Tuesday, 11 August 2026
Hard News Team

เปิดดวงชะตาล่าสุด 'เศรษฐา' ดูสดใส 'ทักษิณ' หวั่นใจ วิบากกรรมยังรุมเพียบ

สัปดาห์ที่แล้ว...ได้กล่าวถึงกระแสข่าวว่า เศรษฐา ทวีสิน มีแนวโน้มน่าจะรอดได้ไปต่อในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยเหตุปัจจัยทางกฎหมายที่บางคนบอกว่ายังก้ำกึ่ง บางคนบอกว่าผิดชัด ๆ...แต่หลายคนเชื่อว่า...เหตุผลบกพร่องโดยสุจริต อาจจะเป็นประเด็นสำคัญ...

ความเชื่อว่า...เศรษฐาน่าจะรอด มีสูงขึ้นเป็นลำดับเมื่อมองจากภาษากายของเขาที่ดูสดชื่น มั่นอกมั่นใจแม้จะเพิ่งสูญเสียคุณแม่...แต่งานศพคุณแม่ได้อดีตนายกฯ ลุงตู่ 'พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา' ในฐานะองคมนตรีไปเป็นประธานสวดพระอภิธรรมเมื่อค่ำวันที่ 5 ส.ค.

และเย็นวันที่ 6 ส.ค. 'พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์' ประธานองคมนตรีเป็นผู้แทนพระองค์ไปในการพระราชทานเพลิงศพ โดย พล.อ.ประยุทธ์ ไปร่วมอีกครั้ง รวมทั้งนายทักษิณ ชินวัตร และบุคคลสำคัญจำนวนมาก ย่อมทำให้นายเศรษฐาและครอบครัวภาคภูมิใจ...

ทำให้นึกถึงคำพยากรณ์ของซินแส ภาณุวัฒน์ พันธ์วิชาติกุล ที่สัมภาษณ์ในไทยโพสต์ ออนไลน์ว่า...ความสูญเสียของคุณแม่ช่วยค้ำยันให้ดวงผู้เป็นลูกดีขึ้น...เชื่อว่าเศรษฐาจะรอดแบบฉิวเฉียด...ได้ไปต่อ...

จะได้ไปต่อจริงหรือไม่ก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้รัฐบาลได้กำหนดวาระงานสำคัญหลังวันพิพากษา 14 ส.ค.เอาไว้แล้วว่า วันที่ 19-20 ส.ค. จะมีการประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา...

ทำราวกับว่าวันที่ 14 ส.ค.ก็เป็นวันธรรมดาวันหนึ่ง...เดี๋ยวมันก็ผ่านพ้นไป...อะไรประมาณนั้น!!

ในขณะที่ดวงดาวของ 'เศรษฐา' ดูเหมือนจะโคจรในวิถีที่ปลอดภัย...หันไปดูชะตากรรมทักษิณดูเหมือนจะอมทุกข์อโศกไว้อย่างเห็นได้ชัด แม้พยายามจะยิ้มแย้มตอนพบปะยกมือไหว้ 'ลูงตู่' ในงานศพก็ตาม...

จะไม่ให้เครียดได้อย่างไรในเมื่อ...

1) มีคดีมาตรา 112 ติดตัวอยู่...ขอเดินทางไปนอกราชอาณาจักร (ดูไบ) ศาลก็ไม่อนุญาต

2) ความคาดหวังที่จะได้พ้นโทษเร็วกว่ากำหนด (31 ส.ค.2567) กล่าวคือ ขอรับอานิสงส์พร้อมกับการพระราชทานอภัยโทษทั่วไปเนื่องในวันมหามงคลก็ยังไม่ชัดเจนว่าได้หรือไม่...วันไหน!?

3) มิหนำซ้ำ...กรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) สรุปเปรี้ยงออกมาว่า ทักษิณได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลดีกว่านักโทษรายอื่น รพ.ตำรวจเลือกปฏิบัติ ขอส่งข้อมูลให้ ป.ป.ช.ดำเนินการต่อ โอกาสจะถูกกล่าวหาพัวพันก็มี

4) รัฐบาลที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำยังบริหารไม่ได้ดั่งใจ...ดิจิทัล วอลเล็ต ยังถูกท้าทายเยาะเย้ยว่า...ไปไม่ถึงเป้าหมาย

..ฯลฯ..

ท่ามกลางความเครียดเคร่ง ข่าวแจ้งว่าทักษิณยอมที่จะไปเป็นองค์ปาฐกหัวข้อ 'VISION FOR THAILAND' ในงาน...ดินเนอร์ทอล์ก ที่จัดโดยเครือเนชั่น ในวันที่ 22 ส.ค. ซึ่งตอนคิดงานใหม่ ๆ กะว่าจะเล่นมุกเลข 22 คือ จัดงานวันที่คิดว่าพ้นโทษ 22 ส.ค.ถ่ายทอดสดทางช่อง 22

แต่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน...

