Saturday, 4 July 2026
WORLD

‘เซินเจิ้น’ โกยยอดการค้าต่างแดนแซงทุกเมืองในจีน แค่ครึ่งปีแรกฟันไปเกือบ 10 ล้านล้านบาท

(23 ก.ค. 68) นครเซินเจิ้นของจีนทำยอดการค้าระหว่างประเทศช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน 2025 ได้สูงถึง 2.17 ล้านล้านหยวน (ราว 9.76 ล้านล้านบาท) ครองอันดับ 1 เมืองที่มียอดการค้าต่างแดนมากที่สุดในจีนแผ่นดินใหญ่

ในจำนวนนี้คิดเป็นการส่งออกถึง 1.31 ล้านล้านหยวน (5.89 ล้านล้านบาท) และนำเข้า 8.58 แสนล้านหยวน (3.86 ล้านล้านบาท) สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอน

โดยมีภาคเอกชนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ คิดเป็นสัดส่วนถึง 69.8% ของการค้าทั้งหมด หรือราว 1.51 ล้านล้านหยวน ประมาณ 6.79 ล้านล้านบาท

เมืองเซินเจิ้น (Shenzhen) มีคู่ค้าหลักอย่างอาเซียน ฮ่องกง และไต้หวัน ขณะที่คู่ค้ารายสำคัญอื่นๆ ยังรวมถึงสหภาพยุโรป (EU) สหรัฐฯ อินเดีย สหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และเม็กซิโก

ทั้งนี้ สินค้าส่งออกเด่นของเซินเจิ้นคือคอมพิวเตอร์ วงจรรวม และแบตเตอรี่ ส่วนการนำเข้าส่วนใหญ่ก็อยู่ในกลุ่มเดียวกัน โดยเฉพาะชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และแผงวงจรรวม (IC) 

ยูเครนขอเงินพันธมิตร NATO-EU เพิ่มงบกลาโหม 120,000 ล้านดอลล์!! ในปี 2026 มาเสริมทัพสู้สงครามรัสเซีย

(23 ก.ค. 68) รัฐมนตรีกลาโหมยูเครน เดนิส ชมีฮาล (Denys Shmyhal) เปิดเผยว่า ยูเครนจำเป็นต้องใช้งบประมาณด้านการป้องกันประเทศอย่างน้อย 120,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 4.38 ล้านล้านบาท) ในปี 2026 โดยตั้งเป้าหาเงินครึ่งหนึ่งจากความช่วยเหลือของพันธมิตรต่างชาติ ทั้งจากชาติสมาชิก NATO และสหภาพยุโรป

ชมีฮาลระบุว่า เป้าหมายสำคัญของกองทัพคือเพิ่มการจัดซื้ออาวุธจากผู้ผลิตในยูเครนให้ได้ครึ่งหนึ่งของทั้งหมด พร้อมส่งเสริมให้บริษัทต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุน ตั้งโรงงาน และถ่ายทอดเทคโนโลยีในยูเครน รวมถึงขอความร่วมมือด้านยุทโธปกรณ์จากประเทศเป็นกลาง โดยเฉพาะระบบป้องกันภัยทางอากาศที่สามารถสกัดขีปนาวุธได้

ยูเครนต้องการเงินเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมกลาโหม โดยเน้นผลิตโดรน FPV, โดรนระยะไกล และอาวุธดักสกัด ‘ชมีฮาล’ ระบุเพิ่มเติมว่ายูเครนพร้อมแบ่งปันประสบการณ์และเทคโนโลยีทางทหารให้กับพันธมิตรเพื่อสร้างความร่วมมือในระยะยาว

ทั้งนี้ รัฐบาลยูเครนยังคาดการณ์ว่า งบความมั่นคงจะยังคงเป็นลำดับความสำคัญสูงสุดในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดยปี 2026 จะใช้งบ 1.817 ล้านล้านฮริฟเนีย หรือประมาณ 1.78 ล้านล้านบาท แต่จะลดลงในปี 2027 และ 2028 ตามสถานการณ์ความมั่นคงที่คาดว่าจะคลี่คลายลง

‘ทรัมป์’ เซ็นข้อตกลงการค้ากับญี่ปุ่นครั้งใหญ่ ลดภาษีสินค้านำเข้าเหลือ 15% แต่ญี่ปุ่นต้องลงทุนมโหฬาร

