Saturday, 4 July 2026
WORLD

จีนตั้ง 'ฉางอัน ออโตกรุ๊ป' บริษัทใหม่ของรัฐบาล ด้วยทุนจดทะเบียนกว่า 1 แสนล้านบาท

เมื่อวันที่ (27 ก.ค.68) จีนประกาศจัดตั้งบริษัทรถยนต์แห่งชาติ ฉางอัน ออโตโมบิล กรุ๊ป (Changan Automobile Group Co., Ltd.) อย่างเป็นทางการในฐานะรัฐวิสาหกิจระดับชาติน้องใหม่ อยู่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการกำกับดูแลทรัพย์สินของรัฐ (SASAC) เทียบชั้นกลุ่มรถยนต์ใหญ่ของประเทศอย่าง FAW และ Dongfeng โดยมีทุนจดทะเบียน 20,000 ล้านหยวน (ราว 1 แสนล้านบาท)

กลุ่มบริษัทใหม่นี้มีสำนักงานใหญ่ที่เมืองฉงชิ่ง โดยมี 'จู ฮั้วหรง' (Zhu Huarong) ประธานบริษัทฉางอัน ออโตโมบิล เป็นผู้แทนทางกฎหมาย และคาดว่าจะมีบทบาทนำในการบริหารองค์กร โดยจะดำเนินธุรกิจด้านการขายรถยนต์ทั่วไปและรถพลังงานใหม่ (NEVs) พร้อมทั้งวิจัยและพัฒนาชิ้นส่วนยานยนต์

ขณะที่ในคืนวันที่ 28 กรกฎาคม บัญชีโซเชียลของฉางอันและแบรนด์ในเครือ เช่น Qiyuan, Deepal, Avatr และ Kaicheng ร่วมกันเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ภายใต้คำขวัญ “ภารกิจใหม่ การเดินทางใหม่” พร้อมจัดแสดงรถ Avatr จำนวน 200 คันที่สนามบินฉงชิ่งเจียงเป่ย์ (CKG) เพื่อเฉลิมฉลองการก่อตั้งบริษัท

ทั้งนี้ การสื่อสารกับสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการครั้งแรกจะมีขึ้นในวันที่ 30 กรกฎาคม โดยผู้บริหารจากกลุ่มบริษัทใหม่นี้จะปรากฏตัวร่วมกันครั้งแรก พร้อมสรุปผลงานครึ่งปีแรกของปี 2025 และเปิดเผยแผนธุรกิจช่วงครึ่งปีหลัง การก่อตั้งนี้ถือเป็นผลสืบเนื่องจากการปรับโครงสร้างองค์กรที่เริ่มต้นเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคม และจะเสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคม

ทรัมป์เล็งเก็บภาษี 15-20% กับชาติที่ยังไม่ปิดดีลการค้า ลั่น!! โลกต้องยอมรับกติกา ถ้าอยากเข้าตลาดอเมริกา

(29 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันจันทร์ (28 ก.ค.) ว่า ประเทศคู่ค้าส่วนใหญ่ที่ยังไม่ทำข้อตกลงการค้ารายประเทศกับสหรัฐฯ จะถูกเก็บภาษีนำเข้าระดับใหม่ระหว่าง 15-20% ภายในสัปดาห์นี้ โดยจะมีการแจ้งประเทศต่าง ๆ กว่า 200 ประเทศให้ทราบอัตราภาษีใหม่นี้เร็ว ๆ นี้

ทรัมป์กล่าวที่สนามกอล์ฟหรูของตนเองในสกอตแลนด์ ขณะพบกับ เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์  นายกรัฐมนตรีอังกฤษว่า “เราจะไม่มานั่งทำข้อตกลงกับ 200 ประเทศ นี่คือภาษีที่พวกเขาต้องจ่ายถ้าอยากเข้าตลาดอเมริกา” โดยก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้เก็บภาษีถึง 50% กับบางประเทศ เช่น บราซิล และเตรียมบังคับใช้ในวันศุกร์นี้

