Tuesday, 30 June 2026
NEWS FEED

‘ร้านบุฟเฟต์’ ท้อ!! ลูกค้าสั่งอาหาร กินเหลือเต็มโต๊ะ อ้าง!! ไม่ขอจ่ายเงินค่าปรับ เพราะคุณภาพอาหารแย่

เมื่อไม่นานมานี้  ร้านบุฟเฟต์ Blue Ocean Sushi - Bangkok ได้โพสต์ภาพอาหาร พร้อมระบุว่า "รูปภาพนี้มันคือ "อาหารเหลือของลูกค้า" ที่ทานไม่หมดค่ะ ได้รูปนี้จากหน้าร้านตอนหัวค่ำค่ะ ทำใจเย็นสักพักค่อยมาโพสต์ ..... รูปอาจจะดูเหมือน โชว์รูปบุฟเฟต์เยอะแยะไปหมดชวนมาทาน มองผ่านๆ เหมือนพึ่งเริ่มปาร์ตี้.....

การให้บริการของเรา คือลูกค้าจะทานเท่าไหร่ก็ได้ที่ลูกค้าจะทานหมด สั่งได้ไม่จำกัดรอบ เพื่อให้ลูกค้าทานอาหารอย่างมีความสุข ได้รับประสบการณ์ดีๆ ในมื้อที่มาทานกับเรา ในกติกาที่หากทานไม่หมดจะมีค่าปรับ ใช่ค่ะ เราเปิดร้านไม่ได้หวังรายได้จากค่าปรับของลูกค้าค่ะ แต่อาหารทุกอย่างมีต้นทุนของมัน ทั้งวัตถุดิบ ทั้งค่าแรง ค่าเวลา

แต่สิ่งที่เราเจอมาวันนี้ และระยะนี้ คือ ทานไม่หมด ปลาไม่สด ปลาไม่ดี ถ้าอาหารมีปัญหา ลูกค้าแจ้งทันที ทางร้านยินดีตรวจสอบ และนำจานนั้นกลับไปตรวจสอบ .... แต่การทานไม่หมด เต็มโต๊ะ แล้วมาแจ้งว่าไม่ได้ทานเหลือ แต่เป็นเพราะปลาเราแย่ ไม่สด เลยไม่กิน .... มันเสียใจมากเลยค่ะ ค่าปรับวันนี้ 2250 บาท ถ้าคำนวณตามกฎ ลูกค้าจะจ่ายที่ 500 บาทเท่านั้น จนพนักงานต้องโทรหาเราหลายรอบมาก ลูกค้าไม่ยอมให้ปรับทำยังไง มาจบตรงที่ปรับไปราคา 1000 บาทค่ะ บางคนอาจจะคิดว่าก็ได้ปรับแล้วก็น่าจะจบ .... ถ้าคุณทำร้านอาหาร คุณเคยคิดไหม ว่าค่าปรับที่เราได้มา มันไม่คุ้มกับความรู้สึก กับมูลค่า และราคาของวัตถุดิบที่เราตั้งใจมอบให้ลูกค้าเลย

‘ทอ.’ เผย!! ปฏิบัติการ ‘นภารักไทย’ สำเร็จด้วยดี 5 คนไทยในซูดาน ชุดสุดท้าย ถึงไทยอย่างปลอดภัย

เสร็จสิ้นปฏิบัติการ ‘นภารักไทย’ ทอ.พาคนไทยกลับบ้าน เครื่องบิน C-130 ของกองทัพอากาศ พร้อมคนไทย 5 คนสุดท้าย กลับถึงไทยเรียบร้อยแล้ว

(1 พ.ค.66) ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) พร้อมด้วยนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพอากาศ ต้อนรับคนไทย 5 คน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงในสาธารณรัฐซูดาน ซึ่งเดินทางกลับมาด้วยเครื่องบินลำเลียงแบบที่ 8 หรือ C-130 ของกองทัพอากาศเป็นชุดสุดท้าย

สำหรับภารกิจการอพยพคนไทย ณ สาธารณรัฐซูดาน (ปฏิบัติการนภารักไทย) ได้เสร็จสิ้นแล้ว โดยกองทัพอากาศได้ใช้อากาศยานแบบ Airbus A340-500 จำนวน 1 เครื่อง และ C-130 จำนวน 2 เครื่อง ทำการบินรวม 8 เที่ยวบิน (รวมทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ) รับคนไทยที่มีความประสงค์เดินทางกลับประเทศทั้งสิ้น 218 คน แบ่งเป็น ชุดแรก 78 คน ชุดที่สอง 135 คน และชุดสุดท้าย 5 คน พร้อมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลและส่งทุกคนกลับบ้านด้วยความปลอดภัย

