Wednesday, 24 June 2026
NEWS FEED

สะพัด!! ต้นเหตุโปรเจกต์รถไฟความเร็วสูงลาวข้ามอ่าวไทย เวอร์ชันไร้ไทย อาจมาจากสิงคโปร์จะซื้อไฟจากลาวโดยขอผ่านไทย แต่ไทยไม่ยอม

(26 ธ.ค. 66) จากเพจ 'สานต่อเจตนารมณ์ อาจารย์สมเกียรติ โอสถสภา' ได้แชร์ข้อความจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก 'สันติ์เพชร ปานนุ้ย' ซึ่งได้โพสต์มูลเหตุหนึ่งที่อาจเป็นประเด็นให้ทาง รมว.ท่านหนึ่งของ สปป.ลาว ออกมาสะพัดถึงความต้องการสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงจากลาวข้ามอ่าวไทยไปสิงคโปร์ โดยไม่ผ่านไทย ว่า...

ทำไม บริษัท ดาต้าเซ็นเตอร์ และ บริษัทคลาวด์ดิจิทัล เซ็นเตอร์ ยักษ์ใหญ่ของโลก จะเข้ามาตั้งศูนย์กลางการให้บริการที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ในประเทศไทย ทั้งที่บริษัท ดาต้า และ บริษัทคลาวด์ มีเฮดออฟฟิศอยู่ที่สิงคโปร์ 

เพราะ สิงคโปร์ ไม่สามารถหาพลังงานสะอาดให้ได้ เนื่องจากสิงคโปร์มีพื้นที่จำกัด 

ในความโชคร้าย ก็มีความโชคดี ในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยที่มีการเปลี่ยนผ่านจากพลังงานถ่านหินไปสู่พลังงานสะอาด มันจึงทำให้ประเทศไทยมีพลังงานเหลือสูงถึง 30% และมีราคาสูง แต่กลับเป็นความโชคดีที่เรานำหน้าประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เรามีพลังงานสะอาดมากพอที่จะดึงดูดการลงทุน

เวียดนามก็พลังงานไม่พอติด ๆ ดับ ๆ สูงเกินค่ามาตรฐาน และเวียดนามใช้พลังงานถ่านหินสูงถึง 70% 

และอีกเรื่องหนึ่งที่ไทยเป็นตัวเลือกอันดับ 1 คือความเร็วและความเสถียรของอินเตอร์เน็ตที่สูงกว่าเพื่อนบ้าน

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เราจึงเห็นข่าวที่สิงคโปร์จะซื้อไฟฟ้าจากลาวโดยขอผ่านสายส่งของไทย โดยทางไทยไม่ยอม จึงทำให้ รองนายกฯ ลาวท่านหนึ่งไม่พอใจ จึงเป็นที่มาของการโพสต์ปล่อยข่าวว่า ลาวจะสร้างรถไฟความเร็วสูงจากลาวไปสิงคโปร์โดยผ่านกัมพูชาข้ามอ่าวไทยเข้ามาเลเซีย โดยไม่มีประเทศไทย 

นอกจากนี้ผู้ใช้เฟซบุ๊กท่านดังกล่าว ยังทิ้งท้ายอีกว่า...หลายคนอาจจะไม่ทราบว่า บริษัท อโกด้า ผู้ให้บริการสำรองห้องพัก โรงแรม ทางออนไลน์ ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ กรุงเทพ มีพนักงาน 2,000 คน เป็นคนไทย 1,000 คนและตนต่างชาติ 1,000 คน

ด้านเพจ 'สานต่อเจตนารมณ์ อาจารย์สมเกียรติ โอสถสภา' ก็ได้โพสต์เสริมประเด็นดังกล่าวด้วยว่า...

ขออนุญาตผู้ติดตามเพจ...ถ้าเป็นจริงตามนี้ กลายเป็นว่าการที่ประเทศไทยมีไฟฟ้าใช้เหลือเฟือ ไม่มีไฟดับ ไฟตก...กลายเป็นจุดแข็งที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญที่สุด โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ต้องการใช้กระแสไฟฟ้ามากและต่อเนื่อง อย่างอุตสาหกรรมเก็บข้อมูลคลาวด์...ถือเป็นจุดขายที่ไม่มีใครเลียนแบบได้ในย่านอาเซียน

แม่ทัพภาค 4 สั่งเร่งระดมกำลังพลช่วยผู้ประสบอุทกภัยนราธิวาส  หลังน้ำป่าไหลหลากมวลมาไม่ทันตั้งตัว รับ!! หนักสุดในรอบ 30 ปี 

(26 ธ.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากสถานการณ์ ที่ได้เกิดฝนตกหนักและหนักมากในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 23-24 ธันวาคม 2566 ทำให้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งทางจังหวัดนราธิวาสได้เปิดศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ขึ้น เพื่อร่วมปฏิบัติการบริหารจัดการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยว่าที่ร้อยตรีตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ผู้บัญชาการเหตุการณ์ เป็นประธานประชุมติดตามการบริหารจัดการอุทกภัย และ เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมรายงานผลการปฏิบัติงานจากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส

โดยสรุปวันที่ 25 สถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสตามที่ได้เกิดฝนตกหนักเมื่อวันที่ 22-24 ธันวาคม 2566 เป็นเหตุให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยได้รับผลกระทบ เป็นเหตุให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส โดยได้รับผลกระทบแล้ว 9 อำเภอ 44 ตำบล 196 หมู่บ้าน 9,558 ครัวเรือน 37,901 คน 4 ชุมชน โรงเรียน 11 แห่ง ปศุสัตว์ (แพะ) 2 ตัว

แนวโน้มสถานการณ์ ลุ่มน้ำหลัก 3 ลุ่มน้ำ 1.ลุ่มน้ำโก-ลก ระดับน้ำยังปกติ แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 2.ลุ่มน้ำบางนรา ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง (เฝ้าระวัง) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 3.ลุ่มน้ำสายบุรี ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง (เฝ้าระวัง) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงเตือนประชาชนไม่ประมาทต่อมวลน้ำ เพราะยังคมมีฟ้าฝนตกอยู่ต่อเนื่องในหลายพื้นที่

ด้านนายจิรัส ศิริวัลลภ นายอำเภอเมือง จ.นราธิวาส ได้ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์อุทกภัยวาตภัย ในพื้นที่ ต.ลำภู อ.เมือง จ.นราธิวาส ซึ่งมีราษฎร์เดือดร้อนและบ้านจมน้ำจำนวนมาก โดยประสานหน่วยทหารหน่วยนาวิกโยธิน ทหารหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส นำเรือท้องแบน รถทหารยี่เอ็มซี่ พร้อมกำลังพลอพยพช่วยเหลือชาวบ้าน คนชรา เด็กและคนไข้ติดเตียงให้มาพักพิงที่ ของทางการจัดให้ในที่ศูนย์ซึ่งพบว่ามวลน้ำยังคงกำลังสูง และเชี่ยวกราดให้สิ่งของในบ้าน เสียหายอีกจำนวนมาก ทั้งนี้นายอำเภอเมืองกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า น้ำป่าไหลหลากมวลน้ำมาก ประชาชนไม่ได้ตั้งตัวมา เร็วท่วมเต็มพื้นที่ ถือว่าท่วมสูงสุดมากในรอบ 30 ปี

ขณะที่ชาวบ้าน ผู้ประสบภัยน้ำท่วม กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า น้ำท่วมรอบนี้หนักมาก น้ำมากลางคืนขณะนอนหลับในบ้าน เมื่อน้ำมาช่วยได้เฉพาะคนในครอบครัวขึ้นที่สูง ส่วนอุปกรณ์ในบ้าน รถเครื่อง ตู้เย็น ทีวี และอื่นเสียหายหมด ไม่ทันขนย้ายไปเก็บในที่สูงเสียหายหมดตัว ยากเรียกร้อง ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เข้ามาดูแลเร่งด่วนด้วย

ด้านพลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 ผอ.รมน.ภาค 4 แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งหน่วยทหารในพื้นที่ทุกหน่วยเร่งดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่เกิดอุทกภัยในพื้นที่โดยด่วนที่สุด โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียง ผู้หญิง และคนชราออกนอกพื้นที่โดยเร็วที่สุด และเน้นย้ำให้การเข้าช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องมีความระมัดระวังรักษาความปลอดภัยตนเองและทุกคนที่ลงไปจะต้องใส่เสื้อชูชีพ ซึ่งประชาชนที่ประสบภัยสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 46 โทร.073-340141-4 ต่อ 43011 #ศูนย์ประชาสัมพันธ์ #กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

‘ททท.’ เชิญชวนเขียนคำอวยพรผ่าน ‘จอยการ์ด’ ททท. ส่งมอบความรัก-ความปรารถนาดีให้กันช่วงคริสต์มาส

(25 ธ.ค. 66) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ขอเชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรมเขียนคำอวยพรผ่าน ‘joycard’ ของ ททท. เพื่อส่งคำอวยพรดี ๆ ให้คนที่รักหรือปรารถนาดี ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส ซึ่งถือเป็นการส่งการ์ดอวยพรในรูปแบบออนไลน์ 

โดยจอยการ์ดของ ททท. จะมี 3 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ การ์ดรูปวัด การ์ดทะเล และการ์ดรูปช้างไทย นอกจากนี้ยังสามารถเลือกสติกเตอร์สุดน่ารักประกอบในจอยการ์ดได้อีกด้วย

สำหรับใครที่สนใจสามารถเข้ามาเขียนคำอวยพรได้ที่ https://joycard.chom.dev/th มีขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้

1.กรอกข้อความในช่อง ‘หัวเรื่อง’
2.กรอกข้อความอวยพรลงในช่อง ‘ข้อความเนื้อหาจอยการ์ด’
3.เลือกรูปแบบพื้นหลัง
4.เลือกรูปแบบสติกเกอร์
5.กด ‘ดูตัวอย่างจอยการ์ด’
6.กดแชร์ ‘จอยการ์ด’ ไปยังโซเชียลมีเดียช่องทางอื่นๆ ได้ เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ ทวิตเตอร์ (X) หรือสามารถคัดลอกลิงก์และส่งให้เพื่อน ๆ ทางช่องทางโซเชียลที่ต้องการ

เพียงเท่านี้ก็สามารถส่งมอบคำอวยพรดี ๆ น่ารัก ๆ ให้แก่คนที่รักได้แล้ว อย่าลืมไปลองเล่นกันนะ!!