หลังการจ้อครั้งสำคัญในวันที่ 22 ส.ค.ก็ยังไม่มีหลักประกันว่า...จะกำไรหรือขาดทุน...คนจัดงานอาจมีกำไร แต่พรรคเพื่อไทยและยี่ห้อชินวัตรยังไม่ชัดเจนว่าจะกำไร...

คนคำนวณมิสู้ปากพาไป...โปรดระวังปลาหมอคางดำ...!!

มุกดาหาร -ตำรวจน้ำ ปศุสัตว์ ร่วมกันทำลาย ชิ้นส่วนสุกรเถื่อน ของกลาง 660กก.

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2567 เวลา 14.00 น. พ.ต.ท.พงษ์พิพัฒน์  บูรณะบัญญัติ สว.ส.รน.3 กก.10 บก.รน. มอบหมายให้ ว่าที่ ร.ต.อ.ทวีศักดิ์ สุระสะ รอง สว.(ป.ทางน้ำ) ส.รน.3 กก.10 บก.รน. ร่วมเป็นคณะกรรมการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร ดำเนินการทำลายชิ้นส่วนหมูเถื่อน ของกลาง จำนวน 660 กิโลกรัม ตามระเบียบกรมปศุสัตว์ว่าด้วยการทำลายสัตว์หรือซากสัตว์ที่เป็นโรคระบาด หรือพาหะของโรคระบาด พ.ศ. 2558 โดยวิธีฝังกลบ ณ บริเวณด่านกักกันสัตว์มุกดาหาร ตำบลคำอาฮวน อำเภอมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร 

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร รายงาน 092-5259777

‘ศาล รธน.’ พิพากษา ‘ยุบพรรคก้าวไกล’ ‘พิธา-กก.บห.’ ถูกตัดสิทธิ์การเมือง 10 ปี

(7 ส.ค.67) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัย คดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกล เนื่องจากมีพฤติการณ์กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเข้าลักษณะกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อันเป็นเหตุแห่งการยุบพรรคผู้ถูกร้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า ให้ยุบพรรคก้าวไกล ฐานมีพฤติการณ์อาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยอ้างอิงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 3/2567 ที่ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า พรรคก้าวไกลกระทำการในลักษณะดังกล่าว จากการที่มี สส.เสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 รวมถึงมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการแก้ไขมาตรา 112 โดยเสนอให้ยกเลิกกฎหมายมาตรานี้

ทั้งนี้ในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า พรรคก้าวไกลและพิธา มีพฤติการณ์ดังกล่าวจริง จึงให้ตัดสิทธิ พิธา และกรรมการบริหารพรรค รวม 10 ปี 

สำหรับผู้ที่โดนตัดสิทธิทางการเมืองได้แก่...

1.พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
2.ชัยธวัช ตุลาธน 
3. ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ 
4. ณกรณ์พงศ์ ศุภนิมิตตระกูล 
5. ปดิพัทธ์ สันติภาดา 
6. สมชาย ฝั่งชลจิตร 
7. อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล 
8. อภิชาต ศิริสุนทร 
9. เบญจา แสงจันทร์ 
10. สุเทพ อู่อ้น

'อัครเดช' จี้!! ตำรวจเร่งกวาดล้างมาเฟีย 'เงินกู้-ยาเสพติด' บ้านโป่ง ลั่น!! หากปล่อยเรื้อรัง ไม่พ้น 'ลักทรัพย์-ชิงทรัพย์' ลุกลาม

(7 ส.ค. 67) ที่รัฐสภา นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี เขต 4 พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้หารือในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในเขตอำเภอบ้านโป่ง เพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในเรื่องอาชญากรรม ซึ่งทำให้ชาวบ้านหวาดผวาอย่างหนัก หลังจากเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา มีเพจดังในโซเชียลมีเดียได้ลงข่าวเจ้าหนี้ปล่อยเงินกู้นอกระบบได้ทําร้ายร่างกายลูกหนี้และเครือข่าย 

จากเหตุการณ์นี้ จึงขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตํารวจ โดยเฉพาะท่านผู้บัญชาการสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ได้ลงไปเร่งรัดจัดการคดีนี้ พร้อมกับเร่งปราบปรามการปล่อยเงินกู้นอกระบบ ซึ่งเป็นปัญหาอาชญากรรมที่สร้างความหวาดกลัวให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่จนเกิดเป็นข่าวดังในช่วงที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ในเขตอําเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ว่า ขณะนี้เกิดปัญหายาเสพติดระบาดอย่างหนักในพื้นที่ จึงขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตํารวจได้เร่งรัดปราบปราม เพราะต้องยอมรับว่า ในช่วงนี้ยาเสพหนักเพิ่มปริมาณขึ้นเยอะมาก จากเดิมที่เคยลงลงพื้นที่ตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา ไม่ค่อยปรากฏว่าพี่น้องประชาชนเข้ามาร้องเรียนเรื่องยาเสพติดเลย แต่ช่วงนี้คงเยอะเป็นพิเศษจนชาวบ้านเริ่มทนไม่ไหว จึงได้เข้ามาร้องเรียนในขณะที่ลงพื้นที่

