Sunday, 9 August 2026
NEWS FEED

'สุวัจน์' เป็นประธานถวายหุ่นขี้ผึ้งเสมือน สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ปางปัญญาบารมี ณ วัดอินทรวิหาร พร้อมเปิดให้ 'ปชช.-นทท.' เข้าชมทุกวัน

เมื่อวานนี้ (16 ม.ค. 67) พระโสภณธรรมวงศ์ (เจ้าคุณน้อย) เจ้าคณะแขวงสามพระยา เจ้าอาวาสวัดอินทรวิหารฯ กรุงเทพ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีสมโภชบวงสรวงรูปเหมือนเจ้าประคุณ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ปางปัญญาบารมี ณ มณฑลพิธีศักดิ์สิทธิ์ หน้าหลวงพ่อโต วัดอินทรวิหาร พระอารามหลวง (บางขุนพรหม) กทม. 

โดยมีนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาสและเจ้าภาพ 'ปอ' นายตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ ผู้บริหารเครือ TNP Group บริษัทนำเข้ารถรายใหญ่ของไทย ร่วมกับแขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมพิธีจำนวนมาก 

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ปางปัญญาบารมี องค์นี้ ... เป็นหุ่นขี้ผึ้ง ขนาดสูง 178 ซม. ดำเนินการจัดสร้างโดย 'สันติ พิเชฐชัยกุล' ประติมากรเอกระดับโลก

สำหรับหลวงปู่โตองค์นี้เป็นไฟเบอร์กลาส ไม่ได้เป็นหุ่นขี้ผึ้งเบอร์กลาส ทนความร้อนได้ รายละเอียดเส้นจะเก็บได้คมชัดกว่า ซึ่งอาจารย์สันติ พิเชฐชัยกุล ท่านนี้คือคนเดียวกับที่ปั้นรูปหล่อเหมือนในหลวง ร.9

สำหรับ สมเด็จฯ โต องค์นี้ จะตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑ์ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ปางปัญญาบารมี ณ ศาลาสังฆานุสรณ์ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ซึ่งภายในจัดให้มีบรรยากาศแบบย้อนยุค สมัยรัชกาลที่ 4 พร้อมกับการรับชมชีวประวัติ โดยสมเด็จฯ โต 'อิ่มบุญ อิ่มใจ' เปิดให้ประชาชน นักท่องเที่ยว เข้าชมได้ทุกวัน ณ วัดอินทรวิหาร พระอารามหลวง 

ทั้งนี้ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) มีความผูกพันกับวัดอินทรวิหารฯ มาตั้งแต่เยาว์วัย กล่าวคือ ตั้งแต่เริ่มหัดเดินจนได้บวชเรียนเป็นสามเณรหลวง จากนั้นท่านได้มาสร้าง หลวงพ่อโต (พระพุทธศรีอริยเมตไตรย) เป็นพระพุทธรูปยืนปางอุ้มบาตร ขนาดใหญ่ สูง 32 เมตร เมื่อ พ.ศ.2410 สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่ท่านได้มรณภาพลงขณะที่สร้างไปได้ถึงบริเวณพระนาภี (สะดือ) การก่อสร้างจึงหยุดชะงักลง และได้มีการก่อสร้างต่อจนสำเร็จในปี พ.ศ.2467 สมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้จัดให้มีงานสมโภชเป็นครั้งแรกเป็นเวลาสามวัน คือวันที่ 4-6 มีนาคม พ.ศ.2471 

'ลุงเปี๊ยก' ตอบปม ใช้เก้าอี้ทำร้าย 'ป้าบัวผัน' ยัน!! ตำรวจไม่ได้ 'บังคับ-เตี๊ยม' ให้รับสารภาพ

เมื่อวานนี้ (16 ม.ค.67) จากกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.บัวผัน (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี หญิงสติไม่ดี ที่ถูกกลุ่มวัยรุ่น 5 คน โดยในจำนวนนี้มีลูกของตำรวจสืบสวน สภ.อรัญประเทศ ฆ่าทิ้งสระน้ำข้างโรงเรียนใน จ.สระแก้ว

แต่ต่อมาตำรวจกลับจับแพะ คือนายปัญญา คงแสนคำ อายุ 54 ปี หรือลุงเปี๊ยก สามีผู้ตาย และส่งเข้าเรือนจำ ภายหลังเรื่องแดงจึงทำหนังสือขอปล่อยตัวออกมา

