Wednesday, 24 June 2026
NEWS FEED

‘มังกรฟ้า’ แจ้งยุติให้บริการ ‘ซื้อ-ขาย’ ลอตเตอรี่ออนไลน์ ดีเดย์งวดสุดท้าย 30 ธ.ค.นี้ แย้ม!! ฝากติดตามโปรเจกต์ต่อไป

(22 ธ.ค. 66) เพจเฟซบุ๊ก ‘มังกรฟ้า’ ออกหนังสือประกาศ ยุติการให้บริการ ‘ระบบซื้อ-ขายลอตเตอรี่ออนไลน์’ โดยจะเปิดให้บริการในส่วนของระบบซื้อ-ขายลอตเตอรี่ออนไลน์งวดวันที่ 30 ธันวาคม 2566 เป็นงวดสุดท้าย โดยระบุว่า…

“เรียน ผู้ใช้บริการแพลตฟอร์มมังกรฟ้าลอตเตอรี่ออนไลน์ทุกท่าน

เรื่อง ประกาศยุติการให้บริการระบบซื้อ-ขายลอตเตอรี่ออนไลน์

เนื่องในวันสิ้นปีนี้ มังกรฟ้าขอถือโอกาสประกาศแจ้งให้ทุกท่านที่คอยสนับสนุนกันเสมอมา ให้ทราบโดยทั่วกัน ว่า ในระยะเวลาเส้นทาง 3 ปีที่ผ่านมา กับโปรเจกต์การเริ่มนำความสุขจากสลากกินแบ่งรัฐบาลมาสู่โลกออนไลน์ ให้เข้าถึงทุกคนได้ง่ายขึ้นตามยุคดิจิทัล จนเกิดคำว่า ‘ลอตเตอรี่ออนไลน์’ ที่ทุกคนรู้จักอย่างทั่วถึงในทุกวันนี้ มังกรฟ้าได้เริ่มสร้าง สอนการเรียนรู้ให้ผู้ใช้งาน และพัฒนามาอย่างเต็มที่ จนลอตเตอรี่ออนไลน์ได้กลายเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงวงการสลากกินแบ่งรัฐบาลไทยมาแล้ว

จนกระทั่งวันนี้ มังกรฟ้าขอประกาศแจ้งว่า ถึงเวลาแล้วที่มังกรฟ้าจะปิดระบบซื้อ-ขายลอตเตอรี่ออนไลน์ และส่งต่อการพัฒนาต่างๆ ในสินค้าที่เป็นของรัฐบาล ให้ดำเนินการโดยรัฐบาล และถูกควบคุมโดยรัฐบาลอย่างสมบูรณ์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างแท้จริง ที่จะได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลอย่างสะดวก ปลอดภัยจากมิจฉาชีพ ในราคาที่ควรจะเป็นมาอย่างช้านาน โดยจะเปิดให้บริการในส่วนของระบบซื้อ-ขายลอตเตอรี่ออนไลน์ งวด 30 ธันวาคม 2566 เป็นงวดสุดท้าย

หลังจากนี้ มังกรฟ้าจะมุ่งหน้าสร้างสรรค์และพัฒนาความหวัง ความสุข ความสนุก ผ่านเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อสังคม และสร้างรายได้ให้ผู้คนอีกมากมาย มังกรฟ้าขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางอยู่ในเส้นทางตำนานโปรเจกต์ ‘ลอตเตอรี่ออนไลน์’ ของมังกรฟ้า ส่วนเส้นทางแห่งความหวังและความสุขในโปรเจกต์ต่อไปของมังกรฟ้าจะเป็นอะไรนั้น จะประกาศแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันเร็วๆ นี้ ขอให้ทุกท่านโปรดติดตามด้วยนะครับ

ด้วยอำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย ขอให้ปีใหม่ปี 2567 นี้ นำพาความหวังใหม่ โอกาสใหม่ และความสำเร็จมาให้แก่ทุกท่านด้วยเทอญ

ประกาศ ณ วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ.2566
(นายพชรล์ เมสสิยาห์พร)
กรรมการบริษัท มังกรฟ้า ลอตเตอรี่ จำกัด”

'พีระพันธุ์' ยัน!! ดรามาเติมน้ำมันได้ไม่ถึง 5 ลิตร ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่ควรปรับเกณฑ์ ช่วยลดความคลาดเคลื่อน เพื่อประโยชน์ผู้บริโภค

(22 ธ.ค.66) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

จากกรณีที่มีข่าวว่าปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งเติมน้ำมัน 5 ลิตร แต่ได้น้ำมันไม่ถึง 5 ลิตร เจ้าหน้าที่ปั๊มตอบว่า ตามกฎกระทรวงให้สามารถทำได้กรณีน้ำมัน บวก/ลบ ไม่เกิน 50 มิลลิลิตรนั้น

ผมได้ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นกฎหมายของกระทรวงพาณิชย์ครับ ในเรื่องของชั่งตวงวัด

