Tuesday, 11 August 2026
Hard News Team

ต่างชาติแห่ชมล้นหลาม รายการ 'การแข่งขันมวยไทยเสมือนจริง' ป้ายต่อไป!! ลุ้นบรรจุแข่งขันชิงเหรียญโอลิมปิก 2028 ที่สหรัฐฯ

ความเคลื่อนไหวการจัดกิจกรรมนำกีฬา ‘มวยไทย’ ไปโชว์แข่งขันเสมือนจริงช่วงการแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2024 ‘ปารีส 2024’ ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม-8 สิงหาคม 2567 ภายใต้การผลักดันของ สหพันธ์สมาคมมวยไทยนานาชาติ (IFMA) นำโดย ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ ประธานสหพันธ์สมาคมมวยไทยนานาชาติ (IFMA), สเตฟาน ฟ็อกซ์ เลขาธิการ IFMA ผนึกกำลังกับคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งชาติฝรั่งเศส และ ‘บัวขาว บัญชาเมฆ’ ร้อยโท สมบัติ บัญชาเมฆ ยอดนักมวยไทยชื่อดังของโลกวัย 42 ปีชาว อ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์ โดยกิจกรรมดังกล่าวนอกจากการแข่งขันโชว์มวยไทยเสมือนจริงแล้วยังทำการโปรโมทมวยไทย การแสดงปี่กลองมวยไทย การไหว้ครู ตามศิลปวัฒนธรรมมวยไทยที่ถูกต้องให้นักกีฬา เจ้าหน้าที่จากชาติต่าง ๆ ได้รับรู้ถึงศิลปะแม่ไม้มวยไทยที่มีต้นกำเนิดจากประเทศไทย ซึ่งถือเป็นบันไดก้าวสำคัญสานความฝันของคนไทยในการผลักดันกีฬา ‘มวยไทย’ ให้ได้รับการบรรจุแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ ฤดูร้อน ต่อไปในอนาคต

ล่าสุดเมื่อวานนี้ (6 ส.ค. 67) เป็นการจัดกิจกรรมโชว์มวยไทย อย่างเป็นทางการ วันที่สอง ที่คลับฟรานซ์ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยมี พันโท หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล พร้อมด้วยผู้บริหาร IFMA, บัวขาว บัญชาเมฆ, ร.ท.ธีรวัฒน์ ยิ้วยิ้ม ผู้จัดการของบัวขาว, ทีมมวยโบราณ นำโดย ‘ครูดิน’ นายวิทวัส ค้าสม ผู้ก่อตั้งลานนา ไฟต์ติ้ง, ทีมปี่กลอง นำโดยนายแนววิทย์ นิยมวงษ์ ท่ามกลางชาวต่างชาติแน่นขนัดเข้าร่วมกิจกรรมที่คลับ ฟรานซ์ ซึ่งเจ้าภาพโอลิมปิก 2024 จัดพื้นที่แฟนโซนขนาดใหญ่ให้แฟนกีฬาจากทั่วโลกมาพักผ่อน ทานอาหาร ช็อปปิ้ง ทำกิจกรรมกีฬา ฝึกกีฬา และโชว์ศิลปวัฒนธรรมของทุกชาติ

การนำมวยไทยมาโชว์แข่งขันเสมือนจริงระหว่างการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2024 นับเป็นความสำเร็จของ IFMA หลังจากทำงานผลักดันอย่างหนักมาตลอด 31 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้งสหพันธ์ โดยเมื่อโอลิมปิก 2020 ครั้งก่อนที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น กีฬามวยไทยได้รับการรับรองจากคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ให้เป็นหนึ่งในชนิดกีฬาที่ไอโอซีจะหยิบไปพิจารณาบรรจุแข่งขันอย่างเป็นทางการในอนาคต ซึ่งโอลิมปิก 2024 ถือเป็นหมุดหมายที่ดีที่ IFMA ได้รับอนุญาตให้มาร่วมกิจกรรมโชว์แข่งขันมวยไทยเสมือนจริงที่คลับ ฟรานซ์ กรุงปารีส ภายใต้การทำงานร่วมกันระหว่าง IFMA, กระทรวงการต่างประเทศ, สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส เพื่อให้ชาวต่างชาติได้ประจักษ์กันทั่วโลกว่ากีฬามวยไทยก้าวเดินมาอย่างมั่นคงบนเส้นทางสู่โอลิมปิกเกมส์

บรรยากาศที่เวทีมวยไทย ภายในคลับ ฟรานซ์ ยังคงคึกคักเหมือนวันแรก แฟนกีฬาจากทั่วโลกร่วมชมการแสดงมวยโบราณพร้อมกับปรบมือให้กับความยอดเยี่ยมของศิลปะแม่ไม้มวยไทย ขณะเดียวกันแฟนกีฬาต่างชาติต่างตื่นเต้นกับการปรากฏตัวของ บัวขาว บัญชาเมฆ เข้ามาถ่ายรูปคู่กับยอดนักมวยไทยกันอย่างต่อเนื่อง

