Wednesday, 24 June 2026
NEWS FEED

‘นายกฯ’ เกาะติด ‘น้ำท่วมชายแดนใต้’ กำชับทุกหน่วยช่วย ปชช.ให้ทั่วถึง ยัน!! รัฐบาลพร้อมฟื้นฟู-เยียวยาทันที ขอบคุณ จนท.ที่ทำงานเต็มกำลัง

(29 ธ.ค. 66) น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ติดตามและรับรายงานสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดชายแดนใต้ ที่ขณะนี้ มวลน้ำไหลไปที่จังหวัดปัตตานีแล้ว ทำให้จังหวัดมีน้ำท่วมสูง โดยนายกฯ ยังเป็นห่วงประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัย โดยสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานความมั่นคง ร่วมกันช่วยเหลือประชาชนในเรื่องอาหาร น้ำ ของใช้จำเป็น และยา กำชับให้ช่วยเหลืออย่างทั่วถึง และในพื้นที่ห่างไกลที่ประชาชนออกมาไม่ได้ อย่าให้ประชาชนเดือดร้อน

“นายกฯ ย้ำเรื่องการเตือนภัยและอพยพประชาชน หากจำเป็นก็ต้องทำ ส่วนเรื่องการเยียวยา ให้ความมั่นใจ ประชาชนทุกคนที่ประสบภัยจะได้รับการเยียวยา ฟื้นฟูทันทีเช่นกัน ทั้งนี้ นายกฯขอบคุณและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ และทุกหน่วยงานที่ทุ่มเท เสียสละเพื่อดูแลพี่น้องประชาชนที่ประสบภัย”

‘สำนักพุทธฯ’ จ่อลงโทษ ‘พระโจ’ เมืองตรัง หลังโพสต์คลิปรีวิวเที่ยวญี่ปุ่น-พาลุยหิมะ

(28 ธ.ค. 66) จากกรณี ‘Red Skull’ โพสต์คลิปวิดีโอความยาวกว่า 29 นาที เผยให้เห็นพระสงฆ์รูปหนึ่ง ถ่ายคลิปรีวิวไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น-พาลุยหิมะ คล้าย Influencer ชาวเน็ตแห่วิจารณ์สนั่น จี้สำนักพุทธฯ ตรวจสอบ

ล่าสุดวันนี้มีรายงานว่า ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ตรัง นายสุขพิชัย เชาวกุล ได้ออกมาพูดถึงกรณีดังกล่าวว่า ได้ประสานไปยังเจ้าอาวาสวัดและเจ้าคณะปกครองแล้ว โดยพระโจจะเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยในวันที่ 30 ธ.ค.นี้

เบื้องต้นทางเจ้าอาวาสวัดได้ว่ากล่าวตักเตือนพระโจแล้วว่าพฤติกรรมดังกล่าวไม่เหมะกับสมณสารูปที่เป็นพระสงฆ์ พร้อมขอให้ลบคลิปออกจากโซเชียลทั้งหมด ไม่ให้เผยแพร่ในสื่อโซเชียล เพื่อเป็นการไม่ให้เกิดความเสื่อมเสียต่อคณะสงฆ์

ด้าน สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ตรัง ยัน จะมีการลงโทษอย่างแน่นอน เนื่องจากเคยเกิดเหตุในลักษณะนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง โดย ในวันพรุ่งนี้ (29 ธ.ค.) จะมีการประชุมคณะสงฆ์ จ.ตรัง และนำเรื่องนี้เข้าในที่ประชุมใหญ่ของจังหวัดจะไม่นิ่งนอนใจ หรือปล่อยปละให้เรื่องนี้ลุกลามออกไป เพื่อให้เกิดความเรียบร้อย และดีงาม และเหมาะควรแก่สมณะ

คนใช้รถ EV กลับบ้านปีใหม่ แย่งกันใช้สถานีชาร์จไฟวุ่น เหตุมีไม่กี่ที่ แม้จะจองผ่านแอปฯ ไว้ล่วงหน้า แต่หากไปไม่ทัน ก็ต้องเสียสิทธิ

