Thursday, 4 June 2026
NEWS FEED

ผลงานเข้าตา!! บาเยิร์นล็อกอนาคต “ไมคอน คาร์โดโซ” ดาวรุ่งวัย 17 โตในไทย ต่อสัญญายาวลุ้นขึ้นชุดใหญ่ เน้นเก็บประสบการณ์ลีกเจ้าเดิม

บาเยิร์นต่อสัญญา “ไมคอน คาร์โดโซ” ดาวรุ่งวัย 17 โตในไทย ล็อกอนาคตลุ้นปั้นขึ้นทีมชุดใหญ่

สโมสรบาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่บุนเดสลีกา ประกาศต่อสัญญาระยะยาวกับ 'ไมคอน คาร์โดโซ' แนวรุกดาวรุ่งวัย 17 ปีผู้เติบโตในไทย แม้ไม่เปิดเผยรายละเอียดสัญญา แต่คาดว่าครอบคลุมถึงปี 2027 ขึ้นไป

เว็บไซต์สโมสรระบุว่า 'ไมคอน' ทำผลงานโดดเด่นกับทีม U-19 ฤดูกาล 2025/26 ก่อนถูกเลื่อนขึ้นทีม U-23 ต้นปี 2026 ความก้าวหน้าทั้งเทคนิคและความเข้าใจเกมทำให้เขามีโอกาสเปิดตัวในเกมอุ่นเครื่องทีมชุดใหญ่กับเรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก โดยบาเยิร์นมั่นใจในศักยภาพของเขาอย่างสูง

เจ้าตัวจะเก็บประสบการณ์กับทีมสำรอง FC Bayern Amateure ในลีก Regionalliga คู่กับทีม U-23 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญสำหรับการฝึกฝน ก่อนก้าวสู่ทีมชุดใหญ่เต็มตัวตามเป้าหมาย ก่อนหน้านี้ 'ไมคอน' เกิดที่บราซิลแต่เติบโตในราชบุรี ไทย เข้าร่วม STB Sports Thai Bavaria Academy และก้าวสู่ Global Academy ที่ Bayern Campus พร้อมรับเลือกเข้าโครงการ U-19 World Squad ที่แสดงพัฒนาการต่อเนื่อง

'ไมคอน' ได้กล่าวผ่านทางสโมสรว่า "นี่เป็นก้าวสำคัญในเส้นทางลูกหนังของผม และผมพร้อมจะทำงานหนักเพื่อโอกาสในทีมชุดใหญ่" ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นของดาวรุ่งรายนี้ในอนาคต

ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1633550/

มาดามแป้งปลื้ม!! ทีมสาวยู-20 เฉือนชนะ โมร็อกโก 5-4 คว้าชัย 2 นัดติดในรายการพิเศษ เตรียมพร้อมสู้ศึกคัดบอลโลก 2569 พบรัสเซีย 6 มี.ค.นี้ เวลา 19.00

(4 มี.ค. 69) มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย โพสต์ข้อความชื่นชมทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ที่ร่วมแข่งรายการ BEE GIRLS TROPHY 2026 ที่ประเทศตุรกี หลังโต๊ะ 2 เฉือนชนะโมร็อกโก 5-4 เก็บชัยชนะเกมที่สองติดต่อกันได้สำเร็จ

มาดามแป้งกล่าวผ่านโพสต์ในแพลตฟอร์ม X ว่า "เก่งมากลูกๆ ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย U20 อีกหนึ่งชุดความหวัง เก็บชัยชนะ 2 นัดติดในฟุตบอลรายการ Bee Girls Trophy 2026 (ชนะ จอร์แดน 1-0, โมร็อกโก 5-4) เหลืออีกนัดต้องเต็มที่-เตรียมก่อนศึกคัดบอลโลกที่ไทย เม.ย.นี้ ฝากเด็กๆ ชุดนี้ด้วยนะคะ"

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันนัดถัดไป ทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย U20 จะพบกับรัสเซียในวันที่ 6 มีนาคมนี้ เวลา 19.00 น. เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนศึกคัดเลือกบอลโลก ขณะที่ผลงานช่วงนี้แสดงถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นของทีมสู่เวทีระดับโลก

