‘จีน – รัสเซีย – เมียนมา’ กับความเป็นจริง ที่สื่อกล่าวหาว่า ‘เลือกข้างเขมร’ ‘คิด – วิเคราะห์ – แยกแยะ’ ทฤษฎีสมคบคิด รู้ไว้ใช่ว่า เผื่อจะตาสว่างขึ้น

(11 ส.ค. 68) ช่วงที่ผ่านมาหลายคนน่าจะได้ยินข่าวเรื่องที่จีนเอย รัสเซียเอย หรือแม้กระทั่งเมียนมา เลือกข้างฝั่งกัมพูชา แรกๆเอย่าก็เชื่อไปตามข่าวนั้นนะแต่พออเมริกาเข้ามาห้ามศึกในสงครามระหว่างไทย_กัมพูชา พร้อมกับการประกาศภาษีทรัมป์บ้าของไทยกับกัมพูชาในอัตราเท่ากัน มันก็ออกจะดูแปลกๆไปหน่อยไหม...

เอาเป็นว่าวันนี้เอย่าจะมาเล่าเรื่องที่ได้ยินมาอีกมุมแล้วให้ผู้อ่านได้คิด วิเคราะห์ แยกแยะ กันดู  มันอาจจะเป็นทฤษฎีสมคบคิดก็เป็นได้ แต่รู้ไว้ใช่ว่าเผื่อจะตาสว่างขึ้น

เรื่องมีอยู่ว่าตั้งแต่วันแรกของสงครามไทย-กัมพูชา มีเครื่องบินลำหนึ่งออกจากพนมเปญเพื่อจะไปลงที่ปักกิ่ง  แต่ทางจีนไม่อนุญาตให้เครื่องนี้ลง  เครื่องบินลำดังกล่าวจึงเบนหัวไปลงที่เกาหลีใต้  จากนั้นเครื่องเทคออฟต่อจากเกาหลีใต้ไปลงที่ฟิลิปปินส์ก่อนจะกลับมายังพนมเปญ

คำถามคือ
1. ทำไมทางการจีนไม่ต้อนรับเครื่องบินลำนี้
2. การที่บินมาลงที่เกาหลีใต้อาจจะพอเข้าใจได้ว่าเลือกประเทศภาคพื้นเพื่อเติมน้ำมัน  แต่การที่บินจากเกาหลีใต้ไปต่อยังฟิลิปปินส์ที่เป็นขี้ข้าอเมริกา นั่นเป็นการสื่อสารว่ามีการคุยกันหลังจากนั้นหรือเปล่า

มีนักทฤษฎีสมคบคิดวิเคราะห์เหตุการณ์นี้ว่า  ถ้าคิดแบบเรียบๆง่ายๆคือจีนเลือกไทยดังนั้นจีนจึงเลือกตัดไมตรีกับกัมพูชา ส่งผลให้กัมพูชาเลือกอเมริกามาเป็นพวก

แต่ในขณะเดียวกันหากคิดแบบนักทฤษฎีสมคบคิดแล้วละก็ เขาจะบอกว่าทั้งหมดนี้เป็นแผนของ CIA ให้เปิดประเด็นกับไทยโดยอ้างเรื่องเขตแดนตรงปราสาทตาเมือนธมและปราสาทตาควาย ซึ่งฝั่งรัฐบาลไทยก็พร้อมให้

สนับสนุนแผนนี้อยู่แล้ว เพื่อให้สถานการณ์ลุกลามจนมีการปักปันเขตแดนใหม่รวมถึงชายแดยบริเวณเกาะกูด-เกาะกงด้วย ซึ่งหนึ่งในผู้รับประโยชน์ตรงนี้คงไม่พ้นต้องมีบริษัทสัญชาติอเมริกันเข้าไปกินโต๊ะด้วยอย่างแน่นอน  อย่างไรก็ตามทางอเมริกาน่าจะมีแผนลับในใจไว้แล้วคือหากการเจรจาบนโต๊ะไม่เป็นผลอเมริกาก็จะใช้แผนกดดันทางเศรษฐกิจอย่างที่เราทราบมาห้ามทัพ  เพื่อเชิดหน้าว่าฉันคือฮีโร่ตำรวจโลกพร้อมกับเสนอส่งกองทัพมาประจำในกัมพูชาเพื่อคานอำนาจจีน

คาดว่าแผนนี้ทางจีนน่าจะล่วงรู้ก่อนและน่าจะเป็นฝ่ายเลือกจะตัดความสัมพันธ์กับทางกัมพูชาโดยสมบูรณ์นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทางกัมพูชาเลือกจะบินไปลงเกาหลีใต้และฟิลิปปินส์ตามที่เล่าไปข้างต้น

ส่วนทางรัสเซียที่สื่อพยายามจะโยงกัน เอาตรงๆจนถึงวันนี้ก็ยังไม่เห็นรัฐบาลรัสเซียออกมาถือหางอะไรทางกัมพูชาเลยมีแต่ข่าวที่สำนักข่าว TASS ของรัสเซียรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคมว่ามาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายหลีกเลี่ยงการยกระดับสถานการณ์และเข้าสู่การเจรจาเพื่อแก้ไขความขัดแย้งเท่านั้น

ส่วนฝั่งเมียนมานั้นยิ่งกว่า โดยไม่มีการประกาศอะไรออกมาเลยจากรัฐบาลกองทัพเมียนมาว่ายืนหยัดข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพราะสถานการณ์ในประเทศตนก็ไม่ใช่ว่าจะสงบ  ส่วนทางคนเมียนมาในไทยนี่ถึงขั้นด่าส่วนชาวโซเชียลขแมร์ว่าอย่าดึงคนพม่าไปเกี่ยวข้องด้วย เมียนมาไม่ได้มีความขัดแย้งกับไทย

จากทั้งหมดนี้เอย่าว่าเราควรจะฟังหูไว้หูนะการรับรู้ข่าวจากสื่ออาจจะต้องพิจารณาด้วยว่าสื่อที่นำมาเสนอนั้นเป็นของฝ่ายใดเพราะปัจจุบันนี้สื่อคือเครื่องมือชนิดหนึ่งที่สร้างความเข้าใจผิดในสังคม

ว่าไปแล้วเอย่าว่าเราควรมาจับจ้องสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ (9 สิงหาคม) ดีกว่า มีข่าวว่ากองร้อย KTLA ของนายพลเนอดา ยึดท่อแก๊สไทย-เมียนมาฝั่งตรงข้ามจังหวัดกาญจนบุรีพร้อมกับขู่ว่าจะระเบิดทิ้ง  มีข่าวมาว่างานนี้กองทัพเมียนมาไฟเขียวให้ฝั่งไทยจัดการเอง เพราะตอนนี้นายพลเนอดาก็อยู่ในประเทศไทย เพียงแต่ว่ากองทัพไทยจะกล้าพอที่จะจัดการจบปัญหานี้ไหมมากกว่า ได้ข่าวว่านายพลเนอดาสนิทกับคนใหญ่คนโตในกองทัพไทยและ CIA หลายคนรวมถึง เดวิด อูแบงก์ผู้นำของ Free Burma Ranger ด้วยนี่ ถ้าทางการไทยจับได้คงมีข่าวให้นำเสนอกันอีกยาวละคราวนี้


เรื่อง : AYA IRRAWADEE