Sunday, 7 June 2026
NEWS FEED

หัวใจใหญ่กว่าล้อ 'พนมดงรัก' โรงพยาบาลพ่อหลวงสร้าง พวกเราจะช่วยซ่อม

 

"อะไรขาด วิ่งไปซื้อเลยหมอ" ประชาชนเค้าฝากเงินมาให้นะ คำพูดให้กำลังใจสั้นๆ แต่สร้างรอยยิ้ม และ เติมเต็มหัวใจของ แพทย์ พยาบาล ในพื้นที่มากมาย

เมื่อวันที่ (15 ต.ค. 68) สมาพันธ์ออฟโรดแห่งประเทศไทยร่วมกับ สำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร นำโดย พลตรีพิพัฒน์ จงวัฒนาไพศาล รองผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.สมท.กอ.รมน.) พร้อมมวลชนคาราวานทีมออฟโรดทั่วประเทศ ร่วมหลายสิบคัน ได้แก่

1.สมาพันธ์ออฟโรดแห่งประเทศไทย
2.ชมรมออฟโรดไทยใจรักษ์แผ่นดิน กอ.รมน.
3.อาสาสมัครออฟโรด มูลนิธิ พอ.สว.
4.ชมรม 44×4bigfoot shop
5.ชมรมร้อยป่า
6.Burirum off road
7.ชมรมเรารักชนบท
8.ชมรมบิ๊กไบค์ไทยใจรักษ์แผ่นดิน กอ.รมน.
9.ชมรมหนองปรือออฟโรด
10.บริษัท MT เจริญยนต์
11.ชมรมศรีราชาออฟโรด
12.ชมรมสะแกนาออฟโรด
13.สมาคมสื่อมวลชนเพื่อสังคม
14.ศักดิ์พระราม๕
15.แสงทองอะไหล่ยนต์บางบัวทอง

ได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลพนมดงรัก เพื่อนำเงิน จำนวน 360,00บาท เพื่อซื้ออุปกรณ์การแพทย์ที่เสียหาย ชำรุด โดยครอบครัวสวนศิลป์พงศ์ และคณะสมาพันธ์ออฟโรดแห่งประเทศไทยร่วมกับ สำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยมีแพทย์หญิงวรวรรณ กอปรกิจงาม และคณะเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เป็นผู้ร่วมรับมอบ

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติขอให้ตำรวจยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก พร้อมขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจ

(17 ต.ค. 68) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2568 ในวันนี้ ขอขอบคุณเพื่อนข้าราชการตำรวจทุกระดับชั้น ตั้งแต่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงจนถึงผู้ ปฏิบัติงาน พวกเราได้ทุ่มเทแรงกายแรง ใจ เสียสละเวลาที่จะต้องอยู่กับครอบครัว หรือมีความสุขส่วนตัว แต่ท่านใช้เวลาดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชนจนประสบความสำเร็จในหลายมิติ หลายด้าน 

พร้อมกันนี้ขอฝากถึงพี่น้องข้าราชการตำรวจทุกคน ว่า เราเป็นข้าราชการตำรวจ เรามีความจำเป็นที่จะต้องเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ตามบทบาทและหน้าที่ของเรา เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีความสบายใจ สุขใจ มีความสงบสุขเกิดขึ้นในสังคม อยากให้พวกเราร่วมมือร่วมใจ และก้าวไปด้วยกันด้วยการที่เราใช้ mindset ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะต้องเกิดขึ้นจากส่วนลึกภายในใจ ขอให้ข้าราชการตำรวจทุกคนยึดถือผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก ในขณะเดียวกันอยากจะฝากให้ทุกท่านได้มีการพัฒนาตัวเอง ในหน้าที่ของท่านเอง ทั้งเรื่องของวิชาชีพการสอบสวน สืบสวน การป้องกันปราบปราม ตลอดจนชุดปฏิบัติการพิเศษ เพราะอาชญากรรมมีการเปลี่ยนแปลงไปในหลายรูปแบบ ให้มีมาตรการที่ดี ที่เข้มข้น ซึ่งหากจะเกิดอะไรขึ้นก็อยากให้ท่านได้ทำหน้าที่ในบทบาทผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ให้ดีที่สุด 

