Wednesday, 24 June 2026
NEWS FEED

ตร. เตือน 6 ภัยออนไลน์ส่งท้ายปี ที่มิจฉาชีพฉวยโอกาสหลอกหลวงประชาชน

วันนี้ (27 ธันวาคม 2566) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งช่วงเวลาของการส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ เป็นช่วงเวลาที่พี่น้องประชาชนออกไปท่องเที่ยว ซื้อของขวัญ และทำกิจกรรมต่าง ๆ ในวันหยุดร่วมกับครอบครัว นั้น

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอเอาโอกาสนี้มาเตือนพี่น้องประชาชนให้ระมัดระวังตนเอง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพ เพราะอย่าลืมว่า แม้จะเป็นวันหยุด แต่มิจฉาชีพไม่เคยหยุด ซึ่งรูปแบบของภัยออนไลน์ที่พี่น้องประชาชนต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ มีดังนี้

1. “การหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการทางออนไลน์” โดยมิจฉาชีพจะหลอกลวงด้วยการโฆษณาขายสินค้าราคาถูก หรือส่วนลดพิเศษเฉพาะในช่วงเทศกาล เพื่อจูงใจให้เหยื่อหลงเชื่อสั่งซื้อสินค้า

2. “การหลอกเอาข้อมูลส่วนบุคคล” โดยมิจฉาชีพจะแอบอ้างเป็นร้านค้าต่าง ๆ แล้วโฆษณาว่าจะมีโปรโมชันพิเศษในช่วงเทศกาล หรือแจกของรางวัลต่าง ๆ แต่จะต้องลงทะเบียนก่อน หากเหยื่อหลงเชื่อ กรอกข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ-นามสกุล หมายเลขโทรศัพท์มือถือ และข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ ก็จะถูกมิจฉาชีพนำไปใช้แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบต่อไป

3. “การหลอกรับบริจาค” โดยในช่วงเทศกาลปีใหม่ ประชาชนอาจต้องการทำบุญเพื่อให้เกิดความเป็นศิริมงคลกับชีวิต มิจฉาชีพอาจมีการประกาศเชิญชวนให้ร่วมทำบุญ โดยอ้างบุคคลหรือกิจกรรมต่างๆ จึงควรตรวจสอบข้อมูลในกิจกรรมที่จะร่วมทำบุญว่า เป็นความจริงหรือไม่ อย่างไร ก่อนจะร่วมบริจาคเงินร่วมทำบุญออนไลน์ต่าง ๆ

4. “การสร้างข่าวปลอม” เพื่อสร้างยอดติดตาม หรือสร้างความตื่นตระหนก ซึ่งมิจฉาชีพอาจเอาเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ไม่เป็นความจริงหรือบิดเบือน เกี่ยวกับ อุบัติเหตุ การเดินทาง หรือเหตุการณ์อื่น ๆ ในช่วงเทศกาล มาเผยแพร่เพื่อแสวงหาประโยชน์ หรือสร้างความเสียหายให้สังคม

5. “การหลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันปลอม” ที่เกี่ยวข้องกับเทศกาล เช่น แอปพลิเคชันแต่งรูปปลอม แอปพลิเคชันจองที่พักปลอม เป็นต้น โดยหากเหยื่อหลงเชื่อติดตั้งแอปพลิเคชันปลอม ก็อาจถูกมิจฉาชีพควบคุมเครื่องระยะไกล หรืออาจถูกเข้าถึงข้อมูลภายในโทรศัพท์มือถือได้

6. “การหลอกขายทัวร์และที่พักราคาถูก” ซึ่งในช่วงเทศกาล กลุ่มมิจฉาชีพมักจะหลอกลวงด้วยการแอบอ้างเป็น โรงแรม ที่พัก หรือบริษัททัวร์ จากนั้นจะลงโฆษณาในช่องทางต่าง ๆ โดยเฉพาะที่พบได้บ่อยคือทางสื่อสังคมออนไลน์ ที่มักจะมีการสร้างเพจปลอมเพื่อหลอกลวงพี่น้องประชาชน

โดย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอให้พี่น้องประชาชนระมัดระวังและอย่าเชื่อในสิ่งที่ราคาถูกหรือดีเกินจริง เพราะสิ่งที่เห็นหรือได้ยินในสื่อสังคมออนไลน์ อาจเป็นกลลวงของมิจฉาชีพในการหลอกลวงแสวงหาประโยชน์จากพี่น้องประชาชน โดยขอให้ยึดหลัก “ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน” เพื่อป้องกันตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ

สุดท้ายนี้ หากพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายจากการหลอกลวงทางสื่อสังคมออนไลน์ สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ บนเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

‘อ.เดชา’ แนะ!! ควรเพิ่ม ‘คุณภาพ’ เด็​กเกิดใหม่-ผู้สูงอายุ มุ่งปั้นให้เป็นกำลังของชาติ เพื่อชดเชยยอดเกิดที่ลดลง 

(27 ธ.ค.66) นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ เจ้าของสูตรน้ำมันกัญชา (ตำรับหมอเดชา) โพสต์เนื้อหาและรูปบนเฟซบุ๊กว่า คงรู้จัก​ ‘คิม จองอึน’ ผู้นำเกาหลีเหนือกันดีนะครับ เพราะเป็นข่าวอยู่​บ่อยๆ​ เรื่องขยันยิงขีปนาวุธ​ (จรวด)​ ทดสอบ​ โดยไม่เกรงกลัวใคร แต่มีภาพด้านล่างที่เขาร้องไห้​ คงเป็นเรื่องสำคัญ​ ที่ทำให้เขาสะเทือนใจมาก

ปรากฏ​ว่า​ เป็นการขอความเห็นใจ​ จากแม่บ้านชาวเกาหลีเหนือ​ ให้ช่วยเพิ่มประชากร แสดงว่า​ ประชากรประเทศ​เกาหลีเหนือ​กำลังลดลง​ เหมือนอีกหลายประเทศ และ​ ‘คิม​ จองอึน’ เป็นห่วงเรื่อ​งนี้มากเป็นพิเศษ​ จนถึงกับหลั่งน้ำตาในที่สาธารณะ

แม้จะเป็นการแสดงความอ่อนไหว​ ไม่สมกับภาพลักษณ์​อันแข็งกร้าว​ ที่มีมาโดยตลอด แสดงว่า​ การลดลงของประชากรเกาหลีเหนือ​ เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย​ สำห​รับ​เขาจริงๆ

หันมาดูสถานการณ์​ ประชากรในประเทศ​ไทย​ ในช่วงปีที่ผ่านมาบ้าง ประชากรไทย​ เริ่มลดลงมาหลายปีแล้ว​ และลดลงมากขึ้นอย่างน่าวิตก เช่นในปี​ 2566​ นี้​ ควรจะมีเด็กไทยเกิดใหม่​ 7​ แสนคน​ แต่เกิดจริง​ เพียง​ 5​ แสนคนเท่านั้น

