Wednesday, 24 June 2026
NEWS FEED

‘รมว.ปุ้ย’ ชม!! ‘กองพิสูจน์หลักฐานกลาง’ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำงานแบบมืออาชีพ-น่าเชื่อถือ จนได้รับการรับรองมาตรฐานสากล

(25 ธ.ค. 66) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้ต่ออายุการรับรองระบบงานหน่วยตรวจ ตามมาตรฐาน มอก.17020 - 2556 (ISO/IEC 17020 : 2012) ให้แก่ กลุ่มงานตรวจสอบลายนิ้วมือแฝง กองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมาตรฐานดังกล่าวเป็นมาตรฐานสำหรับหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยตรวจสอบ ว่ามีความเป็นกลาง มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ มีจรรยาบรรณ และมีความน่าเชื่อถือของขั้นตอนและวิธีการตรวจ รวมถึงความเหมาะสมของเครื่องมือต่าง ๆ ที่ใช้ เพื่อเป็นการยืนยันว่าการให้บริการงานตรวจ อยู่บนหลักวิชาการ มีความน่าเชื่อถือ และเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ 

โดยเฉพาะงานตรวจพิสูจน์หลักฐานในคดีต่าง ๆ ที่ต้องใช้กระบวนการด้านวิทยาศาสตร์และหลักนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งการตรวจสถานที่เกิดเหตุ การตรวจลายนิ้วมือ รวมทั้งตรวจสอบวัตถุพยาน เพื่อประกอบการพิจารณาคดีในกระบวนการยุติธรรม จะต้องมีความเป็นมืออาชีพ และได้รับการยอมรับ

“การต่ออายุการรับรองระบบงานให้แก่ กองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในครั้งนี้ ถือเป็นการยืนยันว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีกระบวนการตรวจสอบที่ได้มาตรฐานสากลระดับโลก สามารถสร้างความเชื่อมั่น ในกระบวนการตรวจสอบพิสูจน์หลักฐานของประเทศไทยมากยิ่งขึ้น และเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก เพราะ สมอ. เป็นหน่วยงานที่ให้การรับรองระบบงานหน่วยตรวจตามมาตรฐานสากล ที่ได้รับการยอมรับจากองค์การภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกว่าด้วยการรับรองระบบงาน (The Asia Pacific Accreditation Cooperation : APAC) และองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการรับรองห้องปฏิบัติการ (International Laboratory Accreditation Cooperation : ILAC) จึงทำให้กองพิสูจน์หลักฐานกลาง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการยอมรับในระดับสากลด้วยเช่นกัน” รมต.พิมพ์ภัทรา กล่าว

นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า “สมอ. ได้ต่ออายุใบรับรองระบบงานหน่วยตรวจ ตามมาตรฐาน มอก.17020 - 2556 (ISO/IEC 17020 : 2012) ให้แก่ กลุ่มงานตรวจสอบลายนิ้วมือแฝง กองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อีก 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2566 จนถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2571 โดยมีขอบข่ายในการรับรอง ดังนี้ 

1) การตรวจพิสูจน์จุดลักษณะสำคัญพิเศษของลายนิ้วมือ ฝ่ามือ และฝ่าเท้าแฝง 
2) การตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือ ฝ่ามือ และฝ่าเท้าแฝง เพื่อยืนยันตัวบุคคล 
3) การตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือแฝง และลายพิมพ์นิ้วมือกับฐานข้อมูลลายพิมพ์นิ้วมืออัตโนมัติของกองทะเบียนประวัติอาชญากร 

โดยการต่ออายุครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 3 ครั้งแรกได้รับการรับรองเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2556 ซึ่งรวมระยะเวลากว่า 10 ปี ที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ยังคงรักษาคุณภาพและการตรวจพิสูจน์อย่างมีระบบตามมาตรฐานสากลไว้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งภายหลังจากที่ได้รับการรับรองระบบงานแล้ว จะทำให้ผลการตรวจสอบจากกองพิสูจน์หลักฐานกลาง ได้รับความเชื่อถือในระดับสากล ลดความแคลงใจ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะคดีความที่มีชาวต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เช่น กรณีคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวจากต่างชาติ หรือกรณีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดที่มีคนต่างชาติเกี่ยวข้องด้วย เป็นต้น” นายวันชัยฯ กล่าว

ปาฏิหาริย์!! ชายวัย 48 ถูกคู่กรณีแทง แต่ไม่เข้า  เชื่อ!! สมเด็จสิงห์คู่ หลวงพ่อสิงห์ ช่วยแคล้วคลาด

(25 ธ.ค.66) ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายประยูร เพชรนอก อายุ 48 ปี พนักงานบริษัท เล่าให้ฟังว่า เมื่อไม่นานมานี้ ระหว่างที่ตนได้ขับรถจักรยานยนต์ไปส่งลูกชายที่โรงเรียนตามปกติ ซึ่งต้องใช้เส้นทาง ผ่านภายในซอยแก้วอินทร์ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี 

โดยวันนั้นมีรถจักรยานยนต์และผู้ใช้เส้นทางเป็นจำนวนมาก พอถึงจุดเกิดเหตุ มีรถจักรยานยนต์ที่ขับสวนทางมาคนเดียว บังเอิญบริเวณที่จับด้านขวาไปเกี่ยวกับ ที่จับด้านขวาของจักรยานยนต์คู่กรณี แต่ไม่ได้เกิดอุบัติเหตุอย่างใด จากนั้นรถคู่กรณีก็ได้ ต่อว่าด้วยคำที่หยาบคาย จนมีปากเสียงกันเล็กน้อย แต่ตนไม่ได้สนใจเพราะว่ามีลูกชายนั่งซ้อนท้ายอยู่ด้านหลัง จึงขับรถออกไปจนกระทั่งลูกชายบอกว่ารถจักรยานยนต์คันดังกล่าวได้ขับตามหลังมา ก่อนจะขับมาขวางหน้ารถของตนในระยะประชิด แล้วชักมีดพก ปลายแหลมยาวประมาณ 5-10 ซม.ออกจากเอว แล้วแทงเข้าที่หัวไหล่ด้านซ้ายของตน ยอมรับว่ารู้สึกเจ็บมาก จึงได้หันไปดู แต่กลับพบว่าจุดที่โดนแทง ไม่มีบาดแผล แทงไม่เข้า ไม่มีเลือดไหลออกมา พอคู่กรณีเห็นจึงรีบขับรถหลบหนีไป ส่วนตนรีบขับรถไปส่งลูกชายที่โรงเรียน 

จากนั้นจึงนั่งทบทวนถึงสาเหตุที่ไม่มีบาดแผลตอนถูกแทง โดยเชื่อว่าเป็นเพราะ บารมีสมเด็จสิงห์คู่ปี 37 ของหลวงพ่อสิงห์ วัดไผ่เหลือง ตำบลบางม่วง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ที่ตนเชื่อและศรัทธา นำขึ้นคล้องคออยู่องค์เดียว มาตลอด 20 ปี ที่ปกปักรักษา คุ้มครองให้รอดปลอดภัย 

พระครูสมุห์สิทธิโชค อภินนฺโท เจ้าอาวาสวัดไผ่เหลือง ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เปิดเผยว่า หลวงพ่อสิงห์ หรือ พระครูภาวนาวรานุศาสก์ อดีตเจ้าคณะตำบลบางม่วง และอดีตเจ้าอาวาส วัดไผ่เหลือง ถือว่าเป็นตำนานแห่ง 'พระหมอดูคิวทอง' ท่านได้จัดสร้าง วัตถุมงคลรุ่นแรก คือ...