และแน่นอนว่า เมื่อมียาเสพติดระบาด ยังส่งผลให้มีปัญหาเรื่องการลักทรัพย์และชิงทรัพย์เพิ่มขึ้นด้วยเช่น ซึ่งเมื่อไม่กี่วันนี้ที่ผ่านมา เกิดเหตุกระชากกระเป๋า โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นใต้สะพานโคกหม้อ ถนนทรงพล เขตตําบลปากแรต อําเภอบ้านโป่ง และยังมีปัญหาการลักทรัพย์สินทางราชการโดยเฉพาะสายไฟฟ้าส่องสว่าง ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน แต่ทว่ายังไม่ได้รับการจัดการอย่างจริงจัง ดังนั้น จึงขอให้ทางผู้บัญชาการสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ลงไปเร่งดําเนินการให้ด้วย

นอกจากนั้น ในเขตอําเภอบ้านโป่ง ยังมีการจราจรหนาแน่น และมีการปิดถนนบางช่วงเพื่อทําการก่อสร้าง จึงอยากจะขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตํารวจ เข้ามาช่วยอํานวยการจราจร เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาพบว่า เจ้าหน้าที่ตํารวจไม่ค่อยเพียงพอ จึงขอให้ทางผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัดราชบุรีได้เร่งดําเนินการแก้ไขปัญหาเจ้าหน้าที่ตํารวจจราจรที่มีจํากัด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้ด้วย

“ขณะเดียวกัน ยังได้รับการร้องเรียนจากนายกเทศมนตรีเทศบาลตําบลห้วยกระบอก ตําบลกรับใหญ่ว่า มีไฟฟ้าตกในเขตเทศบาลตําบลห้วยกระบอกบ่อยครั้ง ขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เร่งรัดดําเนินการแก้ไขปัญหาไฟฟ้าตกในพื้นที่ให้ด้วย” นายอัครเดช กล่าวทิ้งท้าย

'ซัมซุง' โชว์แบตฯ EV ตัวใหม่ ชาร์จ 9 นาที วิ่งได้ระยะ 'กรุงเทพฯ-ภูเก็ต' คาด!! นำมาตอบโจทย์ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าระดับซูเปอร์พรีเมียม

บริษัทซัมซุง เอสดีไอ (Samsung SDI) ซึ่งเป็นบริษัทสำหรับการผลิตระบบกักเก็บพลังงานโดยเฉพาะ ในเครือของบริษัทเทคยักษ์ใหญ่จากเกาหลีใต้อย่างซัมซุง (Samsung) แสดงความก้าวหน้าล่าสุดของเทคโนโลยีแบตเตอรี่โซลิดสเตต ซึ่งอ้างว่าสามารถชาร์จ 9 นาทีและวิ่งได้ระยะทาง 600 ไมล์ หรือประมาณ 965 กิโลเมตร เทียบเท่าวิ่งจากกรุงเทพฯ ไปภูเก็ตได้โดยยังเหลือแบตเตอรี่อีกจำนวนหนึ่ง ที่สำคัญคือมีอายุการใช้งานแบตยืนยาวประมาณ 20 ปี

เทคโนโลยีแบตเตอรี่โซลิดสเตตออกไซด์ของซัมซุง มีความหนาแน่นของพลังงาน 500 วัตต์ชั่วโมงต่อกิโลกรัม ซึ่งถือว่ามากกว่าแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าทั่วไปประมาณ 2 เท่า ซึ่งมีความหนาแน่นประมาณ 270 วัตต์ชั่วโมงต่อกิโลกรัม ความหนาแน่นที่เพิ่มขึ้น อาจจะช่วยเพิ่มระยะทางในการเดินทางของรถยนต์ไฟฟ้าได้มากกว่ารถยนต์ปัจจุบันได้เป็น 2 เท่า ทั้งนี้ข้อมูลการชาร์จ 9 นาทีนั้น เว็บไซต์ Interesting Engineering ตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะเป็นการชาร์จจากร้อยละ 10 หรือ 20 ไปเป็นร้อยละ 80 มากกว่าที่จะเป็นจาก 0 ถึงเต็ม 100 เนื่องมาจากถือว่าเป็นแนวทางของอุตสาหกรรม ที่การชาร์จแบตเกินร้อยละ 80 จะช้าลงอย่างมาก เพื่อปกป้องสุขภาพและอายุการใช้งานของแบตเตอรี่

