Saturday, 4 July 2026
WORLD

‘ทรัมป์’ ยอมรับต่อให้คว่ำบาตรรัสเซียอีก ก็มิอาจหยุดปูตินได้ ยืนยันเตรียมส่ง ‘วิทคอฟฟ์’ ผู้แทนพิเศษไปเจรจาสงบศึกถึงเครมลิน

(1 ส.ค. 68)  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เตรียมส่งผู้แทนพิเศษ สตีฟ วิทคอฟฟ์ (Steven Witkoff) ไปยังรัสเซียในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เพื่อหารือประเด็นสงครามยูเครน พร้อมยืนยันว่ากำลังวางแผนใช้มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ต่อมอสโก หากยังไม่เห็นท่าทีร่วมเจรจาสันติภาพจากฝ่ายรัสเซีย

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวระหว่างงานแถลงที่ทำเนียบขาวว่า รู้สึกโกรธมากต่อการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนล่าสุดของรัสเซียในกรุงเคียฟ โดยใช้คำว่า “น่ารังเกียจ” ซ้ำถึงสองครั้ง และชี้ว่าหากไม่มีความคืบหน้าทางการทูต สหรัฐฯ จะดำเนินมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยอมรับตรง ๆ ว่า “ไม่แน่ใจว่าการคว่ำบาตรจะมีผลต่อปูตินหรือไม่” พร้อมเสริมว่า รัสเซียรู้ดีเกี่ยวกับเรื่องคว่ำบาตร และตัวเขาเองก็เข้าใจเรื่องนี้มากที่สุด “ผมไม่รู้ว่ามันจะเปลี่ยนอะไรได้ไหม แต่เราจะทำ”

ด้านแผนการเดินทางของ 'วิทคอฟฟ์' ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติม แต่มีรายงานว่าครั้งล่าสุดที่เขาเยือนรัสเซียคือเมื่อเดือนเมษายน โดยพบกับประธานาธิบดีปูตินที่เครมลิน แต่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพใด ๆ ได้ ขณะที่สถานการณ์ในยูเครนยังคงยืดเยื้อและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

‘ฮุน มาเนต’ ขอบคุณ ‘ทรัมป์’ ลดภาษีสินค้านำเข้าเหลือ 19% แถมมีส่วนสำคัญ!! ช่วยผลักดันหยุดยิงชายแดนไทย-กัมพูชา

(1 ส.ค.68) นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ฮุน มาเนต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความขอบคุณต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่ตัดสินใจลดภาษีนำเข้าสินค้าจากกัมพูชาลงเหลือ 19% จากเดิมที่สูงถึง 49% โดยชี้ว่าเป็นข่าวดีต่อเศรษฐกิจและประชาชน พร้อมยกย่องทีมเจรจากัมพูชาที่ทำงานอย่างหนัก

ฮุน มาเนต เปิดเผยว่า เขาได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับทรัมป์ถึง 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 26 และ 28 กรกฎาคม เพื่ออธิบายสถานการณ์ฟื้นตัวของกัมพูชาหลังสงครามยาวนาน และเสนอให้ลดภาษีนำเข้า เพื่อยกระดับชีวิตประชาชน ซึ่งทรัมป์ตอบรับข้อเสนอและให้คำมั่นว่าจะทำให้กัมพูชามีความสุข

นอกจากนี้ ฮุน มาเนต ยังระบุว่า ทรัมป์ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างใกล้ชิด และมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เกิดการหยุดยิงโดยตรงระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศ เพื่อมุ่งสู่สันติภาพถาวรในภูมิภาค พร้อมขอบคุณรองนายกฯ ซุน จันทอล และทีมเจรจาที่ร่วมกันผลักดันข้อตกลงนี้จนสำเร็จ

‘ดร.อักษรศรี’ ชี้ ไทยต้องรู้ทันเกมข้าศึกข้างบ้าน หลังเขมรแสดงออกชัดเจน ส่อเลือกข้างซบสหรัฐฯ