ทำให้ใครหลายคนต่างสงสัยว่าทำไม ลุงเปี๊ยกถึงรับสารภาพ พร้อมกับชี้จุดก่อเหตุได้อย่างถูกต้อง

เมื่อช่วงค่ำ วันที่ 16 มกราคม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจเเห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เดินทางมาที่ บก.ภ.จว.สระแก้ว เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงในประเด็นที่ ลุงเปี๊ยก รับสารภาพกับตำรวจ สภ.อรัญประเทศ พร้อมกับเปิดโอกาสให้สื่อได้สอบถามลุงเปี๊ยก

ช่วงหนึ่งนักข่าวสอบถามว่า ทราบได้ยังไงว่ามีการใช้เก้าอี้ตีป้าบัวผัน ซึ่งตรงกับคำให้การของเด็ก ลุงเปี๊ยก กล่าวว่า “ผมตั้งดั้นขึ้นมาเอง เป็นเรื่องสมมติ คือว่าผมเมา”

ส่วนมีเหตุผลว่าทำไม มีการเล่าเรื่องออกมาแบบนั้น ลุงเปี๊ยกกล่าวว่า “ไม่รู้อะไร ตอนนั้นมันคิดอะไรอัตโนมัติขึ้นมา ผมก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าสิ่งที่ผมทำไปนั้นมันผิดหรือถูก ผมก็ยังไม่รู้ตัว เพราะยังเมาค้างอยู่ครับ”

บิ๊กโจ๊กได้ถามว่า แล้วไม่กลัวติดคุกเหรอ ที่ให้การแบบนั้น ลุงเปี๊ยกกล่าวว่า “ผมก็กลัวสิครับ”

บิ๊กโจ๊กถามต่อว่า แล้วมีใคร หรือตำรวจคนไหน มาเตี๊ยมให้การแบบนั้นบ้าง ลุงเปี๊ยกกล่าวว่า “ไม่มีเลยครับ ผมไม่รู้จริงๆ”

บิ๊กโจ๊กถามต่อว่า ทำไมถึงให้การว่า ใช้เก้าอี้ตี ทำไมไม่ให้การว่าบีบคอ ลุงเปี๊ยกตอบว่า “ก็ตำรวจยื่นให้”

ก่อนที่จะมีตำรวจแทรกชี้แจงว่า บริเวณดังกล่าวมีเก้าอี้วางอยู่แล้ว เพราะเป็นหอประชุม พื้นที่จัดกิจกรรมวันเด็ก

ต่อมา ลุงเปี๊ยกได้กล่าวว่า “ผมนึกขึ้นมา ตอนนั้นทะเลาะกัน ผมตั้งเรื่องขึ้นมาเอง ผมสมมติขึ้นมาเอง ตอนแรกผมก็เห็นสิ่งอะไรบางอย่างอยู่ตรงนั้น ผมนึกขึ้นมาเอง”

ต่อมา บิ๊กโจ๊กได้ถามพี่สะใภ้ว่า เชื่อที่ลุงเปี๊ยกพูดหรือไม่ โดยพี่สะใภ้ระบุว่า “ไม่เชื่อ มันกินเหล้า เบ๋อๆ มันกินเหล้า ส่วนตัวไม่เชื่อว่ามีใครเตี๊ยม คงจะเป็นบ้าของมันเอง”

ด้าน พ.ต.อ.พิเชษฐ์ ศรีจันทร์ตรา ผกก.สภ.อรัญประเทศกล่าวในระหว่างการแถลงข่าวว่า การควบคุมตัวลุงเปี๊ยกหลังจากที่ลุงรับสารภาพนั้นเนื่องจากลุงเปี๊ยกไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง อาจจะหาตัวไม่พบในภายหลัง ไม่ใช่การจับกุมและเมื่อรวบรวมพยานหลักฐานแล้วน่าเชื่อได้ว่าเป็นผู้กระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นคำรับสารภาพ เลือดคนที่ติดอยู่กับขากางเกง การพาไปดูที่เกิดเหตุ ผู้ตายไม่เคยมีเรื่องโกรธเคืองกับใคร และทั้งสองคนมีการทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกายกันเป็นประจำ จึงต้องขออำนาจศาลควบคุมตัวไว้ก่อน ตามกฎหมาย ไม่ใช่การจับกุม