แรงกดดันดังกล่าวทำให้หลายประเทศ รวมถึงอินเดีย ปากีสถาน แคนาดา และไทย ต่างเร่งเจรจาหวังต่อรองภาษีให้น้อยลง ขณะที่สหรัฐฯ เพิ่งบรรลุข้อตกลงกับสหภาพยุโรป คิดภาษีที่ 15% พร้อมรับลงทุนจากยุโรป 600,000 ล้านดอลลาร์ และคำสั่งซื้อพลังงานอีก 750,000 ล้านดอลลาร์ใน 3 ปี

ทั้งนี้ ทรัมป์เพิ่งเซ็นดีล 550,000 ล้านดอลลาร์กับญี่ปุ่น และดีลย่อยกับอังกฤษ อินโดนีเซีย เวียดนาม ขณะที่แคนาดาซึ่งพึ่งพาการส่งออกไปสหรัฐฯ ถึง 75% ยอมรับว่าอาจต้องยอมจ่ายภาษีบางส่วน แม้จะยังพยายามเจรจาลดภาษีจาก 35% ที่สหรัฐฯ ประกาศไว้ก่อนหน้านี้

‘อิหร่าน’ นำเข้า!! เครื่องบินโบอิ้ง 777 มือสอง 5 ลำ หลบเลี่ยง!! มาตรการคว่ำบาตร จากสหรัฐฯ และอียู

(28 ก.ค. 68) เครื่องบิน โบอิ้ง 777-212ER จำนวน 5 ลำ ที่เคยเป็นของสายการบิน Singapore Airlines เดินทางจากสนามบินนานาชาติเสียมราฐของกัมพูชา มุ่งหน้าเข้าสู่อิหร่าน โดยมีการปิดสัญญาณติดตาม ADS-B ระหว่างบินผ่านน่านฟ้าอัฟกานิสถาน เพื่อเลี่ยงการถูกตรวจสอบจากการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป

เส้นทางซับซ้อน: เครื่องบินเหล่านี้ผลิตระหว่างปี 2001–2003 เคยให้บริการใน Singapore Airlines และต่อมาอยู่ในฝูงบินของ NokScoot สายการบินลูกของไทย ก่อนจะถูกจอดเก็บในออสเตรเลียช่วงโควิด-19

หลัง NokScoot ล้มละลาย เครื่องบินถูกบริษัทอเมริกัน Ion Aviation เข้าซื้อ แล้วถูกพาไปยังเมืองหลานโจว (จีน), จากนั้นไปยังจาการ์ตา (อินโดนีเซีย) และต่อไปกัมพูชา ก่อนจะเดินทางเข้าสู่อิหร่านในที่สุด

กลยุทธ์เลี่ยงคว่ำบาตร: เครื่องบินถูกจดทะเบียนชั่วคราวภายใต้รหัสประเทศมาดากัสการ์ (5R-HER, 5R-IJA, 5R-ISA, 5R-RIJ, 5R-RIS) เพื่อซ่อนตัวตนและเจ้าของที่แท้จริง

ปลายทาง: เครื่องบินทั้ง 5 ลำลงจอดที่เมือง Mashhad, Zahedan และ Chabahar คาดว่าจะเข้าร่วมฝูงบินของสายการบิน Mahan Air ซึ่งเคยถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรฐานหนุนภารกิจของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC)

ล้วงลึกธุรกิจ!! ‘แสนล้านเหรียญสหรัฐ’ ของพ่อค้าอาวุธ ซื้อขายไม่ผ่านรัฐ!! ราคาดีกว่า ‘จีทูจี’ มีให้เลือกหลายยี่ห้อ

(28 ก.ค. 68) ในขณะที่มีการออกมาปฏิเสธเรื่องการขายอาวุธให้แก่กัมพูชา เคยสงสัยไหมคะว่าอาวุธที่มีในประเทศเพื่อนบ้านเรานั้นมาจากไหน