การกำกับดูแลมาตรวัดน้ำมันเชื้อเพลิง อยู่ภายใต้ภารกิจของสำนักชั่งตวงวัด กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ โดยจากกฎกระทรวงกำหนดเครื่องวัดที่อยู่ในการบังคับแห่ง พรบ.ชั่งตวงวัด พ.ศ. 2542 สำหรับมาตรวัดน้ำมันเชื้อเพลิง กรณีใช้ถังตวงขนาด 5 ลิตร มีอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด +/- 25 mL สำหรับการตรวจสอบเพื่อรับรอง และ +/- 50 mL สำหรับการตรวจสอบระหว่างใช้งาน 

ดังนั้น กรณีสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในคลิป ซึ่งเป็นมาตรวัดน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับใช้งาน มีอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด +/- 50 mL จึงไม่ได้ทำผิดตามกฎหมายดังกล่าวตามที่ปั๊มน้ำมันอ้างจริง

อย่างไรก็ตาม ผมเองเห็นว่าในปัจจุบันความสามารถของเครื่องมือในการชั่งตวงวัดดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก มีความเที่ยงตรงสูงกว่าแต่ก่อน จึงสมควรมีการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้คลาดเคลื่อนน้อยที่สุดเพื่อประโยชน์ผู้บริโภค

ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ผมจะแจ้งประสานไปยังกระทรวงพาณิชย์ให้พิจารณาทบทวนอัตราเผื่อเหลือเผื่อขาดดังกล่าวให้แคบลง และจะนำเรื่องนี้ไปรวมไว้ในการแก้ไขกฎหมายน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งระบบ ซึ่งอยู่ในระหว่างดำเนินการ และในฐานะที่ผมเป็นประธานคณะกรรมการการมาตรฐานแห่งชาติด้วย ก็จะนำเรื่องนี้ไปพิจารณาว่าจะสามารถแก้ไขมาตรฐานของเครื่องมือชั่งตวงวัดได้อย่างไรบ้าง 

ล่าสุดประธานที่ปรึกษาของผม ท่านณอคุณ สิทธิพงศ์ ได้ประสานงานกับอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานว่าจะสามารถดำเนินการแก้ไขเยียวยาอะไรก่อนได้บ้างหรือไม่ ก่อนที่จะมีการปรับกฎเกณฑ์ต่อไป

ศาลสั่งจำคุก 5 จำเลย คดีฟาร์มเห็ด Turtle Farm พร้อมชดใช้เหยื่อ 1.1 พันคน กว่า 614 ล้าน

จากกรณีที่ศาลจังหวัดสกลนครนัดฟังคำพิพากษาคดีที่อัยการจังหวัดสกลนครเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง หจก.สถานีหลักสี่ กับพวก รวม 9 คน เป็นจำเลยใน คดีฟาร์มเห็ดทิพย์ Turtle Farm ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยมีกำหนดนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 แต่เนื่องจากกระบวนการตรวจร่างคำพิพากษายังไม่แล้วเสร็จ ศาลจึงขอให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไปเป็นวันนี้ 21 ธันวาคม 2566 เวลา 10.00 น.

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ศาลจังหวัดสกลนครมีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ 1-5 ซึ่งประกอบด้วย หจก.หลักสี่ จำเลยที่ 1, บริษัท ไมน์นิ่ง มายน์ เอ็กซ์ จำกัด จำเลยที่ 2 และกรรมการอีก 3 คน (จำเลยที่ 3, ที่ 4, ที่ 5) มีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ตัดสินให้จำคุกกระทงละ 5 ปี ซึ่งคดีนี้มีผู้เสียหาย 1,117 คน รวมความผิด 1,117 กระทง รวมโทษจำคุก 5,585 ปี แต่ตามกฎหมายจำคุกได้ไม่เกิน 20 ปี

และพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ถึง 5 คืนค่าเสียหายให้ผู้เสียหายรายละ 550,000 บาท ผู้เสียหาย 1,117 คน รวมเป็นเงิน 614,350,000 บาท ขณะที่จำเลยที่ 6-9 ศาลพิพากษายกฟ้อง

คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2565 หลังจากกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้รับเรื่องที่มีผู้เสียหายจำนวนมากมาพบพนักงานสอบสวนทั่วประเทศ และแจ้งความออนไลน์ thaipoliceonline.com ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับ หจก.สถานีหลักสี่ กับพวก ที่ได้โฆษณาของ Turtle farm เชิญชวนให้มาร่วมลงทุน โดยการชักชวนให้เข้าร่วมโครงการด้วย มีการร้องทุกข์กว่า 2,000 ราย ความเสียหายมากกว่า 1,970 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีนำกำลังเข้าตรวจค้นและทลายเครือข่ายดังกล่าว และขออนุมัติออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด 9 คน ต่อมาสามารถสืบสวนติดตามจับกุมได้ 7 คน ส่วนตัวการใหญ่ของขบวนการนี้คือ น.ส.ฐานวัฒน์ ชูเกียรติสกุลไกร และ น.ส.พลอยฐิตา นิรมิตบุญวัฒน์ ยังหลบหนีอยู่ต่างประเทศ