(28 ธ.ค. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนถนนมิตรภาพในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ได้มีประชาชนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดการจราจรหนาแน่นหลายจุด

ขณะเดียวกันพบว่า มีประชาชนหลายคนใช้รถยนต์ไฟฟ้า แต่หาสถานีชาร์จไฟฟ้าค่อนข้างยาก เนื่องจากจะมีเฉพาะบางปั๊มน้ำมันเท่านั้น ทำให้ต้องมีการวางแผนการเดินทางมากกว่าผู้ใช้รถยนต์น้ำมันปกติทั่วไป

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาถนนบายพาสเลี่ยงเมืองนครราชสีมา ซึ่งมีสถานีชาร์จไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ EV อยู่ 1 สถานี ที่มีสายชาร์จไฟฟ้ารถ EV ได้ครั้งละ 2 คันเท่านั้น ปรากฏว่ามีประชาชนนำรถยนต์ EV มาจอดชาร์จไฟฟ้าเต็มทั้ง 2 คันตลอดเวลา

นายวิเชียร จันทลุน อายุ 44 ปี กล่าวว่า ตนเดินทางจากกรุงเทพฯ จะไปบ้านที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยใช้รถยนต์ EV เดินทาง รถคันนี้ชาร์จไฟฟ้าครั้งหนึ่งสามารถวิ่งได้ประมาณ 300 กิโลเมตร แต่ระยะทางกว่าจะถึงกาฬสินธุ์ประมาณ 500 กิโลเมตร ดังนั้น จึงต้องมีการวางแผนการชาร์จไฟฟ้ารถยนต์ไว้ 2 ครั้ง โดยชาร์จ ที่ จ.นครราชสีมา 1 ครั้ง และชาร์จอีกครั้ง ที่ จ.มหาสารคาม

แต่เนื่องจากสถานีชาร์จไฟฟ้ารถ EV มีน้อย จึงต้องมีการจองชาร์จไฟฟ้าผ่านแอปพลิเคชันไว้ล่วงหน้า ซึ่งพบปัญหาว่า เมื่อจองแล้วเกิดปัญหาการจราจรติดขัด มาไม่ทันเวลาที่จองไว้ ต้องถูกยกเลิกการจองเพื่อให้รถคันอื่นที่มาทีหลังได้ชาร์จไฟแทน ขณะเดียวกันการชาร์จแต่ละรอบก็ต้องใช้เวลานานพอสมควร อย่างรถของตนเองแบตเตอรี่เหลือ 30% ต้องใช้เวลาชาร์จประมาณ 56 นาทีกว่าจะเต็ม 100%

‘แฟนข่าว’ ถาม!! เหตุ ‘คุยถึงแก่น’ ถูกปลดจากผัง NBT ปี 67 เพราะอยากปรับลุคให้เหมือน ‘เกาหลี’ คือ ครอบงำสื่อใช่หรือไม่?

จากกรณี นายปรเมษฐ์ ภู่โต (ก๊อง) สื่อมวลชนอาวุโส พิธีกร ผู้ประกาศข่าว รายการคุยถึงแก่น ได้ออกมาประกาศว่ารายการคุยถึงแก่น ถูกปลดออกจากผังของ NBT ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 67 เป็นต้นไป

ล่าสุด (28 ธ.ค. 66) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก 'Pat Sangtum' แฟนข่าวรายการคุยถึงแก่น ได้ออกมาโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า…

SO LONG DOESN'T MEAN YOU'RE GONE.