แบตเตอรี่โซลิดสเตตเหล่านี้คาดว่าจะมีขนาดเล็ก เบา และปลอดภัยกว่าแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนที่ใช้ในยานพาหนะไฟฟ้าส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น แปลว่ามันจะเข้ามามีบทบาทอย่างมากต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ EV ซึ่งบริษัทเปิดเผยว่าหากนำไปใช้กับรถยนต์ไฟฟ้า มันก็จะทำให้ใช้พื้นที่ในการจัดเก็บแบตเตอรี่น้อยกว่า ส่งผลให้น้ำหนักรถโดยรวมเบาลงไปด้วย ซึ่งยังมีต้นทุนในการผลิตที่สูง ดังนั้นจึงคาดว่ามันจะถูกนำไปใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าระดับซูเปอร์พรีเมียมเท่านั้น ซึ่งซูเปอร์พรีเมียมในที่นี้หมายถึง รถยนต์ไฟฟ้าที่มีระยะทางการขับขี่ประมาณ 965 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง 

Samsung SDI ได้จัดแสดงเทคโนโลยีนี้ในงานแสดงสินค้าที่เน้นเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงาน SNE Battery Day 2024 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 23 - 24 กรกฎาคม 2024 ที่ผ่านมา บริษัทเปิดเผยว่าตอนนี้ได้นำร่องเปิดสายการผลิตแบตเตอรี่โซลิดสเตตอย่างเต็มรูปแบบ ยิ่งไปกว่านั้น แบตเตอรี่ชุดแรกได้ถูกส่งไปยังผู้ผลิต EV เพื่อทำการทดสอบแล้ว พร้อมกับกล่าวเพิ่มเติมว่า “เราจัดส่งตัวอย่างให้กับลูกค้าตั้งแต่ปลายปีที่แล้วถึงต้นปีนี้ และได้รับการตอบรับเชิงบวก” และภายในปี 2026 จะมีการผลิตออกมาจำนวนมาก

นอกเหนือจากการพัฒนาแบตเตอรี่โซลิดสเตตแล้ว Samsung SDI ยังพัฒนาแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนฟอสเฟต (LFP) และแบตเตอรี่ลิเทียมโคบอลต์ที่ราคาถูกลง รวมถึงวิธีการผลิตอิเล็กโทรดแห้ง หรือก็คือแบตเตอรี่อิเล็กโทรดที่ไม่ต้องใช้ตัวทำละลายของเหลว เพื่อลดต้นทุนด้วย

อย่างไรก็ตาม Interesting Engineering รายงานว่าเรื่องการชาร์จเร็วเป็นหนึ่งในสิ่งที่หลาย ๆ บริษัทกำลังพัฒนา แต่แนวทางที่ผู้ผลิตแบตเตอรี่เกือบทุกรายให้ความสำคัญและกำลังพัฒนาควบคู่ไปด้วยก็คือการเพิ่มอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานขึ้น อย่างเช่นบริษัทผู้ผลิตระบบกักเก็บพลังงานสัญชาติจีน ซีเอทีแอล (CATL) และผู้ผลิตแบตเตอรี่รายอื่น ๆ ได้ประกาศเปิดตัวแบตเตอรี่ที่มีอายุการใช้งาน 20 ปี ซึ่งมักเรียกกันว่าแบตเตอรี่ล้านไมล์ (Million-Mile Batteries) ดังนั้นวิสัยทัศน์ของซัมซุงที่จะ "ยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่เป็น 20 ปี" จึงสอดคล้องกับแนวโน้มตลาดโดยรวม

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงข่าว การแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลประเพณีตำรวจไทย-มาเลเซีย ชิงถ้วย 'รุจิรวงศ์' ครั้งที่ 35 เพื่อสานสัมพันธภาพระหว่างสองประเทศที่มีมากว่า 6 ทศวรรษ

วันนี้ (7 สิงหาคม 2567) เวลา 13.00 น. พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะทำงานจัดการแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลประเพณีระหว่างตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย พร้อมด้วยพล.ต.ต.เทอดศักดิ์ รุจิรวงศ์ ที่ปรึกษาคณะทำงานฯ แถลงข่าวการแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลประเพณีตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย ชิงถ้วย “รุจิรวงศ์” ครั้งที่ 35 ณ ห้องสารสิน ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

สำหรับการแข่งขันกีฬารักบี้ประเพณีระหว่างตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย ซึ่งมีการจัดการแข่งขันครั้งแรกเมื่อปีพุทธศักราช 2504 ในยุคสมัยของ พล.ต.อ.ประเสริฐ รุจิรวงศ์ อธิบดีกรมตำรวจ จวบจนถึงปัจจุบันมีการจัดการแข่งขันมาแล้วถึง 34 ครั้ง รวมระยะเวลายาวนานกว่า 63 ปี โดยจะมีการหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ซึ่งในการแข่งขันกีฬารักบี้ฟุตบอลชิงถ้วย “รุจิรวงศ์” ครั้งที่ 35 สำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซียได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันขึ้นในระหว่างวันที่ 13-16 สิงหาคม 2567 ซึ่งจะมีการแข่งขันจริงในวันที่ 15 สิงหาคม 2567 ณ สนามกีฬาฮังตูวะห์ เมืองมะละกา ประเทศมาเลเซีย โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ประเภท คือ 
1. การแข่งขันชิงถ้วย “รุจิรวงศ์” ประเภทอายุไม่เกิน 45 ปี 
2. การแข่งขันชิงถ้วย “Razarudin Cup” ประเภทอาวุโส อายุเกิน 45 ปีขึ้นไป