สลด!! ‘2 พิตบูล’ ลอดรั้วกระโจนขย้ำคุณลุงพิการเสียชีวิต ทั้งซอยผวา ไม่กล้าออกจากบ้าน ชี้!! ไก่ที่เลี้ยงโดนกัดประจำ

เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 66 ที่บ้านป่าเหมือดรุ่งเจริญ ซอย 23 หมู่ 5 ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เกิดเหตุสุนัขพันธุ์พิตบูลกัดนายทอง (นามสมมติ) อายุ 64 ปี นอนจมกองเลือด ที่ลำคอทั้ง 2 ข้าง มีแผลเหวอะหวะ เสียชีวิต

โดย นางคำ มูลแก้ว อายุ 73 ปี เป็นคนเห็นเหตุการณ์คนแรก และบ้านยังติดกับบ้านที่เลี้ยงสุนัขพันธุ์พิตบูล 2 ตัว เล่าว่า ในวันเกิดเหตุ ตนอยู่ในบ้าน เห็นนายทอง (ผู้เสียชีวิต) เดินถือไม้เท้าทั้ง 2 ข้าง เดินออกจากซอย เนื่องจากนายทองพิการขาขวา จึงต้องใช้ไม้เท้า ระหว่างที่นายทองเดินผ่านหน้าบ้านที่เลี้ยงพิตบูล สุนัขทั้ง 2 ตัว ลอดออกจากประตูรั้วหน้าบ้าน พุ่งกระโจนฟัดนายทองอย่างบ้าคลั่ง เข้ากัดต้นคอนายทอง จนเนื้อคอหลุดเป็นแผลเหวอะหวะเปิดกว้างทั้ง 2 ข้าง จึงตะโกนเรียกเจ้าของสุนัขให้ออกมาช่วยเหลือ ใช้เวลาเกือบประมาณ 3 นาที จึงสามารถเอาสุนัขเก็บเข้ากรงได้

ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย เนื่องจากกลัวสุนัขกัด จนเจ้าของนำเข้ากรง จึงช่วยกันนำตัวนายทองส่งโรงพยาบาลแม่สายทันที แต่นายทองเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบถามชาวบ้าน ทราบว่า บ้านที่เลี้ยงสุนัขพันธุ์พิตบูลอยู่ปากซอย เวลาที่เจ้าของปล่อย สุนัขมักจะไปกัดไก่ของชาวบ้านเป็นประจำ แต่ชาวบ้านก็ไม่ได้เอาเรื่องอะไร เพียงแต่บอกให้เจ้าของคอยดูแลสุนัขให้ดี เนื่องจากเห็นเป็นเพื่อนบ้านกัน ไม่อยากมีปัญหา แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ ก็เริ่มผวา ไม่กล้าออกจากซอยหรือเดินผ่านบ้านหลังดังกล่าว

ไชยาให้คำมั่นพาเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูอีสานฝ่าวิกฤติหมูเถื่อน

ไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาการเลี้ยงหมูหรือสุกร ปัญหาการลักลอบนำหมูเถื่อนเข้ามาจำหน่ายในพื้นที่ และแนะแนวทางแก้ไขต้นทุนการเลี้ยงสุกรในปัจจุบันและในอนาคต

วันที่ 22 ธันวาคม 2566 ที่ห้องประชุมโรงแรมเพชรรัตน์การ์เดนท์ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่รับฟังปัญหาการเลี้ยงสุกร ของเกษตรกรรายย่อยภาคอีสาน โดยมีนายไพโรจน์ จิตจักร ปลัดจ.ร้อยเอ็ด นายเดือนเพ็ญ ยิ้มแย้ม ประธานชมรมผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยภาคอีสาน และเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูร่วมงาน และร่วมเสนอปัญหา ที่กลุ่มผู้เลี้ยงสุกร กำลังประสบ โดยเฉพาะเนื้อหมูเถื่อนตีตลาด แย่งลูกค้า และต้นทุนการผลิตด้านอาหารสุกร ที่สูงขึ้น

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าว รัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ได้นิ่งนอนใจ นับตั้งแต่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ได้ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการกวาดล้าง จับกุมเนื้อหมูเถื่อนทั่วประเทศ หลายแห่ง หลายราย ควบคู่กับการหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยตลอดมา

นายไชยากล่าวอีกว่า ปัญหาเนื้อหมูเถื่อน ทำให้เศรษฐกิจของประเทศพัง เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูรายย่อย ต้องแบกรับปัญหานานัปการ ทั้งนี้  รัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีเป้าหมายที่จะให้ความช่วยเหลือเยียวยาทั้งระยะสั้น และระยะยาวต่อไป โดยหาเงินชดเชย และด้านการผลิตอาหารสุกรต้นทุนต่ำ มีคุณภาพ ยืนยันว่าจะนำพาเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูรายย่อยภาคอีสานและทั่วประเทศ เดินหน้าแก้ไขปัญหาให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดในเร็ว ๆ นี้

ช่อง 5 พลิกโฉมผังใหม่ 67 อัดแน่น ‘ข่าวสาร-สาระ-บันเทิง’ ดึงพันธมิตรคุณภาพร่วมลุย มั่นใจกรุยทางมัดใจคนทุกกลุ่ม

