เดือนละอย่างน้อย 2 ครั้ง และในงานเทศกาลสำคัญ ตลอดจนเมื่อมีการรับแจ้งจากสายด่วน 1300 จะดำเนินการประสานตำรวจเพื่อลงพื้นที่ร่วมกัน  

“นอกจากนี้ กระทรวง พม. ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร จะมีการรณรงค์สร้างความเข้าใจและสื่อสารมวลชน ในวันที่ 16 สิงหาคม 2567 ณ หอศิลป์ กรุงเทพมหานคร จะมีการสื่อสารประชาสัมพันธ์กับสังคม ภายใต้ธีม ‘ให้โอกาสเปลี่ยนชีวิต หยุดคิดก่อนให้ทาน’ โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรม ภายในงานมีวีดิทัศน์ประชาสัมพันธ์ สร้างการตระหนักรู้ด้านกฎหมาย เดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์ พร้อมแจก พัดโดยมีข้อความ ‘หยุดให้ = หยุดขอทาน’ 5 ภาษา และจัดระเบียบขอทานทั่วประเทศ” นายวราวุธ กล่าว

นายวราวุธ กล่าวต่อไปว่า กระทรวง พม. มีแนวทางในการพัฒนามาตรการกลไกในการควบคุม คุ้มครอง และพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ทำการขอทาน โดยในส่วนของผู้ทำการขอทานไทย จะทบทวนแนวทางพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ทำการขอทาน พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ทำการขอทานรายบุคคลร่วมกับครอบครัวและชุมชน ส่งเสริมธุรกิจและเครือข่าย CSR ให้เข้ามามีส่วนร่วม และสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน และในส่วนของผู้ทำการขอทานต่างด้าวนั้น กระทรวง พม. จะบูรณาการฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน พม. และ ตม. เพื่อให้เห็นจำนวนครั้งของการขอทานซ้ำ และเสนอให้ ตม. ทบทวนขั้นตอนการส่งผู้ทำการขอทานต่างด้าวกลับประเทศ หารือกับกระทรวงการต่างประเทศ หรือสถานทูตกัมพูชา ในการสร้างความร่วมมือร่วมกัน นอกจากนี้ การคุ้มครองเด็กที่ติดตามผู้ทำการขอทานนั้น เสนอให้มีการทบทวนระเบียบที่เกี่ยวกับสถานที่พักพิงระหว่างรอผลตรวจสารพันธุกรรม (DNA) และที่สำคัญ คือการพัฒนาพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยให้มีการจัดทำหลักสูตรการอบรมตามกฎหมายเฉพาะให้กับตำรวจและฝ่ายปกครอง และเพิ่มเติมตำแหน่งพนักงานเจ้าหน้าที่ในประกาศกระทรวง

นายวราวุธ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ กระทรวง พม. มีแนวทางในการทบทวนและปรับปรุงพระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559 ได้แก่ 1.ประชุมคณะอนุกรรมการและปรับปรุงกฎหมาย เดือนละ 2 ครั้ง เพื่อพิจารณา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ 2.พิจารณาปรับแก้ นิยามผู้ทำการขอทาน การกำหนดอัตราโทษสำหรับผู้ทำการขอทานและผู้แสวงหาประโยชน์จากผู้ทำการขอทาน การคุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิต การกำหนดอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ การเพิ่มหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการควบคุมการขอทาน 3.การแยกผู้แสดงความสามารถออกจากผู้ทำการขอทาน (แยกกฎหมาย/แยกหมวดจากกฎหมายเดิม) กำหนดนิยาม และกำหนดอำนาจหน้าที่ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4.เสนอ (ร่าง) กฎหมายให้คณะกรรมการควบคุมการขอทานพิจารณา คาดว่ายกร่างได้ภายใน 6 เดือน 5.รับฟังความคิดเห็นในการปรับปรุง (ร่าง) พระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน ที่แก้ไข/ฉบับใหม่ 6.การพัฒนาร่างกฎหมาย 7.เสนอ ครม.

ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาขอทานและคนไร้บ้าน นับเป็น 1 ในยุทธศาสตร์ 5x5 ฝ่าวิกฤตประชากร ในมาตรการที่ 5 สร้างระบบนิเวศ ที่เอื้อต่อความมั่นคงของครอบครัว นั่นคือการพัฒนาระบบสวัสดิการที่เหมาะสมและทั่วถึงโดยรัฐ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและเป็นหลักประกันในยามที่เผชิญกับวิกฤต ชุมชนน่าอยู่สำหรับประชากรทุกกลุ่มทุกวัย ‘ปลอดภัย ปลอดพิษ เป็นมิตรและเอื้ออาทรต่อทุกคน’ ซึ่งคนไทยทุกคนจะต้องมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง และปลอดจากผู้ทำการขอทาน

‘อนุทิน’ ไม่ขอแสดงความคิดเห็น คดี ‘ยุบพรรคก้าวไกล’ ลั่น!! ไม่ควรก้าวล่วงศาล เชื่อ!! ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย

(6 ส.ค. 67) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงเดือนสิงหาคม มองเรื่องนี้อย่างไรเพราะมีทั้งคดียุบพรรคก้าวไกลและคดีของนายกฯ ว่า เรื่องที่เกี่ยวกับศาล คำพิพากษา เราต้องไม่ให้ความเห็นอะไรเลย เพราะพูดไปพูดมาเดี๋ยวจะไปก้าวล่วง อันนี้วุ่นเลย ละเมิดอำนาจของศาล มันไม่ได้ 

เมื่อถามว่าในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีความเป็นห่วงที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ได้เชิญทูต 18 ประเทศมาร่วมสังเกตการณ์ จะเป็นการชักศึกเข้าบ้านหรือไม่ โดยนายอนุทินร้อง “อู๊ยย อย่าไปถามอย่างนั้น ทูตเชิญท่านมั้ง ไม่ใช่ท่านเชิญทูต”

ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่านายพิธาได้เชิญทูตมาจับตาคดียุบพรรค นายอนุทินกล่าวว่า ก็เป็นสิทธิ์ ถ้ามาได้ เหมือนสมัยก่อนที่มีการเชิญทูต มาที่สถานีตำรวจเพื่อสังเกตการณ์ ตนจำไม่ได้ว่าเรื่องอะไร แต่ก็มีทูตไป  ตนว่าดีเสียอีก จะได้เกิดความมั่นใจว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย เป็นไปตามขั้นตอน มีความยุติธรรม 

เมื่อถามว่าเรื่องนี้ จะทำให้ถูกมองว่าต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของไทยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “แหม แค่คนมาจ้องแค่นี้ แล้วบอกว่าแทรกแซง ก็คงไม่ใช่”

ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่าเดี๋ยวจะเหมือนสนธิสัญญาเบาว์ริ่ง นายอนุทินกล่าวว่า “จำไม่ได้ เกิดไม่ทัน”

ส่วนกรณีที่นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ออกมาระบุว่าพรรคร่วมรัฐบาลมีความพยายามจะดึง สส.พรรคก้าวไกลไปร่วมพรรค นายอนุทินกล่าวว่า “ก็ไม่ใช่พรรคตน ไม่ใช่พรรคภูมิใจไทย”

เชียงใหม่-กรมสุขภาพจิต หนุนพัฒนาศักยภาพนักจิตวิทยา ยกระดับบริการสุขภาพจิตเด็กและเยาวชน

กรมสุขภาพจิต หนุนพัฒนาศักยภาพนักจิตวิทยา ยกระดับบริการสุขภาพจิตเด็กและเยาวชน จัดโครงการพัฒนาศักยภาพนักจิตวิทยาด้านการใช้แบบทดสอบมาตรฐานวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไทย ครั้งที่ 2

วันที่ 6 สิงหาคม 2567เวลา 10.30 น. นพ.ศิริศักดิ์ ธิติดิลกรัตน์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต เป็นประธานเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพนักจิตวิทยาด้านการใช้แบบทดสอบมาตรฐานวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไทย Thai Standardized Achievement Test (TSAT) ครั้งที่ 2 สำหรับนักจิตวิทยาคลินิกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข อาจารย์มหาวิทยาลัยทั้งภาครัฐและเอกชน หนุนการพัฒนาศักยภาพนักจิตวิทยาคลินิกในเขตสุขภาพที่ 1 ในการคัดกรองดูแลเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ โดยมี นพ.กิตต์กวี โพธิ์โน ผู้ช่วยอธิบดีกรมสุขภาพจิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวนปรุง ให้การต้อนรับและกล่าวรายงาน ณ ห้องอิมพีเรียลบอลรูม โรงแรมดิเอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่

