Tuesday, 23 June 2026
NEWS FEED

นราธิวาส-แม่ทัพภาคที่ 4 เรียกถกคณะขับเคลื่อนการพูดคุยเพื่อสันติสุข ระดับพื้นที่ชุดใหม่ เดินหน้าสร้างการรับรู้ วางเป้าสายตากรอบการทำงาน เน้นลดความรุนแรง รอมฎอนถึงสงกรานต์

2 กพ 67 ที่ รร.cs ปัตตานี พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ในฐานะหัวหน้าคณะประสานงานระดับพื้นที่ เป็นประธานการประชุมคณะประสานงานระดับพื้นที่ชุดใหม่  พร้อมด้วย พลโท ปราโมทย์ พรหมอินทร์ แม่ทัพน้อยที่ / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า / คณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้และเลขานุการร่วม,พลเอก มณีจันทร์ทิพย์ ที่ปรึกษากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมด้วย 8 กลุ่มอาชีพและภาคประชาชนส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมพบปะเพื่อขับเคลื่อนงานการสร้างสภาวะแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เอื้อต่อกระบวนการพูดคุยสันติสุข โดยการสร้างความรับรู้ สร้างความเข้าใจกับประชาชน และภาคประชาสังคมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกภาคส่วน ได้เข้ามามีส่วนร่วมและรับรู้ข้อมูลข่าวสารในการขับเคลื่อนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้

โดยในการประชุม ครั้งนี้ เป็นการขับเคลื่อนงาน และมอบแนวทางกาขับเคลื่อนงานการสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อกระบวนการพูดคุยสันติสุข จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะในประเด็นการสร้างความรับรู้ สร้างความเข้าใจต่อประเด็นสารัตถะ ทั้ง 3 เรื่อง ประกอบด้วย ประเด็นการลดความรุนแรง , ประเด็นการปรึกษาหารือกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และประเด็นการแสวงหาทางออกทางการเมือง เพื่อให้คณะประสานงานระดับพื้นที่นำไปขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่ ตลอดจนนำข้อคิดเห็นมารวบรวมข้อมูลนำเสนอต่อคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้นำไปกำหนดเป็นประเด็นการพูดคุยกับฝ่ายผู้เห็นต่าง วางเป้าจากปีที่ผ่านมา ต้องให้การรับรู้ความเข้าใจ มากขึ้นกว่า 60 %  หลังจากจะมีเวทีพูดคุยกับฝ่าย BRN ในอาทิตย์หน้า เน้นน้ำลดเหตุความรุนแรงช่วงเดือนรอมฏอนไปถึงสงกรานต์ 

ความจริงแห่ง ‘สมเด็จพระสังฆราช’ ทรงวางตัวเฉกเช่น ‘หลวงตา-หลวงปู่’ โปรดความเรียบง่าย อยู่อย่างสมถะ เต็มเปี่ยมไปด้วยพระเมตตา

เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 67 ได้มีผู้ใช้ติ๊กต็อกท่านหนึ่ง ชื่อ @Bbow_R โพสต์คลิปวิดีโอสัมภาษณ์ ผศ.ดร.ชัชพล ไชยพร รองคณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งต่อมาได้ทำหน้าที่ติดตามรับใช้ ‘สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ’ (อัมพร อมฺพโร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ของประเทศไทย เกี่ยวกับอุปนิสัยส่วนพระองค์ของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ โดยระบุว่า…

“ของส่วนพระองค์นั้นทรงสมถะมาก อย่างที่เราเห็น ใครเคยได้ขึ้นไปบนที่ประทับของท่านก็จะเห็นได้ว่า ภายในห้องนั้นไม่มีอะไรเลย เป็นพระตําหนักเปล่าๆ มีพระเก้าอี้และข้าวของที่วางอย่างเป็นระเบียบ เรียบง่าย ท่านรับสั่งว่า “ที่นี่เป็นที่ของหลวงตา” คือท่านวางพระองค์เป็น ‘หลวงตา หลวงปู่’