นายกรัฐมนตรี​ไทย ก็ออกมาพูดถึงเรื่องนี้​ แต่ดูจะไม่เห็นเป็นเรื่องร้ายแรงเท่าไหร่​นัก สู้เรื่องแจกเงินดิจิทัล​ คนละ​ 1​ หมื่นบาท​ หรือเรื่องการทำประชามติ​ร่างรัฐธรรมนูญ​ไม่ได้

ผมเชื่อว่า​แนวโน้มการลดลงของประชากรไทยนั้น​ มีแต่เพิ่มขึ้น​ แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว และจำนวนผู้สูงอายุ​ที่เพิ่มขึ้น​ก็หยุด​ไม่ได้​เช่นเดียวกัน

สิ่งที่น่าทำเป็นนโยบายก็คือ​ เพิ่มคุณภาพ​ของเด็กเกิดใหม่​ เพื่อชดเชยกับปริมาณ​ที่ลดลงและเพิ่มคุณภาพชีวิต​ของผู้สูงอายุ​ ให้ลดการเป็นภาระ​ มาเป็นกำลังของชาติให้มากขึ้นน่าจะเป็นไปได้มากกว่า​การพยายามเพิ่มจำนวนเด็กเกิดใหม่​ และลดจำนวนผู้สูงอายุ

เด็กที่เกิดน้อยลงนั้น​ ทำให้เพิ่มคุณภาพของเด็กได้​ โดยใช้งบประมาณ​เท่าเดิม ส่วนการเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ​ ให้ทำงานเป็นกำลังของชาติได้มากขึ้น​ ก็ทำได้จริง เพราะผมเอง​ ปัจจุบัน​อายุ​ ใกล้​ 76 ปีแล้ว​ ยังทำงานเป็นปกติ​ และมีคุณภาพดีกว่าแต่ก่อนหากผมทำได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีใครช่วย​ ถ้ารัฐบาล​จะช่วยผู้สูงอายุ​ ก็คงไม่ยากอะไร

ผมยินดีให้คำปรึกษา​ จากประสบการณ์​ตรง​ โดยไม่คิดมูลค่าใดๆ​ เพราะผมทำอยู่​แล้ว อย่าเลียนแบบ​ ‘คิม​ จองอึน’ ให้เสียน้ำตา​ โดยไม่ได้ประโยชน์​เลย แทนที่จะฝืนความจริง​ โดยพยายามเพิ่มจำนวนเด็กเกิดใหม่​ (ซึ่งไม่มีทางสำเร็จ) หันมาเพิ่มคุณภาพของเด็​กเกิดใหม่​ และผู้สูงอายุ​ที่เพิ่มขึ้นทุกวัน​ จะเป็นประโยชน์​มากกว่า

เพชรบูรณ์ Army Open House มทบ.36 จัดกิจกรรมเปิดบ้านทหารใหม่ ต้อนรับผู้ปกครองและญาติทหารใหม่ ก่อนส่งตัวกลับบ้านช่วงปีใหม่

ที่อาคารเอนกประสงค์มณฑลทหารบกที่ 36 (มทบ.36) อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ พลตรีวัชรพงศ์ แก้วแจ้ง ผบ.มทบ.36 เป็นประธานเปิดกิจกรรมเปิดบ้านทหารใหม่ (open house) หน่วยฝึกทหารใหม่ มทบ.36 โดยมีพ่อแม่ผู้ปกครองทหารใหม่เข้าร่วมในกิจกรรมจำนวนมาก โดยมีการแสดงของทหารใหม่ในชุดต่างๆ สร้างความประทับใจให้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองและญาติทหารใหม่เป็นอย่างมากหลังได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาการทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจของบุตรหลานที่เข้ามารับการฝึกทหาร

สำหรับการจัดกิจกรรมเปิดบ้านทหารใหม่ (open house) หน่วยฝึกทหารใหม่ มทบ.36ได้เปิดโอกาสให้พ่อแม่ผู้ปกครองทหารใหม่ได้เยี่ยมชมภายในหน่วยทหารให้ทราบถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ รับรู้ข้อมูลข่าวสาร และมีความเชื่อมั่นว่าหน่วยทหารจะดูแล การฝึกภายใต้มาตรการและข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด

พลตรีวัชรพงศ์ แก้วแจ้ง ผบ.มทบ.36 กล่าวว่า ทหารใหม่ที่เข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการได้ทำการฝึกอบรมให้มีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ มีความรู้ความสามารถที่จะปฏิบัติงานตามภารกิจของหน่วย แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในทุกภารกิจนอกจากนี้การกองทัพบกยังส่งเสริมให้มีการอบรมในวิชาชีพต่างๆ รวมถึงมีโอกาสสมัครเข้ารับราชการในส่วนของกองทัพบกต่อไป 

สำหรับหน่วยฝึกทหารใหม่ของ มทบ.36 ผลัด 2 รุ่นปีพุทธศักราช 2566 เข้าประจำการในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 จำนวน 110 นาย ทำการฝึกตามหลักสูตรทหารใหม่ 6 สัปดาห์ และฝึกหลักสูตรเฉพาะหน้าที่ทหารใหม่ 3 สัปดาห์ ซึ่งได้เสร็จสิ้นการฝึกตามหลักสูตรทหารใหม่แล้ว และในวันนี้ทหารใหม่ทุกนาย จะได้อยู่พร้อมครอบครัวและญาติ กินข้าวด้วยกัน รวมทั้งจะได้กลับไปเยี่ยมบ้านในห้วงเทศกาลปีใหม่ด้วยก่อนจะกลับมาปฎิบัติหน้าที่ตามกรมกองต่างๆต่อไป ทำให้บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างมีความสุขกันทั่วหน้า

ฉายาตำรวจ แห่งปี 66 “ต่อ”เฟรนด์ลี่-เชอร์ล็อค”นพ” “จ๋อ”-โคนันนครบาล -“เต่า”-มือปราบกังฉิน” “จี”-ที่สุดของแจ้

วันที่ 27 ธันวาคม ที่ศูนย์ปฏิบัติการสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย นายไพโรจน์ เทศนิยมนายกสมาคม นายสมชาย จรรยา นายสุรชัย นิโคธานนท์ อุปนายก นายธนากร ริตุ ประชาสัมพันธ์สมาคมฯ แถลงข่าวฉายาตำรวจ ประจำปี 2566 ปีนี้มีทั้งหมด 11 ฉายา

