Sunday, 5 July 2026
WORLD

‘เซเลนสกี้’ มีแผนสำรอง!! กรณี ‘ยูเครน’ แพ้สงครามที่สู้รบกับ ‘รัสเซีย’ ผู้เชี่ยวชาญ ชี้!! เตรียมลี้ภัยไปฝรั่งเศส หลังพบ มีบัญชีธนาคารในเครือรอธไชลด์

(22 ก.พ. 68) เพจ ‘Ethan Hunts’ ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า ...

นิวยอร์กโพสต์ อ้างแหล่งข่าววงใน เซเลนสกี้มีแผนสำรองกรณียูเครนแพ้สงครามลี้ภัยไปฝรั่งเศส 

ข่าวข้างต้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเมื่อติดตามความเคลื่อนไหวเมียเซเลนสกี้ นางโอเรน่า ซาเลนสก้า ในปี 2023 ไปเปิดบัญชีถึง 3 แห่งที่ธนาคารในเครือรอธไชลด์ ซึ่งเป็นบัญชีพิเศษที่ตรวจสอบไม่ได้

ด้วยอภินันทนาการจากมาครง บัญชีเหล่านั้นไม่สามารถตรวจสอบจากระบบธนาคารกลางของยุโรปอีกด้วย และแน่นอนถ้าขนาดยุโรปตรวจสอบไม่ได้ สหรัฐก็ไม่มีทางตามธุรกรรมจากบัญชีเหล่านี้ได้ด้วยเช่นกัน (อาจเป็นเรื่องบังเอิญที่มีเงินที่สหรัฐอ้างว่าส่งให้ยูเครนแล้ว แต่เซเลนสกี้แถลงว่าไม่รู้ว่าหายไปไหน)

จากข้อมูลข้างต้น สื่อฯจึงกล้าฟันธงที่ที่เซเลนสกี้และครอบครัว จะใช้เป็นที่ลี้ภัย ถ้าถึงตอนนั้นยังมีชีวิตอยู่จนถึงเมื่อสงครามจบลง ต้องเป็นยุโรป และให้เจาะจงกว่านั้นคือฝรั่งเศส

‘โดนัลด์ ทรัมป์’ สั่งปลด!! ‘ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม’ เพื่อกำจัด!! ผู้นำที่สนับสนุน ‘ความหลากหลาย’ ในกองทัพ

(22 ก.พ. 68) เพจ ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

อวสานของ #Woke ในกองทัพ #สหรัฐฯ

Woke is dead. 

ทรัมป์สั่งปลดพลเอก ชาร์ลส์ คิว. บราวน์ ออกจากตำแหน่ง 'ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม' ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นนักบินขับไล่ที่สร้างประวัติศาสตร์และเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการยอมรับ โดยเป็นการปลดออกนี้เป็นส่วนหนึ่งของทรัมป์ในโครงการกำจัดผู้นำที่สนับสนุนความหลากหลายในกองทัพ พร้อมเสนอชื่อพลโทกองทัพอากาศ แดน 'ราซิน' เคน ให้เป็นประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม มาดำรงตำแหน่งแทน

ทรัมป์ยกย่องเคนว่าเป็น 'นักรบ' และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงแห่งชาติที่มีบทบาทสำคัญในการปราบกลุ่ม #IS #ISIS ได้อย่างรวดเร็ว

การเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงความเป็นผู้นำทางทหาร โดยทรัมป์เน้นย้ำถึงความแข็งแกร่ง การประสานงานระหว่างหน่วยงาน และลำดับความสำคัญด้านการป้องกันประเทศแบบ 'อเมริกาต้องมาก่อน' 'America First' 

“During my first term, Razin was instrumental in the complete annihilation of the ISIS caliphate. It was done in record setting time, a matter of weeks.

Many so-called military "geniuses" said it would take years to defeat ISIS. General Caine, on the other hand, said it could be done quickly, and he delivered.”

‘สหรัฐอเมริกา’ ใช้!! ‘ยูเครน’ จนหมดประโยชน์ ก่อนเขี่ยทิ้ง แบบไร้ค่า ชี้!! เปลี่ยนผู้นำ เปลี่ยนนโยบาย ทิ้ง ‘เซเลนสกี้’ ให้กลายเป็น ‘ตัวตลก’

(22 ก.พ. 68) เพจ ‘สานต่อเจตนารมณ์ อาจารย์สมเกียรติ โอสถสภา’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

จากพัฒนาการล่าสุดในสงครามรัสเซีย-ยูเครน เห็นได้ชัดว่าทุกอย่างที่กำลังเกิดขึ้นเป็นไปตามที่เพจนี้เขียนเอาไว้ตั้งแต่สองปีที่แล้ว

กล่าวคือเมื่อสหรัฐเปลี่ยนผู้นำใหม่ก็เปลี่ยนนโยบายใหม่ ประเทศที่ได้รับการสนับสนุนให้เป็นสนามรบหรือดำเนินการสงครามตัวแทนภายใต้รัฐบาลหนึ่ง สามารถถูกสหรัฐทิ้งแบบไร้ค่าภายใต้รัฐบาลใหม่

