Sunday, 7 June 2026
NEWS FEED

สบส. ร่วมทีมเลขา รมว. สธ. ลงตรวจสถานประกอบการย่านสีลม

เมื่อวานนี้ (15 ต.ค. 68) ณ บริเวณถนนสีลม ซอย 4 แขวงสีลม กรุงเทพมหานคร นางสาวจิตศ์ตราฎ์ หมีทองธนกรณ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำทีมผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย ดร.นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ดร.พรเทพ ล้อมพรม ผู้อำนวยการกองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เจ้าหน้าที่กองกฎหมาย และเจ้าหน้าที่กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการเพื่อสุขภาพในพื้นที่ เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการให้ดำเนินกิจการอย่างถูกต้องตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 

เชียงใหม่-เตรียมจัดประชุมวิชาการและนิทรรศการ 'ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน' ครั้งที่ 12

แม่โจ้ ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ เตรียมจัดยิ่งใหญ่! การประชุมวิชาการและนิทรรศการ “ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน” ครั้งที่ 12 ระหว่างวันที่ 4–10 พฤศจิกายน 2568 ชวนร่วมเรียนรู้คุณค่าทรัพยากรไทยผ่านกาลเวลา ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เชียงใหม่

เมื่อวานนี้ (15 ต.ค. 68) เวลา 18.00 น. ณ.ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกันแถลงการเตรียมความพร้อมในการจัดการประชุมวิชาการและนิทรรศการ ครั้งที่ 12 ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน The 12th Academic Conference and Exhibition on Thai Resources: Thai Treasures Through Time  ระหว่างวันที่ 4-10 พฤศจิกายน 2568  ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ 

รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้  กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ขอเชิญประชาชนเฝ้าฯ รับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ เพื่อทรงเปิดการประชุมวิชาการและนิทรรศการ ครั้งที่ 12 “ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน” ในวันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.30 น. ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

การประชุมวิชาการและนิทรรศการครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–10 พฤศจิกายน 2568ภายใต้แนวคิดหลัก “ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน” มีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 70 พรรษาสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดโอกาสให้เยาวชน ประชาชน นักวิชาการ ภาคเอกชน และผู้กำหนดนโยบายได้ตระหนักถึงคุณค่าและศักยภาพของทรัพยากรไทย ผ่านแนวคิด “หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน” เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน เฉลิมฉลองในโอกาสที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ครบรอบ 90 ปี อันเป็นหมุดหมายแห่งความภาคภูมิใจและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ภายในงาน มหาวิทยาลัยแม่โจ้จัดนิทรรศการพิเศษ “หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน อพ.สธ. มหาวิทยาลัยแม่โจ้” ภายใต้แนวคิด “รากแก้วมั่นคงมั่งคั่ง” สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยด้านการเกษตรที่เก่าแก่และมั่นคงของประเทศไทย ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2477 จากโรงเรียนครูประถมกสิกรรมภาคเหนือ จนพัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยแม่โจ้ในปัจจุบัน

มหาวิทยาลัย ยังดำเนินงานสืบสานพระราชปณิธานในโครงการพระราชดำริต่าง ๆ โดยเฉพาะ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) ซึ่งได้จัดตั้ง ศูนย์ประสานงาน อพ.สธ. มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ทำหน้าที่เป็น “ขุมคลังปัญญาคู่ผืนถิ่น” ประสานงานและพัฒนาบุคลากร พร้อมจัดเก็บข้อมูลฐานทรัพยากรท้องถิ่นของจังหวัดเชียงใหม่ แพร่ น่าน และชุมพร

กว่า 3 ทศวรรษของการดำเนินงาน (ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537) มหาวิทยาลัยได้สั่งสมองค์ความรู้ด้านการวิจัยและบริการวิชาการ และได้นำเสนอผลงานเด่นภายใต้หัวข้อ “ของขวัญล้ำค่าจากแผ่นดิน” ได้แก่ เอื้องคำ สารสายใยให้คุณค่า เพาะพันธุ์เพาะภูมิปัญญา ผลิบานสร้างคุณค่าสู่มหาชน