จากนั้นเข้าสู่การแข่งขันมวยไทย 10 คู่ภายใต้กติกาที่ IFMA รับรอง ซึ่งคู่ไฮต์ของแฟนมวยชาวไทยคือ รุ่น 48 กก.หญิง ‘น้องนุ๊ก มกช.ชัยภูมิ’ กุลณัฐ อ่อนอก ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของ บัวขาว บัญชาเมฆ ดวลกับ ลูเซียร์ คัปปี นักชกสาวชาวเยอรมนีผลปรากฏว่า เสมอกันไป เช่นเดียวกับ ‘ไอซ์’ ธนวรรณ ทองดวง ที่เสมอกับ ไชนา ตาวาเรส นักชกสาวเจ้าถิ่นไปแบบสุดมัน

ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ ประธาน IFMA ชาวไทย เปิดเผยว่า ในฐานะประธาน IFMA รู้สึกยินดีที่ได้นำมวยไทยโปรโมตช่วงการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ การแข่งขันมวยไทยช่วงวันที่ 5-6 สิงหาคม เป็นการแข่งขันโชว์เพื่อให้คนที่มาร่วมการแข่งขันโอลิมปิก 2024 ได้ทราบว่ามวยไทยของประเทศไทยเป็นอย่างไร เราเองพยายามอย่างเต็มที่มาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้กีฬามวยไทยได้อยู่บรรจุในกีฬาหลักที่มีแข่งขันกันในระดับโลก รวมถึงโอลิมปิกเกมส์ในโอกาสต่อไป ความหวังที่จะได้เห็นมวยไทยบรรจุในโอลิมปิกเกมส์คิดว่าวันหนึ่งในไม่ช้าเราจะประสบความสำเร็จ หากพูดถึงเรื่องของมวยไทยขณะนี้ได้แพร่หลายไปทั่วโลกแล้ว ที่สำคัญเป็นที่นิยมของคนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง หรือผู้ชาย การนำมวยไทยมาถึงจุดนี้ในโอลิมปิก 2024 เป็นการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งสมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นฯ, สมาคมมวยไทยของฝรั่งเศส, IFMA, กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งตรงนี้ถือว่าจังหวะที่ดีมากที่คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) จะได้มาร่วมชมการแข่งขันซึ่งเป็นการประชาสัมพันธ์กีฬามวยไทยได้เป็นอย่างดี

ดร.ศักดิ์ชาย กล่าวต่อไปว่า เป้าหมายหลังจากนี้ทุกคนอยากจะเห็นกีฬามวยไทยเป็นหนึ่งในชนิดกีฬาที่บรรจุแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ ซึ่งเราพยายามทำตาม IOC กำหนดไว้ว่า กีฬานั้น ๆ จะต้องเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย ข้อที่สอง เป็นกีฬาที่เล่นกันทั้งหญิง และชาย ข้อที่สามคือ เป็นกีฬาที่เล่นแล้วปลอดภัย ไม่อันตราย และข้อที่สี่ เป็นกีฬาที่ IOC ให้การรับรอง ซึ่งมวยไทยของเราโชคดีที่ IOC ให้การรับรองมวยไทยมาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว เราพยายามอย่างเต็มที่ที่จะนำมวยไทยให้ IOC พิจารณา ในกระบวนการโอลิมปิกที่มวยไทยเป็นสมาชิกอยู่ ได้แสดงศักยภาพได้อย่างเป็นที่น่าประทับใจเป็นอย่างมากในรายการการแข่งขันมวยไทยเสมือนจริง ที่คลับฟรานซ์ กรุงปารีส การมาโชว์เป็นการประชาสัมพันธ์ให้เห็นว่ามวยไทยเราสมควรที่จะได้รับการบรรจุในโอลิมปิก 2028 หรือไม่ ซึ่งเมื่อโอลิมปิก 2024 จบลงแล้ว เรามีแผนต่อไปที่จะเดินหน้าผลักดันมวยไทยให้ไปถึงเป้าหมายที่ทุกคนวาดหวังเอาไว้