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วกับประเทศไทยในยุคสงครามเวียดนาม นี่คือบทเรียนที่เพจใช้เป็นหนึ่งใน argument ในการดึงโทนี่กลับมาจัดตั้งรัฐบาลอนุรักษ์นิยม เพื่อยับยั้งสีส้มที่ในขณะนั้นมีแนวทางพาประเทศไทยเข้าสู่การเป็นสนามรบและเบี้ยในสงครามตัวแทนของสหรัฐกับจีน

จะให้ตั้งฐานทัพสหรัฐในไทยมายันกับฐานทัพเรือจีนในเขมรอะไรใช่มั๊ย ประเทศไทยตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงจะได้เป็นยูเครน 2 มากในห้วงเวลานั้น สุ่มเสี่ยงมากที่จะถูกใช้แล้วทิ้ง

จากทุกอย่างที่ทรัมป์และ J D Vance พูดออกมาในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่าทั้ง ปธน. และ รอง ปธน. สหรัฐตามอ่านเพจนี้อย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา 2 ปี ทั้งสองท่านพูดและทำตามที่เพจนี้เขียนเอาไว้ทุกอย่าง ยูเครนถูกทิ้งแบบเบี้ยที่หมดประโยชน์ ยุโรปถูกด่าว่าโว๊คและโง่ เซเลนสกี้ถูกด่าว่าเป็นตัวตลกสิ้นคิดเห็นแก่เงิน ด่าตามบทความและคอมเม้นต์ของลูกเพจ เพจนี้ทุกอย่าง

พวกเราคือผู้นำทางความคิดของรัฐบาลสหรัฐที่มาก่อนกาลถึงสองปี 

‘โฆษก ก.ต่างประเทศจีน’ แถลง!! กรณีมีการส่งตัวชาวจีนจากประเทศ ‘เมียนมา’ เผย!! กำลังเดินหน้า ความร่วมมือในระดับภูมิภาค เพื่อปราบ ‘แก๊งคอลเซ็นเตอร์’

(22 ก.พ. 68) Chinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้โพสต์คลิป โดยมีใจความว่า ...

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน นายกัว เจียคุณ ได้กล่าวแถลง กรณี การส่งตัวชาวจีน จาก ‘เมียวดี’ ในประเทศ ‘เมียนมา’ ว่าประเทศจีน กำลังร่วมมือกับไทย เมียนมา และประเทศอื่น ๆ ผ่านความร่วมมือ ทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี โดยใช้มาตรการที่ครอบคลุม เพื่อแก้ไขปัญหาในระยะสั้นและในระยะยาว เพื่อปิดกั้นช่องทาง ใช้ก่ออาชญากรรม ในประเทศที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันปราบปราม แก๊งฉ้อโกงและการพนันออนไลน์ ปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย ในการติดต่อแลกเปลี่ยนกัน ระหว่างประเทศในภูมิภาค

เจาะ 3 วิธีแนวทาง ‘กลืนชาติ’ ของต่างด้าวในไทย ใช้เวลาบ่มเพาะ นานนับสิบปี รุกพื้นที่!! สร้างสังคมชนชาติ ขึ้นมาในชุมชน ใช้ความเหมือนทางวัฒนธรรม

ช่วงนี้กระแสต่างด้าวเข้ามากลืนชาติ แย่งธุรกิจคนไทยได้ลุกลามบานปลายนอกจากประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงมาสู่แนวทางอื่น ๆ แล้ว วันนี้เอย่าขอเสนอวิธีกลืนชาติของต่างด้าวแบบต่าง ๆ มาให้อ่านกัน

วิธีที่ 1 รุกพื้นที่ขยายเผ่าพันธุ์ วิธีนี้เป็นวิธีที่ประเทศรอบบ้านเราใช้โดยการเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย จับจองพื้นที่ และออกลูกหลานจากนั้นให้ลูกหลานพยายามได้สัญชาติไทย หรืออย่างน้อยก็ทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้ได้บัตรประชาชนไทยมา ซึ่งล่าสุดเอย่าได้ข่าวว่าราคาซื้อขายบัตรประชาชนแถว อ. พบพระและ อ. ท่าสองอย่างราคาดีดขึ้นจากเดิมที่เคยมีกลุ่ม CDM และ PDF หนีเข้ามาไทย หลังจีนเทาถูกปราบปรามอย่างหนักทำให้ทั้งจีนเทาและพม่าเทาหนีมาเอาบัตรไทยแลนด์เป็นอันมาก

วิธีที่ 2 สร้างสังคมของชนชาติขึ้นมาในชุมชน ดังที่เกิดขึ้นกับชาวยิวใน อ. ปาย หรือกลุ่มจีนเทาในเมืองใหญ่ โดยกลุ่มนี้มีเงินจะเอาเงินจ้างนอมินีแล้วใช้นอมินีมาซื้อทรัพย์สินและเริ่มการลงทุนจากนั้นก็จะหาวิธีติดสินบนรัฐเพื่อให้ได้มาซึ่งสัญชาติไทยอีกที หรือเพื่อจุดประสงค์คืออยู่ไทยได้นานขึ้น