นายไพโรจน์ กล่าวว่า ปีนี้ สื่อมวลชนสายงานด้านอาชญากรรมได้ติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจนำเสนอผลงานสู่สายตาประชาชน เพื่อสะท้อนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงร่วมกันตั้งฉายาตำรวจประจำปีขึ้นถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบต่อกันมา ซึ่งเกณฑ์ในการตั้งฉายานั้น มีการประชุมร่วมกันกับตัวแทนสื่อมวลชนจากสังกัดต่างๆ เสนอรายชื่อนายตำรวจเข้ามา และทำการคัดเลือกในปีนี้เหลือเพียง 11 นาย ดังนี้

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล  ผบ.ตร.ฉายา  “ต่อ เฟรนด์ลี่” 
สื่อมวลชนสายอาชญากรรม ขนานนามให้ว่าเป็น “มือปราบสายธรรมะ” เนื่องจากเป็นนายตำรวจที่ใช้หลักธรรมในการทำงานและหลักรัฐศาสตร์ เดินสายปฏิบัติธรรมตามสถานที่ต่างๆในขณะเดียวกัน “บิ๊กต่อ” ยังเป็นคนเรียบง่ายไม่ถือเนื้อถือตัว บ่อยครั้งจะเห็นภาพของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ร่วมวงกินข้าว กินก๋วยเตี๋ยวกับผู้ใต้บังคับบัญชา เวลาออกเดินสายตรวจเยี่ยมกำลังพลตามโรงพักต่างๆที่ห่างไกล และยังวางตัวเป็นกันเองกับลูกน้อง เน้นสวัสดิการให้ลูกน้อง ใครต่อใครก็เข้าถึงได้เป็นคนเสมอต้นเสมอปลายเป็นที่รักของลูกน้องจำนวนมาก จึงเป็นที่มาของฉายาว่า “ต่อเฟรนด์ลี่”

พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผบ.ตร. ฉายา “สุภาพบุรุษสีกากี” เป็นนายตำรวจที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับ ด้วยฝีไม้ลายมือในการทำงานและผ่านงานระดับ ตร. ทุกหน้างาน ทั้งงานปราบปราม, งานสืบสวน และความมั่นคง เป็นนายร้อยตำรวจรุ่น 40 เกษียณอายุราชการปี 2567 และเป็นรองผบ.ตร.อาวุโส อันดับที่ 1 ในการแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนที่ 13 และคนที่ 14 ที่ผ่านมา ทำให้มีลุ้นเป็นตัวเต็งนั่งเก้าอี้ ผบ.ตร.ถึงสองครั้ง แต่สุดท้ายก็ต้องผิดหวัง เมื่อไม่ได้รับการเสนอชื่อเป็น ผบ.ตร. แต่ยังก้มหน้าก้มตาทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย ไม่มีแม้จะฟ้องร้องหรือทวงสิทธิ์แต่อย่างใด แม้จะมีกระแสข่าวว่าจะโยก พล.ต.อ.รอย ไปรับตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นการตอบแทนที่ไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผบ.ตร. เพื่อแก้ปัญหาด้านคุณธรรม คืนความเป็นธรรมและเยียวยาความรู้สึกผิดหวังให้พล.ต.อ.รอย สุดท้ายก็ไม่ได้เป็นไปตามนั้น “บิ๊กรอย” ก็ยังคงปักหลักทำงานในหน้าที่ จึงเป็นที่มาของฉายาว่า “สุภาพบุรุษสีกากี”

พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.ฉายา “โจ๊ก รอได้”
หากเอ่ยถึงชื่อ “บิ๊กโจ๊ก” เชื่อได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จัก และด้วยฝีไม้ลายมือการทำงานที่ปรากฏต่อสายตาประชาชน ประกอบกับอายุราชการที่ยังคงเหลืออีกหลายปี ทำให้ถูกจับตาว่ามีสิทธิ์ที่จะขึ้นเป็น ผบ.ตร.และสื่อมวลชนสายตำรวจวิเคราะห์ว่า หากไม่มีอะไรสะดุด ในปี 2567 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จะกลายเป็นอาวุโสอันดับ 1 ทันที และก็อาจจะมีสิทธิ์ได้ใช้นามเรียกขาน “พิทักษ์ 1” แต่ก็ต้องผ่านอีกกี่ขวากหนามบนเส้นทางสู่ ผบ.ตร. อีกทั้งเจ้าตัวก็เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า “ตนเองรอได้ ใครอยากเป็นผบ.ตร.ก็เป็นไปก่อน” จึงเป็นที่มาของฉายา “โจ๊ก รอได้”

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ  ผู้ช่วย ผบ.ตร.ฉายา “หลวงโดดปราบยา”
พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ มีชื่อเล่นว่า “หลวง” เป็นนายตำรวจที่เก่งทั้งบู๊และบุ๋นและเป็นหนึ่งเดียวในระดับผู้ช่วย ผบ.ตร.ได้รับความไว้วางใจจาก ผบ ตร. ดูแลงานครบทุกหน้างานและทุกมิติ ทั้งงานสืบสวน สอบสวน งานป้องกันปราบปราม งานมั่นคงและกิจการพิเศษ อีกทั้งยังได้รับมอบหมายให้ดูแลงานป้องกัน บำบัด ผู้ติดยาเสพติด ที่ผ่านมานำกำลังตำรวจระดมกวาดล้างอาชญากรรมและยาเสพติดจับผู้ต้องหาได้มากกว่า 60,000 คนขยายผลจนไปถึงผู้ซื้อและตัวแทนจำหน่ายยาเสพติด 209 แห่งทั่วประเทศ ยึดของกลาง ยาเสพติด อาวุธปืนเถื่อน กระสุน และวัตถุระเบิดได้อีกเป็นจำนวนมาก จนได้รับการเสนอชื่อกระโดดข้ามห้วยเป็นข้าราชการพลเรือน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) จึงเป็นที่มาของฉายา “หลวงโดดปราบยา”

พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ฉายา “จ้าว แข็งโป๊ก”
พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง นามเรียกขาน “น.1” ด้วยฝีไม้ลายมือที่เป็นที่ยอมรับให้คุมพื้นที่เมืองหลวง กรุงเทพมหานคร เป็นนายตำรวจที่ได้ชื่อว่ามีความตงฉิน ยอมหักไม่ยอมงอ และไม่ยอมรามือให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาที่ออกนอกลู่นอกทาง เน้นย้ำภารกิจสำคัญสูงสุด “ถวายความปลอดภัย” รวมถึงการปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล กำชับเรื่องปัญหายาเสพติด บ่อนการพนัน สถานบริการ และการแต่งตั้งที่ผ่านมาหลายคนคิดว่า พล.ต.ท.ธิติ  ต้องได้ย้ายหรือไม่ก็ขยับขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร. เนื่องจากเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ แต่ก็ยังรักษาเก้าอี้ “น.1.” ไว้ได้อย่างเหนียวแน่นจึงเป็นที่มาของ ฉายา “จ้าว แข็งโป๊ก”