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวฝากถึงพี่น้องประชาชนเนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2568 ว่า สำหรับพี่น้องประชาชน ตนจะนำพาข้าราชการตำรวจปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นศรัทธาจากพี่น้องประชาชน ในตลอดระยะเวลาที่ยังคงทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่ง “วันตำรวจ” ไม่ใช่วันหยุดสำหรับตำรวจ แต่ถือว่าเป็นวันที่เราต้องทำงานเพื่อประเทศชาติและเพื่อพี่น้องประชาชน ขอให้พี่น้องประชาชนทุกท่านได้โปรดเชื่อมั่น และสามารถแจ้งข้อมูลข่าวสารมายังหน่วยงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ โอกาสนี้ขอให้ทุกท่านมีความสุข และหวังว่าในอนาคตจะมีความสงบสุขเกิดขึ้นในประเทศของเรา และทุกท่านอยู่ดีมีสุขตลอดไป 

เชียงใหม่-เทศบาลนครเชียงใหม่ เตรียมจัด 'งานประเพณียี่เป็งเชียงใหม่ 2568' อย่างยิ่งใหญ่ อลังการ 

เทศบาลนครเชียงใหม่ จัดแถลงข่าวงาน ประเพณียี่เป็งเชียงใหม่ 2568 “มรดกแห่งนพบุรี สืบสานวิถีแห่งภูมิปัญญา วัฒนธรรมงามล้ำค่า ยี่เป็งล้านนาสู่สากล” ต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจเมืองเชียงใหม่ด้วยกิจกรรมทางวัฒนธรรม

วันที่ 16 ตุลาคม 2568 นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ พร้อมด้วยองค์กรภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ร่วมจัดพิธีแถลงข่าวงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2568 โดยมี นายชัชวาลย์ ปัญญา
รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พ.ต.อ.กิตติพงษ์ เพ็ชรมุณี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่
นายวัชรายุธ์ กัววงศ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ และ นายมานพ แย้มอุทัย ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมแถลงข่าวบนเวที 
ณ โถงอาคาร 5 ชั้น 1 สำนักงานเทศบาลนครเชียงใหม่

นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เปิดเผยถึงรายละเอียดของการจัดกิจกรรมประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2568 ว่า ในปีนี้จัดงานภายใต้แนวคิด “มรดกแห่งนพบุรี สืบสานวิถีแห่งภูมิปัญญา วัฒนธรรมงามล้ำค่า ยี่เป็งล้านนาสู่สากล” โดย เทศบาลนครเชียงใหม่ บูรณาการร่วมกับองค์กรภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อจัดงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 4 - 6 พฤศจิกายน 2568 อย่างเต็มรูปแบบและยิ่งใหญ่

โดยกิจกรรมสำคัญในปีนี้ คือ การประกวดขบวนแห่กระทงใหญ่ชิงถ้วยพระราชทานพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 25 ขบวน ที่จัดให้มีการแสดงประกอบริ้วขบวนแห่อย่างอลังการ การประดับตกแต่งเมืองให้สว่างไสวสวยงาม โดยเฉพาะรอบคูเมืองเชียงใหม่ และ ริมลำน้ำปิงตั้งแต่ท่าน้ำวัดศรีโขงจนถึงเชิงสะพานนครพิงค์ การแสดงประกอบแสงสีเสียงและสื่อผสมด้วยเทคนิคพิเศษอย่างยิ่งใหญ่ การประกวดเทพี - เทพบุตรยี่เป็งเชียงใหม่ การประกวดหนูน้อยยี่เป็งเชียงใหม่ การประกวดกระทงฝีมือใบตองดอกไม้สด 


การประกวดโคมยี่เป็งล้านนา (โคมแขวนใหญ่) การปล่อยกระทงสายล้านนา การประกวดประดิษฐ์สะเปา 
ณ บริเวณท่าน้ำศรีโขง การจัดซุ้มประตูป่า พิธีบวงสรวงศาลพระภูมิ - เจดีย์ขาว และขอขมาแม่น้ำปิง ประเพณี
ตั้งธรรมหลวง การตกแต่งถนนตั้งแต่ถนนท่าแพจนถึงสำนักงานเทศบาลนครเชียงใหม่ ให้เป็นถนนสายวัฒนธรรม และกิจกรรมทางวัฒนธรรมอีกมากมาย เพื่อให้เข้ากับเทศกาลการท่องเที่ยวและเปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยว 