(23 ก.ค. 68) สหรัฐฯ และญี่ปุ่นบรรลุข้อตกลงทางการค้าใหม่ เพื่อลดภาษีนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นจากเดิมที่ทรัมป์ขู่ไว้ 25% เหลือ 15% โดยญี่ปุ่นตกลงจะลงทุนในสหรัฐฯ มูลค่ากว่า 550,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 19.8 ล้านล้านบาท) ข้อตกลงนี้ถือเป็นดีลใหญ่ที่สุดในชุดข้อตกลงที่รัฐบาลทรัมป์พยายามเร่งปิดก่อนเส้นตายวันที่ 1 สิงหาคม ซึ่งจะมีการขึ้นภาษีรอบใหม่

นอกจากภาษีสินค้านำเข้าทั่วไป ทั้งสองฝ่ายยังตกลงลดภาษีนำเข้ารถยนต์ญี่ปุ่นจาก 25% เหลือ 15% ซึ่งถือเป็นข่าวดีต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่น โดยหุ้นของบริษัทโตโยต้า ฮอนด้า และนิสสันพุ่งขึ้นทันที ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นถึง 2.6% สูงสุดในรอบปี

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์สหรัฐฯ แสดงความไม่พอใจกับข้อตกลงนี้ โดยมองว่าไม่เป็นธรรม เพราะสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นที่มีชิ้นส่วนผลิตนอกสหรัฐฯ กลับเสียภาษีน้อยกว่าสินค้าจากแคนาดาและเม็กซิโกที่ใช้ชิ้นส่วนจากอเมริกาเป็นหลัก

ญี่ปุ่นถือเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับ 5 ของสหรัฐฯ โดยในปี 2024 มีมูลค่าการค้ารวมเกือบ 230,000 ล้านดอลลาร์ (8.28 ล้านล้านบาท) และญี่ปุ่นยังเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ด้วยเงินลงทุนโดยตรงกว่า 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 43.2 ล้านล้านบาท ล่าสุด ทรัมป์ยังเผยว่า ญี่ปุ่นเตรียมร่วมทุนโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติในอะแลสกา ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ ผลักดันมานาน

ฟิลิปปินส์ปิดดีล 'ภาษีทรัมป์' สำเร็จในอัตรา 19% แลกยกเลิกภาษีสินค้าสหรัฐฯ 0% บวกพันธมิตรด้านทหาร

(23 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศเตรียมเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากฟิลิปปินส์ในอัตรา 19% จากเดิม 20% โดยระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงทางการค้าที่เพิ่งเจรจากับผู้นำฟิลิปปินส์ที่ทำเนียบขาว แลกกับการให้ฟิลิปปินส์ยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ  และการร่วมมือทางทหารระหว่างสองประเทศ

ทรัมป์ระบุในโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า “เป็นการเยือนที่งดงาม และเราได้ข้อสรุปของข้อตกลงทางการค้าแล้ว” ขณะที่รัฐบาลฟิลิปปินส์ยังไม่ยืนยันข้อตกลงดังกล่าว และสถานเอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ในกรุงวอชิงตันก็ยังไม่ออกแถลงการณ์ใด ๆ

ทั้งนี้ สหรัฐฯ ระบุว่า การขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าฟิลิปปินส์เป็น 19% มีเป้าหมายเพื่อกดดันให้ประเทศต่าง ๆ ยกเลิกนโยบายการค้าที่สหรัฐฯ มองว่าไม่เป็นธรรม โดยก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยขู่ว่าจะเก็บแค่ 17% เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ทรัมป์เตรียมขึ้นภาษีกับประเทศอื่น ๆ เช่น สหภาพยุโรปและแคนาดาในวันที่ 1 สิงหาคม หากยังเจรจากันไม่สำเร็จ

‘รัฐบาลมาเลเซีย’ ขอลดภาษีทรัมป์จาก 25% เหลือ 20% แต่ปัดเงื่อนไขลดภาษี EV นำเข้าจาก USA และถือหุ้นต่างชาติ

(22 ก.ค. 68) รัฐบาลมาเลเซียกำลังเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อขอลดภาษีนำเข้าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะปรับขึ้นเป็น 25% ในวันที่ 1 ส.ค. เหลือราว 20% ใกล้เคียงกับเพื่อนบ้านในอาเซียนอย่างอินโดนีเซียและเวียดนาม โดยทีมของนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม (Anwar Ibrahim) พยายามหาจุดสมดุลที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้