ข่าวเศร้าใจในวันนี้ คือรายการข่าวคุยถึงแก่น โดยคุณก๊องและน้องหนิง จะไม่อยู่ในผังรายการของ NBT ในปีหน้าอีกต่อไป

รายการคุณภาพทั้งเนื้อหา ความคมคายไหวพริบของผู้เสนอ และฝ่ายเทคนิค ฝ่ายภาพ ที่คล่องแคล่ว จัดภาพได้ตรงเนื้อหาว่องไว ถูกถอดออก เพราะผู้บริหารต้องการปรับให้เป็นช่องที่มีรสชาติและอารมณ์แบบ เกาหีล

คงไม่ได้หมายถึง สไตล์เกาหีล หรือรสนิยมเกาหีล เพราะความลึกซึ้งใน pop culture ของเกาหีลคงมีไม่พอ

แต่น่าจะหมายถึง ‘การควบคุมข่าวอย่างเข้มงวดโดยรัฐบาลเกาหีล’ มากกว่า เพราะ ‘คุยถึงแก่น’ เสนอข่าวตามความจริง ด้วยเสรีภาพของสื่อคุณภาพ ที่ตลกคือ เห่าหอนเรื่อง ซอฟต์เพาเวอร์ของไทยเป็นวรรคเป็นเวร แต่จะเอาช่องของกรมประชาสัมพันธ์ มาทำเป็น เก า หี ล ล ล..ล..ล...

All the best to คุณก้องและน้องหนิง ฝีมือระดับนี้ ฟ้าย่อมมีตา

นับถอยหลัง!! 12 ม.ค.67 ปิดโหวตรับความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติช้าง 'ป้องกัน-ระงับ-ปราบปราม' การนําช้างป่ามาสวมสิทธิเป็นช้างบ้าน

(28 ธ.ค. 66) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) สพร. หรือ DGA เปิดรับฟังความคิดเห็นเรื่องร่าง พรบ. ช้าง พ.ศ.... เพื่อให้ประชาชน และผู้ที่เกี่ยวข้องมีส่วนได้ส่วนเสียได้แสดงความคิดเห็นผ่านทาง https://law.go.th/ โดยประชาชนที่สนใจร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถเข้าไปร่วมกันโหวตได้ถึงวันที่ 12 ม.ค. 67 

สำหรับความเป็นมาของการเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติช้าง พ.ศ. .... เนื่องจาก ประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora (CITES)) จึงมีความจําเป็นต้องกําหนดมาตรการในการเร่งรัดดําเนินกิจกรรมตามแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งชาติ โดยเฉพาะการป้องกัน ระงับ และปราบปรามการนําช้างป่ามาสวมสิทธิเป็นช้างบ้าน เพื่อมิให้ประเทศไทยถูกระงับการนําเข้าและส่งออกสัตว์ป่าและพืชป่าตามบัญชีอนุสัญญา CITES อันจะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมและความน่าเชื่อถือของประเทศ คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ จึงได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ที่ 60/2559 เรื่อง มาตรการป้องกันการนำช้างป่ามาสวมสิทธิเป็นช้างบ้าน ลงวันที่ 28 กันยายน 2559 มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกระทรวงมหาดไทยร่วมกันพิจารณายกร่างกฎหมาย เพื่อกำหนดมาตรการในการคุ้มครองช้างไทย ตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะ กฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ ในฐานะหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกระทรวงมหาดไทยให้เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการพิจารณายกร่างมาตรการในการคุ้มครองช้างไทย จึงได้พิจารณายกร่างพระราชบัญญัติช้าง พ.ศ. .... ขึ้นตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ที่ 60/2559 เรื่อง มาตรการป้องกันการนำช้างป่ามาสวมสิทธิเป็นช้างบ้าน ลงวันที่ 28 กันยายน 2559

สำหรับผู้ที่ต้องการแสดงความคิดเห็น สามารถเขียนความคิดเห็นได้ที่ https://law.go.th/listeningDetail?survey_id=MzA4NkRHQV9MQVdfRlJPTlRFTkQ= ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 12 ม.ค. 67

ใจหาย!! ปลดฟ้าผ่า 'คุยถึงแก่น' รายการข่าวเด่นแห่งช่อง NBT ด้าน 'พิธีกรดัง' รับ!! วัฏจักรวงการสื่อ แย้ม!! แฟนๆ รอการขยับครั้งใหม่

(28 ธ.ค. 66) นายปรเมษฐ์ ภู่โต สื่อมวลชนอาวุโส พิธีกร ผู้ประกาศข่าว รายการคุยถึงแก่น ออกอากาศทางช่อง NBT ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า...

