Friday, 12 April 2024
SPECIAL

Time To Change 'เมื่อประเทศเปลี่ยนไป'

ถามคนไทยว่า “รู้จักคลองผดุงกรุงเกษมกันหรือไม่?” เชื่อว่าร้อยทั้งร้อย ต้องคุ้นเคยกับคลองสำคัญแห่งนี้เป็นอย่างดี ย้อนเวลากลับไป คลองผดุงกรุงเกษม หรือที่คนไทยเรียกติดปากว่า คลองผดุงฯ ถูกดำริให้ขุดขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ราวปี พ.ศ. 2394 เนื่องจากทรงเห็นว่าบ้านเมืองเจริญมากขึ้น สมควรที่จะขุดคลองเพื่อขยายออกไปรอบนอกพระนคร เป็นประโยชน์ในการสัญจร และการทำมาค้าขายของประชาชน โดยได้รับพระราชทานชื่อว่า คลองผดุงกรุงเกษม

คลองผดุงฯ มีความยาวกว่า 5.5 กิโลเมตร ถูกขุดและตัดผ่านคลองสำคัญๆ ในย่านพระนคร ทำให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ และเกิดศูนย์กลางชุมชนขึ้นอีกมากมาย รวมทั้งยังทำให้เกิดวัดสำคัญ และย่านการค้า อาทิ ตลาดเทเวศร์ ตลาดมหานาค ย่านหัวลำโพง ตลาดนางเลิ้ง ฯลฯ

'เพื่อไทย' โชว์ไอเดียแก้ PM 2.5 ผู้ก่อมลพิษต้องเป็นผู้จ่ายและรับผิดชอบ

“ในวงการนักสิ่งแวดล้อม คุยและเสนอความคิดกันว่า วันนี้คนที่สร้างมลพิษ จะต้องมาช่วยจ่ายและรับผิดชอบ ซึ่งต่อไปจะเป็นหลักการสำคัญในการแก้ปัญหา”

ส่วนหนึ่งจากการเสวนา ‘วิกฤตฝุ่น PM 2.5 เพื่อไทยมีทางแก้ไข’ นำโดย จักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ นายแพทย์ญาณกิตติ์ ห่วงทรัพย์ ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กรุงเทพมหานคร, ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ดำเนินรายการโดย อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย ชี้ให้เห็นแนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่ต้องเข้มงวดและผู้ก่อมลพิษควรได้มีส่วนรับผิดชอบอย่างจริงจัง

จักรพล ตั้งสุทธิธรรม กล่าวว่า กล่าวว่า ปัญหาฝุ่น PM 2.5 เกิดมาอย่างยาวนาน ตนได้ยื่นกระทู้สดถามต่อรัฐบาล แต่กลับไม่มีผู้มาตอบถึง 3 ครั้ง โดยตั้งแต่ปี 2564 ได้ยื่นกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อจัดการปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างยั่งยืน แล้วเสร็จถึง 3 คณะ กระทั่งวันที่ 27 มกราคม 2565 ได้ยื่นพระราชบัญญัติอากาศสะอาด ผ่านไป 400 วันแล้ว ยังไปไม่ถึงไหน หลายฉบับก่อนหน้านี้มีการตีตก เหลือฉบับของพรรคเพื่อไทยที่ค้างในรัฐสภาในส่วนนิติบัญญัติ 

จักรพล กล่าวต่อว่าในวงการนักสิ่งแวดล้อมได้คุยและเสนอความคิดกันว่า วันนี้คนที่สร้างมลพิษจะต้องมาช่วยจ่ายและรับผิดชอบ ซึ่งต่อไปจะเป็นหลักการสำคัญในการแก้ปัญหา เพราะคนที่ก่อมลพิษควรต้องร่วมรับผิดชอบเพื่อให้รัฐบาลและสังคมได้นำเงินรายได้ตรงนี้ไปใช้รักษา ช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากฝุ่นพิษ แต่อย่างไรก็ตามตรงนี้ก็คงไม่สามารถเทียบกับชีวิตและสุขภาพและชีวิตของคนไทยที่ต้องสูญเสียไป ดังนั้น พ.ร.บ.อากาศสะอาดจึงถือเป็นด่านแรกที่สำคัญในขั้นพื้นฐานที่พรรคเพื่อไทยจะต้องผลักดันต่อไปให้สำเร็จ เพื่อเป็นหลักประกันพื้นฐานด้านสุขภาพให้พี่น้องประชาชน

นายแพทย์ญาณกิตติ์ ห่วงทรัพย์ ผู้ซึ่งประสงค์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า PM 2.5 สามารถแทรกซึมได้ผ่านทางลมหายใจ คนที่เป็นภูมิแพ้จะมีน้ำมูกไหล ไปจนถึงเลือดกำเดาไหล ผ่านเข้าปอด เข้าสู่ระบบไหลเวียนโลหิต หัวใจ สมอง สามารถทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตีบ หรืออักเสบ และสามารถเสียชีวิตได้ทันที ปีที่แล้ว มีผู้เสียชีวิต 30,000 คนต่อปี ส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจนับแสนล้านบาท

'บิ๊กป้อม' ขึ้นรถแห่ท่องเขตป้อมปราบฯ แจกความรักคนกรุงฯ พร้อมฝากฝังผู้สมัคร พปชร. ให้เข้ามาช่วยแก้ปัญหารอบด้าน