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนพี่น้องประชาชน และข้าราชการตำรวจ ร่วมรับชมและส่งกำลังใจแก่นักกีฬาตำรวจไทย ในการแข่งขันรักบี้ฟุตบอลประเพณีระหว่างตำรวจไทยและตำรวจมาเลเซีย ชิงถ้วย “รุจิรวงศ์” ครั้งที่ 35 ในวันที่ 15 สิงหาคม 2567 ณ สนามกีฬาฮังตูวะห์ เมืองมะละกา ประเทศมาเลเซีย ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “Royal Thai Police Club”

ฉะเชิงเทรา-สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เสริมสร้างความเข้มแข็งองค์กรผู้ใช้น้ำระดับลุ่มน้ำ 'ลุ่มน้ำบางปะกง' ทั้ง10 จังหวัด

วันที่ 5 -6 ส.ค.67 ณ.โรงแรมซันธารา เวลเนส รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล อ.เมือง ฉะเชิงเทรา นางสาวธารทิพย์ จันทร์พิทักษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มประสานงานลุ่มน้ำบางปะกง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ภาค 2 สำนักนายกรัฐมนตรี (สทนช.) และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้ขับเคลื่อนโครงการ เสริมสร้างความเข้มแข็ง ขององค์กรผู้ใช้น้ำ ในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง ทั้ง 10 จังหวัดเข้าร่วมประชุมหารือ เพื่อขับเคลื่อนผู้แทนองค์กรผู้ใช้น้ำจากภาคเกษตรกรรม 243 องค์กร ,ภาคอุตสาหกรรม 46 องค์กร,ภาคพาณิชยกรรม 16 องค์กร ได้ร่วมหารือ สภาพปัญหาด้านทรัพยากรน้ำ รวมถึงเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในระดับท้องถิ่นให้เป็นที่ยอมรับจากทุกภาคส่วน และรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้แทนองค์กรต่าง ๆ เพื่อกำหนดแนวทางพัฒนากลุ่มลุ่มน้ำบางปะกงสู่ความยั่งยืนต่อไป

'หมอเอก' โพสต์รัวๆ แฉขบวนการปล่อยเฟคนิวส์บุหรี่ไฟฟ้า ชี้อย่าบิดเบือนข้อมูล หนุนคุมบุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย ปกป้องเยาวชน

‘หมอเอก’ อดีต ส.ส.เชียงราย เผยรณรงค์บุหรี่ไฟฟ้าโดยใช้ข้อมูลที่ขาดข้อเท็จจริงทางวิชาการ ทำประเทศหลงทางเรื่องการคุมบุหรี่ไฟฟ้า เสียโอกาสปกป้องเยาวชน ฉะ สสส. ไม่โปร่งใส ละลายงบประมาณ ให้เครือข่ายช่วยปล่อยเฟคนิวส์ แนะใช้กฎหมายคุมการบริโภคยาสูบทั้งระบบ

จากข่าวความอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าและการรณรงค์ต่อต้านบุหรี่ไฟฟ้าที่พบมากขึ้นตามสื่อทั่วไป นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ หรือ หมอเอก อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขต 1 จังหวัดเชียงราย และอดีตรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการการสาธารณสุขเรื่องปัญหาการควบคุมยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้า แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในเฟสบุ๊คส่วนตัว “หมอเอก Ekkapob Pianpises” ระบุว่า “ยังไม่มีข้อมูลที่เพียงพอจะสรุปความเกี่ยวข้องระหว่างบุหรี่ไฟฟ้ากับวัณโรคปอด มีเพียงข้อมูลจากห้องทดลองว่าบุหรี่ไฟฟ้าก็ทำให้ภูมิต้านทานต่อเชื้อวัณโรคปอดลดลง และ ยังไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบความเสี่ยงของการเกิดโรควัณโรคระหว่างบุหรี่มวนกับบุหรี่ไฟฟ้าว่าอันไหนเสี่ยงกว่ากัน ปัญหาของการสร้างการรับรู้ที่ผิด ส่งผลต่อการตัดสินใจด้านสุขภาพของประชาชน” พร้อมย้ำว่า “บุคลากรทางการแพทย์และการนำเสนอข่าวต้องให้ข้อมูลทางการแพทย์ให้ครบถ้วน เพราะการรณรงค์ที่ใช้ข้อมูลผิด จะก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี”

ในโพสต์ของหมอเอกยังทิ้งท้ายว่า “อดคิดไม่ได้ว่า ที่โหมรณรงค์เรื่องบุหรี่ไฟฟ้ากันอยู่ ก็เพราะต้องการปกปิดความล้มเหลวของการควบคุมยาสูบที่ใช้งบประมาณไปรวมๆ หลายพันล้านบาทในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมาหรือไม่ ?!!!”