นพ.ศิริศักดิ์ ธิติดิลกรัตน์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ปัญหาสุขภาพจิตในเด็กไทยมีความน่าเป็นห่วงมากขึ้น จากข้อมูลของกรมสุขภาพจิต เด็กอายุ 5-9 ปี ประมาณ 1 ใน 14 คน พบมีพัฒนาการล่าช้า เป็นโรคสมาธิสั้น (ADHD) มีปัญหาทางเชาวน์ปัญญา (IQ) และมีความบกพร่องทางการเรียนรู้ เสี่ยงที่จะมีปัญหาสุขภาพจิตต่อเนื่องไปจนถึงวัยรุ่นและนำไปสู่การใช้ยาเสพติด สอดคล้องกับการรายงานของโรงพยาบาลสวนปรุง ปี 2566 เด็กอายุ 6-12 ปี เข้ารับการรักษา จำนวน 213 คน ปี 2567 ช่วง 9 เดือน จำนวน 164 คน มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยโรคที่พบมาก 5 อันดับ ได้แก่ สมาธิสั้น ความผิดปกติแบบไม่อยู่นิ่ง ภาวะซึมเศร้า ความบกพร่องทางการเรียนรู้ และภาวะวิตกกังวล  

กระทรวงสาธารณสุขได้ให้ความสำคัญในการดำเนินงานด้านสุขภาพจิตและยาเสพติดมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถและมีนวัตกรรมด้านสุขภาพจิตเพิ่มมากขึ้น ประเทศไทยมีจำนวนนักจิตวิทยาคลินิกที่มีใบประกอบโรคศิลปะ จำนวน 1,320 คน ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 (เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน พะเยา แพร่ และน่าน) มีจำนวน 53 คน โครงการพัฒนาศักยภาพนักจิตวิทยาด้านการใช้แบบทดสอบมาตรฐานวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไทยนี้ จึงเป็นโครงการที่ช่วยเหลือได้อย่างตรงจุดและเป็นประโยชน์ต่อหลายภาคส่วน 

โดยนักจิตวิทยามีบทบาทสำคัญนอกจากจะช่วยให้จิตแพทย์วินิจฉัยกลุ่มโรคที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ได้อย่างแม่นยำ นำเด็กเข้าสู่การรักษาได้อย่างรวดเร็วแล้วยังช่วยส่งต่อข้อมูลให้กับครูการศึกษาพิเศษ นักแก้ไขการพูด นักกิจกรรมบำบัดเพื่อวางแผนกิจกรรมการช่วยเหลือให้กับเด็กได้อย่างเหมาะสม เป็นการยกระดับการบริการสุขภาพจิตในเด็กและเยาวชนช่วยเหลือเด็กกลุ่มเสี่ยงได้อย่างทันท่วงที ดูแลคุ้มครองเด็กกลุ่มป่วยอย่างถูกต้องเท่าเทียม ทั่วถึงและต่อเนื่องจนหายทุเลา

นพ.กิตต์กวี โพธิ์โน ผู้ช่วยอธิบดีกรมสุขภาพจิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวนปรุง กล่าวว่า แบบทดสอบมาตรฐานวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสำหรับผู้เรียนไทย (Thai Standardized Achievement Test) หรือ TSAT เป็นเครื่องมือมาตรฐานของ นักจิตวิทยาคลินิกที่ใช้ในการตรวจประเมินเชิงคลินิกและค้นหาปัญหาทางการเรียน ทั้งในด้านการอ่าน การเขียน การคำนวณของเด็กไทยอายุ 6-12 ปี เพื่อช่วยเหลือ “จิตแพทย์” ในการวินิจฉัยเด็กกลุ่มโรคที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (LD) โดยทีมวิจัยได้ทดสอบจากกลุ่มตัวอย่างเด็กไทยทั่วทุกภูมิภาค จำนวน 1,680 คน และได้จัดโครงการอบรมฯ นำร่องไปแล้ว จำนวน 75 คน ได้รับการตอบรับที่ดีและยอมรับว่าแบบทดสอบ TSAT แปลผลได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว ทำให้เด็กได้รับการช่วยเหลืออย่างตรงจุด ไม่หลุดออกจากระบบการศึกษา 