รองศาสตราจารย์ ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Aksornsri Phanishsarn ว่า อย่าโลกสวย  รู้ทันเกมข้าศึกข้างบ้าน แผนเขมร ข้าศึกข้างบ้าน ขยับเร็วเดินเกมวางหมากไว้ในทุกรูปแบบ !! เมื่อเดือนก.พ. ฮุนมาเนต เพิ่งพบกับทีมผู้บริหาร SpaceX ของอิลอน มัสก์ ผู้ให้บริการโครงข่ายสัญญาณดาวเทียม Starlink

‘ฮุนเซน’ โพสต์แจงดรามาครอบครัว วอนหยุดโยงภรรยาเป็น ‘ลูกเมียน้อย’ พ่อตา

(1 ส.ค. 68) สมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ยอมรับว่าไม่อยากใช้ช่องทางสาธารณะเพื่อพูดเรื่องส่วนตัวในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญปัญหา แต่จำเป็นต้องออกมาชี้แจง เพราะเกรงจะเกิดความเข้าใจผิดจากคำพูดของหลานสาวคนหนึ่งในวิดีโอที่เผยแพร่ในโซเชียล

ฮุน เซน ระบุว่าหญิงสาวในคลิปกล่าวว่าเป็นญาติของฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นลูกชายของตน โดยอ้างถึงสายสัมพันธ์ทางครอบครัวที่อาจทำให้คนเข้าใจผิดว่า พ่อของภรรยาตนมีภรรยาสองคน ซึ่งไม่เป็นความจริง และถือเป็นการพาดพิงที่กระทบต่อเกียรติยศของครอบครัว

ฮุน เซน ยืนยันว่า ฮุน มาเนต เป็นบุตรชายตามสายเลือด และยังให้เกียรติญาติผู้ใหญ่ในครอบครัวอย่างเหมาะสม การกล่าวอ้างของหลานสาวในครั้งนี้ ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อฮุน มาเนต แต่ยังบั่นทอนความไว้วางใจที่ตนและภรรยา (บุน รานี) มีต่อหลาน ๆ คนอื่นด้วย

ท้ายโพสต์ ฮุน เซน วิงวอนให้หลานสาวหยุดพูดเรื่องนี้ในที่สาธารณะทันที เพราะไม่เพียงแต่ทำลายชื่อเสียงของตนและภรรยา แต่ยังลุกลามไปถึงพ่อแม่ของภรรยาตน ซึ่งเป็นคู่สมรสที่ซื่อสัตย์ต่อกันมาตลอดชีวิตอีกด้วย

ปักกิ่งเรียก Nvidia แจงด่วน!! ชิป H20 อาจมีช่องโหว่เรื่องระบบติดตาม หวั่นแอบส่งข้อมูลกลับสหรัฐฯ แม้ปิดดีลซื้อ-ขายกันแล้ว 300,000 ชิ้น

(31 ก.ค. 68) สำนักงานบริหารไซเบอร์สเปซของจีน (Cyberspace Administration of China) แสดงความกังวลต่อความเสี่ยงด้านความมั่นคงในชิปปัญญาประดิษฐ์ H20 ของ Nvidia ซึ่งเพิ่งกลับมาจำหน่ายในจีนหลังสหรัฐฯ เพิ่งยกเลิกคำสั่งห้ามส่งออก โดยทางการจีนเรียก Nvidia เข้าชี้แจงเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ชิปดังกล่าวอาจมี “ช่องโหว่” หรือระบบติดตามที่กระทบข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้งานในประเทศ

กรณีนี้เกิดขึ้นหลังวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ เสนอร่างกฎหมายให้ชิป AI ที่ส่งออกต้องมีระบบระบุตำแหน่ง เพื่อจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงของจีน ซึ่งทางการจีนมองว่าอาจเป็นการสอดแนมและละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัว

แม้ Nvidia จะยังไม่ออกแถลงการณ์ใด ๆ แต่ก่อนหน้านี้ “เจนเซ่น ฮวง” ซีอีโอของบริษัทเดินทางเยือนจีนอย่างเปิดเผย เพื่อแสดงความจริงจังกับตลาดจีน และได้รับคำสั่งซื้อชิป H20 มากถึง 300,000 ชิ้น ท่ามกลางความต้องการสูงในวงการเทคโนโลยีของจีน รวมถึงภาคการทหารและมหาวิทยาลัย

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จีนจับตาบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้เคยสั่งห้ามหน่วยงานสำคัญใช้สินค้าจาก Micron Technology, Inc. บริษัทเทคโนโลยีจากสหรัฐอเมริกา และเคยเรียกร้องให้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์จาก Intel โดยอ้างความเสี่ยงด้านความมั่นคงเช่นกัน

นอกจากนี้ Nvidia ยังอยู่ระหว่างถูกสอบสวนด้านการผูกขาดในจีนจากกรณีซื้อกิจการ Mellanox เมื่อปี 2020 ซึ่งทางการจีนระบุว่า บริษัทอาจละเมิดเงื่อนไขที่เคยตกลงไว้กับหน่วยงานกำกับตลาดของจีนอีกด้วย

กองทัพรัสเซียยึด ‘เมืองชาซอฟยาร์’ สำเร็จ หนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญฝั่งตะวันออกของ ‘ยูเครน’

(31 ก.ค. 68) กระทรวงกลาโหมรัสเซียประกาศว่า กองทัพรัสเซียสามารถควบคุมเมืองชาซอฟยาร์ (Chasov Yar) ในสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์ (DPR) ได้แล้ว หลังจากปฏิบัติการรุกโดยกองกำลังยูกรุ๊ป (Yug group) ซึ่งถือเป็นชัยชนะสำคัญต่อเนื่องจากการยึดเมืองบัคมุตเมื่อปี 2023

สำหรับเมืองชาซอฟยาร์ตั้งอยู่บนเนินเขาทางตะวันตกของเมืองบัคมุตประมาณ 15 กิโลเมตร มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์เนื่องจากมองเห็นพื้นที่โดยรอบได้ไกลหลายกิโลเมตร อีกทั้งมีทางหลวง O-0506, คลอง Seversky Donets-Donbass, และทางรถไฟผ่าน ทำให้พื้นที่นี้ถูกใช้เป็นศูนย์กลางการขนส่งและเสริมกำลังโดยกองทัพยูเครน

ก่อนหน้านี้ ยูเครนได้เปลี่ยนเมืองชาซอฟยาร์ให้กลายเป็นเขตป้องกันแนวหน้า ด้วยการสร้างป้อมปราการและศูนย์ส่งกำลังตั้งแต่กลางปี 2022 เพื่อสนับสนุนการรบในพื้นที่บัคมุต-โซเลดาร์ การที่รัสเซียสามารถยึดพื้นที่นี้ได้ จึงนับเป็นการตัดเส้นทางลำเลียงของฝ่ายยูเครนที่สำคัญ

การยึดครองชาซอฟยาร์เปิดทางให้รัสเซียสามารถเคลื่อนทัพเข้าสู่กลุ่มเมืองสำคัญทางตะวันออกอย่างคาร์มาโตรสก์, สลาวียันสก์ และคอนสแตนติโนฟกา ซึ่งเป็นศูนย์กลางขนส่งและการป้องกันของยูเครนในภูมิภาคโดเนตสก์ ชัยชนะนี้ยังถูกมองว่าเป็นอีกก้าวในการ 'ปลดปล่อย' ดินแดน DPR ตามคำกล่าวอ้างของรัสเซียจากรัฐบาลยูเครนที่มอสโกเรียกว่า 'ระบอบนีโอนาซี' 
 