เห็ด จากป่าท้องถิ่นไทย สู่การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน แตงไทย รักษ์พืช รักษ์พันธุ์ คัดสรรสู่แผ่นดิน พุทธศิลป์ล้านนา จากลายพันธุ์สู่พันลายสู่งานนวัตกรรมสร้างสรรค์ มะเกี๋ยง ผลไม้ไทยอันเป็นที่หนึ่ง หวนดูอดีต ศึกษาปัจจุบัน เพื่ออนาคตอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ชุมพร ความหลากหลายของทรัพยากรจากยอดเขาถึงใต้ทะเล

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ยังได้ขับเคลื่อนแนวทาง “คาร์บอนคลีนอย่างยั่งยืน” ตามแผนแม่บท อพ.สธ. ระยะที่ 8 (พ.ศ.2570–2574) ที่มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “IWA : การเกษตรอัจฉริยะเพื่อสุขภาวะที่ยั่งยืน” โดยผลการวิจัยชี้ว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 84,750 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ขณะเดียวกันสามารถดูดซับคาร์บอนได้จากป่าไม้และพื้นที่สีเขียวมากถึง 88,996.56 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า สะท้อนศักยภาพในการก้าวสู่สังคมคาร์บอนสมดุลอย่างเป็นรูปธรรม

ภายในงานยังประกอบด้วยกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การประชุมวิชาการและนิทรรศการงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 98 โรงเรียน การประชุมและนิทรรศการงานฐานทรัพยากรท้องถิ่น 38 หน่วยงานนิทรรศการหน่วยงานสนองพระราชดำริฯ 126 หน่วยงาน การประชุมชมรมคณะปฏิบัติงานวิทยาการ อพ.สธ.แปลงสาธิตและฐานการเรียนรู้ด้านการเกษตร 

อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือ “งานเกษตรแม่โจ้” มหกรรมต้นไม้ ผลิตภัณฑ์เกษตร สินค้าชุมชน ร้านอาหาร และการแสดงศิลปวัฒนธรรม จากสถานศึกษาและศิลปินรับเชิญ ตลอด 7 วัน 7 คืน

มหาวิทยาลัยแม่โจ้ขอเชิญชวนประชาชน นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจ เที่ยวชมงาน “ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน” ระหว่างวันที่ 4–10 พฤศจิกายน 2568 ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมเรียนรู้คุณค่าทรัพยากรไทย อิ่มเอมทั้งองค์ความรู้และความบันเทิงครบครัน

‘ฮุนเซน’ ลั่น!! ปิดชายแดน 100 ปี เขมรก็ไม่ตาย ขอบคุณไทยที่ช่วยให้สินค้าในประเทศได้โอกาสเติบโต

(16 ต.ค. 68) สมเด็จเตโช ฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ออกแถลงการณ์กล่าวถึงกรณีไทยปิดชายแดนว่า การปิดด่านฝ่ายเดียวของไทยกลับส่งผลให้สินค้าที่ผลิตในประเทศกัมพูชาเติบโตอย่างมาก พร้อมยืนยันว่าประเทศไม่ได้เดือดร้อนจากการขาดสินค้าจากไทยแม้แต่น้อย

ฮุนเซนระบุว่า กัมพูชาไม่เคยเรียกร้องให้ไทยเปิดชายแดนอีกครั้ง เพราะถือว่า “ไทยเป็นฝ่ายปิด ก็มีสิทธิจะเปิดเอง” และหากไทยจะปิดต่ออีก 100 ปีก็ไม่เป็นไร พร้อมกล่าวขอบคุณไทยที่ช่วยให้สินค้าในประเทศได้โอกาสเติบโต โดยชาวกัมพูชาหันมาสนับสนุนสินค้าท้องถิ่นมากขึ้นจนตลาดภายในประเทศเข้มแข็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากนี้ ฮุนเซนย้ำว่า แม้จะไม่มีสินค้าจากไทยมานานกว่า 3 เดือน แต่ตลาดกัมพูชายังมีเสถียรภาพ มีสินค้าบริโภคเพียงพอ อัตราเงินเฟ้อต่ำ และเศรษฐกิจมหภาคยังบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมระบุว่า นักลงทุนญี่ปุ่นที่ต้องการขนส่งสินค้าผ่านด่านไทย–กัมพูชา ควรติดต่อฝ่ายไทยโดยตรง เพราะกัมพูชาอนุมัติไปแล้ว

