Saturday, 8 August 2026
NEWS FEED

‘ททท.’ คว้ารางวัลชนะเลิศ ‘แบรนด์ยอดเยี่ยมบนโซเชียลมีเดีย’ สาขาหน่วยงานรัฐบาล-รัฐวิสาหกิจ ในงาน Thailand Social Award ครั้งที่ 12

เมื่อวานนี้ (1 มี.ค. 67) นายนรินทร์ ทิจะยัง ผู้อำนวยการฝ่ายดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นผู้แทนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ขึ้นรับรางวัลชนะเลิศ BEST BRAND PERFORMANCE ON SOCIAL MEDIA สาขา GOVERNMENT & STATE ENTERPRISE ในงานประกาศรางวัล THAILAND SOCIAL AWARDS ครั้งที่ 12 ณ ทรู ไอคอน ฮอลล์ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม โดยมีหน่วยงานที่เข้ารอบสุดท้าย ได้แก่ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงวัฒนธรรม และสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ 

ทั้งนี้ ททท. ได้รับรางวัลชนะเลิศ 4 ครั้งในรอบ 5 ปี (2563 / 2564 / 2566 / 2567) โดยเป็นผลงานของ 5 แพลตฟอร์มหลักของ ททท. ได้แก่ Facebook Page Amazing Thailand, Instagram @TourismThailand, Tiktok @Amazing Thailand, Twitter @go2Thailand @AmazingThailand และ YouTube Channel Amazing Thailand  

โดยคิดคะแนนจากการวัดประสิทธิภาพการสื่อสารจากช่องทางหลักของแบรนด์ (Own Chanel) และจากช่องทางที่คนอื่นพูดถึงแบรนด์ (Earn Channel) รวมถึงประสิทธิภาพเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เช่น จำนวนผู้ติดตาม การเติบโตของผู้ติดตาม การแสดงความคิดเห็น การสนับสนุนเนื้อหาของแบรนด์และแนะนำให้กับบุคคลอื่น เป็นต้น 

ทั้งนี้ กองสารสนเทศการตลาด โดยงานการตลาดออนไลน์ ได้มีความมุ่งมั่นในการทำงานด้าน social media อย่างเป็นระบบโดยอาศัยข้อมูลต่าง ๆ ประกอบการทำงาน ส่งผลให้การนำเสนอข้อมูลด้านการท่องเที่ยวของไทย มีประสิทธิภาพ เป็นที่ยอมรับ

‘THAILAND SOCIAL AWARDS’ เป็นงานประกาศรางวัลผลงาน Social Media ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศไทย จัดขึ้นเพื่อให้ความสำคัญกับวงการ Social Media ที่เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ อีกทั้งยังร่วมส่งเสริมการใช้ Social Media อย่างสร้างสรรค์ และยกระดับวงการ Social Media ด้วยการมอบรางวัลเชิดชูผู้ใช้ Social Media ยอดเยี่ยมในสาขาต่าง ๆ โดย บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้พัฒนาเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ด้านการวิเคราะห์ข้อมูลการตลาด

‘ผบ.ทร.’ ยัน!! ‘เกาะกูด’ เป็นของไทย ไม่มีทางเป็นของ ‘กัมพูชา’ เด็ดขาด

จากกรณีการหาผลประโยชน์บนพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชา ที่กำลังเป็นกระแสวิพากษณ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ ว่าอาจทำไทยส่อสูญเสียเกาะกูด จ.ตราด ล่าสุด พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผบ.ทร. ได้แสดงจุดยืนที่หนักแน่น ยืนยันเกาะกูดเป็นของประเทศไทย ไม่มีทางเป็นของกัมพูชาเด็ดขาด โดยระบุว่า…

“อย่าง ‘เกาะกูด’ เพื่ออธิบายให้ท่านเข้าใจ สนธิสัญญา ‘ไทย-ฝรั่งเศส’ เกาะกูดเป็นของไทย ไม่มีทางเป็นอื่น เพราะสนธิสัญญาไทยฝรั่งเศสเขียนไว้อย่างนั้น ฉะนั้นไม่ต้องกังวล เกาะกูดไม่มีทางไปเป็นของประเทศกัมพูชาเด็ดขาด”