อนึ่งกิจกรรมนำกีฬา ‘มวยไทย’ ไปโชว์แข่งขันเสมือนจริงช่วงการแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2024 ‘ปารีส 2024’ ยังเหลือโปรแกรมวันที่ 7 สิงหาคม จะเริ่มต้นที่การบรรยาย และสอนมวยไทยโดย บัวขาว บัญชาเมฆ และ จิมมี่ เวียโนต์ นักชกชื่อดังชาวฝรั่งเศส จะคอยแนะนำความรู้และทักษะมวยไทยให้นักกีฬาทุกคนอย่างใกล้ชิด ก่อนที่ช่วงเย็นจะมีพิธีลงนามการโปรโมทมวยไทย ที่โอลิมปิก เฮ้าส์ โดยมี เจ้าชายอับดุลลาซิซ บิน เตอร์กี อัล ไฟซอล ประธานสมาคมกีฬาสมานฉันท์อิสลาม (Islamic Solidarity Sports Association), ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกเปรู และประธานคณะกรรมการโอลิมปิกบาห์เรน เข้าร่วมลงนาม ต่อด้วยงานเลี้ยงกาล่า ดินเนอร์สำหรับสมาชิกที่ร่วมงาน

'เสนาดีเวลลอปเมนท์' มอบคอนโดมูลค่า 2.5 ล้าน ให้ 'วิว กุลวุฒิ' แบบไม่มีเงื่อนไข หลังสร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญเงินโอลิมปิก แบดฯ เหรียญแรกในรอบ 32 ปี

(6 ส.ค. 67) น.ส.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า นายธีรวัฒน์ ธัญลักษณ์ภาคย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งผ่านนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ว่าจะมอบคอนโดเสนาดิเวอลอปเมนต์ ให้ 1 ห้อง โดยไม่มีเงื่อนไขให้กับ วิว กุลวุฒิ หลังสร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญเงินโอลิมปิก แบดมินตัน ชายเดี่ยว และเป็นเหรียญแรกในประวัติศาสตร์ของวงการแบดมินตันไทย ในรอบ 32 ปี

โดยคอนโดตั้งอยู่ในโครงการเฟล็กซี่ (flexi) รัตนาธิเบศร์ เดินทางสะดวก เพียง 200 เมตร ถึง MRT บางกระสอ มูลค่า 2.505 ล้าน ขนาดห้อง 34.98 ตร.ม

'วิว กุลวุฒิ' น้อมเกล้าถวายเหรียญเงินโอลิมปิกเกมส์แด่ 'ในหลวง' เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา

(7 ส.ค. 67) หลังจาก ‘วิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์’ ฮีโร่เหรียญเงิน แบดมินตัน ชายเดี่ยว โอลิมปิก 2024 กลับถึงไทย โดยมีพ่อแม่ น้องสาว และแฟนคลับชาวไทย มาต้อนรับด้วยความอบอุ่น ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ...

โดย กุลวุฒิ ได้กล่าวเปิดใจว่า ผมขอขอบพระคุณสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงพระราชทานช่อดอกไม้ให้กระผม ซึ่งเป็นเกียรติและขวัญกำลังใจ ที่จะทำให้พัฒนาตัวเองต่อไป และด้วยพระบารมีปกเกล้าของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงสร้างความสำเร็จให้กับประเทศไทย และเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ กระผมขอน้อมเกล้าถวายเหรียญโอลิมปิกเกมส์ แด่พระองค์ท่านในครั้งนี้...

เจ้าวิว กล่าวต่อว่า สิ่งที่อยากจะทำตอนนี้ คือ อยากจะพัก เนื่องจากแข่งขันมาเป็นเวลานานและต้องเดินทางไกลด้วย ส่วนรายการต่อไปคือ เจแปน โอเพน ที่ญี่ปุ่น กับ โคเรีย โอเพน ที่เกาหลีใต้ ซึ่งเจแปน โอเพน จะต้องไปแข่งขัน แต่ต้องดูสภาพร่างกายอีกครั้งว่าจะเล่นไหวหรือไม่ ส่วนโคเรีย โอเพน คงต้องถอนเพราะอยู่คนละเมือง ส่วนเป้าหมายในอนาคตนั้นตอนนี้ตนขึ้นเป็นมือ 4 ของโลก ถามว่าอยากขึ้นมือ 1 หรือไม่ ก็คืออยากแต่เป้าหมายจริง ๆ คืออยากได้แชมป์โลก อยากได้แชมป์โอลิมปิกเกมส์ และอยากได้แชมป์ ออล อิงแลนด์

“ส่วนเรื่องของเงินรางวัลอัดฉีด รวมถึงงานอีเวนต์ต่าง ๆ หลังจากนี้ ตอนนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดว่ามีแพลนยังไงบ้าง ส่วนสิ่งที่ผมอยากกินมากที่สุดคือชาบูกับปิ้งย่างครับ” เจ้าวิว กล่าว

'บีโอไอ' เผย!! 'ฮุนได' ทุ่ม 1,000 ล้าน ปักธงไทย ปั้นฐานผลิต EV-แบตเตอรี่ พร้อมดึง 'กลุ่มธนบุรี' ร่วมพันธมิตร ดีเดย์!! เดินเครื่องต้นปี 2569