‘ไทยเบฟ’ พร้อมคณะ มอบทุนสนับสนุน-น้ำดื่มตราพึ่งพา แก่ ‘มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย’ 

(25 ธ.ค.66) คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี และคณะผู้บริหารของบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เดินทางมามอบทุนสนับสนุน และน้ำดื่มตราพึ่งพา ให้แก่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ณ อาคารที่ทำการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ โดยมีศาสตราจารย์ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย, นายฉัตรชัย พรหมเลิศ, นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ และนายฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล ร่วมกันรับมอบในฐานะกรรมการบริหารมูลนิธิฯ

 

โรงพยาบาลตำรวจมอบ 3 ของขวัญปีใหม่ให้ตำรวจ และประชาชน เปิดโครงการ "จิตอาสาดนตรีกล่อมใจ" กลับมาอีกครั้ง ตรวจสุขภาพให้ประชาชน และฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้ตำรวจ 

วันจันทร์ที่ 25 ธันวาคม 2566 ณ อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษา ชั้น 2 โรงพยาบาลตำรวจ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ ส่งมอบความสุข 3 ของขวัญปีใหม่ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และประชาชนเนื่องในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ 

โดยมี พล.ต.ท.ไพบูลย์ เจียมอนุกูลกิจนายแพทย์ (สบ 8) รพ.ตร. พล.ต.ท. วัชรินทร์พิภพมงคล นายแพทย์ (สบ 8) รพ.ตร. พล.ต.ต.ธนิต จิรนันท์ธวัช นายแพทย์ (สบ7) รพ.ตร. พล.ต.ท. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล และ ร.ต.ท.หญิง สายพิณ สมพงษ์ กรรมการสมาคมแม่บ้านตำรวจ ร่วมกิจกรรมด้วย 

โดยฟื้นโครงการ "จิตอาสาดนตรีกล่อมใจ" ภายใต้ชื่อวง "PGH Band" ขึ้นมาอีกครั้ง เพราะดนตรี เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างสรรค์ จรรโลงใจ ไม่ทำร้ายใคร โดยเฉพาะเสียงเพลงจากดนตรี ที่หากใครได้ยินได้ฟังแล้วจะรู้สึกเพลิดเพลิน สบายใจ ผ่อนคลายความทุกข์ ความเศร้าหมองที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกับผู้ป่วย ญาติ และผู้มาใช้บริการ ที่มีความกังวล หรือเครียด 


วง "PGH Band" บรรเลงโดยบุคลากรของโรงพยาบาลตำรวจ ที่มีใจรักในเสียงเพลง มาขับร้องให้ผู้ป่วย ญาติ และผู้มาใช้บริการ ที่ตึกอำนวยการเก่า อีกทั้งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ดารา ศิลปินชื่อดัง ที่ขอเป็นจิตอาสา สับเปลี่ยนมาร่วมขับร้องเพลงส่งความสุขให้ผู้ใช้บริการ ซึ่งสร้างความสุข และรอยยิ้มให้กับทุกคน โดยจะบรรเลงเพลงในวันจันทร์ กับ วันพุธ เวลา 10.00 -12.00 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ

ส่วนเสียงเพลงที่ใช้ขับร้อง เน้นเสียงเพลงเบาๆ ฟังแล้วสบายใจ ใช้ดนตรีน้อยชิ้น เพื่อไม่ให้รบกวนผู้ป่วย และรบกวนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ 

พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล ศรีสง่า โฆษกโรงพยาบาลตำรวจ เชิญชวน ศิลปิน ดารา ประชาชาชนทั่วไป และผู้มีความสามารถทางดนตรี ที่อยากเป็นส่วนหนึ่งกับโครงการ "จิตอาสาดนตรีกล่อมใจ โรงพยาบาลตำรวจ" ติดต่อร่วมโครงการได้ที่ แฟนเพจ เฟซบุ๊ก โรงพยาบาลตำรวจ หรือ โทร 02-2076000 เพื่อเป็นของขวัญให้กับผู้ป่วย

นอกจากนี้โรงพยาบาลตำรวจยังมอบของขวัญปีใหม่ให้ข้าราชการตำรวจ และประชาชน 3 ชิ้น ด้วยกัน 