'พระสมเด็จสิงห์คู่' จัดสร้าง พ.ศ. 2537 กดพระภายในวิหารเจดีย์ มวลสาร พระสมเด็จวัดระฆัง 1 องค์ พระสมเด็จบางขุนพรหม 1 องค์ นำมาบดเป็นมวลสาร ยังมีมวลสารอีกมาก ที่หลวงพ่อสิงห์นำมาจัดสร้าง 'สมเด็จสิงห์คู่' อาทิ ดินสถานที่ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ผงอิธเจ ผงปถมัง ผงตรีนิสิงเห มาปั้นเป็นดินสอ แล้วเขียนสูตร ลบผงเกี่ยวกับยันตร์ตรีนิสิงเห หรือยันตร์นารายณ์ถอดรูป แล้วมียันต์พระควัมบดี และยันต์ตราพระสีห์ อานุภาพด้านเมตตามหานิยม ป้องกันถอนคุณไสย และภูตผี ป้องกันสัตว์ เขี้ยวเล็บงา รักษาโรคอุบัติภัยอันตรายทั้งปวง

สำหรับผงปถมัง กระทำในพระอุโบสถ โดยต้องมีพิธีกล่าวคาถาอัญเชิญครู ประกาศอัญเชิญ เทพยดาทำประสะน้ำมนต์พรมตัว เรียกอักขระเข้าตัว และ อัญเชิญครุเข้าตัวผงปถมัง เป็นผงเริ่มต้น นำดินสอผงวิเศษ มาเขียนสูตร และลบออกเป็นผงปถมัง มีอานุภาพ หลายด้าน แต่หนักไปทาง คงกรพันชาตรีมหาอุด แคล้วคลาด กำบัง ล่องหนและป้องกันภูตผีปีศาจ และคุณไสย

ส่วนมวลสาร ผงอธิเจ นั้นหลวงพ่อท่านนำผงปถมังมาปั้นเป็นดินสอ แล้วเขียนสูตร ลบผง เป็นผงอธิเจมีอานุภาพด้านเมตตามหานิยมอย่างสูงรักษาโรค ภัยไข้เจ็บ

พระครูสมุห์สิทธิโชค กล่าวอีกว่า สำหรับการจัดสร้างสมเด็จสิงห์คู่นี้ ทางหลวงพ่อสิงห์ ท่านจัดสร้าง ทั้งหมด 5 พิมพ์ สมเด็จสิงห์คู่ พระผงสุพรรณ พระนางพญา พระซุ้มกอ พระรอด พระส่วนหนึ่งบรรจุกรุหลวงพ่อสิงห์ อธิษฐานจิต โดยปัจจุบัน ผู้บริหารบริษัทบุญรอด และ นายกสมาคมกอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทยห้อยพระรุ่นนี้ เป็นพิมพ์นำฤกษ์

'มือเศรษฐกิจจุลภาค' ชี้!! ความเสี่ยงมากมายในปี 2024 รอไทยอยู่  โตช้า หนี้เสียมาก ส่งออกอืด นักท่องเที่ยวต่ำเป้า เงินดิจิทัลเสี่ยงไม่ผ่าน

(25 ธ.ค. 66) นายพลัฏฐ์ ศิริกุลพิสุทธิ์ มือเศรษฐกิจจุลภาค อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'Ta Plus Sirikulpisut' ถึงเศรษฐกิจไทยในปี 2024 ระบุว่า...

ภาพรวมเศรษฐกิจโลก สหรัฐฯ แข็งแกร่งเกินคาดแม้จะขึ้นดอกเบี้ยหลายรอบยังเติบโตแข็งแกร่ง มีความเป็นไปได้ที่จะหยุดขึ้นดอกเบี้ยแล้ว 

ส่วนไทยส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยผิดพลาด ทำให้เศรษฐกิจชะลอมาก ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้สูงขึ้น การปล่อยสินเชื่อหดตัวหนัก บ้าน รถ SME กระทบรุนแรง

จีน ชะลอตัวหนัก หนี้เสียภาคอสังหาฯ ภาคก่อสร้าง กำลังส่งผลกระทบวงกว้าง 

ยุโรป กระทบจากสงครามรัสเซีย ยูเครนยาวนาน วิกฤต คลองซูเอส และ ฮามาส ซ้ำเติมสร้างปัญหาเงินเฟ้อทั่วยุโรป

นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายสร้างปัญหาเงินเฟ้อในญี่ปุ่นมาก คนญี่ปุ่นเริ่มมีกำลังซื้อถดถอย สัญญาณการสิ้นสุดนโยบายการเงิน ดอกเบี้ยติดลบใกล้ถึงสิ้นสุด

อินเดียกำลังฉายแววเป็นผู้นำเศรษฐกิจยุคใหม่ตามด้วยอินโดเนเซีย และเวียดนามเกาะรถอย่างห่าง ๆ

ประเทศไทยมีระเบิดเวลา บริษัทใหญ่ล้ม และหนี้เสียจากบริษัทขนาดใหญ่ ขนาดกลางรออยู่ใครถือ พันธบัตร ต้องรอบคอบ ความคาดหวังที่ประชาชนให้พรรคเพื่อไทยว่าเก่งเศรษฐกิจกำลังมีคำถาม 

ท่านนายกต้องรีบแก้ปัญหา โดยต้องมี รมต.คลังตัวจริงมาทำงาน ส่วนกระทรวงเศรษฐกิจอื่นต้องพิจารณาว่าได้คนถูกฝาถูกตัวหรือไม่ หรือยังปรับงานไม่ลงตัว ยังทำงานไม่เข้าขากับฝ่ายราชการ

ท่านนายกฯ พยายามขับเคลื่อนอย่างเต็มที่ แต่ยังมีจุดที่ต้องปรับอีกมาก การขึ้นค่าแรงจะช่วยดึงกำลังซื้อหรือไม่หรือ เพิ่มภาระให้ผู้ประกอบการโรงงานให้ปิดตัว หรือย้ายฐานการผลิตมากขึ้น 

เอาใจช่วยรัฐบาลให้ประชาชนอยู่ดีกินดีครับ

'หมอยง' เลคเชอร์ 10 ข้อ 'วัคซีนโควิด' บทสรุป 4 ปี กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

(25 ธ.ค.66) นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ราชบัณฑิตยสภา โพสต์เฟซบุ๊ก Yong Poovorawan เรื่อง ‘โควิด-19 วัคซีนกาลเวลาเป็นที่พิสูจน์’ ดังนี้…

โควิด-19 วัคซีน กาลเวลาเป็นที่พิสูจน์

ในระยะแรกที่เริ่มมีการใช้วัคซีนในประเทศไทย ที่มีวัคซีนอย่างจำกัดมาก มีความต้องการสูง ประเทศไทยได้วัคซีนเชื้อตายเข้ามาเริ่มแรก ผมและคณะได้ทำการศึกษาวิจัยอย่างละเอียด มีการฉีดสูงไขว้ และเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง แต่มีการว่ากล่าวให้ร้าย (bully) อย่างมาก ถูกดึงเข้าสู่การเมือง ขณะนี้กาลเวลาที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่า ข้อมูลที่กล่าวไว้ ถูกต้องทุกประการ ปีนี้เป็นปีที่ 4 ของการระบาด ขอให้เป็นสังคมอุดมปัญญา จะขอสรุปข้อมูลเกี่ยวกับโควิดวัคซีน เพื่อให้สังคมได้เข้าใจ

