Wednesday, 30 September 2026
NEWS FEED

สัมภาษณ์ จาก เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เปิดใจ ความรู้สึกถึงประเทศไทย และคนไทย

รองศาสตราจารย์ ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการ นักเขียน นักรัฐศาสตร์และอดีตนักการทูตชาวไทย ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ได้โพสต์คลิปสัมภาษณ์ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ ที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย โดยพล.ต.ต.ปวีณ ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับประเทศไทยและคนไทยไว้ โดยมีใจความว่า ...

ก่อนอื่นเลยนะครับผมต้องขอขอบคุณคนไทยที่ช่วยกัน เปลี่ยนแปลงประเทศ โดยเฉพาะประเทศของเราที่มันมืดมิดมานาน กลายเป็นประเทศแห่งความหวัง ตรงนี้ต้องขอขอบคุณคนไทยด้วย และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่หลายคนมีความปรารถนาดี ต่อผม แน่นอนครับว่าสถานการณ์จะดีกว่าที่ผ่านมามากมาย พล.ต.ต.ปวีณ กล่าวทิ้งท้าย

สวนนงนุชพัทยา เนรมิต “สวนมิตรภาพ” (Friendship Garden)  ในสถานทูตอินเดีย เพื่อกระชับความสัมพันธ์

นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ได้นำทีมจัดสวนด้วยตนเองพร้อมทีมงานมากกว่า 100 คน เข้าปรับปรุงภูมิทัศน์สวนมิตรภาพสถทนทูตอินเดีย ประจำประเทศไทย (Friendship Garden) ที่ สถานกงสุลใหญ่ 5/120-121 อาคารโอเชียน ทาวเวอร์ 2 42nd Floor ซอย สุขุมวิท 19 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 

โดยมี นายนาเคศ สิงห์ (H.E. Mr. Nagesh Singh) เอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย อำนวยความสะดวกให้กับทางสวนนงนุชพัทยาเข้าปรับปรุงภูมิทัศน์  พร้อมขอบคุณ สวนนงนุชพัทยา ที่สรรสร้างสิ่งดีงาม เสมือนดั่งมิตรไมตรี ระหว่างสองประเทศที่มีต่อกันมายาว

ทั้งนี้สวนนงนุชพัทยา ได้นำอุปกรณ์ นักจัดสวน พร้อมต้นไม้นับพันต้น เข้าปรับภูมิทัศน์  ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวคิด Friendship Garden ซึ่งถือว่าเป็นการจัดสวนสถานฑูตอินเดีย ประจำประเทศไทยเป็นสวนลำดับที่2ของ ปี พ.ศ 2566 และเป็นสวนที่ 14 ที่เข้าปรับปรุงภูมิทัศน์ เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ ระหว่าง 2 ประเทศ ที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาอย่างยาวนาน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และโลตัส ลงพื้นที่ เร่ง “เตือนภัยนักช้อป น็อกโจร ไซเบอร์” 

เมื่อวันเสาร์ที่ 10 มิถุนายน 2566 เวลา 16.00 – 18.00 น. ณ โซนหน้า Fresh Food โลตัส สาขารามอินทรา พล.ต.ต.ชูศักดิ์ ขนาดนิด ผู้บังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี บช.สอท ,พ.ต.อ.ไพโรจน์ เพ็ชรพลอย ผกก.กลุ่มงานป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี บก.ตอท. บช.สอท,พ.ต.ท.หญิง ณพวรรณ ปัญญา อาจารย์ (สบ2) กลุ่มงานคณาจารย์ คณะสังคมศาสตร์ รร.นรต. รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ร่วมงาน

“เตือนภัยนักช้อป น็อกโจร ไซเบอร์” ที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และโลตัส พร้อม คุณสาคริต นันทจิต รองผู้อำนวยการ ฝ่าย Solution Architect, DevOps และการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและระบบสารสนเทศ โลตัส และ คุณเทวินธวี คุณารัตนวัฒน์ (จอห์นสัน) ดารา/นักแสดง

โดยวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้มุ่งรณรงค์สร้างภูมิคุ้มกันต้านภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยีให้แก่ประชาชนทั่วไป ได้ตระหนักรู้และเฝ้าระวัง ภัยจากโจรไซเบอร์ ซึ่งภายในงานมีการเสวนาหัวข้อ “เรียนรู้กลโกง...น็อกโจรไซเบอร์”  พล.ต.ต.ชูศักดิ์ ขนาดนิด ได้ยกตัวอย่างในระหว่างการเสวนา กรณีกลโกงแจ้งsmsค่าไฟ,กลโกงหลอกทำงานออนไลน์,หลอกให้กู้เงินแบบไม่ได้เงิน, ฯลฯ พร้อมยกตัวอย่างความเสียหาย

ปัจจุบันมีคนไทยตกเหยื่อกลโกงของโจรออนไลน์แล้วมีการรับแจ้งความกว่า2แสนเคส, มูลค่าความเสียหายกว่า3หมื่นล้าน ย้ำ!ให้ตั้งข้อสงสัยทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อของออนไลน์ แนะนำให้ซื้อผ่านช่องทางที่เชื่อถือได้ พร้อมให้ความรู้ถึงข้อสังเกตุเบื้องต้น เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของโจรออนไลน์ ไม่เชื่อ! ไม่รีบ! ไม่โอน!

ด้าน คุณสาคริต นันทจิต รองผู้อำนวยการ ฝ่าย Solution Architect, DevOps และการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและระบบสารสนเทศ โลตัส กล่าวเพิ่มเติม เรื่องของวิธีการจัดเก็บข้อมูลลูกค้าว่ามีการจัดเก็บข้อมูลต่างๆที่รัดกุม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเฝ้าระวังภัยออนไลน์  ทางโลตัสเองได้สร้างความมั่นใจเพิ่มเติมว่าทางโลตัสเองได้มีการยกเลิกข้อความสั้นและการแนบลิงก์ต่างๆแล้ว เพื่อไม่ให้ประชาชนสับสนระหว่างsmsที่ทางโลตัสจัดส่งกับsmsแนบลิงก์ของมิจฉาชีพ พร้อมสร้างความมั่นใจว่าโลตัสให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาโดยตลอดและยังดำเนินการอย่างเต็มที่ต่อไป

พ.ต.ท.หญิง ณพวรรณ ปัญญา รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฝากเพิ่มเติมว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มุ่งมั่นและดำเนินการสร้างภูมิคุ้มกันต้านภัยไซเบอร์ต่อไปอย่างเต็มความสามารถ ทั้งนี้อยากขอความร่วมมือในภาคประชาชนให้ช่วยกันส่งต่อ แชร์เรื่องราวกลโกงต่างๆที่ได้พบเจอเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพออนไลน์ อีกทั้งยังเป็นการร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อตัดตอนของอาชญากรรมออนไลน์ให้หมดไปจากสังคมไทย

ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือเป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในวันชาติรัสเซีย

วันที่ 9 มิ.ย. 66 พล.ร.อ.สุวิน  แจ้งยอดสุข ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือ ร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในวันชาติรัสเซีย ตามคำเชิญของสถานทูตรัสเซีย โดยมี นายเยฟกินี โทมิคิน (H.E. Mr. Evgeny Tomikhin) เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย เป็นเจ้าภาพ ณ ห้องบอลรูม โรงแรมแชงกรี-ลา ถ.เจริญกรุง กรุงเทพมหานคร

ไทยกับสหพันธรัฐรัสเซียมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 กับพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ยืนยาวมาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 126 ปี 

ในส่วนกองทัพไทยกับกองทัพรัสเซียได้ยกระดับความสัมพันธ์ทางทหารโดยแต่งตั้งผู้ช่วยทูตทหารและผู้ช่วยทูตทหารบกเมื่อ พ.ศ.2521 และในส่วนกองทัพเรือได้เปิดสำนักงานผู้ช่วยทูตทหารเรือไทยประจำกรุงมอสโก เมื่อ 1 ต.ค.55 โดยมีความร่วมมือระหว่างกองทัพเรือกับกองทัพเรือรัสเซีย ประกอบด้วย

