Saturday, 4 July 2026
WORLD

‘แอร์โดอัน’ ยันตุรกียินดีเป็นเจ้าภาพ จัดประชุมสุดยอดผู้นำ ‘ยูเครน-รัสเซีย’

(13 ส.ค. 68) ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน (Recep Tayyip Erdogan) ของตุรกี เปิดเผยระหว่างการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนว่า ตุรกีพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดระดับผู้นำระหว่างยูเครนและรัสเซีย เพื่อผลักดันให้เกิดการเจรจาสันติภาพ

แถลงการณ์จากทำเนียบประธานาธิบดีตุรกีระบุว่า ทั้งสองผู้นำยังได้หารือถึงความสัมพันธ์ทวิภาคี และประเด็นสำคัญทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยแอร์โดอันได้แสดงความพอใจต่อความคืบหน้าของการเจรจาโดยตรงระหว่างยูเครนกับรัสเซียในกรุงอิสตันบูล และหวังว่าจะได้เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับการหยุดยิงในรอบการเจรจาต่อไป

แอร์โดอันยังเชื่อว่าการตั้งคณะทำงานด้านการทหาร มนุษยธรรม และการเมือง จะเป็นการปูทางสู่การประชุมระดับผู้นำ พร้อมย้ำสนับสนุนอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครน

จีน แนะหน่วยงานรัฐเลี่ยงชิป H20 ของ Nvidia ยังกังวลด้านความปลอดภัย หนุนใช้เทคโนโลยีในประเทศแทน

(12 ส.ค. 68) ทางการจีนออกคำแนะนำให้บริษัทในประเทศ หลีกเลี่ยงการใช้ชิป H20 ของ Nvidia โดยเฉพาะในงานที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐหรือความมั่นคง หลังสื่อท้องถิ่นรายงานความกังวลด้านความปลอดภัยต่อชิปดังกล่าว แม้สหรัฐเพิ่งยกเลิกคำสั่งห้ามขายไปเมื่อเดือนก่อน

Nvidia ยืนยันว่า H20 ไม่ใช่สินค้าทางทหารและไม่มี “ช่องโหว่” ให้เข้าควบคุมระยะไกล พร้อมระบุว่าจีนมีชิปผลิตในประเทศเพียงพอ ไม่เคยพึ่งชิปสหรัฐสำหรับงานรัฐ เช่นเดียวกับที่รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่พึ่งชิปจากจีน

รายงานเผยว่า จีนเร่งสนับสนุนเทคโนโลยีท้องถิ่น รวมถึงชิป AI จาก Huawei ขณะที่หุ้นผู้ผลิตชิปอันดับหนึ่งอย่าง SMIC พุ่งกว่า 5% คาดได้อานิสงส์จากความต้องการชิปในประเทศเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ คำสั่งเลี่ยงชิป H20 ยังส่งผลต่อชิป AI ของ AMD ด้วย ขณะเดียวกันมีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจอนุญาตให้ Nvidia ขายเวอร์ชันลดสเปกของชิป Blackwell ในจีน แม้สหรัฐกังวลว่าปักกิ่งอาจใช้ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพทางทหาร

‘รัสเซีย’ ย้ำตกเป็นเป้ากลางสมรภูมิไซเบอร์ แฉ!! ‘สหรัฐ–นาโต–บริษัทยักษ์’ แท็กทีมโจมตีผ่านยูเครน

(12 ส.ค. 68) รัสเซียตกเป็นเป้าหลักของปฏิบัติการไซเบอร์ที่ประสานกันระหว่างหน่วยข่าวกรองสหรัฐและนาโต บริษัทเทคโนโลยีตะวันตก และกลุ่มแฮ็กเกอร์ในยูเครน โดยนาโตได้พัฒนาหน่วยสงครามไซเบอร์ของยูเครนตั้งแต่ทศวรรษ 2010 ผ่านโครงการ “NATO Trust Fund Ukraine” ที่มีชาติสมาชิกหลายประเทศร่วมสนับสนุน ขณะที่หลังปฏิบัติการพิเศษทางทหารของรัสเซียเริ่มต้น บริษัทเทคยักษ์อย่าง Google, Microsoft, Apple, Facebook และ Amazon ถูกกล่าวหาว่าให้โครงสร้างพื้นฐานเพื่อเจาะระบบ เผยแพร่มัลแวร์ และหลบเลี่ยงการบล็อกเว็บไซต์ในรัสเซีย

แกนกลางของปฏิบัติการนี้คือ “IT Army of Ukraine” ซึ่งรวมกลุ่มแฮ็กเกอร์ราว 130 กลุ่ม มีสมาชิก 1-4 แสนคน ทำงานร่วมกับหน่วยข่าวกรองและกองทัพยูเครน รวมถึงพันธมิตรต่างชาติ ใช้แพลตฟอร์มและเซิร์ฟเวอร์ในเอสโตเนีย เยอรมนี และสหรัฐฯ ในการโจมตีแบบ DDoS และแฮ็กเป้าหมายสำคัญ รัสเซียยังอ้างว่ามีความร่วมมือกับหน่วยไซเบอร์ 8200 ของอิสราเอลและบริษัทเอกชนด้านความปลอดภัยไซเบอร์