พล.ต.ท.ไตรรงค์  ผิวพรรณ ผบช.สพฐ.ตร. ฉายา “บิ๊กอรรถกัดไม่ปล่อย”
พล.ต.ท.ไตรรงค์  มีชื่อเล่นว่า “อรรถ” ที่ผ่านมาเคยเป็นหัวหน้าทีมคดี “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุเกินกว่า 15 ปี 2 คดี และคดีข่มขืนกระทำชำเรา 1 คดี ในพื้นที่ สน.ลุมพินี โดยทำคดีอย่างตรงไปตรงมาไม่เลือกปฏิบัติ แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะมีตำแหน่งใหญ่ก็ตามช่วงในรอบปีที่ผ่านมาก็ฝากผลงานไว้มากมาย จากการที่สวมหมวกเป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการ PCT นำกำลังไล่กวาดล้างจับกุมเครือข่ายพนันออนไลน์ ที่สร้างความเดือดร้อนมอมเมาเยาวชนและพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก และเกาะติดไล่ล่าชนิดถอนรากถอนโคน จึงเป็นที่มาของ ฉายา “บิ๊กอรรถกัดไม่ปล่อย”

พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ฉายา “เพชฌฆาต โจรไซเบอร์”
พล.ต.ท.วรวัฒน์ เป็นอีกหนึ่งนายตำรวจที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับของประชาชน ที่ผ่านมานำกำลังขุนพลไซเบอร์ออกปราบปรามเหล่าร้าย กวาดล้างภัยออนไลน์กลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมทั้งเว็บพนันออนไลน์ต่างๆ ที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน รวมไปถึงการจับกุมแก๊งมิจฉาชีพหลอกนักเรียน ม.6 โอนเงินดาวน์ผ่อนซื้อไอโฟน 13 ทางออนไลน์ เกือบ 2 หมื่นบาท สุดท้ายปิดเฟซบุ๊กหนี นักเรียน ม.6 เครียด ตัดสินใจผูกคอเสียชีวิต และทุกครั้งที่มีการปฏิบัติการ พล.ต.ท.วรวัฒน์ จะลงพื้นที่คุมงานเองเสมอ ขณะเดียวกันยังแจ้งเตือนประชาสัมพันธ์กลโกงของคนร้ายต่างๆให้รับทราบเปรียบเสมือนการให้วัคซีนทางไซเบอร์กับพี่น้องประชาชนให้รู้เท่าทันมีสติเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ จึงเป็นที่มาของ ฉายา “เพชฌฆาต โจรไซเบอร์”

พล.ต.ท.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบช.ภ.1 ฉายา “ที่สุด ของแจ้”
พล.ต.ท.จิรสันต์ หรือที่สื่อมวลชนเรียกว่าติดปากว่า “บิ๊กจี” แต่น้อยคนจะรู้ว่าชื่อเล่นจริงๆของ พล.ต.ท.จิรสันต์ มีชื่อว่า “แจ้” และด้วยบุคลิกที่เป็นนายตำรวจใฝ่รู้ มาดสุขุม นุ่มลึก มีรอยยิ้มและสมองเป็นอาวุธ บวกกับสไตล์การทำงานคลุกคลีตีฝุ่นเป็นกันเองกับผู้ใต้บังคับบัญชา ยามว่างลงพื้นที่เสริมสร้างสัมพันธ์ระหว่างตำรวจกับประชาชน พล.ต.ท.จิรสันต์ เป็นรอง ผบช.น.ยาวนานถึง 5 ปีทุกครั้งที่มีการแต่งตั้งก็คาดหมายว่าจะได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้บัญชาการตำรวจ เพราะจะเกษียณอายุราชการในปี 2567 แต่สุดท้าย ปรากฏชื่อได้เป็นผู้บัญชาการ ซึ่งถือเป็นปีสุดท้ายก่อนเกษียณแต่ที่สำคัญไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้เป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 หรือที่ใครเรียกว่าผู้บัญชาการตัวเลข จึงเป็นที่มาของฉายา “ที่สุด ของแจ้”

พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น.  ฉายา “เชอร์ล็อคนพ”
พล.ต.ต.นพศิลป์ เรียกได้ว่าเป็นนักสืบยุค 5 จีจริงๆ มีผลงานเป็นที่ยอมรับมากมาย ด้วยประสบการณ์ที่สะสมบนเส้นทางนักสืบได้ถ่ายทอดวิชาแก่นักสืบรุ่นหลัง และบ่อยครั้งมักจะถูกดึงตัวมาอยู่ในชุดทีมคลี่คลายคดีสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลายยุคหลายสมัย ล่าสุดกับผลงานการเสียชีวิตของ “น้องชมพู่” ถือว่าเป็น“ตัวจักร” สำคัญ และเป็นบทพิสูจน์ชุดคลี่คลายคดีหลังศาลชั้นต้นสั่งจำคุกนายไชย์พล วิภา หรือ “ลุงพล” 20 ปี จน ผบ.ตร.ชื่นชมยกเป็นโมเดลให้นักสืบรุ่นใหม่ และด้วยฝีไม้ลายมือเป็นที่ประจักษ์ ทำให้ชื่อของรองนพศิลป์ ติดทำเนียบเป็นนักสืบชั้นครูของวงการตำรวจไทย เทียบคล้ายกับนักสืบดังในภาพยนตร์ “เชอร์ล็อคโฮล์ม” และในอดีตมีนักสืบชั้นครูอย่าง “เชอร์ล็อคนู” พล.ต.ท.มนู หอมหวล  จึงเป็นที่มาของ ฉายา “เชอร์ล็อคนพ”

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง ฉายา“มือปราบกังฉิน”
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เป็นมือปราบที่ไม่เคยเกรงกลัวอิทธิพลใดๆ และผ่านคดีดังมากมายที่เกี่ยวข้องกับการจับข้าราชการระดับสูง ที่ทุจริตเรียกรับสินบน ด้วยภาพของการปราบข้าราชการทุจริตคอรัปชั่น เรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ ฮั้วประมูลงานต่างๆ ตั้งแต่สมัยเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ปัจจุบันได้รับ ความไว้วางใจให้ขยับตำแหน่งเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แต่ยังคงรับผิดชอบหน่วยงาน (บก.ปปป.) ล่าสุดเป็นผู้นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมนายวีระชาติ รัศมี  นายกเทศบาลตลุกดู่ อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี ลูกเขยของ “ชาดา ไทยเศรษฐ์” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยจับกุมตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่ จ.167-169/2566 ข้อหาร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบ และร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต จึงเป็นที่มาของ ฉายา “มือปราบกังฉิน”