การแข่งขันฟุตบอลหญิงรุ่นยู-20 ในรายการ BEE GIRLS TROPHY 2026 ถือเป็นเวทีสำคัญของการพัฒนาฟุตบอลหญิงไทยสู่ระดับนานาชาติ การชนะอย่างต่อเนื่องในรายการนี้สร้างความเชื่อมั่นว่าทีมมีความแข็งแกร่งในการเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10158521

ชู AI ยกระดับท่องเที่ยวดิจิทัลไทย ใช้ระบบคลาวด์มาตรฐานสากล วางแผนทริปครบในแอปเดียว ดร.มนธ์สินี ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรม

กรุงเทพมหานคร – 24 กุมภาพันธ์ 2569 – มาสเตอร์การ์ด และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวแอปพลิเคชัน "Amazing Thailand" โฉมใหม่อย่างเป็นทางการ ณ Dusit Central Park โดยมีหัวใจหลักคือการผสาน Mastercard Integration Layer เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ระดับโลกให้กับผู้ถือบัตรมาสเตอร์การ์ดทั่วโลกที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย โดยผู้ที่สนใจสามารถศึกษา รายละเอียดเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่าง ททท. และ มาสเตอร์การ์ด เพิ่มเติมได้จากบทความอย่างเป็นทางการของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วิสัยทัศน์สู่การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล

ผู้บริหารระดับสูงจาก ททท. และ มาสเตอร์การ์ด ร่วมกันแสดงวิสัยทัศน์ถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบเฉพาะบุคคล (Hyper-Personalization) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน

ยกระดับเทคโนโลยีสู่มาตรฐาน Cloud-Native

ผู้อยู่เบื้องหลังการวางกลยุทธ์ทางเทคนิคในครั้งนี้คือ ดร. มนธ์สินี กีรติไกรนนท์ ในฐานะ AI Advocate ของคณะทำงานแผนแม่บทดิจิทัล ททท. และ ที่ปรึกษากรรมการ บริษัท พรีดิคทีฟ จำกัด (Predictive Co., Ltd.) โดย ดร. มนธ์สินี ได้ผลักดันการทำ App Modernization ให้เป็นระบบ Cloud-native อย่างเต็มรูปแบบ ประกอบด้วย:

- ระบบสถาปัตยกรรม Microservices: ใช้เทคโนโลยี Containerization เพื่อให้ระบบรองรับการขยายตัวอัตโนมัติ (Auto-scaling) และมีความเสถียรสูงสุด (High Availability)

 - โครงสร้าง API-First: เชื่อมต่อข้อมูลกับคลังข้อมูลกลาง (Centralized Data Warehouse) ได้อย่างไร้รอยต่อและปลอดภัยตามมาตรฐานสากล

- การวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง: ติดตั้ง Google Analytics 4 (GA4) เพื่อวิเคราะห์เส้นทางการใช้งาน (Customer Journey) ของนักท่องเที่ยวอย่างละเอียด

 - นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ TAT-AI: บูรณาการ TAT-AI Widget เพื่อเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะในการตอบโต้ข้อมูลกับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบเรียลไทม์

นอกจากนี้ สื่อเศรษฐกิจของประเทศได้รายงานข่าวเกี่ยวกับโครงการดังกล่าวเพิ่มเติม ถึงผลกระทบเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจดิจิทัลในภาพรวม

JB League ลุยคัดตัว!! เปิดรับสมัคร U10–U11 ค้นหาดาวรุ่งสู่เส้นทางมือโปร ปั้นดาวรุ่งบาสรุ่นจิ๋วเข้าลีกมาตรฐานสากล กิจกรรมช่วงปลายมีนาคมนี้

(3 มี.ค. 69) Junior Ballers League หรือ JB League เปิดรับสมัครนักกีฬาบาสเกตบอลเยาวชนรุ่นอายุ 10 และ 11 ปี เพื่อคัดเลือกเข้าสู่ลีกการแข่งขันบาสเกตบอลเยาวชนจำลองบรรยากาศมาตรฐานสากลในปี 2026 โดยกิจกรรม Tryouts จะจัดขึ้นวันที่ 28-29 มีนาคม 2569 ที่โรงเรียนเด่นหล้า บริติช สคูล พร้อมเปิดรับสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ถึง 20 มีนาคมนี้