ขอทำความเข้าใจ เรื่องรายการ 'คุยถึงแก่น' อย่างเป็นทางการนะครับ

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป ผังรายการของ NBT จะไม่มีรายการ คุยถึงแก่นอีกต่อไป

ผมเองได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการจากผู้บริหารสถานี ว่ารายการ 'หลุดผัง' ปีหน้าแน่นอน เมื่อวานเวลา 15.00 น. โดยประมาณ ซึ่งกระชั้นชิดมาก

โดยให้เหตุผลว่า มีนโยบายจะปรับรูปแบบรายการของสถานีให้เป็นแบบเกาหลี ซึ่งผมก็ไม่มีความรู้จริงๆ ว่ามันคืออะไร แล้วแบบเกาหลีมันต้องถอดรายการที่คนดูเยอะ เรทติงดีออกด้วย ... งงมาก (หรือหน้าตาผมไม่ออกแนวเกาหลี555)

จริงๆ ผมและทีมก็เตรียมตัวเตรียมใจมานานแล้วว่า การเมืองมันเปลี่ยน วันนึงเราก็อาจจะได้รับผลกระทบก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องอยู่กันไปจนชั่วฟ้าดินสลายหรอก

เพียงแต่ บอกกันสักนิดนึงให้ เด็กๆ เขาเตรียมตัว กันบ้างแค่นั้นแหละนี่มาบอกกันข้ามวัน แบบนี้

แต่ก็ไม่เป็นไร เพียงแต่เสียดาย ความรู้สึกของแฟนๆ รายการที่ ติดตามเรามา 5 ปีเกือบ 6 ปีที่นับวันก็จะเพิ่มมากขึ้น และมีความผูกพันแน่นเหนียว

ขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกๆ กำลังใจที่ให้พวกเรา

เดี๋ยวจะขยับไปไหนจะรีบแจ้งให้ทราบครับ

คิดเสียว่า มันคือวิถีจอมยุทธ์ ยุทธภพมีไว้ให้เราย่ำเดิน!!

#คุยถึงแก่น

'รมว.ปุ้ย' มอบ 'กนอ.' เร่งช่วยผู้ประสบอุทกภัยในนราธิวาส สนับสนุนงบฯ ฉุกเฉิน ตั้งครัวกลางแจกอาหารให้พี่น้องประชาชน

(28 ธ.ค.66) นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดนราธิวาส หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องมาหลายวัน ทำให้น้ำล้นตลิ่งและมีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะที่อำเภอระแงะ อำเภอเมืองนราธิวาส อำเภอแว้ง และอำเภอสุไหงโก-ลก ที่ยังอยู่ในขั้นวิกฤติ ประชาชนบางส่วนต้องสร้างที่พักอยู่แนวริมตลิ่งริมแม่น้ำโก-ลก และบางส่วนต้องอพยพไปอยู่ที่ศูนย์อพยพชั่วคราวโรงเรียนเทศบาล 4 บ้านทรายทองนั้น นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ดังกล่าวอย่างมาก จึงมอบหมายให้ กนอ. ซึ่งมีนิคมอุตสาหกรรมสงขลา (สะเดา) อยู่ในพื้นที่ภาคใต้ เร่งประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

เบื้องต้น กนอ.ได้ประสานไปยังพื้นที่ประสบอุทกภัย พบว่า ขณะนี้มีการอพยพประชาชนมาอยู่รวมกันในพื้นที่ที่ปลอดภัยแล้ว ดังนั้น กนอ.จึงสนับสนุนเงินฉุกเฉินเร่งด่วน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเป็นครัวกลาง เพื่อจัดหาและทำอาหารแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนที่กำลังเดือดร้อน