โดยก่อนหน้านี้ หมอเอกก็ได้โพสต์เกี่ยวกับเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยแชร์ภาพข่าวของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมซึ่งสรุปว่าข้อมูลที่บอกว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีสารพิษมากกว่า 7,000 ชนิด เป็นต้นเหตุของโรคปอด EVALI เป็นข้อมูลที่บิดเบือน

“หน่วยงานที่เป็นคลังสมองของการควบคุมยาสูบกลับปล่อยข้อมูลบิดเบือนออกสู่สังคม มีการกำหนดทิศทางงานวิจัยผ่านทางนโยบายของ คณะกรรมการควบคุมยาสูบชาติ ที่ตั้งขึ้นตาม พรบ.ควบคุมยาสูบ โดยงบประมาณที่นำมาใช้ ก็ได้รับมาจาก สสส. ซึ่งควรเป็นองค์กรที่สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ด้วยการทำให้ประชาชนมี "ความรอบรู้ด้านสุขภาพ" หรือ "health literacy" แต่กลับสนับสนุนการสร้างข้อมูลบิดเบือน แล้วแบบนี้ประชาชนจะมีสุขภาพดีขึ้นได้อย่างไร????? ที่ผ่านมาการควบคุมยาสูบไทยล้มเหลว เพราะการจัดทำนโยบายและจัดสรรทรัพยากรถูกผูกขาดโดยคนบางกลุ่มและเครือข่ายพวกพ้องของตนเอง”

สอดคล้องกับข่าวก่อนหน้านี้ที่ ปปช. มีมติว่าการใช้งบประมาณของ สสส. ไปให้ทุนการศึกษากับ ผอ.ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา เรียนต่อปริญญาเอกไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน สสส. ทำให้มีการตั้งข้อสงสัยว่าแม้จะมีการใช้งบประมาณปีละกว่า 4 พันล้านบาทตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา แต่การรณรงค์ด้านสุขภาพกลับไม่บรรลุผล ไม่สามารถทำให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้

พร้อมให้ข้อเสนอแนะว่าการควบคุมยาสูบต้องพิจารณาการ "ควบคุมการบริโภคยาสูบ" ทั้งระบบ ไม่ใช่แค่เน้นแต่บุหรี่ไฟฟ้า แม้จะมีการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น แต่คนสูบบุหรี่ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นก็ไม่เท่ากับสัดส่วนของผู้สูบบุหรี่ที่ลดลง แสดงว่า บุหรี่ไฟฟ้าน่าจะเชื่อมโยงกับการเพิ่มอัตราเลิกบุหรี่สำเร็จในคนที่เคยสูบบุหรี่มวน รวมทั้งบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้เป็นจุดเริ่มต้น (gateway) ที่จะทำให้คนสูบบุหรี่มวนมากขึ้น ขณะที่ข้อมูลสำรวจของกรมควบคุมโรค สหรัฐอเมริกา (US CDC) พบว่าปัจจัยหลักประมาณครึ่งหนึ่งของเด็กมัธยมที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้า คือ ความเครียดและต้องการความสุขจากสารนิโคติน ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำคือประเมินกลุ่มเสี่ยงเรื่องความเครียด และส่งเสริมกิจกรรมที่สร้างความสุขในโรงเรียน เพราะเด็กนักเรียนใช้เวลาในโรงเรียนมากกว่าที่บ้าน อีกส่วนหนึ่งประมาณ 20-30% เป็นเรื่องของสังคม กลุ่มเพื่อน พฤติกรรมของวัยรุ่น ซึ่งเราควรใช้งบประมาณมาสนับสนุนความฝันให้เด็กๆ ให้เขาได้ทำกิจกรรมที่สนใจอย่างจริงจังนอกจากการเรียน ซึ่งต้องส่งเสริมต่อเนื่องไม่ใช่ทำกิจกรรมแบบทำแล้วทิ้งเหมือนที่ผ่านๆ มา”

‘หมออ๋อง’ พร้อมรักษามารยาท ยุติหน้าที่บนบัลลังก์ หากคำตัดสินคดี ‘ยุบพรรคก้าวไกล’ ออกมาเป็นลบ

(7 ส.ค. 67) ที่รัฐสภา นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ให้สัมภาษณ์กรณีศาลรัฐธรรมนูญจะอ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรคก้าวไกล บ่ายวันนี้ว่า ในฐานะประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ อยากเห็นสภาฯ เข้มเเข็ง และไม่อยากเห็นสภานิติบัญญัติถูกแทรกแซงจากองค์กรอื่น

หากผลออกมาเป็นคุณ ก็จะยินดีมาก ไม่ใช่เพียงกับพรรคก้าวไกลอย่างเดียว แต่รวมถึงสภาฯ ด้วยที่จะดำเนินการกันต่อไปได้ และมองว่าการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้ จะเป็นบรรทัดฐานว่าตกลงแล้วสิทธิหรืออำนาจของผู้แทนราษฎรในการเสนอกฎหมายนั้น จะมีใครมายับยั้งหรือบั่นทอนอำนาจนี้ได้หรือไม่