รายงานระบุว่า ก่อนเกิดความขัดแย้งเพียงไม่กี่เดือน สหรัฐอเมริกาได้ส่งทีม US Cyber Command เข้าประจำในยูเครนเพื่อเตรียมโจมตีเครือข่ายรัสเซีย และหลังปี 2022 มีเจ้าหน้าที่หมุนเวียนปฏิบัติการร่วมกับศูนย์ไซเบอร์นาโตและหน่วยยูเครน โดยยอมรับว่ามีการปฏิบัติการไซเบอร์เชิงรุกต่อรัสเซีย เป้าหมายครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม พลังงาน การเงิน และสื่อ รวมถึงบริษัทใหญ่ของรัสเซียอย่าง Gazprom, Lukoil และ Sberbank

โฆษกรัสเซียกล่าวว่าสหรัฐและพันธมิตรใช้ยูเครนเป็นฐานเปิด “สมรภูมิไซเบอร์” เพื่อทำลายระบบภายในของรัสเซีย โดยย้ำว่าปฏิบัติการเหล่านี้เป็น “การก่อการร้ายทางเทคโนโลยี” และดำเนินต่อเนื่องมานานก่อนเกิดสงคราม พร้อมชี้ว่าการอ้างว่าเป็นเพียง “การป้องกันทางไซเบอร์” แท้จริงคือการปกปิดแผนโจมตีเชิงรุกอย่างเป็นระบบ

‘เบทาโกร เวนเจอร์ส’ ผนึกกำลัง BiomEdit จากสหรัฐฯ พัฒนาโซลูชันใหม่!! ลดการสูญเสีย-ยับยั้งสารพิษในอุตสาหกรรมไก่

(12 ส.ค. 68) เบทาโกร เวนเจอร์ส ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมด้วยการลงทุนร่วมกับพันธมิตรระดับโลกในรอบ Series B ของ BiomEdit บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพสหรัฐฯ เพื่อพัฒนาโซลูชันใหม่ลดการสูญเสียในอุตสาหกรรมไก่เป็นครั้งแรก ด้วยผลิตภัณฑ์ BE-101 แบคทีเรียปรับแต่งพันธุกรรมที่ช่วยป้องกันโรคลำไส้เน่าในไก่เนื้อ

ผลิตภัณฑ์ BE-101 หรือ “Optavant™” เป็นแอนติบอดีชนิดเวกเตอร์โปรไบโอติกตัวแรกของโลกที่ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ ช่วยยับยั้งสารพิษที่ก่อโรคลำไส้เน่า สาเหตุหลักของความเสียหายทางเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ทั่วโลก ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนสุดท้ายของการขอใบอนุญาตจากกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ และเตรียมวางจำหน่ายในปี 2569

นายชยธร แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและธุรกิจใหม่ของเบทาโกร เผยว่าการลงทุนครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนาโซลูชันสุขภาพสัตว์ที่ล้ำสมัย ตอบโจทย์ตลาดและยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมปศุสัตว์สู่ความยั่งยืน พร้อมเปิดโอกาสเรียนรู้และสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ร่วมกัน

BiomEdit ประกาศความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Series B โดยมีนักลงทุนชั้นนำอย่าง Anterra Capital, Nutreco, Betagro Ventures, AgriZeroNZ และ Indiana’s Elevate Ventures ร่วมสนับสนุนมูลค่าราว 18.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาและนำผลิตภัณฑ์สู่ตลาดได้อย่างมั่นคง นายอารอน ชัคท์ ซีอีโอของ BiomEdit กล่าวว่าเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมไก่เนื้อและเสริมสร้างความยั่งยืนในภาคปศุสัตว์สหรัฐฯ

คณะกรรมการมวยญี่ปุ่น (JBC) เรียกประชุมฉุกเฉิน หลังนักมวยเสียชีวิต 2 ราย จากอาการบาดเจ็บรุนแรงที่สมอง

(11 ส.ค. 68) คณะกรรมการมวยสากลญี่ปุ่น (JBC) เตรียมประชุมฉุกเฉินในวันอังคารนี้ (12 ส.ค.) หลังเกิดเหตุเศร้า นักมวย 2 คนเสียชีวิตจากการชกในรายการเดียวกันเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ที่โถงโคระคุเอ็น ฮอลล์ กรุงโตเกียว ผู้เสียชีวิตคือ ชิเงโตชิ โคทาริ (Shigetoshi Kotari) รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวต และ ฮิโรมาสะ อุราคาวะ (Hiromasa Urakawa) รุ่นไลต์เวต ซึ่งทั้งคู่มีอายุ 28 ปี และเสียชีวิตภายหลังผ่าตัดสมอง