ช่อง 5 เดินหน้าปรับผังรายการใหม่ ปี 2567 ชูรายการข่าวสาร สาระความรู้ ครบครัน พร้อมคัดสรรบันเทิงวาไรตี้เปี่ยมประโยชน์ เพิ่มเติมรายการสร้างสรรค์สังคม รวมทั้งกีฬา เข้าถึงทุกกลุ่มทุกวัย

(22 ธ.ค.66) พลเอก นิรันดร ศรีคชา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก พร้อมด้วยผู้บริหาร ผู้ร่วมผลิตรายการ และพันธมิตร ร่วมแถลงผังรายการ 2024 ทีวีสาธารณะเพื่อความมั่นคงแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย นำคุณค่าสู่สังคมไทย โดยผู้ชมสามารถเกาะติดความเคลื่อนไหวข้อมูลข่าวสารได้ตลอดทั้งวันไปพร้อมกับรายการข่าวคุณภาพเนื้อหาครอบคลุมทุกมิติจากทางสถานีตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ ด้วยการนำเสนอที่ถูกต้อง รวดเร็ว เป็นกลาง และสร้างสรรค์ เข้าใจ เข้าถึง ทุกสถานการณ์ 

***วันจันทร์ถึงศุกร์…
>> เวลา 05.30-08.00 น. ข่าวเด่นเช้านี้, วงจรกีฬา, เช้านี้ประเทศไทย เตรียมพบรายการใหม่ที่ให้ข่าวสาร บันเทิง และไลฟ์สไตล์ ในทุกแวดวงติดตามไปกับ ‘ประเทศไทยวาไรตี้’ 
>> เวลา 09.00 น. จากนั้นช่วงเที่ยงติดตามได้กับ เที่ยงวัน- ทันข่าว 
>> เวลา 18.00 น. พบกับ ข่าวเด่นทันสถานการณ์ โดยในช่วงเดือนมกราคมปีหน้าเพิ่มเติมด้วยช่วง ‘360 องศา Go Green’ ที่จะทำให้ทันโลกทุกการเปลี่ยนแปลง และติดตามข่าวด่วนทุกเหตุการณ์ใน ‘News Alert’ 

***ส่วนวันหยุดเสาร์และอาทิตย์...
>> 08.00 น. ข่าวเด่นเช้านี้ และทุกวันอาทิตย์ เวลา 21.00 น. ติดตามสถานการณ์ในต่างประเทศ วิเคราะห์และเปรียบเทียบผลกระทบที่มีต่อประเทศไทยในรูปแบบสารคดีเชิงข่าวกับรายการ Connect the world ชิบเชื่อมโลก โดย ชิบ จิตนิยม อัปเดตข่าวรอบสัปดาห์ไปกับ ประเด็นเด่นสุดสัปดาห์ ในเวลา 22.00 น. นอกจากนี้ยังมีรายการเล่าข่าวเช้าวันเสาร์ 07.00 น. เดอะพีเพิลโชว์ และวันอาทิตย์ 20.30 น. เรื่องเล่าข่าวดีกับสายสวรรค์

นอกจากนี้ ช่อง 5 พร้อมส่งเสริมและผลักดัน Soft Power ของไทยให้แพร่หลายผ่านทางรายการต่างๆ ที่นำเสนอเนื้อหาสอดรับกับการเชื่อมโยงวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชน ทั้งด้านอาหาร, การท่องเที่ยว, ศิลปะ, วัฒนธรรม อาทิ ล่องสราญจานสง่า, ตี๋อ้วนชวนหิว, วาไรตี้ 4 ภาค, บันทึกท่องเที่ยว, วีลเจอร์นี, จอยเดย์ถนนแห่งการเดินทาง, เดอะไดอารี่ มีดีที่เดินทาง 

อีกทั้งยังมีรายการส่งเสริมด้านการเกษตรกับ เกษตรช่อง 5 พัฒนาชุมชน ไม่ตกเทรนด์เรื่องยานยนต์กับรายการ ‘SPEEDTALK’ ดำเนินรายการโดย โบ๊ต บูลย์นันท, ฐานพงษ์ พรรณรังสี, ระพี มาประสพ, บอม วิบูลย์นันท์  ที่จะมาร่วมพูดคุยเรื่องราวเกี่ยวกับรถยนต์ ติดตามชมได้ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 10.40 น. 