ทั้งนี้ ท้ายแถลงการณ์ ฮุนเซนขอให้ประชาชนชาวกัมพูชามีความอดทน และเชื่อมั่นในรัฐบาลว่าจะสามารถแก้ไขความขัดแย้งกับไทยได้ด้วยสันติวิธี โดยย้ำว่า “ไทยจะปิดต่ออีกนานแค่ไหนก็ตาม กัมพูชาจะไม่ตาย” และจะเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจของตัวเองต่อไป

‘ฐาปนีย์’ โพสต์ให้กำลังใจ ‘อังคณา’ นักสิทธิมนุษยชน หลังถูกกระแสโจมตี ‘ล่าแม่มด’ ปมดราม่ากัมพูชา

(16 ต.ค. 68) ฐาปนีย์ เอียดศรีชัย ผู้สื่อข่าวชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กให้กำลังใจ อังคณา นีละไพจิตร สว.และนักสิทธิมนุษยชน หลังถูกกระแสเรียกร้องให้ปลดจากตำแหน่งกรณีให้ความเห็นเรื่องกัมพูชา โดยฐาปนีย์ย้อนเล่าประสบการณ์ส่วนตัวเมื่อ 10 ปีก่อน ตอนทำข่าวโรฮิงญา จนถูกเรียกว่า 'โรฮิงแยม' ทำให้ถูกโจมตีในลักษณะเดียวกัน

เธอย้ำว่า การทำงานด้านสิทธิมนุษยชนหรือการพูดเรื่องความเป็นมนุษย์ ไม่ได้หมายความว่า “ไม่รักชาติ” หรือ “ขายชาติ” แต่คือการยืนหยัดในหลักการ เพื่อเปิดมุมมองที่ต่างจากกระแสหลัก พร้อมยอมรับว่าทุกฝ่ายผู้มีเจตนาดีอย่างคุณ “กัน จอมพลัง” ต่างมีสิทธิ์เห็นต่างกันได้ แต่ไม่ควรตัดสินใครแบบสุดโต่ง

นอกจากนี้ ฐาปนีย์ระบุว่า เธอเคยผ่านช่วงเวลา “ถูกล่าแม่มด” และเข้าใจดีว่าการถูกโจมตีเพียงเพราะยืนหยัดในความเชื่อมั่นหนักหนาเพียงใด จึงอยากให้กำลังใจอังคณาและทุกฝ่ายที่ทำงานเพื่อประเทศชาติ ทั้งเจ้าหน้าที่ ทหาร และประชาชน พร้อมขอให้ทุกคนอย่าลืม “ความเป็นมนุษย์” ของกันและกัน

ท้ายที่สุด เธอเรียกร้องให้สื่อมวลชนหยุดกระพือดราม่า แล้วหันมานำเสนอสาระสำคัญของปัญหาความขัดแย้งไทย–กัมพูชา รวมถึงการแก้ปัญหาสแกมเมอร์และสร้างสันติภาพร่วมกัน โดยย้ำว่า “เราต่างรักชาติได้ โดยไม่ต้องเกลียดกันเอง”