วิธีที่ 3 คือใช้ที่วิธีกล่อมโดยใช้ความเหมือนทางภาษา วัฒนธรรมและศาสนามาเป็นตัวทำให้ชุมชนยอมรับและช่วยผลักดันคนกลุ่มนี้ให้เป็นคนไทยดังเช่นที่เกิดในหมู่บ้านตามชายแดนกัมพูชา หรือเพื่อจะดึงคนไทยให้ออกห่างเพื่อตั้งรัฐอิสระดังเช่นที่เกิดขึ้นทางภาคใต้ตอนนี้

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนใช้เวลาบ่มเพาะนานนับสิบปีแต่แม้จะใช้เวลานานคนกลุ่มนี้ก็ไม่ได้มีจิตสำนึกของความเป็นไทย เพียงแต่เขาต้องการใช้สิทธิประโยชน์จากการเป็นพลเมืองไทยเท่านั้น

เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นแต่เป็นปัญหาที่ลุกลามไปทั่วโลกจน ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์จับจุดนี้มาหาเสียงและยกประเด็น American First มาเป็นจุดที่สร้างคะแนนเสียงให้เขา ประเด็นคือเราคนไทยจะให้คนกลุ่มนี้เข้ามาใช้สิทธิประโยชน์หรือเราควรจะมาปกป้องสิทธิของคนไทยเราบ้างหรือยัง

โป๊ปฟรานซิสอาจสละตำแหน่ง หลังประชวรหนัก ตามรอยโป๊ปเบเนดิกต์

มีรายงานว่าพระคาร์ดินัลบางส่วนเริ่มกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสอาจพิจารณาสละตำแหน่ง หลังจากพระองค์ทรงพระประชวรด้วยโรคปอดบวม และยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของคณะแพทย์

เมื่อวันที่ (20 ก.พ.68) ที่ผ่านมา วาติกันออกแถลงการณ์ระบุว่าอาการของพระสันตะปาปาฟรานซิสมีแนวโน้มดีขึ้นเล็กน้อย การทำงานของหัวใจเป็นปกติ และสามารถเสวยพระกระยาหารเช้าได้ อย่างไรก็ตาม คณะแพทย์ยังคงเน้นย้ำว่าการรักษาโรคปอดบวมในผู้สูงวัยจำเป็นต้องใช้เวลาติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจกินเวลาหลายสัปดาห์

ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดคำถามว่าพระสันตะปาปาจะสามารถปฏิบัติภารกิจในฐานะประมุขแห่งคริสตจักรคาทอลิกต่อไปได้หรือไม่ ท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้ พระคาร์ดินัลบางท่านได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า พระองค์อาจพิจารณาสละตำแหน่ง เช่นเดียวกับกรณีของอดีตสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ซึ่งเคยลาออกเนื่องจากปัญหาสุขภาพ

แม้ว่าจนถึงขณะนี้จะยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่กระแสข่าวเกี่ยวกับอนาคตของพระสันตะปาปาฟรานซิสกำลังได้รับความสนใจจากทั้งสื่อมวลชนและผู้นับถือศาสนาคาทอลิกทั่วโลก

ปักกิ่งจับมือกรุงเทพฯ มอบแนวทางสู้ PM2.5 เดินหน้าความร่วมมือ 3 ปี ฉลอง 50 ปีสัมพันธ์จีน-ไทย

(21 ก.พ.68) บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเฝ้าติดตามและจัดการคุณภาพอากาศ ระยะ 3 ปี ซึ่งลงนามโดยสำนักนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมเทศบาลกรุงปักกิ่งของจีน และสำนักสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพฯ เมื่อไม่นานนี้ ระบุว่าปักกิ่งจะแบ่งปันแนวทางปฏิบัติในการต่อสู้กับมลพิษทางอากาศแก่เมืองพี่เมืองน้องอย่างกรุงเทพฯ

บันทึกความเข้าใจฉบับนี้ระบุว่าปักกิ่งจะแบ่งปันแนวทางปฏิบัติในการจัดการกับมลพิษทางอากาศแก่กรุงเทพฯ โดยเฉพาะการเฝ้าติดตามและลดฝุ่นพิษพีเอ็ม2.5 (PM2.5) รวมถึงอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางเยือนซึ่งกันและกัน และจัดการฝึกอบรมและสนับสนุนกรุงเทพฯ ในการดำเนินโครงการนำร่องต่าง ๆ

อนึ่ง ความร่วมมือนี้เกิดขึ้นเนื่องในวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย

กรุงปักกิ่งของจีนได้ปรับปรุงคุณภาพอากาศให้ดีขึ้นอย่างมากหลังจากดำเนินแผนริเริ่มขจัดมลพิษทางอากาศตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยมีความเข้มข้นเฉลี่ยของฝุ่นพิษพีเอ็ม2.5 อยู่ที่ 30.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรในปี 2024 ซึ่งผ่านมาตรฐานระดับชาติติดต่อกัน 4 ปีแล้ว