- การประชุม Navy to Navy Talks โดยมีการหารือเกี่ยวกับความร่วมมือในหลายด้านที่จะเกิดขึ้นภายหลังการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเลระหว่าง กระทรวงกลาโหม กับ กระทรวงกลาโหมรัสเซีย
- ด้านการศึกษาและดูงาน ซึ่งกองทัพเรือจัดส่งข้าราชการไปศึกษาอบรมหลักสูตรต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
- การเยี่ยมเยือนเมืองท่าของเรือรบของทั้งสองประเทศ เช่น การเยือนเมืองท่าของนักเรียนนายเรือ
- ความร่วมมือในการฝึกทางทะเล และการฝึกอื่นๆ เช่น การฝึก PASSEX
- ความร่วมมือด้านการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล เป็นผลจากการประชุม Navy to Navy Talks ซึงเป็นการฝึกในระดับทวิภาคี
- ความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข่าวสาร
- ความร่วมมือด้านการสนับสนุนการส่งกำลังบำรุง ให้มีการจัดทำแนวทางในการสนับสนุนการส่งกำลังบำรุงของเรือรบและเรือช่วยรบ ระหว่างการเยี่ยมเมืองท่าและในกรณีซ่อมทำฉุกเฉิน ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการ
- ความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เช่น การจัดดุริยางค์ทหารเรือเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ระหว่างสองประเทศ

อันเป็นไปตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือในการเสริมสร้างความสัมพันธ์และการมีบทบาทนำด้านความร่วมมือ และความมั่นคงในภูมิภาคให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (สดช.) ลงพื้นที่ติดตามประเมินผลโครงการติดตั้งเทคโนโลยี 5G

(9 มิ.ย 2566) นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และคณะผู้บริหารสดช. พร้อมด้วยนางสุรีพร พรโสภณวิชญ์ ผู้อำนวยการกองบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ลงพื้นที่เพื่อติดตามประเมินผล โครงการติดตั้งเทคโนโลยี 5G สำหรับระบบบริหาร จัดการเมืองอัจฉริยะ ครั้งที่ 2 ที่ เทศบาลตำบลบ้านฉาง อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง เทศบาลตำบลบ้านฉางดำเนินการพัฒนาโครงการสร้างพื้นฐานด้วยระบบดิจิทัล ตามนโยบายพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC)

โดยโครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อการนำศักยภาพทางเทคโนโลยีและการสื่อสารโทรคมนาคมอัจฉริยะด้วยระบบ 5G สำหรับปฏิบัติงานในการบริการประชาชน และบริการสาธารณะมาใช้งาน เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาด้านโครงข่ายการสื่อสารระหว่างหน่วยงานหรือองค์กร รวมทั้งปัญหาด้านระบบจัดเก็บข้อมูล อีกทั้งการจัดทำโครงการติดตั้งเทคโนโลยี 5G สำหรับระบบบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ เป็นการช่วยยกระดับการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตของประชาชน และการสร้างโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจในพื้นที่ท้องถิ่น

โดยมุ่งเน้นไปที่มาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ ประชาชน ผู้อาศัยในอำเภอบ้านฉาง นักท่องเที่ยว และเอกชนผู้ประกอบการธุรกิจ จะได้รับบริการและการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G Smart city และหน่วยงานของรัฐจะพัฒนาเป็นองค์กรดิจิทัล สามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลในการปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

ทั้งนี้ นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมคณะผู้บริหาร ได้เดินทางไปเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการ Data Center ซึ่งเป็นห้องควบคุมระบบความปลอดภัยและกล้องวงจรปิดของตำบลบ้านฉางทั้งหมด เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุขัดข้องทางเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการลงพื้นที่ช่วยได้อย่างทันท่วงที ลดอุบัติเหตุและการก่ออาชญากรรมในพื้นที่ สร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และเดินทางไปสำรวจเสาอัจฉริยะ ณ โรงเรียนบ้านฉางกาญจนกุลวิทยา ซึ่งเป็นจุดติดตั้งเสาอัจฉริยะอีกหนึ่งจุดของโครงการติดตั้งเทคโนโลยี 5G สำหรับระบบบริหารเมืองอัจฉริยะและเป็นพื้นที่เฝ้าระวังโดยกล้องวงจรปิด CCTV พร้อมอุปกรณ์แจ้งขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน SOS และกระจายสัญญาณ Wireless Fidelity (Wi-Fi) ฟรีให้กับประชาชน