นอกจากนี้ เทศบาลนครเชียงใหม่ยังเพิ่มจุด Landmark ให้นักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศไทยและทั่วโลก ได้มาถ่ายรูปเช็คอินและแชร์งานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2568 ซึ่งถือเป็นเทศกาลสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ และเป็นการเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว ต้อนรับลมหนาวที่ใกล้จะมาเยือนนี้

จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาสัมผัสความงดงามของวัฒนธรรมล้านนา ในงานประเพณีเดือน
ยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี พ.ศ. 2568 ระหว่างวันที่ 4 - 6 พฤศจิกายน 2568 เพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองวัฒนธรรม
ระดับโลก และร่วมส่งเสริมให้เชียงใหม่มุ่งสู่เมืองมรดกโลกต่อไป

หมู่เรือฝึกนักเรียนนายเรือ สาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าเยือนประเทศไทย

เมื่อวานนี้ (16 ต.ค.68) กองเรือปฏิบัติการ ทัพเรือภาคที่ 1 จัดเรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ ออกเรือพร้อมด้วยเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบที่ 4 (s-76B) แสดงกำลังต้อนรับหมู่เรือฝึกนักเรียนนายเรือ สาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 2 ลำ ได้แก่ เรือ CNS QI JIGUANG(83) และเรือ CNS YIMENG SHAN (988) ในโอกาสที่เข้ามาเยือนประเทศไทย 

การนี้ กองเรือยุทธการ  จัดเรือหลวงช้าง ซึ่งเป็นเรือที่ ทร. จัดหาจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้าร่วมการฝึก PASSEX กับหมู่เรือฝึกนักเรียนนายเรือดังกล่าว บริเวณตอนใต้ของเกาะจวง
จังหวัดชลบุรี

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด จับมือ 17 ประเทศ 30 เครือข่ายปราบปรามระดับโลก 'อาชยน' ลุยเชิงรุกอัปเกรดข้อมูล 

พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ( ผบช.ปส. ) จัดงาน The 1st NSB - International Agencies Coordination Meeting ประชุมหารือเจ้าหน้าที่ประสานงานด้านยาเสพติดและหน่วยงานต่างประเทศที่มีความร่วมมือด้านการปราบปรามยาเสพติดกับประเทศไทย โดยมีสมาชิกจาก 17 ประเทศ ประกอบด้วย ได้แก่ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา สวิสเซอร์แลนด์ เยอรมัน อิตาลี ไอร์แลนด์ สเปน แคนาดา ออสเตรีย อิสราเอล มาเลเซีย สิงคโปร์ ซาอุดิอาระเบียอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และหน่วยงานด้านการปราบปรามยาเสพติด อาทิ Australian Federal Police (AFP), U.S. Drug Enforcement Administration (DEA), German Federal Criminal Police Office (BKA), Embassy of Japan, Royal Canadian Mounted Police (RCMP), Austrian Ministry of Interior เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ที่ห้องพรหมนอกกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 

พล.ต.ท.อาชยน กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่รวมภาคีเครือข่ายที่ทำงานด้านยาเสพติดในไทยและภูมิภาคเอเชีย เป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับความสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนข้อมูล และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างตำรวจปราบปรามยาเสพติดกับเจ้าหน้าที่ประสานงานของต่างประเทศ และหน่วยงานด้านความมั่นคงจากประเทศต่าง ๆ ในเอเชียและยุโรป 

ผบช.ปส.กล่าวด้วยว่าการพบกันของ 17 ประเทศ และ 30 เครือข่ายครั้งนี้ เป็นการผสานความร่วมมือด้านการข่าว การสืบสวน และการปฏิบัติการร่วมระหว่างประเทศ สนับสนุนกันทางการข้อมูล และเทคโนโลยี เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดข้ามชาติอย่างยั่งยืน

สมุทรปราการ-รัฐมนตรีอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการพัฒนาอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ หนุนไทยก้าวสู่ฐานการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงของโลก

เมื่อวานนี้ (16 ต.ค. 68) ที่ผ่านมา นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจราชการเพื่อติดตามความคืบหน้าการพัฒนาอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ณ บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จํากัด จังหวัดสมุทรปราการ

