Tuesday, 23 June 2026
NEWS FEED

‘นทท.รัสเซีย’ ถูกชายไทยหวังทำอนาจารคาห้องน้ำ บขส.ภูเก็ต โชคดี!! ‘พระสงฆ์’ มาโปรด ได้ยินเสียงร้อง รุดช่วยเหลือไว้ได้

(1 ก.พ. 67) จากกรณีพนักงานเดินรถแห่งหนึ่ง พยายามก่อเหตุหวังข่มขืนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในห้องน้ำหญิง บขส.ภูเก็ต แห่งที่ 2 โชคดีพระภิกษุได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ จึงวิ่งเข้าไปห้ามปราม ทำให้รอดจากการถูกข่มขืน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 ม.ค.67 เวลา 03.03 น.นั้น

นายนครินทร์ ยอแสงรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลรัษฎา กล่าวว่า “จากกรณี เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2567 เวลาประมาณ 03.03 น. จากกล้องวงจรปิดของสถานีขนส่งจังหวัดภูเก็ต แห่งที่ 2 พบว่ามีผู้หญิงชาวรัสเซียอายุประมาณ 30 ปี เดินจากข้างหน้าชานชาลาเดินเข้าห้องน้ำด้านหลังของสถานีขนส่งฯ เดินเข้าไปเข้าห้องน้ำใช้เวลาประมาณ 8-9 นาที หลังจากนั้นก็มีผู้ชายคนหนึ่งอายุประมาณ 26 ปี ใส่ผ้าขาวม้าสีแดง ถือขันใบหนึ่ง ทำทีเหมือนว่าจะเข้าไปอาบน้ำที่ห้องน้ำชาย แต่เขาไม่ได้อาบ มีท่าทางจดๆ จ้องๆ และช่วงนั้นเวลาหัวรุ่งประมาณตี 3 ไม่ค่อยมีคน ซึ่งเขาเข้าไปในพื้นที่ของห้องน้ำผู้หญิง ที่มีชาวต่างชาติเข้าไปทำธุระ เขาได้แอบเข้าไปไม่นานเท่าไหร่ ดูจากกล้อง CCTV สันนิษฐานว่ามีเสียงดังทำให้พระรูปหนึ่งที่อยู่บริเวณนั้น ท่านคงได้ยินจึงเดินเข้าไป และเคาะประตูเรียกใช้เวลาไม่นาน เขาก็ออกมากราบพระที่พื้น จากนั้นต่างคนต่างแยกกันไป

ในฐานะเทศบาลตำบลรัษฎา เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เป็นเจ้าของสถานที่แห่งนั้น เป็นภาพลักษณ์ที่ถ้าออกไปยังต่างชาติแล้วจะทำให้เสียหายมาก เพราะภูเก็ตเริ่มดีขึ้น เราพยายามที่จะหานักท่องเที่ยวเข้ามาแต่ภาพลักษณ์ตรงนี้ทำให้เสียหายเป็นอย่างยิ่ง ทางเทศบาลตำบลรัษฎาจึงคิดหาวิธีการที่จะดำเนินคดีตรงนี้ได้เพราะเทศบาลไม่ได้เป็นผู้ที่มีความผิดในเรื่องการรักษาความปลอดภัย แต่ช่วงเวลาที่เขาดำเนินการกินเวลาประมาณ 10 กว่านาที ซึ่งยามมีจำนวน 2 คนดูไม่ทัน อาจจะต้องหายามมาเพิ่ม หรือให้มาเฝ้าพื้นที่ที่อาจจะก่อเหตุได้ง่าย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ ให้ง่ายขึ้นส่วนทางขนส่งควรมีมาตรการว่ากล่าวตักเตือนหรือดำเนินการตามอำนาจหน้าที่” นายนครินทร์ กล่าว

ทางด้าน พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า “กรณีนี้ ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ได้ประสานกับตำรวจท่องเที่ยวและผู้เสียหาย ซึ่งได้ไปท่องเที่ยวที่เกาะพะงัน ตำรวจท่องเที่ยวได้สอบปากคำและบันทึกปากคำแล้ว ทางผู้เสียหายไม่ได้ติดใจเอาความและได้แจ้งว่าไม่ได้ถูกเนื้อต้องตัว เพียงแต่อาจจะเข้าไปแอบดู หรือส่อง จึงร้องโวยวาย และมีพระเข้าไปให้ความช่วยเหลือ

ในเรื่องของการดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุยังไม่มี เพราะนักท่องเที่ยวไม่ได้ติดใจเอาความ นักท่องเที่ยวรายนี้ เป็นชาวรัสเซีย ตอนนี้ทางขนส่งจังหวัดภูเก็ตกำลังดูข้อกฎหมาย เพราะเหตุเกิดในพื้นที่ของ บขส.หรือสถานีขนส่งฯ อาจมีมาตรการลงโทษกับผู้ก่อเหตุ