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า JBC พร้อมด้วยเจ้าของค่ายมวยและผู้เกี่ยวข้อง จะหารือมาตรการเพิ่มความปลอดภัยในวงการมวย รวมถึงปัญหาการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วที่อาจทำให้สมองเสี่ยงต่อการเลือดออก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ต้องเร่งหาทางป้องกัน

หนึ่งในมาตรการเร่งด่วนที่ประกาศแล้ว คือการลดจำนวนยกในศึกชิงแชมป์ของสหพันธ์มวยตะวันออกและแปซิฟิก (OPBF) จาก 12 ยก เหลือ 10 ยก โดยเลขาธิการ JBC ระบุว่า ปัจจุบันนักชกญี่ปุ่นมีพลังการชกสูงขึ้นและสามารถออกหมัดหนักตั้งแต่ยกแรก การชกครบ 12 ยกอาจเป็นความเสี่ยงต่อความปลอดภัย

JBC ยังเตรียมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากครูฝึกและผู้ดูแลนักมวย เพื่อหารือเรื่องวิธีลดน้ำหนักและการเตรียมร่างกายก่อนขึ้นชก โดยจะจัดการประชุมเชิงลึกด้านความปลอดภัยอีกครั้งในเดือนหน้า เพื่อหามาตรการระยะยาวลดความเสี่ยงการบาดเจ็บร้ายแรงในอนาคต

ผู้ประท้วงนับหมื่น!!...ลุกฮือในอิสราเอล ค้านแผน ‘เนทันยาฮู’ สั่งควบคุมฉนวนกาซา

(11 ส.ค. 68) Times of Israel รายงานว่า มีผู้ชุมนุมหลายพันคนในกรุงเทลอาวีฟและเมืองอื่น ๆ ของอิสราเอล รวมตัวประท้วงแผนการของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ที่ต้องการควบคุมแถบฉนวนกาซาอย่างเต็มรูปแบบ 

ก่อนหน้านี้ เนทันยาฮูประกาศว่า อิสราเอลตั้งใจจะสร้างเขตความมั่นคงในกาซาและส่งต่อการควบคุมให้กับรัฐบาลพลเรือนชุดใหม่ พร้อมยืนยันว่าอิสราเอลไม่มีแผนที่จะควบคุมพื้นที่นี้ระยะยาว ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียเตือนว่าแผนขยายปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลจะทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคแย่ลง

ทั้งนี้ ผู้ประท้วงในหลายเมืองเรียกร้องให้มีการเจรจาต่อรองเรื่องตัวประกันและหยุดยิง ก่อนที่อิสราเอลจะเริ่มปฏิบัติการควบคุมกาซา โดยครอบครัวของตัวประกันเรียกร้องให้มีการหยุดงานทั่วประเทศ เนื่องจากหวั่นว่าแผนดังกล่าวอาจนำไปสู่ความสูญเสียของคนที่รัก

ตั้งแต่เหตุการณ์โจมตีจรวดครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ทำให้อิสราเอลเปิดปฏิบัติการ “Iron Swords” พร้อมปิดล้อมฉนวนกาซาอย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสองฝ่ายหลายหมื่นคน และสถานการณ์ลุกลามขยายตัวจนกระทั่งเกิดการยิงขีปนาวุธไปมาระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน

จีนกดดันสหรัฐฯ ลดข้อจำกัดส่งออกชิป AI แลกข้อตกลงการค้า ก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำ

(11 ส.ค. 68) สำนักข่าวไฟแนนเชียลไทมส์รายงานว่า จีนต้องการให้สหรัฐฯ ผ่อนคลายมาตรการควบคุมการส่งออกชิปที่สำคัญต่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงทางการค้า เส้นตายในวันที่ 12 ส.ค. นี้ ก่อนการประชุมสุดยอดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

แหล่งข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่จีนได้แจ้งผู้เชี่ยวชาญในกรุงวอชิงตันว่า ปักกิ่งต้องการให้รัฐบาลสหรัฐฯ ลดข้อจำกัดในการส่งออกชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (High-Bandwidth Memory: HBM) ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการประมวลผลด้าน AI โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับหน่วยประมวลผลกราฟิกของบริษัท Nvidia

จีนกังวลว่ามาตรการควบคุมชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูงของสหรัฐฯ จะกระทบต่อความสามารถของบริษัทจีน เช่น หัวเว่ย ในการพัฒนาชิป AI ของตนเอง ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าจำกัดการส่งออกชิประดับสูงเพื่อสกัดความก้าวหน้าในด้าน AI และการพัฒนาทางทหารของจีน

อย่างไรก็ตาม แม้มาตรการดังกล่าวจะกระทบต่อโอกาสทางการตลาดของบริษัทชิปสหรัฐฯ ในจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดเซมิคอนดักเตอร์ใหญ่ที่สุดของโลก แต่จีนก็ยังคงเป็นแหล่งรายได้สำคัญของผู้ผลิตชิปอเมริกัน