ความเข้มข้นเฉลี่ยรายปีของฝุ่นพิษพีเอ็ม2.5 พีเอ็ม10 ไนโตรเจนไดออกไซด์ และซัลเฟอร์ไดออกไซด์ของกรุงปักกิ่งในปี 2024 ลดลงร้อยละ 65.9 ร้อยละ 50 ร้อยละ 57.1 และร้อยละ 88.7 เมื่อเทียบกับปี 2013

Mixue เขย่าตลาด!! เตรียมยื่น IPO ตลาดหุ้นฮ่องกง ระดมทุน 444 ล้านดอลลาร์ ชนยักษ์วงการชา-ไอศกรีม

(21 ก.พ.68) Mixue (มี่เสวี่ย) แบรนด์ชานมไข่มุกชื่อดังจากจีน เตรียมเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรก (IPO) ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง โดยตั้งเป้าระดมทุนประมาณ 3,450 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือราว 444 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ตามรายงานของ Bloomberg การซื้อขายหุ้นจะเริ่มขึ้นในวันที่ 3 มีนาคม 2025 โดย Mixue จะเสนอขายหุ้นจำนวน 17.06 ล้านหุ้น ที่ราคาหุ้นละ 202.50 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 875 บาท) พร้อมตัวเลือกในการขยายจำนวนหุ้นหากมีความต้องการสูง

ด้วยจำนวนสาขาที่มากกว่าร้านกาแฟยักษ์ใหญ่อย่าง Starbucks แบรนด์ Mixue กำลังเดินตามรอยบริษัทคู่แข่ง เช่น Guming Holdings และ Sichuan Baicha Baidao ที่เข้าตลาดหุ้นก่อนหน้านี้ แม้ทั้งสองบริษัทจะสร้างกระแสแรงในช่วงเปิดตัว IPO แต่ราคาหุ้นของพวกเขากลับลดลงภายหลัง ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มในจีน

เซเลนสกีตกบัลลังก์ลูกรักสหรัฐฯ หมดสิทธิ์อ้อนวอชิงตัน หลังพ้นยุคไบเดน

(21 ก.พ.68) เพียงหนึ่งเดือนหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับสู่ทำเนียบขาว ท่าทีของเขาที่มีต่อโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กลับแตกต่างจากอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน อย่างสิ้นเชิง

หากย้อนไปในยุคของโจ ไบเดน เขามักหยอดคำหวานซึ่งกันและกันหลายครั้ง โดยเมื่อปลายปี 2022 ไบเดนเคยกล่าวกับเซเลนสกีว่า "เป็นเกียรติที่ได้ยืนเคียงข้างคุณ" พร้อมยกย่องเขาว่าเป็น 'บุคคลแห่งปี'

ขณะที่ในปี 2023 ไบเดนกล่าวสุนทรพจน์ที่กรุงวอร์ซออย่างดุดันราวกับฉากในภาพยนตร์ฮอลลีวูด โดยกล่าวว่าเซเลนสกีเป็น "บุรุษผู้มีความกล้าหาญที่ถูกหล่อหลอมจากไฟและเหล็กกล้า" และเป็นผู้นำของ "รัฐบาลที่ได้รับเลือกตามระบอบประชาธิปไตยและเป็นตัวแทนของประชาชนยูเครน"

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของไบเดนต่างยกย่องเซเลนสกีอย่างต่อเนื่อง อาทิ แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ที่ยกให้เซเลนสกีเป็นผู้นำที่มี "ความกล้าหาญและความสำเร็จอย่างไม่ธรรมดา" ขณะที่ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหม กล่าวในปี 2023 ว่า "การต่อสู้เพื่ออิสรภาพของยูเครนเป็นหนึ่งในภารกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคของเรา"

นอกจากคำชมแล้ว รัฐบาลไบเดนยังให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนยูเครนอย่างไม่ลดละ โดยในเดือนมิถุนายน 2024 ไบเดนกล่าวว่า "เราจะยืนเคียงข้างยูเครนจนกว่าพวกเขาจะได้รับชัยชนะ"

ถึงขนาดที่บลิงเคนเคยไปเยือนสถานีรถไฟใต้ดินในเคียฟเมื่อเดือนพฤษภาคม 2024 และเล่นเพลง Rockin' in the Free World ของนีล ยัง พร้อมประกาศว่า "เราจะอยู่เคียงข้างคุณ และจะยืนหยัดจนกว่ายูเครนจะมีความมั่นคงและอธิปไตยที่ได้รับการรับรอง"

ตรงข้ามกับแนวทางของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเขามักโพสต์ลง Truth Social กล่าวหาว่าเซเลนสกีติดอยู่ใน 'วงจรข้อมูลเท็จ' ของรัสเซีย "ลองคิดดูให้ดี นักแสดงตลกที่พอไปวัดไปวาได้อย่างเซเลนสกี สามารถโน้มน้าวให้สหรัฐใช้เงินกว่า 350,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อเข้าสู่สงครามที่ไม่มีวันชนะ สงครามที่ไม่ควรเกิดขึ้นแต่แรก" 