บิ๊กป้อม นำทีมไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์วัดเล่งเน่ยยี่ เอาฤกษ์เอาชัย ก่อนขึ้นรถแห่เขตป้อมปราบฯ แจกความรักคนกรุง อ้อนฝากผู้สมัคร ส.ส.กทม. พลังประชารัฐ

(14 ก.พ. 66) ที่วัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน่ยยี่) เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ใช้ฤกษ์วันวาเลนไทน์ นำผู้บริหารพรรค อาทิ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรค นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค นายไพบูลย์ นิติตะวัน และนายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค นายสกลธี ภัททิยกุล กรรมการบริหารพรรค นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค ที่รับผิดชอบพื้นที่กทม. และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. ลงพื้นที่หาเสียงในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เป็นแห่งแรก โดยนำคณะ สักการะสิ่งศักดิ์ภายในวัดมังกรกมลาวาส เพื่อเอาฤกษ์เอาชัย

‘พปชร.’ เมืองคอนส่อวุ่น ปมแย่งพื้นที่เลือกตั้ง ‘ข่มเหง-ไล่เจ้าที่เดิม’ จากเขต 1 ให้ไปลงเขต 2

มีรายงานว่า ร.ศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.เขต 1 นครศรีธรรมราช ยืนยันกับทางพรรคพลังประชารัฐไปแล้วว่า ยังประสงค์จะลงเขต 1 เหมือนเดิม แต่มีนางสุภาพ ขุนศรี ที่สมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐอีกคนประสงค์จะลงเขต 1 เช่นกัน เนื่องจากทำพื้นที่เขต 1 มาตลอด และในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา นางสุภาพลงสมัครในนามพรรคภูมิใจไทย แข่งกับ รศ.ดร.รงค์มาแล้ว และแพ้ให้กับ รศ.ดร.รงค์

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ เดินทางไปทำกิจกรรมทางการเมืองในจังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ไม่ได้เชิญ ไม่ได้แจ้ง รศ.ดร.รงค์ ในฐานะ ส.ส.ในพื้นที่ให้เข้าร่วมด้วย แต่ที่น่าสนใจบนเวทีมีการกล่าวพาดพิงและวิจารณ์ รศ.ดร.รงค์อย่างรุนแรงต่อหน้า ดร.นฤมลที่นั่งอยู่ในฐานะประธานและยังมีการพูดทำนองว่า รศ.ดร.รงค์ควรจะไปลงเขต 2 เพราะบ้านอยู่ในพื้นที่เขต 2

ช่วงเช้าของวันนี้ (วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 ) มีรายงานข่าวว่า นางสุภาพ ขุนศรี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เขต 2 นครศรีธรรมราช พร้อมด้วยสุนทร รักษ์รงค์ ว่าที่ผู้สมัครอีกคนของพรรคพลังประชารัฐในจังหวัดนครศรีธรรมราช เดินทางไปยื่นรายชื่อสนับสนุนให้ใช้รูปแบบที่ 3 ในการแบ่งเขตเลือกตั้ง

ความทราบถึงนักข่าวแล้วว่า รศ.ดร.รงค์ มีปัญหาพื้นที่เลือกตั้งทับซ้อนกับนางสุภาพ ขุนศรี เมื่อสุภาพเจอกับนักข่าวคำถามเรื่องความขัดแย้งพื้นที่เลือกตั้ง จึงถูกยิงเข้าใส่สุภาพทันที

ชัดเจนครับ สุภาพยืนยันว่า ตนไม่ขอลงเขต 2 เนื่องจากไม่เคยเดินมาก่อน และเขตที่ตนเดินและคุ้นชินคือ พื้นที่ เขต 1 ที่เป็นของ รศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ ซึ่งเป็นคู่แข่งของตนสมัยที่แล้ว

ตนตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิก พปชร. และ ประสงค์ลงสมัคร สส.ในนาม พปชร.แต่ยังไม่ชัดเจนในเขตเลือกตั้ง ถ้าจะให้ดี ควรให้ รศ.ดร.รงค์ ไปลงเขตอื่นแทน เพื่อที่ตนจะลงเขต 1 แต่หาก รศ.ดร.รงค์ ยังลงเขตเดิมตนก็จะไม่ลงสมัคร ส.ส.อย่างแน่นอน

'ผบ.ตร.' สั่ง สอบ 'นายพล จ.' ปมพนันออนไลน์-น้ำมันเถื่อน ย้ำ หากพบเชื่อมโยงใคร พร้อมเอาผิดขั้นเด็ดขาดทุกราย!!

(14 ก.พ. 66) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. กล่าวว่า “พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ได้มีหนังสือที่ 0001 (ผบ)/32 ลง 13 กุมภาพันธ์ 2566 สั่งการไปยังจเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ปรากฎตามข่าวสื่อสังคมออนไลน์และสื่อต่าง ๆ กล่าวถึงข้าราชการตำรวจที่ชื่อ 'สารวัตรซัว' ซึ่งประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ และยังกล่าวถึงข้าราชการตำรวจนามว่า 'นายพล จ.' ว่ามีการจัดระเบียบการพนันออนไลน์ เรียกรับผลประโยชน์ แบ่งประเภทการจ่ายต่อเดือน นอกจากนั้น ยังมีการพาดพิงถึงการเรียกรับผลประโยชน์น้ำมันเถื่อน”