รพ.สวนปรุง จึงได้จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพนักจิตวิทยาด้านการใช้แบบทดสอบมาตรฐานวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไทย Thai Standardized Achievement Test (TSAT) ครั้งที่ 2 ขึ้น ระหว่างวันที่  6-8 สิงหาคม 2567 สำหรับ นักจิตวิทยาคลินิกในเขตสุขภาพที่ 1 จำนวน 60 คน โดยมี ทีมผู้วิจัย จิตแพทย์ นักจิตวิทยาคลินิกจากกรมสุขภาพจิต รวมถึงเครือข่ายภาควิชากุมารเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และภาควิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นวิทยากร 

นพ.กิตต์กวี โพธิ์โน กล่าวเพิ่มเติมว่า หากผู้ปกครอง หรือครู พบว่าเด็กในการดูแลมีปัญหาทางการเรียนสามารถนำมาตรวจประเมินในโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีจิตแพทย์และนักจิตวิทยาคลินิกประจำอยู่ หรือขอคำปรึกษาได้ที่ สายด่วนสุขภาพจิต โทร 1323 ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง   

‘วิว กุลวุฒิ’ ขอบคุณทุกแรงสนับสนุน หลังคว้าเหรียญเงิน ชี้!! ประวัติศาสตร์เพิ่งเริ่มเขียน พร้อมลุยต่อโอลิมปิก 2028

(6 ส.ค.67) ‘วิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์’ โพสต์เฟซบุ๊ก Kunlavut Vitidsarn - กุลวุฒิ วิทิตศานต์ หลังจบการแข่งขันโอลิมปิก 2024 คว้าเหรียญเงิน แบดมินตันชายเดี่ยว ถือว่าเป็นเหรียญแรกของประเทศไทย และเป็นเหรียญแรกของประวัติศาสตร์แบดมินตันไทยในโอลิมปิกด้วย 

โดยโพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า  “Never Stop Believin'I'll come back stronger คนตีไม่เคยท้อ คนเชียร์อย่าเพิ่งทิ้ง ประวัติศาสตร์เพิ่งเริ่มเขียนครับ”

ส่วนในอินสตาแกรม ระบุว่า “Silver medalist???? THANK YOU FOR YOUR SUPPORT”

ทั้งนี้ 'วิว กุลวุฒิ' ยังโพสต์พร้อมลุยต่อ สำหรับการแข่งขันครั้งต่อไป โอลิมปิก 2028 ที่ลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา

'รัดเกล้า' แนะ!! 'ปิยบุตร' ลดความหมกมุ่น-จับผิด 'ลุงตู่' พูดคุย 'นายกฯ-รทสช.' ชี้!! ผู้ใหญ่เขาคุยกันเรื่องประเทศชาติ ไม่ว่างฝักใฝ่ในพรรคการเมือง

(6 ส.ค.67) นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

#หมกมุ่น #ฝักใฝ่ในพรรคการเมือง

จากกรณีที่ คุณ #ปิยบุตรแสงกนกกุล ออกมาแสดงความเห็น กรณีการไปร่วมงานศพคุณแม่ของ ท่านนายกเศรษฐา ทวีสิน โดยท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ตอนนี้ดำรงตำแหน่งองคมนตรี ซึ่งในระหว่างการเข้าร่วมพิธีนั้น ผู้นำทั้งสองท่านมีพูดคุยทักทายกัน และท่านประยุทธ์เองก็ได้ทักทายหลายคนจากพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เพราะแต่เดิมเคยสังกัดอยู่ในพรรคดังกล่าวจึงมีความคุ้นเคยกันดี รวมถึงมีการบอกให้คนใน รทสช. ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลว่าให้ช่วยนายกฯ อย่างตั้งใจ เนเน่ขอตอบกลับดังนี้...