‘จีน – รัสเซีย – เมียนมา’ กับความเป็นจริง ที่สื่อกล่าวหาว่า ‘เลือกข้างเขมร’ ‘คิด – วิเคราะห์ – แยกแยะ’ ทฤษฎีสมคบคิด รู้ไว้ใช่ว่า เผื่อจะตาสว่างขึ้น

(11 ส.ค. 68) ช่วงที่ผ่านมาหลายคนน่าจะได้ยินข่าวเรื่องที่จีนเอย รัสเซียเอย หรือแม้กระทั่งเมียนมา เลือกข้างฝั่งกัมพูชา แรกๆเอย่าก็เชื่อไปตามข่าวนั้นนะแต่พออเมริกาเข้ามาห้ามศึกในสงครามระหว่างไทย_กัมพูชา พร้อมกับการประกาศภาษีทรัมป์บ้าของไทยกับกัมพูชาในอัตราเท่ากัน มันก็ออกจะดูแปลกๆไปหน่อยไหม...

เอาเป็นว่าวันนี้เอย่าจะมาเล่าเรื่องที่ได้ยินมาอีกมุมแล้วให้ผู้อ่านได้คิด วิเคราะห์ แยกแยะ กันดู  มันอาจจะเป็นทฤษฎีสมคบคิดก็เป็นได้ แต่รู้ไว้ใช่ว่าเผื่อจะตาสว่างขึ้น

เรื่องมีอยู่ว่าตั้งแต่วันแรกของสงครามไทย-กัมพูชา มีเครื่องบินลำหนึ่งออกจากพนมเปญเพื่อจะไปลงที่ปักกิ่ง  แต่ทางจีนไม่อนุญาตให้เครื่องนี้ลง  เครื่องบินลำดังกล่าวจึงเบนหัวไปลงที่เกาหลีใต้  จากนั้นเครื่องเทคออฟต่อจากเกาหลีใต้ไปลงที่ฟิลิปปินส์ก่อนจะกลับมายังพนมเปญ

คำถามคือ
1. ทำไมทางการจีนไม่ต้อนรับเครื่องบินลำนี้
2. การที่บินมาลงที่เกาหลีใต้อาจจะพอเข้าใจได้ว่าเลือกประเทศภาคพื้นเพื่อเติมน้ำมัน  แต่การที่บินจากเกาหลีใต้ไปต่อยังฟิลิปปินส์ที่เป็นขี้ข้าอเมริกา นั่นเป็นการสื่อสารว่ามีการคุยกันหลังจากนั้นหรือเปล่า

มีนักทฤษฎีสมคบคิดวิเคราะห์เหตุการณ์นี้ว่า  ถ้าคิดแบบเรียบๆง่ายๆคือจีนเลือกไทยดังนั้นจีนจึงเลือกตัดไมตรีกับกัมพูชา ส่งผลให้กัมพูชาเลือกอเมริกามาเป็นพวก

แต่ในขณะเดียวกันหากคิดแบบนักทฤษฎีสมคบคิดแล้วละก็ เขาจะบอกว่าทั้งหมดนี้เป็นแผนของ CIA ให้เปิดประเด็นกับไทยโดยอ้างเรื่องเขตแดนตรงปราสาทตาเมือนธมและปราสาทตาควาย ซึ่งฝั่งรัฐบาลไทยก็พร้อมให้

สนับสนุนแผนนี้อยู่แล้ว เพื่อให้สถานการณ์ลุกลามจนมีการปักปันเขตแดนใหม่รวมถึงชายแดยบริเวณเกาะกูด-เกาะกงด้วย ซึ่งหนึ่งในผู้รับประโยชน์ตรงนี้คงไม่พ้นต้องมีบริษัทสัญชาติอเมริกันเข้าไปกินโต๊ะด้วยอย่างแน่นอน  อย่างไรก็ตามทางอเมริกาน่าจะมีแผนลับในใจไว้แล้วคือหากการเจรจาบนโต๊ะไม่เป็นผลอเมริกาก็จะใช้แผนกดดันทางเศรษฐกิจอย่างที่เราทราบมาห้ามทัพ  เพื่อเชิดหน้าว่าฉันคือฮีโร่ตำรวจโลกพร้อมกับเสนอส่งกองทัพมาประจำในกัมพูชาเพื่อคานอำนาจจีน

คาดว่าแผนนี้ทางจีนน่าจะล่วงรู้ก่อนและน่าจะเป็นฝ่ายเลือกจะตัดความสัมพันธ์กับทางกัมพูชาโดยสมบูรณ์นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทางกัมพูชาเลือกจะบินไปลงเกาหลีใต้และฟิลิปปินส์ตามที่เล่าไปข้างต้น