ก่อนอื่นเราคงต้องบอกว่าเกือบทุกประเทศในโลกนั้นผู้ผลิตอาวุธส่วนใหญ่เป็นเอกชน ยกตัวอย่างโรงงานผลิตรถถังในโลกนี้ก็มี  General Dynamics Land Systems จากสหรัฐอเมริกา BAE Systems จากสหราชอาณาจักรอังกฤษ Rheinmetall จากเยอรมนี หรือ KNDS ที่มีฐานการผลิตทั้งในเยอรมันและฝรั่งเศส หรือในฝั่งเอเชียอย่าง Hyundai Rotem จากเกาหลี Norinco จากจีนหรือแม้กระทั่ง Mitsubishi Heavy Industries ในญี่ปุ่นเองก็มีการผลิตออกมาจำหน่าย โดยผู้ซื้อส่วนใหญ่แม้จะเป็นรัฐบาลก็จริงแต่หากมองกลับไปตามงาน Weapon Exhibition แล้วละก็  คนอีกกลุ่มหนึ่งที่มาเดินงานเหล่านี้ที่ไม่ใช่คนจากรัฐบาลหรือกองทัพเลยนั่นก็คือพ่อค้าอาวุธนั่นเอง

ตามข้อมูลที่เอย่าได้มาเรื่องพ่อค้าอาวุธเหล่านี้บางคนก็เป็นตัวแทนเพื่อไปจำหน่ายสินค้าให้ประเทศของตนเนื่องจากการคว่ำบาตรระหว่างประเทศทำให้ไม่สามารถจัดซื้อกันแบบทางตรงได้ โดยคนเหล่านี้จะมีการเปิดเส้นทางการเงินไว้ตามประเทศที่ผู้ขายให้ความไว้วางใจโดยการซื้อขายแบบนี้ไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐบาลของประเทศผู้ผลิตเอง

ถามว่าเป็นเหมือนกันทั่วโลกไหม ตามที่เอย่าทราบมาก็ไม่ได้แตกต่างกันขึ้นกับว่าฝ่ายไหนต้องการเสนอข่าวหรือฝ่ายไหนต้องการปิดข่าว เพราะอย่าลืมว่าการซื้อขายแบบนี้ได้ราคากว่าการขายแบบจีทูจีแน่นอนเพราะด้วยข้อจำกัดหลายๆอย่างนั่นเอง

ดังนั้นตามโซเชียลที่มีการบอกว่ากัมพูชาซื้ออาวุธจากจีนแต่ทางการจีนปฏิเสธมีความเป็นไปได้ไหมบอกเลยว่าเป็นไปได้อย่างมากด้วยเหตุผลที่กล่าวไปข้างต้น  เช่นเดียวกันกับฝั่งกลุ่มต่อต้านกองทัพเมียนมาที่มีอาวุธทันสมัยใช้นั้นถ้าไม่ได้มาจากประเทศตะวันตกสนับสนุนแล้วละก็ คงไม่น่าจะผิดคาดถ้ากองกำลังดังกล่าวจะใช้เงินใช้ทองที่หามาได้ไม่ว่าจะวิธีไหนก็ตามเอามาซื้อยุทโธปกรณ์จากพ่อค้าอาวุธนั่นเอง

กัมพูชาเรียกร้องให้มีการ “หยุดยิงโดยทันที” หลังการสู้รบข้ามพรมแดนระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน ยังยืดเยื้อ

(26 ก.ค. 68) กัมพูชาเรียกร้องให้มีการ “หยุดยิงโดยทันที” หลังการสู้รบข้ามพรมแดนระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน ยังยืดเยื้อ

นายเจีย แก้ว เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรกัมพูชาประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่ากัมพูชาร้องขอให้มีการหยุดยิง “โดยไม่มีเงื่อนไข” และเสริมว่าต้องการทางออกข้อพิพาทโดยสันติ อย่างไรก็ตาม ไทยยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อข้อเสนอการหยุดยิงดังกล่าว แต่มีการส่งสัญญาณถึงการเปิดกว้างต่อการเจรจาเช่นกัน

“กัมพูชาขอให้หยุดยิงทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข และเราขอเรียกร้องให้มีการแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติ” นายเจีย แก้ว กล่าวหลังการประชุมลับของ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ซึ่งมีกัมพูชาและไทยเข้าร่วม

‘Khmer News’ สร้างเฟคนิวส์!! ใส่ความ ให้ร้ายประเทศไทย อ้าง!! สำนักสงฆ์ ที่อยู่ติดกับตีนเขาดงเร็ก ถูกปืนใหญ่ยิง

(26 ก.ค. 68) ‘Khmer News’ เผยแพร่ข่าวใส่ร้ายประเทศไทย โดยมีใจความว่า ...