พร้อมกันนี้ยังมีรายการที่สร้างพลังใจ ได้แก่ คนเปลี่ยนโลก, คนกีฬาต้นแบบสร้างแรงบันดาลใจ, คนไทยหัวใจไม่ท้อ  ส่วนรายการเพื่อเด็กและเยาวชน ช่วงวันอาทิตย์  07.00 น. โชว์ มี ยัวร์ คิดส์ ต่อด้วย ซุปตาร์คิดส์ติดดาว 

สำหรับคอกีฬา ช่อง 5 พร้อมเอาใจแฟนกีฬามวยไทยหนึ่งในกีฬาที่เป็น Soft Powerของไทย ทุกวันจันทร์ถึงพฤหัสบดี เวลา 20.30 น. รับชมการถ่ายทอดสด “มวยไทย” วันอาทิตย์ 18.00 น. มันส์ไปกับมวยไทยตัวจริงในรายการ ‘ศึกท่อน้ำไทย’ สดตรงจากสนามมวยราชดำเนิน และติดตามการ แข่งขันกีฬาที่กำลังเป็นที่นิยม E-Sport ได้ในช่วงเดือนมีนาคม 2567

นอกจากนี้ติดตามรายการที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ สะท้อนเรื่องราวของสังคม ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 14.55 น. ติดตามได้กับ ‘สนามเป้าบรรเทาทุกข์’ รายการที่จะเป็นสื่อกลาง ในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ รับแจ้งเบาะแสปัญหาในแต่ละพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การคลี่คลายแก้ไขปัญหา โดย 3 ผู้ดำเนินรายการ ปิยะฉัตร กรุณานนท์, อรอุมา เกษตรพืชผล, ศุภรัตน์ นาคบุญนำ และอีกหลายรายการ อาทิ เดินหน้าปฏิรูป, ที่นี่ชายแดนใต้, เพื่อประชาชน รวมถึงรายการเชิงอัตลักษณ์ในช่วงเวลา 19.30 น. กับ วีอาร์โซลเยอร์ ภารกิจของสุภาพบุรุษนักรบไทย และทุกวันศุกร์ เวลา 21.00 น. คุยดีมีสาระกับรายการแต้มต่อ

อย่างไรก็ตามภายหลังงานแถลงข่าวเปิดตัวผังรายการในครั้งนี้ พลเอก นิรันดรฯ ได้จัดให้มี Business Talk ร่วมพูดคุยกับทุกภาคส่วนที่สนใจร่วมเป็นพันธมิตรกับทางสถานี ทั้งด้านการผลิตรายการและ การจัดกิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อร่วมกันผลักดันให้เกิดคอนเทนต์หรือกิจกรรมดีๆ ที่เสริมสร้างให้เกิดองค์ความรู้ เกิดการเปลี่ยนแปลง การพัฒนาสังคม และความมั่นคงในด้านต่างๆ ที่ดีขึ้น นับเป็นมิติใหม่ โปร่งใส เปิดกว้าง และรับฟัง ตามแนวทางการเป็นทีวีสาธารณะเพื่อความมั่นคงแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย 

ติดตามชมรายการที่น่าสนใจและข้อมูลข่าวสารของทาง ช่อง 5 ได้ทุกแพลตฟอร์ม ทางออนแอร์ช่อง 5 กดหมายเลข 5 ทางออนไลน์ TV5HD Online : Facebook, Youtube, X, Instagram, Tiktok และเว็บไซต์ www.thaitv5hd.com

กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานกลอนปีใหม่รับปีงูใหญ่ 2567 ขอความสมบูรณ์พูนสุขเกิดแก่ประชาชาวไทยทุกผู้ทุกนาม

เมื่อไม่นานมานี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพรปีใหม่ 2567 แด่พสกนิกรชาวไทยทุกคนเพื่อเป็นสิริมงคลของชีวิตใหม่ในปี ‘มะโรงงูใหญ่’ 2567 ความว่า

สวัสดีปีใหม่ 2567 ปีมะโรงงูใหญ่

“ปีมะโรงไทยว่าเป็นงูใหญ่ ฉันสงสัยว่าเป็นงูเหลือม งูหลาม
อาจจะเป็นพญานาคน่าครั่นคร้าม เป็นเรื่องตามเทพนิยายที่อ่านมา
คนจีนว่ามะโรงนี้ปีมังกร มีฤทธิอาจบินจรขึ้นเวหา
ขออำนาจนาคมังกรช่วยพารา ให้ฝนฟ้าสมบูรณ์พูนสุขเอย”

จากกลอนพระราชทาน ปีมะโรงงูใหญ่ จะเห็นตามคติความเชื่อของคนไทยคนจีน คำว่า งูใหญ่ อาจหมายรวมถึง พญานาค และ มังกร ที่มีอิทธิฤทธิ์ มีอำนาจ และสามารถดลบันดาลให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาลยังความสมบูรณ์พูนสุขให้เกิดแก่ประชาชาวไทยทุกผู้ทุกนาม จนมีแต่ความสุข สนุกสนานตลอดปีมะโรงงูใหญ่ พุทธศักราช 2567

นอกจากนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานให้ร้านภูฟ้า อัญเชิญภาพวาดฝีพระหัตถ์ ‘มังกรบิน’ จัดทำผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นของขวัญของฝาก ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 อาทิ กระเป๋า เสื้อผ้า กระบอกน้ำ

'ปตท.' แจง!! หลังโซเชียลแชร์ปม ลูกค้าเติมน้ำมันได้ไม่เต็ม 5 ลิตร ยัน!! อยู่ในเกณฑ์คู่มือการตรวจสอบฯ ปริมาตรน้ำมันเชื้อเพลิง

