Saturday, 4 July 2026
WORLD

รัสเซียเร่งส่งออกก๊าซ LPG ไปจีน 750,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 67 ส่งกว่า 450,000 ตัน โตราว 66%

(18 ก.ค. 68) รัสเซียเพิ่มการส่งออก 'ก๊าซปิโตรเลียมเหลว' หรือ LPG ไปยังจีนอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้คาดว่าจะส่งได้ถึง 750,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ส่งไป 450,000 ตัน คิดเป็นการเติบโตราว 66% โดยช่วง 5 เดือนแรกของปี รัสเซียส่งออกไปทางรถไฟแล้ว 230,000 ตัน และน่าจะเพิ่มเป็น 550,000-600,000 ตันภายในสิ้นปี ส่วนที่เหลือจะส่งทางรถบรรทุก

แม้จีนจะผลิตก๊าซเองได้ถึง 50 ล้านตัน และนำเข้าอีก 35 ล้านตัน แต่ยังต้องการกระจายความเสี่ยงจากปัญหาสงครามภาษี จึงเปิดรับก๊าซจากรัสเซียมากขึ้น อย่างไรก็ตาม รัสเซียยังไม่มีท่าเรือในภาคตะวันออกไกลสำหรับเรือบรรทุกก๊าซ จึงต้องใช้เส้นทางรถไฟและถนนเป็นหลัก

ก่อนหน้านี้ รัสเซียเคยส่งก๊าซแอลพีจีไปยุโรปถึง 4 ล้านตันต่อปี แต่หลังถูกคว่ำบาตรในปี 2023 ก็เหลือไม่ถึง 3 ล้านตัน ทำให้ต้องหาตลาดใหม่ เช่น จีน คาซัคสถาน อัฟกานิสถาน และประเทศในเอเชียกลาง

ทามารา ซาโฟโนวา (Tamara Safonova) ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมันและก๊าซของรัสเซียชี้ว่า จีนเป็นตลาดสำคัญที่ยังไม่ถูกคว่ำบาตร แต่รัสเซียยังเจออุปสรรคจากการขาดรถขนส่ง และความล่าช้าที่ด่านชายแดน แต่ความร่วมมือของทั้งสองประเทศยังคงแน่นแฟ้น โดยเฉพาะในช่วงที่โลกเผชิญความตึงเครียดทางการเมืองและเศรษฐกิจ

ผู้นำบราซิลเดือด!! ฉะทรัมป์ “ไม่ใช่จักรพรรดิของโลก” หลังขู่เก็บภาษีสินค้า 50% จุ้นคดี อดีต ปธน.ฝ่ายขวา ล้มผลเลือกตั้ง

(18 ก.ค. 68) ลูอีซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา (Luiz Inacio Lula da Silva) ประธานาธิบดีบราซิล ตอบโต้ผู้นำสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ที่ขู่จะเก็บภาษีสินค้าจากบราซิล 50% โดยบอกว่าทรัมป์มีหน้าที่ดูแลอเมริกา ไม่ใช่มาสั่งประเทศอื่น พร้อมย้ำว่า “ทรัมป์ไม่ใช่เป็นจักรพรรดิของโลก”

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เรียกร้องให้บราซิลหยุดดำเนินคดีกับอดีตผู้นำฝ่ายขวา ฌาอีร์ โบลโซนาโร (Jair Bolsonaro) ที่ถูกฟ้องข้อหาพยายามล้มผลเลือกตั้งปี 2022 โดย ‘ลูลา’ ประธานาธิบดีคนปัจจุบันออกโรงปกป้องกระบวนการยุติธรรมในประเทศ บอกว่าศาลบราซิลเป็นอิสระ โบลโซนาโรถูกตัดสินจากการกระทำ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังขู่เพิ่มมาตรการลงโทษ หากบราซิลยังคงมีบทบาทนำในกลุ่ม BRICS ซึ่งกำลังพัฒนาแนวทางเศรษฐกิจทางเลือกนอกเหนือจากระบบที่สหรัฐฯ สนับสนุน โดยทรัมป์กล่าวหากลุ่ม BRICS ว่ามีแนวคิด “ต่อต้านตะวันตก” และไม่ควรได้รับสิทธิพิเศษทางการค้า