กฤติกร ธนมหามงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JB League ระบุว่า "การจัด Tryouts ไม่ใช่เพียงการคัดเลือกผู้เล่น แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบนิเวศที่ช่วยผลักดันศักยภาพของเด็กๆ อย่างเป็นระบบ" ผู้จัดตั้งใจสร้างพื้นที่แห่งโอกาสเพื่อปั้นเยาวชนเข้าสู่วงการบาสเกตบอลไทยอย่างมืออาชีพ

นอกจากนี้ JB League ยังเปิดตัววิดีโอโปรโมทสุดพิเศษที่รวบรวมเยาวชนนักบาสเกตบอลที่ได้รับความสนใจ เช่น 'โฮมมี่' และ 'เทียร่า' เพื่อถ่ายทอดแรงบันดาลใจและทุ่มเทในสนามแข่งขัน สะท้อนพลังมิตรภาพและความมุ่งมั่น

การคัดตัวครั้งนี้เปิดโอกาสสำหรับรุ่นอายุ 10 ปี (ผู้เกิดหลัง 27 ก.ค. 2558) และรุ่นอายุ 11 ปี (ผู้เกิดหลัง 27 ก.ค. 2557) ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้เข้าร่วมครอบครัว JB League ที่เน้นปลูกฝังทัศนคติและพัฒนาตนเองเพื่อเติบโตอย่างยั่งยืนในกีฬาบาสเกตบอล

ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: Junior Ballers League Thailand และ Instagram: jbleaguethailand

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10156397

หมอนทองวิทยาเดือด!! ไม่ใช่แค่ดราม่าบอลเด็ก แต่นี่คือ “ระบบไทย” ที่โตไม่ทันความดัง ชี้ปัญหาลึกซึ้งในทีมเยาวชนไทย เด็กถูกลากเป็นตัวประกันสงครามผู้ใหญ่

(2 มี.ค. 69) เรื่องดราม่าของทีมฟุตบอลโรงเรียนหมอนทองวิทยาล่าสุดไม่ใช่แค่เหตุการณ์ในวงการกีฬาเด็กทั่วไป แต่สะท้อนภาพรวมปัญหาสังคมไทยที่เกิดซ้ำในหลายวงการ ทั้งการศึกษา องค์กร และการเมือง

เหตุการณ์นี้เผยให้เห็นว่าเมื่อทีมเด็กที่มีชื่อเสียงถูกจับตามองมากขึ้น ความขัดแย้งและแรงกดดันก็ยิ่งเพิ่ม จนทำให้เด็ก ๆ กลายเป็นตัวประกันในความขัดแย้งของผู้ใหญ่ ทั้งในด้านการบริหารทีม การจัดตารางแข่งขัน และความคาดหวังของสังคมที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

จากการรายงานข่าว มีความซับซ้อนมากกว่าปัญหาความขัดแย้งส่วนบุคคล เผยให้เห็นจุดอ่อนในระบบสังคมที่ไม่สามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในวงการกีฬาเยาวชนที่พึ่งพาบุคคลเก่งมากกว่าระบบที่มั่นคง พร้อมมีคำถามสำคัญเช่น "เด็กได้รับการคุ้มครองจากดราม่าสาธารณะหรือไม่"

บทเรียนสำคัญที่สังคมไทยควรตระหนักคือ การรักษาระบบสนับสนุนเยาวชนไม่ให้พังไปกับความขัดแย้งของผู้ใหญ่ รวมถึงการสร้างโครงสร้างบริหารที่ชัดเจน สิทธิหน้าที่ของโค้ช ชมรมและผู้ปกครองที่แยกออกจากกันอย่างชัดเจน และความโปร่งใสในการใช้ทรัพยากร

ถ้าสังคมไม่เปลี่ยนแปลง ปัญหาจะเกิดซ้ำในวงการอื่นต่อไป แต่ถ้าเรา "ยืนอยู่ฝั่งเดียวกับหลักการนี้" โดยปกป้องเด็ก ไม่ให้เป็นตัวประกันของผู้ใหญ่ ก็ดูเหมือนจะเป็นก้าวแรกของการแก้ไขปัญหาที่แท้จริ

