Tuesday, 11 August 2026
Hard News Team

ปูด 'ลุงป้อม' เตรียมดัน 'สามารถ' นั่งหัวหน้าพรรคพลังมหาชน ปั้นเกมรบตามทฤษฎีแตกแบงก์พัน รวมพลังรุ่นใหม่สู้ก้าวไกล

(5 ส.ค. 67) นายบุญรวี ยมจินดา หัวหน้าพรรครวมใจไทย (ร.จ.ท.) เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เตรียมตั้งพรรคคู่ขนานชื่อว่าพรรคพลังมหาชน โดยจะให้นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นหัวหน้าพรรค เตรียมพร้อมที่จะสู้กับพรรคถิ่นกาขาวชาววิไล ซึ่งเป็นพรรคสำรองที่พรรคก้าวไกลไปเทกโอเวอร์มา หากในวันพุธที่ 7 ส.ค.ศาลรัฐธรรมนูญมีมติยุบพรรคก้าวไกล

นายบุญรวี กล่าวต่อว่า เรื่องของพรรคพลังประชารัฐหรือ พล.อ.ประวิตร เป็นเรื่องสำคัญของการเมืองในระยะนี้ ตอนนี้ พล.อ.ประวิตรไม่อยู่ไปดูกีฬาโอลิมปิกที่ประเทศฝรั่งเศส ก็เกิดศึกภายในพรรคระหว่างซีก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค กับนายสามารถ คนสนิทของพล.อ.ประวิตร จึงเป็นที่มาว่าจะมีการตั้งพรรครองรับคนรุ่นใหม่ที่นายสามารถ จะประสานเข้ามาร่วมพรรค ส่วนพล.อ.ประวิตร ก็จะอยู่ที่พรรคพลังประชารัฐต่อไป

“พล.ประวิตร มองว่านายสามารถ คือคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ และจะนำพาคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมงานกับพรรคใหม่ได้แบบที่พานายวัน อยู่บำรุง อดีต สส.พรรคเพื่อไทยเข้ามาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ จึงทำให้เกิดทฤษฎีแตกแบงก์พันของ พล.อ.ประวิตร โดยหวังว่าจะเป็นพรรคตัวแทนของคนรุ่นใหม่เพื่อไปแข่งกับพรรคก้าวไกล ท่ามกลางกระแสข่าวว่านายทักษิณ ชินวัตร นายใหญ่ของพรรคเพื่อไทย เตรียมเขี่ยพรรคพลังประชารัฐของพล.อ.ประวิตร พ้นจากพรรคร่วมรัฐบาล”ซึ่งความเป็นจริงแล้วนายทักษิณ ชินวัตร รู้ดีว่าถ้าเขี่ยพลังประชารัฐออกจากรัฐบาลนั้นจะยิ่งทำให้บ้านเมืองวุ่นวายถึงขั้นอาจมีการรัฐประหารอีกครั้งก็เป็นได้

‘นายกฯ’ สั่ง ‘สทนช.’ ทำแผนบริหารจัดการน้ำ 3 ปี จ่อชงครม.ภายในเดือนนี้ ยัน!! ไม่ซ้ำรอยน้ำท่วมปี 54

(5 ส.ค. 67) ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) ชั้น 3 อาคาร 99 ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือการบริหารจัดการน้ำ โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายชูชาติ รักจิตร อธิบดีกรมชลประทาน และคณะผู้บริหาร จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

เมื่อมาถึงนายกฯ รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ จากอธิบดีกรมชลประทาน โดยภาพรวมสถานการณ์ฝนในปีนี้ ณ ขณะนี้อยู่ที่ 56% ซึ่งมากกว่าปีที่แล้วในช่วงเดียวกันที่ 4% ขณะที่นายกฯ กำชับให้ทางกรมชลประทานบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยง และคาดการณ์ว่าจะเกิดน้ำท่วมให้ดูแลลงรายละเอียดเป็นรายอำเภอ 

นอกจากนี้อธิบดีกรมชลประทาน ยังรายงานถึงสถานการณ์ที่เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก มีการระบายน้ำ ตั้งแต่วันที่ 1-5 ส.ค.ในระดับคงที่ แต่เนื่องจากมีฝนตกลงมาท้ายเขื่อนจำนวนมาก จึงทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วม แต่ขณะนี้ได้ปิดการระบายน้ำที่เขื่อนขุนด่านปราการชลแล้ว

ภายหลังการรับฟังบรรยายสรุป นายกฯ ได้กำชับนายอนุทินว่า อยากฝากเรื่องของแม่น้ำโก-ลก จ.นราธิวาส หลังจากลงพื้นที่ร่วมกับ ดาโตะ เซอรี อันวาร์ บิน อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย พบว่าจำเป็นจะต้องมีการขุดลอกคลองเพื่อไม่ให้คลองตื้นเขินและระบายน้ำได้เร็วขึ้น ซึ่งขณะนี้ยังพอมีเวลาอยู่ เนื่องจากฤดูฝนของภาคใต้จะมาช้ากว่าภาคอื่น ๆ ประมาณ พ.ย. 