“ผบ.ตร.จึงสั่งการให้ จตช.ตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว เพื่อให้ปรากฎข้อเท็จจริง ทั้งพฤติการณ์การกระทำผิดและบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมีข้าราชการตำรวจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดทั้งทางอาญา วินัย หรือไม่อย่างไร แล้วรายงานให้ทราบภายใน 15 วัน โดยหากมีข่าวหรือข้อมูลทางสื่อมวลชนหรือสื่อออนไลน์ในเรื่องเดียวกันเพิ่มเติม หรือมีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกัน ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มไปในคราวเดียวกันด้วย”

ผบ.ตร.สั่งจเรตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี นายพล จ. เอี่ยวพนันออนไลน์และน้ำมันเถื่อน รายงานผลภายใน 15 วัน ย้ำหากเชื่อมโยงใคร พร้อมฟันเอาผิดทุกรายอย่างเด็ดขาดทั้งอาญา วินัย

(14 ก.พ. 66) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า “พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ได้มีหนังสือที่ 0001(ผบ)/32 ลง 13 กุมภาพันธ์ 2566 สั่งการไปยังจเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ปรากฎตามข่าวสื่อสังคมออนไลน์และสื่อต่างๆ กล่าวถึงข้าราชการตำรวจที่ชื่อ “สารวัตรซัว” ซึ่งประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการพนันออนไลน์ และยังกล่าวถึงข้าราชการตำรวจนามว่า “นายพล จ” ว่ามีการจัดระเบียบการพนันออนไลน์ เรียกรับผลประโยชน์ แบ่งประเภทการจ่ายต่อเดือน นอกจากนั้นยังมีการพาดพิงถึงการเรียกรับผลประโยชน์น้ำมันเถื่อน”    

“ผบ.ตร.จึงสั่งการให้ จตช.ตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวเพื่อให้ปรากฎข้อเท็จจริง ทั้งพฤติการณ์การกระทำผิดและบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งมีข้าราชการตำรวจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดทั้งทางอาญา วินัย หรือไม่อย่างไร แล้วรายงานให้ทราบภายใน 15 วัน โดยหากมีข่าวหรือข้อมูลทางสื่อมวลชนหรือสื่อออนไลน์ในเรื่องเดียวกันเพิ่มเติม หรือมีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกัน ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มไปในคราวเดียวกันด้วย” โฆษก ตร.ระบุเพิ่ม

'วราวุธ ศิลปอาชา' รมต.ผู้ Speak English ชนิดไฟแล่บ! กับผลงานโบแดง 'ลดถุงพลาสติก' เปลี่ยนพฤติกรรมคนในสังคม

เป็น รมต.อีกคนที่มีผลงาน 'ตึง' ไม่แพ้ใครๆ สำหรับ 'วราวุธ ศิลปอาชา' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แถมที่ผ่านมา ถ้ายังจำกันได้ รมต.ท็อป-วราวุธ ยังโชว์ทักษะด้านภาษาอังกฤษแบบตึงเป๊ะ ตอบคำถามสื่อต่างประเทศ เมื่อคราวเกิดปัญหาน้ำท่วมเดือนกันยายนปีก่อน งานนั้นเล่นเอากลายเป็นไวรัลให้ถูกพูดถึงกันไปทั้งเมือง

แต่หากว่าจะหยิบยกเอาผลงานที่เรียกว่าเป็น 'ชิ้นโบแดง' ของ รมต.แห่งเมืองสุพรรณคนนี้ คงต้องยกให้กับแคมเปญ 'การลดถุงพลาสติก' ซึ่งกลายเป็นกระแสที่ถูกพูดถึง และส่งผลต่อพฤติกรรมผู้คนในประเทศไม่น้อยเลยทีเดียว

เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไป เพียงไม่กี่เดือน หลังการเข้ามารับตำแหน่งเจ้ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของ 'วราวุธ ศิลปอาชา' เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 62  เจ้าตัวประกาศหนึ่งเป้าหมายสำคัญต่อสาธารณะ คือการเดินหน้าโรดแมป การจัดการ 'ขยะพลาสติก'  ตั้งเป้าลดและเลิกใช้พลาสติก 4 ชนิด คือ ถุงพลาสติกหูหิ้ว กล่องโฟมบรรจุอาหาร แก้วพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว และหลอดพลาสติกภายในปี 2565

แต่ที่ฮือฮาคือการประกาศดีเดย์ 'งดแจกถุงพลาสติก' ในเครือห้างสรรพสินค้าและร้านค้าสะดวกซื้อ กว่า 43 ราย  เริ่มทันที วันที่ 1 มกราคม 2563 การประกาศหักดิบ งดแจกถุงพลาสติกในห้าง และร้านสะดวกซื้อครั้งนั้น มาพร้อมกับเสียงหนุนและต้าน โดยเฉพาะจากผู้คนที่คุ้นชินกับความสะดวกสบายแบบเดิม แต่ก็เป็นการนับหนึ่งให้ 'สังคมไทย' เริ่มปรับพฤติกรรมการบริโภคครั้งใหญ่ นับแต่นั้นมา 

แม้จะมีเสียงบ่น จากมาตรการหักดิบ แต่กระแสตอบรับก็เริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ภาพของคนหิ้วถุงผ้าเข้าไปใส่ของในห้างร้าน การใช้หลอดกระดาษแทนหลอดพลาสติก หรือการพกแก้วแบบที่ใช้ซ้ำได้ เริ่มเป็นภาพชินตา