คือ 1 ออกตรวจสุขภาพให้ประชาชน  4 จุดสถานีขนส่ง คือ  1 หมอชิต 2 บางซื่อ 3 เอกมัย และ สายใต้ 

โดยที่บางซื่อ และ หมอชิต จะมีทีมแพทย์ประจำจุดออกตรวจ ที่หมอชิต ตรวจวันที่ 22 ธันวาคม และวันที่ 28 ธันวาคม ออกตรวจที่บางซื่อ 

ชิ้นที่ 2 คือ ดนตรีจิตอาสา สร้างความสุขให้ประชาชน 

ชิ้นที่ 3 คือ ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ให้ข้าราชการตำรวจที่มีความเสี่ยง และมีผลตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลตำรวจ ทั้งหมด 50,000  dose 


ศูนย์ประชาสัมพันธ์ สื่อสารองค์กร และโฆษกโรงพยาบาลตำรวจ ขออนุญาตเผยแพร่ภาพและข่าวประชาสัมพันธ์ที่มีภาพบุคคลในกิจกรรมดังกล่าว

"ศูนย์กลางข่าวสาร ประสานฉับไว ใส่ใจบริการ เพื่อตำรวจและประชาชน"

#PGH
#โรงพยาบาลตำรวจ
#ศูนย์ประชาสัมพันธ์สื่อสารองค์กรและโฆษกโรงพยาบาลตำรวจ

บสย.จัด The 3rd Town Hall Meeting 2023 ปลุกพลังฮีโร่  เชิดชูเกียรติ “พนักงาน” หัวใจองค์กร

บสย. จัดประชุมพนักงานทุกระดับ The 3rd Town Hall Meeting 2023 ส่งท้ายปี 2566 ภายใต้แนวคิด “TCG MULTIKORN”  “จักรวาล บสย. ” ปลุกพลังฮีโร่ เชิดชูเกียรติ “พนักงาน” หัวใจองค์กร ทำงานหนัก เพื่อ SMEs  ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่องค์กร ดิจิทัล ช่วย SMEs ก้าวข้ามวิกฤต สู่ความยั่งยืน ย้ำชัดพร้อมขับเคลื่อนแผนนโยบาย 2567 เดินหน้าเต็มสูบ สู่บริบทใหม่ บสย.

นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เป็นประธานการประชุมพนักงานทุกระดับ (The 3rd Town Hall Meeting 2023)  กิจกรรมส่งท้ายปี 2566  รูปแบบ Hybrid Meeting ภายใต้แนวคิด  “TCG MULTIKORN” หรือ “จักรวาล บสย.”  โดยมีผู้บริหารระดับสูง และพนักงานทุกระดับ และสำนักงานเขตทั่วประเทศ  กว่า 400 คน ร่วมกิจกรรม ณ ห้องประชุม ชั้น 21 อาคารชาญอิสสระทาวเวอร์ 2 เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2566

ภาพรวมผลดำเนินงาน บสย. ปี 2566  ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่องค์กรดิจิทัล (Digital Transformation) การเชื่อมโยงดิจิทัล ระหว่าง บสย. และ พันธมิตรสถาบันการเงิน ช่วยเสริมศักยภาพและสมรรถนะองค์กร ด้านการค้ำประกันสินเชื่อ ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อมากขึ้น การอนุมัติค้ำประกันที่รวดเร็ว เชื่อมโยงสอดรับกับแนวทาง SMEs Gateway ความสำเร็จที่ เกิดจากพลังความร่วมมือของ “พนักงาน บสย.”  ที่เป็นหัวใจขององค์กร สู่ยุคเปลี่ยนผ่านด้วยมุมมองใหม่ในการทำงาน ภายใต้วัฒนธรรมองค์กรใหม่ ตามค่านิยมองค์กร TCG Fast First ที่ส่งผลด้านยอดอนุมัติค้ำประกันสินเชื่อกว่า 108,896 ล้านบาท เกินเป้าที่วางไว้  95,000 ล้านบาท ช่วยผู้ประกอบการ SMEs ได้สินเชื่อ 98,014 ราย (80% ของจำนวนราย SMEs เป็นผู้ประกอบการกลุ่ม Micro) สร้างสินเชื่อในระบบ 119,477 ล้านบาท รักษาการจ้างงานรวม 822, 245 ตำแหน่ง

ความท้าทาย ด้านการบริหารจัดการหนี้ ภายใต้มาตรการ 3 สี ประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม และได้รับคำชื่นชมจาก “ลูกหนี้ บสย.” และหน่วยงานผู้กำกับดูแล เป็นโครงการที่เข้ามาตอบโจทย์ความด้านการแก้หนี้อย่างยั่งยืน ช่วยลูกหนี้ก้าวข้ามวิกฤต ซึ่ง บสย. ได้ต่อมาตรการนี้ออกไปอีก 1 ปี เพื่อรักษาลูกหนี้ และช่วยพลิกฟื้นให้กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้อีกครั้ง