ขณะที่นายอนุทิน รายงานว่า เรื่องนี้มีแผนและอยู่ในแนวของผังเมือง ซึ่งกรมโยธาธิการจะประสานไปทางมาเลเซีย ทั้งนี้นายกฯ ยังได้เน้นย้ำ และกำชับอีกว่า ให้ดำเนินการโดยเร็วแม้ฝนจะมาช้าก็ตาม จะต้องดำเนินการให้เสร็จก่อนฝนจะมา เพราะทางมาเลเซียเดือดร้อน เนื่องจากมีพื้นที่ต่ำกว่าประเทศไทย แต่ฝ่ายเราก็เดือดร้อนด้วยเช่นกัน อย่างปีที่แล้วก็เกิดปัญหาน้ำท่วมที่ จ.นราธิวาส หากดำเนินการตรงนี้ได้ก็จะบรรเทาความเดือดร้อนลงไปได้

จากนั้นนายกฯ เป็นประธานการประชุมหารือการบริหารจัดการน้ำ พร้อมมอบนโยบายว่า เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วปัญหาเรื่องน้ำเราเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่ประเทศไทยต้องเผชิญทุกปี ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง และน้ำไม่ได้คุณภาพ ซึ่งตนมีความตั้งใจที่จะแก้ปัญหานี้โดยเร่งด่วน เพราะส่งผลต่อความเสียหายอย่างหาค่ามิได้ต่อประชาชนคนไทยทุกคน ตนได้มอบหมายให้กระทรวงและหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องน้ำบูรณาการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะทำแผนงานและโครงการที่สามารถเร่งรัดดำเนินการในระยะเวลา 3 ปี และตลอดจนการพิจารณาโครงการสำคัญระยะยาว เพื่อให้น้ำถึงไร่นา น้ำสะอาดทุกหมู่บ้าน แก้ไขปัญหาภัยพิบัติน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ขอเน้นการเสริมประสิทธิภาพของโครงการที่มีอยู่เดิมให้สามารถใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ก่อนพิจารณาก่อสร้างโครงข่ายการบริหารจัดการน้ำ และระบบการกระจายน้ำเพิ่มเติมเพื่อการใช้งบประมาณแผ่นดินเป็นไปได้อย่างเหมาะสม โดยในช่วงฤดูฝนนี้ตนมอบหมายให้กรมชลประทานและสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA นำเสนอพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากและแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

จากนั้น เวลา 10.08 น. นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือการบริหารจัดการน้ำ ว่า ปัญหาเรื่องน้ำเป็นปัญหาเร่งด่วนของประเทศไทยที่จะต้องแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นภายในรัฐบาลนี้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และคุณภาพน้ำ น้ำดื่ม น้ำใช้น้ำบริโภค ตนได้มอบหมายให้หน่วยงานเรื่องน้ำเร่งทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อจัดทำแผนงานด้านน้ำระยะ 3 ปี และแผนงานสำคัญระยะยาวเพื่อให้ “น้ำถึงไร่นา น้ำสะอาดทุกหมู่บ้าน แก้ปัญหาภัยพิบัติด้านน้ำ” อย่างยั่งยืน 

ซึ่งตนเน้นย้ำให้ปรับปรุงโครงการที่มีอยู่เดิมให้สามารถใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ตลอดจนก่อสร้างโครงข่ายการบริหารจัดการน้ำเพิ่มเติม โดยพิจารณาถึงความเร่งด่วนและความเหมาะสมในการใช้จ่ายงบประมาณเป็นสำคัญ โดยที่ประชุมหารือการบริหารจัดการน้ำได้พิจารณาและเห็นชอบแผน 3 ปี ด้านทรัพยากรน้ำและโครงการสำคัญ เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำกินน้ำใช้ ปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม ตลอดจนภัยพิบัติด้านน้ำอื่น ๆ ซึ่งจะเกิดประโยชน์กับประชาชน 6.22 ล้านครัวเรือน มีพื้นที่รับประโยชน์ 24.19 ล้านไร่ โดยประกอบด้วยแผนงาน 5 ด้าน ดังนี้ 1.การเพิ่มน้ำอุปโภคบริโภค 2.การปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำเดิมและพัฒนาระบบกระจายน้ำ 3.การพัฒนาพื้นที่เกษตรน้ำฝน 4.การพัฒนาพื้นที่น้ำท่วมและป้องกันพื้นที่ชุมชนเมือง และ 5.การพัฒนาพื้นที่ต้นน้ำ

นายกฯ กล่าวต่อว่า ตนและรัฐบาลมีนโยบายสำคัญในการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำให้กับพี่น้องประชาชน โดยตนได้สั่งการให้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เร่งจัดทำแผนงานด้านน้ำและเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาภายในเดือนส.ค.นี้ และตนได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานบริหารจัดการน้ำ โดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับประชาชน เน้นการสื่อสารและแจ้งเตือนล่วงหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)  หรือ GISTDA ประเมินภาพถ่ายในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากร่วมกับกรมชลประทาน และมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ สทนช. ร่วมกัน ติดตาม เฝ้าระวังสถานการณ์ บริหารจัดการและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตลอดจนแจ้งเตือนประชาชน เพื่อให้เกิดผลกระทบกับพี่น้องประชาชนน้อยที่สุด

เมื่อถามว่าแผนระยะ 3 ปี ใช้งบประมาณเท่าไหร่ นายกฯ กล่าวว่า ขอให้คอยถึงสิ้นเดือนส.ค.ดีกว่า ให้สทนช. เตรียมเรื่องให้ครบก่อนวันนี้เป็นวันคลิกออฟ แล้วสิ้นเดือนส.ค.จะมีการแถลงใหญ่

เมื่อถามต่อว่ามีพื้นที่ไหนที่น่าเป็นห่วงเป็นพิเศษ นายกฯ กล่าวว่า เท่าที่ดูรายงานก็มีภาคตะวันออก ที่กำลังประสบปัญหาอยู่และภาคอีสานบางจุด ก็มีการสั่งการแล้วว่าให้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ให้มีการปรับแผนตลอดเวลา ควบคู่ไปกับการรายงานผลของ GISTDA 