นายปดิพัทธ์ กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าเนื้อหาคำวินิจฉัยนั้นสำคัญมาก ว่าการอธิบายไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขั้นตอนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือสิทธิของสภาฯ นั้นเป็นสิ่งที่ตนรอฟังอยู่ว่าคำตัดสินนั้นจะเป็นคุณหรือโทษ

เมื่อถามว่าการอ่านคำวินิจฉัยศาลนั้น ตรงกับช่วงเวลาที่นายปดิพัทธ์ นั่งเป็นประธานการประชุมในเวลา 15.00 น. หากผลคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาเป็นลบจะทำอย่างไร นายปดิพัทธ์ กล่าวว่า ไม่มีผลกระทบใดๆ กับการทำงาน

หากคำตัดสินออกมาไม่เป็นคุณ และมีการตัดสิทธิ์จริง ตนต้องรักษามารยาท ยุติปฏิบัติหน้าที่บนบัลลังก์ แต่หน้าที่ของนักการเมืองของตนยังคงอยู่

'ในหลวง ร.9' ทรงทำนายอนาคต 'แบดมินตันไทย' หนึ่งในกีฬาที่คนไทยสามารถก้าวสู่ระดับโลกได้

(7 ส.ค. 67) ‘กีฬาแบดมินตัน’ เป็นกีฬาอีกประเภทหนึ่ง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 'รัชกาลที่ 9' โปรดปรานมาก พระองค์ทรงนิยมเล่นหลายประเภท ทั้งประเภทคู่ และประเภทสามคน ในช่วงเวลานั้น กีฬาแบดมินตันของประเทศไทยยังไม่เป็นที่แพร่หลาย แต่ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 

ครั้งหนึ่ง 'ในหลวงรัชกาลที่ 9' ทรงรับสั่งกับผู้ใกล้ชิดว่า กีฬาแบดมินตันเป็นกีฬาหนึ่งในไม่กี่ประเภทที่คนไทยสามารถจะไต่เต้าไปสู่ระดับโลกได้ เพราะไม่เสียเปรียบทางด้านรูปร่าง และพละกำลังมากจนเกินไป โดยทรงมีรับสั่งถึงประเด็นนี้หลายครั้ง และต่อมาได้พระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์ ให้กับสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย เมื่อพ.ศ. 2493

ในฐานะนักกีฬา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงแบดมินตันอย่างนักกีฬาไม่ทรงแสดงอาการกริ้ว หรือพิโรธอย่างใด เมื่อทรงลูกเสีย หรือแม้กระทั่งผู้ที่ถวายตีลูกเสีย หรือทรงถูกกระทบกระทั่งถึงพระวรกาย จากความเข้มข้นในเกมการเล่น ก็ไม่ทรงถือพระองค์แต่อย่างใด อันแสดงให้เห็นว่า ทรงเป็นนักกีฬาที่มีน้ำใจนักกีฬาอย่างแท้จริง

นอกจากทรงแบดมินตันเป็นการส่วนพระองค์แล้ว ยังทรงสนพระราชหฤทัยในการกีฬาแบดมินตันเป็นอันมาก ทรงสามารถวิเคราะห์ถึงการเล่น และรับสั่งวิจารณ์ถึงวิธีการเล่นของนักแบดมินตันระดับโลกแต่ละคนได้เป็นอย่างดี และทรงนำมาปรับปรุงเพื่อพัฒนาฝีมือเทคนิคการเล่นของพระองค์เอง

อีกทั้งยังทรงชี้แนะพระราชทานข้อแก้ไขเทคนิคการเล่นแก่นักกีฬาของไทยด้วยพระเมตตา และพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ก่อเกิดการพัฒนาอย่างใหญ่หลวง แก่กีฬาแบดมินตันในประเทศไทย จนเป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศในเวทีแบดมินตันโลกได้ในที่สุด

แม้ในระยะหลังของรัชกาล จะทรงเล่นแบดมินตันน้อยลงจนต้องงดไปในที่สุด แต่ก็ยังทรงสนับสนุนกีฬาชนิดนี้เรื่อยมา และส่งต่อความสนใจมาถึง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ (พระอิสริยยศในขณะนั้น) ทั้งยังทรงพระราชทานทุนทรัพย์เพื่อช่วยพัฒนาศักยภาพนักแบดมินตันไทยไปสู่ระดับโลกเรื่อยมา

สำหรับความเป็นมาของแบดมินตันในไทยนั้น การเล่นแบดมินตันได้เข้ามาสู่ประเทศไทยในราวปี พ.ศ. 2456 โดยเริ่มเล่นกีฬาแบดมินตันแบบมีตาข่าย โดยพระยานิพัทยกุลพงษ์ ได้สร้างสนามแบดมินตันขึ้นที่บ้าน ตั้งอยู่ริมคลองสมเด็จเจ้าพระยาธนบุรี แล้วนิยมเล่นกันอย่างแพร่หลายออกไป การเล่นแบดมินตันครั้งนั้น นิยมเล่นข้างละ 3 คน