1. ตาม #มารยาท ในสังคม การเจอคนที่รู้จักกัน การทักทายกัน ถ้าไม่คุยอะไรกันเลยสิแปลก ซึ่งโดยปกติแล้ว สิ่งที่ผู้ใหญ่ของบ้าน ของเมืองจะคุยกัน ก็ต้องเป็นเรื่องสารทุกข์สุกดิบของประเทศ ซึ่งก็ไม่แปลกอะไร...ถ้าจะมีอะไรที่แปลก ก็คงที่คุณปิยบุตรตีความว่าการทักทายเช่นนี้คือการ "ฝักใฝ่ในพรรคการเมือง" นั่นแหละค่ะที่ #แปลก

2. คล้าย ๆ ข้อแรก...ปฏิเสธไม่ได้ว่าท่านประยุทธ์เคยเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ซึ่งแม้ว่าตอนนี้ #ท่านไม่ใช่สมาชิกแล้ว ท่านไม่ได้ยุ่งเกี่ยวเลยตั้งแต่ท่านเป็นองคมนตรี การทักทายกันและบอกให้ รทสช. ช่วยท่านนายกทำงาน ก็ไม่ได้แปลกอะไร และก็เป็นกลางทางการเมืองด้วยค่ะ จริง ๆ แล้ว ระหว่างเดิน ท่านก็เจอคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้เป็น รทสช. ท่านก็พูดเหมือนกัน นัยคือฝากฝังให้ทุกคนดูแลประเทศด้วยบทบาทหน้าที่ของตัวเอง สิ่งนี้ก็ไม่แปลกอะไรนะคะ...ถ้าจะมีอะไรที่แปลก ก็คงที่คุณปิยบุตรตีความว่าการทักทายเช่นนี้คือการ "ฝักใฝ่ในพรรคการเมือง" นั่นแหละค่ะที่ #แปลก

3. ท่านนายกเศรษฐาเพิ่งสูญเสียมารดาไป ซึ่งในระหว่างห้วงเวลาของการสูญเสียนี้ ท่านยังคงปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีให้กับคนไทยอย่างเข้มแข็ง การที่คนระดับองคมนตรีจะร่วมไว้อาลัย ร่วมให้กำลังใจ เป็นสิ่งที่เหมาะสมและเป็น #ไมตรีจิต ที่สวยงามที่สุด ไม่ได้แปลกอะไรเลย...ซึ่งจริงๆ ในระบอบประชาธิปไตยที่เราอยู่นี้ การมีภราดรภาพต่อกัน การเห็นความเป็นพี่น้องกันสำคัญเหนือความแตกต่างทางการเมืองเป็นสิ่งที่ควรจะมี ตัวเนเน่เองก็อยากเห็นคุณปิยบุตรแสดงถึงวุฒิภาวะและเป็นแบบอย่างของการเมืองสร้างสรรค์บ้างนะคะ... คุณใช้โอกาสนี้ในการตีความทางการเมือง มันเหมาะสมแล้วเหรอคะ?

ที่แปลกใจคือ คนที่มีคนจำนวนหนึ่งนับถือเป็น ‘อาจารย์’ อย่างคุณปิยบุตร กลับมี #ตรรกะวิบัติ แยกแยะไม่ออกว่าอะไรคือกาลเทศะ อะไรควรไม่ควรทำค่ะ ก่อนหน้านี้เนเน่ก็มองว่าคุณเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง...วันนี้ ทั้งแปลกใจและผิดหวังจริง ๆ ค่ะ

...แต่เอาจริง ๆ พอเห็นอย่างนี้แล้วก็ไม่แปลกใจที่พรรคที่คุณปิยบุตรคอยเห็นด้วยเออออห่อหมกมีตรรกะผิดเพี้ยนเหมือนกัน ที่ผ่านมา ‘สนับสนุนคนฝ่าฝืนกฎหมาย ม.112’ แต่แล้วก็ออกมาระดมกระแสว่า ‘กฎหมายสิผิด ศาลสิผิด คนทำผิดคือคนถูกรังแก’

สุดท้ายนี้ การที่คุณมานั่งจับผิดผู้ใหญ่ทั้ง 2 ท่าน มานั่งอ้างรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 12 ซะยืดยาว คุณทำเพื่ออะไร หากเป็นห่วงท่านประยุทธ์ เกรงว่าท่านจะทำผิดกฎหมาย ก็ขอขอบคุณในความหวังดี แต่คุณเอาเวลาไปให้กำลังใจ ‘พรรคการเมือง’ ที่คุณ ‘ฝักใฝ่’ ที่ตอนนี้อนาคตแขวนอยู่บนเส้นด้าย...จะดีกว่าไหมคะ?