เมื่อถามอีกว่ามีการแจ้งเตือนประชาชนได้มีการพัฒนาอย่างไรบ้าง  นายกฯ กล่าวว่า ให้ GISTDA  ทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทานและกระทรวงมหาดไทย 

เมื่อถามต่อว่านายกฯเป็นห่วงและเน้นย้ำอะไรเป็นพิเศษหรือไม่  นายกฯ กล่าวต่อว่า ตนเรียนอย่างนี้อาชีพกษตรเป็นอาชีพหลักของเราหลาย 10 ล้านคน เรื่องของน้ำดื่มน้ำใช้ พวกเราในกรุงเทพฯมีน้ำใช้กันอย่างเต็มที่ แต่ถ้าลงไปต่างจังหวัดมีอีกหลายพื้นที่ที่น้ำใช้อุปโภคและบริโภคยังไม่มี และทุกปีเราใช้งบประมาณในการชดเชย เรื่องการช่วยเหลือจุนเจือเป็นปลายเหตุ ถ้าเราบริหารจัดการไม่ให้มีน้ำท่วมน้ำแล้ง ตนเชื่อว่าความเดือดร้อนของประชาชนจะหายไปเยอะ รวมถึงผลกระทบในเชิงบวกที่จะก่อให้เกิดผลผลิตทางด้านการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศเราเป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางอาหารสูง การที่เมืองโลกร้อนระอุ มีเรื่องการแย่งอาหารเยอะมาก จะทำให้ประเทศไทยมีจุดเด่นทางด้านนี้มาก เรื่องน้ำมีอยู่ 3-4 เรื่อง คือ น้ำในระบบนิเวศ น้ำอุปโภคบริโภคและน้ำที่ใช้ในการเกษตร และเรื่องสุดท้ายพูดกันน้อย คือ น้ำที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมใหม่ ๆ ต้องการน้ำเยอะ การที่เราไปเชิญต่างชาติให้เขามาลงทุน และให้มาตรการด้านภาษีสนับสนุน เขามาแล้วน้ำขาดก็ถือเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งเรื่องนี้เราต้องบูรณาการครบทุกภาคส่วน ผู้บริหารทุกท่านเห็นพ้องต้องการ ถ้าเราบริหารจัดการน้ำได้ดีประเทศไทยก็เดินไปข้างหน้าได้

เมื่อถามย้ำว่ามั่นใจการบริหารจัดการน้ำจะไม่ซ้ำรอยน้ำท่วมปี 2554 ใช่หรือไม่ นายกฯ ยิ้มก่อนกล่าวว่า "ครับ"

'อัครเดช' ชี้!! 'รวมไทยสร้างชาติ' หนุน ‘เอกนัฏ’ นั่งโควตารัฐมนตรี ยัน!! เป็นคนทำงานทุ่มเท คุณสมบัติพร้อม แง้ม!! เจ้าตัวยังไม่ทราบเรื่อง

(5 ส.ค. 67) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี ในฐานะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวว่า นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค รทสช. ได้ส่งหนังสือไปยังนายกรัฐมนตรี แสดงเจตจำนงให้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรค รทสช. เป็นรัฐมนตรีแทนโควตาของพรรคที่ว่างอยู่ว่า นายเอกนัฏ ยังไม่ทราบเรื่องหนังสือ แต่เป็นไปได้ว่าหัวหน้าพรรค จะส่งหนังสือไปยังนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ยังไม่มีการพูดคุยกับหัวหน้าพรรค เนื่องจากติดประชุม

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้ทางพรรคได้พูดคุยเรื่องการเสนอชื่อคนที่จะเป็นรัฐมนตรีหรือไม่? นายอัครเดช กล่าวว่า ทางพรรคยังเหลือโควตารัฐมนตรีอีกหนึ่งตำแหน่ง ดังนั้นข่าวที่ออกมาว่าจะเป็นนายเอกนัฏ ก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะหลุดจากคดีความแล้ว และมีคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรี 

ฉะนั้น กรรมการบริหารพรรค และ สส.ของพรรค คงไม่มีใครปฏิเสธ เนื่องจากนายเอกนัฏ ทำงานด้วยความทุ่มเท และที่ผ่านมาทั้งในช่วงหาเสียงและงานในสภาก็มีผลงานที่ชัดเจน ยืนยันว่า ทุกคนพร้อมสนับสนุนให้นายเอกนัฏ ไปนั่งเป็นรัฐมนตรีในโควตาของพรรค รทสช. ดังนั้นหนังสือไม่ใช่ใจความสำคัญ อย่างไรก็ตาม อำนาจการตัดสินใจสุดท้าย อยู่ที่นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค

‘อนุทิน’ แจง เหตุปล่อยน้ำ ‘เขื่อนขุนด่านปราการชล’ กะทันหัน ยัน!! ไม่ถึงขั้นภัยพิบัติ ส่วนผู้ว่าทุกจังหวัดมีแผนรองรับอุทกภัยอยู่แล้ว

(5 ส.ค. 67) ที่กรมชลประทานนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการปล่อยน้ำในเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก อย่างกะทันหัน ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างกำลังดำเนินการ โดยสถานการณ์ดังกล่าวยังไม่ถือเป็นภัยพิบัติ พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบก็ลดลง

เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะมีการกำชับอย่างไรเนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝน โดยเฉพาะเรื่องการเตือนภัยประชาชน นายอนุทิน กล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกคนก็ต้องตื่นตัวตลอดเวลา ซึ่งสถานการณ์ที่จังหวัดนครนายก เมื่อคืนวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมาน้ำมาตอนกลางคืน และมีฝนตกฉับพลัน ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ขอให้ไปฟังรายงานที่กระทรวงก่อน

เมื่อถามต่อว่าจะต้องกำชับไปในพื้นที่เสี่ยงภัยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า จริง ๆ แล้วไม่ต้องกำชับ เพราะเป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติในช่วงเวลานี้อยู่แล้ว

เมื่อถามถึงกรณีที่เกิดขึ้นเป็นการปล่อยน้ำแบบฉุกเฉิน โดยไม่แจ้งคนที่อยู่ท้ายเขื่อนจะต้องกำชับอะไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยัง ไม่ได้เป็นแบบที่ผู้สื่อข่าวถาม ซึ่งหลังจากนี้จะนำไปประเมิน ซึ่งเมื่อมีเหตุการณ์แบบนี้ก็ต้องดำเนินการตามแผน อาจมีอะไรที่นอกเหนือแผนบ้าง ซึ่งตรงนี้อาจต้องตัดสินใจแบบเร่งด่วน ดังนั้นต้องไปดูว่าอะไรที่ตัดสินใจกะทันหันแล้วมันดีหรือไม่ดี แต่ตนเองขอความเห็นใจว่าผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดทุกคนต้องมีแผนรองรับอุทกภัยอยู่แล้ว ไม่ต้องไปบอกหรือกำชับ เขาต้องเตรียมแผนอยู่แล้ว

'อ.ไชยันต์' ถาม 'อานันท์' หากบางพรรคมองไม่ผิด ปม '112-พฤติกรรม สส.' แต่มีคนอื่นๆ เห็นว่าผิด ควรหาทางออกหรือให้ใครเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด

(5 ส.ค. 67) ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กถึง นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า...

กราบเรียนคุณอานันท์ ปันยารชุน ด้วยความเคารพอย่างสูง

ผมได้ชมคลิปที่ท่านให้สัมภาษณ์ล่าสุด (ที่มีการพูดถึงเรื่อง มาตรา 112) และทราบถึงความเห็นของท่านเกี่ยวกับการให้พรรคการเมืองจัดการดูแลพฤติกรรมของ สส. ในพรรค รวมถึงการให้สภาฯ แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจาก สส. หรือพรรคการเมือง โดยไม่จำเป็นต้อง 'ใช้ศาล' โดยท่านได้ยกตัวอย่าง อังกฤษ และอเมริกา 

ผมเห็นด้วยครับว่า โดยเบื้องต้น พรรคและสภาฯควรหารือและหาทางออกด้วยตัวพรรคการเมืองเอง หรือโดยสภาฯ เพราะกฎหมายพรรคการเมืองปัจจุบันได้กำหนดไว้อยู่แล้วด้วย ดังนี้ครับ

มาตรา ๒๒ คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมือง มีหน้าที่ควบคุมและกำกับดูแลมิให้สมาชิกกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ข้อบังคับ รวมตลอดทั้งระเบียบ ประกาศ และคำสั่งของคณะกรรมการ

มาตรา ๔๕ ห้ามมิให้พรรคการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองกระทำการ หรือส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้ใดกระทำการอันเป็นการก่อกวนหรือคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี ของประชาชน หรือกระทำการอันเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ

คำถามหรือปัญหาคือ หากพรรคการเมืองไม่เห็นว่า สมาชิกของตนทำผิด มาตรา 22 และมาตรา 45   แต่มีคนอื่นๆ เห็นว่าผิด  

ผมจึงอยากจะกราบเรียนขอคำชี้แนะจากท่านว่า เราควรหาทางออกหรือหาหน่วยงานองค์กรใดเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดในเรื่องสำคัญที่เห็นต่างนี้ครับ ถ้า 'ไม่ใช้' ศาลอย่างที่ท่านกล่าวในการให้สัมภาษณ์

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาให้คำชี้แนะด้วยครับ

ด้วยความเคารพอย่างสูง

ไชยันต์ ไชยพร

ป.ล. อนึ่ง ผมดีใจมากที่ท่านกล่าวให้ความรู้แก่สังคมในเรื่อง ความเที่ยงธรรม (equity) นอกเหนือจาก ความยุติธรรม (justice) ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ต้องอาศัย ความซื่อสัตย์ ซื่อตรงในตัวคนเป็นสำคัญโดยภาษาอังกฤษมีคำว่า honesty และ integrity ที่แปลไทยเหมือนกัน แต่จริงๆ มันไม่ได้เหมือนกันเป๊ะ

ผมจึงอยากขอความกรุณาให้ท่านช่วยให้ความรู้แก่สังคมถึงความหมายที่เหมือนและต่างกันของ honesty และ integrity ด้วยครับ

'ปชป.' เตือนทูต 18 ประเทศ อย่าแทรกแซงศาลไทย คดี 'ยุบก้าวไกล' จี้!! กต.ออกโรง อย่าปล่อยให้ทูตประเทศต่างๆ รับข้อมูลด้านเดียว