อย่างไรก็ตาม มาเลเซียปฏิเสธข้อเรียกร้องหลายด้านจากสหรัฐฯ โดยเฉพาะการลดภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าของอเมริกา การลดข้อจำกัดการถือหุ้นของต่างชาติในธุรกิจพลังงานและการเงิน รวมถึงการตัดเงินอุดหนุนชาวประมง ซึ่งเป็นเรื่องอ่อนไหวทางการเมืองภายในประเทศ

นายกฯ อันวาร์ย้ำจุดยืนชัดเจนว่า นโยบายบางอย่าง เช่น การให้สิทธิพิเศษแก่ชาวมาเลย์และชนพื้นเมือง จะไม่ถูกนำมาเจรจา ส่วนสหรัฐฯ มองว่านโยบายฮาลาลและกฎเรื่องสัดส่วนการถือหุ้นแบบชาวพื้นเมือง (Bumiputera) เป็นอุปสรรคทางการค้า และเป็นเหตุผลหนึ่งที่นำไปสู่ภาษีนำเข้า 24% ตั้งแต่ 2 เม.ย. ที่ผ่านมา 

การเจรจาครั้งนี้มีความสำคัญต่อเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจของมาเลเซียที่ตั้งไว้ 4.5–5.5% ในปีนี้ โดยยังมีประเด็นใหญ่เรื่องการไหลเวียนของชิป AI จากตะวันตกไปจีนผ่านมาเลเซียที่สหรัฐฯ กำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด

อิหร่านยืนยันไม่ยอมถอย โครงการนิวเคลียร์คือ ‘ศักดิ์ศรีชาติ’ ‘ทรัมป์’ ไม่สน!! ลั่นพร้อมบอมบ์ฐานนิวเคลียร์อีก ถ้าจำเป็น

(22 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยืนยันว่า หากจำเป็น สหรัฐฯ จะโจมตีฐานนิวเคลียร์ของอิหร่านอีก หลังอับบาส อารักชี (Abbas Araghchi) รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ยอมรับว่าไซต์สำคัญ 3 แห่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีเมื่อเดือนที่แล้ว โดยทรัมป์โพสต์ใน Truth Social ว่า “เราจะทำอีก ถ้าจำเป็น!”

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังวิจารณ์สื่อ CNN ว่านำเสนอข่าวบิดเบือน ที่อ้างว่าความเสียหายจากการโจมตีเป็นเพียงการถ่วงเวลาพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านให้ล่าช้าลง ซึ่งทรัมป์ระบุว่าการโจมตีของนักบินสหรัฐฯ ด้วยเครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 นั้น ได้ทำลายล้างฐานดังกล่าวไปหมดแล้ว และสื่อควรยอมรับความจริง

ขณะที่ อารักชีให้สัมภาษณ์กับ Fox News ว่า โรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตี และขณะนี้ทางองค์การพลังงานปรมาณูกำลังประเมินความเสียหายอยู่ แต่เขายืนยันว่าอิหร่านจะไม่ยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม เพราะถือเป็นผลงานของนักวิทยาศาสตร์ในประเทศ และเป็นเรื่องของ 'ศักดิ์ศรีชาติ'

ทั้งนี้ ท่ามกลางความตึงเครียด การเจรจารอบใหม่ระหว่างอิหร่านกับกลุ่มประเทศ E3 ได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี มีกำหนดจัดขึ้นที่ตุรกีในวันศุกร์นี้ โดยก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ ได้เปิดการเจรจาผ่านตัวกลางจากโอมาน แต่แผนการพูดคุยรอบล่าสุดต้องล่มลงหลังอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อ 13 มิ.ย. ที่ผ่านมา

ไทยติดโผ!! เที่ยวเซี่ยงไฮ้ครึ่งปีแรก ทะลุ 2.5 แสนคน โตกระฉูด 140% รั้งอันดับ 3 นักท่องเที่ยวต่างชาติมากสุด เป็นรองเพียง ‘เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น’