"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งที่จังหวัดยะลา และที่จังหวัดนราธิวาส เนื่องจากพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จึงกำชับให้ กนอ. เร่งประสานกับหน่วยงานในพื้นที่เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือโดยเร็ว เบื้องต้นเราช่วยสนับสนุนในพื้นที่ให้สามารถจัดหาอาหารและน้ำดื่มให้กับประชาชนได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการ และช่วยประสานงานต่างๆ เพื่อให้การดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ กนอ. จะติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และพร้อมให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมตามความจำเป็นต่อไป" นายวีริศ กล่าว

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.นราธิวาส ล่าสุด (26 ธ.ค.66) ยังมีฝนตกลงมาประปรายทั้ง 13 อำเภอ ขณะที่แม่น้ำสายหลัก 3 สายยังคงมีปริมาณน้ำล้นตลิ่ง แม้ระดับน้ำลดลงจากเดิม แต่ในพื้นที่ราบลุ่มของ อ.สุไหงโก-ลก อ.ระแงะ และ อ.ตากใบบางส่วน ยังมีน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ อย่างไรก็ตาม หากไม่มีฝนตกลงมาระลอกใหม่นั้น คาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ราบลุ่มของทั้ง 13 อำเภอของ จ.นราธิวาส จะเริ่มคลี่คลายและกลับคืน สู่สภาวะปกติได้

‘รฟท.’ สั่งด่วน!! ย้ายรูปปั้นครูกายแก้วออกนอกพื้นที่หน้าโรงแรมเดอะบาซาร์ฯ พร้อมเจอค่าปรับอ่วมกว่า 1.3 ล้านบาท เหตุผิดกฎหมายควบคุมอาคาร

(28 ธ.ค. 66) ที่โรงแรมเดอะบาซาร์ แบงค็อก ถนนรัชดาภิเษก เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่โรงแรมได้ทำพิธีย้ายครูกายแก้วออกจากที่ตั้งเดิม โดยมีพระสงฆ์ 5 รูปทำพิธี และมีรถเครนจอดอยู่เพื่อเตรียมการย้ายในขั้นตอนต่อไป โดยจะย้ายรูปปั้นไปที่ด้านหลังโรงแรมก่อน เพื่อรอให้ผู้จัดสร้างมารับคืนออกนอกพื้นที่ โดย 10.30 ได้เริ่มทำการย้ายรูปปั้นครูกายแก้วและรูปปั้นจิ้งจอกเก้าหาง ออกจากพื้นที่ด้านหน้าโรงแรม

ก่อนหน้านี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เจ้าของที่ดินที่ตั้งโรงแรมเดอะบาซาร์ แบงค็อก สั่งให้ย้ายรูปปั้นครูกายแก้วออกจากพื้นที่ภายในวันที่ 30 ธ.ค. 2566 พร้อมกับให้บริษัท สวนลุมไนท์บาซาร์ รัชดาภิเษก จำกัด จ่ายค่าปรับกว่า 1.3 ล้านบาท เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวห้ามมีการก่อสร้างใดๆ ตามกฎหมายควบคุมอาคาร

ด้าน นายไพโรจน์ ทุ่งทอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สวนลุมไนท์บาซาร์ รัชดาภิเษก จำกัด เปิดเผยกับสำนักข่าวมติชนว่า ขณะนี้ได้กลับมาเป็นผู้บริหารของโครงการแล้ว กำลังเร่งเคลียร์ปัญหารูปปั้นครูกายแก้ว ด้วยการย้ายออกไปพร้อมกับรูปปั้นจิ้งจอกเก้าหาง และได้ชำระค่าปรับแล้ว โดยพื้นที่ดังกล่าวจะนำมาทำเป็นลานกิจกรรม เพื่อรองรับลูกค้าที่มาพักโรงแรม

ก่อนหน้านี้ได้ให้บริษัทครูกายแก้วมาย้ายแล้ว แต่บริษัทไม่ดำเนินการใดๆ จึงต้องย้ายไปเก็บไว้ในพื้นที่ไม่มีคนเห็นก่อน หากใครสนใจสามารถติดต่อขอรับได้