ในส่วนตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ตามที่ได้กำหนดพื้นที่จุดเสี่ยงต่างๆ หรือจุดที่ขึ้นบัญชีไว้ จะเพิ่มวงรอบในการตรวจให้ตำรวจเข้าไปดู อย่างเช่น เหตุนี้กล้องวงจรปิดเห็นเหตุการณ์ชัดเจน เชื่อมั่นว่าภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีกล้องวงจรปิดมากที่สุดในประเทศไทย ดังนั้น เหตุที่เกิดขึ้นทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ เหตุที่น่าสนใจ หรือเหตุเล็กน้อยต่างๆ สามารถติดตามจับกุมได้ทุกราย” พล.ต.ต.สินเลิศกล่าว

ฮือฮา!! กระเเสตามหา ‘โอริโอ้ลายมิว’ สุดหายาก แนะ!! ก่อนกินเช็กให้ดี เผื่อมีลุ้นรับทรัพย์ 2 เเสน

(1 ก.พ.67) กลายเป็นเรื่องราวที่สร้างความฮือฮาในโลกโซเชียลได้อย่างมาก หลังจากเพจ ‘รับซื้อโอริโอ้ลายมิว’ ได้ออกมาโพสต์รับซื้อคุกกี้ยี่ห้อดัง รุ่นพิเศษที่ร่วมมือกับการ์ตูนดัง ‘โปเกมอน’ ปั๊มลายคุกกี้เป็นลายโปเกมอนต่างๆ แต่ที่หายากและเป็นที่ต้องการของนักสะสมสุดๆ คือลาย ‘มิว’ โปเกมอนในตำนาน ที่ขึ้นชื่อว่าหายากสุดๆ จนราคารับซื้อพุ่งไป 2 แสนบาท โดยทางเพจโพสต์ภาพและข้อความระบุว่า

"รับซื้อโอริโอ้ลายมิว 50,000-200,000 บาท ก่อนจะกินดูให้ดีก่อนนะครับ ของมีราคานักสะสมต้องการ ติดต่อคุณริว (เมก้าพลาซ่า) 098-667-...."

จนล่าสุดโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกสู่โลกโซเชียลแล้วเกือบ 5 พันครั้ง นอกจากนี้ ทางเพจยังได้ระบุข้อความเพิ่มเติมอีกว่า…

"โอริโอ้มิว พิมพ์ครั้งที่หนึ่งปี 2018 พิมพ์นี้จะเป็นพิมพ์หลักที่เราเห็นกันมาจนถึงปัจจุบัน จากทางบริษัทยังไม่เห็นว่าจะมีการเปลี่ยนพิมพ์ใหม่

รุ่นนี้สังเกตวงกลมยังจะเป็นวงอยู่เพราะแม่พิมพ์ยังไม่สึก เนื้อจะมีความเนียนและความคม balance ดวงตาของมิว 2 ข้างจะไม่เท่ากัน โดยน้ำหนักจะทิ้งลงไปด้านขวา กลีบขอบโอริโอ้จะมี 74 กลีบ ตัวหางมิวจะเรียกว่าทรงใบไม้"

สำหรับ โอริโอ้ลายมิว เป็นคุกกี้แบรนด์ดัง ‘โอริโอ้ Oreo’ ทำแคมเปญร่วมกับ The Pokémon Company เป็นคุกกี้โอริโอ้รุ่นพิเศษ ลายโปเกมอนสุดลิมิเต็ด โดยลายจะมีทั้งหมด 16 แบบ ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นลายสุดแรร์ ที่หายากกว่าแบบอื่นไว้ข้างใน และลายที่หายากสุดๆ คือ ‘มิว Mew’ ซึ่งแฟนโปเกมอนจะรู้จักกันดีว่า ‘มิว’ เป็นโปเกมอนพลังจิต สีชมพู ตัวเล็ก และเป็นโปเกมอนลับที่หาจับไม่ได้ในเกม ทำให้มิวเป็นหนึ่งในโปเกมอนที่หายากที่สุดทั้งในรูปแบบการ์ตูน เกม และของสะสมอื่นๆ

นอกจากนี้เพจ ‘ผู้บริโภค’ ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า…

"เห็นวันนี้มีกระแสตามหาโอรีโอ้โปเกมอนกัน โดยในชุดนี้จะมี 16 ลาย ซึ่งมี 1 ลายที่คนเล่นเขาว่าหายากสุดๆ นั่นก็คือ มิว จำได้ว่าครั้งหนึ่งที่ต่างประเทศมีการประกาศรับกันเป็นแสนๆ เลยก็มี