(22 ก.ค. 68) สำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวนครเซี่ยงไฮ้ของจีนรายงานว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าเยือนเมืองเซี่ยงไฮ้ประมาณ 3.12 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 53.3 จากปีก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปถึง 2.54 แสนคน ซึ่งเพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 140 เมื่อเทียบปีต่อปี ทำให้ชาวไทยกลายเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เติบโตเร็วที่สุดและใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเซี่ยงไฮ้

ขณะที่ นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ยังคงยืนหนึ่งมีจำนวนมากที่สุดในเซี่ยงไฮ้ด้วยจำนวน 4.24 แสนคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 130.7 ตามด้วยญี่ปุ่น 2.91 แสนคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 58.5 ส่วนนักท่องเที่ยวจากสิงคโปร์ 1.47 แสนคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 39.3 และจากมาเลเซีย 2.01 แสนคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 43.6 ขณะที่นักท่องเที่ยวจากสหรัฐฯ รัสเซีย และออสเตรเลียก็เพิ่มจำนวนอย่างเห็นได้ชัดในช่วงเวลาเดียวกัน

รายงานเปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติชื่นชอบการอำนวยความสะดวกด้านวีซ่า การบริการที่ดีขึ้น ความสะอาดของเมือง ระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ อย่างเลโก้แลนด์ และบรรยากาศที่หลากหลาย 

ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เซี่ยงไฮ้ได้ดำเนินโครงการ 'นี่คือเซี่ยงไฮ้' ซึ่งประกอบด้วยภาพยนตร์โฆษณา คู่มือการเดินทาง และกิจกรรมพิเศษต่างๆ ที่ช่วยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสประสบการณ์วัฒนธรรมอย่างเต็มที่ โดยมีเป้าหมายให้เซี่ยงไฮ้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลกที่น่าหลงใหลและมีมนต์เสน่ห์อย่างแท้จริง

รัสเซียยิงมิสไซล์ถล่มรอบ ‘สถานทูตอาเซอร์ไบจาน’ ในยูเครน เพียงไม่กี่วันหลังปธน. ‘อาลีเยฟ’ หนุน ‘เซเลนสกี’ อย่ายอมแพ้

(22 ก.ค. 68) รัสเซียเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่หลายพื้นที่ในยูเครน รวมถึงกรุงเคียฟ โดยอาคารหลายแห่งในเขตเชฟเชนคิฟสกี, โซโลเมียนสกี, โฮโลซีฟสกี และดาร์นีตสกี ได้รับความเสียหายอย่างหนัก หนึ่งในจุดสำคัญที่ถูกจรวดโจมตีคือบริเวณรอบสถานเอกอัครราชทูตอาเซอร์ไบจานในเคียฟ เบื้องต้นมีรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

สำหรับการโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังจากประธานาธิบดีอิลฮาม อาลีเยฟ (Ilham Aliyev) แห่งอาเซอร์ไบจาน กล่าวสนับสนุนยูเครนต่อสาธารณะในเวทีระดับนานาชาติ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยแนะนำชาวยูเครนว่า “อย่ายอมแพ้” ต่อการรุกราน พร้อมระบุว่า “ไม่ควรยอมรับการยึดครอง นี่คือแนวทางที่ชาวอาเซอร์ไบจานใช้ในการกู้คืนดินแดนของตน”

คำกล่าวดังกล่าวมีขึ้นหลังผู้สื่อข่าวยูเครนยกให้อาเซอร์ไบจานเป็นตัวอย่างของประเทศที่สามารถทวงคืนอธิปไตยสำเร็จจากสงครามคาราบัค โดยชื่นชมการนำของอาลีเยฟที่กล้าแสดงจุดยืนสนับสนุนอธิปไตยและสนับสนุนยูเครนอย่างชัดเจน

แม้ยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าการโจมตีในเคียฟมีเป้าหมายตอบโต้ท่าทีของอาเซอร์ไบจานโดยตรง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใกล้สถานทูตดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณจากรัสเซียที่ไม่พอใจกับท่าทีของอาลีเยฟ ซึ่งยิ่งเน้นย้ำภาพลักษณ์ของสงครามยูเครนที่ลุกลามไปไกลกว่าแค่ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ

‘เหริน เจิ้งเฟย’ ซีอีโอหัวเว่ย มั่นใจชิปจีนไม่สะเทือน ชี้การกีดกันของสหรัฐฯ ทำลายระบบพัฒนาเทคฯ ปักกิ่งไม่ได้