1.วัคซีนโควิด-19 มี 4 ชนิด คือ ก. เชื้อตาย (inactivated vaccine; sinovac, sinopharm) ข. ไวรัสเวกเตอร์ (AstraZeneca; AZ) ค. mRNA วัคซีน ได้แก่ (Pfizer, Moderna) ง. โปรตีนสับยูนิต ได้แก่ Novavax

2.วัคซีนทุกตัวมีประสิทธิภาพไม่แตกต่างกัน จะมีประสิทธิภาพดีในเดือนแรกๆ หลังฉีด และระยะเวลาที่นานขึ้น จะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการลดความรุนแรงของโรค ประสิทธิภาพจึงไม่แตกต่างกัน ไม่มีวัคซีนเทพ

3.วัคซีนเชื้อตาย กระตุ้นภูมิต้านทานได้เท่ากับการติดเชื้อในธรรมชาติ แต่ต่ำกว่า วัคซีนไวรัสเวกเตอร์และ mRNA

4.วัคซีนที่ใช้มากที่สุดในโลก คือ เชื้อตาย ใช้มากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณวัคซีนที่ฉีดในโลก  โดยเฉพาะใช้มากในเอเชียและแอฟริการวมทั้งอเมริกาใต้ ประเทศที่ใช้วัคซีนดังกล่าวอัตราการเสียชีวิต ไม่ได้สูงมากเท่าประเทศที่ใช้ mRNA วัคซีน อเมริกามีผู้ป่วยเสียชีวิตกว่า 1 ล้านคน ซึ่งห่างกับประเทศจีนมาก หรือแม้กระทั่งอินโดนีเซีย และไทย อัตราการเสียชีวิตก็ต่ำกว่าอเมริกา และยุโรปมาก

5.วัคซีนทุกตัว มีอาการแทรกซ้อนเกิดขึ้นได้ ตามหลักการของวัคซีน ถ้าเป็นวัคซีนเชื้อตายจะใช้เทคโนโลยีเดิม เช่นเดียวกับวัคซีน ไวรัสตับอักเสบ A, Polio ที่เป็นเชื้อตาย อาการข้างเคียง เช่น มีไข้ ปวดเมื่อย น้อยกว่าวัคซีนไวรัสเวกเตอร์และ mRNA มาก รวมทั้งอาการของหลอดเลือดและกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และโรคที่เกี่ยวกับระบบภูมิต้านทาน ก็พบได้น้อยกว่า

6.วัคซีนเชื้อตายราคาถูกกว่า mRNA มาก และการใช้ก็เก็บได้ง่าย เชื้อตายขวดละ 1 คน ขณะที่ mRNA ขวดละ  7-10 คน ทำให้เหลือทิ้งมาก และต้องเก็บที่อุณหภูมิลบ 70 องศา แต่วัคซีนเชื้อตายเก็บที่ตู้เย็นธรรมดาคือ 4 องศา การบริหารจัดการง่ายกว่า ความสูญเสียทิ้งน้อยกว่า

7.การให้วัคซีนสูตรไขว้ เป็นทางออกที่ทำให้ผลลัพธ์สุดท้าย ของวัคซีนเชื้อตายมีระดับภูมิต้านทานสูง เช่น ฉีดวัคซีนเชื้อตาย 2 เข็ม และกระตุ้นด้วย mRNA ผลลัพธ์ที่ได้ จะเท่ากับการให้ mRNA 3 เข็ม ข้อมูลเผยแพร่ในวารสาร PGH (doi: 10.1080/20477724.2022.2108646) และเป็นที่ยอมรับทั่วโลก องค์การอนามัยโลกก็ยอมรับสูตรไขว้

8.การให้สูตรไขว้ที่ใช้ในประเทศไทย เข็มแรกให้เชื้อตาย sinovac แล้วตามด้วย ไวรัสเวกเตอร์ AZ ภูมิต้านทานที่ได้ดีกว่าการให้ เชื้อตาย 2 เข็ม หรือไวรัสเวกเตอร์ 2 เข็ม และเป็นที่ยอมรับขององค์การอนามัยโลก

9.วัคซีนเชื้อตายอาการข้างเคียงเช่นไข้และอื่นๆ น้อยกว่าไวรัสเวกเตอร์และ mRNA  มาก วัคซีนไวรัสเวกเตอร์ AZ จะมีอาการข้างเคียงมากในเข็มแรก และจะน้อยลงในเข็มที่ 2 และ 3 ขณะเดียวกันภูมิต้านทานก็เกิดขึ้นได้น้อย เพราะ vector ถูกทำลายด้วยระบบภูมิคุ้มกันของเราที่เกิดขึ้นจากเข็มแรก ส่วน mRNA อาการข้างเคียงในเข็มที่ 2 จะมากกว่าเข็มแรก และจะมากขึ้นอีกถ้ามีการให้หลายๆ ครั้ง เช่น ต่อมน้ำเหลืองโต กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ การให้สูตรไขว้ทำให้ได้ mRNA จำนวนครั้งลดน้อยลง และระดับภูมิต้านทานไม่ได้แตกต่างกัน ประสิทธิภาพในการลดความรุนแรงก็ขึ้นอยู่กับจำนวนเข็มของวัคซีนและในทางปฏิบัติการให้ครบ หมายถึงให้อย่างน้อย 3 เข็ม

10.การได้รับวัคซีนไม่ว่าจะกี่เข็ม ก็สามารถเกิดการติดเชื้อได้ เพราะวัคซีนไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อเพียงแต่ว่าลดความรุนแรง เพราะระยะฟักตัวของโควิด 19 สั้นมากเพียง 2 วัน ภูมิต้านทานที่เกิดขึ้น จึงไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ จึงไม่มีวัคซีนเทพ ประสิทธิภาพที่แจงกันมาแต่แรก ส่วนใหญ่จากการศึกษาระยะสั้น ถ้าติดตามยาวออกไปก็จะรู้ว่าไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้

เมื่อผ่านมาครบ 4 ปีแล้ว ประชากรส่วนใหญ่หรือมากกว่าร้อยละ 90  ติดเชื้อไปแล้วร่วมกับได้รับวัคซีน ภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นของประชากรส่วนใหญ่ จึงเป็นภูมิคุ้มกันแบบลูกผสม เป็นภูมิคุ้มกันที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ไวรัสก็วิวัฒนาการลดความรุนแรงลง ความจำเป็นที่จะต้องได้รับวัคซีนกระตุ้นก็ลดลง โรคได้เปลี่ยนเป็นโรคประจำฤดูกาลคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ และมียารักษาที่ดีขึ้นและเพียงพอ ไวรัสไม่ได้หายไปไหน การปฏิบัติตัวเพื่อลดการแพร่กระจายของโรคทางเดินหายใจ เป็นการทำที่มีประโยชน์ ไม่ใช่เฉพาะโรคโควิด 19 เท่านั้นยังรวมถึงโรคหายใจอื่นๆ อีกด้วย

สรุปรางเหล็กที่ร่วงของรถไฟฟ้าสายสีชมพู คือ 'รางนำไฟฟ้า' แม้หลุดร่วง!! แต่ก็ไม่ทำให้ขบวนรถไฟฟ้าโมโนเรลหล่น