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนนครบาล “โคนัน นครบาล”
พล.ต.ต.ธีรเดช เป็นหนึ่งในลูกหม้อนครบาล ด้วยฝีมือระดับตำนานน

พัทลุง-พช.พัทลุง ประชุมวางแผนขับเคลื่อนกิจกรรมพัฒนาสตรี ประจำปี พ.ศ.2567

วันที่ 26 ธันวาคม 2566  เวลา 13.30 น. ณ โรงแรม ชัยคณาธานี ดร.นาที  รัชกิจประการ  ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน (ประธาน กพสจ.) ร่วมกับ นายเสรี จิตรเวช  พัฒนาการจังหวัดพัทลุง พร้อมด้วย นายประโมทย์ ดำจวนลม  ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาชุมชน ดำเนินการจัดประชุมคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัด (กพสจ.) พัทลุง ครั้งที่ 3/ 2566 เพื่อติดตามแนวทางการพัฒนาอาชีพของสตรี และการจัดกิจกรรมวันสตรีสากล ประจำปี พ.ศ. 2567 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลพระชนมพรรษา  6 รอบ 28 กรกฏาคม 2567 การจัดกิจกรรมเนื่องในวันสตรีสากล ประจำปี พ.ศ.2567 ที่ประชุมได้มีมติให้ใช้ชื่อกิจกรรม ภายใต้โครงการ "รวมพลังสตรี ทำความดี เทิดไท้ 72 พรรษา องค์ราชัน" โดยกำหนดจัดกิจกรรมในวันที่ 8 มีนาคม 2567 ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดพัทลุง 

ในการประชุมครั้งนี้มีหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงานและคณะกรรมการ กพสจ. เข้าร่วมประชุม จำนวน 45 คน

ปีใหม่นี้ เตือนสายแว้น โชว์ยกล้อ ขับขี่ประมาทหวาดเสียว บิ๊กไบค์ยกล้อชลบุรี โดนแล้ว! ศาลสั่งริบรถ จำคุก 1 เดือน

วันนี้ (27 ธ.ค.66) เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผู้บังคับการตำรวจจราจร ในฐานะคณะทำงานศูนย์ป้องกันและปราบปราบการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น แข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องของ ตร. เปิดเผยถึงกรณี จับกุมดำเนินคดี “โต้ง เมืองไทย” ขับขี่บิ๊กไบค์โชว์ยกล้อ เป็นกระแสในโซเซียลมิเดีย ถูกศาลพิพากษาสั่งริบรถบิ๊กไบค์ของกลาง จำคุก 1 เดือน โทษจำรอ 2 ปี

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ฯ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. ที่ผ่านมา ได้ปรากฎภาพจากเพจเฟซบุ๊คของ “โต้ง เมืองไทย” ต่อมาคณะทำงานได้สืบสวนข้อมูลพิสูจน์ทราบได้ว่า คือ นายอิศรายุทธ สงวนนามสกุล ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ยี่ห้อ Yamaha รุ่น R7 ในลักษณะยกล้อ บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 มุ่งหน้า จว.ชลบุรี พร้อมข้อความ “ใกล้ถึงวันแล้ว เอาหน่อยๆ” เชิญชวนชาวแก๊งค์สองล้อออกมารวมตัวในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ 2567 คณะทำงานฯ จึงได้มีการบูรณาการร่วมกับ ภ.จว.ชลบุรี โดย พ.ต.อ.พาติกรณ์ ศรชัย รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี และ พ.ต.อ.อรรถพล อิทธโยภาสกุล ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ ท้องที่เกิดเหตุสืบสวนสอบสวนจนสามารถติดตามนำตัว นายอิศรายุทธฯ เจ้าของเพจเฟซบุ๊ค และเป็นเจ้าของรถบิ๊กไบค์ในคลิปวีดีโอดังกล่าว ดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่งฟ้องต่อศาลพัทยา ต่อมาศาลมีคำพิพากษาลงโทษปรับ 2,400 บาท จำคุก 1 เดือน โทษจำรอ 2 ปี และริบรถจักรยานยนต์ของกลาง  

พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฯ กล่าวว่า ในช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ที่มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน มีพี่น้องประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนากันมาก ทำให้อาจมีการรวมตัวกันเพื่อแข่งรถ หรือขับขี่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในวงกว้าง คณะทำงานป้องกันและปราบปราบการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น แข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. ได้ขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยทั้งการโพสชักชวน เชิญชวน บนสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆก็ดี ทั้งการรวมตัวบนท้องถนนก็ดี จึงอยากประชาสัมพันธ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกการจราจร ให้กับประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา รวมถึงการป้องปรามไม่ให้มีการฝ่าฝืนกฎหมายการบังคับใช้กฎหมายเพื่อลดอุบัติเหตุ โดยจะปฏิบัติงานตลอดช่วงเทศกาลไม่มีวันหยุด ประชาชนสามารถแจ้งเหตุร้ายที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

‘LINE TODAY’ เผยโพลรวมประเด็นฮอตฮิตแห่งปี 2023 กระแส ‘แด๊ดดี้พิธา’ แรง!! ครอง ‘ข่าว-นักการเมืองแห่งปี’

(27 ธ.ค. 66) LINE TODAY เผยผลสำรวจ ‘LINE TODAY POLL OF THE YEAR 2023’ ซึ่งถือเป็นโพลแห่งปีที่รวมแง่มุมและประเด็นฮิต ให้เหล่ามหาชนออนไลน์ร่วมโหวตเมื่อวันที่ 4 - 20 ธันวาคมที่ผ่านมา ประกอบด้วยหัวข้อน่าสนใจมากมายดังนี้ 

1. สังคมจับตาข่าวพิธาหลุดนายกฯ มาแรงอันดับ 1 ‘ข่าวแห่งปี 2023’

ยกให้เป็นข่าวเด่นประเด็นร้อนที่สุดของปี โหวตข่าวพิธาถือหุ้น ITV หลุดตำแหน่งนายกฯ และโดนสั่งยุติการปฏิบัติหน้าที่ หลังจากชนะเลือกตั้งปี 66 ที่ผ่านมา ด้วยผลโหวต 28.03% รองลงมาเป็นข่าวสงครามระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส 10.18% และอันดับสาม ข่าวเยาวชนวัย 14 กราดยิงศูนย์การค้า 10.1%

นอกจากนี้ โพลอื่น ๆ ที่ผ่านมา ยังเผยผลสำรวจจากเหตุการณ์กราดยิงนี้ พบว่า การแจ้งเตือนฉุกเฉินที่ชัดเจน เข้าใจง่ายทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ เป็นเรื่องที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนถึง 40.77% ขณะที่มองว่า ‘เกม’ ส่งผลร่วมกับปัจจัยอื่น ก่อให้เกิดพฤติกรรมก้าวร้าว ที่ 63.3%