ส่วนในบ้านเราก็มีคนหาเช่นกัน อยากสะสมอะไรแบบนี้ ถ้าในมุมมองคนที่กินขนมคงอาจจะมองว่ามันก็แค่ขนม แต่คนที่สะสมก็พยายามหาให้ครบ 16 แบบ ซึ่งหนึ่งในผู้สะสมกล่าวว่า ลายมิวนี่แหละหายากจริง อุตส่าห์เหมา 2 ลังกว่าก็ยังหามิวไม่เจอ 5555+

ใครเจอก็โชคดีไป แต่อย่างว่าของแบบนี้คนเล่นเขารู้กัน ก็คิดเสียว่าเป็นความบันเทิงล่ะกันนะ มีมูลค่าหรือไม่อยู่ที่การตีความของแต่ละบุคคล"

เกษตรกรเฮ !! สินค้าเกษตร ขยับราคาขึ้น สอดรับนโยบายกระทรวงเกษตรฯ หลังปราบสินค้าเถื่อน

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายการเมือง) กล่าวถึงราคาสินค้าเกษตรสำคัญหลายชนิดมีทิศทางปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความพึงพอใจให้กับเกษตรกร ตามนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ของรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ภายใต้การขับเคลื่อนการดำเนินงานของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีช่วยฯ ทั้งสองท่าน และการบริหารราชการในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะการปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย (สินค้าเถื่อน)อย่างเข้มงวด การเร่งแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการจัดการน้ำช่วงวิกฤติภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง รวมไปถึงการมุ่งยกระดับสินค้าเกษตร ซึ่งผลการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 4 เดือนที่ผ่านมา พบว่า ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว สับปะรด น้ำนมดิบ และสุกร มีทิศทางปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะ สุกร ราคาขยับขึ้นกิโลกรัมละ 4 บาท หลังจากปราบปราบหมูเถื่อนอย่างจริงจัง  ตลอดจนการตรวจค้นห้องเย็นทั่วประเทศมากกว่า 2 พันแห่ง ขณะที่ ยางพารา ราคายางแผ่นดิบ ปัจจุบัน (28 มกราคม 2567) เฉลี่ยอยู่ที่ 54.89 บาท/กก. สูงขึ้นจากราคา ณ เดือน กันยายน 2566 ที่ราคาเฉลี่ย 45.51 บาท/กก. โดยราคาเริ่มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากนโยบายจากภาครัฐในการปราบปรามและตรวจสอบการลักลอบการนำเข้ายางพาราและสินค้าเกษตรผิดกฎหมายไม่ให้ทะลักเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน และยังเป็นผลจากมาตรการการสนับสนุนการใช้ยางพาราในประเทศ รวมทั้งจากความต้องการของตลาด ภาวะฟื้นตัวของอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์ เป็นต้น ส่วนน้ำนมดิบ ปัจจุบันราคาเฉลี่ยที่ 20.21 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากช่วงเดือนกันยายน 2566 ที่ราคา 19.65 บาท/กก. เนื่องจากกระทรวงเกษตรฯ ได้มีประกาศฯ ปรับเพิ่มราคากลางรับซื้อน้ำนมโค ณ ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร 

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะยังคงขับเคลื่อนการดำเนินงานในทุกด้านตามนโยบายและแผนที่วางไว้ เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรและราคาสินค้าเกษตร แก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องเกษตรกร ให้กินดีอยู่ดีมีคุณภาพชีวิตที่ดี ภาคการเกษตรเติบโต มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคงต่อไป

‘สุวัจน์’ โชว์หวดลูกสักหลาดในงาน ‘ไทยแลนด์ โอเพ่น 2024’ ดีใจ!! ไทยเป็นเจ้าภาพจัดแข่งเทนนิสรายการใหญ่ที่สุดในอาเซียน

(1 ก.พ.67) นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และนายกกิตติมศักดิ์สมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเทนนิสหญิง ดับเบิลยูทีเอ 250 รายการ ไทยแลนด์ โอเพ่น 2024 พรีเซนเต็ด บาย อีเอ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 4 ถือว่าเป็นการแข่งขันเทนนิสรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน และติดท็อป 10 ของทวีปเอเชีย 

"รายการนี้เป็นความภาคภูมิใจที่ประเทศไทยได้รับเกียรตินี้ แสดงถึงมาตรฐานในการจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ สะท้อนถึงมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาของประเทศ อย่างสนามอารีน่า หัวหิน แห่งนี้ก็มีมาตรฐานเทียบกับสนามเทนนิสที่ใช้ในการจัดการแข่งขันเทนนิสระดับแกรนด์สแลม อย่าง ออสเตรเลียน โอเพ่น สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ" นายสุวัจน์กล่าว