(24 ธ.ค.66) จากกรณีที่รางเหล็กของโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายสีชมพู ขนาดกว้าง 4 นิ้ว หนา 2 นิ้ว หล่นลงมาทับรถยนต์และเสาไฟฟ้าแรงสูงได้รับความเสียหายเป็นระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร บริเวณถนนติวานนท์ ตั้งแต่ธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนติวานนท์ (แคราย) ต.ท่าทราย อ.เมืองฯ จ.นนทบุรี ถึงจุดกลับรถหน้าตลาดกรมชลประทาน ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. ที่ผ่านมา ทำให้มีรถยนต์ได้รับความเสียหาย 3 คัน และเสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่น 1 ต้น แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ และเวลาดังกล่าวรถไฟฟ้ายังไม่เปิดให้บริการ

ขณะที่บริษัท นอร์ทเทิร์น บางกอก โมโนเรล จำกัด (NBM) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้ามหานคร สายสีชมพู แจ้งปิดให้บริการเป็นการชั่วคราว ระหว่างสถานีศูนย์ราชการนนทบุรี ถึงสถานีเลี่ยงเมืองปากเกร็ด โดยยังคงให้บริการตั้งแต่สถานีแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 28 (หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ) ถึงสถานีมีนบุรี แต่ต้องเปลี่ยนขบวนรถที่สถานีโทรคมนาคมแห่งชาติ แนะนำให้ผู้โดยสารโปรดพิจารณาการเดินทาง ขออภัยในความไม่สะดวก

สำหรับรางเหล็กที่หล่นลงมานั้น เป็นรางนำไฟฟ้าที่เรียกว่า Conductor Rail ติดอยู่บนทางวิ่ง (Guide Beam) ที่เป็นคานปูนหรือเหล็ก โดยมีทั้ง Power Rail (หรือ Positive Rail) เป็นรางจ่ายกระแสไฟฟ้า เป็นขั้วบวก และ Return Rail (หรือ Negative Rail) เป็นรางนำไฟฟ้ากลับไปครบวงจรที่สถานีไฟฟ้าขับเคลื่อน หรือ Traction Sub Station (TSS) เป็นขั้วลบ

สำหรับรถไฟฟ้ามหานคร สายสีชมพู และสายสีเหลือง เป็นรถไฟโมโนเรลแบบคร่อมราง (Straddle Monorail) ซึ่งมีชุดล้อยางใต้ตัวรถที่ออกแบบมาเพื่อวิ่งคร่อมบนคานทางวิ่งเดี่ยวโดยเฉพาะ โดยมีล้อยางรับน้ำหนักอยู่ตรงกลางด้านใน โบกี้ละ 2 ล้อ หรือ 4 ล้อต่อตู้ และล้อประคองด้านข้างทั้งสองฝั่งของคาน โบกี้ละ 6 ล้อ หรือ 12 ล้อต่อตู้

ข้อมูลจากเพจ The Electric Railway System - เรียนรู้ระบบรถไฟฟ้า ระบุว่า การเดินรถจะมีชุดล้อ 4 ประเภท ได้แก่

1. Driving Wheel ทำหน้าที่ฉุดลากตัวรถ โดยชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน วิ่งอยู่บน Guide Beam

2. Auxiliary Wheel ทำหน้าที่ช่วยประคอง Driving Wheel กรณีลมยางอ่อนหรือมีปัญหา วิ่งอยู่บน Guide Beam

3. Guide Wheels ล้อด้านข้างที่คอยประคอง Driving Wheel และตัวรถให้วิ่งไปตาม Guide Beam

4. Safety Wheels ล้อด้านข้างที่คอยประคอง Guide Wheels กรณีลมยางอ่อนหรือมีปัญหา

เมื่อสังเกตด้วยตาเปล่า ขณะที่รถไฟฟ้าโมโนเรลวิ่งผ่าน จะเห็นเฉพาะล้อยาง Guide Wheels ขนาดเล็กวิ่งอยู่บนรางเท่านั้น แต่จะไม่เห็นล้อยาง Driving Wheel เพราะจะถูกซ่อนด้วยตัวรถไฟฟ้า โดยภายในห้องโดยสารจะมีคอนโซล (Console) บริเวณด้านหน้า และแก๊งเวย์ (Gangway) บริเวณรอยต่อของขบวน ซ่อนล้อยาง Driving Wheel เอาไว้อยู่

สำหรับล้อยางที่ใช้กับรถไฟฟ้ามหานคร สายสีชมพู และสายสีเหลือง จะใช้ยาง MICHELIN รุ่น X Metro และรุ่น XPM ของบริษัท มิชลิน มีการทดสอบบนลูกกลิ้งทดสอบมากกว่า 4 แสนชั่วโมง ก่อนที่ยางจะถูกนำมาใช้งานจริง และติดตามการใช้งานในแต่ละปีมากกว่า 50 ล้านกิโลเมตร คุณสมบัติเด่น คือ ค่าการยึดเกาะที่สูง ทำให้ช่วยเร่งความเร็ว การเบรกทำได้ดีในทุกสภาพอากาศ ลดการสั่นสะเทือนของยาง ทำให้ลดเสียงรบกวนแก่สภาพแวดล้อม และยังให้ความนุ่มสบายแก่ผู้โดยสาร

ส่วนขบวนรถที่ใช้มีชื่อว่า อินโนเวีย โมโนเรล 300 (INIOVIA Monorail 300) ผลิตโดยบริษัท อัลสตอม (Alstom) จากโรงงานในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน สามารถวิ่งผ่านทางโค้งที่มีรัศมีแคบได้ถึง 70 เมตร และไต่ทางลาดชันได้สูงสุด 6% ให้บริการด้วยความเร็วสูงสุด 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ใช้ระบบควบคุมการเดินรถอัตโนมัติ แต่ไม่มีคนขับประจำในขบวนรถ โดยมีเจ้าหน้าที่จากศูนย์ควบคุมการเดินรถ ที่อยู่ในศูนย์ซ่อมบำรุง (Depot) เป็นผู้ควบคุมระบบการเดินรถและความปลอดภัยของรถไฟฟ้าทุกขบวนที่วิ่งให้บริการอยู่ในระบบ ขับเคลื่อนด้วยระบบมอเตอร์แม่เหล็กแบบถาวร โดยใช้ระบบจ่ายไฟกระแสตรง 750 โวลต์

รูปแบบของขบวนรถไฟฟ้ามีทั้งหมด 4 ตู้ ภายใน 1 ตู้โดยสารจะมีทั้งหมด 14-16 ที่นั่งต่อตู้ สามารถจุผู้โดยสารได้สูงสุด 568 คนต่อขบวน และยังมีที่นั่งสำรองสำหรับบุคคลพิเศษไว้ให้บริการอีกด้วย

‘รถไฟฟ้าสายสีชมพู’ หยุดให้บริการ 7 สถานี หลัง 'รางนำไฟฟ้าร่วง' พิกัดหน้าตลาดกรมชลประทาน ตร.รุดตรวจสอบ-ปิดจราจรถึงเที่ยง

(24 ธ.ค.66) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุรางเหล็กของรถไฟฟ้าสายสีชมพู ตกหล่นลงมาโดนรถยนต์เสียหายหลายคัน และมีเสาไฟฟ้าแรงสูงหักใกล้ล้มอีก 1 ต้น หน้าตลาดกรมชลประทาน ถนนติวานนท์ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า และเจ้าหน้าของรถไฟฟ้า 

ที่เกิดเหตุพบเป็นรางอลูมิเนียมขนาดกว้างประมาณ 4 นิ้ว หนาประมาณ 2 นิ้วของรถไฟฟ้าที่เป็นลักษณะเส้นยาว ซึ่งหลุดจากยึดบนคานคอนกรีตสำหรับตัวรถไฟฟ้าใช้วิ่งได้ตกลงมาใส่รถเก๋งและรถกระบะที่จอดอยู่หน้าตลาดพังเสียหาย ขณะเดียวกันรางอลูมิเนียมยังหล่นไปโดนสายไฟฟ้าที่พาดผ่านทางจนเหนี่ยวรั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงหักเอนเอียงใกล้ล้ม

จากการตรวจสอบพบว่ารางอลูมิเนียมดังกล่าวได้หลุดไปถึงแยกแคราย เพียงแต่ยังไม่หล่นมาถึงพื้น มีเพียงจุดเดียวบริเวณหน้าตลาดกรมชลประทานที่ตกลงมาใส่รถได้รับความเสียหาย ส่วนบริเวณปากซอยติวานนท์ 25 พบขบวนรถไฟฟ้าจอดหยุดนิ่งโดยที่รางเหล็กยังคงติดกับล้อรถไฟฟ้าใกล้หลุดร่วงตกลงมาได้ตลอดเวลา

ขณะที่ พ.ต.ต.ฐาปณพงษ์ พึ่งมี สว.จร.สภ.ปากเกร็ด กล่าวว่า ได้รับแจ้งเหตุเวลา 05.00 น. ว่ามีรางนำไฟฟ้าหล่นลงมาทับรถประชาชนในเลนขวา ซึ่งรถจอดอยู่ติดเกาะกลางเป็นแนวก่อสร้าง จากการตรวจสอบพบรางที่หล่นลงมาเป็นระยะทางยาว จากจุดกลับรถตลาดกรมชลประทาน จนถึงหน้าธนาคารกสิกรไทย ใกล้แยกแคราย ในพื้นที่ปากเกร็ดเป็นจุดที่หนักสุดหล่นลงมาถึงพื้นถนนและถูกรถประชาชน 3 คัน และเสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่น 1 ต้น ต้องทำการปิดการจราจรคาดว่าน่าจะปิดถึงเวลา 12.00 น. เบื้องต้นได้ประสานหน่วยงานรถไฟฟ้าสายสีชมพูและเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวงให้เข้าตรวจสอบ

ขณะที่เฟจเฟซบุ๊ก ‘รถไฟฟ้ามหานคร สายสีชมพู’ แจ้งว่า แจ้งปิดให้บริการ สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี ถึงสถานีเลี่ยงเมืองปากเกร็ด เป็นการชั่วคราว ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไข โดยจะมีขบวนรถให้บริการ จากสถานีแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 28 ถึงสถานีมีนบุรี ผู้โดยสารที่จะเดินทางระหว่าง สถานีแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 28  และ สถานีมีนบุรี กรุณาเปลี่ยนขบวนรถที่สถานีโทรคมนาคมแห่งชาติ ขบวนรถไฟฟ้าให้บริการทุก 10 นาที ผู้โดยสารโปรดพิจารณาการเดินทาง ขออภัยในความไม่สะดวก

ขณะที่เพจ ‘โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี’ ระบุว่า รถไฟฟ้ามหานคร สายสีชมพู (ช่วงระหว่างทดลองเดินรถไฟฟ้า) เนื่องจากเกิดกระแสไฟฟ้าขัดข้อง แจ้งปิดให้บริการ สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี ถึงสถานีเลี่ยงเมืองปากเกร็ด เป็นการชั่วคราว ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไข

โดยจะมีขบวนรถให้บริการ จากสถานีแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 28 ถึงสถานีมีนบุรี ผู้โดยสารที่จะเดินทางระหว่างสถานีแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 28  และสถานีมีนบุรี กรุณาเปลี่ยนขบวนรถที่สถานีโทรคมนาคมแห่งชาติ ขบวนรถไฟฟ้าให้บริการทุก 10 นาที

ผู้โดยสารโปรดพิจารณาการเดินทาง ขออภัยในความไม่สะดวก

เช็กลิสต์ 9 วัดดัง ที่สายไหว้พระขอพรห้ามพลาด ช่วยเสริมความมงคล อิ่มบุญต้อนรับปีใหม่ 2567

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับเทศกาล ‘ปีใหม่ 2567’ ที่หลายคนรอคอย หนึ่งในกิจกรรมที่ชาวไทยส่วนใหญ่นิยมทำคงหนีไม่พ้น ‘การเดินสายไหว้พระ อิ่มบุญต้อนรับปีใหม่’ วันนี้จึงได้รวบรวมพิกัดวัดดัง 9 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้อ่านได้เตรียมตัวไปไหว้เสริมความมงคลกัน

>>วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) จ.กรุงเทพฯ

วัดเก่าแก่ชื่อดังอันเป็นที่รู้จักของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ผู้คนนิยมเดินทางมาสักการะขอพรพระ ‘แก้วมรกต’ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของไทย ซึ่งนอกจากจะได้ความเป็นสิริมงคลแล้ว ยังสามารถเดินชมความงดงามของวัดพระแก้วได้อีกด้วย พิกัด https://maps.app.goo.gl/xaMWjZdKSS4W5H1U7

>>วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) จ.กรุงเทพฯ

วัดประจำรัชกาลที่ 1 มีสถาปัตยกรรมและประติมากรรมโดดเด่นมากมาย ที่สำคัญยังมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ยักษ์ พระพุทธปฏิมากรสำคัญของไทย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนนิยมมากราบไหว้ขอพร

นอกจากนี้ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามยังเป็นหนึ่งใน 10 วัดที่เข้าร่วมกิจกรรม ‘อารามอร่าม 10 วัดและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ’ เปิดให้เยี่ยมชมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และชมความงดงามของวิหารที่ประดับด้วยไฟ แสง สีจัดเต็ม พิกัด https://maps.app.goo.gl/MXMPqfrrZMtcPtDX7

>>วัดจุฬามณี จ.สมุทรสงคราม

วัดเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำอัมพวา ถือเป็นวัดดังที่มีพุทธศาสนิกชนที่หลั่งไหลกันมาไหว้พระขอพรรับปีใหม่กันเนืองแน่น ซึ่งหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของทางวัดที่ได้รับแรงศรัทธาอย่างล้นหลามคือ ‘องค์ท้าวเวสสุวรรณ’ พิกัด https://maps.app.goo.gl/A5UgAN78sDWXTu8X8

>>วัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา

วัดโสธรวรารามวรวิหาร หรือที่เรียกทั่วไปว่า ‘วัดหลวงพ่อโสธร’ วัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแปดริ้วและประชาชนทั่วไป นอกจากจะไหว้เพื่อความมงคลแล้ว ยังเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องขอการขอพรสมปรารถนาด้วย พิกัด https://maps.app.goo.gl/Ky9D5A9ub5zoo16k7

>>วัดบางจาก จ.นนทบุรี

วัดมอญศักดิ์สิทธิ์และเก่าแก่ของจังหวัดนนทบุรี ประชาชนมักไหว้สักการะหลวงพ่อหนุนดวง-ค้ำดวง และพระพุทธรูปหลวงพ่อโต หรือสมเด็จพระพุทธมงคลชัย ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดหน้าตักกว้าง 19 เมตร อีกทั้งยังมี ‘รูปปั้นไอ้ไข่’ ให้ผู้คนที่นับถือเดินทางมากราบไหว้ พิกัด https://maps.app.goo.gl/jBb9CJWwMq7K8phd8

>>วัดใหญ่ชัยมงคล จ.พระนครศรีอยุธยา

วัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นสมัยอยุธยาตอนต้น ซึ่งถือเป็นวัดยอดนิยมที่มักถูกจัดอยู่ในโปรแกรมเดินสายไหว้พระในจังหวัดอยุธยา ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์ชัยมงคล สัญลักษณ์ชัยชนะแห่งยุทธหัตถีขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ สายบุญห้ามพลาด พิกัด https://maps.app.goo.gl/nCpECZNhwGTQoFGz5