‘เมืองตรัง’ ตกแต่งหอนาฬิการูป ‘พญานาค’ งบ 1 แสน รับปีมะโรง แต่กระแสตีกลับ!! ชาวเน็ตชี้ ไม่สื่อ-ไม่เหมาะสม นึกว่างานบุญบั้งไฟ

เมื่อวานนี้ (27 ธ.ค.66) นายบัณฑิต คณะสุวรรณ์ ผอ.สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง นายยุทธนา เจ้าพนักงาน ป.ป.ช.ชำนาญการพิเศษ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เทศบาลนครตรัง ที่ดูแลรับผิดชอบโครงการเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ประจำปี 2567

ร่วมกันตรวจสอบการติดตั้งประดับรูปพญานาค บริเวณหอนาฬิกา จ.ตรัง ภายเทศบาลติดตั้งรูปพญานาค 4 ตัว พร้อมป้าย 4 จุดรอบทั้ง 4 ทิศหอนาฬิกา ใช้งบประมาณ 1 แสนบาท แต่ถูกกระแสโซเชียลรวมทั้ง เพจ ชมรมตรังต้านโกง ยกประเด็นขึ้นมาโพสต์ และวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมกับงบประมาณ 1 แสนบาท และไม่เหมาะสมกับเทศกาล ควรจะเป็นการนำรูปอื่นมาแสดง หรือมีการแสดงติดตั้งที่มองแล้วว่าสื่อถึง จ.ตรัง เช่น พะยูน ฯลฯ และมองให้เห็นว่าเป็นเทศกาลปีใหม่จริงๆ ไม่ใช่ใช้พญานาค ที่ผู้คนมองว่าคล้ายกับงานบุญบั้งไฟเดือน 6

โดยเทศบาลนครตรัง ชี้แจงเป็นเอกสาร ระบุ คอนเซปต์งาน สวัสดีปีมะโรง ตามปีนักษัตรไทยตามตำราของคนไทย มะโรงตามความหมาย คือ ความเป็นสิริมงคล ยิ่งใหญ่ มั่นคง ความมุ่งหวังเพื่อ จ.ตรัง ได้รับสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ จ.ตรัง มีความยิ่งใหญ่ มั่นคง โดยคอนเซปต์ช่วงไฮไลต์เคาท์ดาวน์ จะมีการใช้เทคนิคไฟโพโล วางที่ปากพญานาค และพ่นไฟออกมา

ส่วนรายละเอียดตกแต่งบริเวณหอนาฬิกา พร้อมระบบเมนไฟ ค่าแรงติดตั้งรื้อถอน และเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย เป็นจำนวนเงิน 1 แสนบาท ประกอบด้วย พญานาคทั้ง 4 ตัว ทั้ง 4 ด้าน มีขนาดตัวละ 1.5×7 ตัวละ 2 หมื่นบาท โดยใช้วัสดุ ด้านในประกอบด้วยโครงสร้างเหล็ก และโครงสร้างไม้ หุ้มส่วนท้องด้านล่างด้วยวัสดุพลาสวู้ดทำสี

ด้านนอกไวนิลบุด้วยไม้กระดานอัดขนาดความหนา 6 มิลลิเมตรฉลุตามรูป โดยทั้งหมดเดินระบบไฟโดยรอบด้วยไฟเส้น LED สำหรับข้อความทั้ง 4 ด้าน คือ HAPPY NEW YEAR 2024 และสวัสดีปีใหม่ 2567 ทำจากไวนิลบุด้วยไม้กระดานอัด

นายบัณฑิต กล่าวว่า ข้อมูลรายละเอียด งบประมาณ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ขณะนี้ยังไม่ได้รับ แต่ป.ป.ช.ตรัง มีหนังสือไปถึงเทศบาลนครตรัง ซึ่งน่าจะอีกไม่กี่วันคงจะได้รับข้อมูล รายละเอียดและข้อเท็จจริงทั้งหมด เกี่ยวกับการดำเนินโครงการ ทราบว่าใช้งบประมาณ 1 แสนบาท การดำเนินการโครงการต่างๆ จะต้องทำตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และต้องมีความเหมาะสมเรื่องราคาและที่มาที่ไป