(5 ส.ค. 67) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก อดีต สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงท่าทีของทูต 18 ประเทศ ต่อการพิจารณาคดีพรรคก้าวไกลของศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 ส.ค.นี้ ว่า มีความหมิ่นเหม่เสมือนเป็นความพยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่า การพิจารณาคดีดังกล่าวตั้งอยู่บนข้อกฎหมายข้อเท็จจริงและพฤติกรรมอันเข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญ โดยพรรคก้าวไกลได้ดำเนินการต่อสู้คดีความตามวิถีของตนเองแล้ว และไม่มีกลไกใดเข้าขัดขวางการต่อสู้ดังกล่าว

“การแสดงออกของกลุ่มทูต 18 ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นท่าทีให้การสนับสนุน เห็นอกเห็นใจ รวมถึงการประกาศไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคก้าวไกล ถือเป็นเรื่องผิดมารยาทอย่างมาก ทั้งนี้ ขอให้คณะผู้แทนประเทศเหล่านั้นตระหนักไว้ว่าสิ่งที่ได้ทำไปไม่ได้สร้างประโยชน์ต่อยอดความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแต่อย่างใด ขณะที่ประเทศไทยไม่เคยเรียกร้องหรือแสดงออกทางใดทางหนึ่งที่เป็นการไม่เคารพกระบวนการยุติธรรมของประเทศอื่นเลย จึงเป็นเรื่องที่แต่ละประเทศจะต้องยึดถือให้ตรงกัน” น.ส.รัชดา ระบุ

น.ส.รัชดา ยังตั้งคำถามถึงการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศว่าทำอะไรอยู่ ได้ดำเนินการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศบ้างไหม หรือปล่อยให้ทูตประเทศต่าง ๆ รับข้อมูลแต่เพียงด้านเดียวจึงเป็นเหตุให้แสดงท่าทีออกมาเสมือนคนไม่รู้เช่นนี้ จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศแสดงบทบาทผู้ปกป้องกระบวนการยุติธรรมไทย กฎหมายไทย เพื่อหยุดยั้งท่าทีแทรกแซงประเทศของเรา หรือการยอมเป็นเหยื่อพรรคการเมือง ซึ่งสุดท้ายกระทบต่อความรู้สึกคนไทยอย่างแน่นอน

‘เศรษฐา’ ปลื้ม ‘พลเอกประยุทธ์’ แนะให้อดทน รู้ว่าทำงานหนัก พร้อมแซว!! มีใครดื้อบ้าง บอก รทสช.ช่วยงานนายกฯ ดีๆ

(5 ส.ค. 67) ที่กรมชลประทาน ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการพบกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ที่มาร่วมฟังสวดพระอภิธรรม คุณแม่ชดช้อย ทวีสิน มารดานายกฯ ได้มีการพูดคุยอะไรกันบ้างหรือไม่ ว่า ตามที่เห็นท่านให้ความเมตตา ซึ่งท่านมางานสวดศพคุณแม่ตน และระหว่างเดินมาก็ได้ให้กำลังใจ โดยท่านบอกว่าเป็นกำลังใจให้นะ ไปไหนมาบ้าง ซึ่งเมื่อวันที่ 4 ส.ค.ตนได้ไป จ.นราธิวาส มา ท่านก็บอกว่า “โอ้ย ทำงานหนักเลย” และได้เดินผ่านรัฐมนตรี และสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ที่มาให้การต้อนรับ ท่านก็บอกว่า “ให้ช่วยนายกฯ ดี ๆ นะ” และหันไปแซวบางคนว่า “คนนี้ดื้อไหม อะไรอย่างไรไหม” ตนก็บอกว่า “ไม่ดื้อครับ ไม่มีใครดื้อ ทุกคนทำงานกันไม่มีเวลาดื้อ ปัญหาของพี่น้องประชาชนเยอะ” ซึ่งท่านก็หัวเราะ และยังเดินผ่าน 2-3 ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เช่น นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งท่านก็บอกว่า “โอ้ย นี่ช่วยเหลือได้ดี” ซึ่งตนก็บอกว่า “ใช่ครับ เป็นกำลังสำคัญ” ก็เป็นการพูดคุยกันอย่างมีมิตรภาพที่ดี และระหว่างที่นั่งอยู่ นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ก็นั่งด้วย ก็มีการพูดคุยกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้ฝากข้อห่วงใยอะไรหรือไม่? นายกฯ กล่าวว่า “ท่านบอกให้อดทน และท่านเป็นกำลังใจให้ และท่านก็ฝากตนกับพรรครวมไทยสร้างชาติ บอกให้ช่วยซึ่งกันและกัน ซึ่งก็เป็นความเมตตา” 

เมื่อถามว่า ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่ได้เจอกับ พล.อ.ประยุทธ์ หลังเจอกันที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล และได้พูดคุยกันเยอะใช่หรือไม่? นายเศรษฐา กล่าวว่า “ไม่ครับ เคยได้เจอกันหลายครั้งกว่า 10 หน ระหว่างร่วมงานพระราชพิธี ระหว่างนั่งคอยที่ห้องรับรองก็พูดคุยกันเยอะ หลายๆ เรื่อง มีการขอความเห็นท่านหลาย ๆ เรื่องอยู่แล้ว ซึ่งไม่ได้ปรากฏเป็นภาพออกไป”

เมื่อถามว่า จะมีโอกาสนัดพบและพูดคุยกันถึงเรื่องบ้านเรื่องเมืองเป็นกรณีพิเศษหรือไม่? นายเศรษฐา กล่าวว่า “ถ้าเกิดมีความจำเป็นก็คงต้องไปคุย ตนยินดีกับทุกท่านอย่างที่เคยบอก อดีตนายกรัฐมนตรีทุกท่านตนรับฟังความคิดเห็น เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ได้คุยกับนายอานันท์ แต่คุยเป็นเรื่องส่วนตัวมากกว่า”