โดย นายธนกร กล่าวว่า “การติดตามความคืบหน้าการพัฒนา อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เป็นหนึ่งในพันธกิจของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการ และภาคอุตสาหกรรม ให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม”

นายธนกร กล่าวต่ออีกว่า “อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ของประเทศไทย ที่ได้รับการกําหนดให้เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (New S-Curve) ภายใต้นโยบาย Thailand 4.0 

โดยเป็นอุตสาหกรรมที่มีการบูรณาการเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรม เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ ให้มีความชาญฉลาดและสามารถต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมอื่น เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า หุ่นยนต์ การแพทย์อัจฉริยะ และเกษตรกรรมแม่นยํา

โดยที่ผ่านมา บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จํากัด มีบทบาทสําคัญ ต่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทยในหลายด้าน ทั้งการยกระดับเทคโนโลยี Smart Electronics การพัฒนาทักษะแรงงานให้พร้อมรับยุคดิจิทัล ตลอดจนการส่งเสริมพลังงานสะอาดและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำที่สําคัญ บริษัทฯ ยังเป็นแหล่งสร้างงานและรายได้ให้แก่ประชาชนในจังหวัดสมุทรปราการ กว่า 4,000 คน 

ซึ่งมีส่วนสําคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นและยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานไทยอย่างยั่งยืน” นายธนกร กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ผ่าน แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2566–2570) โดยส่งเสริมการพัฒนาตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ตั้งแต่ต้นน้ําถึงปลายน้ํา ทั้งการสนับสนุนการ ลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นต้น การยกระดับห้องปฏิบัติการทดสอบมาตรฐาน การพัฒนาโครงสร้าง

พื้นฐานด้านเทคโนโลยี ไปจนถึงการสร้างตลาดภายในประเทศสําหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ” ผมเชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะของไทยมีศักยภาพสูง และคนไทยมีความสามารถไม่แพ้ชาติ ใดในโลก หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ไทยจะสามารถก้าวขึ้นเป็น ฐานการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงของโลกได้อย่างมั่นคง” 

นครปฐม-ตำรวจภูธรภาค 7 แถลงผลปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด 4.1 ล้านเม็ด และคดีอาชญากรรมที่สำคัญ

ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์, พล.ต.ต.ปิติ นฤขัตรพิชัย และ พล.ต.ต.ประสพชัย  มัตสยะวนิชกูล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7, พล.ต.ต.กานต์  ธรรมเกษม ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7, นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชจังหวัดนครปฐม, พล.ต.ต.พิทักษ์ อุปพงษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติด ตามนโยบายรัฐบาล โดยได้ทำการจับกุมนายประภากร หรือยุ่ง (นามสมมุติ)อายุ 42 ปี ชาวตำบลคลองตาคต อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ได้ที่บริเวณสี่แยกปากท่อ ถนนเพชรเกษม ตำบลดอนทราย อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 03.00 น. พร้อมของกลาง ประกอบด้วย ยาบ้า 4,100,000 เม็ด มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท เคตามีน 3.15 กรัม รถยนต์ 3 คัน และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง โดยผู้ต้องหามีพฤติกรรมจากการสืบข้อมูลทางว่ามีความเกี่ยวข้องกับผู้ค้ายาเสพติดในจังหวัดราชบุรี และได้มีการติดตามความคืบหน้ากว่าสี่เดือน 

จึงทราบว่าจะมีการลักลอบนำยาบ้าเข้าสู่จังหวัดราชบุรีโดยใช้ยานพาหนะสี่คัน ซึ่งเมื่อเป้าหมายไปถึงจึงได้มีการปิดล้อมและสามารถจับกุมพร้อมของกลางได้เป็นจำนวนมาก

โดยนางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ได้กล่าวถึงการดำเนินการประสานงานความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดนครปฐม เจ้าหน้าที่ทหาร และอีกหลายภาคส่วน อาทิ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้มีการประสานความร่วมมือกันอย่างชัดเจนและได้มีการใช้เทคโนโลยีด้วยการติดตามผู้ต้องหาและขบวนการผู้ค้ายาเสพติดจากกล้องวงจรปิด หรือ CCTV ที่มีอยู่รอบเมืองจึงทำให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจังหวัดนครปฐมยืนยันว่าจะมีการประสานความร่วมมือกับทุกหน่วยงานเพื่อทำให้เกิดความผาสุกกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ได้มีการแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาก่อเหตุอาชญากรรมหลายคดี ได้แก่ คดีก่อเหตุแทงกันทำร้ายร่างกายจนจนถึงชีวิต คดีเกี่ยวกับการรับจ้างยิงเพื่อหักยอดหนี้มูลค่ากว่า 130 ล้านบาท และคดีที่มีมีการยิงกันระหว่างพ่อตาและลูกเขย ซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 7 ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สนธิระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ จังหวัดนครปฐม กอ.รมน.จังหวัดนครปฐม ทำให้มีผลการปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพและเป็นการเริ่มปฏิบัติการเพิ่มความเข้มข้นในการป้องกันเหตุและติดตามจับกลุ่มผู้ต้องหาหลังก่อเหตุ ซึ่งในครั้งนี้ยังได้มีการใช้เทคโนโลยีและนิติวิทยาศาสตร์เข้ามาดำเนินการในกระบวนการดังกล่าว อีกด้วย

ร้อยเอ็ด…มณฑลทหารบกที่ 27 จัดพิธีวันสถาปนาหน่วย ครบรอบ 42 ปี 

(16 ต.ค. 68) มณฑลทหารบกที่ 27 จัดพิธีเนื่องในวันสถาปนาหน่วย ครบรอบปีที่ 42 ณ สโมสรนายทหาร ค่ายประเสริฐสงคราม จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมี พลตรี วิชิต มักการุณ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 27 เป็นประธานในพิธี

ภายในงานมีอดีตผู้บังคับบัญชาของมณฑลทหารบกที่ 27 นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน องค์กรปกครองท้องถิ่น และผู้มีเกียรติเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่นและเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในเกียรติประวัติของหน่วย

กิจกรรมสำคัญในพิธีประกอบด้วย พิธีสักการะ ศาลเจ้าพ่อธรรมโหราประเสริฐศักดิ์ พิธีสักการะ อนุสาวรีย์พลตรี พระยาประเสริฐสงคราม พิธีถวายราชสักการะ พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่กำลังพลที่เสียสละชีวิตในการปกป้องอธิปไตยของชาติ

ทั้งนี้พิธีดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อ แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้บังคับบัญชา และกำลังพลในอดีต ตลอดจนเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วย และเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้แก่กำลังพลและครอบครัว

มณฑลทหารบกที่ 27 เดิมคือ จังหวัดทหารบกร้อยเอ็ด ซึ่งได้รับอนุมัติให้จัดตั้งตามคำสั่งกองทัพบก ที่ 275/2526 เรื่อง “การจัดตั้งจังหวัดทหารบกร้อยเอ็ด” ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2526 โดยมีที่ตั้งถาวรอยู่ที่ บ้านหนองตากล้า หมู่ที่ 11 ตำบลเหนือเมือง อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด

ก่อนได้รับพระกรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามค่ายว่า “ค่ายประเสริฐสงคราม” เพื่อเป็นเกียรติแด่ พลตรี พระยาประเสริฐสงคราม ผู้มีคุณูปการต่อแผ่นดิน

ต่อมาเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2558 กองทัพบกมีคำสั่งให้ แปรสภาพหน่วยจากจังหวัดทหารบกร้อยเอ็ด เป็นมณฑลทหารบกที่ 27 และกำหนดให้วันที่ 13 ตุลาคมของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสถาปนาหน่วย และปัจจุบันทางรัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี เป็นนวันนวมินทรมหาราช วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทางหน่วยจึงได้เลื่อนการประกอบพิธีออกมาเป็นวันดังกล่าว

สารวันตำรวจ 2568 ผบ.ตร.ย้ำ ต้องมีสำนึกในหน้าที่ของตำรวจอยู่ทุกขณะ ทุกข์ร้อนประชาชนรอไม่ได้ต้องพร้อมช่วยเหลือ ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา

(16 ต.ค. 68) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีสารถึงข้าราชการตำรวจกว่า 2 แสนนาย ทั่วประเทศ เนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2568 ซึ่งตรงกับวันที่ 17 ตุลาคม 2568 ดังนี้