พ.ต.อ.พิเชษฐ์ กล่าวต่อว่า และการที่ต้องกันลุงเปี๊ยกไม่ให้พบกับผู้สื่อข่าวสืบเนื่องมาจากเป็นความประสงค์ของลุงเอง นอกจากนั้นโดยส่วนตัวแล้ว ยังไม่เคยเจอตัวรองสารวัตรสืบ ที่เป็นบิดาของเยาวชนที่ก่อเหตุเลย เพราะเพิ่งย้ายเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้น ขอยืนยันว่าไม่มีการช่วยเหลือกัน ตามที่สังคมเข้าใจ

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ “ร.ต.ท.สถาพร สุจิณโณ” วีรบุรุษผู้เสียสละแห่ง ตชด.

วันนี้ (16 ม.ค. 67) เวลา 16.30 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปเป็นประธานพิธีพระราชทานเพลิงศพ ร.ต.ท.สถาพร สุจิณโณ ณ วัดสามกอง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา พร้อมด้วย พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ,พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ ร่วมพิธี โดยมี พ.ต.ท.ธีรศักดิ์ โพธิ์ศรีมา ผบ.ฉก.ตชด.44 พร้อมคณะให้การต้อนรับ 

ร.ต.ท.สถาพร สุจิณโณ อายุ 55 ปี หัวหน้าชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4411 สังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 44 ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ถูกกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนซุ่มยิง ที่บริเวณบ้านตันหยง ตำบลตะปอเยาะ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ ร.ต.ท.สถาพร สุจิณโณ ถูกกระสุนปืนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ที่ รพ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2567 เวลา 11.35 น. โดยตั้งศพบำเพ็ญกุศล ณ วัดสามกอง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา โดยพิธีพระราชทานเพลิงศพ ร.ต.ท.สถาพร สุจิณโณ เป็นไปอย่างสมเกียรติยศ เต็มไปด้วยความอาลัยจากครอบครัว เหล่าผู้บังคับบัญชา เพื่อนข้าราชการตำรวจและเครือญาติ

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะไม่ทอดทิ้งบุตรข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตในหน้าที่ โดยจะมีการพิจารณาเลื่อนขั้นยศตามความเหมาะ โดย ร.ต.ท.สถาพร สุจิณโณ ผู้เสียชีวิต มีบุตรชาย 1 คน คือ ส.ต.ต.ชานนท์ สุจิณโณ ปฎิบัติหน้าที่ กก.ตดช.43 พร้อมให้กำลังใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต 

ก่อนเดินทางกลับ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ทักทายพูดคุยแก่ข้าราชการตำรวจที่ปฎิบัติหน้าที่ในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ พร้อมย้ำสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะไม่ทอดทิ้งประชาชนและบุคลากรตำรวจทุกคน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มอบนโยบายให้กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขับเคลื่อนการปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน ต่อการคืนเยาวชนหลักการ "การสร้างคน ให้คนกลับมาสร้างชาติ"

วันที่ 16 มกราคม 2567 ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดี-รังสิต เขตหลักสี่ กทม. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้เกียรติร่วมโครงการและ "มอบนโยบายการบริหารและขับเคลื่อน กระทรวงยุติธรรมเข้าสู่ยุค "ความ ยุติธรรมสำหรับทุกคน หรือความ ยุติธรรมนำประเทศ" ในโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ "การมอบนโยบายและแนวทางการปฏิบัติราชการ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 " โดยมี พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมพินิจฯ พร้อม ด้วยรองอธิบดีฯ และผู้เข้าร่วม โครงการฯ จำนวน 144 คน ให้การต้อนรับและร่วมรับฟังนโยบายฯ ซึ่งโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกรมพินิจฯ และผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบนโยบาย และแนวทางในการปฏิบัติราชการของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 

สามารถนำไปถ่ายทอดให้กับผู้ปฏิบัติงานเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของกรมไปในทิศทางเดียวกัน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า "กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะถือเป็นกรมที่สร้างอนาคตให้กับประเทศไทย 