กระสุนถึงมือสโมสร!! สมาคมบอลโอนเข้าบัญชีสโมสรครบทุกทีม ยอดรวมวันนี้ 99.25 ล้านบาท สะท้อนความจริงจังดันคุณภาพทั้งโครงสร้าง ชูแผนสร้างความมั่นคงระยะยาว

(28 ก.พ. 69) สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ประกาศอนุมัติจ่ายเงินสนับสนุนรอบที่ 3 ให้แก่สโมสรสมาชิกในไทยลีก 1, ไทยลีก 2 และไทยลีก 3 โดยยอดรวมทั้งสิ้น 99.25 ล้านบาท ถูกโอนเข้าบัญชีสโมสรสมาชิกทุกทีมเรียบร้อยในวันนี้

นายกสมาคมฯ 'มาดามแป้ง' นวลพรรณ ล่ำซำ ให้ข้อมูลว่า สโมสรจากไทยลีก 1 จำนวน 16 ทีมจะได้รับเงินทีมละ 3,750,000 บาท รวมเป็น 60 ล้านบาท ส่วนไทยลีก 2 อีก 18 ทีม รับทีมละ 1 ล้านบาท รวมเป็น 18 ล้านบาท และไทยลีก 3 จำนวน 68 ทีม ได้ทีมละ 312,500 บาท รวม 21.25 ล้านบาท

สำหรับฤดูกาล 2568/69 นี้ สโมสรสมาชิกได้รับเงินสนับสนุนเพิ่มขึ้นจากฤดูกาลก่อน โดยไทยลีก 1 ได้รับเพิ่มจากทีมละ 10 ล้านเป็น 15 ล้านบาท ไทยลีก 2 จาก 3 ล้านเป็น 4 ล้านบาท และไทยลีก 3 จาก 1 ล้านเป็น 1.25 ล้านบาท โดยจะแบ่งจัดสรรจ่ายเป็น 4 งวด

'มาดามแป้ง' กล่าวผ่านแถลงข่าวว่า "เงินสนับสนุนงวดที่ 3 ได้ถูกโอนเข้าบัญชีของสโมสรสมาชิกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว" สะท้อนการสนับสนุนที่ต่อเนื่องและจริงจังจากสมาคมฯ เพื่อยกระดับคุณภาพฟุตบอลไทยในทุกระดับ

การจ่ายเงินครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนสนับสนุนที่ชัดเจนเพื่อส่งเสริมการแข่งขันและพัฒนาสโมสรในแต่ละลีก ซึ่งมีความสำคัญต่อการสร้างความมั่นคงและการเติบโตของวงการฟุตบอลไทยในระยะยาว

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10153150

สายชำระ...อัตลักษณ์อันโดดเด่นของสุขาไทย

ขณะนี้ สถานการณ์ที่ผู้คนทั้งโลกกำลังเฝ้าจับตาคือ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งอาจลุกลามกลายเป็นสงครามระหว่างกัน โดยสหรัฐฯ ได้ระดมสรรพกำลังมากมายโดยเฉพาะกำลังทางเรือและทางอากาศจำนวนมากเข้าไปเตรียมพร้อมในตะวันออกกลาง ในส่วนของกำลังทางเรือนั้นประกอบด้วยเรือรบทั้งเรือบรรทุกเครื่องบินและเรือรบนานาชนิด ในส่วนของเรือบรรทุกเครื่องบิน ประกอบด้วย USS Abraham Lincoln (CVN-72) ซึ่งปฏิบัติการในพื้นที่แล้ว และ USS Gerald R. Ford (CVN-78) ขณะนี้ยังอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เพื่อมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ปฏิบัติการตะวันออกกลาง โดยปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นบนเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R. Ford (CVN-78) ในขณะนี้เป็นที่มาของเรื่องราวในบทความนี้