สมาชิกบางจากกรีนไมลส์ ล็อกอินแอปครั้งแรก รับส่วนลดเครื่องดื่มอินทนิล 50% 

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มอบสิทธิพิเศษสุดคุ้มให้แก่สมาชิกบางจากกรีนไมลส์ (Bangchak GreenMiles) เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคดิจิทัลเพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชันบางจากและเข้าสู่ระบบสมาชิกครั้งแรก รับทันทีคูปองส่วนลด 50% สำหรับซื้อเครื่องดื่มอินทนิล โดยรับสิทธิ์ได้ในฟีเจอร์ “คูปองของฉัน” เมนูที่ร่วมรายการ ได้แก่ เอสเพรสโซ่เย็น, อเมริกาโน่เย็น, โกโก้เย็น, ชาเขียวลาเต้เย็น (22 ออนซ์) และชาไทยพรีเมียมลาเต้สูตรดั้งเดิม (16 ออนซ์) จากราคาปกติ 60–65 บาท (1 สิทธิ์/สมาชิก) ใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 31 ธันวาคม 2568 รวมกว่า 280,000 สิทธิ์ตลอดโครงการ 

สำหรับแอปพลิเคชัน 'บางจาก' ล่าสุดได้ปรับโฉมใหม่ที่มาพร้อมรูปแบบและฟีเจอร์ที่ใช้งานง่าย สะดวก และครบครันยิ่งกว่าเดิมเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่  และยังทำให้ทุกการใช้จ่ายคุ้มค่า ยิ่งใช้ยิ่งได้ ยิ่งเติมยิ่งอัปเวลดาวน์โหลดแอป 'บางจาก' เวอร์ชันใหม่ได้แล้ววันนี้ ทั้งบน iOS / Android / Huawei : https://bit.ly/3YZxWQu

วันหยุด ทัพเรือภาคที่ 1 ไม่หยุด ยังคงลาดตระเวนตรวจการณ์ทางทะเล ตลอด 24 ชั่วโมง

ช่วงเวลาแห่งวันหยุด เมื่อ 10 – 13 ต.ค.68 และในทุกๆ วัน ทัพเรือภาคที่ 1 ยังคงปฏิบัติการลาดตระเวนตลอดตามแนวเขตเศรษฐกิจจำเพาะไทย-กัมพูชา โดยส่งกำลังทางเรือและอากาศยาน ลาดตระเวนในอาณาเขตทางทะเลของไทย ตั้งแต่หลักเขตที่ 73 ถึงแท่นขุดเจาะแก๊สธรรมชาติจัสมิน โดยได้ตรวจสอบเรือต่างๆ ในพื้นที่เพื่อค้นหาสิ่งผิดกฏหมาย และสินค้าต้องห้าม ตลอดจนดูแลความปลอดภัยให้เรือไทย และแท่นขุดเจาะแก๊สธรรมชาติของไทย

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการกระทำที่ต้องสงสัยว่าจะผิดกฏหมายทางทะเล เช่น เรือประมงต่างสัญชาติลักลอบเข้ามาทำการประมงในเขตไทย เรือลำเลียงขนถ่ายน้ำมันเถื่อนและสิ่งผิดกฎหมาย หรือพบเห็นเรือหรือบุคคลที่ประสบภัยในทะเล สามารถแจ้งเหตุทัพเรือภาคที่ 1 สายด่วน! โทร.1696  โทร. 038-438-008 ได้ตลอด 24 ชม.

สมุทรปราการ-ต่อศักดิ์ อัศวเหม มั่นใจ อบจ.เอาอยู่!! สนับสนุนเครื่องสูบน้ำสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว งานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์

เมื่อวานนี้ (14 ต.ค. 68) ที่ผ่านมา นายต่อศักดิ์ อัศวเหม รองนายก อบจ.สมุทรปราการ พร้อมด้วย ผู้ประกอบการของทางธนาภรณ์ โปรโมชั่น ซ้อแป๋ว และคณะเจ้าหน้าที่ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ที่ทาง อบจ.สมุทรปราการ ให้การสนับสนุนเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมขังในเขตพื้นที่การจัดงานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์ ประจำปี 2568

โดยทางด้าน นายต่อศักดิ์ อัศวเหม รองนายก อบจ.สมุทรปราการ เปิดเผยว่า ทาง อบจ.สมุทรปราการ โดยท่าน สุนทร ปานแสงทอง นายก อบจ.สมุทรปราการ ได้ให้ความสำคัญของการจัดงานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์ ประจำปี 2568 