ท่านทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองของเด็กและเยาวชนที่ก้าวปกครองของเด็กและเยาวชนที่ก้าวพลาด ซึ่งแน่นอนว่าการสร้างย่อมดีกว่าการซ่อม แต่ถ้าท่านสามารถซ่อมแซมเด็กและเยาวชนคนหนึ่งได้ก็เท่ากับท่านได้สร้างคนที่มีคุณภาพกลับคืนสู่ประเทศชาติเพื่อกลับมาพัฒนาบ้านเมืองของเรา ขอฝากสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนว่าในพลวัตที่บ้านเมืองของเรามีความเปลี่ยนแปลงไป เราจะทำอย่างไรให้สถานพินิจฯ ที่เราอยู่นี้ให้เป็นสถานที่ที่มีคุณค่า เปลี่ยนมนุษย์จากที่ไม่รู้...ให้รู้ เปรียบเหมือนกับการช่วยเหลือคนจน หรือคนเจ็บป่วย หรือคนที่ตกทุกข์ได้ยากก่อนและอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือท่านต้องยึด โยงกับชุมชนให้ได้ เพราะ  อบต.ทุกแห่งก็มีการเชื่อมโยงกับระบบการศึกษา ฉะนั้นเราเป็นเหมือนพ่อแม่ที่ไม่ใช่แค่สอนเรื่องการศึกษาแต่เราต้องสอนให้เขาได้เรียนรู้ชีวิตด้วย 

ขอให้ท่านรักและศรัทธาในงานของท่าน เพราะสิ่งที่ยากคือการบูรณะกล่อมเกลาเขาให้ไม่กลับมากระทำผิดซ้ำ ฉะนั้นงานของท่านจึงเป็นงานที่มีคุณค่ามาก เราต้องให้คนกลุ่มนี้กลับมาพัฒนาสังคม และกระทรวงยุติธรรมยังมีอีกหน้าที่หนึ่งคือ "การสร้างคน...เพื่อให้คนกลับมาสร้างชาติ" และขอฝากทุกท่านในเรื่องของการสื่อสารและสร้างความเข้าใจให้กับสังคมในภารกิจงานของกรมพินิจฯ และกระทรวงยุติธรรมและช่วยกันนำความยุติธรรมไปสู่ทุกชุมชนต่อไป"

ขอนแก่น-ฟรี!คอนเสิร์ตการกุศล ฉลองครบรอบ 60 ปี มข.อุทิศเพื่อสังคม ช่วยเหลือชุมชนที่ยังขาดแคลน

เพื่อเฉลิมฉลอง 60 ปีมหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมทั้งสนับสนุนนโยบาย Social Innovation หรือ การอุทิศเพื่อสังคมของมหาวิทยาลัยขอนแก่น และเพื่อช่วยเหลือชุมชนที่ยังขาดแคลน และนี่ก็คือความตั้งใจและวัตถุประสงค์ที่ได้จัดงานขึ้นในครั้งนี้ 
   
เมื่อค่ำวันที่ 15 ม.ค.2567 ที่แปลงดอกแคคตัสอุทยานเทคโนโลยีการเกษตร คณะเกษตรศาสตร์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น(มข.) รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นประธานเปิดครั้งแรกและครั้งเดียวในรอบ 60 ปี ฟรีคอนเสิร์ตการกุศล เพื่อฉลองครบรอบ 60 ปี มหาวิทยาลัยขอนแก่น  “Dean Charity Concert : หนาวลมชมดอกไม้“  ภายใต้การอำนวยการของ รศ.ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มข. ดื่มด่ำกับสายลมหนาวและบทเพลงอันแสนไพเราะจากศิลปินนักร้องอาชีพ อาทิ แน็ท เดอะวอยซ์ และ อินทร์ ดาริกา (แน็ทอินทร์ Love) พร้อมด้วยนักร้องรับเชิญกิตติมศักดิ์มากมาย กลางทุ่งดอกคัตเตอร์ ยามอาทิตย์อัสดง โดยมี นายศักดา ต้นคชสาร นายอำเภอสีชมพู, นายณัฐโรจน์ แก้วมาลา ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลดงลาน ตลอดจนคณบดีจากหลายคณะ พี่น้องประชาชน นักศึกษา เข้าร่วมชม คอนเสิร์ต กันเป็นจำนวนมาก
   