นายสุวัจน์ กล่าวต่ออีกว่า การแข่งขันเทนนิสไทยแลนด์ โอเพ่น ยังถือเป็นก้าวแรกของนักเทนนิสระดับโลก ที่จะก้าวขึ้นสู่เทนนิสระดับอาชีพอย่างเต็มตัว เนื่องจากการจะขึ้นสู่ระดับอาชีพก็จะมีการแข่งขันตั้งแต่รายการระดับดับเบิลยูทีเอ 250, 500 และ 1,000 ไปจนถึงระดับแกรนด์สแลม 

ดังนั้นนักกีฬาเทนนิสทั่วโลกก่อนจะขึ้นไปเป็นมือ 1 ของโลก ก็ต้องมาเริ่มตั้งแต่ดับเบิลยูทีเอ 250 เช่นเดียวกับรายการนี้ที่เมืองหัวหิน ก็มีนักเทนนิสที่เป็นมือ1 ของโลกหลายคนมาเติบโตจากการแข่งขันที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ดังนั้นจะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ นอกจากนี้การที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรายการนี้ จะเป็นโอกาสให้นักเทนนิสไทยก้าวเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ๆ เนื่องจากเราเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันนักเทนนิสไทยก็จะได้ไวลด์การ์ด หรือสิทธิพิเศษในการเข้าร่วมการแข่งขันตั้งแต่รอบคัดเลือกไปจนถึงรอบเมนดรอว์ ได้เก็บประสบการณ์จากการเจอนักกีฬามือท็อป ๆ ของโลก

 

เตือนภัย “Phishing Email กลโกงล้วงข้อมูล Login” ข้อสังเกตและวิธีป้องกันที่ถูกต้อง

พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เตือนภัยประชาชนเรื่องความเสียหายจากอาชญากรรมการหลอกลวงบนโลกออนไลน์ล่าสุดคนร้ายได้มีกลโกงใหม่ที่ชื่อว่า “Phising Email” เพื่อหลอกดักเอาข้อมูลสำหรับการ Login เข้าระบบ สร้างความเสียหายให้อย่างมาก
ล่าสุดได้มีกรณีศึกษาเรื่องกลโกง Phishing Email แอบอ้างเป็น Bitkub สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงแจ้งเตือนภัยให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบถึงพฤติการณ์ของคนร้ายและจุดสังเกตของคนร้ายเพื่อให้รู้เท่าทันกลโกงและไม่ตกเป็นเหยื่อของคนร้าย
ลักษณะของกลโกงที่แอบอ้างเป็น Bitkub คือ คนร้ายได้ส่ง Email ถึงเหยื่อโดยจ่าหัว Email ระบุว่า “อัปเดตข้อมูล KYC ของบัญชีเพื่อป้องกันการระงับบัญชี 17 พฤศจิกายน 2566” เพื่อจะให้เหยื่อกด Link และอัปเดตข้อมูลภายในเวลาที่กำหนดตามภาพด้านล่าง

หลังจากนั้น เมื่อเหยื่อได้กดเข้า Link แล้ว จะมีหน้า Website Login ปรากฏขึ้นเพื่อเข้าสู่เว็บไซต์ปลอม (ในกรณีนี้คือ Bitkub) เพื่อให้เหยื่อกรอกข้อมูล Email และ Password สำหรับ Login เข้าสู่เว็บไซต์ เมื่อเหยื่อกรอกข้อมูลดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว เว็บไซต์ปลอมจะเปิดหน้าให้เหยื่อกรอก OTP เพื่อเข้าสู่ระบบต่อไป 
หากเหยื่อกรอกข้อมูลครบทั้งหมดคนร้ายจะนำข้อมูลที่ดักได้ ไปใช้ในการยึดเอาบัญชีผู้ใช้ของเหยื่อเพื่อขโมยเอาสินทรัพย์ดิจิทัลที่เหยื่อถือไว้ในบัญชีไปทั้งหมดตามภาพด้านล่าง