หมายเหตุ: เป็นความเห็นส่วนตัวของเนเน่ไม่เกี่ยวข้องกับ คณะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติหรือคณะโฆษกรัฐบาลแต่อย่างใด 

ผช.ทูตทหารเรือ ต้อนรับ “น้องคิว” ซุปเปอร์แมนประดู่เหล็ก นักปัญจกีฬาทีมชาติไทย พร้อมโค้ชชาวเยอรมัน เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2024 ณ กรุงปารีส

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2567 นาวาเอก ไกรวุฒิ ภมรบุตร ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเรือ ณ กรุงปารีส พร้อมด้วย แพทย์หญิง ปณิตตา ภมรบุตร ภริยาฯ เป็นผู้แทนเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ให้การต้อนรับ “น้องคิว” จ่าโท ภูริช โยเฮือง ซุปเปอร์แมน ประดู่เหล็ก นักกีฬาปัญจกีฬาทีมชาติไทย พร้อมด้วยโค้ช เปรโด ชาวเยอรมัน ที่เดินทางมาจากประเทศโปรตุเกส เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก Paris 2024 ณ ท่าอากาศยาน Charles de Gaulle กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยมี ข้าราชการจากสำนักงานผู้ช้วยทูตฝ่ายทหารเรือ พร้อมคู่สมรส และข้าราชการประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส และผู้แทนชุมชนไทย ในฝรั่งเศสร่วมให้การต้อนรับ อย่างอบอุ่น โดย  “น้องคิว” จะลงแข่งขันในประเภทบุคคลชาย รอบจัดอันดับฟันดาบ รายการแรก ในวันที่ 8 สิงหาคม นี้ เวลา 16.00 น. (เวลาประเทศไทย)

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645

'อัครเดช-รวมไทยสร้างชาติ' ขอทุกฝ่าย 'หยุดชี้นำ-กดดันศาล' ปมยุบก้าวไกล ลั่น!! ต้องเคารพต่อคำพิพากษาของศาล เพื่อให้สังคมเดินหน้าไปได้

(6 ส.ค. 67) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต 4 พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยถึงกรณีวันนัดอ่านคำพิพากษาในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ของพรรคก้าวไกล ว่า...

สำหรับกรณีการอ่านคำพิพากษาในคดียุบพรรคก้าวไกลนั้นตนขอเรียกร้องต่อทั้งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง บุคคล และองค์กรต่าง ๆ ให้ทุกฝ่ายหยุดให้ความเห็นในการชี้นำ หรือกดดันต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากในการพิจารณาตัดสินคดีในศาลล้วนเป็นไปตามข้อกฎหมาย ประกอบกับพยานหลักฐาน การใช้ดุลยพินิจของศาลล้วนไม่เกินกว่าขอบเขตกฎหมาย การกดดัน หรือชี้นำศาลนั้น มีแต่จะทำให้เกิดความแตกแยกในสังคมขึ้น 

นายอัครเดช กล่าวต่อไปว่า ไม่ว่าคำพิพากษาจะเป็นเช่นใด ตนขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพและปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลในทุกกรณีโดยไม่มีเงื่อนไขเพราะเมื่อมีข้อพิพาทใด ๆ เกิดขึ้นคำตัดสินของศาลย่อมชี้ขาด และระงับข้อพิพาทดังกล่าว กรณีการตัดสินยุบพรรคก้าวไกลกรณีนี้ก็เช่นเดียวกัน 

"หากทุกฝ่ายเคารพและปฏิบัติตามคำตัดสินของศาลแล้ว เชื่อว่าสังคมไทยจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้" นายอัครเดช กล่าว

(สุรินทร์) ศิษย์เก่า รร.จปร. จัดกิจกรรมวันคล้ายวันพระราชทานกำเนิด รร.จปร. ครบรอบปีที่ 137 วันที่ 5 สิงหาคม 2567