นอกจากนี้ ยังมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่มาเที่ยวชมงานจึงได้มีการประชุมวางแผนคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ ในการวางแผนรับมือปัญหาน้ำท่วมขังภายในงานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์ ที่คาดว่าจะมีประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยว กว่า  10,000 คน เดินทางมาเที่ยวชมงาน พร้อมทั้งเลือกซื้อสินค้าภายในงานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์

ทั้งนี้ ทาง อบจ.สมุทรปราการ ได้ให้การสนับสนุนเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่จำนวนหลายเครื่องตามจุดสำคัญต่างๆ ในเขตพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมหากเกิดมีฝนตกลงมาอย่างหนัก และเพื่อป้องกันให้ให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังขึ้นมาได้ 

อย่างไรก็ตาม ทาง อบจ.สมุทรปราการ ต้องการสร้างความมั้นใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาเที่ยวงานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์ จึงได้ติดตั้งวางเครื่องสูบน้ำไว้ตามจุดสำคัญต่างๆ อาทิเช่น นิคมอุตสาหกรรมบางปู เครื่องสูบน้ำ จำนวน 6 เครื่อง แบ่งเป็น รถสูบน้ำส่งระยะไกล เครืองสูบประจำจุด ท้ายซอย 7a และ ท้ายซอย 9a เครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว 2 เครื่อง ประจำจุด บริเวณตีนสระพาน ซอย 11c/1 และซอย 12c 

เครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้ว 2 เครื่อง ประจำจุดท้ายนิคม 2 ตัว ประจำประตูน้ำ แบ่งเป็น รถสูบส่งระยะไกล 1 คัน ประจำประตูน้ำคลองนางหงษ์ (พื้นที่ อบต.คลองด่าน) เครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้ว 2 ตัว ประจำประตูน้ำคลองบางปิ้ง (พื้นที่เทศบาลนคร) เครื่องสูบน้ำประจำพื้นที่ถนน แบ่งเป็น ประจำถนนสุขุมวิทสายเก่าบริเวณแยกหอนาฬิกา เครื่องขนาด 12 นิ้ว 1 เครื่อง ประจำถนนศรีนครินทร์ บริเวณหน้าปากซอยวัดด่าน เครื่อง ขนาด 12 นิ้ว 1 เครื่อง ประจำถนนศรีนครินทร์บริเวณ 4 แยกศรีเทพารักษ์ ขนาด 12 นิ้ว 1 เครื่อง รวมถึงจุดอื่นๆ ที่สำคัญ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวว่าจะไม่มีปัญหาน้ำท่วมขังอย่างแน่นอน
 

‘กลาโหม’ ปัดข้อเรียกร้อง ‘ฮุน เซน’ ให้เปิดด่าน ย้ำจุดยืน! กัมพูชาต้องทำตาม 4 เงื่อนไขก่อน

กระทรวงกลาโหม แถลงจุดยืนชัดเจน ไม่เจรจาเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาตามแรงกดดันของ ‘ฮุน เซน’ จนกว่าฝ่ายกัมพูชาจะปฏิบัติตามเงื่อนไข 4 ข้ออย่างเป็นรูปธรรม ล่าสุด ทภ.2 สั่งเลื่อนประชุม RBC ไม่มีกำหนด เหตุเขมรยังไม่ส่งแผนปฏิบัติการ ขณะที่มองท่าที ‘ทรัมป์’ เสนอตัวเป็นคนกลางเป็นเรื่องดี

(15 ต.ค. 68) มีรายงานว่า พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ได้แถลงถึงกรณีที่สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ประธานองคมนตรีกัมพูชา กดดันให้ไทยเปิดด่านชายแดนถาวรภายในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ โดยยืนยันว่าฝ่ายไทยยังคงยึดมั่นในเงื่อนไข 4 ข้อที่เคยเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย-กัมพูชา และจะไม่มีการเจรจาในประเด็นอื่นจนกว่ากัมพูชาจะดำเนินการตามเงื่อนไขดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นที่น่าพอใจ