รศ.นพ.ชาญชัย  พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่าในการจัดงานฟรีคอนเสิร์ตการกุศล 60 ปีมหาวิทยาลัยขอนแก่นในครั้งนี้ เป็นการช่วยเหลือพี่น้องชุมชนทางมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งได้ทำหลายๆโครงการ และหลายๆคณะฯ ส่วนนี่ก็เป็นอีกโครงการหนึ่งที่ รศ.ดร.เพ็ญศรี  เจริญวานิช คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ท่านได้ริเริ่ม และด้วยความร่วมมือจากคณบดีทุกคณะ ที่ได้มาจัดคอนเสิร์ตการกุศล เพื่อที่จะได้รวบรวมรายได้เหล่านี้ พร้อมทั้งบริจาคเสื้อผ้าและของเครื่องใช้ต่างๆ เพื่อไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในชนบท และในพื้นที่ห่างไกล ปีนี้เราไปที่อำเภอสีชมพู ซึ่งในวันนี้ท่านนายอำเภอก็ได้มาร่วมงานด้วย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งว่าเราอยู่ทางในเมืองหรือในมหาวิทยาลัย ไม่มีโอกาสที่จะเข้าไปช่วยโดยตรง จึงได้ทำแบบระดมทุน คิดว่ามีส่วนช่วยในการบรรเทาสิ่งที่ขาดเหลือในชนบท โดยเฉพาะในอำเภอสีชมพู ในปีนี้ให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น
    
ด้าน รศ.ดร.เพ็ญศรี  เจริญวานิช คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า วัตถุประสงค์การจัดงานในครั้งนี้ เป็นไปตามที่ท่านอธิการบดีฯได้กล่าวมาดังกล่าวข้างต้นแล้ว และรวมไปถึงการแสดงออกศักยภาพ ของคณบดี คณะฯ ต่างๆ ผู้อำนวยการสำนักด้วย และรวมไปถึงคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น ด้วยความตั้งใจที่จะร่วมเฉลิมฉลอง 60 ปีมหาวิทยาลัยขอนแก่น และพร้อมที่จะสนับสนุนนโยบาย Social Innovation หรือ การอุทิศเพื่อสังคมของมหาวิทยาลัยขอนแก่น และเพื่อช่วยเหลือชุมชนที่ยังขาดแคลน และนี่ก็คือความตั้งใจและวัตถุประสงค์ที่ได้จัดงานขึ้นในครั้งนี้ และที่สำคัญก็เปิดโอกาสให้บุคลากร และนักศึกษาของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้มีความสดชื่นและมีความสุข ในช่วงเฉลิมฉลองปีใหม่ และฉลอง 60 ปีมหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมทั้งได้อุดหนุน SMEs หรือธุรกิจเล็กๆ วันนี้เราเปิดตลาดนัดแบบ Street food บายาบาซ่า เปิดโอกาสให้ร้านอาหารที่แบบ Food truck มาร่วมออกบูธเพื่อจำหน่ายสินค้า เพื่อเป็นการต่อลมหายใจให้กับผู้ประกอบการร้านเล็กๆอีกด้วย มาสนุกสนานร่วมกันเพื่อก้าวไปข้างหน้า กับมหาวิทยาลัยขอนแก่นให้เจริญรุดหน้าให้มากกว่านี้

‘สุนัขตำรวจ K-9’ ร่วมรำลึกพระคุณครู เรียงแถวนำพานดอกไม้ไหว้ครูฝึก

(16 ม.ค.67) เป็นวันครูแห่งชาติ ศูนย์ฝึกสุนัขตำรวจ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ได้โพสต์ภาพสุดอบอุ่น สุนัขตำรวจ K-9 เข้าแถวมอบพวงมาลัย ไหว้ครูฝึก

โดยมีแคปชันน่ารักๆ ว่า “16 ม.ค.คือวันครู แต่ I Miss You คือ ทุกวัน ‘น้อมระลึกถึงพระคุณครู’ #ครูฝึก K-9 #K9Police” ภายหลังที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นด้วยว่า ลูกศิษย์ของครูน่ารักมาก, น่ารักครับ

สำหรับ K9 นั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีกองกำกับการสุนัขตำรวจ (กก.สข.) เรียกกันว่า K9 เล่นคำมาจากคำว่า Canine ที่แปลว่าสุนัข ภายใต้สังกัดกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) เป็นเหมือนโรงเรียนฝึกสุนัขตำรวจ