แต่น่าเสียดาย ที่ผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน โลก และไทยต้องเผชิญการรุกรานของศัตรูที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น อย่าง 'โควิด-19' ความต่อเนื่องของการลด เลิกใช้พลาสติก ลดขยะตั้งแต่ต้นทาง มีอันต้องสะดุดลง

ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ เผยว่า ในช่วงก่อนโควิด-19 ระบาด ตลอดปี 2562 คนไทยสร้าง 'ขยะพลาสติก' เฉลี่ย 96 กรัม/คน/วัน ขณะที่ช่วง 'โควิด-19' ปี 2563 ปริมาณขยะพลาสติก กลับเพิ่มขึ้นกว่า 40% และเพิ่มขึ้นเป็น 45% ในช่วงกลางปี 2564

เตือนภัย!วาเลนไทน์ ‘โจรไซเบอร์’สวมรอย‘สาวสวย’ตุ๋นลงทุนเว็บปลอม

'รองฯรอย-ผู้ช่วยฯสมพงษ์' นำทีม ศปอส.ตร.-สอท. แจ้งเตือนประชาชนช่วง ‘วาเลนไทน์’ ระวังเจอ ‘โจรไซเบอร์’ สวมรอย ‘สาวสวย’ ตุ๋นลงทุนเว็บปลอม แนะวิธีตรวจสอบสกัดตกเป็นเหยื่อ 

13 กุมภาพันธ์ 2566 พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) , พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) หัวหน้าอำนวยการด้านประชาสัมพันธ์ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) , พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สพฐ./หัวหน้าด้านข่าวสารและประชาสัมพันธ์ , พล.ต.ต.อรุษ แสงจันทร์ รอง ผบช.ศปก.ตร./หัวหน้าฝ่ายแถลงข่าวและประสานงานสื่อมวลชน ศปอส.ตร. , พล.ต.ต.ชูศักดิ์ ขนาดนิด ผบก.ฯ ปฏิบัติหน้าที่ ศปอส.ตร. และ พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก./รองหัวหน้าฝ่ายแถลงข่าวและประสานงานสื่อมวลชน ร่วมกันเปิดเผยว่า ขณะนี้มีกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงประชาชนหลายรูปแบบ ล่าสุดในช่วงเทศาลวาเลนไทน์จะมีการหลอกลวงในลักษณะโรแมนซ์สแกม ซึ่ง ศปอส.ตร. และ บช.สอท. ขอเตือนภัยให้กับประชาชน โดยเฉพาะการ “หลอกเป็นสาวสวย ชักชวนลงทุนกับเว็บปลอม exness” 

ประธานมูลนิธิปวีณาฯ พาพ่อแม่และพี่ชายของ ด.ญ. 11 ขวบ เข้าพบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เพื่อให้ข้อมูลมิจฉาชีพแชตคุยหลอกเป็นหมอดูให้ถ่ายรูปโป๊เปลือย

วันที่ 13 ก.พ.66 เวลา 14.00 น. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ พาพ่อแม่และพี่ชายของ ด.ญ. 11 ขวบ เข้าพบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เพื่อให้ข้อมูลมิจฉาชีพแชตคุยหลอกเป็นหมอดูให้ถ่ายรูปโป๊เปลือยส่งไปให้ ก่อนแบล็กเมล์แชร์รูปประจานลงในโซเชียล และขอให้เร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี ซึ่งคาดว่าอาจมีเด็กๆ ตกเป็นเหยื่อหลายราย ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต

สืบเนื่องจาก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 ก.พ. 66  เวลา 13.30 น. ที่มูลนิธิปวีณาฯ พ่อแม่เด็ก นร.วัย 11 ปี ร้อง "ปวีณา" ช่วยให้ตำรวจลากตัวแก๊งหลอกเด็กถ่ายรูปโป๊ ใน social  ช่วงที่ ด.ญ.เอ(นามสมมติ) อายุเพียง 8 ขวบ ถูกหลอกให้ถ่ายรูปโป๊ ส่งไปให้ โดยอ้างเป็นหมอดู ถามเด็กบอกอยากเป็นแพทย์ต้องเรียนรู้เรื่องเพศ ให้ส่งรูปโป๊ ชื่อที่อยู่ บัตร ปชช.ไปให้ อีก 2 ปีต่อมาได้เฟซบุ๊กขอให้เด็กส่งภาพโป๊ไปอีก เด็กไม่ทำ แก๊งหลอกเด็กจึงโพสต์รูปโป๊เด็กส่งให้เพื่อนๆเด็กในโรงเรียน วันที่ 9 ก.พ. 66 ส่งรูปโป๊ประกาศขายตัวกระจายไปทั่ว ครูทราบเรื่อง จึงแจ้งมายังผู้ปกครอง พ่อแม่แทบช๊อคเดินทางมาขอปวีณาช่วยทันที  หลังนางปวีณา รับเรื่อง ได้ประสาน พ.ต.อ.คงศักดิ์  ปานน้อย ผกก. สน.บางกอกใหญ่ พา ด.ญ.เอ เข้าแจ้งความ และในวันจันทร์ที่ 13 ก.พ. 66  เวลา 14.00 น. นางปวีณาฯ ได้พาพ่อแม่ ด.ญ.เอ เข้าพบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์  หักพาล  รอง ผบ.ตร. ซึ่งให้ความสำคัญยิ่งจะเร่งสอบรายละเอียดคดี นำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีโดยเร็ว