USS Gerald R Ford เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ลำใหญ่ที่สุดของกองทัพเรือสหรัฐฯ ราคา1.33หมื่นล้านเหรียญ มีลูกเรือประจำการ 4,600 นาย ถือเป็นหัวใจสำคัญของปฏิบัติการโจมตีในต่างประเทศของสหรัฐฯซึ่งกำลังจะไปเผชิญหน้ากับอิหร่านประสบปัญหาส้วมอุดตัน และระบบระบายน้ำเสียชำรุด จากการสัมภาษณ์ลูกเรือ พบว่าห้องสุขาส่วนใหญ่จากทั้งหมด 650 ห้องใช้งานไม่ได้ เนื่องจากขาดการบำรุงรักษาตามปกติ เพราะเรือรบมีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา สถานการณ์เลวร้ายถึงขั้นที่ว่า การขาดแคลนห้องน้ำทำให้เกิดคิวยาวถึง 45 นาทีทุกวัน เกิดการทะเลาะวิวาทกันบ่อยครั้งระหว่างลูกเรือและช่างซ่อมตัวเรือ ซึ่งรับผิดชอบงานประปาและการซ่อมแซม ยิ่งทำให้เรื่องยุ่งยากขึ้นไปอีก ที่จริงแล้ว ช่างเทคนิคต้องทำงานถึง 19 ชั่วโมงต่อวันเพื่อจัดการกับความสกปรกนี้

ปัญหาระบบส้วมบนเรือ USS Gerald R. Ford เรือบรรทุกเครื่องบินลำนี้เคยมีรายงาน ปัญหาระบบชักโครกอุดตัน ในช่วงการทดสอบและการฝึกปฏิบัติการช่วงแรก ๆ (ประมาณปี 2022) เนื่องจากระบบท่อสุขาภิบาลของเรือใช้ ระบบส6ญญากาศ (vacuum system) คล้ายเครื่องบิน แต่ลูกเรือบางส่วนทิ้งสิ่งของที่ไม่ควรลงชักโครก เช่น
- ผ้าเช็ดทำความสะอาดหรือทิสชู่เปียก (wipes)
- กระดาษขำระที่หนาเกินมาตรฐาน
- วัสดุอื่นที่ย่อยสลายยาก
จึงทำให้ท่ออุดตันหลายจุด ต้องรื้อพื้นและเพดานบางส่วนเพื่อซ่อม การซ่อมบำรุงต้องใช้เวลาซ่อมหลายวัน มีรายงานว่าค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงรวมหลายแสนดอลลาร์ ส่งผลต่อกำหนดการทดสอบเรือบางช่วง ระบบท่อถูกออกแบบให้รองรับเฉพาะ “ของเสียมนุษย์ + กระดาษชำระมาตรฐาน” เท่านั้น เมื่อมีสิ่งอื่นเข้าไป ระบบสุญญากาศจะเสียสมดุลมีปัญหาทันที

ถ้าเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Gerald R. Ford ใช้สายชำระ จะสามารถลดปริมาณการใช้กระดาษชำระได้มหาศาล แต่ต้องบังคับให้ลูกเรือใช้กระดาษชำระที่ย่อยสลายได้ง่ายด้วย เป็นการแก้ปัญหาส้วมตันไปได้ส่วนหนึ่ง ใช้เวลาไม่นานก็จะชินเอง สายชำระ (Bidet spray หรือ Bidet sprayer หรือ Hand-held bidet หรือ Bum gun (ปืนฉีดก้น)) เป็นอุปกรณ์ที่คนไทยทั้งคุ้นเคยและคุ้นชิน แต่หลายคนมองว่า ไม่ค่อยจะถูกสุขอนามัย ทุกวันนี้สุขาในบ้านเราส่วนใหญ่จะมีสายชำระใช้ประจำจนคุ้นตาและกลายเป็นความเคยชินไปแล้ว
.
ไทย เป็นประเทศที่ใช้ “สายชำระ” หรือระบบฉีดล้างแบบน้ำ อย่างแพร่หลายมากจนเป็นเรื่องปกติ มีใช้ในแทบทุกบ้าน โรงแรม ปั๊มน้ำมัน ห้างสรรพสินค้า ต่างก็ใช้สายชำระเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งถือได้ว่าเป็นประเทศที่ใช้สายชำระแบบถือ “มากที่สุดในโลก” นอกจากไทยแล้ว ประเทศในทวีปเอเชียที่ใช้สายชำระอย่างแพร่หลายมากคือ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ ศรีลังกา และประเทศในตะวันออกกลาง เช่น ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ ฯลฯ สำหรับ ญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ แม้จะไม่ได้ใช้สายชำระแบบมือถือ แต่ก็ใช้โถสุขภัณฑ์อัตโนมัติ (bidet toilet) อย่างแพร่หลาย เช่นโถสุขภัณฑ์อัตโนมัติของบริษัท TOTO โดยมากกว่า 80% ของครัวเรือนในญี่ปุ่นใช้โถสุขภัณฑ์แบบฉีดล้างอัตโนมัติ ถือว่าเป็นมาตรฐานประจำบ้าน