หนุ่มโพสต์ พ้อ!! คดีไม่คืบหน้า หลังโดนทำร้ายเกือบพิการนานนับ 10 ปี ถาม!! ทำไมผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่า ยังลอยนวล พร้อมลงสมัครส.ส. พรรคดัง

(1 พ.ค.66) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘Net Teerapan’ ได้โพสต์ตัดพ้อถึงเหตุการณ์ที่ถูกทำร้ายร่างกายเกือบพิการ แต่ผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่าลอยนวลนับ 10 ปี แถมยังใช้ชีวิตปกติ ลงสมัคร ส.ส. พรรคดัง โดยระบุว่า

ผมขอเล่าเรื่องชีวิตบัดซบๆของผมทั้งที่ผมไม่ได้เป็นคนก่อเรื่องครับ ผมโดนทำร้ายร่างกายจนเกือบพิการ ผู้ต้องหาคดีพยายามฆ่าไม่ได้รับโทษ 10 กว่าปีไม่คืบหน้า ไม่มีการเยียวยาใดๆ

ชีวิตครอบครัวผมต้องพังลง แต่ผู้ต้องหาพยายามฆ่าใช้ชีวิตสุขสบาย เขามาทำร้ายผมทำไม ผมยังไม่รู้สาเหตุเลยด้วยซ้ำ

เหตุเกิดวันที่ 2 มิถุนายน ปี 2549 ที่ รร.ชื่อดังในหมู่บ้านย่านรังสิต 

ผมโดนตีหัว 3 ครั้งด้วยไม้หน้าสาม จนล้มลงไปที่พื้น เขาก็ยังจะเข้ามาซ้ำอีก ผมรู้สึกตัวและมีสติอยู่ตลอด แต่ ร่างกายอ่อนแรงขยับไม่ได้ โชคดีที่พี่ชายกับเพื่อนได้ลงจากอาคารเรียนและเห็นเหตุการณ์พอดี จึงได้พาไปห้องพยาบาล 

จากนั้นผมถูกส่งตัวไปรพ.เอกปทุมทันที เข้า ICU อยู่ 3 วัน และเข้ารับการรักษาต่อที่ รพ.ศิริราช กะโหลกผมไม่แตก แต่กะโหลกยุบตัวลงไป ผมต้องนอนติดเตียง ต้องใช้เวลาในการรักษาตัวและกายภาพพักฟื้นอยู่ร่วม 2 ปี แต่ก็ยังไม่สามารถใช้ชีวิตแบบปกติได้

ผมเหมือนตกนรกทั้งเป็น ต้องยอมรับเลยว่าในช่วงนั้นผมเคยคิดที่จะฆ่าตัวตายก็บ่อยมาก มันเหนื่อย มันท้อ รู้สึกเหมือนเป็นคนไร้ประโยชน์ ทำไมผมต้องมาเผชิญกับสิ่งนี้ จากที่ผมเคยเป็นนักกีฬา เคยเป็นเด็กกิจกรรมของ ร.ร. ผลการเรียนค่อนข้างดี แต่สุดท้ายไปต่อไม่ได้ เหมือนทุกอย่างมันหายวับไปกับตา

ตัวผู้ต้องหาและครอบครัวของเขา ไม่เคยที่จะติดต่อผม พ่อแม่ผม เพื่อพูดคุย หรือแม้แต่จะมาขอโทษ พ่อผมไปแจ้งความ จนขึ้นศาล เรื่องก็เงียบหาย ไม่ได้รับคำตอบ นัดไกล่เกลี่ยก็ไม่ได้ข้อสรุป จนที่บ้านท้อ ด้วยระยะเวลาที่ยาวนาน ต้องใช้เงิน เป็นเรื่องที่ลำบากกับครอบครัวผมมากๆ การต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม

ทำให้สถานการณ์ที่บ้านมีความตึงเครียด พี่ชาย และผมต้องออกจากบ้านเพื่อทำงานหาเลี้ยงตัวเอง ไม่ได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเป็นครอบครัว 

ผมและครอบครัวต้องผ่านความยากลำบาก และอดทน รู้สึกถึงความไม่ยุติธรรมตลอดเวลา แต่กลับทำอะไรไม่ได้

วันนี้ ผมต้องใช้ชีวิตไปพร้อมกับกะโหลกที่ยุบตัว แต่ผู้ต้องหาที่ต้องคดีพยายามฆ่า กลับได้ใช้ชีวิตอย่างปกติทำงานเป็นนักการเมือง และกำลังลงสมัคร ส.ส. พรรคดัง ในจังหวัดปทุมธานี 

ผมไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงยังทำงานในราชการได้ในเมื่อมีคดีพยายามฆ่าผมอยู่แบบนี้

คนรอบข้างให้กำลังใจ ให้ผมพยายาม บอกให้ผมสู้ ให้ผมเรียกร้องเพื่อความยุติธรรมเพื่อชีวิตของผม ที่ผ่านมาผมเงียบ ปล่อยผ่านไปเพราะผมทำอะไรไม่ได้จริงๆ

ผมอยากจะให้เขารับผิดชอบการกระทำของเขาบ้าง ไม่ใช่เงียบหายและใช้ชีวิตเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่ในสังคม ขอบคุณครับ


ที่มา : https://www.facebook.com/100004273158909/posts/pfbid021nnuRZ6mFXtidm9WGf5RVG9D7pk6WHXiMTQuXkSjWsBAvZzBm7A3sWYAnv95sVsql/?mibextid=cr9u03

(สุรินทร์) มทบ.25 จัดพิธีมอบใบ ประกาศนียบัตร ให้กับเยาวชน ที่เข้าร่วมการอบรมโครงการ MD25th Music Summer Camp

วันที่ 1 พฤษภาคม 2566 เวลา 11.00 น. พลตรี ชินวิช  เจริญพิบูลย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 พร้อมด้วย นางอุไรวรรณ เจริญพิบูลย์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 25 เป็นประธาน ในพิธีมอบใบประกาศนียบัตร ให้กับบุตรหลานกำลังพล และเยาวชนรอบค่าย ที่ผ่านการอบรมดนตรี MD25th Music Summer Camp โดยจัดการอบรมในทุกวันจันทร์ และพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 09.00 – 12.00 น.  ณ หมวดหมวดดุริยางค์ มณฑลทหารบกที่ 25 ตั้งแต่วันที่ 3 ถึง 27 เมษายน 2566 รวมทั้งสิ้น 5 ครั้ง

เปิดอบรม 2 วิชาคือ วิชาทฤษฎีดนตรีเบื้องต้น และวิชาปฏิบัติเครื่องมือดนตรี จำนวน 10 ชนิดเครื่องมือดนตรี มียอดเยาวชนที่เข้ารับการอบรมจำนวน 25 คน แบ่งเป็นบุตรหลานกำลังพลจำนวน 6 คน และเยาวชนรอบค่ายจำนวน 19 คน ซึ่งเป็นการใช้เวลาว่างช่วงปิดภาคเรียนให้เป็นประโยชน์ ณ โดมอเนกประสงค์ มณฑลทหารบกที่ 25

 
ปุรุศักดิ์  แสนกล้า  ข่าว/ภาพ

นครนายก - กรมกิจการพลเรือนทหารบกจัดโครงการสานฝันปันสุขมอบจักรยานจำนวน 30 คัน

กรมกิจการพลเรือนทหารบกจัดโครงการสานฝันปันสุขมอบจักรยานจำนวน 30 คันให้กับนักเรียนโรงเรียนวังยายฉิม จังหวัดนครนายก

เมื่อเวลา 10.30 น.ของวันที่ 1 พฤษภาคม 2566 ที่โรงเรียนวัดวังยายฉิม ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก พลตรีจินตมัย ชีกว้าง ผู้อำนวยการสำนักกิจการพลเรือน กรมกิจกการพลเรือนทหารบก เป็นประธานจัดกิจกรรมมอบจักรยานโครงการ “จักรยาน สานฝัน ปันสุข” ให้นักเรียนวัดวังยายฉิม ต.หินตั้ง อ.เมืองนครนายก จำนวน 30 คัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูล สิริวิบูลยราชกุมาร เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ 29 เมษายน 2566 โดยมีนางประณีต หงษ์ทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดวังยายฉิม ให้การต้อนรับ พร้อมกันนี้จะนำจักรยานที่ได้รับการพระราชทานส่งมอบให้กับนักเรียนโรงเรียนวัดวังยายฉิมที่มีนักเรียนฐานะยากจน และยากไร้โดยจะส่งมอบจักรยานนี้เพื่อให้เด็กได้ปั่นมาศึกษา ที่โรงเรียนซึ่งบางครอบครัวพ่อแม่มีอาชีพรับจ้างจักรยานที่มีเดิม ก็ชำรุดก็จะนำจักรยานคันใหม่ที่รับการพระราชทานมาทดแทนให้เด็กๆในโรงเรียนได้ใช้สอยในการเดินทางมาเรียนและใช้เป็นพาหนะไปทำประโยชน์อื่นๆได้อีกด้วย

สมบัติ เนินใหม่//รัชชานนท์ เนินใหม่// ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครนายก

‘ทช.’ ทุ่มกว่า 25 ล้านบาท ซ่อมสะพานท่าเทียบเรือเกาะกูด หนุนการขนส่ง-การท่องเที่ยว หวังกระจายรายได้สู่ชุมชน

‘ทางหลวงชนบท’ ทุ่ม 25 ล้าน ซ่อมสะพานท่าเทียบเรือ เกาะกูด จ.ตราด เสร็จสมบูรณ์ โชว์ใช้โครงสร้างป้องน้ำเค็ม-สู้สนิมหวังยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน หนุนส่งเสริมเศรษฐกิจการขนส่ง การท่องเที่ยวบนเกาะกูด

1 พ.ค.2566 รายงานข่าวจากกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า ทช.ได้ดำเนินการซ่อมบำรุงสะพานท่าเทียบเรือ (ตร.001) อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด เสร็จสมบูรณ์แล้ว ใช้งบประมาณ 25.697 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 360 วัน โดยสะพานท่าเทียบเรือ (ตร.001) เป็นจุดจอดสำหรับเรือลำเลียงสินค้าเครื่องอุปโภคบริโภค ขนส่งวัสดุก่อสร้างเพื่อใช้ในเกาะกูด และเป็นจุดที่เรือชาวประมงจอดเทียบใช้ในการหลบพายุในช่วงมรสุม ตลอดจนเป็นจุดจอดเรือรบของกองทัพเรือ

ทั้งนี้ตั้งอยู่บริเวณบ้านอ่าวใหญ่ ตำบลเกาะกูด อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด ต่อเชื่อมกับจุดสิ้นสุดบนถนนทางหลวงชนบทสาย ตร.6042 บ้านอ่าวสลัด-บ้านอ่าวใหญ่ ตำบลเกาะกูด อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด ซึ่งโครงสร้างมีการสัมผัสน้ำทะเลตลอดเวลา ทำให้โครงสร้างพื้นเสาและคานของสะพานท่าเทียบเรือได้รับความเสียหาย เกิดสนิมบริเวณเหล็กเสริม ส่งผลให้เกิดการกะเทาะหลุดล่อนของคอนกรีตตลอดชิ้นส่วนของโครงสร้างสะพาน

เพื่อเป็นการเสริมความมั่นคงแข็งแรงให้กับสะพาน ปรับปรุงให้สะพานกลับคืนสู่สภาพที่สมบูรณ์ เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน พร้อมส่งเสริมเศรษฐกิจการขนส่ง การท่องเที่ยวบนเกาะกูด ช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

ทช.จึงได้ดำเนินการซ่อมบำรุงสะพานท่าเทียบเรือฯ โดยคำนึงถึงความแข็งแรงและความคงทนของโครงสร้างต่อสภาวะน้ำเค็ม เน้นวิธีการซ่อมบำรุงที่รวดเร็วอย่างมีคุณภาพ ลดผลกระทบจากสภาพแวดล้อม ซึ่งตัวสะพานจะมีลักษณะเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก ความกว้างช่วงยาวช่วงละ 5 เมตร ความกว้างช่วงสั้น 2.5 เมตร รวมความยาวสะพาน 100 เมตร
 

‘สธ.’ เปิดบริการ ‘คลินิกผู้สูงอายุ’ ช่วยปชช. เดินทางสะดวก ชี้!! การรักษา-การบริการ ไม่แพ้กับโรงพยาบาลใหญ่

กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้าให้บริการ ‘คลินิกผู้สูงอายุ’ ครอบคลุมทั่วประเทศ ตามแผนปี 2566 “ปีแห่งสุขภาพสูงวัยไทย” ตั้งเป้าคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุ 10 ล้านคน ได้รับบริการด้านสุขภาพที่จำเป็นอย่างมีคุณภาพและเท่าเทียม ครอบคลุมและทั่วถึง

นางก้อนทอง พู่ไหม เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนอายุ 78 ปี อาศัยอยู่กับลูกที่ จ.นนทบุรี มีโรคประจำตัวเป็นความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูง ก่อนหน้านี้เข้ารับบริการที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า เจ้าหน้าที่ดูแลให้คำแนะนำและให้บริการเป็นอย่างดี แต่ต่อมาได้เปลี่ยนไปรับบริการที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านวัดแคใน ทำให้ได้รับความสะดวกสบายขึ้น เนื่องจากอยู่ใกล้บ้าน และยังคงได้รับบริการจากเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดีเช่นเดิม