ไทย-กัมพูชาย้ำปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง จีนเดินหน้าหนุนแก้ปัญหาชายแดนอย่างสันติ

(31 ก.ค. 68) ในการประชุมไตรภาคีระหว่างจีน ไทย และกัมพูชา ที่นครเซี่ยงไฮ้ เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ทั้งไทยและกัมพูชาได้ยืนยันกับจีนว่าจะปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมแสดงความขอบคุณจีนที่มีบทบาทเชิงบวกในการคลี่คลายสถานการณ์ชายแดนตึงเครียด ซึ่งการประชุมนี้จัดขึ้นในบรรยากาศที่เป็นมิตรและจริงใจ

จีนยังคงมีบทบาททางการทูตอย่างต่อเนื่อง โดยกระทรวงการต่างประเทศจีนส่งทูตพิเศษฝ่ายกิจการเอเชียลงพื้นที่สองครั้ง และเข้าร่วมประชุมกับผู้นำทั้งสองประเทศ ขณะเดียวกัน จีนย้ำว่าไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัวในความขัดแย้งดังกล่าว และสนับสนุนให้อาเซียนใช้แนวทาง "วิถีอาเซียน" ในการหาทางออก

นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม ซึ่งเป็นประธานอาเซียน แถลงยืนยันว่า ไทยและกัมพูชาบรรลุข้อตกลงหยุดยิงโดยไม่มีเงื่อนไข มีผลตั้งแต่คืนวันที่ 28 ก.ค. อย่างไรก็ตาม โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนเตือนว่า สถานการณ์ยังเปราะบาง จึงจำเป็นต้องรักษาการติดต่ออย่างใกล้ชิดกับทุกฝ่ายเพื่อประคองข้อตกลงหยุดยิงให้มั่นคง และฟื้นฟูเสถียรภาพในภูมิภาคให้เร็วที่สุด

‘ทรัมป์’ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าเกาหลีใต้ 15% จาก 25% แลกข้อตกลง ‘ลงทุนในสหรัฐฯ’ มูลค่ารวมกว่า 12 ล้านล้าน!!

(31 ก.ค. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศข้อตกลงการค้าฉบับใหม่กับเกาหลีใต้ โดยจะเก็บภาษีนำเข้า 15% สำหรับสินค้าเกาหลีใต้ เช่น รถยนต์และเซมิคอนดักเตอร์ แทนที่อัตรา 25% ที่เคยขู่จะใช้ หากไม่ได้ข้อสรุปก่อนเส้นตายวันที่ 1 สิงหาคม ข้อตกลงนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังญี่ปุ่นซึ่งเป็นคู่แข่งหลักในอุตสาหกรรม ได้ข้อยุติในอัตราภาษีเท่ากัน

ในข้อตกลงนี้ เกาหลีใต้จะลงทุนในสหรัฐฯ รวม 350,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 12.6 ล้านล้านบาท) โดย 150,000 ล้านดอลลาร์ จะถูกใช้ในโครงการต่อเรือ รวมถึงเรือรบ ซึ่งเป็นจุดแข็งของเกาหลีใต้ ท่ามกลางภาวะที่อุตสาหกรรมต่อเรือของสหรัฐฯ กำลังซบเซา การลงทุนนี้จึงช่วยตอบโจทย์ความมั่นคงของสหรัฐฯ และส่งเสริมอุตสาหกรรมเกาหลีไปพร้อมกัน

แม้อัตราภาษีใหม่จะครอบคลุมแค่รถยนต์และชิป แต่สินค้าอย่างเหล็กและอะลูมิเนียมยังคงถูกเก็บภาษีในอัตราสูงถึง 50% อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีอี แจมยอง ของเกาหลีใต้ยกย่องข้อตกลงนี้ว่า “ประสบความสำเร็จ” โดยเฉพาะการที่เกาหลีใต้สามารถรักษาเส้นตาย ไม่ยอมเปิดตลาดข้าวและเนื้อวัวให้สหรัฐฯ เพิ่ม ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่เกษตรกรในประเทศต่อต้านอย่างหนัก