ทั้งนี้ ลูลายืนยัน บราซิลจะไม่ยอมให้ใครมาออกสั่ง แต่พร้อมเจรจา “บราซิลต้องดูแลคนบราซิล ไม่ใช่ผลประโยชน์ของคนอื่น” เขากล่าว พร้อมบอกว่า “ยังหวังจะพูดคุยกับสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ เพื่อหาทางออกที่ดีร่วมกัน”

จีนเปิดตัวรถไฟขนส่งสินค้าจากอู่ฮั่น เชื่อม ‘คีร์กีซฯ-อุซเบฯ’ ส่งออกไว-ค่าส่งลด!! ถึงกรุงทาชเคนต์ ภายใน 10 วัน

(18 ก.ค. 68) มณฑลหูเป่ยของจีนเปิดตัวขบวนรถไฟขนส่งสินค้าขบวนใหม่ เชื่อมเส้นทางจากเมืองอู่ฮั่นไปยังคีร์กีซสถานและอุซเบกิสถาน โดยขบวนแรกเริ่มออกเดินทางเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (17 ก.ค.) คาดว่าสินค้าจะถึงกรุงทาชเคนต์ ประเทศอุซเบกิสถาน ภายใน 10 วัน ช่วยลดค่าขนส่งและประกันภัยได้ถึง 30%

เส้นทางใหม่นี้ถือเป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์ภายใต้โครงการ Belt and Road ที่ช่วยย่นเวลาและต้นทุนการค้าระหว่างจีนกับเอเชียกลาง เพิ่มขีดความสามารถด้านโลจิสติกส์ของจีนในการขยายตลาดส่งออกสู่ภูมิภาคที่กำลังเติบโต

ขณะเดียวกัน เครือข่ายรถไฟโดยสารของจีนก็บันทึกสถิติใหม่ โดยมีผู้โดยสารเดินทางรวมกว่า 2.24 พันล้านเที่ยวในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 เพิ่มขึ้น 6.7% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของภาคการเดินทางภายในประเทศ

ในช่วงเวลาเดียวกัน ยังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางด้วยรถไฟภายในจีนเกือบ 9.15 ล้านเที่ยว เพิ่มขึ้นกว่า 30% ซึ่งสะท้อนถึงแรงดึงดูดของระบบรถไฟรางจีนที่ทันสมัย สะดวก และมีประสิทธิภาพมากขึ้นต่อผู้โดยสารจากทั่วโลก

ศรีลังการวบหญิงข้ามเพศไทย เดินเปลือยอกริมหาดอารูกัม รับสารภาพผิด ศาลสั่งจำคุก 6 สัปดาห์ แต่ให้รอลงอาญา 5 ปี

ตำรวจศรีลังกาจับกุมสาวข้ามเพศชาวไทยวัย 26 ปี หลังเดินเปลือยอกบนถนนใกล้ชายหาดยอดนิยมที่เมืองอารูกัมเบย์ โดยระบุว่าเป็นการกระทำที่ 'ก่อความเดือดร้อน' ต่อสาธารณะ และขัดต่อกฎหมายท้องถิ่นที่ห้ามผู้หญิงเปลือยอกในที่สาธารณะ 

หญิงข้ามเพศชาวไทยรายนี้มีเพศชายระบุในหนังสือเดินทาง โดยเธอรับสารภาพผิดในข้อหาเปิดเผยร่างกายไม่เหมาะสม และทำให้ผู้อื่นรู้สึกไม่สบายใจ ศาลจึงสั่งจำคุก 6 สัปดาห์ แต่ให้รอลงอาญา 5 ปี 

โดยเหตุเกิดจากคลิปวิดีโอที่เธอเดินเปลือยอกถูกเผยแพร่ในโซเชียล จนชาวบ้านและนักท่องเที่ยวจำนวนมากร้องเรียนกับตำรวจ เธอถูกควบคุมตัวไว้ข้ามคืนก่อนถูกนำตัวขึ้นศาลในวันถัดมา

ทั้งนี้ ศรีลังกาจะเป็นประเทศที่เปิดรับนักท่องเที่ยว แต่ยังมีวัฒนธรรมที่เคร่งครัด โดยเฉพาะในชุมชนมุสลิมที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งรัฐบาลศรีลังกายังมุ่งหวังฟื้นเศรษฐกิจหลังวิกฤตปี 2022 ด้วยรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก

Nvidia หวังขายชิปรุ่นแรงกว่า H20 ให้จีน หลังสหรัฐฯ ไฟเขียวกลับมาขายได้อีกครั้ง

(18 ก.ค. 68) เจนเซ่น หวง (Jensen Huang) ซีอีโอของ Nvidia บริษัทผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของสหรัฐฯ เปิดเผยระหว่างแถลงข่าวที่กรุงปักกิ่งว่า บริษัทมีแผนจะขายชิปประมวลผลที่ล้ำหน้ากว่า H20 ให้กับจีนในอนาคต โดยหวังเพิ่มยอดขายในตลาดใหญ่อันดับสองของโลก หลังจากสหรัฐฯ เคยสั่งห้ามส่งออกชิปรุ่นใหม่ๆ ไปยังจีนเพราะเหตุผลด้านความมั่นคง

ก่อนหน้านี้ Nvidia พัฒนาชิป H20 ขึ้นมาเป็นรุ่นพิเศษสำหรับจีน ซึ่งมีสมรรถนะต่ำกว่ารุ่นปกติเพื่อให้ผ่านเกณฑ์ควบคุมการส่งออกของรัฐบาลสหรัฐฯ แต่ล่าสุดบริษัทได้รับอนุญาตให้กลับมาขาย H20 ได้แล้ว และซีอีโอหวงย้ำว่า เขาหวังจะได้ขายชิปรุ่นใหม่ที่แรงกว่า H20 หากกฎหมายในอนาคตเอื้อให้ทำได้

“เทคโนโลยีมันไม่หยุดอยู่กับที่” เจนเซ่น หวง กล่าว “วันนี้ Hopper ยังดีอยู่ แต่ในอนาคตเราจะมีของที่ดีกว่านี้อีก และผมคิดว่าถ้าเราขายได้ เราก็ควรขายให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลา” โดย Hopper คือสถาปัตยกรรมชิปที่ใช้กับรุ่น H20

Nvidia เคยขาดทุนถึง 4.5 พันล้านดอลลาร์ จากการที่ H20 ขายไม่ออกในช่วงที่โดนแบน และประเมินว่ายอดขายในไตรมาสก่อนจะสูงขึ้นอีก 2.5 พันล้านดอลลาร์ ถ้าไม่มีข้อจำกัดเรื่องการส่งออก หวงยังมองว่าตลาด AI ของจีนอาจมีมูลค่าสูงถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์ใน 2-3 ปี และเตือนว่าบริษัทอเมริกันอาจ “เสียโอกาสครั้งใหญ่” หากไม่ได้เข้าไปแข่งขันในตลาดนี้

แม้ว่า Nvidia วางแผนออกชิปรุ่นใหม่เพิ่มเติม แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะอนุญาตให้ขายให้จีนหรือไม่ อย่างไรก็ตาม โฮเวิร์ด ลัทนิก (Howard Lutnick) รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐฯ แสดงท่าทีว่าจะยังอนุญาตให้ขายบางส่วนต่อไป เพื่อให้บริษัทจีนยังต้องพึ่งพาเทคโนโลยีของอเมริกา โดยระบุว่า “จีนสร้างเองได้อยู่แล้ว แต่เราต้องนำหน้าเขาหนึ่งก้าว เพื่อให้เขายังต้องซื้อของจากเรา”

ศาลอาญาระหว่างประเทศ ปัดคำร้องถอนหมายจับ ‘เนทันยาฮู’ ผู้นำอิสราเอลยังถูกล่าตัวตามกฎหมาย คดีสงครามกาซา

(18 ก.ค. 68) ผู้พิพากษาศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ปฏิเสธคำร้องของอิสราเอลที่ขอให้ถอนหมายจับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) และอดีตรัฐมนตรีกลาโหม โยอาฟ กัลแลนต์ (Yoav Gallant) จากข้อกล่าวหาอาชญากรรมสงครามในฉนวนกาซา โดยระบุว่าหมายจับจะยังมีผลต่อไปจนกว่าจะมีคำวินิจฉัย

คำตัดสินซึ่งเผยแพร่บนเว็บไซต์ ICC ยังระบุด้วยว่าศาลไม่รับคำขอให้งดการสอบสวนคดีอาชญากรรมในดินแดนปาเลสไตน์ โดยก่อนหน้านี้ ICC ได้ออกหมายจับเนทันยาฮู, กัลแลนต์ และผู้นำฮามาสอีก 1 รายในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว

แม้อิสราเอลจะโต้แย้งว่า ICC ไม่มีเขตอำนาจตามคำตัดสินของศาลอุทธรณ์เมื่อเดือนเมษายน แต่ผู้พิพากษาระบุว่าเหตุผลดังกล่าว “ไม่ถูกต้อง” และยืนยันว่าหมายจับยังมีผลจนกว่าศาลจะพิจารณาเสร็จสิ้น

ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ออกมาตรการลงโทษผู้พิพากษา ICC จำนวน 4 รายเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้กรณีศาลออกหมายจับผู้นำอิสราเอล โดยในจำนวนนี้มี 2 รายที่มีส่วนร่วมในการตัดสินปัดคำร้องของอิสราเอลในครั้งนี้ด้วย

กัมพูชาพึ่งพาเชื้อเพลิงจากต่างชาติ 100% ทุ่มกว่า 1.2 พันล้านดอลล์ นำเข้า 'น้ำมัน-ก๊าซ'

(17 ก.ค. 68) กระทรวงพาณิชย์ของกัมพูชารายงานว่าการนำเข้าน้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน และก๊าซที่สามารถเผาไหม้ได้ (combustion gas) ของกัมพูชา ในช่วงครึ่งปีแรก (มกราคม-มิถุนายน) ของปี 2025 ลดลงร้อยละ 13.2

ในรายละเอียด กัมพูชานำเข้าน้ำมันดีเซลเป็นวงเงิน 680 ล้านดอลลาร์ ลดลงร้อยละ 10 ขณะน้ำมันเบนซินอยู่ที่ 395 ล้านดอลลาร์ ลดลงราวร้อยละ 23 ส่วนการนำเข้าก๊าซเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ร้อยละ 2.43 หรือราว 168 ล้านดอลลาร์

แม้ยอดนำเข้าจะลดลงในปีนี้ แต่กัมพูชายังคงพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซทั้งหมด เนื่องจากยังไม่มีการขุดเจาะแหล่งพลังงานในประเทศ โดยกระทรวงเหมืองแร่ฯ คาดว่าความต้องการพลังงานภายในประเทศจะพุ่งแตะ 4.8 ล้านตันในปี 2030

ปัจจุบันกัมพูชาจึงอยู่ในสถานะผู้นำเข้าพลังงานเต็มรูปแบบ และต้องเฝ้าระวังผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกอย่างใกล้ชิด ขณะที่ความพยายามในการพัฒนาแหล่งพลังงานภายในประเทศยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น

ผู้นำโคลอมเบียประกาศจุดยืนชัด ตัดสัมพันธ์ NATO จวกพันธมิตรตะวันตกมีส่วนสังหารเด็กในกาซา

(17 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร (Gustavo Petro) ของโคลอมเบีย ประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ประเทศของเขาจะยุติความร่วมมือกับ NATO และห่างจากรัฐบาลยุโรปที่มีส่วนร่วมในการโจมตีทางทหาร โดยกล่าวว่า “เราต้องออกจาก NATO ไม่มีทางเลือกอื่น”

คำประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการปิดการประชุมกลุ่ม The Hague Group ที่กรุงโบโกตา ซึ่งเปโตรชี้ว่า โคลอมเบียไม่ควรเกี่ยวข้องกับพันธมิตรที่ “ทิ้งระเบิดใส่เด็ก” และเสริมว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศควรยึดหลักสันติภาพ ไม่ใช่อาวุธ

โคลอมเบียเคยลงนามข้อตกลงเป็น “พันธมิตรโลก” ของ NATO เมื่อปี 2018 และเป็นประเทศแรกในละตินอเมริกาที่เข้าร่วมกับกลุ่มพันธมิตรนี้ แต่ในช่วงหลัง ประธานาธิบดีเปโตรแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อบทบาทของ NATO และรัฐบาลตะวันตก

ที่ผ่านมา เปโตรยังเคยวิจารณ์การกระทำของอิสราเอลในฉนวนกาซา และไม่เห็นด้วยที่กระทรวงกลาโหมโคลอมเบียยังซื้ออาวุธจากอิสราเอล แม้เคยออกคำสั่งให้หยุดแล้วก็ตาม โดยเขายืนยันว่า หากต้องเผชิญแรงกดดันจากภายนอก ก็ยังมีชาติอื่นพร้อมสนับสนุนและซื้อสินค้าจากโคลอมเบีย