สำหรับเงื่อนไขทั้ง 4 ข้อ ที่ฝ่ายไทยยื่นต่อกัมพูชา ประกอบด้วย
1. การถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ชายแดน
2. การเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน
3. การปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ
4. การบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนที่มีปัญหาร่วมกัน

พล.ร.ต.สุรสันต์กล่าวว่า จุดยืนของไทยมีความชัดเจนและเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด ตั้งแต่ระดับรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีได้ยืนยันในเงื่อนไขทั้ง 4 ข้อมาโดยตลอด จนถึงหน่วยงานในระดับพื้นที่ ซึ่งต้องการแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนจากฝ่ายกัมพูชา เช่น แผนการเก็บกู้ทุ่นระเบิด และการจัดการชุมชนที่รุกล้ำอธิปไตยของไทย แต่จนถึงขณะนี้ฝ่ายกัมพูชายังไม่มีการเสนอแผนปฏิบัติการใดๆ ที่เป็นรูปธรรม

"กัมพูชาก็ต้องย้อนมองตัวเองว่ามีความพร้อมแค่ไหน ก่อนที่จะออกมาพูดว่าขอเปิดด่าน เพราะขณะนี้ฝ่ายไทยยืนยันเป็นแนวทางเดียวกันหมด ตั้งแต่รัฐบาลไปจนถึงระดับพื้นที่ว่าต้องยึดในเงื่อนไข 4 ข้อ ก่อนที่จะไปคุยเรื่องอื่น" โฆษกกระทรวงกลาโหมกล่าว

จากการที่ฝ่ายกัมพูชายังไม่ส่งแผนปฏิบัติการดังกล่าว ส่งผลให้ล่าสุดกองทัพภาคที่ 2 ได้แจ้งเลื่อนการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ซึ่งมีกำหนดจะประชุมกับภูมิภาคทหารที่ 4 ของกัมพูชาออกไปอย่างไม่มีกำหนด

ส่วนข้อสังเกตว่าแรงกดดันของกัมพูชาอาจมีสาเหตุมาจากการสูญเสียรายได้หลังไทยใช้มาตรการปิดด่านนั้น พล.ร.ต.สุรสันต์ระบุว่า แม้จะไม่มีข้อมูลโดยตรง แต่คาดการณ์ได้ว่าเกิดจากผลกระทบด้านการค้าชายแดน ซึ่งมาตรการปิดด่านของไทยถือเป็นความเหมาะสมและเป็นการกดดันตามหลักสากล

นอกจากนี้ โฆษกกระทรวงกลาโหมยังได้กล่าวถึงท่าทีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่จะเข้ามาเป็นตัวกลางในการเจรจาสันติภาพ ว่าเป็นเรื่องที่ดีและสะท้อนถึงความห่วงใยของสหรัฐฯ ต่อภูมิภาคนี้ ซึ่งไทยมองว่าเป้าหมายสำคัญที่สุดคือการสร้างความสงบสุขตามแนวชายแดน เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่ต้องกังวลถึงการปะทะที่อาจเกิดขึ้น

สมุทรปราการ-ครบรอบ 32 ปี รพ.เปาโล สมุทรปราการ 32 ปี แห่งความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ สู่มาตรฐานการดูแลที่ดีกว่าเดิม

(15 ต.ค. 68) ที่ลานกิจกรรม ชั้น 2 อาคาร 1 โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ จัดงานฉลองครบรอบ 32 ปี ภายใต้แนวคิด “32 Years of Trust” ปีแห่งความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ สู่มาตรฐานการดูแลที่ดีกว่าเดิม ซึ่งสะท้อนถึงการเดินทางตลอดกว่า 3 ทศวรรษในการมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการรักษาและการบริการด้านสุขภาพ 

เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนในจังหวัดสมุทรปราการ และพื้นที่ใกล้เคียง ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายแพทย์อาจ พรวรนันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน 

โดยมี นายอนุพนธ์ เดชวรสุทธิ นายกเทศมนตรีเมืองปากน้ำ สมุทรปราการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ และแขกผู้มีเกียรติ ร่วมในพิธีครั้งนี้