ในยุโรป ประเทศที่ส่วน Bidet ส่วนใหญ่อยู่ทางใต้ อาทิ อิตาลี (ใช้ bidet แยกชิ้น เป็นมาตรฐานในบ้าน) สเปน โปรตุเกส ฝรั่งเศส (ประเทศต้นกำเนิดคำว่า bidet) สำหรับประเทศที่ไม่ใช้ โดยใช้กระดาษชำระเป็นหลัก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และหลายประเทศในยุโรปเหนือ ด้วยสาเหตุเหล่านี้คือ ความเคยชินกับการใช้กระดาษชำระ (เพราะกระดาษชำระพัฒนาเร็วตั้งแต่ศตวรรษที่ 19–20 ชาวอเมริกันจึงคุ้นชินกับการใช้ “กระดาษอย่างเดียว” และไม่ชินกับการใช้น้ำ) ยุโรปเหนือและบางมลรัฐของสหรัฐฯ อากาศหนาวจัด การใช้น้ำเย็นฉีดล้างอาจไม่สบายตัว ในฤดูหนาว น้ำเย็นจนแข็ง และวัฒนธรรมไม่ได้ผลักดัน เช่นใน สหรัฐฯ “Bidet” เคยถูกมองว่าเป็นของยุโรป เป็นของใช้หรูหราที่ไม่มีความจำเป็น ระบบบ้านไม่ได้ถูกออกแบบรองรับไว้ จึงไม่ถูกติดตั้งเป็นมาตรฐานในบ้านเรือนทั่วไป

การดูแล สายชำระ ให้สะอาด และปลอดภัย มีความสำคัญมาก เพราะเป็นอุปกรณ์ที่สัมผัสกับความชื้นตลอดเวลา ถ้าไม่ดูแลอาจเกิด คราบตะกรัน เชื้อรา หรือรั่วซึมได้
- ควรทำความสะอาดเป็นประจำ (อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง)
• ใช้น้ำสบู่อ่อน ๆ หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำแบบไม่กัดกร่อน
• ใช้แปรงขนอ่อนหรือผ้าเช็ด
• ฉีดน้ำทิ้ง 2–3 วินาทีหลังทำความสะอาด เพื่อไล่สิ่งสกปรกในหัวฉีด
• หลีกเลี่ยงน้ำยาที่มีกรดแรงหรือคลอรีนเข้มข้น เพราะทำให้ซีลยางเสื่อมเร็ว
- ป้องกันตะกรัน (โดยเฉพาะพื้นที่น้ำกระด้าง) ถ้าอยู่ในพื้นที่น้ำกระด้าง:
• แช่หัวฉีดในน้ำส้มสายชูผสมน้ำ 15–30 นาที
• หรือใช้ผลิตภัณฑ์ขจัดตะกรันแบบอ่อนโยน
• เช็ดให้แห้งหลังล้าง
• หมั่นตรวจรอยรั่วอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ด้วยการเช็กจุดต่อ 3 จุด: วาล์วน้ำ ข้อต่อสาย และบริเวณหัวฉีด ถ้ามีน้ำซึมก็ขันให้แน่นขึ้น ถ้ายังรั่ว อาจต้องเปลี่ยนซีลยางหรือเปลี่ยนสายใหม่
- ปิดวาล์วน้ำเมื่อไม่ใช้ (โดยเฉพาะก่อนออกจากบ้านนาน ๆ) ช่วยลดแรงดันค้างในสาย ลดความเสี่ยงสายแตกตอนกลางคืน
- อายุการใช้งาน โดยทั่วไปควรเปลี่ยนทุก 2–5 ปี หรือเร็วกว่านั้นถ้า สายแข็ง มีสนิม แรงดันลดลง
มีรอยบวม อย่าแขวนให้หัวฉีดสัมผัสพื้น อย่าใช้แรงดันสูงสุดตลอดเวลา และสายสแตนเลสถัก จะทนกว่าสายพลาสติก
 