ความเป็นมา เมื่อประมาณปี 2562 ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุได้ 8 ขวบ ได้นั่งเล่นไอจีอยู่ที่บ้านคนเดียว จากนั้นมีแก๊งหลอกเด็กได้ทักไอจีมา และแนะนำตัวว่าเป็นหมอดูดวง สอบถาม ด.ญ.เอ ว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ด.ญ.เอบอกว่าอยากเป็นหมอ แก๊งหลอกเด็กบอกว่าถ้าอยากเป็นหมอจะต้องทำการศึกษาทางเพศเรียนรู้ร่างกายก่อน โดยให้ถ่ายรูปเปลือยกายพร้อมกับบัตรประชาชนชื่อโรงเรียนส่งให้ก่อน เพื่อจะทำการดูดวงให้ว่าโตขึ้นจะได้เป็นหมอหรือไม่ ด.ญ.เอยังไม่ปักใจเชื่อ จึงได้ขอดูรูปหน้าของหมอดูก่อน จากนั้นหมอดูได้ส่งรูปภาพของผู้หญิงโป๊เปลือยมาให้ดู และให้ ด.ญ.เอถ่ายรูปภาพโป๊ตามนี้ 

วัดพลังสองพรรคใหญ่ 'ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย' ต่างคนต่างมั่นใจ ในศึกชิงเก้าอี้ ส.ส.เมืองคอน

ช่วงวันที่ 11-12 ก.พ.66 ที่ผ่านมา สองพรรคการเมือง อย่าง ประชาธิปัตย์ และ ภูมิใจไทย ได้จัดกิจกรรมทางการเมืองพร้อมกัน และเป้าหมายเดียวกัน คือ ส่งขุนพลลุยเมืองคอน เป้าหมายยึดฐานเมืองคอนให้ได้ ดังนี้...

- ประชาธิปัตย์ขนขุนพลไปเปิดสัมมนาผู้สมัครจากภาคใต้ทั้งหมด 58 เขตเลือกตั้ง 'จุรินทร์' ลั่นหวังกวาดยกจังหวัด 9 ที่นั่ง 

- ภูมิใจไทย จัดกิจกรรมอบรมว่าที่ผู้สมัคร โฆษกบนเวทีเกี่ยวกับทักษะการพูดในที่ชุมชน การเตรียมตัวปราศรัย สองวันเต็มอิ่มกับวิทยากรจากรายการสภาโจ๊ก ด้าน 'อารี ไกรนรา' ลั่น!! มั่นใจ-พร้อม 100% เตรียมเปิดตัวผู้สมัคร และเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ 26 กุมภาพันธ์นี้ เชื่อปักธงภูมิใจไทยในเมืองคอนได้แน่นอน

- นิด้าโพลสำรวจคนคอน ยังเลือกลุงตู่เป็นนายกรัฐมนตรีอันดับ 1 ตามด้วยอุ๊งอิ๊ง ส่วนพรรคการเมือง ยังเป็นประชาธิปัตย์มาอันดับ 1 แต่น่าแปลกใจ เลือกเพื่อไทยมาอันดับ 2

>> ปรากฏการณ์แรก
'จุรินทร์' เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคใต้ 58 เขตครบ มั่นใจกวาดเรียบ

เมื่อเวลา 14.00 น.ของวันที่ 11 ก.พ.2566 ที่โรงแรมทวินโลตัส อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้สพรรค ปชป.ได้เดินทางมาเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ของภาคใต้ 14 จังหวัดภาคใต้ ครบทั้ง 58 เขต 58 คน โดยมีแกนนำพรรคปชป.ประกอบด้วยนายบัญญัติ บรรทัดฐาน, นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน, นายนิพนธ์ บุญญามณี, นายเดชอิศน์ ขาวทอง มาร่วมเปิดตัวในครั้งนี้ด้วย

นายจุรินทร์ ได้แถลงว่าพรรคประชาธิปัตย์ถือว่าเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่อยู่คู่กับประเทศชาติมายาวนานมีขึ้นมีลงบ้างเป็นธรรมดาของพรรคการเมืองทุกยุคทุกสมัย วันนี้พรรคประชาธิปัตย์พร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วประเทศ ซึ่งในส่วนของภาคใต้ทั้ง 58 เขต วันนี้พรรคประชาธิปัตย์พร้อมแล้วในการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครภาคใต้ทั้ง 58 เขตเลือกตั้งและมั่นใจจะสามารถกวาดคว้าชัยชนะหมดทั้ง 58 เขต

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันประวัติศาสตร์ของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะมีการเปิดตัว ว่าที่ผู้สมัครในพื้นที่ภาคใต้ ครบทั้ง 58 เขตเลือกตั้ง ถือเป็นพรรคแรกของประเทศ ที่แสดงความพร้อมของกับการเสนอตัวรับใช้ประชาชนในภาคใต้ จากเดิมเมื่อปี 2548 ทางพรรคฯ ส่งผู้สมัครไปแค่ 53 เขต ได้รับการเลือกตั้งมากถึง 51 เขต ในสมัยนายบรรทัดฐาน นั่งดำรงตำแหน่ง หน.พรรคฯ การเลือกตั้งสมัยหน้า ขอประกาศว่า พรรค ปชป.พร้อมสู้ทุกเขต พร้อมคัมแบ็คทั้ง 58 เขตเลือกตั้ง และในวันนี้ทางพรรคฯ ได้เสนอทางเลือกที่ดีที่สุดกับคนภาคใต้ ยืนยันได้จากจำนวน ส.ส.จำนวน 18 คน ที่ยังคงเป็นตัวแทนชาวบ้านอยู่ในตอนนี้ และรวมไปถึงบุคคลที่เป็นรัฐมนตรี และ อดีตรัฐมนตรี ทั้ง 4 คน ไม่ว่าจะเป็น นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ, นายสาธิต วงค์หนองเตย, นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพานิชย์ 