2. ปีทองวอลเลย์บอลหญิงไทย โดนใจ ‘ข่าวกีฬา’ แห่งปี

ถือเป็นปีทองของเหล่านักตบลูกยางหญิงไทย ที่สร้างชื่อเสียงและความสำเร็จในเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติหลายรายการ อาทิ เหรียญทองกีฬาซีเกมส์ 2023, แชมป์เอเชีย 2023 สมัยที่ 3 และเหรียญทองแดงเอเชียนเกมส์ จนได้รับการโหวตให้เป็นที่สุดแห่งปีด้านเหตุการณ์ข่าวกีฬาถึง 29.15%

รองลงมาเป็นเหตุการณ์ชวนลุ้นเพราะคะแนนคู่แข่งขึ้นผิดปกติจากระบบผิดพลาด ทำเอานักเทควันโดสาว ‘เทนนิส พานิภัค’ เกือบชวดเหรียญทองเอเชียนเกมส์ 17.48% และวิว-กุลวุฒิ แบดมินตันชายเดี่ยวที่คว้าแชมป์แบดมินตันโลก 13.76%

3. พิธา-เศรษฐา-วราวุธ ‘นักการเมือง’ แห่งปี

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้รับการโหวตจากผู้ใช้ LINE TODAY ขึ้นแท่นที่สุดนักการเมืองแห่งปีที่ 36.35% อันดับ 2 เศรษฐา ทวีสิน 16.5% และอันดับ 3 วราวุธ ศิลปอาชา 13.4% สอดคล้องกับผลโหวตคะแนนนิยมทางการเมืองในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาที่นายพิธา ได้อันดับหนึ่ง 31.73%

ขณะที่โพลในอดีตในประเด็นคุณสมบัติของประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็พบว่า ‘มีวัยวุฒิ คุณวุฒิ ประสบการณ์การเมือง’ เป็นข้อที่ถูกโหวตมากที่สุดถึง 54.06% ตามมาด้วย ‘มาจากพรรคเสียงข้างมาก’ 17.27%

4. แฟชั่นกางเกงช้าง ที่สุดของ ‘ซอฟต์ พาวเวอร์’ ไทย ครองใจทั้งไทยและเทศ

จากกระแสนโยบายการผลักดันซอฟต์ พาวเวอร์ (Soft Power) ที่เข้มข้น ทำให้กางเกงลายช้างกลายเป็นซอฟต์ พาวเวอร์ไทยที่มาแรงที่สุดแห่งปี ด้วยผลโหวตกว่า 26.94% ขณะที่ข้าวเหนียวมะม่วงยังคงได้รับอิทธิพลอย่างต่อเนื่องกว่า 17.96% ส่วนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไทย โดยเฉพาะพระพรหมและพระแม่ลักษมีก็ได้รับการโหวตให้เป็นหนึ่งในซอฟต์ พาวเวอร์มาแรงถึง 8.84%

5. ด้อมนางงาม-การเมือง สุดคึกคัก คว้า ‘แฮชแท็กแห่งปี’ แบบขาดลอย

นอกจากคอมมูนิตี้นางงามที่เติบโตไม่มีแผ่วในช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ ยังพบว่า #อิงฟ้ามหาชน ของด้อมอิงฟ้า วราหะ ยังเป็นถูกโหวตให้เป็นแฮชแท็กแห่งปีด้วยคะแนนนำโด่งถึง 43.32% จากแรงเชียร์และแรงสนับสนุนที่เหนียวแน่น

ตามมาด้วยอันดับ 2 อย่าง #นายกคนที่30 ที่ 11.02% จากสถานการณ์เลือกตั้งปี 66 ที่คึกคักนานหลายเดือน ตามมาอันดับ 3 ด้วย #เลือกตั้ง66 ที่ 8.80%

6. แอนโทเนียชนะใจคนไทย สวมมงเบอร์หนึ่ง ‘ข่าวบันเทิง’ แห่งปี

สำหรับฝั่งบันเทิง ‘แอนโทเนีย โพซิ้ว’ ผู้สร้างความภาคภูมิใจให้คนไทยในช่วงปลายปี สามารถคว้าตำแหน่งรองอันดับ 1 Miss Universe ชนะใจคนไทย ได้รับการโหวตให้เป็นที่หนึ่งข่าวบันเทิงแห่งปีด้วยผลโหวต 40.17% ปาดมงทุกข่าวบันเทิงขาดลอย

ตามด้วยข่าวเปิดใจคุยกันของนนกุล-แอฟ ทักษอร 14.84% และข่าวต้องเต ผู้กำกับหนัง ‘สัปเหร่อ’ ที่พาหนังไทยม้ามืดกวาดรายได้หลายร้อยล้าน ปลุกกระแสให้คนไทยกลับมาดูหนังไทยในปีที่ผ่านมา 19.34%

7. พีพี-บิวกิ้นตีคู่ ‘ศิลปินยอดนิยม’ แห่งปี

พีพี กฤษฏ์ ครองใจแฟนคลับเหนียวแน่น คว้าอันดับหนึ่งศิลปินยอดนิยมแห่งปีด้วยผลโหวต 39.81% ตามมาติดๆ ด้วย บิวกิ้น พุฒิพงศ์ ที่ 36.13% และวง BUS - BECAUSE OF YOU I SHINE บอยแบนด์สุดปังจากรายการ 789 Survival 5.76% ซึ่งที่ผ่านมา พีพี ก็เคยได้รับการโหวตให้เป็นศิลปินยอดนิยมประจำเดือนกุมภาพันธ์กับผลงานเพลงลังเล ด้วยคะแนนขาดลอยเกินครึ่ง 54.37%

8. เจฟ ซาเตอร์ ‘ศิลปิน POPCORNER’ แห่งปีครองโหวตเกือบครึ่ง

เจฟ ซาเตอร์ นักร้องหนุ่มสุดฮอต ที่เคยมาเล่าเรื่องราวและเช็กอินในรายการ ‘POPCORNER’ บน LINE TODAY ติดอันดับหนึ่งศิลปินสุดเลิฟที่ชาวด้อมเทคะแนนโหวตให้มากที่สุด 42.03% รองลงมาเป็น ไลแคน (LYKN) วงบอยแบนด์ T-POP หน้าใหม่มาแรง 14.02% และตามมาติด ๆ กับอีกหนึ่งวงบอยแบนด์ไทยสุดฮอต พร็อกซี (PROXIE) เจ้าของเพลงฮิต ‘คนไม่คุย’ 13.67%