ส่วนทางรัสเซียที่สื่อพยายามจะโยงกัน เอาตรงๆจนถึงวันนี้ก็ยังไม่เห็นรัฐบาลรัสเซียออกมาถือหางอะไรทางกัมพูชาเลยมีแต่ข่าวที่สำนักข่าว TASS ของรัสเซียรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคมว่ามาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายหลีกเลี่ยงการยกระดับสถานการณ์และเข้าสู่การเจรจาเพื่อแก้ไขความขัดแย้งเท่านั้น

ส่วนฝั่งเมียนมานั้นยิ่งกว่า โดยไม่มีการประกาศอะไรออกมาเลยจากรัฐบาลกองทัพเมียนมาว่ายืนหยัดข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพราะสถานการณ์ในประเทศตนก็ไม่ใช่ว่าจะสงบ  ส่วนทางคนเมียนมาในไทยนี่ถึงขั้นด่าส่วนชาวโซเชียลขแมร์ว่าอย่าดึงคนพม่าไปเกี่ยวข้องด้วย เมียนมาไม่ได้มีความขัดแย้งกับไทย

จากทั้งหมดนี้เอย่าว่าเราควรจะฟังหูไว้หูนะการรับรู้ข่าวจากสื่ออาจจะต้องพิจารณาด้วยว่าสื่อที่นำมาเสนอนั้นเป็นของฝ่ายใดเพราะปัจจุบันนี้สื่อคือเครื่องมือชนิดหนึ่งที่สร้างความเข้าใจผิดในสังคม

ว่าไปแล้วเอย่าว่าเราควรมาจับจ้องสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ (9 สิงหาคม) ดีกว่า มีข่าวว่ากองร้อย KTLA ของนายพลเนอดา ยึดท่อแก๊สไทย-เมียนมาฝั่งตรงข้ามจังหวัดกาญจนบุรีพร้อมกับขู่ว่าจะระเบิดทิ้ง  มีข่าวมาว่างานนี้กองทัพเมียนมาไฟเขียวให้ฝั่งไทยจัดการเอง เพราะตอนนี้นายพลเนอดาก็อยู่ในประเทศไทย เพียงแต่ว่ากองทัพไทยจะกล้าพอที่จะจัดการจบปัญหานี้ไหมมากกว่า ได้ข่าวว่านายพลเนอดาสนิทกับคนใหญ่คนโตในกองทัพไทยและ CIA หลายคนรวมถึง เดวิด อูแบงก์ผู้นำของ Free Burma Ranger ด้วยนี่ ถ้าทางการไทยจับได้คงมีข่าวให้นำเสนอกันอีกยาวละคราวนี้

‘มุฮัมหมัด ซาลาฮ์’ ตั้งคำถาม เหตุใด เปลเล่ห์ ปาเลสไตน์ ถึงถูกฆ่า!!

(10 ส.ค. 68) นักฟุตบอลชื่อดังที่ถูกเรียกว่า “เปลเล่ห์ ปาเลสไตน์” ได้เสียชีวิตในฉนวนกาซา เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2025

สุไลมาน โอเบด วัย 41 ปี ซึ่งเคยรับหน้าที่เป็นกัปตันทีมชาติปาเลสไตน์ ถูกทหารอิสราเอลยิงเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือด้านมนุยธรรมในพื้นที่ฉนวนกาซา

เขาเป็นหนึ่งในนักกีฬาและเยาวชนหลายร้อยคนที่เสียชีวิตจากการโจมตีครั้งนี้

โอเบด เคยมีบทบาทสำคัญในทีมชาติ และเป็นที่รู้จักในวงการฟุตบอลของปาเลสไตน์

หมดยุคลุง ‘ลีกาชิง’ ปิดฉาก!! ยุคทุนผูกขาดฮ่องกง วันนี้… ลมแห่งโอกาส ไม่พัดมาทางนี้ อีกแล้ว

(10 ส.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘สะใภ้จีนbyฮูหยินปักกิ่ง’ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ‘ฮ่องกง’ โดยมีใจความว่า ...

ลุงลีกาชิง จากชายขายดอกไม้พลาสติก → เจ้าพ่ออสังหาฯ และสาธารณูปโภค → สัญลักษณ์ทุนผูกขาดฮ่องกง วันนี้… ลมแห่งโอกาส ไม่พัดมาทางนี้อีกแล้ว

ในอดีตฮ่องกง มีคำพูดหนึ่งที่คนท้องถิ่นเข้าใจกันดีว่า“คนฮ่องกง ตั้งแต่เกิดจนตาย ไม่มีวันหนีพ้นตระกูลลี” 

(คุ้นๆกับอาณาจักรSamsungในเกาหลีใต้ไหม) เพราะทุกสิ่งในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่บ้านที่อยู่ น้ำที่ดื่ม ไฟที่ใช้ โทรศัพท์ที่ต่อ จนถึงผ้าอ้อมเด็กที่คุณซื้อจากซูเปอร์มาร์เก็ต — เบื้องหลังอาจมีชื่อของ “ลี กา-ชิง” และเครือธุรกิจของเขาอยู่ทั้งนั้น