พี่น้องข้าราชการตำรวจทุกท่าน วันตำรวจได้เวียนมาบรรจบอีกวาระหนึ่ง นับเป็นโอกาสอันดีที่ข้าราชการตำรวจทุกนาย จะได้มาทบทวนบทบาทหน้าที่ของตนเอง ในฐานะ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” ความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อตำรวจนั้นสูงมาก หากจะมีใครคนใดคนหนึ่ง ที่จะต้องเข้าช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด คน ๆ นั้นคือ “ตำรวจ” 

ทุกท่านย่อมตระหนักดีว่า การเป็นตำรวจไม่ใช่เพียงแค่การสวมใส่เครื่องแบบอันทรงเกียรตินี้ แต่คือความมีสำนึกในหน้าที่ของความเป็นตำรวจอยู่ทุกขณะ ในปีนี้ผมจึงขอให้ตำรวจทุกนายได้ร่วมกันทบทวนหน้าที่ของตัวเอง 2 ประการ

ประการที่หนึ่ง ความสำนึกในบทบาทหน้าที่ของตนเอง สำนึกในหน้าที่ของการเป็นตำรวจ ที่พร้อมที่จะช่วยเหลือประชาชน ไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม ความทุกข์ร้อนของประชาชนเป็นสิ่งที่รอไม่ได้ ตำรวจจึงต้องเข้าช่วยเหลือ แก้ปัญหา เพื่อคลายความทุกข์ร้อนของประชาชนเหล่านั้น

ประการที่สอง ผู้บังคับบัญชา มีหน้าที่ที่จะต้องช่วยเหลือ สนับสนุน ดูแล ปกป้อง ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนอย่างเต็มกำลัง รวมถึงครอบครัวของพวกเขาเหล่านั้นด้วย เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา หากพวกเขามีขวัญและกำลังใจที่ดีแล้ว ย่อมมีความพร้อมที่จะทำหน้าที่ของตนอย่างครบถ้วน สมบูรณ์

หากพวกเราทุกคนตระหนักในบทบาทหน้าที่ของตน และสำนึกในความเป็น “ตำรวจ”แล้ว ผมเชื่อว่าพวกเราทุกคน ในฐานะ “ตำรวจ” จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับสังคมไทย และความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติของเราต่อไป 

ในโอกาสนี้ ขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ตลอดจนเดชะพระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้โปรดดลบันดาลพระราชทานพร ให้ข้าราชการตำรวจทุกท่าน และครอบครัว  มีความสุข  ความเจริญ มีความก้าวหน้า ในชีวิตราชการ มีพลานามัยที่สมบูรณ์ ปราศจากโรคภัยและภยันตรายทั้งปวง พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ “ตำรวจ” ให้กับพี่น้องประชาชน ต่อไป

‘แมรี่ เลาลอว์’ ผู้แทนยูเอ็น ห่วงสวัสดิภาพ ‘อังคณา’ ถูกขู่ฆ่า ผบ.ตร. เผยยังไม่มีรายงาน วอนสังคมเห็นต่างได้แต่อย่าใช้ความรุนแรง

(16 ต.ค. 68) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่นางแมรี่ เลาลอว์ (Mary Lawlor) ผู้รายงานพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ แสดงความห่วงใยต่อสวัสดิภาพของนางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา หลังมีรายงานว่าถูกขู่ฆ่า ว่าขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการในเรื่องดังกล่าว แต่ได้รับทราบจากสื่อมวลชนเท่านั้น

ผบ.ตร.ระบุว่า หากนางอังคณาถูกคุกคามจริง ขอให้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้มีการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าตำรวจพร้อมให้ความคุ้มครองความปลอดภัยอย่างเต็มที่ โดยมอบหมายให้ตำรวจสันติบาลและตำรวจไซเบอร์ตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่ามีการโพสต์ข่มขู่จริงหรือไม่ รวมถึงจะพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหรือไม่

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า การแสดงความคิดเห็นต่างทางการเมืองเป็นสิทธิภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่ขอให้หลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์หรือความรุนแรง พร้อมย้ำว่า “เราทุกคนเป็นคนไทยด้วยกัน” และขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันด้วยสติและความรอบคอบ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top