โศกนาฏกรรมที่เจ็บปวดที่สุดจากกองทัพเสียมบุกกัมพูชา ยิงปืนใหญ่ทำลายสำนักสงฆ์ Taman Senchey ในเขต Banteay Ampil จ.อุดาร์ Meanchey พระสงฆ์อยู่ติดกับตีนเขาดงเร็ก สถานที่สักการบูชาของชาวพุทธในบริเวณนั้น

ชาวเน็ตทั่วโลกคอมเมนต์ ฮุนเซน & เขมร

ชาวเน็ตทั่วโลกคอมเมนต์ ฮุนเซน & เขมร 
บอกได้เลยว่า ในสายตาชาวโลกตอนนี้ ภาพพจน์ ฮุนเซน & เขมร เละ!!

‘มาครง’ ประกาศฝรั่งเศสเตรียมรับรอง ‘รัฐปาเลสไตน์’ ก.ย.นี้ ย้ำเป็นเรื่องเร่งด่วนเพื่อให้สงครามในฉนวนกาซายุติลง

(25 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ประกาศระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่นิวยอร์ก ว่าฝรั่งเศสจะรับรอง ‘รัฐปาเลสไตน์’ อย่างเป็นทางการในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งจะทำให้ฝรั่งเศสเป็นประเทศแรกในกลุ่ม G7 ที่ประกาศจุดยืนนี้ โดยมาครงระบุว่า จำเป็นต้องยุติสงครามในกาซาโดยเร็ว ปล่อยตัวประกันทั้งหมด และเร่งส่งความช่วยเหลือมนุษยธรรม

ด้านผู้นำปาเลสไตน์ตอบรับท่าทีของฝรั่งเศสว่า เป็นการสนับสนุนสิทธิชาวปาเลสไตน์ตามกฎหมายสากล ขณะที่ฮามาสก็ยกให้เป็น 'ก้าวที่ถูกต้อง' และเรียกร้องให้ประเทศอื่นเดินตาม แต่ผู้นำอิสราเอล เนทันยาฮู ออกมาตอบโต้ทันทีว่า การรับรองครั้งนี้คือ 'รางวัลของผู้ก่อการร้าย' และเป็นภัยต่อความมั่นคงของอิสราเอล

ขณะที่ สหรัฐฯ และอังกฤษแสดงท่าทีไม่เห็นด้วย โดยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) เรียกการตัดสินใจนี้ว่า 'ประมาท' ขณะที่นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer) เตรียมประชุมกับผู้นำฝรั่งเศสและเยอรมนีด่วน พร้อมระบุว่าการหยุดยิงอาจนำไปสู่การยอมรับรัฐปาเลสไตน์และแนวทางสองรัฐในอนาคต

ขณะเดียวกัน กาซายังคงเผชิญวิกฤตด้านมนุษยธรรมอย่างหนัก ยอดผู้เสียชีวิตทะลุ 59,000 คน เด็กในเมืองกาซา 1 ใน 5 ขาดสารอาหารอย่างรุนแรง และหลายองค์กรสิทธิมนุษยชนเตือนว่าอาจเกิดภาวะอดอยากครั้งใหญ่ หากไม่เร่งเปิดทางให้อาหารและยาเข้าไปในพื้นที่ได้

พบแล้ว!! ซากเครื่องบินโดยสารรัสเซียตกใกล้ชายแดนจีน ผู้โดยสาร-ลูกเรือรวม 49 ราย ไร้ปาฏิหาริย์ ไม่พบผู้รอดชีวิต

(24 ก.ค. 68) เครื่องบินโดยสารรุ่น Antonov An-24 ของสายการบินอังการา ซึ่งมีผู้โดยสารและลูกเรือรวม 49 คน ตกในพื้นที่ตะวันออกไกลของรัสเซีย ใกล้ชายแดนจีน เบื้องต้นไม่มีผู้รอดชีวิต โดยกระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินของรัสเซียเผยว่า ซากเครื่องบินถูกพบในสภาพไฟลุกไหม้ในแถบแคว้นอามูร์ ระหว่างมุ่งหน้าลงจอดที่เมืองทินดา ประเทศรัสเซีย