ทางพรรคฯ ไม่มีความหวั่นไหว และมั่นใจว่ายังครองใจคนภาคใต้ได้อยู่ ขอให้คนภาคใต้ช่วยกันสนับสนุน ลงคะแนนเลือก พรรคที่เคียงข้างประชาชน มาตลอดเวลา 76 ปี และในฐานะ ที่ตนเองก็เป็นคนภาคใต้ มีจิตวิญญาณคนใต้ ที่จะนำ พรรค ปชป.กลับคืนสู่ประชาชนต่อไป

>> ปรากฏการณ์ที่ 2
'อารี ไกรนรา' จัดอบรมทักษะการพูด-การปราศรัยให้กับว่าที่ผู้สมัคร-โฆษกบนเวที เตรียมเปิดต้ว 9 ผู้สมัครภูมิใจไทยเมืองคอน และปราศรัยใหญ่ เป็น 26 กุมภาพันธ์ เจอกันที่ทุ่งท่าลาด

'กกต.' เตือน 'นักการเมือง' วาเลนไทน์นี้ งดแจกกุหลาบ ชี้ อาจตีความเป็นมูลค่าทรัพย์สิน เข้าข่ายผิดกฎหมาย

(13 ก.พ. 66) นายสำราญ ตันพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (ผอ.กกต.กทม.) กล่าวถึงข้อห่วงใยการหาเสียงเลือกตั้งของพรรคการเมือง และผู้ประสงค์ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ช่วงวันวาเลนไทน์หรือวันแห่งความรัก 14 ก.พ. นี้ ว่าการแจกดอกกุหลาบของนักการเมือง ก็อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งได้

โดยแม้ว่าวันดังกล่าว จะไม่ใช่ประเพณีและวัฒนธรรมโดยตรงของประเทศ แต่คนไทยนิยมและถือปฏิบัติกันตามหลักสากล ดังนั้น จึงขอให้นักการเมือง ผู้ประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้ง และพรรคการเมือง ปฏิบัติตามกฎหมาย เนื่องจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร พ.ศ. 2561 มาตรา 73 กำหนดลักษณะต้องห้ามไว้อย่างเคร่งครัด

“เมื่อเป็นวันพิเศษของทุกคน ก็อาจทำให้เกิดความพลั้งเผลอหรือลืมนึกถึงไปได้ ดังนั้นขอให้ระมัดระวังอย่าทำผิดกฎหมาย”

‘เพื่อไทย’ จวก กกต. แบ่งเขตเลือกตั้งบิดเบี้ยว เย้ย!! ต่อไปคงต้องเรียก ส.ส.แขวง

‘เพื่อไทย’ กางตำรากฎหมายจวก กกต. แบ่งเขตเลือกตั้งบิดเบี้ยว พื้นที่เดียวกันมีผู้สมัคร 3 คน เย้ยต่อไปต้องเรียก ส.ส.แขวง โวยปชช.โดนรัฐประหารผ่านการแบ่งเขต จี้ทบทวนด่วน

(13 ก.พ. 66) ที่พรรคเพื่อไทย นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ประธานภาค กทม. พรรคเพื่อไทย นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ส.ส. กทม. และน.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรค ร่วมแถลงกรณีการเสนอรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย ในเขตพื้นที่ กทม. ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งในพื้นที่ กทม. นั้น เดิมมี 5 รูปแบบ ซึ่งมากกว่าจังหวัดอื่น ๆ อยู่แล้ว ล่าสุด กกต. แบ่งออกมาเพิ่มอีกรวมเป็น 8 รูปแบบ ทำให้ประชาชนเกิดความสับสนในการเลือกตั้ง ส.ส.เขต เรียกได้ว่าเป็นการแบ่งเขตที่บิดเบี้ยว ไม่เป็นไปตามธรรมชาติของแต่ละพื้นที่ การแบ่งเขตรูปแบบที่ 6 - 8 นี้ไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พรรคเพื่อไทยและพรรคอื่น ๆ ไม่เห็นด้วย เพราะจะเป็นการสร้างปัญหาให้กับประชาชน เกิดความไม่สะดวกเพราะต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับที่อยู่อาศัย รวมถึงสร้างความลำบากต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐเอง ทำให้ไม่คุ้นเคยกับพื้นที่ซึ่งเคยทำงานมา

“การแบ่งเขตดังกล่าวยังส่งผลให้ผู้สมัครพบปัญหาว่าในเขตเดียวมีผู้สมัครถึง 3 - 4 คน ต่างพรรคต่างเบอร์กัน จะเป็นเหตุให้การเลือกตั้งครั้งต่อไปผิดพลาดบกพร่อง เกิดบัตรเสียจำนวนมาก และไม่เป็นผลดีต่อระบอบประชาธิปไตย กกต. ควรยึดตามหลักกฎหมายและความเป็นจริง ขอเรียกร้องให้ กกต. ทบทวนใหม่” โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุ

ด้านนายวิชาญ กล่าวว่า การแบ่งเขตรูปแบบ 6 - 8 ซึ่ง กทม.มีทั้งหมด 30 เขต จำนวนประชากรประมาณ 5 ล้านคน จากการรวบรวมความเห็นของประชาชน และพิจารณาตามหลักของ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. รวมถึงระเบียบของ กกต. เป็นเกณฑ์ เห็นว่าการแบ่งเขตแบบ 1-3 มีความชัดเจน พื้นที่มีความคาบเกี่ยวกัน การจัดรูปแบบดังกล่าวมีความสอดคล้องกว่า ไม่สร้างความสับสน มี 25 เขต จาก 30 เขต ที่ไม่ต้องแบ่งเขตเพิ่มเติมใหม่

“การแบ่งเขตแบบที่ 6 - 8 มีโอกาสสร้างความสับสนให้ประชาชนมากกว่า หากมีการแบ่งพื้นที่ตามแขวง คงเรียก ส.ส.เขต ไม่ได้ ต้องเรียกว่า ส.ส.แขวง และจะสร้างผลเสียคือบัตรเสียจะมากขึ้น จากการฟังเสียงประชาชน พรรคเพื่อไทยจึงเสนอว่ารูปแบบการแบ่งเขตแบบที่ 1 - 2 มีความเหมาะสมมากที่สุด เพราะเขตหลักๆ ยังอยู่ ไม่ถูกแบ่งแยก จึงมีความสะดวกต่อประชาชนมากกว่า” นายวิชาญ กล่าว

'ชาติพัฒนากล้า' ลุยสำรวจปทุมธานี - อยุธยาฯ ผลักดัน 'ศก.สายมู' ดึงดูด นทท. สร้างรายได้ให้ประเทศ

(13 ก.พ. 66) พรรคชาติพัฒนากล้า นำโดย นายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรค, นายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ หรือ นายกอุ๊ ที่ปรึกษาพรรค พร้อมด้วย นางสาวยศยา ชิยาปภารักษ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพมหานคร, นางสาววิเวียน จุลมนต์ และนางสาวกชพร คีรีโชติ ทีมนโยบายพรรค เดินทางสำรวจแหล่งท่องเที่ยวสายมู ณ วัดโบสถ์ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี, วัดไชยวัฒนาราม และอุทยานหลวงปู่ทวด จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

โดยวัดโบสถ์นั้น มีการสร้างหลวงพ่อโต องค์ใหญ่ ติดแม่น้ำเจ้าพระยา โดย นายกอุ๊ เป็นผู้ดำเนินการจัดสร้างเมื่อกว่า 10 ปี ที่แล้ว จากวัดเล็ก ๆ ขยายเติบโตเป็นวัดขนาดใหญ่ ที่ประชาชนจากทั่วประเทศ เข้ามาสักการะไม่ขาดสาย สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ที่นำของมาจำหน่าย สร้างรายได้ให้เกิดขึ้นในชุมชน

ส่วนที่วัดไชยวัฒนาราม ก็เป็นแลนด์มาร์กสำหรับแหล่งเช็กอินของชาวไทยและต่างประเทศ สร้างรายได้ให้กับร้านค้า เช่าชุดไทย ที่นักท่องเที่ยวนิยมใส่ถ่ายรูปกันอย่างเนืองแน่น โดยเฉพาะเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ และที่อุทยานหลวงปู่ทวด ซึ่งนายกอุ๊ ได้จัดสร้างขึ้นมาใหม่ จากพื้นที่นาโล่ง ๆ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ที่สร้างรายได้ให้กับร้านค้าชุมชนในพื้นที่ต่อเดือนตั้งแต่ 100,000 – 350,000 บาท

นางสาวยศยา หรือ นุ่น ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคชาติพัฒนากล้า ซึ่งเป็นผู้ที่ทำธุรกิจสายมู กล่าวว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าความเชื่อและความศรัทธาในศาสตร์การกราบไหว้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อยู่คู่คนไทยมาช้านานตั้งแต่อดีตกาลจนถึงปัจจุบันกาล การกราบไหว้และบูชาในศาสตร์ต่าง ๆ เปรียบดั่งการยึดเหนี่ยวจิตใจ รวมถึงปลุกขวัญและกำลังใจในการใช้ชีวิตทางโลกได้อย่างเสถียรภาพและมีคุณภาพ มีบทวิจัยจากนักวิจัยหลายประเทศ เป็นเครื่องยืนยันว่าศาสตร์ของการมูเตลูและการนั่งสมาธิสามารถเยียวยาจิตใจ รักษาโรคภัย และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับมวลมนุษย์ได้

นางสาวยศยา กล่าวว่า ตนเป็นอีกคนหนึ่งที่มีศรัทธาอย่างแรงกล้า ในการบูชาองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและศาสตร์การบูชาองค์เทพสายขาวทุกแขนง เริ่มต้นจากผู้ศรัทธากลายมาเป็นผู้บูชา จนมาถึงเป็นผู้ประกอบการธุรกิจ one stop services เกี่ยวกับการมูเตลู นุ่นเป็นทั้งผู้ซื้อสินค้าและบริการ จนกลายมาเป็นผู้ให้บริการทางด้านสินค้าและบริการทางศาสตร์มูเตลู เป็นเครื่องยืนยันได้จากประสบการณ์จริงว่า ความศรัทธา สามารถเปลี่ยนเป็นเม็ดเงิน และต่อยอดทางธุรกิจและเศรษฐกิจได้อย่างไม่รู้จบ

'ปคบ.-อย.' บุกโกดังลอบผลิตเครื่องสำอาง - ยาสีฟันปลอม ยึดของกลางเกือบ 70,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 14 ล้าน!!