"แถมเซเลนสกียังยอมรับเองว่า เงินครึ่งหนึ่งที่เราส่งไปให้ ‘หายไป’ เขาปฏิเสธที่จะจัดการเลือกตั้ง คะแนนนิยมในยูเครนต่ำเตี้ย และสิ่งเดียวที่เขาทำได้ดีคือหลอกใช้ไบเดนได้อย่างแยบยล" ทรัมป์ระบุ 

"เผด็จการที่ไม่มีการเลือกตั้ง เซเลนสกีควรรีบจัดการตัวเองก่อนที่เขาจะไม่มีประเทศเหลือให้ปกครองอีกต่อไป" ทรัมป์เตือน

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยประชดประชันเซเลนสกีในช่วงหาเสียงเลือกตั้งปี 2024 ว่า "เป็นนักขายที่เก่งที่สุดในบรรดานักการเมือง" แต่ครั้งนี้ภายหลังทรัมป์กลับเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ อีกสมัย เขากล่าวหาเซเลนสกีอย่างตรงไปตรงมาว่าเป็นนักต้มตุ๋นและจอมเผด็จการ

ทรัมป์ยังส่งสัญญาณถึงแนวทางใหม่ของรัฐบาลสหรัฐที่มีต่อยูเครน โดยเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ เขายืนยันว่าเซเลนสกีจะไม่ได้เข้าร่วมการประชุมระหว่างสหรัฐและรัสเซียที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดิอาระเบีย และกล่าวว่า "ผมไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องจริงจัง" ที่ยูเครนจะเข้าร่วม NATO ซึ่งเป็นจุดยืนที่รัสเซียถือเป็นเส้นตายมาโดยตลอด

ก่อนหน้านั้นเพียงสองวัน ทรัมป์ได้เสนอข้อตกลงให้ยูเครน โดยระบุว่าสหรัฐอาจให้ความช่วยเหลือหากยูเครนมอบทรัพยากรแร่หายากมูลค่า 500,000 ล้านดอลลาร์เป็นการแลกเปลี่ยน ซึ่งแน่นอนว่าเซเลนสกีปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว

จากที่เคยได้รับการเชิดชูในยุคไบเดน เซเลนสกีกลับต้องเผชิญกับแรงกดดันจากผู้นำสหรัฐคนใหม่ที่มองว่าเขาเป็นภาระและอุปสรรคของนโยบายใหม่ของอเมริกา ขณะที่ความช่วยเหลือจากวอชิงตันก็เริ่มไม่แน่นอนเช่นกัน

ในช่วงเวลาที่ยูเครนกำลังต้องการความช่วยเหลือจากพันธมิตรอย่างยิ่ง คำถามสำคัญคือ เซเลนสกีจะสามารถรักษาความสัมพันธ์กับสหรัฐได้หรือไม่ ท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง

เปิดแผน 'นกนางนวล' ภารกิจปราบ 'จีนเทา' เฟสแรกจับแก๊งคอลฯ เฟสสองมุ่งพนันออนไลน์

(21 ก.พ.68) การเข้ามามีบทบาทของหลิวจงอี้ในประเทศไทยทำให้หลายฝ่ายจับตาถึงภารกิจของเขาที่เดินทางเข้า-ออกไทยหลายรอบเพื่อเดินหน้าภารกิจในการปราบปรามจีนเทาตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติการ 'ปฏิบัติการนกนางนวล' (海鸥行动) ซึ่งชื่อปฏิบัติการนี้ได้รับการเปิดเผยในสื่อจีนเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา

จากรายงานข่าวของเว็บไซต์ Caixin และสำนักข่าว Xinhua พบว่ามีการกล่าวถึงปฏิบัติการนกนางนวล เพิ่มมากขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยมีจีนเป็นผู้นำการปฏิบัติการนี้

ปฏิบัติการนกนางนวลครั้งแรกช่วงปี 2024 โดยเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมแม่โขง-ล้านช้าง ซึ่งมีการจัดตั้งศูนย์ความร่วมมือบังคับใช้กฎหมายแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง ที่เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน โดยมีคณะผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน กระทรวงความมั่นคงสาธารณะและกระทรวงกลาโหมลาว กระทรวงมหาดไทยเมียนมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย และกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของเวียดนามเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้ยังมีองค์กรระหว่างประเทศ เช่น สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติและองค์การตำรวจอาเซียนเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย

จากรายงานข่าวระบุว่า 'ปฏิบัติการนกนางนวล (海鸥行动) ระยะที่ 1' จะเป็นการร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงไทย กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม โดยมีจีนเป็นผู้นำการปฏิบัติการนี้ที่เริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงธันวาคม 2024 มีเป้าหมายหลักในการปราบปรามอาชญากรรมทางโทรคมนาคมและอาชญากรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น การลักลอบขนอาวุธปืนและกระสุน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนความร่วมมือระยะห้าปีระหว่างประเทศในแม่น้ำล้านช้าง-แม่โขง (2023-2027)