จากกรณีผู้ใช้ติ๊กต็อกรายหนึ่งได้เผยคลิป เข้าไปเติมน้ำมันดีเซลที่สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี โดยลูกค้าสังเกตว่าเกจ์วัดน้ำมันไม่ได้ขึ้นตามที่ต้องการ จนทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์บนโลกโซเชียล

ล่าสุด พีพีที สเตชั่น ได้ออกหนังสือชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าว โดยระบุข้อความว่า ตามที่มีการเผยแพร่คลิปทางโซเชียลมีเดีย เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2566 ระบุว่ามีลูกค้ามาเติมน้ำมันดีเซล จำนวน 1,000 บาท ที่สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น และรู้สึกว่าเกจ์วัดน้ำมันรถขึ้นไม่เป็นปกติ จึงแจ้งขอให้ทางสถานีบริการตรวจสอบนั้น จากการตรวจสอบพบว่า

สถานีบริการที่เกิดเหตุคือ สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น สระบุรี โดยลูกค้าได้เข้ามาเติม น้ำมันเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา และรู้สึกว่าเกจ์น้ำมันขึ้นไม่เป็นปกติ จึงขอให้ทางสถานีบริการดำเนินการตรวจสอบตามคลิปที่ปรากฏในโซเชียลมีเดีย โดยเมื่อบีบมือจ่าย 5 ลิตร 2 ครั้ง ได้ปริมาตรน้ำมันขาดไปประมาณ 25-30 มิลลิลิตร (หรือ 0.025 - 0.030 ลิตรต่อปริมาณน้ำมันที่ทดสอบ 5 ลิตร) ซึ่งพนักงานหน้าลานได้ชี้แจงว่ายังเป็นไปตามเกณฑ์ ใน ‘คู่มือการตรวจสอบและให้คำรับรองมาตรวัดปริมาตรน้ำมันเชื้อเพลิง’ ของสำนักงานชั่งตวงวัด ที่กำหนดให้มี ‘อัตราเผื่อเหลือเผื่อขาด’ หรือค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมให้ได้สูงสุดของมาตรวัดนั้น ๆ ในการตรวจสอบระหว่างใช้งานสำหรับเชื้อเพลิงปริมาณ 5 ลิตรให้มีความคลาดเคลื่อนบวกลบได้ไม่เกิน 50 มิลลิลิตร (หรือ 0.050 ลิตรต่อน้ำมันที่ทดสอบ 5 ลิตร)

พีทีที สเตชั่น ใครขอชี้แจงว่า มาตรวัดปริมาตรน้ำมันเชื้อเพลิงที่สถานีบริการน้ำมันทุกแห่งต้องผ่านการตรวจสอบและได้รับการรับรองจากสำนักงานชั่งตวงวัด กระทรวงพาณิชย์ โดยที่ผู้ค้าน้ำมันไม่สามารถปรับแต่งมาตรวัดเองได้ และสถานีบริการน้ำมันจะต้องดำเนินการตรวจวัดปริมาตรน้ำมัน และนำส่งสำนักงานกลางชั่งตวงวัดเป็นประจำทุกเดือน โดยผลการตรวจวัดปริมาตรน้ำมันของ สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น สระบุรี ล่าสุด ยังคงเป็นไปตามเกณฑ์ที่สำนักงานชั่งตวงวัดกำหนด ทั้งนี้ พีทีที สเตชั่น ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเรื่องดังกล่าว

โดยในวันพรุ่งนี้ (22 ธ.ค. 66) จะประสานงานให้สำนักงานชั่งตวงวัดเข้ามาตรวจสอบและยืนยันว่ามาตรวัดของ พีทีที สเตชั่น เป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกับผู้บริโภคต่อไป พีทีที สเตชั่น ขอยืนยันว่า เรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐานให้แก่ผู้บริโภครวมถึงยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส เป็นธรรม และเป็นไปตามหลักกำกับดูแลกิจการที่ดี ตามนโยบายต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน ของ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)

รมว.แรงงาน 'พิพัฒน์' จัดเต็มมอบของขวัญ 2567 ให้แรงงาน11ชิ้น ชูแคมเปญ เพิ่ม ฟรี ปรับขึ้น สะดวก ช่วยปลดหนี้ 'อุ่นใจผู้ให้ สุขใจผู้รับ'

วันที่ 22 ธันวาคม 2566 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานแถลงข่าวของขวัญปีใหม่กระทรวงแรงงาน ปี 2567 โดยมี นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย ณ บริเวณโถงชั้นล่างอาคารกระทรวงแรงงาน

นายพิพัฒน์ฯ ได้กล่าวถึงผลงานตลอด 3 เดือน ตั้งแต่มารับตำแหน่งที่กระทรวงแรงงาน ซึ่งช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องแรงงานไทยได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อาทิ การช่วยเหลือพี่น้องแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบในอิสราเอลให้ได้รับเงินเยียวยา ทั้งจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ จำนวนคนละ 15,000 บาท และเสนอคณะรัฐมนตรีเพิ่มเงินเยียวยาอีกคนละ 50,000 บาท รวมถึงพักหนี้ให้กับแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบรายละไม่เกิน 150,000 บาท และเสนอร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุ้มครองแรงงานอิสระ พ.ศ. เพื่อส่งเสริมคุ้มครองคุณภาพชีวิตแรงงานอิสระเข้าถึงสิทธิพื้นฐานความปลอดภัยในการทำงาน ครอบคลุมถึงการสนับสนุนการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนมาตรา 40 และมาตรา 39 เพื่อสร้างรากฐานเศรษฐกิจการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยการคุ้มครองแรงงาน เป็นต้น