(13 ก.พ. 66) พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. พร้อมด้วย ภก.วีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการ คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมแถลงการตรวจค้นเป้าหมาย 3 จุด ในเขตประเวศ กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ เพื่อทลายเครือข่ายลอบนำเข้าเครื่องสำอางแบรนด์ไทยปลอมหลากยี่ห้อ ของกลางกว่า 70 รายการ มูลค่ากว่า 14 ล้าน

พล.ต.ต.อนันต์ เปิดเผยว่า จากการตรวจค้นสามารถตรวจยึดและอายัดผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และยาสีฟันไทยยี่ห้อดังปลอม และแบรนด์อื่น ๆ กว่า 67,430 ชิ้น 70 รายการ มูลค่าของกลางกว่า 14 ล้านบาท พร้อมจับกุมนายจง (Mr.Zhong) สัญชาติจีน ซึ่งทำหน้าที่ดูแลสถานที่ โดยผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ รับแค่ว่ามีหน้าที่แพ็คสินค้าและส่งให้ลูกค้าตามออเดอร์ โดยมีนายทุนจีนเป็นคนสั่งการ และทำมาแล้วกว่า 3 เดือน

พล.ต.ต.อนันต์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ผู้ต้องหาให้การซัดทอดไปยังกลุ่มทุนจีน ว่า เป็นผู้ส่งสินค้ามาให้จากประเทศจีน ตนเป็นคนแพ็คของส่งของ ซื้อขายผ่านร้านแพลตฟอร์มออนไลน์ (ช้อปปี้, ลาซาด้า) กว่า 18 ร้านค้า โดยเปลี่ยนชื่อบัญชีผู้รับโอนเงิน รวมทั้งเปลี่ยนที่จัดส่งหลายครั้ง โดยใช้รถขนส่งของเอกชนเพื่ออำพรางจนยากที่จะตรวจสอบ

ผบช.ภาค 5 แถลงผลการจับกุม คดียาเสพติดรายสำคัญ ตรวจยึดของกลางยาบ้า 4,600,000 เม็ด และไอซ์ 133 กก.

ตามนโยบายของรัฐบาลในด้านการปราบปรามการแพร่ระบาดของยาเสพติด ซึ่งเป็นภัยคุกคามและอาชญากรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมได้สร้างผลกระทบต่อประชาชน และสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศชาติเป็นอย่างมาก 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้มอบนโยบายให้เร่งรัดติดตามจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดอย่างจริงจังตามแผนปฏิบัติการด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ เพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดเข้ามาตอนในของประเทศให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม 

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 09.00 น. ตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 , พล.ต.ต. พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ รอง ผบช.ภ.5 ,พล.ต.ต.วรพงค์ คำลือ ผบก.สส.ภ.5 ,พ.ต.อ.พิทักษ์ นาสมวาส รอง ผบก.สส.ภ.5 ,พ.ต.อ.สงกรานต์ สันติวงค์ ผกก.สภ.แม่ฟ้าหลวง ,พ.ต.อ.พัสกร ธวัชเชียงกุล ผกก.สส.ภ.จว.เชียงราย ,นายอนุเทพ ธาระณะ ผอ.ส่วนตรวจสอบทรัพย์สิน ปปส.ภ.5,พ.อ.ยอดชาย พวงวรินทร์ รอง เสธ ศอ.ปส.ชน. ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมยาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 1 คดี จับกุมผู้กระทำความผิดตามหมายจับ 1 คน ตรวจยึด ยาบ้า 4.6 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 133 กิโลกรัม ขยายผลตรวจยึดรถยนต์ของกลางรวม 4 คัน ซึ่งเป็นผลการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ฟ้าหลวง จว.เชียงราย 

เหตุดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2566 เวลาประมาณ 14.30 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถยนต์ได้ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบเส้นทางตามแนวชายแดน และตั้งจุดสกัดยาเสพติดบริเวณที่เกิดเหตุ ได้พบรถยนต์กระบะ ขับมาจากบ้านห้วยปู ม.11ต.แม่ฟ้าหลงวง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เข้ามายังบริเวณจุดสกัด เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ รถคันดังกล่าวได้ขับถอยหลังหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขับรถยนต์ ไล่ติดตาม ไปพบรถคันดังได้ตกลงอยู่ข้างทาง ลักษณะประตู ด้านคนขับเปิดและดับเครื่องยนต์ไว้ แต่กุญแจรถเสียบคาอยู่ ไม่พบผู้ใด จึงได้เข้าตรวจสอบรถคันดังกล่าวพบกระสอบฟางอยู่ในที่นั่งตอนในกับกระบะท้ายเป็นจำนวนมาก จากการตรวจสอบพบว่า เป็นยาบ้าบรรจุอยู่ในกระสอบฟางจำนวน 23 กระสอบ ประมาณ 4.6 ล้านเม็ด และพบยาไอซ์ บรรจุอยู่ในถุงชาสีเขียว อีกจำนวน133 ถุง ประมาณ 133 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่ชุดตำรวจจึงได้ตรวจยึดและนำของกลางส่งพนักงานสอบสวน

ต่อมาสามารถขยายผลออกหมายจับและทำการจับกุมตัวนายสิทธิชัย (สงวนนามสกุล) อายุ31 ปี ซึ่งเป็นชาว อ.แม่จัน จว.เชียงราย ได้

ในความผิดฐาน “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต อันอาจก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชน”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top