ผลการดำเนินงานในระยะแรกของปฏิบัติการสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้มากกว่า 70,000 คน และช่วยเหลือเหยื่อจากคดีฉ้อโกงทางโทรคมนาคมได้มากกว่า 160 ราย โดยทางจีนได้ส่งข้อมูลและความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ในการสืบสวนคดีฉ้อโกงและยืนยันหมายเลขโทรศัพท์ที่ต้องสงสัยหลายพันหมายเลข

จีนให้ความสำคัญกับการปราบปรามการฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์และการพนันออนไลน์ที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความปลอดภัยและชีวิตของพลเมืองของประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา กรณีการฉ้อโกงนี้ทำให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงในระดับภูมิภาคและเป็นอุปสรรคต่อความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาค

ในอนาคต ปฏิบัติการนกนางนวลระยะที่ 2 จะเริ่มขึ้นในปี 2025 โดยมุ่งเป้าไปที่การปราบปรามอาชญากรรมทางโทรคมนาคมและการพนันออนไลน์อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งช่วยเหลือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อจากอาชญากรรมเหล่านี้ โดยจะมีการร่วมมือกันระหว่างประเทศในภูมิภาคเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนและความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินในระดับนานาชาติ

หลิวจงอี้เดินทางไปยังพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-เมียนมาบ่อยครั้ง โดยในฝั่งเมียนมาไม่เพียงเป็นฐานปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์เท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งธุรกิจของคาสิโนพนันออนไลน์ด้วย สะท้อนว่าจีนอาจเตรียมเปิดปฏิบัติการ 'นกนางนวล' ระยะที่ 2 ในเร็วๆ นี้

ฟิลิปปินส์บุกรังสแกมเมอร์กลางมะนิลา รวบผู้ต้องหากว่า 400 คน พบคนไทยเอี่ยว 2 ราย

(21 ก.พ.68) เจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์บุกตรวจค้นศูนย์ปฏิบัติการพนันออนไลน์ในกรุงมะนิลา จับกุมผู้ต้องหากว่า 400 คน โดยพบว่ามีชาวจีนเป็นผู้ควบคุมเครือข่าย  

คณะกรรมการต่อต้านองค์กรอาชญากรรมแห่งฟิลิปปินส์เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี (20 ก.พ.) ว่า ผู้ต้องหาประกอบด้วยชาวฟิลิปปินส์ 307 คน ชาวจีน 137 คน รวมถึงชาวเวียดนาม ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไต้หวันอีกจำนวนหนึ่ง โดยมีคนสัญชาติไทย 2 รายที่ถูกจับกุมจากปฏิบัติการนี้  

ตามรายงานของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก การสืบสวนเบื้องต้นพบว่า เครือข่ายดังกล่าวใช้แพลตฟอร์มการพนันกีฬาและการลงทุนเป็นเครื่องมือในการหลอกลวงเหยื่อชาวจีนและอินเดีย  

แม้ว่าฟิลิปปินส์จะสั่งห้ามธุรกิจพนันออนไลน์ที่มุ่งเป้าไปยังชาวจีนตั้งแต่ปีที่ผ่านมา แต่รัฐบาลยอมรับว่ายังคงมีชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจดังกล่าวตกค้างอยู่ในประเทศเป็นจำนวนมาก และกำลังอยู่ในกระบวนการเนรเทศ

เผยตัวจริงผู้บริหาร DeepSeek เหลียง เหวินเฟิง นักพัฒนา AI จีน ผู้อยู่เบื้องหลังคู่แข่งตัวฉกาจของ ChatGPT

(21 ก.พ.68) โลกกำลังจับตามอง 'DeepSeek' ปัญญาประดิษฐ์จากจีนที่กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรม AI ระดับโลก ถึงขั้นทำให้หุ้นของบริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ร่วงระนาว และถูกพูดถึงในระดับ 'Talk of the World' บางฝ่ายถึงกับกังวลว่าอาจเกิด 'AI War' ระหว่างจีนและสหรัฐฯ

ชื่อของ DeepSeek ถูกพูดถึงอีกครั้งเมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา เมื่อประธานาธิบดีสีจิ้นผิงเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสัมมนาด้านเทคโนโลยีและเศรษฐกิจที่กรุงปักกิ่ง โดยมีบรรดาผู้นำจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของจีนเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็น Alibaba, BYD, Huawei, CATL, Xiaomi, Tencent, Meituan และแน่นอน DeepSeek

บุคคลที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษในงานนี้คือ เหลียง เหวินเฟิง (Liang Wenfeng) นักพัฒนา AI ชาวจีนวัย 40 ปี ผู้ก่อตั้ง DeepSeek และกลายเป็นบุคคลที่สื่อเทคโนโลยีทั่วโลกจับตามอง ในฐานะซีอีโอหนุ่มที่มีโอกาสเข้าร่วมประชุมกับผู้นำสูงสุดของประเทศเคียงข้างเจ้าของธุรกิจระดับแนวหน้า