อิสราเอลอ้างสิทธิ์ปกป้องพวกพ้อง ‘ชาวดรูซ’ ในซีเรีย ถล่มโรงพยาบาล-สถานที่พลเรือน ดับเพียบ 350 ศพ

(17 ก.ค. 68) ความรุนแรงในซีเรียทวีความตึงเครียดเมื่อกองทัพอิสราเอลเปิดฉากโจมตีดามัสกัสและจังหวัดซูเวย์ดาต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยอ้างว่าต้องการปกป้องชาวดรูซที่กำลังสู้รบกับชนเผ่าเบดูอิน โดยฝ่ายประธานาธิบดีเฉพาะกาล อาเหม็ด อัล-ชาอ์รา (Ahmed al-Sharaa) กล่าวหาว่าอิสราเอลจงใจยกระดับความขัดแย้งครั้งใหญ่

มีรายงานว่าความขัดแย้งตั้งแต่วันอาทิตย์ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 350 คน ขณะที่สหรัฐฯ ระบุว่าได้ตกลงกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินมาตรการเฉพาะเพื่อยุติความรุนแรง ซึ่งทำให้ทหารซีเรียเริ่มถอนกำลังออกจากซูเวย์ดา หลังหารือกับผู้นำศาสนาในพื้นที่

อิสราเอลยังคงโจมตีจุดยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ทั้งในดามัสกัสและทางตอนใต้ของซีเรีย โดยมุ่งเป้าทำลายกองกำลังที่ทำร้ายชาวดรูซ และบีบให้รัฐบาลซีเรียถอนกำลังออกไปจากพื้นที่ ด้านกระทรวงกลาโหมซีเรียประณามว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและเจตนาโหมไฟสงคราม

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในซูเวย์ดาทรุดหนัก โรงพยาบาลหลักถูกโจมตี น้ำและยาเริ่มขาดแคลน และมีรายงานการลอบสังหารและปล้นสะดมจากหลายพื้นที่ กลุ่มสิทธิมนุษยชนในอังกฤษระบุว่า มีผู้เสียชีวิตรวมถึงพลเรือน ชาวดรูซ และเจ้าหน้าที่รัฐจำนวนมาก

ทั้งนี้ เหตุการณ์เริ่มจากความตึงเครียดระหว่างกองกำลังดรูซและเบดูอิน สะสมมานานจากความไม่พอใจรัฐบาลชุดใหม่ที่มีสายสัมพันธ์กับกลุ่มหัวรุนแรงซุนนี และมีชนวนจากการลักพาตัวพ่อค้าชาวดรูซเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้ความขัดแย้งปะทุขึ้นอย่างรุนแรงและขยายเป็นวงกว้างในเวลารวดเร็ว

ไฟไหม้เวทีหลักเทศกาลดนตรี Tomorrowland ที่เบลเยียม ผู้จัดยันไร้คนเจ็บ-เศร้าสร้างมาหลายปี คาดเหตุจากพลุ-ระบบไฟ

(17 ก.ค. 68) เกิดเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่บริเวณเวทีหลักของเทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ชื่อดังระดับโลก Tomorrowland ที่เมืองบูม ประเทศเบลเยียม เพียง 2 วันก่อนงานจะเปิดอย่างเป็นทางการ โดยเปลวไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว และเผาเวทีหลักจนเกือบหมดสิ้น ท่ามกลางเสียงพลุและกลุ่มควันดำหนาทึบพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

แม้ยังไม่มีการยืนยันสาเหตุที่แน่ชัด แต่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกิดจากพลุที่ถูกติดตั้งบริเวณเวที หรือปัญหาเกี่ยวกับระบบไฟ เนื่องจากมีเสียงระเบิดและแสงไฟคล้ายการจุดพลุเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับเพลิงลุกไหม้ อย่างไรก็ตาม ขณะเกิดเหตุไม่มีผู้ชมอยู่ในพื้นที่ มีเพียงทีมงานราว 1,000 คนซึ่งทั้งหมดอพยพออกได้ทันและไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ

เด็บบี้ วิลม์เซน (Debby Wilmsen) โฆษกของเทศกาล ระบุว่า เวทีดังกล่าวใช้เวลาสร้างนานหลายปี และทีมงานต่างรู้สึกเสียใจอย่างมากที่ต้องเห็นมันถูกทำลายลงต่อหน้าต่อตา ขณะเดียวกัน ทางผู้จัดยืนยันว่าโซน DreamVille หรือพื้นที่ตั้งแคมป์ จะยังคงเปิดตามแผนในวันที่ 18 ก.ค. โดยเตรียมต้อนรับผู้ร่วมงานราว 38,000 คน และจะหาทางแก้ไขเพื่อให้เทศกาลในช่วงสุดสัปดาห์นี้ดำเนินต่อไปได้

ด้านตำรวจท้องถิ่นประกาศเตือนประชาชนให้อยู่ห่างจากพื้นที่เกิดเหตุ และหลีกทางให้หน่วยกู้ภัยที่เข้าควบคุมสถานการณ์ ขณะที่ชาวเมืองบูมเผยว่าเหตุการณ์นี้สร้างความตกใจให้กับคนในพื้นที่อย่างมาก เนื่องจาก Tomorrowland ถือเป็นเทศกาลใหญ่ที่สุดประจำปี ที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกมายังเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ 

จีนจับมือสหรัฐฯ ล่าคลื่นแรงโน้มถ่วงยุคบิ๊กแบง ตั้งกล้องโทรทรรศน์ AliCPT สุดล้ำ!! บนที่ราบสูงทิเบต

(17 ก.ค. 68) จีนเปิดตัวกล้องโทรทรรศน์ AliCPT บนที่ราบสูงทิเบต ความสูงกว่า 5,200 เมตร เพื่อค้นหาร่องรอยของคลื่นแรงโน้มถ่วงจากช่วงเริ่มต้นของจักรวาล หรือที่เกิดขึ้นหลัง 'เหตุการณ์บิ๊กแบง' ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นจุดเริ่มต้นของเอกภพ เมื่อประมาณ 13.8 พันล้านปีก่อน

แม้ความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างจีนกับสหรัฐฯ จะตึงเครียด แต่โครงการ AliCPT ก็ยังเป็นหนึ่งในไม่กี่ความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ที่ดำเนินต่อไปได้ โดยกล้องนี้ติดตั้งเซ็นเซอร์พิเศษเกือบ 7,000 ตัว ซึ่งต้องแช่เย็นจนเกือบถึงอุณหภูมิที่เย็นที่สุดในธรรมชาติ เพื่อให้สามารถจับสัญญาณไมโครเวฟจาง ๆ จากจักรวาลยุคแรกเริ่มได้อย่างแม่นยำ

สถานที่ตั้งกล้อง AliCPT ถูกเลือกมาอย่างระมัดระวัง เพราะต้องอยู่ในพื้นที่ที่อากาศแห้งและมีไอน้ำน้อย เพื่อไม่ให้รบกวนการตรวจจับสัญญาณจากอวกาศ โดยกล้องนี้ถือเป็นกล้องแห่งเดียวในซีกโลกเหนือที่ร่วมภารกิจกับกล้องอีกสองแห่งในแอนตาร์กติกาและทะเลทรายอาตากามา ทำให้สามารถสำรวจท้องฟ้าได้ครอบคลุมทั่วโลก

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า คลื่นแรงโน้มถ่วงยุคแรกเริ่มเหล่านี้จะไขปริศนาได้ว่าเอกภพเกิดขึ้นอย่างไร ซึ่งหากตรวจจับได้สำเร็จ จะถือเป็นก้าวกระโดดของฟิสิกส์จักรวาล และยกระดับบทบาทของจีนในเวทีวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติ

‘มาร์ก รุตเต้’ เลขาฯ NATO เตือนจีน-อินเดีย-บราซิล หากยังหนุนรัสเซีย เตรียมโดนคว่ำบาตร-ภาษีทรัมป์ 100%

(17 ก.ค. 68) มาร์ก รุตเต้ (Mark Rutte) เลขาธิการ NATO เรียกร้องให้จีน อินเดีย และบราซิล กดดันรัสเซียให้ยุติสงครามในยูเครน พร้อมเตือนว่าหากยังคงซื้อสินค้าจากรัสเซียต่อไป อาจถูกสหรัฐฯ ลงโทษทางเศรษฐกิจ เช่น การเก็บภาษีนำเข้าสูง หรือแม้แต่คว่ำบาตรบริษัทที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับรัสเซีย แม้จะไม่ใช่บริษัทของอเมริกาโดยตรงก็ตาม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ระบุว่าจะเก็บภาษี 100% จากประเทศที่ยังนำเข้าสินค้ารัสเซีย หากไม่มีข้อตกลงยุติสงครามภายใน 50 วัน พร้อมประกาศภาษี 500% ต่อสินค้านำเข้าจากประเทศที่ยังซื้อพลังงานรัสเซีย