อย่างพระเก้าอี้ รวมถึงข้าวของอะไรต่างๆ ก็ห้ามปรับเปลี่ยน เพราะท่านไม่โปรดของหรูหราเลย พระเก้าอี้ห้ามปิดทองผ้ากาววาว คือ ในภาษาพระ ‘ผ้ากาววาว’ แปลว่า ‘ผ้ายิบระยับ’ ท่านบอกว่านั่นไม่ใช่ของควรแก่สมณะ ต้องเรียบร้อย

แต่หากถ้าเป็นของบูชาพระ เท่าไรเท่ากัน ต้องประณีตวิจิตรที่สุด และเวลาจัดวาง จะต้องมีความสมดุล สวยงาม ถูกต้อง อย่างจัดวางไม่เรียบร้อย ท่านก็จะจัดใหม่ให้งามที่สุด เพราะนั่นคือของบูชาพระรัตนตรัย

แต่ถ้าของส่วนพระองค์เองจะทรงสมถะที่สุด ในห้องบรรทมของท่านนี้ไม่มีอะไรเลย ที่บรรทมเป็นพระแท่นไม้แบนๆ เรียบๆ ไม่มีความหรูหรา ธรรมดาตามพระวินัยเลยครับ”

‘ผบ.ทอ.’ ชื่นชม!! ‘2 กำลังพล ทอ.’ เข้าช่วยเหลือประชาชน ประสบเหตุรถคว่ำบนทางขึ้นภูทับเบิก ยกเป็นแบบอย่างที่ดี

เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 67 พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ได้ยกย่อง ข้าราชการกองทัพอากาศ จำนวน 2 คน คือ พันจ่าอากาศเอก ณัฐพงษ์ แก้วคำ และ พันจ่าอากาศเอก ชิษณุพงศ์ นาโค ปฏิบัติราชการสนาม ณ สถานีรายงานภูหมันขาว กองบัญชาการควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ โดยขณะปฏิบัติหน้าที่ได้รับมอบหมายให้เดินทางออกจากที่ทำงานเพื่อไปจัดซื้อเสบียง ระหว่างทางได้พบรถยนต์กระบะของประชาชนเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำบนเส้นทางขึ้นภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว พันจ่าอากาศเอก ณัฐพงษ์ แก้วคำ ซึ่งทำหน้าที่พลขับได้หยุดรถและรีบเข้าไปช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบเหตุทันที ในขณะที่ พันจ่าอากาศเอก ชิษณุพงศ์ นาโค ได้ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในที่เกิดเหตุ โดยข้าราชการทั้ง 2 คน ได้ร่วมกันช่วยเหลือผู้ประสบเหตุรถยนต์กระบะพลิกคว่ำ จำนวน 3 คน ได้อย่างปลอดภัยด้วยความกล้าหาญและเสียสละ

ทั้งนี้ พลอากาศเอก พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้แสดงความชื่นชมและยกย่องให้เป็นแบบอย่างอันดีให้แก่ข้าราชการของกองทัพอากาศ ในการดูแลเอาใจใส่ช่วยเหลือประชาชนและพร้อมเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกสถานการณ์

 

โฆษกเกษตร แจง !! กระทรวงเกษตรฯ ยุค 'ธรรมนัส' ข้าราชการต้องโปร่งใส ไม่กลัว 'เกลือเป็นหนอน' ย้อนระวังจะโดน 'เกลือจิ้มเกลือ'