ส่วนประเด็นความมั่นคง ยังไม่มีข้อยุติในเรื่องงบประมาณการรักษากองทัพสหรัฐฯ ในเกาหลีใต้ ซึ่งทรัมป์เคยขู่จะถอนทหารหากโซลไม่จ่ายเพิ่ม การเจรจาประเด็นนี้จะมีขึ้นอีกครั้งในการเยือนวอชิงตันของผู้นำเกาหลีใต้ในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า โดยอาจต้องแลกกับเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเพิ่มเติมอีกครั้งเพื่อรักษาความร่วมมือทางทหารไว้

ทรัมป์เผย ‘สี จิ้นผิง’ เตรียมเยือนสหรัฐฯ กำลังเคาะวัน-เวลา และอาจไปจีนบ้างก่อนสิ้นปี

(30 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เตรียมเดินทางเยือนสหรัฐฯ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตกลงวันเวลาให้ชัดเจน พร้อมระบุว่า ตนเองอาจนำคณะเดินทางไปเยือนจีนก่อนสิ้นปีนี้เช่นกัน หากได้รับเชิญอย่างเป็นทางการจากผู้นำจีน

“เรากำลังหารือกันเรื่องวันเวลา เขาน่าจะมาเยือนเรา และผมก็น่าจะไปจีนในอนาคตอันใกล้ อาจจะก่อนปีนี้จะจบ” ทรัมป์กล่าวในการสัมภาษณ์กับสื่อ Breitbart News เมื่อวันอังคาร พร้อมย้ำว่า ตนไม่ได้ 'ร้องขอ' การประชุมสุดยอดกับจีน แต่จะไปต่อเมื่อมีคำเชิญจากสี จิ้นผิง

ทั้งนี้ เมื่อเดือนมิถุนายน ทรัมป์เคยระบุว่าได้ตอบรับคำเชิญจากผู้นำจีนในการเยือนกรุงปักกิ่งแล้ว แต่ยังไม่กำหนดช่วงเวลาอย่างแน่นอน โดยล่าสุดยังไม่มีแถลงการณ์ยืนยันอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลจีนเกี่ยวกับการเยือนครั้งนี้

สหรัฐฯ ข่มขู่จีน เตรียมรีดภาษีอ่วม 500% ถ้ายังนำเข้าน้ำมันคว่ำบาตรจากรัสเซีย แต่ทางปักกิ่งยังนิ่ง!!

(30 ก.ค. 68) สก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เตือนจีนว่าอาจถูกเก็บภาษีสูงถึง 500% หากยังนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียที่อยู่ภายใต้การคว่ำบาตร โดย เบสเซนต์ แถลงหลังจบการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ–จีน ที่กรุงสตอกโฮล์มเมื่อ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา พร้อมระบุว่าร่างกฎหมายของสภาคองเกรสเปิดทางให้สหรัฐฯ เก็บภาษีขั้นสูงกับประเทศที่ซื้อพลังงานจากรัสเซีย

เบสเซนต์กล่าวว่า มาตรการนี้มีเป้าหมายลดรายได้ของรัสเซียจากภาคพลังงาน และคาดว่าชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ จะร่วมดำเนินการในลักษณะเดียวกัน

จีนตอบโต้ว่า จะยังคงตัดสินใจเรื่องพลังงานตามนโยบายภายในประเทศ และย้ำจุดยืนเรื่องอธิปไตย โดยเบสเซนต์เปิดเผยว่า “จีนจริงจังกับอธิปไตยมาก ถ้าจะเสียภาษี 100% ก็ยอมดีกว่าถูกบังคับ”

ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยังแสดงความกังวลต่อการที่จีนยังซื้อพลังงานจากอิหร่าน และจำหน่ายเทคโนโลยีสองทาง (ใช้ได้ทั้งพลเรือนและการทหาร) ให้รัสเซีย มูลค่ากว่า 15,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจส่งผลต่อความร่วมมือทางการค้าระหว่างจีนกับยุโรปในอนาคต

ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ออกมาประกาศให้เวลารัสเซียเพียง 10 วันในการตกลงหยุดยิงกับยูเครน หากไม่สำเร็จ สหรัฐฯ เตรียมใช้มาตรการทางภาษีและคว่ำบาตรเต็มรูปแบบ พร้อมระบุว่า “ไม่ต้องการลงโทษชาวรัสเซีย แต่สิ่งที่ปูตินทำอยู่มันเกินจะยอมรับได้”

Samsung ปาดหน้า TSMC ปิดดีลกับ Tesla ลุยผลิตชิปรุ่นใหม่ AI6 มูลค่ากว่า 6 แสนล้าน

(30 ก.ค. 68) อีลอน มัสก์ ซีอีโอของเทสลา (Tesla Motors) ประกาศว่าบริษัทได้ลงนามข้อตกลงผลิตชิปรุ่นใหม่ AI6 กับซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ (Samsung Electronics) บริษัทเทคโนโลยีชื่อดังจากเกาหลีใต้ ในมูลค่าสูงถึง 16.5 พันล้านดอลลาร์ (ราว 6 แสนล้านบาท) ชิปนี้จะถูกใช้ในเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติรุ่นถัดไปของเทสลา และจะผลิตที่โรงงานของซัมซุงในเมืองเทย์เลอร์ รัฐเท็กซัส สหรัฐฯ

ข้อตกลงนี้ถือเป็นการช่วยฟื้นธุรกิจผลิตชิปตามสั่งของซัมซุงที่กำลังเผชิญปัญหา โดยมัสก์ระบุว่าเทสลาจะร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และเขาเองก็จะเข้าไปดูแลกระบวนการด้วยตัวเอง

ขณะที่หุ้นซัมซุงพุ่งขึ้นกว่า 6% หลังประกาศข่าว โดยดีลนี้จะมีผลจนถึงสิ้นปี 2033 และนับเป็นอีกก้าวในยุทธศาสตร์ด้านชิปของเทสลา ซึ่งก่อนหน้านี้ชิปรุ่น A14 ใช้บริการจากซัมซุง ขณะที่ชิปรุ่น AI5 จะผลิตโดย TSMC ทั้งในไต้หวันและโรงงานแห่งใหม่ในรัฐแอริโซนา

แม้ยังไม่มีการยืนยันว่าดีลนี้เชื่อมโยงกับประเด็นการค้าระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ หรือไม่ แต่นักวิเคราะห์มองว่าข้อตกลงนี้อาจช่วยให้เกาหลีใต้มีแต้มต่อในการหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าสหรัฐฯ และยังเป็นชัยชนะสำคัญของซัมซุงที่ก่อนหน้านี้เสียลูกค้าให้ TSMC ต่อเนื่อง

อัปเดตสถานการณ์แผ่นดินไหว–สึนามิรอบมหาสมุทรแปซิฟิก หลายประเทศสั่งอพยพ หลังแผ่นดินไหว 8.8 นอกชายฝั่งรัสเซีย

(30 ก.ค. 68)  เกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.8 นอกชายฝั่งรัสเซีย ทางตะวันออกไกล ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์รุนแรงที่สุดเป็นอันดับ 6 ในประวัติศาสตร์ ส่งผลให้หลายประเทศรอบมหาสมุทรแปซิฟิกประกาศเตือนภัยสึนามิและสั่งอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

ในญี่ปุ่น เริ่มมีคลื่นสึนามิขนาดประมาณ 40 เซนติเมตรพัดเข้าสู่ชายฝั่งฮอกไกโด โดยยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่มีคำสั่งอพยพสำหรับพื้นที่ชายฝั่งฝั่งแปซิฟิกซึ่งอาจเผชิญคลื่นสูงถึง 3 เมตร รวมถึงการอพยพเจ้าหน้าที่จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ

สหรัฐฯ โดยเฉพาะรัฐฮาวายและแคลิฟอร์เนีย ได้ออกประกาศเตือนประชาชนให้อยู่ห่างชายหาดและพื้นที่ลุ่มต่ำ ขณะที่ผู้ว่าการรัฐฮาวายเรียกร้องให้ประชาชนตั้งสติและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด โดยผู้เชี่ยวชาญจากแคลิฟอร์เนียประเมินว่าไม่มีแนวโน้มเกิดความเสียหายร้ายแรงในทวีปอเมริกา

ด้านรัสเซีย รายงานว่ามีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยหลายรายในเขตตะวันออกไกล ขณะที่เมืองท่าซีเวโรคูริลสก์ได้รับผลกระทบจากคลื่นสึนามิที่ไหลทะลักเข้าท่วมบางพื้นที่ของเมือง

ศูนย์สำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดจากการเคลื่อนตัวตามแนวรอยเลื่อนในมหาสมุทรแปซิฟิก และยังคงต้องจับตาว่าอาฟเตอร์ช็อกหรือสึนามิลูกอื่นจะตามมาอีกหรือไม่

ประธานสภาฯ เยอรมนี เตือนรัฐบาล!! อาจขาดดุล 6.7 ล้านล้านบาท เพราะส่งอาวุธให้ยูเครน..ชี้นำเงินไปพัฒนาสาธารณูปโภคในประเทศดีกว่า

(29 ก.ค. 68) ราล์ฟ นีไมเออร์ (Ralf Niemeyer) ประธานสภารัฐธรรมนูญและอธิปไตยของเยอรมนี เตือนว่าการส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออต (Patriot) ให้ยูเครน อาจทำให้เยอรมนีกลายเป็นเป้าหมายของรัสเซีย และยังส่งผลกระทบหนักต่อภาษีประชาชน

เขาระบุว่า เยอรมนีกำลังขาดแคลนงบประมาณที่จำเป็นสำหรับพัฒนาสาธารณูปโภค เช่น ถนน สะพาน และโรงเรียน ขณะที่รัฐบาลกลับนำเงินไปจัดซื้ออาวุธ ทำให้ประเทศเสี่ยงยากจนลง โดยสื่อเยอรมนีรายงานว่า ประเทศอาจเผชิญภาวะขาดดุลสูงถึง 172,000 ล้านยูโร (ราว 6.7 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2029

ก่อนหน้านี้ เบอร์ลินได้ส่งแพทริออต ให้ยูเครนแล้ว 3 ระบบ และกำลังเจรจากับวอชิงตันเพื่อส่งเพิ่ม โดยเยอรมนีจะเป็นฝ่ายจัดหาทดแทนเองทั้งหมด อย่างไรก็ตาม 'แพทริออต' ไม่ใช่อาวุธวิเศษ เพราะเคยถูกโจมตีทะลวงมาแล้วโดยอาวุธรัสเซีย

รัสเซียเตือนว่าการส่งอาวุธให้ยูเครนเป็นอุปสรรคต่อกระบวนการสันติภาพ และถือว่าเป็นเป้าหมายชอบธรรมทางทหาร ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำว่า สหรัฐฯ จะได้รับเงินคืนเต็มจำนวนจากเยอรมนีสำหรับข้อตกลงนี้

อินโดนีเซียเซ็นซื้อ ‘เครื่องบินขับไล่ KAAN’ จากตุรกี 48 ลำ เสริมเขี้ยวเล็บทัพฟ้า!! หลังเพิ่งซื้อ Rafale จากฝรั่งเศส 42 ลำ