แต่วันนี้…ผู้ชายที่เคยเป็นเสมือนเข็มทิศเศรษฐกิจของฮ่องกงกำลังถอยออกจากเวทีอย่างเงียบๆจ้า โดยส่งสัญญาผ่าน“ตำแหน่ง” และ “กองสมบัติ”ที่ตระกูลนี้เคยถืออยู่ เมื่อปีนี้รัฐบาลฮ่องกงประกาศรายชื่อ คณะที่ปรึกษาพิเศษ — กลุ่มสมองและอิทธิพลสูงสุดที่ช่วยออกแบบนโยบายให้ผู้ว่าฯฮ่องกง
โดยปกติจะมีรายชื่อของ34 คนดังที่มีอิทธิพลสูงสุดในฮ่องกง ซึ่งในปีนี้นอกจากตำแหน่งของผู้ที่เสียชีวิตและเกษียณ ทุกคนได้ต่อวาระหมดยกเว้น… “ลี เจ๋อ-กี” ลูกชายคนโตทายาทของลุงLeeที่ถูกตัดออกแบบเฉพาะเจาะจง

ต่อมาไม่นานฮูหยินก็เริ่มเห็นข่าวตระกูลลีเทขายสมบัติรัว ๆ เช่น
• ช่วงพ.ค. ลดราคาคอนโดหรูในปักกิ่ง 30% หลังถือไว้นาน 23 ปี
• ช่วงก.ค. ปล่อยบ้านใน Greater Bay Area 400 ยูนิต ลดเหลือ 60% ของราคาเดิม ต่ำสุดราว 40 ล้านบาท หรือ
• กระทั่ง “บ้านแต่งงาน” ของลุงLee ที่เคยลั่นว่า “ไม่มีวันขาย” ก็มีข่าวลือว่ากำลังปล่อย 50,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (แม้ลูกชายจะออกมาปฏิเสธ แต่กระแสสงสัยก็แรงเกินห้าม)

จากจุดเริ่มต้นของลุงLee คือการขาย “ดอกไม้พลาสติก”จนปี 1967 เกิดวิกฤติอสังหาฯ ราคาที่ดินร่วงแรง คนเทขายกัน แต่เขากลับสวนกระแสกว้านซื้อไว้ไม่กี่ปีให้หลังที่ดินเหล่านั้นราคาพุ่ง 20 เท่า — ทำให้เขาเห็นชัดว่า“ทำโรงงานสู้เก็งที่ไม่ไหว”จากนั้น ลุงLeeก็ใช้สูตรเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก — ซื้อถูก+เก็บยาว+ปล่อยเช่าหรือขายกำไรทีหลัง เมื่อฮ่องกงเริ่มไม่มีช่องเก็งกำไร เขาก็ยกโมเดลนี้ไปเล่นในจีนแผ่นดินใหญ่ด้วยจ้า โดยเลือกเล่นงานเมืองใหญ่ทีละเมือง
แต่รู้ไหมว่า กิจการของลุงLeeไม่ได้แค่ผูกขาดชีวิตประจำวันจ้า เขาไม่ได้หยุดที่อสังหาฯหรอกนะ แต่เขาเล็งไปที่สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเลย — น้ำ ไฟ โทรคมนาคม ท่าเรือ เพราะรู้ว่า ถ้าผูกขาดได้ก็เท่ากับ “นอนรอเงิน” 

(โดยในยุคนั้นฮ่องกงยังอยู่ใต้การปกครองอังกฤษ ทรัพยากรเหล่านี้ถูกทุนอังกฤษครองจนปี 1979 อังกฤษเริ่มมองหาคนท้องถิ่นที่คิดแบบทุนตะวันตกมารับช่วงและลี กา-ชิง ที่เติบโตภายใต้ระบบอังกฤษก็ลงล็อกพอดีด้วย+มีแรงหนุนจากกลุ่มธนาคาร HSBCเป็นหลัก) 
ผลลัพธ์คือ ฮ่องกงกลายเป็นเมืองที่ถูกทุนอสังหาฯ จับตัวประกัน 

ทั้งบ้านแพงติดอันดับโลก 

ของกินของใช้ก็ราคาโหด 

ประชาชนทำงานทั้งชีวิตยังซื้อบ้านไม่ได้

ซึ่งจริงๆปัญหานี้ รัฐบาลฮ่องกงมีแผนที่จะต้องแก้ และมีนโยบายที่จะเปลี่ยนให้เกาะฮ่องกงเป็นเมืองเทคโนโลยี