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายการเมือง) กล่าวถึงกรณีมีการกล่าวอ้าง ว่า ภายในกระทรวงเกษตรฯ มีเกลือเป็นหนอนส่งข้อมูลปมทุจริตนั้น ยืนยันว่า ทุกอย่างมีกระบวนการในการตรวจสอบเพื่อหาข้อเท็จจริง ไม่กลัว “เกลือเป็นหนอน” แต่ระวังจะย้อนกลับเป็น 'เกลือจิ้มเกลือ' หากให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือไม่ และพร้อมดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิด เนื่องจากกระทรวงเกษตรฯ เป็นสถานที่ราชการ ประชาชนทุกคนสามารถเดินทางมาที่นี่ได้ตามปกติ เฉกเช่นเดียวกันกับกลุ่มม็อบต่างๆ เดินทางมาอยู่หน้ากระทรวงเกษตรฯ กินนอนเป็นประจำ และเข้ามาใช้บริการห้องน้ำภายในตัวอาคาร ใช้เป็นที่หลบฝนบางครั้งบางคราวในทุกยุคทุกสมัย จึงยากที่จะจำได้หมด ว่า ในแต่ละวันรัฐมนตรีแต่ละท่านพบเจอใครบ้าง ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ เป็นหน่วยงานราชการที่รับเอาทุกปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรในหลายด้าน มาช่วยเหลือและแก้ไขเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด จะมีทั้งกลุ่มผู้เรียกร้อง และกลุ่มผู้มาร้องเรียน สามารถมายื่นเรื่องราวร้องทุกข์ต่างๆ ได้ตามปกติ ซึ่งนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ในยุคของร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการฯ และรัฐมนตรีช่วยฯ ทั้งสองท่าน ยึดมั่นในแนวทางการบริหารราชการด้วยความโปร่งใส เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล นายกเศรษฐา ทวีสิน ที่ยึดมั่นในการบริหารราชการแผ่นดินด้วยความ ซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส มีความเป็นธรรมาภิบาล (Good governance) ส่วนรูปคดีมีความคืบหน้า มีหลักฐานเป็นที่ประจักษ์ชัดมากขึ้น เน้นย้ำให้ความเป็นธรรมกับทุกคน ซึ่งเป็นหน้าที่ของขบวนการยุติธรรมที่ดำเนินการตามกฏหมายต่อไป  

ดังนั้น ขอให้ประชาชนและสื่อมวลชนทุกท่าน เชื่อมั่นในการบริหารงานของกระทรวงเกษตรฯ ที่ผู้บริหารในระดับนโยบายได้สั่งการและกำชับให้ข้าราชการในสังกัดของกระทรวง ยึดโยงผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นที่ตั้ง อย่าไปให้ความสำคัญกับขบวนการบ่อนทำลายชื่อเสียงของกระทรวงเกษตรฯ และบั่นทอนขวัญกำลังใจของข้าราชการในกระทรวงที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อตอบโจทย์ของพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ

ผบ.ตร.ขานรับนโยบายรัฐบาล เปิดรับทหารกองหนุน สอบเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ 500 อัตรา จบมาลงหน่วย ตชด.ทำงานชายแดนคู่หน่วยทหาร เชื่อทำให้เกิดประสิทธิภาพ และช่วยประหยัดงบประมาณ ลดเวลาเรียนลง เพราะทหารมีความรู้พื้นฐานแล้ว

วันนี้ (3ก.พ.67) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายเปลี่ยนรูปแบบการเกณฑ์ทหารเป็นแบบสมัครใจ และให้หน่วยต่างๆ พิจารณาสนับสนุนให้ทหารกองประจำการสามารถประกอบอาชีพอื่นต่อได้นั้น  สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องดังกล่าว จึงได้อนุมัติให้เปิดรับสมัครและคัดเลือกทหารกองหนุนที่เคยรับราชการในกองประจำการ (ทหารเกณฑ์) จำนวน 500 อัตรา บรรจุและแต่งตั้งเป็น นักเรียนนายสิบตำรวจ เพื่อเข้ารับการฝึกอบรม เมื่อสำเร็จการฝึกอบรมจะแต่งตั้งลงในสังกัด กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่สอดคล้องกับภารกิจของทหาร และมีความคุ้นเคยกับระบบการฝึกการใช้อาวุธต่างๆ อยู่แล้ว

การรับทหารกองหนุนเข้ามาเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจนั้น จะสามารถลดเวลาการฝึกอบรมให้สั้นลงเหลือเพียงประมาณ 6 เดือน ทำให้ช่วยประหยัดงบประมาณ โดยทหารกองหนุนที่จะรับสมัครนั้น คุณสมบัติจะต้องจบการศึกษาระดับชั้น มัธยมศึกษาตอนปลาย หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่า มีอายุระหว่าง 18-27 ปี บริบูรณ์ และหน่วยต้นสังกัดจะต้องรับรองความประพฤติ