โดยนายแพทย์อาจ พรวรนันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ ได้กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพด้านบริการทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการไม่เพียงแต่เป็นสถานพยาบาลที่ให้การรักษาโรค แต่ยังเป็นสถานที่ที่มุ่งเน้นการดูแลผู้ป่วยอย่างรอบด้าน ด้วยมาตรฐานการแพทย์ที่เชื่อถือได้ ควบคู่กับการบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด 

เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจแก่ผู้ใช้บริการ โดยโรงพยาบาลได้มุ่งพัฒนา “ศูนย์กระดูกและข้อ” (Orthopedic Center) ให้เป็นหนึ่งในศูนย์ความเชี่ยวชาญที่ครบวงจร ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย อาทิ เทคโนโลยีการผ่าตัดส่องกล้องข้อเข่าและข้อสะโพก ซึ่งช่วยลดการบาดเจ็บ ฟื้นตัวได้เร็ว และเพิ่มคุณภาพชีวิตแก่ผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในขณะเดียวกัน โรงพยาบาล ยังเดินหน้าพัฒนาความเชี่ยวชาญเชื่อมโยงบริการสุขภาพสู่ชุมชนเพื่อรองรับสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนประกันสังคม รวมถึงคลินิกเครือข่ายและ Project All Network ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกันตนเข้าถึงการรักษาได้ง่ายยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด“ใกล้ที่ทำงาน ใกล้บ้าน ใกล้คุณ” การพัฒนาบริการทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ทั้งคุณค่าและประสบการณ์ที่ดีในการรักษา 

ถือเป็นเป้าหมายสำคัญของเครือโรงพยาบาลพญาไท เปาโล มุ่งมั่นสร้างการเข้าถึงการรักษาในทุกมิติ เชื่อมโยงศักยภาพของ Healthcare Network ที่ทำงานประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยระบบบริหารจัดการทรัพยากรร่วมกัน

ผู้รับบริการจึงสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และครอบคลุมสิทธิ์ “เลือก 1 ใช้สิทธิ์ได้ 8 โรงพยาบาล” รวมถึงคลินิกเครือข่ายพญาไท เปาโล กว่า 13 แห่ง เพื่อเชื่อมโยงสุขภาพที่ดีสู่ชุมชนอย่างแท้จริงนอกจากนี้ ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก นายแพทย์อาจ พรวรนันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล และ นายแพทย์กษิดิศ ศรีจงใจ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ เข้าร่วมเสวนาในหัวข้อ “ก้าวสู่ปีที่ 32 จากความเชื่อมั่น สู่การพัฒนาบริการทางการแพทย์” ถ่ายทอดมุมมองด้านการปรับเปลี่ยนและพัฒนาศักยภาพการบริการ พร้อมทั้งนำเสนอทิศทางของการแพทย์ในอนาคตที่มุ่งเน้นความแม่นยำ ความสะดวก และคุณภาพการรักษาที่เหนือกว่า

ภายในงานมีเวทีเสวนา ร่วมพูดคุย กับนายแพทย์อาจ พรวรนันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพร้อมด้วย นายแพทย์กษิดิศ ศรีจงใจ สาขาศัลยกรรมกระดูก ในหัวข้อ “ก้าวสู่ปีที่ 32 จากความเชื่อมั่น สู่การพัฒนา บริการทางการแพทย์” และกิจกรรมภายในงาน Work Shop ฟื้นฟูกล้ามเนื้ออย่างสมดุล คลายปวด Office Syndrome ด้วย PMS เยี่ยมชม “Paolo Care World” พื้นที่บริการสุขภาพและนวัตกรรมการรักษา นิทรรศการ “32 Years of Trust”ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางกว่า 3 ทศวรรษ แห่งความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในมาตรฐานการดูแลสุขภาพ

(สุรินทร์)แม่ทัพภาค​ 2 มอบเครื่องปั่นไฟฟ้า และมอบสิ่งของบำรุงขวัญทหารชายแดน ขณะที่กัน จอมพลัง ติดตามการสร้างห้องน้ำ และเคลียใจ แม่ทัพภาค​ 2