(22 ก.ค. 68) เหริน เจิ้งเฟย (Ren Zhengfei) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของหัวเว่ย ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ People's Daily ของรัฐบาลจีนว่า แม้เทคโนโลยีชิปของจีนจะยังล้าหลังสหรัฐฯ อยู่หนึ่งรุ่น แต่ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอีกต่อไป เพราะจีนสามารถใช้ 'คณิตศาสตร์มาชดเชยฟิสิกส์' และอาศัยการประมวลผลแบบรวมกลุ่ม (clustering) ยกระดับสมรรถนะให้ทันมาตรฐานโลก พร้อมเสริมว่า “หัวเว่ยไม่ได้เก่งขนาดนั้น เราต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อให้สมกับที่อเมริกาประเมินไว้สูงเกินจริง”

หนึ่งในนวัตกรรมที่หัวเว่ยกำลังผลักดันคือระบบ AI คลาวด์เมตริกซ์ 394 ซึ่งใช้ชิป Ascend 910C กว่า 384 ตัวในหนึ่งระบบ และสามารถแข่งขันกับซูเปอร์ชิปรุ่นล่าสุดของ Nvidia อย่าง GB200 ได้อย่างสูสี นักวิเคราะห์จาก SemiAnalysis ระบุว่าหัวเว่ย “ล้าหลังในระดับชิป แต่อาจนำหน้าในระดับระบบ” เพราะสามารถรวมเอานวัตกรรมด้านตัวเร่งความเร็ว, โครงข่ายไฟเบอร์, และซอฟต์แวร์เข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ

ในส่วนของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับกลางและระดับล่าง เหรินมองว่าจีนมีศักยภาพสูง โดยเฉพาะในเซมิคอนดักเตอร์พลังงานประเภทซิลิคอนคาร์ไบด์ (SiC) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้า EV ที่จีนครองตลาดโลกมากกว่าสองในสามแล้ว ซึ่งบริษัท BYD ของจีนเพิ่งเปิดตัวระบบชาร์จเร็วที่วิ่งได้ 400 กม. ด้วยการชาร์จเพียง 5 นาที และกำลังสร้างห่วงโซ่ผลิตชิป SiC ครบวงจรภายในบริษัทเอง

เหรินยังเน้นถึงความสำคัญของการวิจัยพื้นฐาน โดยหัวเว่ยลงทุนกว่า 180,000 ล้านหยวน (ราว 900,000 ล้านบาท) ต่อปีในการวิจัยและพัฒนา โดยหนึ่งในสามของงบนี้มุ่งสู่การวิจัยเชิงทฤษฎี เช่นโครงการพัฒนาชิป Hybrid Stochastic Computing SoC ที่ใช้สถาปัตยกรรม RISC-V แบบโอเพนซอร์ส ซึ่งสามารถทำงานได้ทนทานและประหยัดพลังงานกว่าเดิมมาก และยังไม่อยู่ภายใต้มาตรการแซงก์ชั่นของสหรัฐฯ

จากการประเมินของผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก จีนกลายเป็นผู้นำในการพัฒนาเทคโนโลยีประมวลผลแบบเฟ้นสุ่ม (stochastic computing) ไปแล้ว และแนวโน้มนี้แสดงให้เห็นว่าการจำกัดเทคโนโลยีของสหรัฐฯ อาจย้อนกลับมาส่งผลเสียต่อบริษัทสหรัฐเอง 

ด้าน แฮนเดิล โจนส์ (Handel Jones) ซีอีโอของบริษัทวิจัย International Business Strategies (IBS) ออกมาแสดงความเห็นว่า “ตลาดชิปในจีนอาจหลุดมืออเมริกาไปแล้ว” และภายในปี 2030 บริษัทจีนอาจครองตลาดเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศตัวเองเกินครึ่งทุกหมวด

อังกฤษ คว่ำบาตรเรือบรรทุกน้ำมันรัสเซีย 135 ลำ หวังสกัดรายได้พลังงานกว่า 8.7 แสนล้านบาท

(22 ก.ค. 68) อังกฤษประกาศคว่ำบาตรเรือบรรทุกน้ำมันรัสเซีย 135 ลำ พร้อมบริษัทเดินเรือและค้าน้ำมัน 2 แห่งในดูไบและรัสเซีย โดยกล่าวว่าเรือเหล่านี้คือ 'กองเรือเงา' ที่ใช้หลบเลี่ยงมาตรการควบคุมราคาน้ำมัน และสร้างรายได้มหาศาลให้รัสเซียกว่า 24,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 876,000 ล้านบาท) นับตั้งแต่ต้นปี 2024