เฮลิคอปเตอร์กู้ภัยของหน่วยงานการบินพลเรือนตรวจพบซากเครื่องในสภาพถูกเพลิงเผาไหม้ กระจัดกระจายเป็นเศษซากอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ขณะที่รายงานเบื้องต้นระบุว่าบนเครื่องมีผู้โดยสาร 43 คนในนั้นเป็นเด็ก 5 คน และลูกเรืออีก 6 คน

สำนักข่าว TASS รายงานว่าอุบัติเหตุอาจเกิดจากความผิดพลาดของนักบินในช่วงลงจอด ท่ามกลางสภาพอากาศเลวร้ายและทัศนวิสัยต่ำ ซึ่งเป็นปัญหาที่มักพบได้บ่อยในภูมิภาคห่างไกลของรัสเซีย โดยเฉพาะบริเวณใกล้แถบอาร์กติกและตะวันออกไกล

แม้รัสเซียจะพยายามยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางการบินในช่วงหลัง แต่ยังคงเกิดอุบัติเหตุในภูมิภาคห่างไกลอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะกับเครื่องบินรุ่นเก่า ซึ่งย้อนกลับไปปี 2021 ก็เคยมีเหตุเครื่องบิน Antonov An-26 ตกในพื้นที่ตะวันออกไกล ทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือเสียชีวิตทั้งหมดเช่นกัน

บราซิลร่วมแอฟริกาใต้ ฟ้อง!! อิสราเอล ฐาน ‘ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์’ ชาวปาเลสไตน์ในกาซา

(24 ก.ค. 68) รัฐบาลบราซิลเตรียมยื่นเอกสารเข้าร่วมคดีของแอฟริกาใต้ ที่กล่าวหาอิสราเอลละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปี 1948 จากปฏิบัติการทหารในฉนวนกาซา ซึ่งศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) กำลังพิจารณาอยู่ โดยบราซิลระบุว่าอิสราเอลใช้อาวุธโจมตีโรงเรียน โรงพยาบาล และค่ายพักพิง ซึ่งทำให้พลเรือนจำนวนมากเสียชีวิต

นอกจากนี้ บราซิลยังกล่าวหาว่าอิสราเอลละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ เช่น การผนวกดินแดนโดยใช้กำลัง และแสดงความไม่พอใจอย่างยิ่งต่อความรุนแรงที่ชาวปาเลสไตน์ประสบ ขณะที่อิสราเอลปฏิเสธข้อกล่าวหา ยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจโจมตีพลเรือน แต่ต้องการทำลายกลุ่มฮามาสเท่านั้น

คำแถลงของบราซิลทำให้สถานทูตอิสราเอลในบราซิลออกมาวิจารณ์ว่า เป็นถ้อยคำรุนแรงและมองข้ามบทบาทของฮามาสในกาซา ด้านสมาคมชาวยิวในบราซิล (CONIB) ก็ออกมาแสดงความผิดหวัง พร้อมระบุว่าเป็นการตัดสัมพันธ์มิตรภาพที่ยาวนานระหว่างบราซิลกับอิสราเอล

การตัดสินใจของรัฐบาลลูอีซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา (Luiz Inácio Lula da Silva) เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดกับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรของอิสราเอล โดยล่าสุดรัฐบาลทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากบราซิลถึง 50% อย่างไรก็ตาม นักการทูตบราซิลยืนกรานว่าการเข้าร่วมคดีนี้จะไม่กระทบต่อความสัมพันธ์กับวอชิงตัน

‘รัสเซีย-ยูเครน’ ถกสันติภาพรอบ 3 ยังไร้ข้อสรุป แต่เห็นพ้องแลกตัวเชลย-หารือช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

(24 ก.ค. 68) เจ้าหน้าที่รัสเซียและยูเครนพบกันอีกครั้งที่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อวันพุธ (23 ก.ค.) ภายใต้การประสานของสหรัฐฯ เพื่อเจรจายุติสงคราม การเจรจาครั้งนี้ใช้เวลาเพียง 40 นาที และไม่มีความคืบหน้าในเรื่องสำคัญ อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายตกลงจะเปิดช่องทางพูดคุยแบบไม่เป็นทางการเพิ่มขึ้น และยังพร้อมร่วมมือกันในประเด็นด้านมนุษยธรรม เช่น การแลกเปลี่ยนเชลยและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสงคราม

ยูเครนย้ำต้องมีการ 'หยุดยิงก่อน' จึงพร้อมหารือสันติภาพ แต่รัสเซียกลับต้องการ “ตกลงเงื่อนไขสันติภาพก่อน” จึงจะยอมหยุดยิง ความขัดแย้งพื้นฐานนี้ทำให้สองฝ่ายยังคงอยู่ห่างไกลจากข้อตกลงใหญ่ และยูเครนยังคงเสนอให้ผู้นำทั้งสองพบกันโดยตรง แต่รัสเซียปฏิเสธ โดยเสนอจัดตั้งคณะทำงานย่อยด้านการเมือง มนุษยธรรม และการทหารแทน

อย่างไรก็ตาม มีความคืบหน้าบางประการในประเด็นด้านมนุษยธรรม รัสเซียยอมส่งตัวนักโทษสงครามยูเครน 1,200 คน และศพทหารยูเครนอีก 3,000 นายกลับประเทศ พร้อมเตรียมพิจารณาคืนเด็กยูเครนที่ถูกพาตัวจากดินแดนยึดครอง 339 คน ตามคำร้องขอของยูเครน

ท่าทีของทั้งสองฝ่ายยังต่างกันชัดเจน ปูตินยืนยันไม่ยอมเสียเปรียบทางทหารและไม่แลกกับเงื่อนไขสันติภาพ ขณะที่เซเลนสกีระบุจะไม่มีวันยอมจำกัดสิทธิอธิปไตย หรือรับรองการผนวกดินแดนกับรัสเซีย

แม้เจรจายังไร้ผล แต่แรงกดดันจากสหรัฐฯ โดยเฉพาะภายใต้นโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ต้องการยุติสงครามนี้ กลายเป็นแรงผลักให้ทั้งสองฝ่ายยังไม่กล้าทำให้การพูดคุยล่มอย่างเป็นทางการ เพราะต่างก็ไม่อยากให้ทรัมป์หันไปหนุนฝ่ายตรงข้ามอย่างเปิดเผยในอนาคต

อินเดียไฟเขียววีซ่าท่องเที่ยว เตรียมเปิดประตูรับชาวจีน หลังจากหยุดไปตั้งแต่ช่วงโควิด-19 และปมขัดแย้งชายแดน

(23 ก.ค. 68) สถานทูตอินเดียประจำกรุงปักกิ่งประกาศว่า ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคมนี้ รัฐบาลอินเดียจะกลับมาออกวีซ่าท่องเที่ยวให้กับพลเมืองจีนอีกครั้ง นับเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีหลังจากที่หยุดไปตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ระบาดและเกิดเหตุการณ์ปะทะกันที่หุบเขากัลวานในปี 2020

โดยชาวจีนที่ต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวในอินเดีย ต้องกรอกใบสมัครออนไลน์ นัดวันยื่นเอกสาร และนำหนังสือเดินทางพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องไปยื่นด้วยตนเองที่ศูนย์ขอวีซ่าในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หรือกว่างโจว โดยหากต้องการขอคืนหนังสือเดินทาง ต้องแนบจดหมายร้องขออย่างเป็นทางการ

ขณะที่ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศอยู่ในช่วงตึงเครียดตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังเหตุปะทะในพื้นที่พรมแดนแถบลาดักห์ แต่ทั้งสองฝ่ายเริ่มทยอยถอนทหารออกจากจุดขัดแย้ง และกลับมาเจรจาในหลายระดับเพื่อลดความตึงเครียด

อินเดียและจีนมีแผนที่จะกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนมากขึ้น เช่น การเตรียมกลับมาเปิดเที่ยวบินตรง และการเดินทางแสวงบุญไปยังภูเขาไกรลาศและทะเลสาบมานัสโรวาร์ ซึ่งถูกระงับตั้งแต่ช่วงโควิด

รัฐมนตรีต่างประเทศอินเดียระบุเมื่อต้นปีว่า ความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียกับจีนกำลังเคลื่อนตัวไปในทิศทางบวก แต่ยังต้องมีความพยายามร่วมกันเพื่อให้กลับสู่ภาวะปกติอย่างเต็มที่ 