เมื่อถามว่า เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ บอกกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ว่าอย่าดื้ออย่าเกเร ให้ช่วยงานนายกฯ และพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ดื้อ และเกเรหรือเปล่า? จังหวะนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งยืนอยู่ด้วยตอนสัมภาษณ์ได้หัวเราะ ขณะที่นายกฯ ก็หัวเราะ พร้อมกล่าวว่า “ไม่ดื้อครับ อย่างที่ตนเคยบอกเป็นเรื่องภายในของเขา ตนไม่เคยต้องไปถาม ร.อ.ธรรมนัส เรามุ่งมั่นทำงานกันอยู่แล้ว ตรงนี้อย่าเป็นประเด็นเลย เอาเรื่องพี่น้องประชาชนเป็นหลักดีกว่า”

‘หญิงแย้’ แจง หลังรับสมัครเลขา ค่าจ้าง 17,000 ภาระงานครอบจักรวาล ชี้!! เป็นเพียงเงินเดือนเริ่มต้นช่วงทดลองงาน หากมีหน้าที่มากขึ้นจะปรับให้

(5 ส.ค. 67) เรียกว่าเจอดรามาถล่มไม่น้อยเลยทีเดียว หลังจากอินฟลูฯ คนดัง ‘หญิงแย้ นนทพร’ ออกมาโพสต์รับสมัครงานเลขา เงินเดือน 17,000 แต่คุณสมบัติและหน้าที่คือจัดเต็ม ควบหลายตำแหน่ง จนชาวเน็ตทั้งอึ้งทั้งทึ่งไปตาม ๆ กัน ทำงานจิปาถะ ถ่ายวิดีโอ ตัดต่อ ทำกราฟิกดีไซน์ ดูแลโซเชียล เป็นแอดมินได้ ช่วยแพ็กของ ส่งของต่าง ๆ

งานนี้ หญิงแย้ เลยเจอทัวร์ลง หลายคนมองว่างานขนาดนี้ ทำหลายตำแหน่ง แต่ให้เงินเดือน 17,000 หนักไปไหม หน้าที่ครอบจักรวาลสุด ๆ เรื่องจริงหรือคอนเทนต์กันแน่ ทำไมให้เงินเดือนน้อยขนาดนี้ เมื่อเทียบกับหน้าที่ ความรับผิดชอบตามตำแหน่งงาน

ก่อนที่ล่าสุด หญิงแย้ จะออกมาโพสต์ชี้แจงแบบละเอียดยิบ เกี่ยวกับลักษณะงานของเลขา ที่เจ้าตัวรับสมัคร ว่าต้องทำอะไร อย่างไรบ้าง พร้อมทิ้งท้ายว่า “เป็นเพียงเงินเดือนเริ่มต้นในช่วงทดลองงาน หากมีภาระหน้าที่ที่มากขึ้น ก็จะมีการปรับเงินเดือนให้” โดยรายละเอียดทั้งหมดมีดังนี้

“จากที่แย้ได้ลงประกาศรับสมัครเลขาส่วนตัว 1 ตำแหน่ง เงินเดือน 17,000 บาท จนทำให้เกิดกระแสดรามาต่าง ๆ เรื่องการจ้างงานแย้ออกไปนะคะ

ก่อนอื่นแย้ต้องขออภัยและกราบขอโทษที่ทำให้ทุกคนที่ได้อ่านโพสต์ของแย้แล้วรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ แย้ต้องขออภัยที้ไม่ได้แจ้งอย่างชัดเจนให้ทุกคนรับทราบ ในลักษณะงานของน้องเลขาใหม่ที่แย้ต้องการค่ะ

ก่อนอื่นแย้ต้องขอชี้แจงว่า ปกติแย้จะมีน้องเลขาดูแล 1 คน มีพี่ผจก.ดูแลแย้อีก 1 คน

และในส่วนงานคอนเทนต์ แย้จะเป็นคนครีเอทงานเกือบทั้งหมด ในส่วนของงานคลิปวิดีโอ ตัดต่อคลิป งานกราฟิก แย้จะทำเอง และให้เลขาแย้ช่วยทำ และจะมีจ้างฟรีแลนซ์มาช่วยบ้าง

ถึงตรงนี้ต้องขออธิบายเพิ่มว่าในส่วนงานใช้กล้อง ถ้าเป็นงานที่ลูกค้าต้องการความเป็นส่วนตัว หรือ Real แย้ใช้แค่กล้องเล็กหรือมือถือ แย้จะใช้เลขาหรืออุ๋งที่ไปด้วยกันช่วยถ่ายให้

แต่ถ้าเป็นงานลูกค้าที่ต้องการทีมใหญ่ แย้จะใช้ทีมตากล้องถ่ายงานและส่งงานให้ทีมฟรีแลนซ์ตัดต่อคลิปวิดีโออีกทีนึงค่ะ

แต่เนื่องจากเมื่อไม่นานมานี้ ทุกคนที่ติดตามแย้อาจจะได้ทราบว่า แย้ได้มีการทำธุรกิจใหม่แตกออกมาเพิ่มนอกจากงาน influencer ทำให้งานของน้องเลขาและพี่ผู้จัดการเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ แย้เลยได้มีการปรึกษากับ พี่ ผจก.ว่าเราควรรับคนเพิ่ม โดยไหน ๆ ก็จะรับคนใหม่ละ แย้อยากได้เด็กรุ่นใหม่ ๆ ให้มาแบ่งงานในส่วนTikTok ให้ช่วยมาดูแลส่วนนี้โดยเฉพาะ โดยสามารถทำคอนเทนต์สั้น ๆ ถ่ายคลิปสั้น ๆ บนมือถือลง TikTok เพื่อมาช่วยแย้ดูแลงานในส่วนช่อง TikTok ได้