'ดาริน-นักตบสาวไทย' ปิด IG หลังเกรียนเกาหลีใต้พาทัวร์ลง เหตุพาทีมพ่าย โดนด่าแบบดุเดือด เพราะเล่นไม่ได้ดั่งใจแฟนๆ

เดือดถึงขั้นปิดIGเลย ล่าสุดแฟน ๆ ลูกยางเกาหลีใต้ ทัวร์ลงนักตบสาวไทยอย่างหนัก ด่าแบบดุเดือดมาก ๆ เพราะฟอร์มหาย เล่นไม่ได้ดั่งใจแฟน ๆ แม้จะพาทีมชนะไปถึง 2 แมตช์ แต่มาพ่าย 1 แมตช์ ✌️✌️🇹🇭🇹🇭🇹🇭

จนทำให้น้อง ดาริน ปิ่นสุวรรณ นักวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย และสังกัดลีกเกาหลีใต้กับทีม 'จีเอส คาลเท็กซ์' GS ถึงขั้นต้องปิด IG หลังทีมแพ้ 3-0 เซต GS VS Hundai 

สู้ ๆ นะดารินอย่าลืมว่าอันดับโลกทีมไทยอยู่อันดับที่ 13 ของโลกนะลูก กด Like เพื่อส่งกำลังใจให้น้อง

'ณวัฒน์' รับมอบอำนาจจาก MGI แจ้งความเอาผิด 'ซีจีเอส' ชี้!! ทำธุรกิจเสียชื่อเสียง จากการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จ

ความคืบหน้าจากเหตุการณ์ นาย ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานและเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MGI เข้าพบพนักงานสอบสวน สน.บางแก้ว ต.บางแก้ว  แจ้งความเอาผิดคู่กรณี หลังได้รับความเสียหายและเสื่อมเสียชื่อเสียง ทำให้ขาดความน่าเชื่อถือในทางธุรกิจ จากการเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จจาก บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอสอินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ  CGSI ผ่านหนังสือพิมพ์รายวันทันหุ้น https://thunhoon.com/article/289136 

ซึ่งโพสต์ข่าวหัวข้อว่า ‘CGSI ปฏิเสธข่าว นำนักลงทุน เยี่ยมชม MGI’ โดยมีเนื้อหาในข่าวว่า #MGI #ทันหุ้น - บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอสอินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ชี้แจงข่าวระบุว่า "ตามที่ปรากฏข่าวในสื่อที่อ้างถึงบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ CIMB นำผู้ลงทุนจำนวน 30 ท่าน มาเยี่ยมบริษัทมิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (MGI) เพื่อฟังการบรรยาย และกลยุทธ์ของธุรกิจนั้น บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอสอินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ขอแจ้งว่า บริษัทมิได้ดำเนินการในนามบริษัทหรือส่งเสริมการกระทำดังกล่าวแต่อย่างใด”

ทั้งนี้ผู้บริหาร MGI ทราบภายหลังว่าบริษัท CGSI ได้รับคำแนะนำจาก รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ ที่ชี้แนะให้ CGSI ทำประกาศ โดยปราศจากการสอบถามจาก บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MGI ในข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเสียก่อน CGSI จึงได้ทำตามคำแนะนำ ทำหนังสือประกาศดังกล่าว นำไปสู่ความเสียหายทั้งชื่อเสียงและมูลค่าของ MGI จนต้องไปแจ้งความเอาผิดฐานหมิ่นประมาทใส่ร้ายให้ข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และจะให้ทางเจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวนเรียกทุกส่วนที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนแล้วแจ้งความคืบหน้ากับทางผู้ถือหุ้นต่อไป

โดย ณวัฒน์ เปิดใจว่า “ซีจีเอส ทำให้ชื่อเสียง MGI เสียหายมากครับ ผมจึงต้องไปแจ้งความ และถ้าถามถึงความรู้สึก ยอมรับว่าเสียใจมาก เพราะผมเป็นคนทำงานชัดเจน ทุกอย่างมีข้อมูลและหลักฐาน ก่อนจะกระทำเรื่องใดผมได้ไตร่ตรองแล้ว แต่กลับต้องมาเจอกับวิธีการทำงานของ ตลาดหลักทรัพย์  ที่ใช้วิธีควบคุมอยู่ข้างหลัง แทนการเผชิญหน้าและสอบถามความชัดเจน แต่นี่กลับตัดสินผม ตัดสินบริษัทผมแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยการแนะนำให้บริษัทซีจีเอสออกประกาศเช่นนั้น ก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ถือหุ้นและแบรนด์ MGI