รุตเต้ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “หากคุณอยู่ที่ปักกิ่ง นิวเดลี หรือเป็นผู้นำบราซิล คุณควรรีบโทรหา ปูติน และบอกให้เขาเอาจริงกับการเจรจาสันติภาพ ก่อนที่ผลกระทบทางเศรษฐกิจจะย้อนกลับมาอย่างรุนแรง”

สำหรับ จีน อินเดีย และบราซิล ถือเป็นลูกค้าหลักของพลังงานรัสเซีย และยังเป็นสมาชิกสำคัญของกลุ่ม BRICS ซึ่งกำลังพยายามลดบทบาทของสหรัฐฯ บนเวทีโลก ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ และสภาคองเกรสต้องเร่งออกมาตรการตอบโต้ทางเศรษฐกิจมากขึ้นในช่วงหลัง

รัสเซียเดินหน้าไม่สนคำขู่ ‘ทรัมป์’ และชาติตะวันตก ลั่น!! บุกถล่มต่อจนกว่ายูเครนจะยอมรับเงื่อนไข

(16 ก.ค. 68) สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดทำเนียบเครมลินว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน จะเดินหน้าปฏิบัติการพิเศษทางทหาร (SMO) ในยูเครนต่อไป จนกว่าชาติตะวันตกและยูเครนจะยอมเจรจาบนเงื่อนไขของรัสเซีย ซึ่งเคยเสนอไว้ตั้งแต่ต้นปี 2022 ที่อิสตันบูล โดยรวมถึงการยอมรับดินแดนที่รัสเซียยึดครอง และการรับประกันว่ายูเครนจะไม่เข้าร่วม NATO

รายงานระบุว่า แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะขู่จะใช้มาตรการคว่ำบาตรและตั้งเส้นตาย 50 วันให้ปูตินเจรจาสันติภาพ แต่ผู้นำรัสเซียกลับไม่ได้แสดงท่าทีหวั่นไหว หรือมีแนวโน้มยอมถอย โดยแหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวว่า “ปูตินจะไม่หยุดเพียงเพราะถูกกดดันจากตะวันตก” และเชื่อว่ารัสเซียสามารถรับมือกับมาตรการทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ได้

แหล่งข่าวอีกคนเสริมว่า ปูตินมองตะวันตกยังไม่เคยยื่นข้อเสนอเจรจาสันติภาพอย่างจริงจัง แม้จะมีการพูดคุยกับทรัมป์หลายครั้ง และส่งทูตพิเศษเข้ารัสเซีย เช่น สตีฟ วิตคอฟฟ์ (Steven Witkoff) โดยชี้ว่า “แม้ปูตินจะให้คุณค่ากับการพูดคุยกับทรัมป์ แต่ผลประโยชน์ของรัสเซียมาก่อนเสมอ”

ขณะเดียวกัน รัสเซียยังคงรุกคืบในสนามรบ โดยควบคุมพื้นที่กว่า 20% ของยูเครน และมีขีดความสามารถในการผลิตอาวุธหลัก เช่น กระสุนปืนใหญ่ สูงกว่าชาติ NATO หลายประเทศ รวมถึงมีแผนขยายพื้นที่ยึดครองเพิ่มเติม โดยเฉพาะในภูมิภาค ดนีโปรเปตรอฟสค์, ซูมี และ คาร์คิฟ

แม้ทรัมป์จะยังเปิดช่องว่าสำหรับการเจรจาสันติภาพ แต่หลายฝ่ายกังวลว่า ความขัดแย้งอาจยืดเยื้อและลุกลาม ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่าง 2 ชาติมหาอำนาจนิวเคลียร์ของโลก ขณะที่เศรษฐกิจรัสเซีย แม้เผชิญมาตรการคว่ำบาตร ยังเติบโตเกินคาด โดยรัฐบาลรัสเซียประเมินว่า GDP จะขยายตัว 2.5% ในปี 2025

ตำรวจเกาหลีใต้รวบ ‘ครู-ผู้ปกครอง’ คาโรงเรียน ฐานร่วมกันงัดห้องขโมยข้อสอบตอนกลางคืน