รัฐมนตรีต่างประเทศอังกฤษ เดวิด แลมมี (David Lammy) ระบุว่า มาตรการใหม่นี้มุ่ง 'รื้อ' เครือข่ายพลังงานของวลาดิเมียร์ ปูติน และทำให้กองทุนสงครามรัสเซียแห้งเหือด ซึ่งเรือเหล่านี้ส่วนใหญ่จดทะเบียนภายใต้ธงชาติอื่นที่ไม่ได้ร่วมคว่ำบาตร ทำให้ยังสามารถขนน้ำมันไปยังเอเชีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกาได้ตามปกติ

ขณะที่หลายฝ่ายชี้ว่า แม้ชาติตะวันตกจะเพิ่มแรงกดดัน แต่ในทางปฏิบัติ เรือที่ถูกคว่ำบาตรยังเดินเรืออย่างอิสระ และยังทำธุรกิจกับประเทศนอกค่ายสหรัฐ-อังกฤษได้ต่อเนื่อง การคว่ำบาตรในลักษณะนี้จึงเปรียบได้กับ “คำประกาศฝ่ายเดียว” ที่ไม่มีผลบังคับจริงในเวทีระหว่างประเทศ

ล่าสุด สหภาพยุโรปและอังกฤษเตรียมลดเพดานราคาน้ำมันดิบรัสเซียจาก 60 ดอลลาร์ เหลือ 47.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หวังบีบรายได้รัสเซียให้เหลือน้อยที่สุด แต่ในโลกความเป็นจริงที่มีหลายขั้วอำนาจ เรือรัสเซียก็ยังคงแล่นต่อไป และน้ำมันยังคงกลายเป็นเงินตราในมือพันธมิตรที่ไม่สนใจเสียงจากลอนดอนหรือวอชิงตัน

กลุ่มสแกมเมอร์เมียนมาหันใช้ Starlink ของ ‘อีลอน มัสก์’ หลังหน่วยงานไทยตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตในเมืองเมียวดี

(22 ก.ค. 68) แม้ไทยจะพยายามตัดสายอินเทอร์เน็ตเพื่อสกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา แต่ขบวนการเหล่านี้กลับหันมาใช้ 'Starlink' บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมของบริษัท อีลอน มัสก์ (Elon Musk) แทน ส่งผลให้เห็นจานดาวเทียมสีขาวผุดเต็มหลังคาตึกในพื้นที่

ข้อมูลจากองค์กร International Justice Mission (IJM) ระบุว่า จำนวนการเชื่อมต่อ Starlink ในแหล่งอาชญากรรมรอบเมียวดีเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าภายใน 1 ปี หลังจากไทยเริ่มตัดสายอินเทอร์เน็ตในปี 2024 และแม้การใช้งานอาจประเมินได้ต่ำกว่าความเป็นจริง แต่แนวโน้มก็ชัดเจนว่า Starlink กลายเป็นทางออกหลักของกลุ่มดังกล่าว

ภาพถ่ายดาวเทียมจาก Google Earth ในปี 2025 ยืนยันว่ามีจาน Starlink ติดตั้งบนตึกแก๊งคอลเซ็นเตอร์จำนวนมาก ซึ่งไม่เคยมีให้เห็นในปีก่อน นอกจากนี้ มีการเปิดเผยว่าขนาดจานรับสัญญาณมีขนาดเล็กพอจะใส่เป้สะพายหลังได้ ทำให้ลักลอบขนผ่านชายแดนได้สะดวก

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า แม้ Starlink ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้อย่างเป็นทางการในเมียนมา แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นโครงข่ายหลักของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่อย่าง KK Park อาณาจักรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ตั้งอยู่ในเมียวดี ที่มีเครือข่ายใหญ่และซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ

เปิดผลสอบ Jeju Air ตกไถลชนกำแพงรันเวย์ คร่า 179 ชีวิต รายงานชี้!! นักบินดับเครื่องยนต์ผิดฝั่ง หลังนกถูกดูดเข้าไป