‘วราวุธ’ ยก ‘คัลแลน-พี่จอง’ ทรงเสน่ห์ ทำท่องเที่ยวไทยถูกพูดถึงอย่างมาก หลังทั้ง 2 เตรียมเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้อุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

จากกรณี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผยเตรียมดึง ‘พี่จอง-คัลแลน’ เป็นพรีเซ็นเตอร์ ชวนคนไทยและชาวต่างชาติท่องเที่ยวอุทยาน ด้าน 2 หนุ่มรับปากไม่คิดค่าตัว แต่ขอไปเที่ยวเองโดยธรรมชาติ

เมื่อวานนี้ (27 ธ.ค. 66) เฟซบุ๊ก ‘ท็อป วราวุธ ศิลปอาชา’ หรือ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้โพสต์ระบุข้อความว่า “วันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมใช้เวลาพักผ่อนไปกับการดู 2 หนุ่ม Youtuber ชื่อดังอย่าง คัลแลน กับพี่จอง เจ้าของช่อง Cullen HateBerry ซึ่งเป็นคลิปที่ไปเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับคำแนะนำจากคุณ Jo Montanee คลิปนี้มีคุณจูดี้มาช่วยสร้างสีสันสนุกมาก ๆ 

ทั้ง 3 คน ไปท่องเที่ยวในแบบวิถีชาวบ้าน เดินเล่นทุ่งนา เก็บผัก หาปลา ได้เห็นความใจดีของชาวสุพรรณที่เข้ามาพูดคุยแบ่งปันทั้งผัก ผลไม้ ให้กับนักท่องเที่ยว และยังมีการพาไปชมทะเลสุพรรณ ซึ่งผมเชื่อเลยว่ามีหลายคนยังไม่รู้ว่าสุพรรณมี ได้แก่หาดทรายท้ายเขื่อนกระเสียว ที่มีกิจกรรมทางน้ำสนุก ๆ รอรองรับทุกคนอยู่

และที่ผมชอบมากที่สุดในคลิปนี้ก็คือการกระจายรายได้ให้กับคนในพื้นที่ กินอาหารตามร้านโลคัล เชื่อว่าความเป็นธรรมชาติ ความพยายามในการเปิดรับและเรียนรู้วัฒนธรรมไทย คงเป็นเสน่ห์ที่ทำให้หลาย ๆ คนติดตามช่องนี้ครับ

และในฐานะคนสุพรรณต้องขอบคุณทางช่อง Cullen HateBerry ที่ทำให้ผู้คนได้เห็นความน่ารักของคนสุพรรณ เห็นมุมมองใหม่ของการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เป็น 1.40 ชม. ที่ดูแล้วใจฟูมาก น้อง ๆ ทั้งสามคนน่ารักมาก เหมือนได้ท่องเที่ยวพร้อมเรียนรู้วัฒนธรรม ใครดูแล้วแนะนำไปตามรอยกันได้ที่สุพรรณบุรีนะครับ ใกล้กรุงเทพฯ นิดเดียว Go..Go !!

#คัลแลนพี่จอง

ทั้งนี้ คัลแลน พี่จอง คือชื่อที่ชาวโซเชียลฯ หลายคนกำลังค้นหา และพูดถึงอย่างมากเนื่องจากคือ 2 หนุ่มชาวเกาหลีที่เปิดช่องยูทูบเบอร์เที่ยวไทยและพูดไทยตลอดเส้นทาง แม้จะพูดผิดพูดถูก และยังมีหน้าตาที่หล่ออีกด้วย โดยหลังจากเปิดช่องได้ไม่นาน ก็เป็นที่กล่าวถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ จนยอดฟอลโลว์ใกล้ล้านซับฯ ไปทุกทีแล้ว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top