(16 ก.ค. 68) เจ้าหน้าที่ตำรวจเกาหลีใต้ เข้าจับกุมครูมัธยมและผู้ปกครองรายหนึ่ง ฐานร่วมกันบุกรุกโรงเรียนแห่งหนึ่งเพื่อขโมยข้อสอบ เมื่อเวลา 01:20 น. ของวันที่ 4 กรกฎาคม ที่เมืองอันดง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงโซล โดยแผนถูกจับได้หลังมีสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นระหว่างก่อเหตุ

ตำรวจระบุว่า ครูรายนี้เคยติวพิเศษให้ลูกของผู้ปกครองคนดังกล่าว ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย เนื่องจากครูรายนี้ยังปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนของรัฐในเกาหลีใต้ ที่มีกฎห้ามรับสอนพิเศษส่วนตัว นอกจากนี้ยังสงสัยว่าทั้งคู่เคยพยายามขโมยข้อสอบมาแล้วก่อนหน้านี้ และมีการจ่ายเงินสินบนเกิดขึ้นด้วย

นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยจากสื่อท้องถิ่นของเกาหลีใต้ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ดูแลอาคารของโรงเรียน มีส่วนสมรู้ร่วมคิด และเปิดทางให้ผู้ก่อเหตุเข้าไปในโรงเรียน ทำให้ถูกจับกุมด้วยเช่นกัน โดยทั้งหมดถูกตั้งข้อหาบุกรุกและเอื้อให้มีการโจรกรรมเอกสาร

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งในหลายคดีอื้อฉาวเกี่ยวกับข้อสอบในเกาหลีใต้ ซึ่งมีการแข่งขันด้านการศึกษาอย่างเข้มข้น ซึ่งล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายน ตำรวจได้สอบสวนกรณีข้อสอบภาษาอังกฤษระดับประเทศรั่วไหลผ่านแชตออนไลน์ และเมื่อต้นปี ครูเกือบ 250 คน ถูกจับฐานขายแนวข้อสอบให้สถาบันกวดวิชาเพื่อนำไปใช้ในสนามสอบระดับชาติ

ฝรั่งเศสเมินซื้ออาวุธสหรัฐฯ ให้ยูเครน ‘มาครง’ ชี้ยุโรปต้องพึ่งพาการผลิตด้วยตัวเอง

(16 ก.ค. 68) รายงานจากสื่อสหรัฐฯ ระบุว่า ฝรั่งเศสไม่มีแผนเข้าร่วมโครงการจัดซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ เพื่อส่งให้ยูเครน ตามแนวคิดที่ชาติ NATO หลายประเทศกำลังผลักดัน โดยประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) ยืนยันจุดยืนว่า ยุโรปควรพัฒนาอุตสาหกรรมอาวุธของตนเอง และส่งเสริมการใช้ยุทโธปกรณ์จากผู้ผลิตในทวีป

นอกจากนี้ รายงานยังระบุอีกว่า ฝรั่งเศสไม่ได้มีชื่ออยู่ในรายชื่อประเทศที่พร้อมเข้าร่วมแผนจัดซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ ให้ยูเครน ซึ่งถูกหยิบยกขึ้นในการประชุมระหว่างเลขาธิการ NATO คนใหม่ มาร์ก รุตเต้ (Mark Rutte) กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะเดียวกัน ทรัมป์เปิดเผยว่า ขีปนาวุธแพทริออต (Patriot) กำลังถูกจัดส่งไปยังยูเครนผ่านทางเยอรมนี โดยเยอรมนีจะได้รับการทดแทนในภายหลัง และสหรัฐฯ ได้รับเงินคืนเต็มจำนวน

ด้านรัสเซียยังคงออกมาเตือนซ้ำว่า อาวุธพิสัยไกลจากชาติตะวันตก ที่กำลังถูกยูเครนใช้โจมตีพลเรือนในพื้นที่ของรัสเซีย เป็นการบ่อนทำลายความพยายามเจรจาสันติภาพ

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เตือนว่า หากยูเครนได้รับอนุญาตให้ใช้อาวุธเหล่านี้ อาจทำให้รูปแบบของสงครามเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง พร้อมตั้งคำถามว่า NATO จะถูกมองว่าเข้าร่วมสงครามโดยตรงหรือไม่ แต่รัสเซียก็พร้อมตอบโต้ตามระดับของภัยคุกคามที่เกิดขึ้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top