(22 ก.ค. 68) ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุเครื่องบิน Jeju Air เที่ยวบิน 2216 ตกเมื่อช่วงเดือนธันวาคม ในปี 2024 ออกมาแสดงความไม่พอใจ หลังรายงานสอบสวนเบื้องต้นระบุว่า นักบินปิดเครื่องยนต์ผิดข้าง ทำให้เครื่องตกและมีผู้เสียชีวิต 179 รายจากทั้งหมด 181 คนบนเครื่อง 

โดยเหตุเกิดขึ้นหลังเครื่องบินดูดนกเข้าเครื่องยนต์ขณะกำลังลงจอดที่สนามบินเมืองมูอัน จังหวัดช็อลลาใต้ ประเทศเกาหลีใต้ ส่งผลให้นักบินแจ้งเหตุฉุกเฉินและพยายามเปลี่ยนทิศทางลงจอด แต่เครื่องกลับไถลลงโดยไม่มีล้อ ชนเข้ากับกำแพงคอนกรีตที่ปลายรันเวย์จนเกิดไฟลุกไหม้ คร่าชีวิตเกือบทั้งหมด ยกเว้นลูกเรือเพียง 2 คน

รายงานจากคณะสอบสวนของเกาหลีใต้พบว่า นักบินได้ปิดเครื่องด้านซ้ายซึ่งไม่เสียหาย แทนที่จะปิดเครื่องทางด้านขวาที่ถูกนกโจมตีอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตาม ครอบครัวเหยื่อมองว่ารายงานเน้นโยนความผิดให้กับนักบิน โดยไม่พูดถึงปัจจัยอื่น เช่น กำแพงคอนกรีตที่ปลายรันเวย์ ซึ่งทำให้ความเสียหายรุนแรงขึ้น

ทั้งนี้ ครอบครัวเรียกร้องให้มีการสอบสวนอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และไม่เร่งสรุปก่อนข้อมูลจะครบ ขณะเดียวกัน สหภาพนักบินของสายการบิน Jeju Air ก็ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับรายงานฉบับนี้เช่นกัน โดยมองว่ามีการลดน้ำหนักของปัจจัยแวดล้อมอื่นที่เกี่ยวข้อง

แม้มีเสียงวิจารณ์จากหลายฝ่าย แต่แหล่งข่าวใกล้ชิดการสอบสวนยืนยันกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า รายงานอิงจาก “หลักฐานชัดเจนและข้อมูลสนับสนุน” ขณะที่กระทรวงคมนาคมเกาหลีใต้ประกาศแล้วว่าจะรื้อกำแพงคอนกรีตในสนามบิน 7 แห่ง และมีผู้บริหารรวมถึง CEO ของ Jeju Air ถูกแจ้งความดำเนินคดีฐานประมาทเลินเล่อ

ยูเครนเปิดเงื่อนไขจ่ายเงินเดือนทหารเป็นเชลย และสูญหาย ยืนยันจ่ายต่อเนื่อง!! หากไม่ ‘ทรยศ’ หรือ ‘มอบตัว’ โดยสมัครใจ

(21 ก.ค. 68) กระทรวงกลาโหมยูเครนยืนยันว่า รัฐยังคงจ่ายเงินเดือนให้กับทหารที่ถูกจับเป็นเชลยหรือสูญหาย โดยจะคิดตามตำแหน่งสุดท้ายที่ประจำอยู่ก่อนหายตัว โดยเงินจะจ่ายต่อเนื่องตลอดช่วงที่ยังอยู่ในสถานะเชลยหรือไม่ทราบชะตากรรม แม้ตัวทหารจะอยู่ต่างประเทศก็ตาม

อย่างไรก็ตาม หากภายหลังพบว่าเป็นการยอมมอบตัวโดยสมัครใจ หนีทัพ หรือทิ้งหน่วยโดยไม่มีเหตุอันควร การจ่ายเงินจะยุติลงหลังการสอบสวนเป็นทางการ และถือว่าเป็นการผิดหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งจะถูกตัดสิทธิ์การรับเงินช่วยเหลือทันที

ตามกฎหมายแล้วทหารสามารถระบุล่วงหน้าว่า จะให้ใครในครอบครัวเป็นผู้รับเงินแทนได้ เช่น คู่สมรส บุตร หรือพ่อแม่ โดยต้องมีเอกสารยืนยันผ่านผู้บังคับบัญชาหรือรับรองโดยทนาย หากไม่ระบุไว้ ระบบจะใช้ลำดับอัตโนมัติคือ คู่สมรส บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ บุตรพิการ และพ่อแม่ตามลำดับ