นอกจากนี้ในหน้า Email หรือเว็บไซต์ จะมีช่องทางให้เหยื่อกดเพื่อต่อติด Customer Support ที่คนร้ายปลอมขึ้นมาเพื่อเสริมความแนบเนียน และเพิ่มโอกาสในการดักล้วงข้อมูล Email หรือในบางกรณีอาจมีการให้เพิ่มเพื่อนใน LINE เพื่อติดต่อพูดคุยกับคนร้าย ซึ่งในระหว่างสนทนาคนร้ายก็จะพยายามหลอกล่อเอาข้อมูลและพยายามส่ง Link Download Appplication ควบคุมโทรศัพท์มือถือของเหยื่อเพื่อดูดเอาเงินในบัญชีของเหยื่อต่อไป
จุดสังเกตหลัก: 
1. Email ที่คนร้ายส่งมานั้นจะไม่ใช่ชื่อหน่วยงานหรือบริษัทนั้นตรงๆ ยกตัวอย่างเช่น
o [email protected]
o [email protected]
o [email protected]
o [email protected]
o [email protected]
o [email protected]
o [email protected]
o [email protected]
o [email protected]
o [email protected]
o [email protected]
o [email protected]
o [email protected]
2. เว็บไซต์ที่เปิดขึ้นมาจะมีชื่อ Domain สะกดผิดหรืออ่านแล้วไม่เข้าใจความหมายตามตัวอย่างข้างล่างในกรณีนี้
o bit-kub.web.app
o ibitkub.web.app
o bikkub.web.app
o kyc-bilkub.web.app
o bifkub.web.app
o bilkub.web.app/bitkub
o firesbitkubwallet.web.app
o firesbitkubwallet.web.app
o bitkubswap.web.app
นอกจากนี้มักปรากฏว่า แม้ระบบ Login จะมีการร้องขอรหัส OTP ก็ไม่สามารถป้องกันการขโมยบัญชีของคนร้ายได้ เพราะคนร้ายได้หลอกเอาข้อมูลส่วนนี้ของเหยื่อไปด้วย ทำให้สันนิษฐานได้ว่าคนร้ายมีการ Monitor ระบบ Phishing ตลอดเวลา จึงถือว่าน่ากังวลเป็นอย่างมาก และใน Email ของคนร้ายจะกำหนดเวลากระชั้นชิดให้เหยื่อเกิดความวิตกกังวลและรีบกดดำเนินการตามที่คนร้ายวางแผนไว้ ซึ่งเมื่อติดต่อ Customer Support ปลอมของคนร้ายไป จะมีการขอให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลหรือกด Link Download Application ควบคุมโทรศัพท์มือถือ
วิธีป้องกัน:
1. ติดตามข่าวสารจากหน่วยงาน และแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้อยู่สม่ำเสมอเพื่อให้รู้เท่าทันกลโกงของคนร้าย
2. ก่อนกด Link ใดๆ ให้ตรวจ URL ของ Link ให้ดี หากมีพฤติการณ์เหมือนในข้อสังเกตให้หลีกเลี่ยง
3. ไม่ Download และติดตั้ง Application จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ ควร Download และติดตั้ง Application จากช่อง Play Store(Android) หรือ App Store (IOS) เท่านั้น
4. หากพบเห็น Email ที่น่าสงสัยปรากฏในช่อง Inbox ให้ Block Sender นั้นๆ ทันที
5. ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่จำเป็นซึ่งนำไปสู่การขโมยบัญชีได้

สำหรับช่องทางรับรู้ข่าวสารเพื่อให้รู้เท่าทันภัยออนไลน์ในรูปแบบใหม่ สามารถติดตามข้อมูลการแจ้งเตือนภัยออนไลน์ได้ผ่านทาง www.เตือนภัยออนไลน์.com หมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1441 กรณีถูกคนร้ายหลอกลวงแจ้งความตำรวจผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ www.thaipoliceonline.go.th

ตร. เตือน จำนำรถติดไฟแนนซ์ ผิดกฎหมาย! ส่วนคนรับจำนำ หรือซื้อรถหลุดจำนำ เสี่ยงผิด “รับของโจร”

วันนี้ ( 1 กุมภาพันธ์ 2567) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบต่าง ๆ โดยปัจจุบันได้มีพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาภาระหนี้สิน เนื่องมีความจำเป็นต้องใช้เงิน หรือต้องรีบหาเงินมาชำระให้กับเจ้าหนี้ ได้นำรถยนต์ที่อยู่ระหว่างการผ่อนชำระกับสถาบันทางการเงิน หรือที่เรียกว่า “รถติดไฟแนนซ์” ไปจำนำไว้กับผู้ที่ประกาศรับจำนำรถ ทั้งที่ยังมีภาระหนี้สินกับไฟแนนซ์อยู่

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอเตือนพี่น้องประชาชนว่า รถที่ติดไฟแนนซ์หรืออยู่ระหว่างผ่อนชำระกับสถาบันทางการเงิน ผู้ถือกรรมสิทธิ์หรือเจ้าของรถตัวจริงของรถคันดังกล่าว คือสถาบันทางการเงิน ส่วนผู้เช่าซื้อเป็นเพียงผู้ครอบครองเท่านั้น ไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยสมบูรณ์