เมื่อวานนี้ (14 ต.ค. 68) เวลา 11.30 น. พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมคณะ เยี่ยมพบปะให้กำลังใจทหารที่ปราสาทตาเมือนธม ฐานปฏิบัติการชายแดนไทย-กัมพูชา โดยแม่ทัพภาคที่ 2 ชี้ว่าทหารทุกนายมีขวัญกำลังใจดีเยี่ยม พร้อมกับมอบเครื่องปั่นไฟฟ้า และสิ่งของบำรุงขวัญ พร้อมทั้งแจกตะกรุดหลวงปู่เจียม​ "รุ่นทหารของพระเจ้าอยู่หัว" รวมถึงความปรารถนาดีของผู้บังคับบัญชา พี่น้องประชาชนที่ส่งเป็นกำลังใจมาให้ และกล่าวชื่นชมในการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติห้วงที่ผ่านมาได้อย่างดีเยี่ยมด้วยความกล้าหาญ เสียสละ อดทน และขอให้ทหารทุกนายได้หมั่นฝึกซักซ้อมพัฒนาตนตามแผนอยู่เสมอ เพื่อให้เกิดความพร้อมที่สุด และที่สำคัญต้องไม่ประมาท นอกจากนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ยังร่วมรับประทานอาหารกับกำลังพลนายทหาร นายสิบ พลทหารที่ปราสาทตาเมือนธม ซึ่งสร้างความอบอุ่นและเป็นกันเอง ตอกย้ำถึงความห่วงใยจากผู้บังคับบัญชาที่มีต่อผู้ใต้บังคับบัญชาเสมอมา 

ขณะที่ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง ได้เดินทางมาที่วัดแห่งหนึ่งที่ อำเภอพนมดงรัก เพื่อเข้าไปมอบของให้แก่ทหาร พร้อมกับได้ขึ้นมาที่ปราสาทตาเมือนธม​ เพื่อมาดูบังเกอร์และห้องน้ำที่สร้างไว้ จึงได้พบกับ พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 โดยบังเอิญ โดยทั้ง​ 2​ ได้ร่วมรับประทานอาหารด้วยกันพร้อมกับพูดคุยเคลียใจกัน พร้อมทั้งรับมอบตะกรุดหลวงปู่เจียมรุ่นทหารของพระเจ้าอยู่หัวอีกด้วย นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ (กัน​ จอมพลัง) ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับประเด็นนักสิทธิ์ออกมาคัดค้านการเปิดเครื่องเสียง ว่า  

ตั้งแต่วันนี้ทางเราจะหยุดจะไม่เอารถแห่ไปเปิดเพลง ส่วนตัวเองรู้สึกรำคาญ เลียนความโลกสวย เพราะไม่ใช่แต่ไทยที่ทำ ทางกัมพูชาเองก็เคยเอาเครื่องเสียงมาเปิด แต่ไม่มีนักสิทธิ์คนไหนออกมาพูดหรือเรียกร้องให้กับคนไทยบ้างเลย หรือแม้กระทั่งเด็ก 8 ขวบที่เสียชีวิตลงที่กัมพูชายิงระเบิดลงบ้านก็ไม่มีนักสิทธิ์คนไหนออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับประเทศไทย แต่ถ้าประชาชนยังต้องการและเรียกร้องให้ตนกลับมานำเครื่องเสียงมาเปิดอีกตนก็จะทำตามเสียงของประชาชน ย้ำว่าถ้าประชาชนเรียกร้องนะ ส่วนวันนี้ที่ได้พบกับท่านแม่ทัพภาคที่ 2 นั้น ก็เป็นการดีถือว่าเป็นการพูดคุยกันครั้งแรกมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและช่วยกัน และรับรู้ถึงความรู้สึกของท่านแม่ทัพภาคที่ 2​ ว่ามีความจริงใจ และพร้อมจะร่วมงานเดินหน้าไปด้วยกัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top