(7 ส.ค.67) นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการของบริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตรถยนต์อันดับหนึ่งจากประเทศเกาหลีใต้ เพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) และผลิตแบตเตอรี่โดยเริ่มจากขั้นตอนการประกอบโมดูล เพื่อป้อนให้กับสายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย รวมมูลค่าเงินลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท โดยมีบริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ จำกัด และบริษัท ธนบุรี เอ็นเนอร์ยี่ สตอเรจ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด เป็นพันธมิตรสำคัญในการลงทุนครั้งนี้ ซึ่งบริษัทพร้อมจะเริ่มลงทุนทันที และตั้งเป้าจะเริ่มผลิตในช่วงต้นปี 2569 นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการพิจารณาแผนจัดหาชิ้นส่วนจากผู้ผลิตในประเทศไทย ซึ่งบีโอไอจะทำงานร่วมกับบริษัทอย่างใกล้ชิด เพื่อเชื่อมโยง Supply Chain ในประเทศให้ได้มากที่สุด

“เกาหลีใต้เป็นหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลก และค่ายรถยนต์รายใหญ่อย่างฮุนได ก็ถือเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล การลงทุนสร้างฐานการผลิตรถยนต์ EV ของค่ายเกาหลีในครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของไทยและนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของรัฐบาลไทย นอกจากนี้ ยังแสดงถึงทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ และความต้องการยานยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การลงทุนของฮุนไดในครั้งนี้จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับไทยเพื่อมุ่งสู่ศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภทในระดับโลก และจะช่วยสร้างโอกาสให้กับผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยในการเข้าสู่ Supply Chain ของอุตสาหกรรมระดับโลกด้วย” นายนฤตม์ กล่าว

ทั้งนี้ แนวโน้มตลาด EV ทั่วโลกยังเติบโตต่อเนื่อง จากข้อมูล Global EV Outlook 2024 โดย IEA พบว่าในไตรมาสแรกของปีนี้ ยอดขายรถยนต์ EV ทั่วโลก มีอัตราเติบโตร้อยละ 25 และคาดว่าสิ้นปี 2567 จะมียอดขายรถยนต์ EV รวมกันกว่า 17 ล้านคัน หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20 ของยอดขายรถยนต์ทั่วโลก โดยปัจจุบันบีโอไอได้อนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนโครงการในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งการผลิตยานยนต์ BEV ประเภทต่าง ๆ แบตเตอรี่และชิ้นส่วนสำคัญ รวมทั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า รวมมูลค่าเงินลงทุนกว่า 80,000 ล้านบาท

'ไทยออยล์' เผย 3 บริษัทผู้รับเหมา ยังไม่ยอมจ่ายค่าจ้างให้แรงงาน จี้!! ควรเร่งรับผิดชอบ บรรเทาความเดือดร้อน ก่อนม็อบบานปลาย

(7 ส.ค. 67) บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่า…จากกรณีกลุ่มผู้ใช้แรงงานรวมตัวชุมนุมบริเวณริมถนนสุขุมวิท หน้าโรงกลั่นไทยออยล์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2567 จนถึงปัจจุบัน เนื่องจากไม่ได้รับค่าจ้างจากผู้รับเหมาตามกำหนดนั้น 

โดยในช่วงสัปดาห์แรกของการชุมนุม กลุ่มผู้ใช้แรงงานที่ไม่ได้รับค่าจ้างจากนายจ้าง คือ บริษัท วัน เทิร์น เท็น จำกัด, บริษัท เอ็มโก้ แอลทีดี (ไทยแลนด์) จำกัด และบริษัท ไทยฟง เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด  ซึ่งนายจ้างทั้ง 3 บริษัท  เป็นผู้รับเหมาช่วงของ บริษัท ซิโนเพค เอ็นจิเนียริ่ง กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด (Sinopec)

ต่อมา ในช่วงสัปดาห์ที่สอง มีกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่ไม่ได้รับค่าจ้างจากนายจ้างซึ่งเป็นผู้รับเหมาช่วงรายอื่นเข้าร่วมการชุมนุมเพิ่มเติม คือ บริษัท หิมวันต์ การช่าง 2009 จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับเหมาช่วงของบริษัท เอสทีพี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (STP) บริษัท ศิวกฤต คอนสตรัคชั่นแอนด์เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด, ห้างหุ้นส่วนจำกัด เคยูเอ็น ซัพพลาย คอนสตรัคชั่น และห้างหุ้นส่วนจำกัด ซี.วาย.กรุ๊ป ซึ่งทั้ง 3 บริษัท เป็นผู้รับเหมาช่วงของบริษัท เอสซีไอ สยาม โคเรีย อินดันเตรียล จำกัด (“SCI”) 