บัดดี้สี่ขาผู้ซื่อสัตย์ของตำรวจเหล่านี้มักมีบทบาทค้นหาวัตถุระเบิดหรือยาเสพติด เนื่องจากมีสัญชาตญาณการค้นหาดีกว่ามนุษย์ โดยเฉพาะด้านการรับกลิ่น และการได้ยิน ต่อมาเมื่อเทคโนโลยีพัฒนามากขึ้น อาชญากรรมมีความซับซ้อนได้พัฒนารูปแบบการหลอกลวง โดยเฉพาะการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก สร้างรอยแผลบาดลึกในจิตใจของเหยื่อเป็นอย่างมาก

รถไฟ ‘กรุงเทพฯ-หัวหิน’ ลดเวลาวิ่ง เหลือเพียง 3 ชม. ส่วน ‘กรุงเทพ-ชุมพร’ วิ่งฉิว 6 ชม. เร็วเหมือนรถยนต์

(16 ม.ค. 67) คนนั่งรถไฟเฮ!! เว็บไซต์จองตั๋วรถไฟ ได้มีการปรับปรุงเวลาเดินรถสายใต้ทุกขบวน โดยบางขบวนจะปรับเวลาออกไวขึ้น ถึงไวขึ้น ขณะที่บางขบวนออกช้ากว่าเดิม แต่ถึงปลายทางไวขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงนครปฐม-ชุมพร ทำให้รถไม่ต้องเสียเวลาสับหลีกอีกต่อไปในการเดินรถช่วงเส้นทางดัง 

โดยจากการสังเกตในหน้าจองตั๋วพบว่า รถด่วนดีเซลรางขบวนที่ 43 จากเดิมกรุงเทพอภิวัฒน์ ถึงหัวหิน จะใช้เวลาราว 4 ชั่วโมง แต่เวลาเดินรถใหม่จะใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมง เทียบเท่าขับรถยนต์ นอกจากนี้ในช่วงสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์-ชุมพร จากเดิมเคยใช้ระยะเวลามากถึง 8 ชั่วโมง แต่เวลาใหม่เหลือเพียง 6 ชั่วโมง 20 นาที เท่านั้น ซึ่งใช้เวลาเท่ากับการขับรถยนต์

ฝรั่งทุกคนที่ดังในประเทศไทยเป็น ‘loser’ กันหมดจริงหรอ?

(16 ม.ค.67) จากเพจเฟซบุ๊ก ‘David William’ หรือที่รู้จักกันในนาม ‘ครูเดวิด วิลเลียม’ ซึ่งเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ที่รู้จักกันบนโลกโซเชียลมีเดียจากการที่เขาสามารถใช้สำเนียงการพูดได้หลากหลายเพื่อทำคอนเทนต์สนุก ๆ บนโลกโซเชียล จนยอดผู้ติดตามในเพจเฟซบุ๊กสูงถึง 1.5 ล้านคน 

โดยล่าสุดนั้น ‘ครูเดวิด วิลเลียม’ ได้โพสต์คลิปวิดีโอหัวข้อ ‘ฝรั่งทุกคนที่ดังในประเทศไทยเป็น ‘loser’ กันหมดจริงหรอ?’ หลัง ‘เต๋า ทีวีพูล’ กล่าวว่า “ฝรั่งจะมีหลายเกรด ฝรั่งเนิร์ด ยูทูบเบอร์ไรนี้อยู่ในประเทศตัวเองก็ไม่มีวันดัง จึงมาหากินในเมืองไทย ซึ่งถ้าเกิดมองหน้าและเป็นพวกเนิร์ด ฝรั่งที่แบบว่าแจ่ม ๆ ที่เริ่ด ๆ ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในอเมริกา ไม่ค่อยมาหรอก มันก็มาเที่ยวแปป ๆ แล้วก็กลับไป”

โดย ‘ครูเดวิด วิลเลียม’ ได้อธิบายเพิ่มเติมในคลิปว่า “อันนี้แรงมาก ขออนุญาต…ไม่เคยดูคลิปไหนตั้งแต่เกิดมาที่ทําให้รู้สึกโกรธขนาดนี้มาก่อน กับการที่คุณจะบอกว่าฝรั่งทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย ฝรั่งทุกคนที่มาหากินที่นี่คือเขาเป็น ‘Loser’ กันหมดอย่างงี้เหรอ? สิ่งที่งงคือคุณรู้จักทุกคนเหรอ? ขออนุญาตอีกเรื่องหนึ่งเลยคือผมเป็นฝรั่งแล้วอยู่ในประเทศไทย ซึ่งผมเจ๋งมากมายอย่างแน่นอน 