ซึ่งทางบริษัทคงต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด ยอมความกันไม่ได้หรอกครับ มีหลายคนโทรมาถามผมว่า จะไปร้องศาลปกครองเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมหรือไม่ เพราะเข้าข่ายอาจถูกกลั่นแกล้ง ซึ่งเรื่องนี้ผมขอให้เป็นหน้าที่และกระบวนการของทีมกฏหมายบริษัท MGI ผมในฐานะผู้บริหารและบอร์ดทุกท่านไม่ได้นิ่งนอนใจ เราต้องปกป้องชื่อเสียงของบริษัทและผู้ถือหุ้นครับอย่างถึงที่สุดแน่นอนครับ”

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ประจำวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2567

✨ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
✨ประจำวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2567

รางวัลเลขหน้า 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท
975  900

รางวัลเลขท้าย 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท
382  703

รางวัลเลขท้าย 2 ตัว รางวัลละ 2,000 บาท
79

รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท
253602  253604

ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 2 จำนวน 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท
916831  286578  629052  883154  329008

ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 3 จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท
741595  224148  056295  125604  079194  
619022  544094  696224  587666  336549  

ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 4 จำนวน 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท
160137  773783  712724  794689  732775  
080910  866816  236305  021044  063059  
429117  502624  992232  307823  412827  
787548  853578  981305  701004  267511  
823052  276157  613975  109194  158994  
699980  015041  914093  700897  680314  
492492  664413  429032  593091  229788  
697629  961273  132070  596850  685438  
824219  689167  738961  325196  854476  
494061  289497  887183  771338  136841  

ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 5 จำนวน 100 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท
403364  606961  516340  864583  524889  
133450  938033  222183  187645  804122  
181477  283585  193138  421588  731758  
998450  713966  737691  038241  388991  
708321  354731  581380  796763  740687  
237690  936195  985962  961854  414872  
786791  251627  262372  439241  734180  
862026  929510  488751  140673  943345  
499583  320599  438533  210027  175354  
181003  206636  571973  776597  898832  
765909  772218  950089  041914  787456  
240531  986196  576070  976534  411380  
217436  071425  383414  985179  947024  
323297  375111  095780  579820  960799  
080391  026305  427431  700340  279682  
680988  562203  310154  484976  756780  
071820  712999  784599  101722  689385  
739921  001973  039430  515618  452634  
204601  159677  077730  794350  142461  
770249  022732  161258  328516  800658

‘ตำรวจ’ รวบ!! ‘ชัยวัฒน์’ อดีตที่ปรึกษากฎหมาย ‘แม่แตงโม’ หลังลวงเงินอดีต สส.รายหนึ่ง 20 ลบ. อ้าง!! จะฝากเข้า ‘เพื่อไทย’

(1 มี.ค.67) มีรายงานว่า พ.ต.อ.ยิ่งยศ สุวรรณโณ ผกก.สน.ลุมพินี พร้อมด้วย พ.ต.ท.ไพรัตน์ คำลี รอง ผกก.(สอบสวน) หัวหน้างานสอบสวน สน.ลุมพินี และ พ.ต.ต.สุทวัฒน์ ศรีพรวรรณ์ สว.(สอบสวน) สน.ลุมพินี พร้อมคณะฯ รับตัวผู้ต้องหาตามหมายจับจากตำรวจทางหลวง จับกุมนายชัยวัฒน์ โลมากุล อดีตที่ปรึกษากฎหมายของนางพนิดา ศิริยุทธโยธิน แม่ของแตงโม ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ กับพวก รวม 3 คน เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 65 ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลแขวงปทุมวัน ที่ 117/2566 คดีอาญาที่ 326/2566 และคดีอาญาที่ 604/2566 (รวมคดี) ข้อหาร่วมกันฉ้อโกง, ร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น และเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ 

คดีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากผู้ต้องหากับพวก รวม 3 คน ได้หลอกลวงอดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคการเมืองหนึ่งว่า มีตำแหน่ง สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 20 ของพรรคเพื่อไทยว่างอยู่ แต่ต้องเสียค่าสมัครเป็นเงิน 40 ล้านบาท ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ และไปลาออกจากสส.บัญชีรายชื่อพรรคต้นสังกัด เพื่อมาสมัครเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ตามที่ผู้ต้องหากล่าวอ้าง จากนั้นตามวันที่เกิดเหตุได้มีการนัดหมายเจรจา และจ่ายเงินค่าสมัครที่โรงแรมแห่งหนึ่ง แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 30 มี.ค.66 เวลากลางวัน 

โดยผู้เสียหายจ่ายเงินสด จำนวน 20 ล้านบาทแก่กลุ่มผู้ต้องหา แล้วกลุ่มผู้ต้องหาได้พาไปถ่ายรูป และสมัครเป็น สส.บัญชีรายชื่อ ที่พรรคเพื่อไทย หลังจากนั้นได้กลับมาที่โรงแรมที่เกิดเหตุอีกครั้ง แล้วกลุ่มผู้ต้องหาก็พยายามพูดคุยให้จ่ายเงินอีก 20 ล้านบาท ขอจ่ายกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อไม่ได้พบน.ส.แพทองธาร จึงไม่มีการจ่ายเงินส่วนที่เหลืออีก 20 ล้านบาทแต่พอพรรคเพื่อไทยประกาศรายชื่อ สส.บัญชีรายชื่อ ปรากฏว่าไม่มีชื่อของผู้กล่าวหาที่ 1 แต่อย่างใด จึงเชื่อว่าถูกหลอกลวง จึงมาแจ้งความดำเนินคดีจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

หลังจากที่ น.ส.แพทองธาร ผู้เสียหายทราบเรื่องว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้แอบอ้างว่าเป็นที่ปรึกษาของ น.ส.แพทองธาร จึงมอบอำนาจให้มีการมาแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหากับพวก จนกว่าคดีจะถึงที่สุด กระทั่งวันที่ 29 ก.พ.67 เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง 1 กก.1 บก.ทางหลวง กับพวกได้ร่วมกันจับกุมตัวนายชัยวัฒน์ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลแขวงปทุมวัน ที่ 117/2566 ลงวันที่ 13 พ.ย.66 ที่บริเวณ กม.2-3 ถ.สายเอเชีย ทล.32 ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยาฯ นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

ทั้งนี้ เบื้องต้นในชั้นสอบสวนให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา และขอให้การในชั้นศาล ซึ่งวันที่ 1 มี.ค.67 พาตัวนายชัยวัฒน์ไปขอฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้

สำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมภาคีเครือข่าย มอบรางวัล พลเมืองดีส่งคลิปขับขี่ฝ่าฝืนกฎหมายตาม “โครงการอาสาตาจราจร”

วันนี้ (1มี.ค. 67) เวลา 14.00 น. ณ ห้องสารสิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการ ประจำ สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ  คุณพิศเพลิน วิริยะพันธุ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) คุณนิตยา ลีธีระกุล ผู้บริหารสถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ.91 และ คุณอัจฉรา  บัวสมบูรณ์ ผู้บริหารสถานีวิทยุ จส.100 ร่วมแถลงผลการมอบรางวัล และเกียรติบัตรโครงการอาสาตาจราจร โดยมอบรางวัลให้กับประชาชนเจ้าของคลิปกล้องหน้ารถที่บันทึกอุบัติเหตุทางถนนหรือการกระทำผิดกฎจราจรที่สำคัญ ประจำเดือน ม.ค.2567 รวมรางวัลทั้งสิ้น20 รางวัล เงินรางวัลสูงสุด 20,000 บาท รวมเงินรางวัลที่จะมอบในวันนี้ เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 100,000 บาทโดยบริษัท วิริยะประกันภัย และกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เป็นผู้สนับสนุนเงินรางวัล