โดย Sinopec, STP และ SCI เป็นผู้รับเหมาช่วงของกิจการร่วมค้า Unincorporated Joint Venture (UJV) of Samsung E&A (Thailand) Co., Ltd. (ชื่อเดิม Samsung Engineering (Thailand) Co., Ltd.) (Samsung), Petrofac South East Asia Pte. Ltd. (Petrofac) และ Saipem Singapore Pte. Ltd. (Saipem) ซึ่งเป็นคู่สัญญาจ้างทำของในการก่อสร้างโครงการพลังงานสะอาด (Clean Fuel Project: CFP) ให้กับบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (ไทยออยล์) 

ไทยออยล์ ขอชี้แจงว่า ไทยออยล์ ได้จ่ายค่าตอบแทนให้ UJV - Samsung, Petrofac และ Saipem ซึ่งเป็นผู้รับเหมาหลักในการก่อสร้างโครงการพลังงานสะอาด (Clean Fuel Project: CFP) ตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาจ้างเหมาทำของ ออกแบบวิศวกรรม การจัดหา และการก่อสร้าง (EPC: Engineering, Procurement and Construction) อย่างครบถ้วนถูกต้องแล้ว แต่ UJV - Samsung, Petrofac และ Saipem ไม่ได้ชำระค่าตอบแทนตามสัญญาให้  Sinopec, STP และ SCI ซึ่งเป็นผู้รับเหมาช่วงของ UJV - Samsung, Petrofac และ Saipem ส่งผลให้ Sinopec, STP และ SCI ยังไม่ได้ชำระค่าตอบแทนตามสัญญาจ้างเหมาให้กับผู้รับเหมาช่วงของตน อันได้แก่ บริษัท วัน เทิร์น เท็น จำกัด, บริษัท เอ็มโก้ แอลทีดี (ไทยแลนด์) จำกัด, บริษัท ไทยฟง เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด, บริษัท หิมวันต์ การช่าง 2009 จำกัด, บริษัท ศิวกฤต คอนสตรัคชั่นแอนด์เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด, ห้างหุ้นส่วนจำกัด เคยูเอ็น ซัพพลาย คอนสตรัคชั่น และห้างหุ้นส่วนจำกัด ซี.วาย.กรุ๊ป  ดังนั้น การที่กลุ่มผู้ใช้แรงงานของผู้รับเหมาช่วงมารวมตัวชุมนุมที่หน้าโรงกลั่นไทยออยล์ จึงเป็นหน้าที่ของผู้รับเหมาช่วงและ UJV - Samsung, Petrofac และ Saipem ที่จะต้องรับผิดชอบในการชำระค่าจ้างให้แก่กลุ่มผู้ใช้แรงงานตามกฎหมาย 

ไทยออยล์ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลสำหรับการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มมาโดยตลอด ซึ่งรวมถึง UJV - Samsung, Petrofac และ Saipem ไทยออยล์ตระหนักถึงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นของกลุ่มผู้ใช้แรงงาน และได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการร่วมมือกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้รับผิดชอบเหตุการณ์ดังกล่าว ได้แก่ UJV - Samsung, Petrofac และ Saipem และ Sinopec, STP รวมถึง SCI หาข้อตกลงร่วมกันและจ่ายค่าจ้างให้กับกลุ่มผู้ใช้แรงงานโดยเร็วที่สุด 

โดยตลอดระยะเวลา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ไทยออยล์ได้ประสานให้มีการหารือร่วมกันระหว่างผู้แทนกลุ่มผู้ใช้แรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนของนายจ้าง ผู้แทนของ Sinopec, STP และ SCI และผู้แทนของ UJV - Samsung, Petrofac และ Saipem มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กลุ่มผู้ใช้แรงงานกลับไปทำงานได้ตามปกติ  

อย่างไรก็ดี ไทยออยล์ได้ทราบว่า UJV - Samsung, Petrofac และ Saipem ยังไม่ยอมรับที่จะลงนามข้อตกลงร่วมกับ Sinopec, STP และ SCI จึงทำให้ระยะเวลาและกระบวนการจ่ายค่าจ้างให้กับกลุ่มผู้ใช้แรงงานยังไม่มีความชัดเจนและยังคงล่าช้าต่อไป ทั้งนี้ ไทยออยล์ หวังว่า UJV - Samsung, Petrofac และ Saipem, Sinopec, STP และ SCI จะยืนยันที่จะรับผิดชอบในการจ่ายค่าจ้าง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับกลุ่มผู้ใช้แรงงานโดยเร็วที่สุด

‘เพจก้าวไกล’ เปิดภาพ 'ก้าวไกลในเลนส์กล้อง' ประมวลรูปที่คุณอาจไม่เคยเห็น ในระยะเวลาทำงาน 4 ปี

(7 ส.ค.67) เพจเฟซบุ๊ก ‘พรรคก้าวไกล - Move Forward Party’ โพสต์ภาพ พร้อมเนื้อหาในหัวข้อ ‘ก้าวไกลในเลนส์กล้อง : ประมวลรูปที่คุณอาจไม่เคยเห็น จากช่างภาพผู้ติดตามการทำงานของพรรค’ โดยระบุว่า...