นอกจากการประกาศผลดำเนินงานแล้ว ผู้บริหารระดับสูงยังได้ชื่นชมกิจกรรมขับเคลื่อนบุคลากรและมอบรางวัลให้บุคลากรต้นแบบตามค่านิยมองค์กร ประจำปี 2566 ด้วย เพื่อยกย่องและเชิดชูบุคลากรที่ได้รับคัดเลือก ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีตามค่านิยมองค์กร TCG FAST FIRST (T - Think Innovatively, C – Connectivity และ G – Good Governance)  พร้อมแสดงความยินดีกับรางวัลต่างๆ ที่ บสย.  ได้รับในปีนี้ ซึ่งเป็นผลจากการขับเคลื่อนองค์กรที่มาจากพนักงาน บสย.  ได้แก่ รางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น รางวัลรัฐบาลดิจิทัล รางวัลสำเภานาวาทอง รางวัลองค์กรโปร่งใส  รางวัลเลิศรัฐ  เน้นย้ำแนวปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล ภายใต้นโนบาย “No Gift Policy”

ภายใต้วิสัยทัศน์ การเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงเงินทุนและโอกาสให้แก่ SMEs เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน หรือ SMEs’ Gateway ตามพันธกิจหลัก 5 ประการของ บสย. ยังคงมุ่งมั่นช่วยเหลือ SMEs ต่อไปในปีหน้า  คือ 1.พัฒนาศักยภาพ SMEs และผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อให้เข้าถึงแหล่งทุนและองค์ความรู้ทั้งระบบ 2.ผลักดัน SMEs และผู้ประกอบการรายย่อยให้เติบโตแบบก้าวกระโดดด้วยนวัตกรรมทางการเงิน 3.เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจครบวงจรสำหรับ SMEs และผู้ประกอบการรายย่อย 4.ยกระดับขีดความสามารถองค์กรเพื่อการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากอย่างบูรณการ และ 5.ส่งเสริมการดำเนินงานที่โปร่งใสในทุกระดับองค์กรอย่างยั่งยืน

“ในปี 2567 ความท้าทายจะมีมากกว่าปีนี้  ทั้งเป้าหมายการแก้หนี้นอกระบบตามนโนบายรัฐบาล โครงการพักชำระหนี้ โครงการยกระดับการค้ำประกันสินเชื่อตามเป้าหมายรัฐบาล โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ค้ำประกันสินเชื่อที่ตอบโจทย์ SMEs  โครงการให้คำปรึกษาทางการเงิน SMEs  และ โครงการพัฒนาธุรกิจใหม่ ทั้งหมดนี้คือ การบ้านและโจทย์ใหญ่ที่สำคัญในปีหน้า” นายสิทธิกร กล่าว

ผบ.ตร.ส่งซานตาคลอส ตำรวจปากช่อง ขนผ้าห่มเป็นของขวัญ มอบไออุ่นให้น้องคลายหนาว เขาใหญ่ มอบความห่วงใยสุขภาพเด็กช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง 

วันที่ 25 ธันวาคม 2566 เวลา 10.00 น. ที่โรงเรียนบ้านหนองอีเหลอ ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จัดกิจกรรมไออุ่นคลายหนาวให้เด็กนักเรียน เนื่องในวันคริสต์มาส โดยมี พ.ต.อ.วีระพล ระเบียบโพธิ์ ผกก.สภ.ปากช่อง เป็นตัวแทน พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับ จิตอาสา 904 ตำรวจทางหลวงนครราชสีมา ตำรวจปากช่อง ชมรมฮักเขาใหญ่ นำผ้าห่ม จำนวน 100 ผืน ขนม เดินทางไปมอบให้กับเด็กนักเรียน โรงเรียนบ้านหนองเหลอ เนื่องในวันคริสต์มาส

ขณะในช่วงนี้ พื้นที่มีอากาศหนาวเย็น อุณภูมิลดลงเหลือ 12-13 องศา ประกอบกับอยู่ในพื้นที่ธุระกันดาร ผู้ปกครอง และครอบครัวเด็กนักเรียนมีฐานะยากจน เดือดร้อนกับสภาวะหนาวเย็น 

สำหรับโรงเรียนดังกล่าว มีนักเรียน 100 คน และคุณครูอีก 10 คน ชาวบ้านในพื้นที่ส่วนมากจะมีอาชีพเกษตรกรทำไร่มัน และไร่อ้อย รวมถึงรับจ้างทั่วไป รายได้ในครอบครัวจะน้อย ในช่วงฤดูหนาวอากาศจะหนาว และเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา 

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ให้ทีมงานตำรวจจิตอาสาลงสำรวจพื้นที่ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงฤดูหนาว พร้อมสนับสนุนผ้าห่ม เสื้อกันหนาว ยารักษาโรค เป็นการแสวงหาความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อทำงานร่วมกัน

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าโต้กลับ WHO อวยแบนทิพย์บุหรี่ไฟฟ้าในไทยชี้พบเยาวชนไทยใช้บุหรี่ไฟฟ้าสูงกว่าในประเทศที่มีกฎหมายควบคุมอย่างถูกต้อง