>>วัดพระธาตุลำปางหลวง จ.ลำปาง

วัดคู่บ้านคู่เมืองที่มีสถาปัตยกรรมล้านนาที่หาชมได้ยาก อีกทั้งยังเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีฉลู และเป็นที่ประดิษฐาน ‘พระแก้วดอนเต้า’ (พระแก้วมรกต) พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดลำปาง พิกัด https://maps.app.goo.gl/bD4AovJXzoHvjWL28

>>วัดป่าเขาน้อย จ.บุรีรัมย์

วัดป่ากรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต บรรยากาศสงบร่มรื่น เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม นอกจากนี้ยังมี ‘พระบรมธาตุเจดีย์ศรีสุวจคุณานุสรณ์’ ซึ่งมีรูปทรงคล้ายกับปราสาทหินในสมัยขอม ภายในเป็นอาคาร 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นที่ปฏิบัติภาวนาและมีส่วนที่แสดงภาพประวัติของหลวงปู่สุวัจน์ ชั้นสองเป็นที่ประดิษฐานรูปเหมือนและเก็บอัฐบริขารของหลวงปู่สุวัจน์ ไว้ให้ประชาชนได้สักการะ พิกัด https://maps.app.goo.gl/YYU6tGyfrYMMGLQ8A

>>วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร (พระบรมธาตุเมืองนคร) จ.นครศรีธรรมราช

วัดดังแห่งภาคใต้ มีสัญลักษณ์ที่สำคัญคือ ‘องค์พระบรมธาตุเจดีย์ยอดทองคำ’ ที่บรรจุพระทันตธาตุ (พระเขี้ยวแก้ว) ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ผู้คนได้สักการะเสริมสร้างความมงคล

นอกจากนี้ ทางวัดยังกำหนดจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี บูชาพระบรมธาตุ ตักบาตรขึ้นปีใหม่ 2567 ขึ้นในระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2566 ต่อเนื่องถึงวันจันทร์ที่ 1 มกราคม 2567 อีกด้วย พิกัด https://maps.app.goo.gl/Akjouna3wURh611UA

‘ดีอี’ ผนึกกำลัง ‘ตำรวจไซเบอร์’ เดินหน้าปราบอาชญากรรมไซเบอร์เด็ดขาด จับ 4 คดีรวด รวบ ‘มิจฉาชีพหลอกคนพิการสแกนหน้าเปิดบัญชีม้า - ราชาแอบถ่าย - เว็บพนันออนไลน์ - ยูทูปเบอร์อาวุธปืน’ พบของกลางเพียบ

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2566 นายประเสริฐ  จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวงดีอี ได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ซึ่งนำมาขับเคลื่อนโดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. หรือ ตำรวจไซเบอร์ เฝ้าระวังการเกิดอาชญากรรมกับกลุ่มเปราะบางเป็นพิเศษไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้พิการ หรือผู้สูงอายุที่มีโอกาสตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ ในรูปแบบต่างๆ ทั้งการหลอกให้ลงทุน หลอกเปิดบัญชีม้า หรือ แม้กระทั่งการพนันออนไลน์ และนำมาสู่ปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมมิจฉาชีพออนไลน์ 4 คดี ทั้งกรณี 2 ผัวเมียหลอกคนพิการสแกนหน้าเปิดบัญชีม้า การทลาย 2 เว็บพนันออนไลน์ ตรวจยึดเงินสดและทรัพย์สินกว่า 150 ล้านบาท แล้วยังพบยอดเงินหมุนเวียนกว่า 13,000 ล้านบาทต่อปี  รวมไปถึง การจับกุมตัว KINGSPY ราชาแอบถ่าย” พบภาพและคลิปแอบถ่ายกว่า 60,000 ไฟล์ รวมกว่า 1.41 TB และ จับยูทูปเบอร์ Tacticool BoB พร้อมยึดอาวุธปืนและเครื่องกระสุนหลายรายการ 

1. ‘ปฏิบัติการ FAKE PROFILE จับ 2 สามีภรรยา หลอกคนพิการสแกนหน้าเปิดบัญชีม้า’ ซึ่งผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้พิการถูกหลอกจากบัญชีเฟซบุ๊กอวตารอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากฝ่ายบุคคลของบริษัทต่างๆ ขอนัดสัมภาษณ์งานกับผู้เสียหาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐาน และจับกุมนางสาวบุสราภรณ์ อายุ 28 ปี ชาวอุดรธานี และ นายประมวล อายุ 36 ปี ชาวบึงกาฬ ซึ่งเป็นสามี ทำหน้าที่คอยขับรถพาผู้ต้องหาไปหลอกลวงเหยื่อตามสถานที่ต่างๆ  พร้อมกับดำเนินคดีในความผิดฐานร่วมกันเอาไปเสีย ซึ่งเอกสารของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน , ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน , นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ อันเป็นการกระทำต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง, นำบัตรของผู้อื่นไปใช้แสดงว่าตนเป็นเจ้าของบัตร

2. จับกุม 2 เว็บไซต์พนันออนไลน์ พร้อมยึดทรัพย์กว่า 150 ล้านบาท ได้แก่ ufabet-jc.com และ play.beer777.com ซึ่งพบว่ามียอดเงินหมุนเวียนรวมกันกว่า 13,000 ล้านบาทต่อปี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถรวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถขออำนาจศาลออกหมายค้นและหมายจับผู้ร่วมกระทำผิดที่เกี่ยวข้องของทั้ง 2 เว็บไซต์ รวมทั้งสิ้น 20 รายทั้งกลุ่มผู้รับผลประโยชน์ เจ้าของเว็บไซต์ โปรแกรมเมอร์ พนักงาน ผู้ดูแลเรื่องการเงินและบัญชีม้า 

3. จับกุมผู้ใช้แอปพลิเคชัน X (twitter) ที่ชื่อ ‘Kingspy’ หรือ ‘ราชาแอบถ่าย’ ซึ่งมีการเผยแพร่ภาพลามกอนาจารกว่า 60,000 ไฟล์ ซึ่งได้รับแจ้งเบาะแสการกระทำผิดจาก The Scientia Program (โปรแกรมซายเอนเทีย) ซึ่งขับเคลื่อนโดยกลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) ที่ดำเนินการในประเทศไทย ให้ตรวจสอบบัญชีบนแอปพลิเคชัน X  ที่มักโพสต์เชิญชวนให้เข้ากลุ่มชื่อ ‘KING SPYCAM’ ใน LINE Official Account มีผู้ติดตามจำนวน 596 คน มีระบบตอบรับอัตโนมัติเพื่อยืนยันการเข้ากลุ่มและต้องเสียบริการจำนวน 150 บาทต่อคน ซึ่งได้มีการสอบสวนจนพบว่า นายณัฐพร คือผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน X ชื่อบัญชี ‘ราชาแอบถ่าย’ ซึ่งต่อมาได้ถูกระงับบัญชีจึงสร้างบัญชี X (twitter) ขึ้นมาอีกบัญชีหนึ่งชื่อบัญชี CODE มี ID:@CODE1380077 สำหรับโพสต์เชิญชวนให้เข้ากลุ่มลับโดยแนบลิงก์ไลน์และเรียกเก็บเงินจากสมาชิก และจากการจับกุมยังตรวจสอบพบภาพสื่อลามกอนาจารทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวในลักษณะแอบถ่าย รวมไฟล์ที่ตรวจพบจำนวน 62,773 ไฟล์ รวมความจุประมาณ 1.4 เทราไบต์ หรือ 1,400 จิกะไบต์