4 ปีของพรรคก้าวไกล เป็นเรื่องราวของผู้คนและการเดินทางที่ไม่รู้จบ และผู้ที่จะเก็บบันทึกเส้นทางของพวกเขาได้เป็นชิ้นเป็นอันที่สุด ก็คือบรรดาช่างภาพที่ติดตามการทำงานของพรรคก้าวไกล เราติดต่อไปยังช่างภาพเหล่านั้นเพื่อขอภาพถ่ายที่พวกเขาประทับใจ ขบขัน หรือเป็นแง่มุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งแกนนำ ทีมงาน สมาชิกพรรค และผู้สนับสนุนจากทั่วสารทิศ

ขอเชิญชม ‘ก้าวไกล’ จากวิวไฟน์เดอร์ของคนทำงานตัวจริงและเรื่องราวที่คุณอาจจะไม่เคยเห็นมาก่อน

‘เกาหลีใต้’ วุ่น!! คนในชาติคลั่งการเมืองหนัก สะเทือนลามเรื่องความรัก หลังผลโพล ชี้!! 58.2% ไม่อยากอินเลิฟกับคนเห็นต่างทางการเมือง

เมื่อวานนี้ (6 ส.ค. 67) นสพ.The Korea Herald ของเกาหลีใต้ รายงานข่าว 6 in 10 S. Koreans won't date across political lines: survey ระบุว่า เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2567 สถาบันสุขภาพและกิจการสังคมแห่งเกาหลี เผยแพร่ผลสำรวจกลุ่มตัวอย่างชาวเกาหลีใต้จำนวน 3,950 คน อายุระหว่าง 19 - 75 ปี ซึ่งดำเนินการเมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 58.2 ไม่ต้องการสร้างความสัมพันธ์โรแมนติกกับบุคคลที่มีความเห็นทางการเมืองแตกต่างกัน

กลุ่มตัวอย่างกว่าร้อยละ 70 ยังคัดค้านการทำงานร่วมกับบุคคลที่มีความเชื่อทางการเมืองตรงข้ามกัน และร้อยละ 33 ปฏิเสธที่จะเข้าร่วมงานสังสรรค์ทางสังคม กับคนที่มีมุมมองทางการเมืองตรงข้ามกัน และผลการสำรวจอื่น ๆ ยังแสดงให้เห็นว่า เกาหลีใต้กำลังประสบกับปัญหาประชาชนมีความแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายทางการเมืองอย่างมาก ซึ่งชี้ให้เห็นถึงรอยร้าวที่ลึกซึ้งขึ้นระหว่างกลุ่มเสรีนิยมและอนุรักษ์นิยมในประเทศ

รายงานข่าว กล่าวต่อไปว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 92.3 มองว่าความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวามีนัยสำคัญ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 87 ในปี 2561 โดยมีกลุ่มตัวอย่างเพียงร้อยละ 21 เท่านั้นที่ระบุว่าไว้วางใจรัฐสภา ส่วนความขัดแย้งอื่น ๆ ในสังคมเกาหลีใต้ที่ผู้ตอบแบบสอบถามระบุ ได้แก่ ระหว่างพนักงานประจำกับพนักงานชั่วคราว ร้อยละ 82.2 ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ร้อยละ 79.1 ระหว่างคนรวยกับคนจน ร้อยละ 78 และระหว่างบริษัทขนาดใหญ่กับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SME) ร้อยละ 71.8

โดยรวมแล้ว กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนความสามัคคีในสังคมโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 4.2 จากระดับ 10 ซึ่งลดลงจาก 4.31 ในปี 2565 และ 4.59 ในปี 2564 ในขณะเดียวกัน ระดับความขัดแย้งทางสังคมโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 2.93 จาก 4 เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 2.88 ในปี 2561 อย่างไรก็ตาม นอกจากความแตกต่างทางสังคมและการเมืองแล้ว ระดับความพึงพอใจในชีวิตของแต่ละบุคคลกลับเพิ่มขึ้น โดยระดับความสุขโดยเฉลี่ยในระดับ 10 อยู่ที่ 6.76 เมื่อปี 2566 เพิ่มขึ้น 0.43 จุดจาก 6.33 ในปี 2564 ในทางกลับกัน ระดับภาวะซึมเศร้าลดลงเหลือ 2.57 เมื่อปี 2566 จาก 2.92 ในปี 2564

'จันทร์แจ่ม สุวรรณเพ็ง' คว้าเหรียญทองแดง หลังพ่ายคะแนนให้กับ 'อิมาน เคลิฟ' นักชกแอลจีเรีย