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าโต้กลับ WHO อวยแบนทิพย์ในไทย ทั้ง ๆ ที่มีขายเกลื่อนพบเห็นได้ทั่วไป เชื่อมั่นการนำบุหรี่ไฟฟ้าขึ้นมาบนดินควบคุมด้วยกฎหมายอย่างเหมาะสมจะช่วยลดการเข้าถึงของเยาวชนได้ พร้อมเผยสถิติพบเยาวชนใช้บุหรี่ไฟฟ้าในประเทศที่แบน มากกว่าในประเทศที่มีกฎหมายควบคุมอย่างถูกต้อง สืบเนื่องจากแถลงการณ์ของผู้แทนองค์การอนามัยโลก (WHO) ในประเทศไทย จากงานเสวนาการแถลงการณ์องค์การอนามัยโลก เรื่องบุหรี่ไฟฟ้าภัยคุกคามต่อเด็กและเยาวชน เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2566 ที่สนับสนุนให้ไทยคงมาตรการห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าต่อไปเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพของผู้ใช้และคนรอบข้างรวมถึงปกป้องเด็กและเยาวชนเป็นสำคัญ เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า นำโดยเพจ “ลาขาดควันยาสูบ (ECST)” และเพจ “มนุษย์ควัน” ร่วมย้ำจุดยืนที่ต้องการกฎหมายควบคุมการขาย การตลาด การกำหนดอายุผู้ซื้อผู้ขาย การควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ รวมถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อปกป้องผู้บริโภค และป้องกันผู้ใช้หน้าใหม่ที่เป็นเด็กและเยาวชน

นายมาริษ กรัณยวัฒน์ ตัวแทนจากเพจลาขาดควันยาสูบ กล่าวว่า “บุหรี่ไฟฟ้ามีอยู่ทั่วไปในสังคมไทย และปัญหาเยาวชนไทยเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเรื่องจริงในปัจจุบันที่คงไม่มีใครปฏิเสธได้ แม้เราจะมีมาตรการแบนบุหรี่ไฟฟ้ามาเกือบ 10 ปีแล้วก็ตาม คงเป็นไปไม่ได้แล้วที่จะทำให้ไม่มีการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเลย การคงมาตรการห้ามขายทำให้เกิดคำถามที่น่ากังวลว่าสินค้าที่อยู่ใต้ดินเข้าถึงง่ายเหล่านี้มีคุณภาพและความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน การไม่ควบคุมเลยจะทำให้เกิดอันตรายมากกว่ากับทุกฝ่ายในรูปแบบที่คาดไม่ถึง ดังนั้น ทางออกเดียวคือจำเป็นต้องมีกฎหมายเข้ามาควบคุมอย่างเหมาะสม อยากถามกลับว่า ถ้าแบนแล้วดีจริงทำไม WHO ไม่ไปร้องเรียกให้สหรัฐฯ อังกฤษ ประเทศกลุ่มอียู เกาหลีใต้ ญี่ปุ่นหันมาแบนบุหรี่ไฟฟ้าบ้าง มาเชียร์แต่ประเทศไทย”

นายสาริษฏ์ สิทธิเสรีชน จากเพจมนุษย์ควัน ให้ข้อมูลเสริมว่า “สถิติเยาวชนใช้บุหรี่ไฟฟ้าในไทยของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากร้อยละ 3.3 ในปี 2558 ในช่วงเริ่มต้นการแบนในไทย เป็นร้อยละ 9.1 ในปี 2566 ขณะที่ประเทศที่มีการแบนบุหรี่ไฟฟ้าอื่น ๆ เช่น ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ ก็เจอกับปัญหาเดียวกัน โดยออสเตรเลียภายหลังการมีคำสั่งให้มีใบสั่งยาสำหรับการใช้และการขายบุหรี่ไฟฟ้าในปี 2564 จำนวนเยาวชนที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าก็สูงขึ้นจากร้อยละ 9.8 เป็นร้อยละ 14.5 ในปี 2566 ขณะที่ประเทศที่มีการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าอย่างถูกกฎหมาย เช่น แคนาดา นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ มีสถิติเยาวชนที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าอยู่ที่ร้อยละ 8 ร้อยละ 6 ร้อยละ 5 และร้อยละ 3.7 ตามลำดับ ซึ่งน้อยกว่าประเทศที่มีการแบนอยู่”