4. จับกุมยูทูปเบอร์Tacticool BoB พร้อมยึดอาวุธปืนและเครื่องกระสุนหลายรายการ โดยพบว่าบัญชีเฟซบุ๊กแฟนเพจชื่อ ‘Pun Tacticool Bob’ และ ‘Tacticool Bob แทคติคูลบ็อบ’ เป็นเพจที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการยิงปืน การแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับอาวุธปืน โดยมีนายตฤณสิษฐ์ อายุ 33 ปี เป็นเจ้าของบัญชีเฟซบุ๊กแฟนเพจและ YouTube ช่อง ‘Tacticool BoB แทคติคูลบ็อบ’ ที่มีผู้ติดตามประมาณ 1.95 หมื่นราย และจากการสืบสวนยังพบว่านายตฤณสิษฐ์ มีพฤติการณ์ในการดัดแปลงอาวุธปืนอีกด้วย ซึ่งผลการตรวจค้น พบอาวุธปืน 85 กระบอก และเครื่องกระสุนกว่า 6,000 นัด รวมทั้งหมดกว่า 95 รายการ

กระทรวงดีอี ได้ดำเนินการเร่งรัดการป้องกันปราบปรามภัยออนไลน์ทุกรูปแบบอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องพี่น้องประชาชนให้ปลอดภัยจากอาชญกรออนไลน์ รวมทั้งป้องกันการละเมิดความเป็นส่วนตัวของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเด็ก เยาวชนรวมทั้งกลุ่มเปราะบางต่างๆ ขณะเดียวกันก็ได้มีการเร่งรรัดการปราบปรามเว็บพนันออนไลน์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องด้วย 

'สตม.' จัดกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ให้บริการ Mobile Service ตรวจคนเข้าเมืองเคลื่อนที่แก่นักท่องเที่ยว บริเวณถนนข้าวสาร

ตามนโยบายของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. สั่งการให้ สตม. จัดกิจกรรมตามโครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. 

เมื่อวานนี้ศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม 2566 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.อิทธิพล  อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม. พล.ต.ต.ภานุมาศ บุญญลักษณ์ รอง ผบช. สตม. , พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช. สตม. , พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช. สทส.ปรก.รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช. สตม. , พล.ต.ต.มานัด ศรีวงษา รองผบช. สตม. , พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช. สอท. ปรก.รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ รอง ผบช.สตม. มอบหมายให้ พล.ต.ต.ประสาธน์  เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 , นำข้าราชการตำรวจจิตอาสาในสังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จำนวน 70 คน มาร่วมทำกิจกรรมจิตอาสา พระราชทาน 904 วปร. “เราทำความดี   ด้วยหัวใจ” โดย กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ได้เปิดให้บริการ Mobile service เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว บริเวณถนนข้าวสาร และพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีการให้บริการ ดังนี้

1.บริการขออยู่ต่อเพื่อการท่องเที่ยวประเภท ผ.30 , ผผ.30 และ TR.

2.บริการ Re-entry permit งานอนุญาตเพื่อกลับเข้ามาในราชอาณาจักรอีก

3.บริการการรับแจ้งอยู่เกิน 90 วัน

4.บริการรับแจ้งที่พักอาศัย ตาม ม.38

ผบช.สตม. ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์หลักของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อต้องการให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้เข้ามามีส่วนร่วมกับประชาชนในทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิดในทุกมิติ บริเวณถนนข้าวสารเป็นแหล่งรวมนักท่องเที่ยว นอกจากมาให้บริการประชาชนแล้ว ยังเป็นการสอดส่องดูแลความปลอดภัย ให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อป้องกันอาชญากรข้ามชาติ ซึ่งอาจจะแฝงตัวเข้ามาในประเทศไทยของเราอีกทางหนึ่งด้วย 

กิจกรรมที่จัดขึ้นในวันนี้ยังถือเป็นโอกาสที่ดีในการประชาสัมพันธ์โครงการต่างๆของ สตม. อาทิเช่น การขออนุญาตเพื่ออยู่ต่อในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ “e-Extension” คนต่างด้าวสามารถดำเนินการกรอกข้อมูลได้ด้วยตนเองตลอดเวลา ผ่านระบบออนไลน์บนอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ และคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บไซต์ และเข้ามาพบเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันตัวบุคคล และรับสติ๊กเกอร์วีซ่าโดยใช้เวลาไม่เกิน 3 นาทีเท่านั้น

หลังจากกิจกรรมเสร็จสิ้นก็มีการทำความสะอาด บริเวณการให้บริการ และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์ แก่ส่วนรวม

สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น ๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิม พระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี 11120 หรือติดต่อตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่ หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

‘อ.เจษฎา’ ชี้!! ไฮเปอร์ลูป ยังเดินหน้า หลายบริษัทยังพัฒนาระบบกันต่อเนื่อง แม้ ‘ไฮเปอร์ลูปวัน’ จะโบกมือลา หลังจากประสบปัญหาทางธุรกิจ

(22 ธ.ค. 66) รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวกรณีบริษัทไฮเปอร์ลูปวัน ล้มเหลวทางธุรกิจ ไว้ว่า…

“น่าเสียดายว่า บริษัทไฮเปอร์ลูปวัน ล้มเหลวทางธุรกิจ… แต่โครงการวิจัยพัฒนาระบบไฮเปอร์ลูปของทีมอื่นๆ ยังดำเนินต่อไปครับ”

สำหรับท่านที่สนใจติดตามข่าวความคืบหน้าของการพัฒนาระบบ ‘ไฮเปอร์ลูป hyperloop’ ที่จะเป็นนวัตกรรมใหม่ในการใช้ยานขนส่งระบบลอยตัวด้วยแม่เหล็ก ที่วิ่งด้วยความเร็วสูงมากๆ ในท่อลดความดันให้ใกล้สุญญากาศ ซึ่งจะช่วยลดกระแสลมต้านทานทางอากาศพลศาสตร์ลง และทำให้รถมีความเร็วสูงขึ้นมาก…

วันนี้มีข่าวน่าเสียดาย ที่หนึ่งในบริษัทที่แข่งขันกันพัฒนาระบบนี้ กำลังจะปิดตัวเองลงครับ ด้วยความล้มเหลวทางธุรกิจ (แต่ทีมวิจัยอื่นๆ ทั่วโลก ก็ยังคงแข่งขันกันทำอยู่ต่อไปครับ)

บริษัทดังกล่าวคือ ‘บริษัท Hyperloop One ไฮเปอร์ลูป’ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยอยู่ในการสนับสนุนของเครือ เวอร์จิ้นกรุ๊ป (Virgin Group) ของมหาเศรษฐี ‘Richard Branson’ กำลังจะหยุดประกอบการในวันที่ 31 ธันวาคมนี้ ตามรายงานของสำนักข่าว  Bloomberg (ดู >> https://www.bloomberg.com/news/articles/2023-12-21/hyperloop-one-to-shut-down-after-raising-millions-to-reinvent-transit) โดยรายงานข่าว ระบุว่าทางบริษัท Hyperloop One
ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง Los Angeles จะปลดคนงานทั้งหมดออก และขายทรัพย์สินทั้งหมดที่มี