‘เมสซี’ เปิดใจสุดเจ็บ!! เสียดายหนัก “ไม่น่าเมินอังกฤษตอนเด็ก” ชี้พลาดจนคุยกับคนเก่งไม่รู้เรื่อง โอกาสอยู่กับคนระดับท็อป แต่สื่อสารไม่ได้ ย้ำลูกต้องเรียนและเตรียมตัวให้พร้อม

(27 ก.พ. 69) 'ลิโอเนล เมสซี' ดาวยิงชื่อดังทีมชาติอาร์เจนตินา ปัจจุบันเล่นให้ 'อินเตอร์ ไมอามี' ในเมเจอร์ ลีก ซอคเกอร์ เปิดใจผ่านพ็อดแคสต์ว่า รู้สึกเสียดายอย่างยิ่งที่ไม่ได้เรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่ยังเด็ก

'เมสซี' กล่าวว่า "มีหลายอย่างที่ผมเสียใจ การไม่ได้เรียนภาษาอังกฤษตอนที่ยังเป็นเด็ก, ผมเคยมีช่วงเวลาที่อย่างน้อยก็จะได้เรียนภาษาอังกฤษบ้างแต่ผมก็ไม่ได้ทำมัน ซึ่งผมเสียใจอย่างที่สุด"

เขายังเล่าต่อว่า "ผมเคยเจอสถานการณ์ที่ได้อยู่กับบุคคลที่น่าทึ่งหลายคน และมีโอกาสที่จะสามารถพูดคุยและสนทนาได้อย่างสนุกสนาน แต่กลับรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไร ผมคิดว่าอยู่เสมอเลยว่าผมนี่มันโง่จริง ๆ และผมเสียเวลาไปเปล่า ๆ มากแค่ไหน"

"ตอนที่คุณยังเด็ก คุณยังไม่รู้ถึงมันหรอก วันนี้ มันคือสิ่งที่ผมบอกกับลูก ๆ ของผม สำหรับความสำคัญในการมีการศึกษาที่ดี การเรียน และการเตรียมตัวให้พร้อม"

"ผมบอกลูก ๆ ของผมเสมอว่าให้ใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้ พวกเขามีสถานการณ์ที่แตกต่างจากที่ผมเคยผ่านมา แม้ว่าผมจะไม่เคยขาดอะไรเลยก็ตาม"

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10152059

“เจ้าหญิงหิมะ” คืนบัลลังก์!! ‘ไอลีน กู่’ ลูกครึ่งสหรัฐฯ-จีน ดาวเด่นสกีโอลิมปิก 6 เหรียญรวม ปิดฉากโอลิมปิกฤดูหนาว 2026 ก่อนลุยแฟชั่นวีกที่มิลาน

(26 ก.พ. 69) 'ไอลีน กู่' นักกีฬาสกีฟรีสไตล์ลูกครึ่งอเมริกัน-จีน วัย 22 ปี โดดเด่นในเวทีโอลิมปิกฤดูหนาว 2022 และ 2026 ด้วยผลงานสุดประทับใจ คว้าเหรียญรวม 6 เหรียญ ได้แก่ 3 เหรียญทอง, 2 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง พร้อมฉายา "เจ้าหญิงหิมะ" ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จและเสน่ห์ในวงการกีฬาสากล

เธอเริ่มฝึกสกีตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ก่อนมุ่งมั่นเข้าสู่ทีมสกีฟรีสไตล์ในวัย 8 ปี และตัดสินใจแข่งในนามทีมชาติจีนตั้งแต่อายุ 15 ปี เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนในจีนรักกีฬาฤดูหนาว เธอยังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดในสหรัฐฯ พร้อมสื่อสาร 2 ภาษาได้คล่องแคล่ว