เหลียงเกิดเมื่อปี 1985 ที่เมืองจ้านเจียง มณฑลกวางตุ้ง มีความหลงใหลในคณิตศาสตร์และเทคโนโลยีตั้งแต่เด็ก แม้ไม่ได้ศึกษาจากมหาวิทยาลัยในตะวันตก แต่เขาจบการศึกษาจาก มหาวิทยาลัยเจ้อเจียง (Zhejiang University) หรือ 'เจ้อต้า' เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาวิศวกรรมข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และต่อปริญญาโทในสาขาวิศวกรรมข้อมูลและสื่อสาร ซึ่งเป็นสถาบันชั้นนำของจีนในสาขาวิศวกรรมข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และวิศวกรรมข้อมูลและการสื่อสาร

หลังจากเรียนจบ เขาเริ่มต้นทำงานในแวดวงเทคโนโลยีที่หางโจว ก่อนขยายเส้นทางสู่เฉิงตู และก่อตั้งสตาร์ตอัปของตัวเอง ในช่วงชีวิตการทำงาน เหลียงตั้งรกรากอยู่ในหางโจว ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีของจีน และเคยทำงานในนครเฉิงตู มณฑลเสฉวน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมืองสำคัญด้านเทคโนโลยีของประเทศ 

ในปี 2015 เหลียงเข้าสู่โลกสตาร์ตอัปอย่างเต็มตัวด้วยการร่วมก่อตั้ง High-Flyer กองทุนเฮดจ์ฟันด์ประเภท Quantitative Hedge ที่ใช้ AI วิเคราะห์แนวโน้มตลาดและซื้อขายหลักทรัพย์โดยอัตโนมัติ ความสำเร็จจากธุรกิจนี้ทำให้เขาสั่งซื้อ หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ของ Nvidia นับพันชิ้น ตั้งแต่ปี 2021 เพื่อพัฒนา AI ของตัวเอง

DeepSeek ไม่ใช่แค่ AI ทั่วไป แต่มันสามารถแข่งขันกับ ChatGPT ได้อย่างสูสี โดยใช้ต้นทุนเพียง 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 200 ล้านบาท) ตามที่รายงานข่าวระบุ ซึ่งถือว่าต่ำกว่าที่บริษัท AI ตะวันตกใช้ไปหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ

สิ่งที่ทำให้ DeepSeek เป็นที่จับตามองคือความสามารถในการพัฒนา AI ที่มีประสิทธิภาพสูง แม้จีนจะถูกสหรัฐฯ จำกัดการเข้าถึงชิปประมวลผลระดับสูงของ Nvidia แต่ทีมของเหลียงสามารถ "ปลดล็อกศักยภาพ" ของ GPU รุ่นเก่าให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

"วิศวกรของ DeepSeek รู้วิธีเพิ่มประสิทธิภาพของ GPU ที่มีอยู่ แม้ว่าจะไม่ใช่เทคโนโลยีล่าสุดก็ตาม" นักวิจัย AI ที่ใกล้ชิดกับบริษัทกล่าว

DeepSeek ยังเลือกใช้ โมเดลแบบเปิด (Open-Source) ซึ่งต่างจาก OpenAI ที่เน้นการปกป้องเทคโนโลยีของตัวเอง โดยเหลียงเชื่อว่าการแบ่งปันความรู้จะช่วยดึงดูดคนเก่งและสร้างวัฒนธรรมนวัตกรรมในวงการ AI

การที่เหลียงเป็นผู้บริหารด้าน AI เพียงคนเดียวที่ได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมกับสีจิ้นผิง พร้อมกับผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น เทคโนโลยี การศึกษา วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม สุขภาพ และกีฬา เพื่อนำเสนอความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อร่างรายงานของรัฐบาล

การเข้าร่วมประชุมระดับสูงของเหลียงตอกย้ำ เขาถือเป็นบุคคลสำคัญในยุทธศาสตร์ระดับชาติของจีน ท่ามกลางการแข่งขันทางเทคโนโลยีกับสหรัฐฯ ตลาด AI ของจีนคาดว่าจะมีมูลค่าถึง 5.6 ล้านล้านหยวน (765 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในปี 2030 ตามการคาดการณ์ของ China International Capital Corp (CICC)

"ผมเชื่อว่านวัตกรรมคือหัวใจสำคัญ" เหลียงกล่าว "จีนเคยขาดความมั่นใจในการพัฒนา AI ระดับแนวหน้า แต่เราต้องกล้าที่จะลองและผลักดันให้ก้าวไปข้างหน้า ผมอยากแสดงให้โลกเห็นว่าจีนสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่จากศูนย์ได้"

PETA UK เล่นใหญ่!! บุกสถานทูตไทย เทน้ำกะทิใส่ตัวเอง สร้างภาพดึงดรามาใช้แรงงานลิงเก็บมะพร้าว