ระบบไฮเปอร์ลูป เป็นไอเดียที่มหาเศรษฐี ‘Elon Musk’ ซีอีโอของบริษัท Tesla และ SpaceX  ได้เคยเสนอแนวทางเอาไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2013  และหลังจากนั้น บริษัท Hyperloop One ก็ได้ถูกก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2014 และระดมทุนได้ถึง 450 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และลงทุนไปแล้วหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

บริษัทนี้เป็นหนึ่งในอีกหลายบริษัทและองค์กรของรัฐบาลทั่วโลก ที่พยายามพัฒนาระบบขนส่งคนและสินค้า ที่อาศัยยานขนส่งซึ่งอยู่ในท่อลดความดันจนใกล้สุญญากาศ และจะทำความเร็วได้ถึง700 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ในปลายปี ค.ศ. 2020 บริษัท Hyperloop One ประสบความสำเร็จในการวิ่งทดสอบครั้งแรกพร้อมกับมีผู้โดยสารอยู่ในรางทดสอบด้วย และทำความเร็วได้ที่ 172 กม/ชม. แต่หลังจากนั้น สาธารณชนเริ่มเห็นปัญหาทางธุรกิจของบริษัท เมื่อบริษัทได้ลดจำนวนคนงานลงในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 และประกาศเปลี่ยนเป้าหมายจากการขนส่งคน ไปเน้นที่ขนส่งสินค้าแทน และในปลายปี 2022 ก็มีข่าวว่าชื่อ ‘Virgin’ ได้ถูกนำออกจากชื่อของบริษัท

จริงๆ แล้ว มีการเปลี่ยนแปลงวุ่นวายเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้งแล้ว กับบริษัท Hyperloop One เช่น การฟ้องร้องกันเองระหว่างเหล่าผู้ก่อตั้งบริษัท จนบริษัทมาอยู่ในมือของ Richard Branson ในปี ค.ศ. 2017 และเปลี่ยนชื่อเป็น ‘Virgin Hyperloop One’

และเมื่อ Richard Branson ไปวิพากษ์วิจารณ์ประเทศซาอุดีอาราเบีย จากกรณีการฆาตกรรม ‘นาย Jamal Khashoggi’ ในปี ค.ศ. 2018 ทางราชวงศ์ของซาอุดีอาราเบียก็ได้แสดงความไม่พอใจโดยออกมายื้อโครงการเอาไว้ และทำให้ Richard Branson ต้องออกจากตำแหน่งประธานบริษัทไป 

ผลที่ตามมาคือ ในช่วงต้นปี ค.ศ.2022 บริษัท DP World ที่เป็นบริษัทบริหารจัดการท่าเรือดูไบ ได้เข้ามาควบคุมดูแลบริษัท Virgin Hyperloop One นี้แทน และเปลี่ยนทิศทางการพัฒนาโครงการไฮเปอร์ลูป จากที่จะใช้ขนส่งคน มาเป็นขนส่งสินค้าแทน พร้อมกับลดจำนวนสตาฟลงครึ่งหนึ่งและเอาชื่อ Virgin ออกจากชื่อบริษัท 

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า บริษัท DP World จะรวบรวมเอาทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท Hyperloop One ไปดูแลเอง ขณะที่ทรัพย์สินที่เหลือที่เป็นวัสดุสิ่งของที่เหลือ ซึ่งรวมถึง ‘รางทดสอบ’ ที่เมือง Las Vegas และเครื่องจักรอื่นๆ ก็จะถูกขายทิ้งไป

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าความฝันของบริษัท Hyperloop One จะจบลงพร้อมกับความล้มเหลวทางธุรกิจ แต่ก็ยังมีอีกหลายบริษัทที่กำลังพัฒนาระบบไฮเปอร์ลูป เพื่อพิสูจน์ถึงความเป็นไปได้ของแนวคิดนี้

ดังเช่นที่ผมเคยโพสต์เรื่อง ‘ความคืบหน้าล่าสุด ของระบบ hyperloop ไฮเปอร์ลูป ของประเทศจีน ไว้แล้ว โดยทวีตของ China Science ได้ระบุว่า ประเทศจีนกำลังเข้าใกล้สู่ความสำเร็จในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนแบบล้ำยุค ที่ประกอบไปด้วยรถไฟฟ้าแบบลอยตัวด้วยแม่เหล็ก (หรือแม็กเลฟ) ที่มีความเร็วสูงถึง 1,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยวิ่งอยู่ในอุโมงค์ความดันต่ำใกล้สุญญากาศ ล่าสุดได้สร้างท่ออุโมงค์ทดสอบ ขนาดเท่าของจริง (full scale) ที่มีความยาวถึง 2 กิโลเมตรสำเร็จแล้ว ที่มณฑลซานซี (Shanxi) และถือว่ามีขนาดยาวที่สุดตั้งแต่ที่เคยมีการสร้างกันมาทั่วโลก (ดู ภาพและข้อมูลจาก >> https://twitter.com/ChinaScience/status/1727552557793620192)

นอกจากนี้ อีกบริษัทหนึ่งที่ค่อนข้างมีความคืบหน้าไปมาก คือ ‘บริษัท TransPod’ ของประเทศแคนาดา ตั้งอยู่ที่เมือง Toronto ซึ่งเมื่อต้นปี 2023 บริษัท TransPod ได้กลายเป็นบริษัทไฮเปอร์ลูปรายแรกของโลก ที่ยืนยันถึงการก่อสร้างอินฟราสตรักเจอร์ของโครงการขนส่งมวลชนทั้งหมด ด้วยงบประมาณรวมกว่า 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งในนั้นมีการยืนยันที่จะใช้เงินกว่า 550 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในการสร้างระบบไฮเปอร์ลูประหว่างเมือง Edmonton และเมือง Calgary และจะทำให้การเดินทางระหว่างสองเมืองนี้ ใช้เวลาเพียง 45 นาทีเท่านั้น

ตามที่บริษัท TransPod แถลงไว้ เทคโนโลยีไฮเปอร์ลูปของพวกเขาถูกออกแบบมาให้มีความเร็วสูงถึง 1,000 กม/ชม. และเคลมว่าระบบขนส่งมวลชนในท่อของพวกเขานั้น จะมีค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการต่ำกว่ารถไฟความเร็วสูง และสามารถรองรับการขนส่งได้เท่าเทียมหรือยิ่งกว่ารถไฟความเร็วสูงด้วย (ดู >> https://dailyhive.com/calgary/transpod-tube-edmonton-calgary-five-stops)

#ความเห็นทิ้งท้าย ก็เข้าใจนะครับว่าหลายคนมองเรื่อง ‘ไฮเปอร์ลูป’ เป็นเรื่องการเมือง เป็นเรื่องความเกลียดชังหมั่นไส้ธนาธรและอนาคตใหม่ (ผมก็ไม่คิดว่าเราจะสร้างไฮเปอร์ลูปในประเทศไทยเราได้หรอก… เอาแค่รถไฟความเร็วสูง ให้สำเร็จกันก่อนเถอะ) แต่ผมไม่สนใจประเด็นพวกนี้นะ ผมสนใจในประเด็นความท้าทายเชิงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ที่จะพัฒนาสิ่งที่ดูเหมือนความฝันเหล่านี้ ให้มันสำเร็จ ซึ่งอาจจะไม่ใช่ปีนี้ปีหน้า หรือสิบปียี่สิบปีหน้า แต่สักวันหนึ่ง ผมว่าไฮเปอร์ลูปน่าจะทำได้จริง และจะกลายเป็นเรื่องปกติธรรมของลูกหลานเราในอนาคตครับ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top