(29 ก.ค. 68) กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียเผยว่า ได้ลงนามสัญญาซื้อเครื่องบินขับไล่ KAAN จำนวน 48 ลำ จากตุรกี โดยพิธีลงนามเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ระหว่างงานแสดงอุตสาหกรรมป้องกันประเทศนานาชาติที่นครอิสตันบูล ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการปรับปรุงยุทโธปกรณ์ของอินโดนีเซีย

ก่อนหน้านี้ อินโดนีเซียได้สั่งซื้อเครื่องบินรบราฟาเอล (Rafale) จากฝรั่งเศส 42 ลำ มูลค่า 8.1 พันล้านดอลลาร์ (ราว 297,000 ล้านบาท) ในปี 2022 และกำลังพิจารณาจัดซื้อเครื่องบิน J-10 ของจีน และ F-15EX ของสหรัฐฯ เพิ่มเติมอีกด้วย เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกองทัพอากาศ

สำหรับเครื่องบินรบ KAAN เป็นเครื่องบินรบรุ่นใหม่ของตุรกีที่เพิ่งขึ้นบินครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว โดยใช้เครื่องยนต์ F-110 ที่ผลิตโดยบริษัท GE Aerospace ในสหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกับ F-16 และคาดว่าจะเริ่มผลิตจำนวนมากในปี 2028 อย่างไรก็ตามทั้งอินโดนีเซียและตุรกียังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดมูลค่าสัญญาหรือกำหนดส่งมอบ

นอกจากลงนามสัญญาซื้อเครื่องบินขับไล่ KAAN แล้ว อินโดนีเซียยังลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) กับอู่ต่อเรือ TAIS ของตุรกี เพื่อจัดซื้อเรือฟรีเกต Milgem Istif-class อีก 2 ลำ ซึ่งแสดงถึงความร่วมมือด้านกลาโหมที่แน่นแฟ้นขึ้นระหว่างสองประเทศในอนาคต

อดีตประธานาธิบดีรัสเซีย เตือน “เส้นตายใหม่” ของทรัมป์ ชี้เป็นการก้าวสู่สงคราม ไม่ใช่สันติภาพ

(29 ก.ค. 68) ดมิทรี เมดเวเดฟ อดีตประธานาธิบดีรัสเซีย และรองประธานคณะมนตรีความมั่นคงรัสเซีย ออกโรงเตือนว่า เส้นตายใหม่ที่โดนัลด์ ทรัมป์ กำหนดให้รัสเซียยุติสงครามในยูเครนภายใน 10-12 วัน เป็น “อีกก้าวสู่สงคราม” มากกว่าทางออกสู่สันติภาพ

ทรัมป์ซึ่งอยู่ที่สกอตแลนด์ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันจันทร์ (28 ก.ค.) ว่า การรอ 50 วันตามที่เคยประกาศไปก่อนหน้านั้น “ไม่มีความหมายอีกแล้ว” เพราะไม่เห็นความคืบหน้าใด ๆ จากรัสเซีย พร้อมหั่นเวลาลงเหลือแค่ “10 ถึง 12 วัน” เพื่อบีบให้รัสเซียยุติสงครามกับยูเครน

เมดเวเดฟโพสต์ข้อความลง X ว่า “ทรัมป์กำลังเล่นเกมคำขาดกับรัสเซีย ควรจำไว้ว่า รัสเซียไม่ใช่อิสราเอล และไม่ใช่อิหร่าน ทุกคำขาดคือการข่มขู่ และนำไปสู่สงคราม ไม่ใช่แค่กับยูเครน แต่กับสหรัฐฯ เอง” พร้อมเตือนว่า “อย่าเดินซ้ำรอยโจ ไบเดน”

ด้านประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ขอบคุณทรัมป์ที่แสดงจุดยืนชัดเจนและจริงจังในการพยายามยุติสงคราม พร้อมระบุว่า ยูเครนยังคงมุ่งมั่นในแนวทางสันติภาพ และจะร่วมมือกับสหรัฐฯ อย่างเต็มที่ เพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงของทั้งสองประเทศ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top