ดังนั้น การที่ผู้เช่าซื้อนำรถติดไฟแนนซ์ไปจำนำ แล้วผู้เช่าซื้อไม่ผ่อนชำระหรือไม่นำเงินมาปิดยอดไฟแนนซ์ที่เหลืออยู่ จะเข้าข่ายเป็นการ “ครอบครอบทรัพย์ซึ่งเป็นของผู้อื่นหรือซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต” ซึ่งเป็นความผิดฐาน “ยักยอก” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนผู้รับจำนำหรือผู้รับซื้อรถคันดังกล่าว หากรู้หรือควรจะรู้ได้ว่ารถยนต์คันดังกล่าวเป็นรถติดไฟแนนซ์ การรับจำนำหรือรับซื้อรถคันดังกล่าวไว้ อาจเข้าข่ายเป็นการ “ซื้อ หรือรับจำนำ ซึ่งทรัพย์อันได้มาจากการกระทำความผิดฐานยักยอก” ซึ่งเป็นความผิดฐาน “รับของโจร” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนการสังเกตว่า รถยนต์คันดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ใด ให้ตรวจสอบจาก “ใบคู่มือจดทะเบียน” ซึ่งจะระบุ รายละเอียดทะเบียนรถ ผู้ถือกรรมสิทธิ์ และผู้ครอบครองรถ ถ้าหากตรวจสอบแล้วพบว่าชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ เป็นชื่อของสถาบันทางการเงิน ให้ระมัดระวังในการรับจำนำ หรือรับซื้อรถคันดังกล่าว เพราะอาจตกเป็นผู้กระทำความผิดฐาน “รับของโจร” ได้

กองสวัสดิการ สำนักงานกำลังพล สนองนโยบาย เร่งแก้ไขปัญหาบ้านพักสวัสดิการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างขวัญกำลังแก่ข้าราชการตำรวจและครอบครัว

กองสวัสดิการ สำนักงานกำลังพล จัดพิธี “จับสลากลำดับการใช้สิทธิและเลือกห้องพัก” 
ครั้งที่ 1/2567 ณ ห้องสารสิน ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาบ้านพักสวัสดิการข้าราชการตำรวจ เสริมสร้างขวัญกำลังใจ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของข้าราชการตำรวจและครอบครัวตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์  สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องของสิทธิและสวัสดิการด้านต่างๆ ของข้าราชการตำรวจ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิต สวัสดิการ ขวัญกำลังใจ และความสามัคคีของข้าราชการตำรวจ โดยเฉพาะในการดำเนินงานเรื่องที่พักอาศัย เพื่อให้เป็นไปตามสิทธิของกำลังพล และมีสภาพแวดล้อมที่ดี อีกทั้งเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบาย Quick Win ในแผนปฏิบัติการเร่งรัดที่ 3 ด้านการเสริมสร้างสวัสดิการ เร่งการแก้ไขปัญหาเรื่องที่พักอาศัย

ทั้งนี้ จากปัญหาดังกล่าว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยต่อข้าราชการตำรวจ จึงสั่งการและมอบหมายให้ พล.ต.อ.สราวุฒิ  การพานิช รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (งานบริหาร) เป็นผู้กำกับ ดูแลและควบคุม โดยมอบหมายให้กองสวัสดิการ สำนักงานกำลังพล เป็นผู้ดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายด้านสวัสดิการบ้านพัก

วันที่ 1 ก.พ.67 เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.สราวุฒิ การพานิช รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.ท.ยิ่งยศ  เทพจำนงค์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล เป็นประธานในพิธี “จับสลากลำดับการใช้สิทธิและเลือกห้องพัก” ครั้งที่ 1/2567 ณ ห้องสารสิน ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.ต.ประเสริฐ  วิจิตรทัศนา ผู้บังคับการกองสวัสดิการ สำนักงานกำลังพล และข้าราชการตำรวจผู้มีสิทธิ์ตามอนุมัติจัดสรรห้องพัก ในอาคารส่วนกลางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2567 จำนวนทั้งสิ้น 153 ราย ซึ่งมีการจัดเรียงลำดับตามบัญชีรอการจัดสรร Waiting List ที่ได้ประกาศไว้ใน Website ของกองสวัสดิการ เข้าร่วมพิธีฯ

‘นายกฯ’ พร้อม!! 2 ก.พ.67 กลับทำเนียบลุยงาน หลังรับยาครบตามแพทย์สั่ง-พ้นภาวะแพร่เชื้อแล้ว

(1 ก.พ. 67) นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ตามที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ป่วยไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ A และแพทย์รักษาโดยให้ยาต่อเนื่อง 3 วัน และให้พักผ่อนให้เพียงพอ วันนี้ (1 ก.พ. 67) นายกรัฐมนตรีรับยาครบ 3 วันตามแพทย์สั่งและ พ้นภาวะแพร่เชื้อแล้ว จึงจะกลับมาปฏิบัติหน้าที่ในวันพรุ่งนี้ (2 ก.พ. 67) ทันที ซึ่งมีนัดหมายและประชุมตลอดทั้งวัน