“จริง ๆ แล้ว WHO ไม่เคยกำหนดให้ทุกประเทศห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า เพราะหากห้ามจริงบุหรี่ไฟฟ้าคงไม่ถูกกฎหมายแล้วในกว่า 80 ประเทศทั่วโลก ความหวังที่อยากให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นศูนย์ในไทยคงยากที่จะเป็นจริงได้ สิ่งที่ไทยควรทำและทำได้ตอนนี้คือเปิดโอกาสให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยได้ทำงานโดยพิจารณาเหตุและผลอย่างรอบด้าน ไม่ใช่เพียงด้านสุขภาพเท่านั้น ต้องคำนึงถึงบริบทของสังคมไทยตอนนี้ด้วย เราเคยลดจำนวนเยาวชนที่สูบบุหรี่มวนลงได้ด้วยกฎหมายกำหนดอายุผู้ซื้อและผู้ขาย เหตุใดจึงไม่เชื่อว่ากฎหมายจะสามารถช่วยป้องกันเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้าได้เช่นเดียวกัน ดีกว่าปล่อยให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าที่ไม่มีการควบคุมทั้งด้านคุณภาพและความปลอดภัยได้อย่างอิสระแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน” นายสาริษฏ์ กล่าวปิดท้าย

ผลสำรวจล่าสุดเผย แพทย์อินเดียเพียงร้อยละ 7 ทราบถึงความก้าวหน้าในการต่อต้านการสูบบุหรี่ ผลการวิจัยย้ำถึงการกําหนดนโยบายที่อิงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า

อุปสรรคสําคัญต่อความพยายามของประเทศอินเดียในการต่อสู้กับการเสพติดผลิตภัณฑ์ยาสูบคือการที่มีแพทย์เพียง 7% เท่านั้นที่ตระหนักถึงพัฒนาการล่าสุดของเทคนิคการต่อต้านการสูบบุหรี่ ผลการสํารวจโดย Indian Medical Academy for Preventive Health (IMAPH) ซึ่งใช้ข้อมูลจากการสํารวจแพทย์ที่มีประสบการณ์อย่างน้อยสามปีจำนวน 200 คน เผยให้เห็นการค้นพบที่น่าตกใจ
ในนิวเดลี มีแพทย์เพียงร้อยละ 7 ที่มีความตระหนักเกี่ยวกับพัฒนาการล่าสุดในกลยุทธ์การต่อต้านการสูบบุหรี่ ซึ่งนับเป็นความท้าทายสําคัญต่อความพยายามของประเทศอินเดียในการต่อสู้กับการเสพติดยาสูบ โดยการศึกษาที่จัดทําโดยสถาบันการแพทย์อินเดียเพื่อการป้องกันสุขภาพ (IMAPH) ระบุว่า การศึกษาที่อ้างอิงจากการสํารวจแพทย์ที่มีประสบการณ์อย่างน้อยสามปีจำนวน 200 คนนํามาซึ่งสถิติใหม่

โรคหัวใจและหลอดเลือดกลายเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในผู้ป่วย ซึ่งพบอยู่ที่ร้อยละ 12 และเน้นย้ําให้เห็นถึงความจําเป็นและความเร่งด่วนสําหรับการแทรกแซงการต่อต้านการสูบบุหรี่ ศาสตราจารย์ Chandrakant S Pandav อดีตหัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชนที่ AIIMS-New Delhi ได้แสดงความกังวลโดยระบุว่า "การสํารวจให้ความกระจ่างเกี่ยวกับความสำคัญของแพทย์ในการจูงใจผู้สูบบุหรี่ให้เลิกบุหรี่ และเน้นย้ําถึงความจําเป็นในการเพิ่มความตระหนักรู้และการฝึกอบรมในการใช้กลยุทธ์เพื่อต่อต้านการสูบบุหรี่ เรียกได้ว่าผลการสํารวจนี้จุดประกายว่าเราจําเป็นต้องลดช่องว่างของการตระหนักรู้ของแพทย์ เพื่อต่อสู้กับอันตรายจากยาสูบอย่างมีประสิทธิภาพ" ดร. M Wali ที่ปรึกษาอาวุโสด้านการแพทย์ของโรงพยาบาล Sir Ganga Ram ยังเน้นย้ําถึงความสําคัญของผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพ ที่จำเป็นต้องได้รับข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการเลิกบุหรี่ที่ถูกต้องครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน
เขากล่าวว่า “เรายังคงยึดประสิทธิผลเป็นหลักในการพิจารณาว่าควรแนะนำวิธีการต่อต้านการสูบบุหรี่ที่มีความจำเพาะในแต่แง่ของวัฒนธรรมและภูมิภาค ซึ่งชี้ห้เห็นถึงความจำเป็นของการจัดตั้งนโยบายที่อ้างอิงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อเป็นการติดอาวุธให้กับแพทย์ด้วยทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าในการต่อสู้กับการเสพย์ติดบุหรี่ ดังนั้น แพทย์เองก็ควรติดตามพัฒนาการล่าสุดของวิธีช่วยเลิกบุหรี่ เพื่อที่จะให้คำแนะนำที่ดีที่สุดได้ สิ่งเหล่านี้จำเป็นต่อการควบคุมยาสูบที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งประสบความสำเร็จในการนำไปปรับใช้ในต่างประเทศ”

การศึกษายังชี้ให้เห็นว่า แพทย์ควรสอบถามอย่างจริงจังเกี่ยวกับการบริโภคยาสูบของผู้ป่วยทุกครั้งที่ นอกจากนี้ ทางเลือกใหม่ๆ เช่น บุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบแบบให้ความร้อน อาจมีบทบาทสําคัญในการทดแทนบุหรี่และการลดภาระการติดยาสูบในอินเดีย