นอกจากนี้ ยังมีโพลในหัวข้อประเด็นต่างๆ ในสังคมที่มหาชนออนไลน์อยากส่งเสียงบอก โดยในหัวข้อปัญหาสังคมที่ควรแก้ไขด่วนที่สุด เรื่องปากท้อง-ค่าครองชีพนำมาเป็นอันดับ 1 (25.85%) ในหัวข้อสิ่งที่อยากให้หมดไปจากการเมืองไทย มหาชนทุ่มโหวตให้เรื่องคอรัปชัน (43.95%) และ ในหัวข้อค่าใช้จ่ายที่ต้องแบกรับเพิ่มขึ้นมากที่สุด เป็นเรื่องค่าน้ำมัน (44.93%)

สปข.6 จัดงาน '63 ปี สำนักประชาสัมพันธ์เขต 6' ภายใต้แนวคิด “PRD 6 Generate D ทันโลกดิจิทัล” บนพื้นฐานความถูกต้อง รวดเร็ว เชื่อถือได้ ยืนหยัดสู่มิติใหม่ของการสื่อสารอย่างมุ่งมั่น

เมื่อวันที่ (25 ธ.ค. 66) ที่อาคารห้องส่งสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จังหวัดสงขลา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายเศวต เพชรนุ้ย ปลัดจังหวัดสงขลา เป็นประธาน “งาน 63 ปี สำนักประชาสัมพันธ์เขต 6“ โดยมี ดร.ธีรพงศ์ เพชรรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์เขต 6 พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักประชาสัมพันธ์เขต 6 ร่วมให้การต้อนรับ

สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “PRD 6 Generate D ทันโลกดิจิทัล” ด้วย 3 D ที่หมายถึง D ตัวแรก (Digital) = การปฏิรูปจากสื่อเดิมสู่สื่อดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยไม่ทิ้งสื่อหลัก โดยสื่อดิจิทัล จะซับพอร์ทงานหลักอย่างเต็มประสิทธิภาพ D ตัวที่ 2 D Idol =  การสร้างตัวตนให้บุคลากรสำนักประชาสัมพันธ์เขต 6 เป็นนักสร้างสรรค์สื่อ ที่พร้อมจะเป็นต้นแบบในช่องทางสื่อออนไลน์ทุกเเพลตฟอร์ม และ D ตัวสุดท้าย คือ D-Prompt = ที่จะแสดงถึงประสิทธิภาพ ความรวดเร็ว ฉับไว เริ่มต้นสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้อย่างทันทีทันใด บนพื้นฐานความถูกต้อง รวดเร็ว เชื่อถือได้ ยืนหยัดสู่มิติใหม่ของการสื่อสารอย่างมุ่งมั่น 

สำนักประชาสัมพันธ์เขต 6 กรมประชาสัมพันธ์ มีภารกิจในเรื่องของการสื่อสารการประชาสัมพันธ์ เป็นสื่อกลางสร้างความเข้าใจระหว่างประชาชนกับภาครัฐ และภาครัฐกับประชาชน โดยมีสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ในสังกัดพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง จำนวน 9 สถานี สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จำนวน 2 สถานี และยังมีสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอีก 7 จังหวัด ซึ่งปัจจุบันเราอยู่ในยุคของการเปลี่ยนผ่านการผสมผสานที่เราจะต้องมีการพัฒนาทั้งสื่อวิทยุและสื่อโทรทัศน์ ควบคู่กับการสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น TikTok YouTube Facebook ฯลฯ ให้เอื้อซึ่งกันและกันในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารที่ถูกต้อง รวดเร็ว เชื่อถือได้ ภายใต้คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณของสื่อ มีการใช้ภาษาที่ถูกต้อง สามารถสื่อสารไปยังพี่น้องประชาชนสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตได้

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย พิธีทางศาสนา ทั้งศาสนาพุทธและศาสนาอิสลาม การมอบรางวัลประชาสัมพันธ์จังหวัดดีเด่น และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยดีเด่นของสำนักประชาสัมพันธ์เขต 6 ประจำปี 2565 การจัดการแข่งขันกีฬาที่เน้นความสนุกสนานความรักความสามัคคี และงานสังสรรค์ในช่วงค่ำ

พิษณุโลก แม่ทัพภาคที่ 3 เปิด Open House หน่วยฝึกทหารใหม่ รุ่นปี 2566 ผลัดที่ 2 คืนความสุขให้น้อง คนเล็ก และครอบครัว

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2566 เวลา 09.00 น. พลโท ประสาน  แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมตรวจเยี่ยมกิจกรรม “เปิดบ้านทหารใหม่” ของทหารใหม่ รุ่นปี 2566 ผลัดที่ 2 เพื่อเชิญชวนให้ครอบครัวทหารใหม่ เข้าเยี่ยมหน่วยในวันเสร็จสิ้นการฝึก และมีการปล่อยพักบ้าน ของหน่วยฝึกทหารใหม่ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 4 และหน่วยขึ้นตรงกองพลทหารราบที่ 4 ในพื้นที่ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตำบลบ้านคลอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 

กองทัพภาคที่ 3 จัดกิจกรรม “เปิดบ้านทหารใหม่” ของทหารใหม่รุ่นปี 2566 ผลัดที่ 2 ให้ครอบครัวน้องๆทหารใหม่เข้าเยี่ยมชมหน่วยในวันเสร็จสิ้นการฝึก และร่วมแสดงความยินดีกับน้องๆทหารใหม่ในโอกาสสำเร็จการฝึกหลักสูตรการฝึกทหารใหม่ โดยมีผู้ปกครองร่วมเป็นสักขีพยานแห่งความภาคภูมิใจในครั้งนี้ รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองน้องๆทหารใหม่ได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชมหน่วยทหารเพื่อเสริมสร้างสายใยความสัมพันธ์อันดี ระหว่างหน่วยทหารกับครอบครัวน้องๆทหารใหม่ ร่วมแสดงความยินดีกับน้องๆทหารใหม่ที่ผ่านการฝึกหลักสูตรตลอด 6 สัปดาห์ พร้อมกับให้ทหารใหม่ ได้แสดงมุทิตาจิตต่อผู้ปกครอง และจัดการแสดงทางทหารของทหารใหม่ ก่อนจะปล่อยลาพักกลับบ้านหลังจากฝึกจบหลักสูตร และยังเป็นการประชาสัมพันธ์การสมัครเป็นทหารกองประจำการในผลัดต่อๆ ไปด้วย นอกจากนี้ กิจกรรม“Open House” ภายในงานมีการแสดงขีดความสามารถของน้อง ๆ ทหารใหม่ด้วย

ในการนี้ พลโท ประสาน แสงศิริรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้ให้การต้อนรับและพบปะพูดคุยกับครอบครัวของน้องๆทหารใหม่ สร้างสายใยความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยทหารกับครอบครัวของทหารใหม่ พร้อมแนะแนวทางการรับราชการเป็นทหารอาชีพ เพื่อเป็นกำลังสำคัญของกองทัพบก ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความภาคภูมิใจ และรอยน้ำตาแห่งความสุข