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้มีความห่วงใยพี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกคน ทุกกลุ่ม และได้สั่งการให้ทุกกระทรวงพิจารณาของขวัญที่จะมอบให้ประชาชน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเป็นกำลังใจแก่พี่น้องผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ รวมทั้งพี่น้องแรงงานไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศ  ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งในส่วนของกระทรวงแรงงานนั้นในปี 2567 นี้มีของขวัญปีใหม่ จำนวน 11 ชิ้น ในหัวข้อ “เพิ่ม ฟรี ปรับขึ้น สะดวก ช่วยปลดหนี้” ภายใต้แคมเปญ “อุ่นใจผู้ให้ สุขใจผู้รับ”เพื่อมอบความสุขแก่พี่น้องผู้ใช้แรงงาน ดังนี้

ชิ้นที่ 1 “เพิ่ม”อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน 6 สาขาอาชีพ 54 สาขา ตามร่างอัตราค่าจ้าง ตามมาตรฐานฝีมือ 54 สาขา ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยมีผลบังคับใช้ 90 วันหลังจากวันที่ประกาศแล้ว

ชิ้นที่ 2 “ปรับขึ้น”อัตราค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศ โดยคณะกรรมการไตรภาคีได้พิจารณาปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไปแล้วเมื่อวันที่ 8 ธ.ค.66 และได้นำมาทบทวนอีกครั้งเมื่อวันที่ 20 ธันวาคมที่ผ่านมานั้น ซึ่งที่ประชุมไตรภาคีได้มีมติเห็นชอบให้ใช้มติเดิม ผมเองก็จะนำมติในเรื่องนี้เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า เพื่อขอความเห็นชอบให้มีผลใช้บังคับในช่วงเดือนมกราคม 2567 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับพี่น้องแรงงาน

ชิ้นที่ 3 “ฟรี”กู้เงินกองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน ดอกเบี้ย 0% จำนวน 24 เดือน โดยมีอัตราดอกเบี้ยเงินกู้หรือค่าธรรมเนียม ร้อยละ 0 ต่อปี ในงวดที่ 1 - 24 โดยไม่ปลอดเงินต้น และงวดที่ 25 เป็นต้นไปจนสิ้นสุดสัญญา คิดอัตราร้อยละ 3 ต่อปี ผู้รับงานไปทำที่บ้านรายบุคคลยื่นคำขอกู้ไม่เกิน 50,000 บาท รายกลุ่มบุคคลกู้ไม่เกิน 300,000 บาท ระยะเวลายื่นคำขอกู้ ตั้งแต่1 ธ.ค.66 - 31 ส.ค.67 กรอบวงเงิน 5,000,000 บาท ทำให้มีผู้จดทะเบียนเป็นผู้รับงานไปทำที่บ้านกว่า 6,000 ราย เกิดรายได้ไม่น้อยกว่า 16.2 ล้านบาทต่อปี

ชิ้นที่ 4 “ฟรี”ตรวจเช็คสภาพรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ก่อนเดินทาง 7 วัน ช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 22 – 28 ธ.ค. 66 ในวันและเวลาราชการ ฟรี 10 รายการ ได้แก่ ล้อ/ลมยาง ระบบเบรก กรองอากาศ ระบบไฟเลี้ยว/ไฟสัญญาณ ใบปัดน้ำฝน ระบบปรับอากาศ น้ำยาฉีดกระจก แบตเตอรี่ น้ำกลั่นพวงมาลัย/แฮนด์/แตร

ชิ้นที่ 5 “ฟรี” ฝึกอบรมออนไลน์ หลักสูตรภาษาอังกฤษ ภาษาจีน การตลาดออนไลน์ และดิจิทัล ฟรีจำนวน 10,000 สิทธิ์ เพื่อแรงงานไทยได้ Up skill ตนเอง ทุกที่ ทุกเวลา ตั้งแต่วันที่ 22 – 28 ธ.ค.66 หรือจนกว่าจะครบ 

ชิ้นที่ 6 “ช่วยปลดหนี้” ผ่านโครงการเงินกู้สร้างสุข ปลดทุกข์หนี้นอกระบบ ในวงเงินไม่เกินคนละ 100,000 บาท เพื่อช่วยเหลือให้ผู้ใช้แรงงานที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์หรือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนในสถานประกอบกิจการและรัฐวิสาหกิจ นำไปปลดหนี้สิน หรือลงทุนประกอบอาชีพเสริม ในวงเงินโครงการ จำนวน 50,000,000 บาท เพื่อพัฒนารายได้แก่ตนเองและครอบครัวให้แรงงานได้รับสวัสดิการที่ดีสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งเสริมสร้างรากฐานความมั่นคงด้านเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม 