ส่วนที่แย้แจ้งว่า คุณสมบัติดูแลหลังบ้าน Fb Ig TikTok Line OA ต้องยอมรับว่า ทุกคนในบริษัทแย้ที่ผ่านมา 10 ปี เราทำงานกันแบบครอบครัวที่รัก เข้าใจ เห็นอกเห็นใจกัน สนิทกันมาก ๆ ทั้งพี่ผจก. ทั้งน้องเลขา แย้ และอุ๋ง ที่ผ่านมาเราจะช่วยกันตอบคอมเมนต์ และตัวแย้เองจะให้ทุกคนสามารถเข้าถึงสื่อออนไลน์และช่วยกันดูแลหลังบ้านในสื่อต่าง ๆ ของแย้ได้ทั้งหมด เรียกว่าทุกคนสามารถเป็น Admin ได้จากสิทธิ์ที่แย้ไว้วางใจให้ดูแลได้ค่ะ

และในส่วนการแพ็กของ จะมีบางช่วงเวลาที่แย้ Live ขายสินค้าของตัวเองบ้าง วีคละครั้ง หรือ เดือนละครั้ง โดยทั่วไปแย้และแม่บ้านและน้องเลขาจะเป็นคนช่วยแพ็ก

ซึ่งตรงนี้แย้ขอโทษและยอมรับผิดที่รีบโพสต์จนไม่ได้อธิบายทุกอย่างให้ละเอียด แย้อยากให้ทุกคนเข้าใจ ให้ความรักและเอ็นดูแย้เหมือนที่ผ่านมานะคะ ไม่อยากให้เข้าใจเจตนาแย้ผิดพลาดไป กราบขออภัยทุก ๆ คนอีกครั้งนะคะ

ทั้งนี้ ปัจจุบันแย้ยังเปิดรับเลขาให้เข้ามาทดลองงานอยู่นะคะ และขอบพระคุณทุกท่านที่สมัครกันเข้ามากันมากมาย แย้จะรีบตอบกลับให้ไวที่สุดค่ะ แย้ต้องการคนรุ่นใหม่เก่งพร้อมจะมาทำงานให้กับแย้ สร้างโอกาสให้ตัวเองใครที่พร้อมจะเติบโตและรับการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในอนาคตกับแย้ส่ง Resume แนะนำตัวเองเข้ามานะคะ รักและเคารพทุก ๆ คนมาก ๆ ค่ะ

ในส่วนของเงินเดือนที่หลายท่านมองว่าน้อยไปสำหรับเลขาคนใหม่ของแย้ เป็นเพียงเงินเดือนเริ่มต้นในช่วงทดลองงาน หากมีภาระหน้าที่ที่มากขึ้น ก็จะมีการปรับเงินเดือนให้ค่า”

‘ผู้พัฒนาแอปฯ ทางรัฐ’ ชี้!! แอปฯ ปลอดภัย-รักษาข้อมูลส่วนบุคคล ยืนยัน!! ใช้มาตรฐานระดับโลก-ตรวจเฝ้าระบบตลอด 24 ชั่วโมง

(5 ส.ค. 67) สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA แจ้งว่า แอปพลิเคชัน ‘ทางรัฐ’ เป็นแอปพลิเคชันของภาครัฐที่พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางบริการภาครัฐสำหรับประชาชนที่มีการเชื่อมข้อมูล และบริการจากส่วนราชการต่าง ๆ มาไว้ในที่เดียวกัน เพื่อให้ประชาชนในทุกช่วงวัยสามารถใช้บริการออนไลน์ของภาครัฐได้ในแอปฯ เดียวอย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย โปร่งใส และตรวจสอบได้ รวมถึงเป็นช่องทางในการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่าน Digital Wallet

ดังนั้น การที่ประชาชนจะเข้าใช้งานแอปฯ ทางรัฐ จำเป็นต้องมีการพิสูจน์ว่าผู้ที่กำลังจะเข้าใช้งานแอปฯ ทางรัฐ เป็นประชาชนตัวจริงหรือไม่ โดยการให้ประชาชนผู้นั้นถ่ายภาพใบหน้า และภาพบัตรประจำตัวประชาชนของตนเอง เพื่อเอาไปเปรียบเทียบกับภาพใบหน้าและข้อมูลบัตรประชาชนของประชาชนผู้นั้นที่มีอยู่ในระบบของภาครัฐว่าตรงกันหรือไม่ หรือที่เรียกว่าการทำ KYC (Know Your Customer) เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นเข้าถึงข้อมูลของประชาชนผู้นั้น หรือสวมสิทธิ์ ซึ่งเป็นมาตรการการป้องกันและรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือแบบเดียวกับที่ธนาคารในประเทศไทยใช้ (IAL 2.3) ตามประกาศของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

ในปัจจุบัน แอปฯ ทางรัฐเป็นเพียงช่องทางในการเชื่อมโยงข้อมูลและบริการจากหน่วยงานต้นทางโดยไม่ได้เก็บข้อมูลประชาชนจากหน่วยงานต้นทางมาไว้ที่แอปฯ ทางรัฐแต่อย่างใด และข้อมูลส่วนบุคคลที่แสดงในแอปฯ ทางรัฐสามารถเข้าถึงได้เฉพาะเจ้าของข้อมูล และผู้มีอำนาจตามกฎหมายในการเข้าถึงข้อมูลเท่านั้น