ขณะที่ กลุ่มที่ไม่มีสิทธิรับเงิน ได้แก่ ทหารที่ถูกตัดสินว่าทรยศ ร่วมมือกับศัตรู หรือเป็นชาวรัสเซียและเบลารุส (หรืออาศัยใน 2 ประเทศนี้อย่างถาวร) โดยครอบครัวต้องยื่นคำร้องและเอกสารต่อศูนย์สนับสนุนสังคมของกองทัพในพื้นที่ใดก็ได้ ไม่จำกัดเขตทะเบียนทหาร พร้อมแนบเอกสารระบุตัวตน เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และหลักฐานความสัมพันธ์ในครอบครัวประกอบการพิจารณา 

ฝ่ายค้านอิสราเอลไม่พอใจ ‘รัฐบาลเนทันยาฮู’ สั่งโจมตีดามัสกัส จวกยับ!! พฤติกรรมเลวร้าย…จงใจทำลายสันติภาพในตะวันออกกลาง

(21 ก.ค. 68) หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านอิสราเอล ยาอีร์ ลาปิด (Yair Lapid) กล่าวประณามการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลที่กรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรียว่าเป็น “พฤติกรรมที่ไร้ความรับผิดชอบ” และไม่ช่วยให้บรรลุเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของประเทศ

ลาปิดระบุว่า การโจมตีทำเนียบประธานาธิบดีในดามัสกัสทำลายความพยายามของสหรัฐฯ และยุโรปในการสร้างเสถียรภาพในภูมิภาค และยังส่งสัญญาณว่าเป็นอิสราเอลเองที่ไม่เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ

และจากการโจมตีในวันพุธ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย บาดอีกเป็นเจ็บจำนวนมาก โดยอิสราเอลอ้างว่าเป็นการปกป้องชุมชนชาวดรูซในซีเรีย ขณะที่ผู้นำชาวดรูซส่วนใหญ่ในซีเรียออกแถลงการณ์ปฏิเสธการแทรกแซงจากต่างชาติ และยืนยันความจงรักภักดีต่อความเป็นหนึ่งเดียวของซีเรีย

ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยซีเรียยืนยันข้อตกลงหยุดยิงใหม่ในจังหวัดซูเวดา หลังการปะทะระหว่างกลุ่มดรูซและเบดูอินในภาคใต้ ที่มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 คน โดยข้อตกลงดังกล่าวเน้นการกลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลกลางอย่างเต็มที่ 

จีนโต้เดือด!! EU คว่ำบาตร ‘รัสเซีย’ กระทบบริษัท-ธนาคารจีน ชี้เป็นการใช้มาตรการฝ่ายเดียว!! ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

(21 ก.ค. 68)รัฐบาลจีนออกแถลงการณ์ประณามสหภาพยุโรป (EU) หลังมีมติใส่ชื่อบริษัทและสถาบันการเงินของจีนในมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียรอบล่าสุด โดยจีนมองว่าเป็นการกระทำที่ “ไม่มีเหตุผล” และ “ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ”

แม้จีนจะคัดค้านและยื่นเรื่องทักท้วงหลายครั้งก่อนหน้านี้ แต่ EU ยังเดินหน้าใช้มาตรการฝ่ายเดียวกับ บริษัทจีนอีก 5 แห่ง ธนาคารจีน 2 แห่ง ได้แก่ Heihe Rural Commercial Bank Co. และ Heilongjiang Suifenhe Rural Commercial Bank Co. โดยไม่มีหลักฐานชัดเจน ซึ่งจีนย้ำว่าการคว่ำบาตรลักษณะนี้ไม่ผ่านการอนุมัติจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

ด้าน กระทรวงพาณิชย์จีนเตือนว่า การกระทำของ EU จะกระทบต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสองฝ่ายอย่างรุนแรง และเรียกร้องให้หยุดการกระทำที่ “ไม่ถูกต้อง” โดยทันที ซึ่งจีนยืนยันจะใช้มาตรการที่จำเป็น เพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของบริษัทและสถาบันการเงินอย่างเต็มที่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top