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2567 ที่ สโมสรค่ายวีรวัฒน์โยธิน มณฑลทหารบกที่ 25 อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ พลตรี ชินวิช  เจริญพิบูบลย์  ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 พร้อมด้วยศิษย์เก่า รร.จปร. ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ และศรีษะเกษ และ คุณอุไรวรรณ เจริญพิบูลย์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบกที่ 25 ร่วมพิธีวันพระราชทานกำเนิด รร.จปร. ซึ่งประกอบไปด้วยพิธีสงฆ์ พิธีทำบุญตักบาตร และพิธีวางพานพุ่มถวายราชสดุดี โดยมี ศิษย์เก่า รร.จปร.จากหน่วยกองบัญชาการต่างๆในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดศรีสะเกษ เข้าร่วม ณ สโมสรค่ายวีรวัฒน์โยธิน มณฑลทหารบกที่ 25 จังหวัดสุรินทร์ นำโดย พร้อมด้วย พันเอก จิรัฏฐ์ ช่วงฉ่ำ รองผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี พันเอก จิตรกร  จันทร์สว่าง รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 พันเอก โถมวัฒน์ สว่างวิทย์  รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดศรีสะเกษ(ท) พันเอก เกียรติศักดิ์  พรมตวง ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 54 สำนักงานพัฒนาภาค 5 นางสาวอณัญญา พรหมบุตร รองหัวหน้าสำนักงานสงเคราะห์ทหารผ่านศึกเขตสุรินทร์ จากนั้น คณะศิษย์เก่า รร.จปร. ได้ร่วมทำกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ณ โรงเรียนโสตศึกษา จังหวัดสุรินทร์  โดยการมอบทุนอาหารกลางวัน และมอบอุปกรณ์แปลงเกษตร และอุปกร์การทำความสะอาดแก่ นายชลอ  เมืองทอง  ผู้อำนวยการโรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดสุรินทร์ เป็นตัวแทนรับมอบ เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว องค์พระผู้พระราชทานกำเนิด รร.จปร. โดยโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานกำเนิด เมื่อ 5 สิงหาคม 2430 ณ บริเวณพระราชวังสราญรมย์ ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายที่ตั้งมาที่บริเวณเขาชะโงก จังหวัดนครนายก ตลอดระยะเวลาร้อยกว่าปีที่ผ่านมา มุ่งมั่นผลิตนายทหารสัญญาบัตร ที่มีคุณลักษณะตามที่กองทัพบกต้องการ มีความเป็นสุภาพบุรุษ นักรบ นักพัฒนา มุ่งพัฒนากองทัพและประเทศชาติ พร้อมเสียสละชีวิตเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย

ปุรุศักดิ์  แสนกล้า  ข่าว/ภาพ

เปิดยอดเงินอัดฉีด ‘วิว’ กระฉูดทะลุ 11 ล้าน ด้าน ‘คุณหญิงปัทมา’ ตบรางวัลพิเศษ 1.5 ล้าน

(6 ส.ค.67) คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC), รองประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก และนายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ มอบรางวัลพิเศษ 1.5 ล้านบาทให้กับ ‘วิว’ กุลวุฒิ วิทิตศานต์ เพื่อเป็นการชื่นชมในความสำเร็จสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้แก่วงการแบดมินตันของไทยในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ‘ปารีส 2024’

‘วิว-กุลวุฒิ’ จะได้รับเงินรางวัลจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF) สูงสุด 7.2 ล้านบาท หากเลือกแบบผ่อนจ่าย อีกทั้งนักกีฬาเหรียญโอลิมปิก จะยังได้รับเงินเดือนจากคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยอีกเป็นระยะเวลา 20 ปี เดือนละ 10,000 บาท เป็นเวลา 20 ปี หรือประมาณ 2.4 ล้านบาท และอีก 1.5 ล้านบาท จากเงินส่วนตัวคุณหญิงปัทมา ทำให้ยอดเงินรางวัลสูงสุดพุ่งเกิน 11 ล้าน

คุณหญิงปัทมา เปิดเผยว่า ผลงานของนักแบดมินตันไทยในโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้สร้างความประทับใจอย่างยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะการคว้าโควต้าแข่งขันครบทั้ง 5 ประเภทเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี นอกจากนี้ยังได้เห็นผลงานที่ยอดเยี่ยมจากนักกีฬาทุกคน หญิงเดี่ยว ‘เม’ ศุภนิดา เกตุทอง เข้าถึงรอบ 16 คนสุดท้าย และ ‘เมย์’ รัชนก อินทนนท์ เข้าถึงรอบ 8 คนสุดท้าย , ชายคู่ ‘เอ็ม’ สุภัค จอมเกาะ กับ ‘สกาย’ กิตตินุพงษ์ เกตุเรน เข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ , คู่ผสม ‘บาส’ เดชาพล พัววรานุเคราะห์ กับ ‘ปอป้อ’ ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย เข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ , หญิงคู่ ‘กิ๊ฟ’ จงกลพรรณ กิตติธรากุล กับ ‘วิว’ รวินดา ประจงใจ ถึงแม้จะไม่ผ่านรอบแบ่งกลุ่มแต่ก็ต้องยอมรับว่าอยู่ในกลุ่มที่หนักและทำผลงานได้ดีเช่นกัน