ชิ้นที่ 7 “ฟรี”อบรม Safety 10,000 คน เพื่อให้นายจ้างปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน ลดอุบัติเหตุ อุบัติภัยจากการทำงาน ทำให้ลูกจ้างได้รับการดูแลเกี่ยวกับความปลอดภัย 
อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทำงาน จำนวน 1,000,000 คน 

ชิ้นที่ 8 “ฟรี”ตรวจสุขภาพ 14 รายการ ผู้ประกันตนสุขภาพดีถ้วนหน้า อาทิ มะเร็งปากมดลูก ตรวจคัดกรอกมะเร็งลำไส้ ตรวจเต้านม ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด เชื้อไวรัสตับอักเสบ ตรวจไขมันในเลือด เริ่ม 1 มกราคม 2567

ชิ้นที่ 9 “สะดวก”ผู้ประกันตนฟันดีด้วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่ ณ สถานประกอบการ (SSO Mobile e-Dent) วงเงิน 900 บาท/คน/ปี  โดยผู้ประกันตนเข้ารับบริการทันตกรรมด้วยรถ Mobile Service สะดวก ไม่ต้องสำรองจ่าย มอบสิทธิประโยชน์ทำฟันสะดวก อุดฟัน ขูดหินปูน ถอนฟัน และผ่าตัดฟันคุด ที่สถานประกอบการ ด้วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่ประกันสังคม ผู้ประกันตนสะดวก ทำฟันสะดวก ที่สถานประกอบการ ไม่ต้องหยุดงาน ไม่ต้องเดินทาง เริ่ม 1 ม.ค. – 31 มี.ค.67

ชิ้นที่ 10 “ฟรี”บริการประกันสังคมครบจบใน APP เดียว “SSO plus+”ภายใต้โครงการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล กลางเชื่อมต่อบริการประกันสังคม ให้ผู้ประกันตนอย่างเฉพาะเจาะจง และแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อรวมศูนย์การบริการตามภารกิจหลักของกองทุนเงินทดแทน เพื่อความสะดวกให้ผู้ประกันตน เริ่ม 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป 

ชิ้นที่ 11 “ฟรี”ติดตั้งระบบรายงานจุดเสี่ยงอันตรายด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย และประเมิน ความเสี่ยงขั้นต้น เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ม.ค.67 สถานประกอบกิจการมีระบบรายงานจุดเสี่ยงอันตราย และประเมินความเสี่ยงขั้นต้นเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน 

ต่อจากนั้น รมว.แรงงาน และผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ได้เยี่ยมชมบูธกิจกรรมของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานและหน่วยงานภาคเอกชนที่เข้าร่วมที่ให้บริการตรวจสุขภาพในเบื้องต้น โดยแพทย์เฉพาะทางได้แก่ บริการประกันสังคมครบจบในแอพเดียว SSO Plus+ ตรวจสุขภาพฟรี 14 รายการ ผู้ประกันตนสุขภาพดีถ้วนหน้า และผู้ประกันตนทำฟันฟรีด้วยรถ ทันตกรรมเคลื่อนที่ ณ สถานประกอบการ จากสำนักงานประกันสังคม อบรม Safety 10,000 คน และเงินกู้สร้างสุข ปลดทุกข์หนี้นอกระบบ จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กองทุนผู้รับงานไปทำที่บ้านดอกเบี้ย 0 % จากกรมการจัดหางาน T-OSH Application : ระบบรายงานจุดเสี่ยงอันตราย จาก สถาบันส่งเสริม ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) และ อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน 6 สาขาอาชีพ จากสำนักงาน ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นต้น

‘ศธ.’ ประกาศผลการคัดเลือกเด็กและเยาวชนดีเด่น ที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ประจำปี 2567

(22 ธ.ค. 66) กระทรวงศึกษาธิการได้เปิดเผยว่า…ตามที่กระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้ส่วนราชการและหน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการ พิจารณาคัดเลือกเด็กและเยาวชนดีเด่น เด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ประจำปี 2567 ตามโครงการจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 นั้น 

บัดนี้ ส่วนราชการและหน่วยงานต่าง ๆ ได้พิจารณาคัดเลือกเด็กและเยาวชนดีเด่น เด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ประจำปี 2567 เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว จึงประกาศ รายชื่อเด็กและเยาวชนดีเด่น เด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ประจำปี 2567 ที่ได้รับ การคัดเลือกให้เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี เนื่องในงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 สามารถตรวจสอบรายชื่อได้ที่ https://www.moe.go.th/เด็กและเยาวชน2567/

และสำหรับเด็กและเยาวชนที่ได้รับการคัดเลือกตามประกาศฯ จะได้รับการเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี ในวันพุธที่ 10 มกราคม 2567 ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เด็กและเยาวชนที่ได้รับการคัดเลือกตอบรับการเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี โดยเข้าร่วมทาง Openchat ผ่าน QR - Code Line ภายในวันที่ 29 ธันวาคม 2566


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top