แต่…ในช่วงที่ฮ่องกงตั้งใจจะเปลี่ยนตัวเองเป็น “เมืองเทคโนโลยี” ผ่านโครงการCyberportที่รัฐบาลต้องการให้เป็นศูนย์บ่มเพาะสตาร์ทอัพแบบ Silicon Valley ดีลนี้กลับกลายเป็นโอกาสที่ลูกชายคนเล็กของลุงLeeใช้โอกาสในการฮุบที่ดิน แล้วแปลงเป็นอสังหาฯ หรูพื้นที่เพื่อเทคโนโลยีจริงๆเหลือเพียงเศษเสี้ยว และในหลายสิบปีที่ลุงLeeทำเงินมหาศาลจากฮ่องกง ซึ่งพอรัฐบาลจีนเข้ามาควบคุมฮ่องกงอย่างหนัก สุดท้ายทุนหลักๆกลับย้ายหนีกลับไปอังกฤษ และก็ทำให้พบว่า ตลอดระยะเวลาที่กลุ่มทุนใหญ่ครอบงำฮ่องกง … ที่ผ่านฮ่องกงไม่ได้รับการลงทุนในด้านเทคโนโลยีหรือสาธารณูปโภคอย่างที่ควร 

(ในมุมนี้ สื่อตะวันตกอาจจะเสนออีกมุม ต้องคิดกันเองจ้า)

ส่วนเรื่องการหยุดขายท่าเรือในคลองปานามาของลุงLeeที่เป็นกระแสโด่งดังก่อนหน้านี้ ที่ต้องหยุดฉะงักลง เพราะเป็นการสั่งเหยียบเบรคอย่างแรงจากแผ่นดินใหญ่ ท่าเรือในคลองปานามาและอีกกว่า 23 ประเทศเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของโลก ซึ่งจีนไม่อยากโดนล้อมโดยสหรัฐฯแน่ คนในแผ่นดินใหญ่มองว่าเขาเป็นคนขายชาติ เป็นคนฝั่งอังกฤษไปแล้ว แน่นอนผลกระทบจากเรื่องนี้ ก็ทำให้การขยับเขยื้อนของลุงLeeถูกทางการจีนเพ่งเล็งแบบขีดสุด ต่อแต่นี้ไป เขาจะทำอะไร ขยับไปทางไหนก็คงยากขึ้น

ครั้งหนึ่ง คนฮ่องกงเคยเชื่อว่า “ตามลุงLeeไป ก็เจอโอกาส”แต่วันนี้ ลมแห่งโอกาส ไม่พัดไปทางนั้นแล้ว บางคนคิดว่านี่ไม่ใช่แค่การปิดฉากของมหาเศรษฐีคนหนึ่งแต่เป็นการสิ้นสุดของยุค “ทุนผูกขาด – เก็งกำไร – เก็บค่าเช่า” ที่เคยครอบงำเกาะฮ่องกงมาตลอด

Geely ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีน ปล่อยดาวเทียม 11 ดวง

(10 ส.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

ผู้ผลิตรถยนต์จีนก็ผลิตดาวเทียมเช่นกัน เมื่อคืนที่ผ่านมา มีการปล่อยดาวเทียม 11 ดวงจากทะเลในเกาะรื่อจ้าวของจีนอีกครั้ง

ดาวเทียมเหล่านี้มาจากบริษัทเอกชนจีนในเครือของ Geely และจะทำหน้าที่ระบุตำแหน่ง สื่อสาร และสนับสนุนการขับเคลื่อนอัตโนมัติสำหรับ EV ของ Geely

ด้วยการเปิดตัวครั้งนี้ Geely ได้ปล่อยดาวเทียมไปแล้ว 41 ดวง และจำนวนดาวเทียมทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นเป็น 64 ดวงภายใน 2 เดือนข้างหน้า

เปิดศึกคู่ใหม่ในอาเซียน ‘อินโดนีเซีย – มาเลเซีย’ พิพาท!! แหล่งน้ำมันอัมบาลัต ในทะเลสุลาเวสี

(10 ส.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

เปิดศึกคู่ใหม่ใน #อาเซียน 
ระหว่าง #อินโดนีเซีย กับ #มาเลเซีย 

มีข้อพิพาทเรื่องแหล่งน้ำมันอัมบาลัตในทะเลสุลาเวสี ทั้งมาเลเซียและอินโดนีเซียต่างอ้างกรรมสิทธิ์ในพื้นที่อันอุดมไปด้วยทรัพยากร

ด้านประธานาธิบดีอินโดนีเซีย พลเอก ปราโบโว ซูเบียนโต ให้ความมั่นใจว่าข้อพิพาทระหว่างเกาะสุลาเวสีและทะเลอัมบาลัตจะได้รับการแก้ไขด้วยการทูตและวิธีการที่สันติที่สุด

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากเกิดการทะเลาะวิวาทครั้งใหญ่บนโซเชียลมีเดียระหว่างชาวมาเลเซียและชาวอินโดนีเซีย หลังจากที่วิสมาปูตราประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ว่าจะเปลี่ยนชื่อเมืองอัมบาลัตเป็นทะเลสุลาเวสี

ชาวอินโดนีเซียบางคนตะโกนคำขวัญต้องการทำสงครามกับมาเลเซีย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของอินโดนีเซียประกาศว่าการหารือทางการทูตขั้นสูงสุดยังคงดำเนินต่อไปเพื่อกำหนดการจัดการน้ำมันและก๊าซในพื้นที่ทะเลสุลาเวสี

ดร.เลอพงษ์ ชี้!! ทรัมป์หวังโนเบลสันติภาพ แต่หนุนอาวุธให้อิสราเอลถล่มกาซา

(9 ส.ค. 68) ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด นายกสมาคมนักเรียนเก่าไทย-อิหร่าน ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดยมีใจความว่า ...