ในช่วงพักรักษาตัวที่บ้าน นายกรัฐมนตรียังคงปฏิบัติหน้าที่เหมือนปกติ ติดตามสถานการณ์ และสั่งการต่าง ๆ เช่น จากกรณีปรากฏภาพถ่ายทางดาวเทียมจุดความร้อนจากการเผาไหม้ (hot spot) ในกัมพูชาจำนวนมาก นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศประสานงานกับฝ่ายกัมพูชา และในวันพรุ่งนี้ (2 ก.พ. 67) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะโทรศัพท์พูดคุยกับนาย Eang Sophalleth รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมของกัมพูชา เพื่อเร่งแก้ไขปัญหา PM 2.5 ร่วมกัน

นอกจากนี้ ยังได้ติดตามผลการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายหลังมาตรการยกเว้นวีซ่า โดยในกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวไทยในรูปแบบ Live Streaming ผ่านแพลตฟอร์ม CTrip ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถ้อยแถลงผ่านระบบวีดิทัศน์ด้วยนั้น มียอดนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยวันที่ 31 ม.ค. 67 เพียงวันเดียวมียอดขายรวมกว่า 600 ล้านบาท

“นายกรัฐมนตรียังคงทำงานปกติแม้ในช่วงที่ป่วย และพักรักษาตัว ทั้งประชุมติดตามสถานการณ์ สั่งการผ่านการประชุมระบบ Zoom เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาของประชาชนให้ลุล่วงได้โดยรวดเร็ว เพื่อแบ่งเบาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน” นายชัย กล่าว 

'อ.พงศ์พาณุ' ชี้!! ความขัดแย้งระหว่างนโยบายการเงินกับการคลัง กำลังก่อ 'ปัญหา-เหนี่ยวรั้ง' ความก้าวหน้าของเศรษฐกิจไทย

(1 ก.พ. 67) อ.พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อดีตปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ระดับประเทศ ได้กล่าวว่า...

ต้นปี 2567 ความขัดแย้งระหว่างนโยบายการเงินกับนโยบายการคลังยังคงเป็นปัญหาเหนี่ยวรั้งความก้าวหน้าของเศรษฐกิจไทยอยู่ ในขณะที่นโยบายการคลังพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้ผ่านพ้นจากวิกฤตที่กำลังเผชิญอยู่ แต่นโยบายการเงินกลับสวนทางและฉุดให้เศรษฐกิจไทยถอยหลังลงเหวอย่างไร้ความรับผิดชอบ ความขัดแย้งดังกล่าวบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนและไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติเลย กระทรวงการคลังรายงานคณะรัฐมนตรีเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2566 เติบโตเพียง 1.8% วันรุ่งขึ้นธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาบอกว่าประมาณการนี้ไม่ถูกต้อง จึงควรต้องตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับองค์กรที่รับผิดชอบนโยบายการเงิน

เป็นที่ยอมรับในสากลว่านโยบายการเงินมีหน้าที่หลักในการรักษาเสถียรภาพของระดับราคา ผ่านกลไกอัตราดอกเบี้ยนโยบายในกรอบ Inflation Targeting และธนาคารกลางสมควรมีความเป็นอิสระในการดำเนินนโยบายการเงิน แต่ทั้งนี้ก็ต้องอยู่ภายในกรอบเงินเฟ้อที่รัฐบาลเห็นชอบ 

ในกรณีของประเทศไทย กรอบเงินเฟ้อกำหนดไว้ที่ 1-3% เมื่อปี 2565 มีแรงกดดันเงินเฟ้อ แต่ธนาคารแห่งประเทศไทยขึ้นดอกเบี้ยล่าช้าไม่ทันการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางอื่นทั่วโลก อาจด้วยเหตุผลทางการเมือง เป็นเหตุให้ภาวะเงินเฟ้อในไทยพุ่งทยานขึ้นสูงถึง 6.1% ซึ่งเป็นระดับที่เกือบจะสูงที่สุดในโลกและเกินกรอบเงินเฟ้อที่ตกลงกับรัฐบาลกว่าเท่าตัว 

พอมาปี 2566 ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ธนาคารแห่งประเทศไทยกลับมาเร่งขึ้นดอกเบี้ยหลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2566 แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะเริ่มถดถอยและอัตราเงินเฟ้อจะหลุดกรอบล่างไปแล้ว ทำให้ไทยเข้าสู่ภาวะเงินฝืด (Deflation) โดยมีเงินเฟ้อติดลบ 3 เดือนติดต่อกันในไตรมาสสุดท้าย ประเทศไทยจึงอาจเป็นประเทศที่มีความผันผวนทางการเงินสูงที่สุดประเทศหนึ่ง

น่าแปลกใจที่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยไม่เคยออกมาแสดงความรับผิดชอบอย่างลูกผู้ชาย แต่กลับแก้ตัวแบบข้างๆ คูๆ ว่า ไม่ใช่เรื่องของแบงก์ชาติ แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศไทย คงต้องทำใจแล้วว่าเรามีธนาคารกลางที่มีความสามารถในการโยนความผิดให้ผู้อื่น และเก่งในทุก ๆ เรื่อง ยกเว้นเรื่องนโยบายการเงิน ถ้าผู้ก่อตั้งธนาคารแห่งประเทศไทยยังมีชีวิตอยู่ก็คงจะเสียใจมิใช่น้อย