“ประเภทชายเดี่ยวน่ายินดีที่สุด ‘วิว’ กุลวุฒิ วิทิตศานต์ ที่ "คว้าเหรียญโอลิมปิกเป็นครั้งแรกสร้างประวัติศาสตร์แบดมินตันไทยหน้าใหม่" และ เป็นนักกีฬาคนแรกของไทยที่ขึ้นโพเดียมรับเหรียญรางวัลบนตารางเหรียญปารีส 2024 โอลิมปิกเกมส์อย่างเป็นทางการ จึงขอมอบรางวัลพิเศษ 1.5 ล้านบาทจากเงินส่วนตัวให้กับ วิว เป็นการแสดงความขอบคุณ"

คุณหญิงปัทมา กล่าวต่อไปว่า วิวได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับกีฬาแบดมินตันไทย และวิวทำให้คนไทยมีความสุขจากความสำเร็จของวิว ผลงานของวิวจะเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับเยาวชนไทยในการหันมาออกกำลังกายและเล่นกีฬามากขึ้นด้วยการเลือกเล่นแบดมินตัน

“นอกจากนี้ วิวเป็นพลังใจให้พวกเราคนสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ และสโมสรแบดมินตันทั่วประเทศให้ยิ่งอุทิศทุ่มเททำงานหนักร่วมกันต่อไป โดยเฉพาะในการค้นหา สร้าง ต่อยอด พัฒนานักกีฬารุ่นใหม่อย่างเป็นระบบให้เข้าสู่เส้นทางที่มุ่งสู่โอลิมปิกเกมส์ ลอสแอนเจลิส 2028 ต่อไป”

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเปิดการประชุมร่วมตำรวจไทย-มาเลเซีย ระดับบริหาร ครั้งที่ 27 ส่งเสริมความร่วมมือในกิจการตำรวจ และการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดน

วันนี้ (6 สิงหาคม 2567) เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการประชุมร่วมระหว่างตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย ระดับบริหาร ครั้งที่ 27 ณ โรงแรมดิ แอทธินี โฮเท็ล แบงค็อก กรุงเทพมหานคร โดยมี พล.ต.อ.ตัน ศรี ราซารุดิน บิน ฮุสเซน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย และ พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมพิธี การประชุมร่วมระหว่างตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย ระดับบริหาร ครั้งที่ 27 เป็นการประชุมประจำปีที่จัดขึ้นสลับกันระหว่างทั้งสองประเทศ ในปีนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ระหว่างวันที่ 5 - 8 สิงหาคม 2567 โดยที่ประชุมได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูล 9 หัวข้อ ได้แก่  
1. การลักลอบนำเข้าและการค้าอาวุธ  
2. การลักลอบนำเข้ายานพาหนะที่ถูกโจรกรรมระหว่างสหพันธรัฐมาเลเซียและราชอาณาจักรไทย  
3. การค้ามนุษย์และการลักลอบหลบหนีเข้าเมือง 
4. อาชญากรรมทางเศรษฐกิจและอาชญากรรมทางไซเบอร์  
5. การลักลอบนำเข้าและการค้ายาเสพติด 
6. การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนตามแนวชายแดน  
7. อาชญากรรมทางทะเลและการกระทำอันเป็นโจรสลัด 
8. การก่อการร้าย ซึ่งส่งผลกระทบต่อราชอาณาจักรไทยและสหพันธรัฐมาเลเซียและงานข่าวกรอง 
9. การฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพบุคลากร 

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ฯ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการส่งเสริมความร่วมมือในกิจการตำรวจ และรักษาคำมั่นของทั้งสองฝ่ายในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดน ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง ทรัพยากร และความเชี่ยวชาญ ตามข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายได้มีร่วมกัน และสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความสงบเรียบร้อย การสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคสังคมของทั้งสองประเทศ ยืนยันว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย มีความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าพัฒนาความร่วมมือระดับทวิภาคี เพื่อนำมาซึ่งความปลอดภัยและความมั่นคงของทั้งสองประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top