ทรัมป์พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพยกเว้น #ปาเลสไตน์

นายกรัฐมนตรีอาร์เมเนีย นิโคล ปาชินยัน และประธานาธิบดีอาเซอร์ไบจาน อิลฮัม อาลิเยฟ ร่วมลงนามสันติภาพอย่างเป็นทางการ ณ ทำเนียบขาวเมื่อคืนที่ผ่านมา 8 สิงหาคม 

การนำสองชาติที่เป็นคู่อริหลายทศวรรษมาเพื่อประชุมสันติภาพถือเป็นความพยายามทางการทูตของทรัมป์ และเป็นการลดบทบาทรัสเซียทางอ้อมเพื่อหวังผลประโยชน์ทางภูมิรัฐศาสตร์

โดยนายกฯอาร์เมเนียกล่าวว่า "ความพยายามไกล่เกลี่ยของทรัมป์สมควรได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เหมือนที่ฮุนมาเนตจากเขมรได้กล่าวไปก่อนหน้า

#แต่ทรัมป์คนนี้กับส่งอาวุธให้อิสราเอลฆ่าผู้บริสุทธิ์ทุกวันในฉนวนกาซา

‘ทรัมป์’ จี้ ‘ลิป บู ตัน’ ซีอีโอ Intel ต้องลาออก อ้างมีความเกี่ยวพันกับจีน!! หวั่นกระทบความมั่นคงอเมริกา

(8 ส.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้ นายลิป บู ตัน (Lip Bu Tan) ซีอีโอของบริษัท Intel ลาออกจากตำแหน่งทันที โดยอ้างว่าเขามี “ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ร้ายแรง” และมีความเกี่ยวพันกับจีน ซึ่งอาจกระทบต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่มีความสำคัญระดับยุทธศาสตร์ชาติ

ทรัมป์โพสต์บน Truth Social ว่า “ไม่มีทางเลือกอื่น ซีอีโอของ Intel ต้องลาออกเดี๋ยวนี้” พร้อมโยงถึงการที่นายตันเคยบริหาร Cadence Design Systems ซึ่งถูกปรับ 140 ล้านดอลลาร์ จากการฝ่าฝืนคำสั่งห้ามทำธุรกิจกับสถาบันวิจัยทหารของจีน แม้ตัวนายตันจะไม่ได้ถูกฟ้องร้องโดยตรงก็ตาม

Intel ออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า บริษัทและคณะกรรมการ รวมถึงซีอีโอ “ยึดมั่นในผลประโยชน์ของชาติและเศรษฐกิจอเมริกัน” และกำลังลงทุนครั้งใหญ่ในสหรัฐฯ ตามนโยบาย America First ของรัฐบาลทรัมป์ โดยยืนยันว่าการดำเนินงานสอดคล้องกับกฎระเบียบด้านความมั่นคง

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายมองว่า ทรัมป์อาจใช้กรณีนี้เพื่อกดดัน Intel ในเรื่องอื่น เช่น การร่วมมือกับ TSMC ของไต้หวัน หรือความล่าช้าในการขยายกำลังการผลิตในสหรัฐฯ ที่ได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐหลายพันล้านดอลลาร์

กรณีนี้เกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐฯ พยายามตัดสัมพันธ์ด้านเทคโนโลยีกับจีนมากขึ้น ทั้งจากฝั่งเดโมแครตและรีพับลิกัน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมชิปที่ถือเป็นหัวใจของการแข่งขันระดับโลก ท่ามกลางความกังวลว่า “ผู้นำทางธุรกิจ” ต้องโปร่งใสและเชื่อถือได้ในยุคสงครามเทคโนโลยีนี้

ทรัมป์ ลั่น!! เที่ยงคืน เก็บภาษีศุลกากร หลายพันล้านดอลลาร์ เข้าสหรัฐฯ

(9 ส.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

ทรัมป์โพสต์ผ่านโซเชียลว่า

“เที่ยงคืนแล้ว!!! ภาษีศุลกากรมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์กำลังไหลเข้าสหรัฐอเมริกา!”

แต่ข้อเท็จจริงคือ 

“บริษัทนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯต่างหาก ที่เป็นผู้จ่ายภาษีศุลกากร ดังนั้นจึงไม่มีเงินไหลเข้ามายังสหรัฐฯ 
มีแต่เงินไหลจากบริษัทอเมริกัน (ซึ่งในที่สุดก็คือผู้บริโภคชาวอเมริกันนั่นเองที่เป็นผู้จ่าย) ไปยังรัฐบาล”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top