ในฐานะประเทศที่มีผู้บริโภคยาสูบมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลกด้วยจำนวนกว่า 275 ล้านคน อินเดียต้องเผชิญกับความท้าทายใหญ่หลวง จากข้อมูลการสํารวจการบริโภคยาสูบในผู้ใหญ่ทั่วโลก (Global Adult Tobacco Survey) ระบุว่า มีเพียง 55.4% ของผู้สูบบุหรี่เท่านั้นที่เคยพิจารณาหรือตั้งใจที่จะเลิกบุหรี่ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความจําเป็นเร่งด่วนสําหรับกลยุทธ์การต่อต้านการสูบบุหรี่ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ดร. J Kumar ที่ปรึกษาทางการแพทย์ของ IMAPH เน้นย้ําถึงความจําเป็นเร่งด่วนสําหรับการต่อต้านการเสพติดยาสูบ “ด้วยจำนวนแพทย์เพียงร้อยละ 7 ที่ทราบถึงความก้าวหน้าในการต่อต้านยาสูบล่าสุด ตัวเลขนี้ส่งสัญญานไม่เพียงแต่ช่องว่างด้านความรู้ แต่ยังเป็นการเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่”

ดร. J Kumar พบว่าผลสำรวจนั้นเป็นเหมือนเข็มทิศที่ชี้ให้พัฒนาจากการตระหนักรู้ไปสู่การปฏิบัติจริง การให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพก่อนต้นทุน และการยอมรับวิธีการใหม่ๆ เช่น พฤติกรรมบำบัด สามารถช่วยลดช่องว่างและขับเคลื่อนแพทย์อินเดียไปสู่การเป็นแนวหน้าของยุคปลอดบุหรี่ของอินเดีย
ผลการวิจัยยังเน้นย้ำถึงความสําคัญของการกําหนดนโยบายที่อิงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริมให้แพทย์นักวิจัยและบุคลากรทางการแพทย์สามารถแนะนําทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าได้
อินเดียจะสามารถก้าวไปสู่การบรรลุเป้าหมายในการลดการบริโภคยาสูบลง 30% ภายในปี 2025 ได้ด้วยการตระหนักและแก้ไขปัญหาในเรื่องของกระตระหนักรู้และการผลักดันนโยบายที่มีประสิทธิภาพ
ที่มา: Only 7 pc doctors aware of recent advances in anti-smoking strategies: Study, ET HealthWorld (indiatimes.com)

สวนนงนุชพัทยา  นำช้างแสนรู้สร้างสีสันวันคริสต์มาส พร้อมประกาศโปรพิเศษต้อนรับเทศกาลปีใหม่ มา 5 คนจ่าย 4 คน ตลอดเดือนมกราคม

สวนนนงนุชพัทยา โดย นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา   มอบของขวัญให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทย จัดโปรโมชั่นตอนรับปีใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย  ที่เข้ามาเยี่ยมชมสวน ซื้อบัตรผ่านประตูมา 5 ท่าน  จ่ายเพียง 4 ท่าน ตลอดเดือน มกราคม 2567 และในวันเดียวกันนี้นำช้างแสนรู้แต่งชุดซานตาคลอส ออกมาสสร้างสีสันในช่วงเทศกาลคริสต์มาส

เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบ “ไทยเที่ยวไทย”  สวนนงนุชพัทยา จึงจัดโปรโมชั่นอื่นๆ สำหรับผู้สูงอายุเข้าชมสวนฟรีทุกวันศุกร์  เด็กที่มากับครอบครัวสูงไม่เกิน 140 เซนติเมตรและผู้พิการพร้อมผู้ติดตามเข้าฟรีทุกวัน ผู้ที่ต้องการชมการแสดงนงนุชโชว์และช้างแสนรู้ มีการแสดงมีวันละ 4รอบสวนนงนุชพัทยาเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00-17.30 น.

ทั้งนี้สวนนงนุชพัทยา สร้างความประทับใจแก่เหล่านักท่องเที่ยวให้มีส่วนร่วมในขบวนพาเหรดในวันนี้ ได้นำน้องช้างแสนรู้และนักแสดงชายหญิงของสวนนงนุชพัทยา มามอบความสุขเติมรอยยิ้มให้กับนักท่องเที่ยวนับพันชีวิต ที่เดินทางมาเที่ยวชม ซึ่งในปี 2024 สวนนงนุชพัทยา เป็น 1ใน 12 สวน  ของโลกที่ได้รับรางวัล“สวนที่ควรค่าแก่การเดินทางเยี่ยมชมของโลกในปี2024”จากการประชุมเครือข่ายการท่องเที่ยวสวนนานาชาติ วิตอเรีย บีซี ที่ประเทศ แคนนาดาในเดือนที่ผ่านมา


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top