(7 ส.ค.67) การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ปารีสเกมส์ 2024 ที่ประเทศฝรั่งเศส มวยสากล รอบรองชนะเลิศ คนสุดท้าย รุ่น เวลเตอร์เวท 66 กก.หญิง มีนักกีฬาไทยลงแข่งขัน คือ 'บี' จันทร์แจ่ม สุวรรณเพ็ง วัย 23 ปี กำปั้นจากจังหวัดหนองคาย ดีกรีเหรียญเงินและเหรียญทองแดง ชิงแชมป์โลก รวมถึง เหรียญเงินเอเชียนเกมส์ ปี 2023 ที่รอบ 8 คนชนะ  บูเซญาซ ซูร์เมเนลี่ เบอร์ 1 ของรุ่นจากตุรกี โดยพบกับ อิมาน เคลิฟ กำปั้นวัย 25 ปีจากแอลจีเรีย ที่ไม่ผ่านตรวจเพศจาก IBA แต่ IOC ให้ลงแข่งได้ ซึ่งรอบที่แล้วชนะลูก้า ฮาโมรี่ จากฮังการี

คู่นี้เคยเจอกันมาแล้วในรอบรองชนะเลิศ ในศึกชิงแชมป์โลก 2023 ที่ประเทศอินเดีย โดย เคลิฟ เป็นฝ่ายชนะคะแนนเอกฉันท์ 5-0 เสียง ก่อนที่ สหพันธ์มวยสากลนานาชาติ (IBA) ตัดสิทธิ์และปรับแพ้ เนื่องจาก เคลิฟ ตรวจเพศไม่ผ่าน

ยกแรก เคลิฟ แย็บรักษาระยะก่อนต่อยหนึ่งสอง ขณะที่ จันทร์แจ่ม พยายามยิงหมัดตัดลำตัวใส่ หมดยกแรก เคลิฟ นำขาด

ยกที่สอง จันทร์แจ่ม แก้เกมด้วยการพยายามเดินติดไม่ให้ เคลิฟ เดินเข้าหา แต่นักมวยจากแอลจีเรีย ก็ใช้ช่วงชกที่ได้เปรียบกว่าดักแย็บซ้ายใส่ จบยกนี้ จันทร์แจ่ม คะแนนยังเป็นรอง 

ยกสุดท้าย จันทร์แจ่ม ที่รู้ว่าคะแนนเป็นรอง พยายามเดิมเข้าใส่ แต่ก็โดน เคลิฟ 2 หมัด ครบยก อิมาน เคลีฟ ชนะไปเอกฉันท์ 5-0 เสียง ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ส่วน จันทร์แจ่ม ได้เหรียญทองแดงไปแบบได้ใจชาวไทย 

'จันทร์แจ่ม' ไม่ติดใจเรื่องเพศสภาพนักชกแอลจีเรีย เผย!! วางแผนมาดีแล้ว แต่คู่ต่อสู้ 'มีความเร็ว-ช่วงชกยาว'

(7 ส.ค.67) จากเพจเฟซบุ๊ก MGR SPORT โพสต์ข้อความระบุว่า…

ควันหลงหลังจากที่ ‘จันทร์แจ่ม สุวรรณเพ็ง’ นักชกสาวไทย แพ้ ‘อิมาน เคลิฟ’ คู่แข่งจากแอลจีเรีย ได้เหรียญทองแดงโอลิมปิก

นักชกจากจังหวัดหนองคายกล่าวว่า "วางแผนมาสู้ เป็นอย่างดีแล้วแต่ต้องยอมรับว่าคู่ต่อสู้นั้นมีความเร็วและมีช่วงชกที่ยาวกว่าทำให้แทบจะเข้าไม่ถึงตัวเลย"

“เรื่องของเพศสภาพนั้นไม่ได้ติดใจอะไร แต่ต้องยอมรับว่าเขามีกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งแล้วก็มีการชกที่มั่นใจมาก สายตามุ่งมั่นอยู่ตลอดเวลาและดูปราดเปรียวกว่าในการชกกันที่อินเดียเมื่อปีที่แล้ว”

นักชกสาวไทย กล่าวต่อไปอีกว่า สิ่งสำคัญก็คือเขามีโอกาสฟื้นตัวจากการชั่งน้ำหนักเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาส่วนตัวเองเมื่อคืนนอนหลับ และหลับ ๆ ตื่น ๆ อยู่ตลอดเวลา ไม่ได้หลับสนิทอีกทั้งมาเจอกับเวทีใหญ่ในวันนี้ค่อนข้างจะที่จะตื่นเต้นเนื่องจากผู้ชมเยอะมากแล้วก็กองเชียร์ของแอลจีเรียเยอะมากเหมือนชกในบ้านของเขา“