นอกจากนี้ แอปฯ ทางรัฐมีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบและข้อมูลต่าง ๆ ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ และพัฒนาระบบที่มีการเข้ารหัสข้อมูลและใช้เทคโนโลยีการยืนยันตัวตนที่ทันสมัยโดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญของสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA ร่วมกับทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาระบบที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก โดยเน้นเรื่องความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและระบบเป็นหลัก มีการตรวจสอบและทดสอบระบบอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการทดสอบเจาะระบบและแก้ไขช่องโหว่ต่าง ๆ ทั้งก่อนให้บริการและระหว่างการให้บริการเพื่อป้องกันการแฮกและการเข้าถึงข้อมูลและบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรฐานสากล อีกทั้งยังมีการใช้เทคโนโลยีป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ในระดับสูง (State-of-the-Art Cybersecurity Protection)

ตลอดจนการบริหารจัดการและจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้แนวทางที่สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) กำหนด และเป็นไปตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 รวมถึงตามมาตรฐานที่ DGA ได้รับการรับรอง เช่น ISO 27001 (Security Management) เป็นต้น

นอกจากนี้แอปฯ ทางรัฐยังให้บริการอยู่ในระบบที่มีความน่าเชื่อถือ มีเสถียรภาพ อีกทั้งยังมีการตั้ง war room เฝ้าระวังระบบและภัยคุกคามทางไซเบอร์ด้วยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญของ DGA ร่วมกับ สกมช. และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมตลอด 24 ชั่วโมง

โดยสามารถพิสูจน์ได้จากวันแรกที่เปิดรับลงทะเบียนโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่าน Digital Wallet ซึ่งมีผู้ไม่ประสงค์ดีพยายามโจมตีระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างหนัก ตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่เปิดรับลงทะเบียน โดยเป็นช่วงเวลาที่ประชาชนกดเข้าใช้งานแอปฯ ทางรัฐเป็นจำนวนมหาศาลเช่นเดียวกัน แต่แอปฯ ทางรัฐก็ยังสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง โดยสามารถรองรับการลงทะเบียนฯ ได้ถึง 18.8 ล้านคนภายใน 24 ชั่วโมงโดยระบบไม่ล่มและไม่มีปัญหาเรื่องข้อมูลรั่วไหล

สำหรับประเด็นข้อสงสัยที่ว่า แอปทางรัฐเป็นระบบเปิดที่เชื่อมต่อไปถึงบัญชีธนาคารของทุกคนหรือไม่นั้น ในปัจจุบัน แอปทางรัฐ ยังไม่มีการเชื่อมกับบัญชีธนาคารและไม่มีการเก็บข้อมูลบัญชีธนาคารของประชาชนแต่อย่างใด

ทั้งนี้แอปฯ ทางรัฐ อนุญาตให้หน่วยงานของรัฐเชื่อมโยงข้อมูลและบริการของตนเข้าสู่แอปพลิเคชันทางรัฐเท่านั้น ภายใต้วิธีการเชื่อมต่อที่มีการควบคุมกำกับดูแล และมีความมั่นคงปลอดภัยสูง โดยไม่ได้เปิดให้บุคคลทั่วไป หรือภาคเอกชน หรือธนาคารเชื่อมโยงข้อมูลบัญชีและระบบบริการกับแอปฯ ทางรัฐแต่อย่างใด ซึ่งแอปฯ ของธนาคาร และผู้ให้บริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่เข้าร่วมโครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่าน Digital Wallet ต้องเชื่อมโยงและรับส่งข้อมูลกับแพลตฟอร์มการชําระเงินกลาง (Payment Platform) ของภาครัฐเพื่อรองรับการชำระเงินซึ่งเป็นคนละระบบกับแอปฯ ทางรัฐ

'สุชาติ-รวมไทยสร้างชาติ' ชวน ชาวไทยทั่วโลก รอชมแมตช์หยุดโลก เชียร์ 'น้องวิว' คว้าทองโอลิมปิก

(5 ส.ค. 67) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้โพสต์ข้อตวามผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

ชวนคนไทย เชียร์น้องวิว 

คนทั่วโลก รอชม แมตช์หยุดโลก ไปพร้อมๆ กัน

คงต้องนั่งหน้าจอลุ้นกันทุกวินาที พร้อมส่งพลังใจไปถึง 'น้องวิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์' ที่กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์ ชิงเหรียญทองแบดมินตันโอลิมปิก 2024 กับ วิคเตอร์ อเซลเซ่น มือ 2 โลก แชมป์เก่า จากเดนมาร์ก เวลา 20.40 น. โดย T SPORT 7 ยิงสดเกมนี้ 

ส่วนตัวไม่เคยเจอกับ 'น้องวิว' แต่ติดตามผลงานมาตลอด โดยเฉพาะการพาตัวเองไปแข่งขันแบดมินตันโอลิมปิกครั้งนี้  ผมเองชื่นชมในความสามารถของเยาวชนคนเก่งทั่วประเทศ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนจังหวัดไหน หรือทำอะไรที่เป็นหน้าเป็นตาเพื่อชาติบ้านเมืองเรา ผมก็พร้อมจะสนับสนุนทุกคน 

แต่สำหรับวันนี้ เรามาส่งกำลังใจไปให้น้องวิว กันนะครับ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top