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ข้อดีคือ ทหารเหล่านี้ได้รับการฝึกระเบียบวินัย การใช้อาวุธและความรู้พื้นฐานมาแล้ว ทำให้เราสามารถลดระยะเวลาการฝึกอบรมลงได้ โดยจากเดิมต้องใช้ระยะเวลาผลิตข้าราชการตำรวจตามหลักสูตรคือ 1 ปีครึ่ง หรือ 18 เดือน ก็จะลดลงมาเหลือเพียง 6 เดือน ซึ่งจะช่วยทดแทนการขาดแคลนตำรวจได้ อีกทั้งช่วยประหยัดงบประมาณในการฝึกอบรม และยังเป็นการสนับสนุนนโยบายสมัครใจเกณฑ์ทหารของรัฐบาลอีกด้วย ทั้งนี้กระบวนการสอบคัดเลือกทั้งภาควิชาการ ร่างกาย สุขภาพจิต และการคัดกรองด้านอื่นๆ ยังคงเข้มข้นและเป็นไปตามมาตรฐานเช่นเดิม

ทั้งนี้ สำหรับขั้นตอนและการประกาศรับสมัครนั้น ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และกองบัญชาการศึกษา ดำเนินการในรายละเอียด ซึ่งคาดว่าจะเปิดรับสมัครในเดือนมีนาคม 2567 นี้ โดยจะประกาศรายละเอียดให้ทราบอีกครั้ง 

'อลงกรณ์' กระชับสัมพันธ์ไทย-จีนร่วมมือส่งเสริมการศึกษาและเทคโนโลยี เผย 'เทนเซนต์' บริษัทยักษ์ใหญ่จีนพร้อมสนับสนุนไทยเจาะตลาด 1,300 ล้านคนขยายการค้าการท่องเที่ยวไทย

นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานมูลนิธิเสิลด์วิว ไครเมท อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศคนที่1และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยวันนี้ภายหลังนำคณะสมาคมการค้าไทย-จีนและเศรษฐกิจเอเซียโดยมีนางสาวอภิญญา ปราโมช นายกสมาคมฯ นายเมฆินทร์ เอี่ยมสะอาด นางสาวประจงจิต พลายเวช รองประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมฯและนายตู้ เทียนเฉียว เลขาธิการสมาคมThink Tank ร่วมการประชุมว่าด้วยการพัฒนาและความร่วมมือการศึกษาและเทคโนโลยีกับผู้บริหารสถาบันการศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนชั้นนำของจีนในเซินเจิ้นภายใต้สมาคมการพัฒนาด้านการศึกษาเซินเจิ้นเพื่อยกระดับทางด้านการแลกเปลี่ยนและพัฒนาการศึกษาระหว่างไทย-จีน 

โดยแสวงหาความร่วมมือ พัฒนาต่อยอดนวัตกรรมการศึกษา การนำเทคโนโลยีมาใช้ในระบบการศึกษาสมัยใหม่ ความร่วมมือโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนระหว่างไทย-จีน  การจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพทางการศึกษา และความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศผ่านระบการศึกษา  ภายใต้การส่งเสริมนโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (one belt one road)  และแผนการปฏิรูปการศึกษาของไทยรวมทั้งเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดกิจกรรมการศึกษาครั้งใหญ่ที่จะจัดให้มีขึ้นในประเทศไทย ในโอกาสครบรอบความสัมพันธไมตรีไทย-จีน 50 ปี ในปีหน้า ทั้งนี้คณะผู้บริหารการศึกษาเซินเจิ้นแสดงเจตจำนงอย่างกระตือรือร้นต่อการยกระดับความร่วมมือกับประเทศไทย

จากนั้นได้เดินทางไปดูระบบสมาร์ทคลาสรูม(smart classroom)หรือห้องเรียนอัจฉริยะสุดไฮเทคที่ใช้เทคโนโลยีดิจิตอลและเอไอ(AI)ในการเรียนการสอนแบบออนไซต์(on-site)และออนไลน์(on-line)โดยดร.ริคกี้ หลิว ซีอีโอ.ของบริษัทยินดีที่จะสนับสนุนการศึกษาของไทย