ในการแข่งขันโอลิมปิก 2022 'ไอลีน' คว้า 3 เหรียญจากการแข่งขันครั้งเดียว ได้แก่ เหรียญทอง Big Air, Halfpipe และเหรียญเงิน Slopestyle เธอได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในบุคคลทรงอิทธิพลจากนิตยสาร Time ล่าสุดในโอลิมปิก 2026 แม้เผชิญบาดเจ็บเมื่อปี 2025 แต่เธอกลับมาคว้าเพิ่มอีก 3 เหรียญได้อย่างน่าทึ่ง

นอกจากกีฬาที่ชำนาญ 'ไอลีน' ยังประสบความสำเร็จในวงการแฟชั่นระดับโลก ร่วมงานกับแบรนด์ดังและขึ้นปกนิตยสารใหญ่รวมถึงงาน Met Gala และ Paris Fashion Week เธอถือเป็นไอคอนแฟชั่นของคนรุ่นใหม่

ด้วยความสามารถหลากหลายและความตั้งใจจริง 'ไอลีน กู่' จึงเป็นตัวแทนผู้หญิงยุคใหม่สู่ความฝันอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมเป็นแรงบันดาลใจสำคัญต่อเยาวชนทั่วโลก "เธอพิสูจน์ให้เห็นว่า ความมุ่งมั่นและพรสวรรค์สามารถเปลี่ยนโลกได้"
.
ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1633304/

กลับญี่ปุ่น!! ‘อิชิอิ’ อำลาประเทศไทย หลังแยกทางบีจี ปิดฉาก 6 ปีบนแผ่นดินไทย ทิ้งผลงานเด่นกับบุรีรัมย์–ช้างศึก แฟนบอลพร้อมใจขอบคุณ

(25 ก.พ. 69) 'มาซาทาดะ อิชิอิ' อดีตกุนซือบีจี ปทุม ยูไนเต็ด อำลาประเทศไทยเพื่อกลับญี่ปุ่นแล้ว หลังแยกทางกับทีมเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาและว่างงาน 16 วันก่อนบินกลับบ้านเกิด

เฮดโค้ชวัย 59 ปีเริ่มงานในไทยกับสมุทรปราการ ซิตี้ระหว่างปี 2019-2021 รวมคุมทีม 49 นัด ชนะ 20 เสมอ 10 แพ้ 19 จากนั้นย้ายไปคุมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดปี 2021-2023 มีสถิติชนะ 52 จาก 68 นัด พร้อมพาทีมคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ 2 ซีซั่น

ต่อมาเป็นกุนซือทีมชาติไทยชุดใหญ่ตั้งแต่ธันวาคม 2023 ถึงตุลาคม 2025 รวม 30 นัด ชนะ 16 เสมอ 6 แพ้ 8 พร้อมแชมป์คิงส์คัพ 1 สมัย ก่อนปิดท้ายการทำงานที่บีจี ปทุม ยูไนเต็ดคุมทีม 20 นัด ชนะ 10 เสมอ 5 แพ้ 5

ทันทีที่ข่าวเดินทางถูกเผยแพร่ มีแฟนบอลชาวไทยมากมายเข้าคอมเมนต์อวยพรและขอบคุณในความทุ่มเท เช่น "ขอบคุณที่เข้ามาพัฒนาฟุตบอลไทยให้มีทรงการเล่นที่ชัดเจน", "คุณคือโค้ชที่สุภาพและให้เกียรติคนไทยเสมอ" และ "Arigato Sensei! แล้วพบกันใหม่ในวันที่ฟุตบอลพาทั้งสองฝ่ายมาเจอกันอีกครั้ง"

เส้นทางอาชีพของ 'อิชิอิ' ในไทยสะท้อนความสำเร็จและความทุ่มเทที่ส่งผลต่อวงการฟุตบอลไทยมาตลอดหลายปีตั้งแต่เจ้าตัวเริ่มรับงานในปี 2019 จนถึงการทำทีมชาติและรวมทั้งผลงานที่บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

ที่มา : https://www.siamsport.co.th/football-thailand/thaileague-1/100324/?tbref=hp


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top