พล.ต.ท.นิธิธรฯ กล่าวว่า นับแต่เริ่มโครงการมาจนถึงปัจจุบัน สังคมมีความตื่นตัว มีคลิปการกระทำผิดกฎจราจรจากภาคประชาชนส่งมาให้คณะทำงานพิจารณาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลเบาะแสเหล่านี้ แสดงถึงความสนใจ ใส่ใจกับปัญหาการจราจร และจะเป็นการขับเคลื่อนที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาการจราจร เพื่อสร้างความปลอดภัยทางถนนให้กับผู้ใช้ทาง  สำหรับผู้กระทำผิดที่ถูกบันทึกคลิปวิดีโอเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำไปตรวจสอบและติดตามมาดำเนินคดี  โครงการนี้มุ่งหวังให้ผู้ขับขี่ ยับยั้งชั่งใจในการกระทำผิด เพื่อมุ่งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น  สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าร่วมกิจกรรม สามารถส่งคลิปการกระทำผิดกฎจราจรมายังช่องทางที่หลากหลาย ได้แก่ เพจอาสาตาจราจร เพจตำรวจทางหลวง  เพจกองบังคับการตำรวจจราจร  รวมถึงเพจเครือข่ายที่ร่วมโครงการ ทั้งเพจมูลนิธิเมาไม่ขับ สวพ.91 และ จส.100  คลิปที่มีเนื้อหาน่าสนใจผ่านการคัดเลือก นอกจากได้รับเงินรางวัลแล้ว ยังได้รับใบประกาศเกียรติคุณจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะพลเมืองดี ช่วยส่งพยานหลักฐานเพื่อช่วยคนดีชี้คนผิด เป็นส่วนหนึ่งในการลดอุบัติเหตุทางถนน 

ทางด้าน นพ.แท้จริง  ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ  กล่าวเสริมว่า โครงการนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยในการสร้างการตระหนักรู้ในการขับขี่ปลอดภัย ให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎจราจร การมีส่วนร่วมดังกล่าวเป็นการสร้างมาตรฐานทางสังคมให้เกิดความยับยั้งชั่งใจในการกระทำผิด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แจ้งประชาสัมพันธ์เพิ่มเติม เรื่องใบสั่งจราจร ตามกฎหมายใหม่ เมื่อทำผิดกฎจราจรแล้วได้รับใบสั่งหากไม่ชำระตามเวลาที่กำหนด จะต้องถูกฟ้องต่อศาลทุกราย ตามกฎหมายว่าด้วยการปรับเป็นพินัย ขั้นตอนหลังจากได้รับใบสั่งจะมีกำหนดเวลาให้ชำระค่าปรับระบุไว้ในใบสั่ง หากพ้นกำหนดเวลาเจ้าหน้าที่จะส่งหนังสือเตือนให้ไปชำระตามเวลาที่กำหนดอีก 1 ครั้ง ถ้ายังไม่ไปชำระอีก เจ้าหน้าที่จราจรจะสรุปข้อเท็จจริงเป็นสำนวนส่งไปยังพนักงานอัยการเพื่อส่งฟ้องศาลทุกราย โดยเริ่มมีผลกับใบสั่งที่ออกตั้งแต่ 25 ต.ค.2565 เป็นต้นมา 

‘ดร.เอ๋ พรเทพ’ แชร์ประสบการณ์ถูกโจรล้วงกระเป๋าเงินในห้างดัง โชคดี!! ‘พี่ล้วง’ เอามาคืน คาด!! เพราะสงสารต้องอายัดบัตรหลายสิบใบ

(1 ก.พ. 67) เฟซบุ๊ก ‘กบ เหนือ เอ๋’ ของ ดร.พรเทพ เตชะไพบูลย์ สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม และอดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้โพสต์ข้อความเล่าถึง ‘พี่ล้วง’ หรือนักล้วงกระเป๋า โดยระบุว่า…

“เมื่อวานไปเดินพารากอน ถูกล้วงกระเป๋า มีตังค์อยู่ 2,000 กว่าบาท แต่เต็มไปด้วยบัตรเครดิต 10 กว่าใบ ทีแรกตกใจแทบแย่ ไปนั่งเศร้าอยู่ มีคนสะกิดว่ามีกระเป๋าอยู่ใต้เก้าอี้ ขอบคุณพี่ล้วงมาก ๆ ที่เอา กระเป๋า มาคืน คงสงสารเรา ที่ต้องไประงับบัตรหลายใบเรียกว่า ‘ล้วงแบบมีความรับผิดชอบ’ ขอให้รวย ขอให้รวยนะครับพี่ล้วง”

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ร่วมกับ กลุ่มไทยสมายล์ สนับสนุนเครื่องฟอกอากาศและฆ่าเชื้อโรค เพื่อช่วยบรรเทามลพิษทางอากาศ ให้กับสถาบันการแพทย์แผนไทย