จากนั้น ประมาณปี พ.ศ. 2462 สโมสรกลาโหมได้จัดแข่งขันแบดมินตันทั่วไปขึ้นเป็นครั้งแรก โดยจัดการแข่งขัน 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทเดี่ยว, ประเภทคู่ และประเภทสามคน ปรากฏว่าทีมแบดมินตันบางขวางนนทบุรี (โรงเรียนราชวิทยาลัยบางขวางนนทบุรี) ชนะเลิศทุกประเภท และมีนักกีฬาแบดมินตันฝีมือดี เดินทางไปแข่งขันยังประเทศใกล้เคียงอยู่บ่อยๆ

ปี พ.ศ. 2494 พระยาจินดารักษ์ได้ก่อตั้งสมาคมชื่อว่า 'สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย' เมื่อแรกเริ่ม มีอยู่ 7 สโมสร คือ สโมสรสมานมิตร, สโมสรบางกอก, สโมสรนิวบอย, สโมสรยูนิตี้, สโมสร ส.ธรรมภักดี, สโมสรสิงห์อุดม และ สโมสรศิริบำเพ็ญบุญ ในปีเดียวกัน สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสหพันธ์แบดมินตันนานาชาติ สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย 

สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย มีนักกีฬาแบดมินตันที่มีฝีมือดีอยู่มาก และจากการที่ได้เข้าแข่งขันในรายการต่างๆ ของโลก ได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก ทั้งโธมัสคัพ อูเบอร์คัพ และการแข่งขันออลอิงแลนด์ ซึ่งวงการกีฬาแบดมินตันถือว่าเป็นการแข่งขันชิงชนะเลิศระดับโลกประเภทรายบุคคล ซึ่งนักกีฬาของประเทศไทยก็เคยได้ตำแหน่งรองชนะเลิศทั้ง ประเภทชายเดี่ยว และชายคู่มาแล้ว วงการแบดมินตันของไทยยกย่อง นายประวัติ ปัตตพงศ์ (หลวงธรรมนูญวุฒิกร) เป็นบิดาแห่งวงการแบดมินตันของประเทศไทย

ศาสตราจารย์เจริญ วรรธนะสิน อดีตนักแบดมินตันทีมชาติไทย ได้บันทึกว่า "การแข่งขันในวันนั้นเป็นการแข่งขันหน้าพระที่นั่งและเป็นการแข่งขันที่คนดูมากที่สุด เป็นที่โปรดปรานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างยิ่ง ถึงกับทรงมีรับสั่งภายหลังจากการแข่งขันว่าเป็นการแข่งขันที่สนุก ทั้งตันโจฮอค และข้าพเจ้า แข่งขันกันอย่างนักกีฬา มียิ้มหัวกันตลอดเวลาร่วมชั่วโมงที่ขับเคี่ยวกัน" 

"เป็นบุญวาสนาของวงการแบดมินตันไทยเป็นอย่างยิ่ง ที่สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย มิเพียงแต่เป็นสมาคมที่อยู่ภายใต้พระอุปถัมภ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเท่านั้น แต่พระองค์ท่านยังทรงกีฬาแบดมินตันเป็นพระราชกิจวัตร และโปรดปรานแบดมินตันอย่าง ชนิดจะหาพระมหากษัตริย์องค์ใดในโลกมาเปรียบเทียบมิได้ ด้วยพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม วงการแบดมินตันไทยสมัยนั้นได้รับการอุ้มชูสนับสนุนอย่างดีที่สุด และพระนามของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา จึงมีความสัมพันธ์กับวงการแบดมินตันของไทยอย่างแน่นแฟ้นตราบเท่าทุกวันนี้"

“พวกเราได้รับพระมหากรุณาธิคุณเข้าเฝ้ากราบบังคมลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่นักแบดมินตันไทยทั้ง 4 ให้พวกเรากระทำตนเป็นนักกีฬาที่ดี รักษาชื่อเสียงของประเทศชาติ และข้าพเจ้าเนื้อตัวสั่นด้วยความตื่นเต้นและตื้นตันใจ เมื่อรับสั่งชมข้าพเจ้าว่า วันที่แข่งขันกับ ตันโจฮอก เจริญเล่นได้ดี เล่นได้สนุก ไม่เคร่งเครียด สมเป็นนักกีฬาที่ดี จากกระแสรับสั่งในครั้งนั้น ได้มีอิทธิพลอย่างมหาศาลทำให้ข้าพเจ้าเพิ่มความสนุกในการเล่นของตนเองเสมอ และทำให้เข้าใจซาบซึ้งถึงแก่นแท้และคุณค่าของคำว่า นักกีฬา"

นี่คือส่วนหนึ่งของบันทึกประวัติศาสตร์ที่ถูกถ่ายทอด คือ พระมหากรุณาธิคุณ ที่มีต่อวงการแบดมินตันของประเทศไทย ให้พัฒนาจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top