ขอเชิญร่วมงานเทศกาลตรุษจีน ณ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย สักการะหลวงปู่ไต้ฮง ลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา [พะเก่ง] หนึ่งปีมีครั้งเดียว! เฮง เฮง เฮง ตลอดปีมะโรง

ระหว่างวันที่ 9 – 18 กุมภาพันธ์ 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดยนายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ขอเชิญทุกท่าน ร่วม “สักการะหลวงปู่ไต้ฮง” ขอพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีนเพื่อความเป็นสิริมงคลต้อนรับปีใหม่  ลงชื่อ สวดชัยมงคลคาถา หรือ “พะเก่ง” เพื่อสะเดาะเคราะห์ ขอให้ครอบครัวมีสุข เสริมโชคลาภ เสริมดวงชะตา เสริมความมั่นคงสถาพร ตลอดปี รวมถึงทำบุญสะเดาะเคราะห์และเสริมความเป็นสิริมงคลกับรูปปั้นนักษัตรปีมะโรง ซึ่งได้ผ่านการทำพิธีเบิกเนตรโดยพระอาจารย์จีนคณาณัติจีนพรต (เย็นงี้) เจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) พร้อม รับประทาน “สาคูสิริมงคล”  เพื่อความกลมเกลียวและอยู่เย็นเป็นสุข อัญเชิญ “ฮู้แดง” (ยันต์) ของหลวงปู่ไต้ฮง เพื่อนำไปประทับหน้าบ้าน เคหะสถาน หรือพกติดตัวเพื่อคุ้มครอง  “เคาะระฆังทอง”ให้ก้องกังวานเพื่อให้ชีวิตสดใส การงานรุ่งเรืองระบือไกล และ ร่วม “พิธีเวียนธูปศักดิ์สิทธิ์” เพื่อขอพรเทพยดาฟ้าดินเนื่องในวันประสูติ (ทีกงแซ) ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567 ขออำนาจฟ้าดินเป็นที่พึ่ง ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ เช่น หลวงปู่ไต้ฮง ช่วยดลบันดาลให้ประสบโชคดีตลอดปีใหม่ (โดยในวันที่ 9 และ 17 กุมภาพันธ์ 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เปิดบริการโต้รุ่ง)

เนื่องจากขณะนี้ ประเทศไทย เกิดสถานการณ์ค่าฝุ่น P.M 2.5 เกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งยังคงมีอยู่ในขณะนี้ ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใย และเพื่อความปลอดภัยของผู้มีจิตศรัทธา มูลนิธิฯ ได้จัดเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร คอยอำนวยความสะดวกผู้มีจิตศรัทธา รวมทั้งจัดตั้งหน่วยพยาบาลสำหรับการให้ความช่วยเหลือฉุกเฉิน และจัดให้มีป้ายประชาสัมพันธ์ค่าฝุ่นละออง P.M 2.5 แบบ Realtime เพื่อเป็นข้อมูลแก่ผู้มีจิตศรัทธาอีกทางหนึ่ง รวมถึงจัดให้มีมาตรการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสทุกวันหลังปิดทำการในแต่ละวัน รวมทั้ง ขอความร่วมมือประชาชนผู้มีจิตศรัทธาสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และใช้บริการเจลแอลกอฮอล์ที่มูลนิธิฯ ที่จัดบริการแก่ทุกท่านทั่วทุกบริเวณงาน รวมทั้งจัดให้มีบูธปฐมพยาบาลเพื่อดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้มีจิตศรัทธาที่มาร่วมงาน 

พิธีสวดชัยมงคลคาถา [พะเก่ง] สำหรับท่านที่สะดวกการทำบุญออนไลน์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง จัดให้มีการลงชื่อสวดชัยมงคลคาถา ทำบุญพะเก่งออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์  www.pttfny.net/cnny ให้ผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านได้ร่วมพิธีเพื่อสริมความมั่งมีศรีสุขตลอดปีมะโรง ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนป่อเต็กตึ๊ง 1418

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

ทั้งนี้ เนื่องจากมีผู้มีจิตศรัทธามาร่วมทำบุญบริจาคเป็นจำนวนมาก อาจส่งผลให้ผู้ที่ใช้เส้นทางใกล้เคียงมูลนิธิฯ ได้แก่ ถนนพลับพลาไชย  ถนนเจ้าคำรพ ถนนมังกร ถนนหลวง  ถนนเสือป่า ไม่ได้รับความสะดวกในการสัญจร มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจึงขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ 

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ ตรุษจีนปีนี้ ขอให้มั่ง มี ศรี สุข


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top