​วันที่ 1 มีนาคม 2567 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ พร้อมด้วยทีมงานมวลชนสัมพันธ์ (CSR) กลุ่มไทยสมายล์ (รถและเรือโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า) ลงพื้นที่เพื่อมอบเครื่องฟอกอากาศและฆ่าเชื้อโรค ให้กับสถาบันการแพทย์แผนไทย ณ อาคารพิพิธภัณฑ์การสาธารณสุขและการแพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข เพื่อส่งมอบให้กับ สถาบันการแพทย์แผนไทย โดยมี นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ กระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้รับมอบ ​นางเธียรรัตน์ กล่าวว่า ในวันนี้ดิฉันในนามประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ได้นำเครื่องฟอกอากาศและฆ่าเชื้อโรค จำนวน 3 เครื่อง (เป็นจำนวนเงิน 78,000 บาท) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก กลุ่มไทยสมายล์ (รถและเรือโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า) มามอบให้กับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อนำไปส่งต่อให้กับสถาบันการแพทย์แผนไทย สำหรับสถาบันการแพทย์แผนไทย มีหน้าที่ในการ พัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรม การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก และสมุนไพร พร้อมทั้งให้บริการในระบบบริการสุขภาพที่เป็นเลิศ เพียงพอ และครอบคลุม รวมถึงส่งเสริม และสนับสนุนการพัฒนาการแพทย์แผนไทย นวดไทย สมุนไพรไทย การแพทย์ทางเลือก เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างอาชีพ เสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชน และคุณภาพชีวิตประชาชน โดยภายในสถาบันฯ ยังมีบุคคลากรทำงานกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน 

และมีประชาชนเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก นับว่ามีปัจจัยเสี่ยงในด้านของคุณภาพอากาศและเชื้อโรคที่อาจส่งผลต่อสุขภาพ ​นางเธียรรัตน์ กล่าวต่อว่า การที่มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ได้นำเครื่องฟอกอากาศและฆ่าเชื้อโรค มามอบในครั้งนี้ เพื่อต้องการมอบอากาศ “บริสุทธิ์” บรรเทาปัญหาในด้านคุณภาพอากาศและฆ่าเชื้อโรค ให้กับบุคลากรภายในสถาบันฯ รวมทั้งพี่น้องประชาชนทั่วไปที่เข้ามาใช้บริการ ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ ในด้านการสนับสนุนช่วยเหลือด้านการแพทย์ และสาธารณสุข รวมทั้งเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสาธารณประโยชน์ ต่อชุมชน ทำนุบำรุงศาสนา และช่วยพัฒนาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

'สกลธี' เสียดาย!! กทม.โอนภารกิจลงทุนรถไฟฟ้าใหม่ 3 เส้นคืนให้คมนาคม พร้อมวิเคราะห์ 4 ข้อ 'ถูก-ผิด' ที่อยากให้ กทม.ลองนำไปพิจารณาใหม่

(1 มี.ค.67) นายสกลธี ภัททิยกุล อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

เห็นข่าวที่ผู้บริหาร กทม.จะโอนภารกิจลงทุนรถไฟฟ้าใหม่ 3 เส้นทางประกอบด้วย สายสีเทา ระยะที่ 1 (วัชรพล - ทองหล่อ) สายสีเงิน (บางนา - สุวรรณภูมิ) และสายสีฟ้า (ดินแดง - สาทร) คืนกลับให้กระทรวงคมนาคมแล้วบอกตรงๆ ว่าเสียดายครับ

ทั้ง 3 เส้นทางเป็นโครงการที่อยู่ในภารกิจของ กทม. และได้ทำการศึกษามานาน แต่ยังไม่ได้ลงมือทำเพราะใช้งบประมาณเยอะพอสมควร ซึ่งก็เป็นเหตุผลที่ทางผู้บริหาร กทม. ได้ให้ข่าวกับทางสื่อสารมวลชน ประกอบกับให้เหตุผลว่าการโอนภารกิจกลับคืนกระทรวงคมนาคมจะได้ประสานคิดค่าตั๋วร่วมกับรถไฟฟ้าสายสีอื่นภายใต้กระทรวงคมนาคมง่ายกว่าไม่มีค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน ประโยชน์จะได้เกิดกับประชาชนสูงสุด