ด้าน นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ได้มาติดตามการจัดสรรทุนตามนโยบายของคณะกรรมการ 5G แห่งชาติ ซึ่งจะควบคุมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น ด้านสาธารณสุข ด้านการเกษตร การศึกษา และการคมนาคม เป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการขับเคลื่อนเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในตำบลบ้านฉาง เรื่องของระบบนิเวศหรือมลพิษ จะมีเสาที่นำมาติดตั้งจำนวน 20 เสาและมีห้องควบคุมในการตรวจสอบเรื่องความปลอดภัย เนื่องจากบ้านฉางจังหวัดระยองเป็นการนำร่องจังหวัดตัวอย่าง Smart city ให้กับเมืองอื่นๆ ที่อยากจะพัฒนาในส่วนนี้

นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยังกล่าวต่ออีกว่า เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการขับเคลื่อนด้วยข้อมูลขนาดใหญ่ จะทำให้ระบบราชการ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการส่วนกลางข้าราชการส่วนท้องถิ่น ก็สามารถที่จะนำข้อมูลนั้นnมาวิเคราะห์ประมูลข้อมูลสามารถทราบได้ว่าจำนวนครัวเรือนที่เกิดขึ้นการศึกษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน นักท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวต่างๆรวมถึงการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเพราะฉะนั้นเทคโนโลยี 5Gจึงเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญที่จะมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่และช่วยให้ผู้บริหารนำมาวางแผนนำมากำหนดโครงการนำมาติดตามประเมินผลเพื่อที่จะใช้แก้ไขงานที่ดำเนินไปแล้วให้ปรับปรุงได้ดียิ่งขึ้น

จากการลงพื้นที่ครั้งนี้พบว่าผลตอบรับจากประชาชนที่อยู่ในตำบลบ้านฉางต่างรู้สึกพึงพอใจกับโครงการนี้ เนื่องจากทำให้เข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้นด้วยระบบ Wireless Fidelity (Wi-Fi) ฟรี และระบบการรักษาความปลอดภัยที่ครอบคลุมพื้นที่จากกล้อง CCTV ของเสาอัจฉริยะ

‘ขี้คุกเขียนรูป’ โพสต์ข้อความสุดซึ้ง สำนึกในพระคุณของแม่ ที่ยอมทนลำบากเพื่อลูก

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ที่ชื่อ ‘ขี้คุกเขียนรูป’ ได้โพสต์ข้อความสุดซึ้ง ถึงแม่ ที่ต้องทนลำบากขายของ เพื่อนำเงินมาให้ลูก โดยมีใจความว่า ...

เมื่อครั้งที่เราอยู่ข้างใน…เคยสงสัยว่าแม่เอาเงินที่ไหนมาเยี่ยมเราทุกอาทิตย์เลย 
เวลาถาม..แม่จะตอบกลับมาว่า แม่ขายของมา บอมม์อย่าห่วง
พอเราได้มีโอกาศออกมา…วันนั้นแม่บอกแม่ขายของ เราผ่านทางนั้นพอดีเลยแวะไปดู
สิ่งแรกที่เห็นน้ำตามันไหลออกมาเองเลย แม่ลำบากขนของขึ้นรถมาขาย หนักมาก
ไม่เคยอายว่าจะบอกใครว่าแม่ทำอาชีพอะไร…เพราะอาชีพนี้ล่ะที่แม่ส่งเรา10ปีข้างใน
ทุกวันนี้บอกให้หยุดขายได้แล้ว…แต่แม่ก็บอกว่าออกไปขายคลายเครียดเบื่ออยู่บ้าน
#จะขับรถเก๋งหรือใส่ทองเส้นเท่าควาย แต่ถ้าพ่อแม่ยังไม่สบายผมยอมไม่มีอะไรดีกว่า
สิ่งเดียวที่แม่ขอเลยคือ #อย่ากลับไปเป็นแบบเดิมก็พอ
ไม่ว่าเราจะเป็นคนดีหรือเลวผู้หญิงคนเดียวที่ไม่เคยทิ้งเราไปไหนเลยคือ….แม่
ผมบอกรักแม่ทุกวัน…เพราะทุกวันคือวันแม่ของผม

เครื่องบินการบินไทย เฉี่ยวเครื่องบินของ EVA  ที่สนามบินฮาเนดะ โตเกียว เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

โดยเครื่องบินทั้งสองลำนั้น มีผู้โดยสารและลูกเรือมากกว่า 200 คน ซึ่งทุกคนปลอดภัยดี แต่ปีกเครื่องบินของการบินไทยนั้น ได้รับความเสียหาย 