สัมภาษณ์
1. คุณ จำเนียร คลองตะเคียน มารดา พลฯ ธงขัย ชำนาญ ร.4พัน.3
2. คุณ เปรมมิกา วิโรจน์ไพศาล มารดา พลฯ นครินทร์ วิโรจน์ไพศาล ร.4 พัน.3

‘กรณ์’ ชี้ ‘ผังเมืองใหม่กรุงเทพฯ’ เอื้อทุนอสังหาริมทรัพย์ วอนชาวกรุงตื่นรู้สู้ไปด้วยกัน ไม่ต้องหวังผู้มีอำนาจมาช่วย

(27 ธ.ค.66) ว่าด้วยผังเมืองกรุงเทพฯ…ในยุคที่ผู้มีอำนาจทั้งสองล้วนมาจากอาชีพสร้างคอนโด และท่านผู้ว่าฯ ยังได้แต่งตั้งนักพัฒนาอสังหาฯ มาเป็นทั้งรองผู้ว่าฯ และที่ปรึกษาที่ยังสามารถสลับร่างไปมาในการบริหารจัดการ ทำธุรกิจอสังหาฯ ควบคู่หน้าที่ทางราชการไปได้อย่างน่าฉงน  

ทั้งนี้ นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘กรณ์ จาติกวณิช - Korn Chatikavanij’ โดยมีเนื้อหาดังนี้…

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทางกทม.ได้จัดการประชุมรับฟังความเห็นประชาชน เรื่อง การร่างผังเมืองรวมกรุงเทพฯ (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ในส่วนพื้นที่กรุงเทพฯใต้ ณ สำนักงานเขตคลองเตย 

ประชาชนชาวกรุงเทพฯ รู้เรื่องนี้กันน้อยมาก และถึงรู้ว่ามีงานนี้ก็อาจจะไม่เข้าใจว่ามีความสำคัญต่ออนาคตความเป็นอยู่ของเราอย่างไร

ซึ่งคำตอบคือสำคัญมาก!!

ยกตัวอย่างเช่น อาจจะมีการเปลี่ยนโซนการใช้พื้นที่รอบข้างบ้านคุณ จากโซนอยู่อาศัยเป็นโซนพาณิชย์ก็ได้

ซึ่งจากที่ได้รับฟังและติดตามที่คณะผู้จัดทำได้บรรยายมา ผมมีความเห็นว่าแทบทุกการปรับเปลี่ยนที่สำคัญที่ทางกทม.เสนอ ล้วนมีเจตนาปรับเพื่อช่วยสนับสนุนกิจการของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั้งสิ้น!! 

ผมขอยกตัวอย่าง 2 ข้อเสนอ ของทาง กทม.ดังนี้

1. กทม. จะเพิ่มขนาดถนนรอง โดยอ้างว่าเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงระบบรถไฟฟ้า และช่วยแก้ไขปัญหาการจราจร ซึ่งฟังไม่ขึ้น เพราะจากพิกัดบริเวณที่กำหนดให้ถนนแทรกขยาย ผ่าชุมชนเข้าไปบางพื้นที่นั้น ทำให้ผมเชื่อว่าวัตถุประสงค์หลักคือเพื่อกำจัดอุปสรรคในการสร้างตึกสูงเพิ่มเติมเข้าไปในย่านชุมชนที่มีถนนเล็กซอยแคบ (ปัจจุบันหลายโครงการติดเงื่อนไขระยะความกว้างของซอย) 

กทม. ได้ขีดเส้นวางแนวการตัดขยายถนนไว้ถึง 148 สาย ความยาวกว่า 600 กม. หากตรงนี้ผ่านได้ จะนำไปสู่การรุกคืบโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่เข้าไปในหลายชุมชน หลายซอย ทั่วเมือง (โดยที่การขยายให้ถนนกว้างกว่า 10 ม. ซึ่งมีผลมากต่อการสร้างตึกสูง จะไม่ต้องมาจากการเวนคืนด้วยซ้ำ แต่จะเป็นการให้เอกชนร่นพื้นที่ตนเอง พูดง่ายๆ คือประโยชน์สาธารณะแทบไม่มี)

2. กทม. เสนอมาตรการ ‘FAR. Bonus’ คือ การเพิ่มสิทธิก่อสร้างอาคารให้สามารถเพิ่ม ‘อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน’ (FAR.-Floor Area Ratio) ได้ถึง 20% จากเดิม แลกกับการอุทิศบางสิ่งที่ กทม. กำหนดว่าจะเป็นประโยชน์กับประชาชนทั่วไป เช่น สวนหย่อมบนหลังคาตึก, สวนแนวตั้ง, การจัดให้มีพื้นที่ว่าง หรือเจียดพื้นที่เสมือนสาธารณะบางส่วนของโครงการ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะ ฯลฯ ที่ล้วนเป็นมาตรการที่ประโยชน์สาธารณะน้อย แต่ประโยชน์ของผู้ประกอบการมีมูลค่ามหาศาล ที่สุดมาตรการนี้จะทำให้เกิดโครงการลูบหน้าปะจมูกเพื่อเป็นข้ออ้างสิทธิสร้างตึกให้ใหญ่ขึ้น จะเปิดช่องการใช้วิจารณญาณของเจ้าหน้าที่ และการทุจริตคอร์รัปชั่นมากมาย ที่จะควบคู่ตามมาจากวิถีปฏิบัติที่เห็นกันต่อเนื่องมาในเรื่องการขาดการกำกับ ตรวจสอบ การบังคับใช้กม.ไปจนถึงการลงโทษในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง

เรื่องทั้งหมดนี้คนกรุงเทพฯ ต้องสู้เองนะครับ อย่าหวังผู้มีอำนาจมาช่วย เพราะไม่ว่าจะเป็นท่านผู้ว่าฯ หรือแม้แต่ท่านนายกฯ ทั้งสองท่านจะเก่งจะดีอย่างไรก็ตาม ผมก็ยังกังวลว่า ที่สุดแล้วท่านจะเข้าข้างบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (ผมหวังจากใจว่าประเมินทั้งสองท่านผิดในกรณีนี้) 

ท่านทั้งสอง ล้วนมาจากอาชีพสร้างคอนโด และท่านผู้ว่าฯ ยังได้แต่งตั้งนักพัฒนาอสังหาฯ มาเป็นทั้งรองผู้ว่าฯ และที่ปรึกษา ที่ยังสามารถสลับร่างไปมาในการบริหารจัดการ ทำธุรกิจอสังหาฯ ควบคู่หน้าที่ทางราชการไปได้อย่างน่าฉงน  

ผมจึงคิดว่าชาวกรุงเทพฯ วางใจไม่ได้ ต้องสู้ร่วมกันครับ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top