ชาวยูเครนลุกฮือ!! ออกมาชุมนุมประท้วงกลางกรุงเคียฟ หลัง ‘เซเลนสกี’ เซ็นรับรองกฎหมายควบคุมหน่วยงานต้านโกง

(23 ก.ค. 68) ประชาชนหลายร้อยคนออกมาชุมนุมประท้วงกลางกรุงเคียฟ หลังประธานาธิบดียูเครน โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ลงนามรับรองกฎหมายฉบับใหม่ที่เพิกถอนความเป็นอิสระของหน่วยงานต่อต้านการทุจริตหลักของประเทศ 2 แห่ง ได้แก่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (NABU) และสำนักงานอัยการพิเศษปราบปรามการทุจริต (SAPO)

กฎหมายใหม่นี้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาด้วยคะแนน 263 ต่อ 13 เสียง โดยส่วนใหญ่เป็นเสียงจากพรรครัฐบาล และจะทำให้หน่วยงานต่อต้านการทุจริตทั้งสองแห่งอยู่ภายใต้การควบคุมของอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ประธานาธิบดีเป็นผู้แต่งตั้งโดยตรง

แม้เซเลนสกียืนยันว่า การปรับโครงสร้างดังกล่าวเป็นไปเพื่อให้การปราบปรามคอร์รัปชันมีประสิทธิภาพมากขึ้น และปลอดอิทธิพลจากรัสเซีย แต่หลายฝ่ายมองว่าเป็นความพยายามรวมศูนย์อำนาจ และอาจใช้เพื่อแทรกแซงการสอบสวนคดีของคนใกล้ชิดรัฐบาล

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันในยูเครนเตือนว่า กฎหมายนี้อาจทำให้หน่วยงานอิสระกลายเป็นเพียงเครื่องมือของรัฐบาล ขณะที่ผู้ประท้วงบางคนชี้ว่า ร่างกฎหมายถูกรีบผลักดันโดยไม่มีการรับฟังความคิดเห็นอย่างโปร่งใส

ด้านสหภาพยุโรป (EU) แสดงความกังวลต่อกฎหมายฉบับนี้ พร้อมระบุว่าเป็น “ก้าวถอยหลังที่ร้ายแรง” ในช่วงเวลาที่ยูเครนยังต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากต่างประเทศ ทั้งในด้านการเงินและการเมือง ท่ามกลางสงครามที่ยังไม่ยุติลง

ผู้บริหารธนาคาร Wells Fargo ถูกห้ามออกจากจีน รัฐบาลจีนย้ำเป็น ‘คดีรายบุคคล’ ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย

(23 ก.ค. 68) นางเฉินเยว่ เหมา (Chenyue Mao) ผู้บริหารธนาคาร Wells Fargo ชาวจีน-อเมริกัน ถูกทางการจีนห้ามเดินทางออกนอกประเทศ โดยกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า เป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนคดีอาญาที่อยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเธอเกี่ยวข้องกับคดีใด 

เฉินเยว่ เหมา ทำงานกับ Wells Fargo มาตั้งแต่ปี 2012 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้นำแฟคตอริ่ง (Factoring) ระหว่างประเทศ และเป็นประธานองค์กร FCI ซึ่งเป็นเครือข่ายธุรกิจระดับโลกที่ให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์เงินทุนข้ามพรมแดน โดยมีถิ่นพำนักในเมืองแอตแลนตา สหรัฐฯ แต่เกิดที่เซี่ยงไฮ้ 

Wells Fargo ออกแถลงการณ์ว่า “กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้พนักงานสามารถเดินทางกลับสหรัฐฯ ได้โดยเร็ว” พร้อมทั้งสั่งระงับการเดินทางไปจีนของพนักงานทุกคนในทันที

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลสหรัฐฯ 1 ราย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา ถูกสั่งห้ามออกจากจีนเช่นกัน หลังไม่เปิดเผยสถานะการทำงานกับรัฐบาลในแบบฟอร์มวีซ่า 

หลายฝ่ายมองว่าจีนจำเป็นต้องอธิบายให้ชัดเจนว่าเหตุใดบุคคลหนึ่งจึงถูกห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านธุรกิจ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศจีนย้ำว่าเป็น “คดีรายบุคคล” และทุกคนในจีนต้องเคารพกฎหมายของประเทศอย่างเท่าเทียมกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top