‘เรวดี ศรีท้าว’ อดีตสาวลมกรดทีมชาติไทย โพสต์ข้อความ จบ กอส. เหมือนกัน ย้ำ เป็นผู้กองไม่ต้องรอนาน ถ้ามีคุณสมบัติพร้อม

9 มิ.ย. 2566 - เรวดี ศรีท้าว วัฒนสิน อดีตนักวิ่งลมกรดทีมชาติไทย โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า ดิฉันอบรมหลักสูตร กอส. 11 ถ้าใครเคยทราบพี่เคยเป็นตำรวจ ตอนพี่เรียนจบป.ตรี พี่ได้สมัครเข้าเป็นตำรวจร่วมกับนักกรีฑาทีมชาติหลายคน พี่เป็นรุ่นแรกของนักกรีฑาทีมชาติที่เข้าตำรวจครั้งแรกยศ พลตำรวจ จากนั้นเข้าอบรมในหลักสูตร กอส.แล้วแต่ว่าปีไหนจัดอบรม 3 เดือน หรือ 6 เดือน รุ่นพี่มีนักกีฬายิงปืน นักฟุตบอล ทีมชาติ หลายคน หลักสูตรนี้มีมานานแล้วค่ะ

เอาง่ายๆสมัยพี่อบรมปี 2534 สามีพี่ 2535 อบรมเสร็จก็ติดยศ ร้อยตำรวจตรี ประมาณ 6 เดือนก็เลื่อนยศเป็นร้อยตำรวจโท และเลื่อนขึ้นเป็นร้อยตำรวจเอก ตามลำดับถ้าได้อยู่ในที่ๆมีตำแหน่ง จึงไม่แปลกอะไร

สำหรับพี่ๆแค่ งง ว่าทำไมมาตีตำรวจเรื่องนี้คือพี่ขำค่ะ เพราะเลื่อนจากร้อยตำรวจตรีเป็นร้อยตำรวจเอก ถ้ามีตำแหน่งมันไม่ต้องรอนานถึง 10 ปี 20 ปีอย่างที่ออกมาพูดมาบอกกันเลยค่ะ

และหลักสูตร กอส.ก็มีไว้สำหรับอบรมตำรวจที่จบปริญญาตรีจากชั้นประทวนขึ้นเป็นสัญญาบัตร คนทั่วไปที่ไม่ได้จบโรงเรียนนายร้อยตำรวจค่ะ พี่จึงขำมาก กับน้องนักร้องคนหนึ่งติดยศจากร้อยตำรวจตรี-ร้อยตำรวจโท-ร้อยตำรวจเอก กลายเป็นประเด็นร้อนเพราะมีเงื่อนงำในหลักสูตร กอส.

กองพลทหารราบที่ 6 ร่วมกับ สถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดทำบันทึกความร่วมมือการจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษา

วันที่ 9 มิถุนายน 2566  กองพลทหารราบที่ 6 ค่ายสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ร่วมกับ สถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บันทึกความร่วมมือการจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษา โดยมี พลตรีวีระยุทธ รักษ์ศิลป์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 พันเอกสมภพ ภาระเวช รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 ค่ายสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช นายพรณรงค์ วรศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายปรัชญา ตะภา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม รองผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือ ในครั้งนี้ เพื่อพัฒนากำลังคนให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีสมรรถนะที่สอดคล้องกับความต้องการในการพัฒนาประเทศไทย 4.0

โดยขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมในการจัดการอาชีวศึกษา (สานพลังประชารัฐ / กรอ.อศ / อ.กรอ.อศ / สถานประกอบการและหน่วยงาน) ในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา สืบสานเจตนารมณ์ร่วมกันในการจัดการอาชีวศึกษา และฝึกอบรมวิชาชีพ เพื่อผลิตบุคลากรในระดับฝีมือ ระดับเทคนิค และระดับเทคโนโลยี ทั้งนี้กองพลทหารราบที่ 6 ค่ายสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้เล็งเห็นความสำคัญในการจัดการศึกษา และได้ส่งเสริมสนับสนุนในการจัดการศึกษาที่ผ่านมา ซึ่งหลักสูตรที่จัดการเรียนการสอน มีจำนวน 3 หลักสูตร คือ 1.หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ ระบบทวิภาคี  2.หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) ระบบทวิภาคี และ  3.หลักสูตรการอบรมวิชาชีพระยะสั้น ตลอดจนความร่วมมือที่ดี อาทิ โครงการทหารพันธุ์ดี กองพลทหารราบที่ 6 ค่ายสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช


ปุรุศักดิ์  แสนกล้า  รายงาน

‘ดร.หิ’ ห่วงกระแส ‘ความกตัญญู’ ของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนผัน ชี้ อาจทำคนไทยแข็งกระด้าง ทำลายรากฐานอันดีงามของสังคม

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 66 ดร. หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้สัมภาษณ์ผ่านรายการ ‘คุยกับ ดร. หิมาลัย’ ถึงประเด็นค่านิยมความกตัญญูของสังคมไทยในปัจจุบัน ที่ค่อนข้าง ‘น่ากังวล’ เป็นอย่างยิ่ง โดย ดร. หิมาลัย ระบุว่า…

กระแสความกตัญญูของสังคมไทยในตอนนี้เป็นเรื่องที่ตนเป็นห่วง ยิ่งกว่าเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล และการเมืองเสียอีก ซึ่งตนไม่ทราบว่าแนวคิดเช่นนี้เข้ามาในสังคมได้อย่างไร

“ผมขอบอกเลยว่า แนวคิดเช่นนี้ เป็นแนวคิดที่ทำลายรากฐานความคิดของคนไทย ทำลายความคิดพื้นฐานดั้งเดิมไปจนหมด และเห็นได้ชัดว่าทุกวันนี้ เด็กรุ่นใหม่ คนรุ่นใหม่ก็ยึดหลักแนวคิดความเท่าเทียม ที่ทุกอย่างต้องเท่าเทียมไปเสียหมด แนวคิดที่บอกว่าพ่อแม่ไม่ได้มีบุญคุณ เพราะเป็นฝ่ายทำให้เกิดขึ้นมาเอง โดยที่ลูกไม่ได้มีโอกาสเลือก ดังนั้นจึงต้องดูแลตามหน้าที่ หากมองในมุมของเขาก็อาจจะถูก เพราะเหรียญย่อมมี 2 ด้าน แต่ในบริบทของสังคมนั้น มีหลายด้าน หลายแง่มุมยิ่งกว่าเหรียญเสียอีก

หากมองแนวคิดนี้ในมุมของคนรุ่นใหม่ก็อาจมองได้ เพราะก็เหมือนกับการมองว่า พ่อแม่ทำให้ลูกเกิดมาก็มีหน้าที่ต้องเลี้ยงลูก เหมือนกับการซื้อสัตว์เลี้ยงก็ต้องรับผิดชอบดูแล เหมือนกับการที่คุณครูมีหน้าที่สอนหนังสือตามการจ้างงาน รัฐบาล หรือเหมือนกับการที่รัฐบาลมีหน้าที่ต้องดูแลรับใช้ประชาชน เพราะประชาชนเป็นผู้เสียภาษีให้ จะมองอย่างนี้ก็ย่อมได้ แต่การมองบริบทสังคมแบบนี้ ผมคิดว่าเป็นการมองแบบ ‘ไร้หัวใจ’” ดร. หิมาลัย กล่าว

ดร. หิมาลัย ยังได้เล่าถึงแง่มุมชีวิตส่วนตัว ถึงเรื่องราวของคุณแม่ที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงของตน พร้อมเล่าว่า ตนนั้นจะเข้าไปกราบเท้าของคุณแม่ที่เตียงเป็นประจำทุกวัน ทั้งเช้าและเย็น ก่อนไปทำงาน และหลังกลับมาจากการทำงาน

“ความกตัญญู เป็นเรื่องของ ‘ความรู้สึก’ ไม่ใช่ข้อบังคับทางกฎหมาย” ดร. หิมาลัย กล่าว

เมื่อถามไปถึงเรื่องของรัฐสวัสดิการ ดร. หิมาลัย กล่าวว่า รัฐสวัสดิการเป็นการตอบโจทย์ทางการเมือง และการดูแลประชาชน ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะมาบริหารประเทศ และการจัดตั้งรัฐสวัสดิการเพื่อดูแลประชาชน ซึ่งรัฐสวัสดิการในแต่ละประเทศก็มีความแตกต่างกันออกไป ตามฐานเศรษฐกิจของประเทศนั้น ๆ เพราะฉะนั้น เรื่องของรัฐสวัสดิการ และความกตัญญู ควรแยกจากกัน เพราะรัฐสวัสดิการ เป็นข้อบังคับทางกฎหมาย ส่วนความกตัญญู เป็นเรื่องของจิตใจ ความรู้สึกของแต่ละคน ซึ่งความรู้สึกของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน และไม่มีถูกหรือผิด