คือข้อแรก…การที่คุณจะสําเร็จไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็แล้วแต่ ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายทุกคน และนี่คือข้อแรกที่เราต้องเข้าใจกันก่อน ยิ่งเฉพาะในวันที่คุณย้ายไปอยู่ประเทศใหม่ มันต้องเรียนภาษาใหม่ตั้งแต่ต้น ต้องเข้าใจสังคมใหม่ วัฒนธรรมใหม่ ความคิดของคน ซึ่งแตกต่างจากที่คุณเจอมา แต่ไม่ว่าคุณจะเหนื่อยแค่ไหนก็ตาม ไม่ว่าคุณจะดิ้นรนแค่ไหนก็ตาม คุณยังสามารถดังในประเทศนั้นได้ด้วยการพูดภาษาที่ไม่ใช่ภาษาตัวเอง 

ก็ขออนุญาตเลยนะผมไม่ได้บอกว่าใครดีกว่าใครเลย แต่อย่างน้อยเราต้องยอมรับกันก่อนว่านี่ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายอย่างแน่นอน แล้วอีกอย่างที่อยากจะพูดคือการที่คุณบอกว่ามีแต่ฝรั่ง ‘Loser’ มาที่นี่…ข้อแรกก่อนนั้นคือการเหยียดประเทศตัวเองนะ กับการที่คุณบอกว่าประเทศไทยมันไม่น่าอยู่ หรือมันเป็นอะไรที่ประหลาด จนกระทั่งมีแต่ ‘Loser’ มา ดังนั้น นี่จึงเป็นสิ่งที่ไม่โอเคมากทุกคน เพราะผมไม่ใช่ ‘Loser’ แล้วผมจะพูดอย่างเต็มปากเต็มคําว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่มากสําหรับตัวเอง แถมยังมีบริษัทระดับโลกอีกมากมายที่เลือกมาทําธุรกิจที่นี่ ถามว่าทําไม? เขาเป็น ‘Loser’ เหรอ? ซึ่งไม่ใช่ เพราะประเทศไทยเป็นหนึ่งประเทศที่น่าสนใจมากในการทําธุรกิจอย่างแน่นอน

ดังนั้นขออนุญาตสรุปคลิปนี้ ซึ่งพูดจนไม่รู้จะพูดยังไงแล้วในการที่คุณไม่ควรต่อว่าเขา ไม่ควรที่จะเหมารวมคนอื่น ไม่ควรที่จะดูถูกคนอื่น ยิ่งเฉพาะสําหรับผม คือผมเป็นคน ๆ หนึ่ง ที่ออกมาปกป้องคนไทยตลอด เมื่อเจอชาวต่างชาติมาดูถูก แต่เมื่อผมซึ่งเป็นชาวต่างชาติกลับเจอคนไทยมาเหมารวมใส่ เจอคนไทยมาพูดแบบนี้ใส่ผม จึงรู้สึกเฮิร์ทมาก…

ถ้าคุณอยากสําเร็จสิ่งที่คุณต้องเลิกทําคือการต่อว่าและดูถูกคนอื่นแบบนี้ และสิ่งที่คุณต้องเริ่มทําคือการลุกขึ้นมาสู้ ลุกขึ้นมาทํางาน เพราะนี่คือวิธีที่ดีที่สุดในการสำเร็จอย่างแน่นอน”

‘อี้ แทนคุณ’ อาลัย!! ‘หญิง จุฬาลักษณ์’ อดีตเพื่อนนักแสดง ขอบคุณมิตรภาพดีๆ ที่เคยมีให้กัน จะจดจำตลอดไป

(16 ม.ค.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นข่าวเศร้าวงการบันเทิง เมื่อ หญิง จุฬาลักษณ์ อิสมาโลน อดีตดาราเซ็กซี่ตัวแม่ของวงการ เสียชีวิตแล้ว

โดย ในอินสตาแกรมของเธอ ครอบครัวได้โพสต์ข่าวเศร้า โดยว่า “คุณพ่อคุณแม่ขอแจ้งข่าวแด่เพื่อน ๆ ผู้เป็นที่รัก ถึงการจากไปของน้องหญิง”

สำหรับกำหนดการงานสวดอภิธรรมนั้น จัดขึ้นที่ วัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต ศาลา 8 ซ.วัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. ตั้งแต่วันนี้ -  23 มกราคม โดยจะรดน้ำศพ ในวันนี้ เวลา 16.00 น.

อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิตของหญิง แต่อย่างใด

ทั้งนี้ หญิง จุฬาลักษณ์ อิสมาโลน (กฤติยารัตน์) เป็นเซ็กซี่สตาร์ชื่อดัง เกิด 29 ธันวาคม 2521 อายุ 45 ปี เข้าวงการตั้งแต่อายุ 15 ปี ด้วยการเล่นมิวสิควิดีโอ เพลง “เพียงสิ่งเดียว” ศิลปิน กบ ทรงสิทธิ์ และเริ่มเป็นที่รู้จักจากละครเรื่อง ‘ทอฝันกับมาวิน’ จากนั้นก็มีผลงานด้านการแสดงละครอีกมากมาย อาทิ จันทร์ ฤ จะฉาย, บันทึกจากลูกผู้ชาย, ขุมทรัพย์อมตะนคร เป็นต้น เป็นที่จดจำจากบทนางเงือก ในเรื่อง พระอภัยมณี

โดยในช่วงหลัง หญิงได้ผันตัวไปทำงานเบื้องหลัง ในฐานะโปรดิวเซอร์ และผู้กำกับภาพยนตร์ และทำหน้าที่ภรรยาเต็มตัวให้กับสามีชาวฝรั่งเศส เดวิส อิสมาโลน ผู้กำกับภาพยนตร์แอคชั่น ส่วนหนึ่งของ Fast and Furious 7 และมีลูกสาว น้องแองจี้ - แองเจลิน่า อิสมาโลน

ทางด้าน นายแทนคุณ จิตต์อิสระ รักษาการประธานคณะกรรมการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมระหว่างเพศ พรรคประชาธิปัตย์ หรืออดีตนักแสดงเรื่องทอฝันกับมาวิน ก็ได้ออกมาแสดงความอาลัยต่อการจากไปของ หญิง จุฬาลักษณ์ โดยระบุว่า…

“ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวหญิงด้วยนะครับ ระลึกถึงเพื่อนเสมอ ขอบคุณในวันวานที่ร่วมงานกันเป็นเรื่องแรกของกันและกันทั้งคู่ และก็มีเรื่องต่อมา ๆ อีกหลาย ๆ ตอน

ได้ใช้ชีวิตการแสดงด้วยกันหลายปี หญิงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในช่วงเวลานั้น คอยชวนคุยคอยปลอบเวลาโดนดุ คอยสอนเวลาเทคเยอะ คอยติวให้ด้วยเวลาจะสอบ เป็นทุกอย่างให้กันและกันในฐานะเพื่อน ขอให้สิ่งดี ๆ ที่หญิงได้ตั้งใจทำมา ส่งให้หญิงไปเป็นนางฟ้าบนสวรรค์นะครับ ขอบคุณอีกครั้งจาก แบ๊งค์ แห่งทอฝันกับมาวิน และจะจดจำ โมนา ตลอดไป”

ชาวเน็ตชื่นชม!! จนท.พิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติตาดหมอก ช่วย 'ลูกช้างจมปลัก' ให้กลับเข้าโขลงอย่างปลอดภัย

(16 ม.ค. 67) เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า อุทยานแห่งชาติตาดหมอก ออกลาดตระเวน พบลูกช้างจมปลักในโคลน และพบแม่ช้างวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ กัน ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ จึงเข้าทำการช่วยเหลือจนปลอดภัย ก่อนลูกช้างเดินกลับเข้าโขลงไปหาแม่ที่รออยู่ในบริเวณดังกล่าว

หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตส่วนใหญ่ได้เข้ามาแสดงความเห็นชื่นชมและขอบคุณเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า อช.ตาดหมอก ที่สามารถปฏิบัติภารกิจช่วยลูกช้างน้อยได้สำเร็จจนสามารถกลับเข้าโขลงได้ปลอดภัย 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top