นอกจากนี้นายอลงกรณ์และคณะยังได้เข้าเยี่ยมชมบริษัทเทนเซนต์(Tencent)และเทนเซนต์ คราวด์(Tencent Cloud)โดยมีทีมผู้บริหารของTencent Culture and Tourism ให้การต้อนรับและนำเสนอเทคโนโลยีของ Tencent Cloud และ Tencent Culture and Tourism โดยหารือเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลคุณภาพสูงในประเทศจีนและไทยโดยเฉพาะเทคโนโลยีดิจิทัล AIและการพัฒนาแอพพลิเคชั่นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมโดยTencentพร้อมสนับสนุนประเทศไทยในการส่งเสริมฐานข้อมูลลูกค้าที่มีอยู่กว่า 1,300 ล้านคนผ่านเครื่องมือทางการตลาดซึ่งจะเกิดประโยชน์ต่อการขยายการท่องเที่ยวและการค้าของประเทศไทยเป็นอย่างมาก

ในอนาคต เราหวังว่าจะเสริมสร้างความร่วมมือและการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เศรษฐกิจ วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และการค้าระหว่างจีนและไทยอย่างมุ่งมั่นโดยใช้เทคโนโลยี วัฒนธรรม และทรัพยากรอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวใหม่ ๆ การยกระดับการเชื่อมโยงระหว่างห่วงโซ่อุตสาหกรรม การสร้างพื้นที่ความร่วมมือมากขึ้นทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เศรษฐกิจ การค้า การศึกษาและวัฒนธรรมระหว่างไทย-จีนอย่างต่อเนื่อง“นายอลงกรณ์กล่าวในที่สุด

อีอีซี มอบรางวัล 12 ผลงานผลิตภัณฑ์ชุมชนต้นแบบ ยกระดับความร่วมมือระหว่างพื้นที่ชุมชน และพื้นที่อุตสาหกรรม เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์พื้นถิ่นจากเขตพัฒนาพื้นที่พิเศษภาคตะวันออก

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรืออีอีซี จัดพิธีมอบรางวัลผลิตภัณฑ์ชุมชนต้นแบบ ประจำปี 2566 (EEC Select 2023) จำนวน 12 ผลิตภัณฑ์ จาก 6 ผู้ผลิตต้นแบบ อีอีซี เพื่อแสดงศักยภาพผลิตภัณฑ์พื้นถิ่นที่สร้างสรรค์จากวัตถุดิบ/องค์ความรู้ท้องถิ่น โดยชุมชน วิสาหกิจชุมชน และกิจการเพื่อสังคมหรือวิสาหกิจเพื่อสังคม (SE) ในพื้นที่ อีอีซี ด้วยกระบวนการที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ณ สำนักงานอีอีซี ห้องประชุม Conference 1-2 ชั้น 25 อาคารโทรคมนาคมบางรัก 

ดร. จุฬา สุขมานพ เลขาธิการอีอีซี เปิดเผยว่า โครงการคัดเลือกผลิตภัณฑ์ชุมชนต้นแบบ (EEC Select) นับได้ว่าเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะส่งเสริมคุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชนในพื้นที่ 3 จังหวัด  อีกทั้งยังสามารถนำไปสู่การสร้างการรับรู้เกี่ยวกับผลสำเร็จจากการพัฒนาเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโยลีและนวัตกรรมที่เหมาะสมในการพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ดังกล่าวในหลากหลายมิติ รวมถึงการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย และพัฒนาเครือข่ายให้แก่ชุมชน วิสาหกิจชุมชน และกิจการเพื่อสังคม หรือวิสาหกิจเพื่อสังคม (SE) ในพื้นที่ อีอีซี เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.eeco.or.th/th/news/1734

น้อมสำนึกพระเมตตาธิคุณ ‘ในหลวงรัชกาลที่ 8’ ผู้พระราชทานกำเนิดคณะแพทยศาสตร์

เมื่อวานนี้ (2 ก.พ. 67) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Anucha Thaewanarumitkul หรือ อนุชา เทวานฤมิตรกุล ได้โพสต์ภาพอาคาอานันทมหิดล คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีข้อความระบุว่า “ให้มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ ผลิตแพทย์เพิ่ม มากขึ้นให้เพียงพอ ที่จะช่วยเหลือประชาชน” ซึ่งเป็นพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล

สำหรับพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร พระองค์ท่านทรงสร้างคุณูปการต่อวงการแพทย์และการศึกษาเป็นอย่างมาก

ทรงเป็นผู้พระราชทานกำเนิดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งในขณะนั้นประเทศไทยยังมีการศึกษาด้านการแพทย์อยู่เพียงแห่งเดียว พระองค์จึงให้จัดตั้งคณะแพทยศาสตร์แห่งที่ 2 ขึ้น ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จากพระราชปรารภของพระองค์ ซึ่งมีใจความตอนหนึ่งว่า "ทรงต้องการให้มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ผลิตแพทย์เพิ่มมากขึ้นให้เพียงพอที่จะช่วยเหลือประชาชน" นั้น ได้ก่อให้เกิดความตื่นตัวแก่วงการแพทย์ในประเทศไทยเป็นอย่างมาก ด้วยทรงต้องการอำนวยประโยชน์สุขให้แก่ประชาชน ช่วยเหลือ ป้องกันรักษาให้ห่างหายจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งปวงฃ

น้อมสำนึกในพระเมตตาธิคุณ และพระมหากรุณาธิคุณอันมีเป็นอเนกประการต่อปวงชนชาวไทย

โซเชียลลุกเป็นไฟ!! ‘แอน จักรพงษ์’ ฟาดเดือดถึง ‘อาตี๋’ ลั่น!! อย่าแอบเข้าประตูหลัง หลอกใช้ หลอกถามคนอื่น

เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 67 จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ หรือ ‘แอน จักรพงษ์’ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘Anne Jakrajutatip’ ฟาดเดือดถึง ‘อาตี๋ปริศนา’ โดยข้อความดังกล่าวระบุว่า…

“อาตี๋จะทำธุรกิจต้องรู้จักให้เกียรติเจ้าของบ้าน… เดินไปทักเค้าหน้าบ้าน… ถ้าไม่ชอบเขาก็เลิกพูดถึงเขา… เลิกพูดเกี่ยวกับบ้านเขา! อย่าไปแอบเข้าประตูหลัง หลอกใช้หลอกถามพนักงานเขาจนบางคนเสียใจที่เสียรู้ถูกหลอกถาม… นึกไม่ถึงว่าอาตี๋ชอบแอบ และ ชอบประตูหลัง!”

งานนี้ทำเอาโซเชียลลุกเป็นไฟ วงการนางงามไม่เคยได้พัก ชาวเน็ตแห่เดากันยกใหญ่ว่า ‘อาตี๋ปริศนา’ คนนี้คือใคร?

'บิ๊กเจี๊ยบ' ต้อนรับนายก ประจักษ์ และบิ๊กปาน

พลเรือโท สุภชิต นาวีสุรพล ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคงกับ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กองทัพเรือ (ผอ.สง.ปรมน.ทร.),  พลเรือตรี ชวเลิศ เลขะวัฒนะ รอง ผอ.สง.ปรมน.ทร. และ นาวาเอกสยาม ลายสาร รอง ผอ.สอก.สง.ปรมน.ทร. ให้การต้อนรับ คณะสมาคมนักธุรกิจรักษาความมั่นคงแห่งชาติ นำโดย นายประจักษ์ ภมรพล นายกสมาคมฯ, พลเรือเอก เชษฐา ใจเปี่ยม รองประธานที่ปรึกษาสมาคมฯ และ พลตรี อำนาจ จันทรนิมะ ที่ปรึกษาพิเศษ เข้าพบเพื่อหารือเรื่องการประสานความร่วมมือ บูรณาการ และหาแนวทางร่วมกันในการปฏิบัติงานเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และพร้อมสนับสนุนในภารกิจด้านต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม 

ทั้งนี้ สมาคม กำลังเปิดรับสมัคร หลักสูตรนักธุรกิจรักษาความมั่นคงแห่งชาติ รุ่นที่ 75 ระหว่าง วันที่ 23 มีนาคม ถึง 7 เมษายน 2567


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top