“ผมมองว่า เป็นเรื่องของความเชื่อ ซึ่งแต่คนก็มีความเชื่อที่ไม่เหมือนกัน น้อง ๆ คนรุ่นใหม่อาจจะมองว่า เป็นเรื่องของหน้าที่ที่แต่ละคนต้องทำ” ดร. หิมาลัย กล่าว

นอกจากนี้ ดร. หิมาลัย ยังได้บอกเล่าชีวิตการเรียนในวัยเด็กของตนอีกว่า เวลาที่ตนนั้นโดนคุณครูตี ตนมองว่าครูไม่ได้ตีด้วยความโกรธ หรือความเคียดแค้น แต่ตนมองว่าคุณครูท่านอยากจะสั่งสอน และดัดนิสัยที่เกียจคร้านของตนเสียมากกว่า และยังกล่าวถึงความใจดีมีเมตตาของคุณครูที่ท่านคอยให้กำลังใจ และช่วยเหลือตนมาตลอดด้วยความจริงใจ ไม่ได้ทำเพียงเพราะคิดว่าเป็นหน้าที่ แต่เป็นความห่วงใย ความรัก และความผูกพันของคุณครูที่มีต่อลูกศิษย์ทุกคน

“ผมเชื่อว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ มันอยู่ในหัวใจ เพราะฉะนั้น หากคิดว่าการมีรัฐสวัสดิการที่ดี ที่ช่วยให้พ่อแม่สามารถดูแลตัวเองได้ในยามแก่ชรา เพื่อที่ลูกหลานจะได้ไม่ต้องคอยไปดูแลแบบที่คนรุ่นใหม่คิด จะคิดแบบนี้ก็อาจไม่ผิด เพียงแต่ผมมองว่า ที่ผ่านมานั้น ความกตัญญูทำให้สังคมไทยอบอุ่น เพราะที่ผ่านมา อาชีพนักจิตวิทยา แทบจะตกงานกันหมด เนื่องจากไม่มีคนไปปรึกษา แต่ในปัจจุบันนี้ อาชีพนักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์นั้น ได้รับการตอบรับที่ดีมาก

ผมไม่ได้บอกว่า เด็กรุ่นใหม่ที่คิดอย่างนี้ คือ ความคิดที่ผิดนะ เพียงแต่ความคิดของผมอาจเป็นชุดความคิดของคนรุ่นเก่าที่ล่าสมัย เป็นความคิดที่แก้ไม่ได้แล้ว ดังที่เขากล่าวกันว่า “ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก” เพราะหากจะให้ผมไม่กตัญญูต่อพ่อแม่ ไม่รักพ่อแม่ ผมก็ทำไม่ได้ หากพ่อแม่ผมจะมีชีวิตที่ดี กินดีอยู่ดีจากรัฐสวัสดิการแล้วทำให้ผมไม่มีภาระต้องกลับไปดูแล ผมก็ทำไม่ได้ เพราะผมก็มีความรัก ความผูกพัน และคิดถึงท่านอยู่เสมอ ซึ่งการที่ผมยังยึดถือความกตัญญูก็ไม่ใช่สิ่งที่ผิด น้องๆ รุ่นใหม่ที่คิดอีกแบบก็ไม่ผิด เพราะเป็นชุดความคิดที่มีบริบทที่แตกต่างกัน” ดร. หิมาลัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม ดร. หิมาลัย กล่าวว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ต้องแล้วแต่ว่าบริบทสังคมในอนาคตต่อจากนี้ไป จะเดินหน้าไปในทิศทางไหน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่อาจห้ามได้

“ผมต้องขอฝากคนรุ่นใหม่ที่ยังมีความรู้สึกดีๆ ต่อครอบครัว ลูก ๆ คนไหน ยังมีความรู้สึกว่า พ่อแม่ยังเป็นสิ่งที่น่าเคารพ ก็ขอให้รักษาสิ่งนี้เอาไว้ เพราะการที่ได้เกิดมามีครอบครัวที่อบอุ่นนั้น นับว่าเป็นความโชคดี”

ดร. หิมาลัย กล่าวทิ้งท้าย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top