ต่อข้อซักถามที่ว่าเงินที่ได้มาจะนำไปใช้อะไร จันทร์แจ่ม ตอบว่ายังไม่ได้วางแผนเอาไว้แต่ตอนนี้อยากที่จะพักก่อน 

“อาหารที่อยากกินนั่นก็คือส้มตำ แต่ที่อยากกินที่สุดก็คือผัดเผ็ดปลาไหลฝีมือพ่อ แต่กว่าจะได้กลับบ้านก็ต้องอีกสักระยะหนึ่ง ที่ผ่านมาไม่ได้กินของที่ชอบเลยเนื่องจากต้องควบคุมน้ำหนัก”

สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทยจัดโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการให้ความช่วยเหลือคนพิการทางจิตและการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนรุ่นที่ 5 ภาคตะวันออก

เมื่อวันอังคารที่ 6 สิงหาคม 2567 นายกำพล สิริรัตตนนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการให้ความช่วยเหลือคนพิการทางจิต 
และการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน รุ่นที่ 5 ภาคตะวันออก พร้อมด้วย นางนุชจารี คล้ายสุวรรณ  นายกสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย / กรรมการและที่ปรึกษาสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย กรรมการภาคตะวันออกผู้แทนตำรวจภูธรภาค 2 ผู้แทนตำรวจภูธรจังหวัดนครนายกผู้แทนจากหน่วยงานสาธารณสุข ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกผู้แทนจากกรมสุขภาพจิต และผู้มีเกียรติ ร่วมงานระหว่าง วันที่ 5 – 7 สิงหาคม 2567 ณ ห้องประชุมโรงแรมที วินเทจ ต.ท่าทองหลาง อ.บางคล้า  จ.ฉะเชิงเทรา

นายกำพล สิริรัตตนนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่าจากคำกล่าวรายงานของ น.ส.ฐิติพร  พริ้งเพลิด  อุปนายกสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย คนที่ 2 ทำให้ทราบถึงความเป็นมา และวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการให้ความช่วยเหลือคนพิการทางจิตและการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนในวันนี้ 

ซึ่งต้องการให้ผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน ได้รับความรู้ มีความเข้าใจ ในเรื่องสิทธิด้านต่างๆ สำหรับคนพิการ โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูง ต่อการก่อความรุนแรง และการฆ่าตัวตาย รวมทั้ง เน้นให้เห็นความสำคัญของครอบครัว เพื่อลดความรุนแรง รวมทั้งเพื่อให้ได้แนวทางและขั้นตอนในการให้ความช่วยเหลือคนพิการทางจิตอย่างถูกวิธี ตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิต และพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

น.ส.ฐิติพร พริ้งเพลิด อุปนายกสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย คนที่ 2 กล่าว โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการให้ความช่วยเหลือคนพิการทางจิตและการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน รุ่นที่ 5 ภาคตะวันออก จัดขึ้น เพื่อให้เกิดแกนนำเครือข่ายภาคปฏิบัติ ที่มีความรู้ความเข้าใจขั้นตอนการให้ความช่วยเหลือคนพิการทางจิตเมื่ออยู่ในภาวะต่างๆได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และทันเหตุการณ์ เพื่อให้ได้แนวทาง และขั้นตอนในการให้ความช่วยเหลือคนพิการทางจิตอย่างถูกวิธี ตามพระราชบัญญัติสุขภาพจิต และ พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จากการทำแผนงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในพื้นที่และส่วนกลาง สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย  ก่อตั้งเมื่อวันที่  27  มีนาคม  2546 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา  21 ปี

การจัดโครงการฯในวันนี้ จะดำเนินการระหว่างวันที่  5 – 7 สิงหาคม 2567 โดยจะมีการจัดกิจกรรมทั้งหมดจำนวน 5 รุ่น แบ่งเป็น รุ่นที่ 1 ภาคเหนือ จำนวน 140 คน รุ่นที่ 2 ภาคกลาง จำนวน 139 คน รุ่นที่ 3 ภาคอีสาน จำนวน 154 คน รุ่นที่ 4 ภาคใต้ จำนวน 117 คน  และรุ่นที่ 5 ภาคตะวันออก จำนวน 76 คน รวมกลุ่มเป้าหมายทั้งโครงการจำนวน 626 คน 

โดยกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการในรุ่นที่ 5 ภาคตะวันออก ประกอบด้วยคณะกรรมการภาคตะวันออกหรือผู้แทน คณะกรรมการและกรรมการที่ปรึกษาสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทยหรือผู้แทน ที่ปรึกษาสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย ผู้แทนตำตรวจภูธรภาค 2 และผู้แทนตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก ผู้แทนจากหน่วยงานสาธารณสุขในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกผู้แทนจากกรมสุขภาพจิต ผู้สังเกตการณ์ วิทยากรและคณะทำงาน รวมจำนวน  76 คน  


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top