อันนี้ผมว่ามีทั้งส่วนถูกและไม่ถูกครับ

1. เรื่องการลงทุนมีส่วนถูกคือถ้าให้ กทม. ลงทุนเพียงฝ่ายเดียวก็คงเกิดยากและกระทบกับงบประมาณในส่วนอื่นที่ต้องดูแลพี่น้องชาวกรุงเทพฯ แต่โครงการใหญ่แบบนี้โดยเฉพาะทั้ง 3 เส้นทางที่มีผู้อยู่อาศัยและศักยภาพในการใช้บริการจำนวนมากย่อมดึงดูดเอกชนให้มาร่วมทุนได้อย่างแน่นอน รวมถึงยังสามารถบริหารจัดการสินทรัพย์โดยรอบสถานีในรูปของการเช่า การโฆษณาหรือการเชื่อมต่อสถานีกับอาคารต่างๆ กลับคืนมาได้ไม่มากก็น้อย 

2. หรือถ้าหาเอกชนร่วมทุนไม่ได้จริงๆ (ซึ่งกรณีนี้ผมว่ามีโอกาส แต่ยากมาก เพราะทั้ง 3 เส้นทางมีศักยภาพในการดึงดูดเอกชนมาลงทุน) ด้วยสายสัมพันธ์ของท่านผู้ว่าฯ กับรัฐบาลน่าจะแบ่งงบประมาณ มาลงทุนในโครงการเหล่านี้ได้ไม่มากก็น้อย

3. เรื่องค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนอันนี้ถูกครับว่าไม่ควรเก็บ แต่การโอนทั้ง 3 เส้นทางไปให้กระทรวงคมนาคม สมมติว่าก่อสร้างเสร็จทั้ง 3 เส้นทาง ส่วนใหญ่ก็ต้องมาเชื่อมกับสายสีเขียว (ของ กทม.) ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของกรุงเทพฯ อยู่ดี ความซ้ำซ้อนก็ยังคงมีอยู่ ทางที่ถูกควรจะนั่งเจรจากันระหว่าง กทม. กับรัฐบาลแก้ปัญหาเรื่องการเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนและใช้ตั๋วร่วมใบเดียวให้เกิดให้ได้ซักที เหมือน Octopus card ของฮ่องกง ที่ใช้ได้เกือบทุกการคมนาคมขนส่งและร้านสะดวกซื้อ

4. ถึงที่สุดถ้าเลือกโอนไปให้กระทรวงคมนาคมและกระทรวงคมนาคมรับขึ้นมา ก็ใช่ว่าโครงการจะเกิดได้เร็ว เนื่องจากในส่วนของทางกระทรวงคมนาคมก็มีโครงการอีกมากมายของตัวเองที่ต้องผลักดันทั่วประเทศ รวมถึงรถไฟในกรุงเทพฯ อีกหลายเส้นทางที่อยู่ภายใต้กระทรวงคมนาคมก็ยังไม่เกิด ยิ่งโครงการเรือธงของกระทรวงอยากจะทำเรื่อง Land Bridge ซึ่งใช้งบประมาณเป็นล้านๆ บาท ความเร่งด่วนของรถไฟฟ้าทั้ง 3 สายในกรุงเทพฯ น่าจะไม่อยู่ในสายตาของทางกระทรวงแน่นอนครับ

ที่กล่าวมาทั้งหมดก็อยากจะหวังเห็นทีมผู้บริหาร  กทม. ชุดนี้ใช้ความพยายามสูงสุดทุกทางในการที่จะให้โครงการเกิดเสียก่อน ถ้าเดินแล้วมันไม่ได้หรือติดจริงๆ จะยกโอนให้กระทรวงคมนาคมผมว่าคนกรุงเทพฯ ก็คงไม่ติดใจครับ

เอาไว้วันหลังมีโอกาสจะมาแบ่งปันสิ่งดีๆ ที่อยากให้เกิดในกรุงเทพฯ ของเราเพื่อให้เมืองของเราอยู่สบายและมีความสุขเหมือนเมืองใหญ่ๆ ทั่วโลกครับ

ป.ล. อีกสิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้เกิดมากและเยอะๆ คือขนส่งสาธารณะสายรองหรือ Feeder ที่จะพาคนเข้าขนส่งขนาดใหญ่ได้สะดวกขึ้น เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะมีบ้านหรือคอนโดอยู่ในระยะเดินถึงสถานีรถไฟฟ้าได้ครับ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top