เมื่อวันที่ (13 ก.พ.68) กลุ่มนักเคลื่อนไหวจาก PETA UK จัดการประท้วงหน้าสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน โดยราดตัวเองด้วยของเหลวที่ดูเหมือนน้ำกะทิ เพื่อแสดงจุดยืนต่อต้านอุตสาหกรรมกะทิของไทยที่ใช้แรงงานลิง พร้อมเรียกร้องให้ทั่วโลกคว่ำบาตรผลิตภัณฑ์จากการบังคับใช้แรงงานสัตว์

PETA Asia อ้างการเปิดเผยผลการตรวจสอบที่พบว่า ลิงถูกล่ามด้วยเชือกสั้นจนแทบขยับตัวไม่ได้ บางตัวถูกขังในกรงแคบและต้องเดินวนไปมาอย่างสิ้นหวังจนเกิดความเครียดรุนแรง "ลิงเหล่านี้ควรได้ใช้ชีวิตอิสระในธรรมชาติ ไม่ใช่ถูกจับมาทรมานเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ" เจ้าหน้าที่ PETA Asia กล่าว

PETA ระบุว่า พวกเขาเรียกร้องให้บริษัททั่วโลกหยุดสนับสนุนอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้แรงงานลิง และให้ประเทศไทยดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง

จีนส่งตัว 200 ผู้ต้องสงสัยฉ้อโกงกลับจากเมียนมา เปิดฉากล่าต่อเนื่องขบวนการโกงข้ามพรมแดน

เจ้าหน้าที่ตำรวจจีนได้นำตัวพลเมืองจีน 200 ราย ซึ่งต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง กลับสู่จีนเมื่อวันพฤหัสบดี (20 ก.พ.68) หลังจากถูกส่งตัวจากเมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา  

ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายระหว่างจีน เมียนมา และไทย โดยผู้ต้องสงสัยทั้งหมดถูกส่งตัวมายังประเทศไทยก่อน จากนั้นจึงขึ้นเที่ยวบินเช่าเหมาลำหลายเที่ยวเพื่อเดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติหนานจิงลู่โข่ว ในนครหนานจิง มณฑลเจียงซู ทางตะวันออกของจีน  

กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีนเปิดเผยว่า การส่งตัวครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการต่อสู้กับอาชญากรรมทางโทรคมนาคม ซึ่งกำลังเป็นปัญหาระดับภูมิภาคและต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายประเทศ  

โป๊ปฟรานซิสป่วยหนัก ตรัสชัด ‘อยู่ได้อีกไม่นาน’ ทหารสวิสการ์ดซ้อมพิธีการรับมือ กรณีสิ้นพระชนม์

(21 ก.พ.68) นครรัฐวาติกันอยู่ในภาวะเตรียมพร้อม หลังสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส วัย 88 ปี ทรงมีปัญหาสุขภาพรุนแรง โดยก่อนหน้านี้พระองค์ตรัสว่า "ข้าพเจ้าอยู่ได้อีกไม่นานจากปัญหาสุขภาพโรคปอดบวม" ทำให้หน่วยสวิสการ์ด ซึ่งเป็นกองกำลังรักษาความปลอดภัยของวาติกัน เริ่มซักซ้อมพิธีศพเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

การเตรียมความพร้อมเกิดขึ้นหลังจากสมเด็จพระสันตะปาปาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในกรุงโรมอย่างเร่งด่วนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เนื่องจากอาการเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรง แพทย์วินิจฉัยว่าพระองค์ทรงติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจอย่างซับซ้อน ส่งผลให้นครรัฐวาติกันต้องยกเลิกหรือเลื่อนการเข้าเฝ้าหลายรายการในสัปดาห์นี้

วาติกันออกแถลงการณ์ยืนยันว่า สมเด็จพระสันตะปาปาทรงเป็นโรคปอดบวมและมีการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลอดลมอักเสบจากอาการหอบหืด ทำให้ต้องใช้ยาปฏิชีวนะประเภทคอร์ติโซน ทั้งนี้ พระองค์เคยผ่านการผ่าตัดเอาปอดบางส่วนออกเมื่อหลายปีก่อน ทำให้การติดเชื้อในครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวล

ล่าสุด เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ (ตรงกับ 02.00 น. วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ ตามเวลาไทย) สำนักวาติกันแถลงอัปเดตอาการของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสว่า "อาการมีพัฒนาการดีขึ้นเล็กน้อย พระองค์ไม่มีไข้ และค่าการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิตยังคงที่ ในช่วงเช้า สมเด็จพระสันตะปาปาทรงรับศีลมหาสนิทและปฏิบัติพระภารกิจตามปกติ"

มัตเตโอ บรูนี่ ผู้อำนวยการสื่อมวลชนวาติกัน ระบุว่า พระอาการของพระองค์เป็น 'ปอดอักเสบเฉพาะที่' หมายถึงการติดเชื้อในปอดที่เกิดขึ้นเป็นบริเวณจำกัด ไม่ใช่การติดเชื้อที่แพร่กระจาย นอกจากนี้ การหายใจของพระองค์เป็นปกติและพระหทัยเต้นเป็นจังหวะปกติ สร้างความหวังว่าพระองค์จะทรงฟื้นตัวได้ในเร็ววัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top