“ตอนนี้เดินทางสะดวกขึ้น เพราะใกล้บ้าน เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ เอาใจใส่และดูแลอย่างดีเหมือนกัน ดีใจที่เขาเห็นความสำคัญเรื่องสุขภาพของคนอายุมากๆ อย่างเรา ใครที่มีปัญหาสุขภาพหรือโรคประจำตัว อยากแนะนำให้เข้าไปตรวจที่ศูนย์บริการใกล้บ้าน เพราะสะดวกสบาย บริการดีเหมือนโรงพยาบาล” นางก้อนทองกล่าว

ขณะที่ นางวนิดา นวลประเสริฐสุข อายุ 72 ปี อาศัยอยู่ที่ บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี กล่าวว่า ตนมีโรคประจำตัว ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และไวรัสตับอักเสบซี เข้ารับบริการที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าปีละครั้งเพื่อติดตามอาการ เจ้าหน้าที่ดูแลให้บริการดี ประทับใจคุณหมอหน้าตายิ้มแย้มและแนะนำดีมาก ช่วงแรกๆ เข้าพบคุณหมอบ่อย เนื่องจากมีอาการป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเองคุณหมอแนะนำให้รักษาอาการต่างๆ จนหายป่วยได้ และเคยไปรับบริการคลินิกผู้สูงอายุแถววัดแจ้งศิริสัมพันธ์ ให้บริการการคัดกรองสุขภาพ มีกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุให้ออกกำลังกาย มีเจ้าหน้าที่ อสม. และคุณหมอ ออกไปตามบ้านที่มีคนป่วยติดเตียง ไปให้การรักษา ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น และให้ความรู้ด้านสุขภาพอื่นๆ เช่น การออกกำลังกาย อาหารการกิน และสอบถามปัญหาต่างๆ

วันหยุดแรงงานคึกคัก นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ แห่เที่ยวเกาะล้านพัทยา และหาดนางรำสัตหีบ แน่น

วันที่ 1 พ.ค. 2566   ที่บริเวณท่าเรือแหลมบาลีฮาย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เก็บภาพบรรยากาศ วันหยุดวันแรงงาน พบว่านักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ต่างเดินทางไปเที่ยวเกาะล้านกันเป็นจำนวนมาก ทำให้จุดขึ้นเรือสปีดโบ๊ท เดินทางจากฝั่งพัทยาไปเกาะล้านดูคึกคักอีกครั้ง ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่จะเดินทางมาเป็นครอบครัว กรุ๊ปทัวร์ ส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญ่จะเดินทางมาทั้งแบบครอบครัว และเป็นกลุ่มเพื่อน โดยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติมีจุดหมายเพื่อที่ต้องการจะเดินทางไปพักผ่อนในช่วงวันหยุด และเที่ยวชมความสวยงามของเกาะล้าน ทั้งนี้กรมเจ้าท่าสำนักพัทยา ได้เข้มงวดให้นักท่องเที่ยวส่วมใสเสื้อชูชีพ เพื่อสร้างภาพลักษณ์และสร้างความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว ในขณะที่เดินทางไปเกาะล้าน
     

ส่วนในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตรงกับวันหยุด วันแรงงานแห่งชาติ ที่หยุดยาวติดต่อกัน 3 วัน ตั้งแต่ เสาร์-อาทิตย์-จันทร์ ทำให้มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศนับพัน หมุนเวียนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวพักผ่อน ชมบรรยากาศธรรมชาติ และเล่นน้ำทะเล บริเวณชายหาดนางรำ พื้นที่ดูแลของกองทัพเรือ ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ทำให้ถนนเส้นทางเข้าหาดนางรำ เข้าช่องแสมสาร และท่าเรือจุกเสม็ด รถติดยาวเหยียดหลายกิโลเมตร


นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645

เริ่มแล้ววันนี้!! ‘ธปท.’ ปรับเกณฑ์โครงการ ‘คลินิกแก้หนี้’ เปิดทางให้ ‘ลูกหนี้ที่ค้างชำระมากกว่า 120 วัน’ เข้าร่วมโครงการได้

(1 พ.ค.66) น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือประชาชนแก้ไขปัญหาหนี้สิน โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นหนี้เสียให้สามารถแก้ไขกลับไปเป็นหนี้ปกติได้เร็วขึ้น  ล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์โครงการคลินิกแก้หนี้ ให้สามารถช่วยเหลือผู้เป็นหนี้เสียกรณีบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น

ทั้งนี้ เกณฑ์ที่ปรับปรุงใหม่นี้จะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2566 เป็นต้นไป โดยกำหนดคุณสมบัติให้ลูกหนี้ที่มีหนี้ค้างชำระมากกว่า 120 วันขึ้นไป สามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้ จากเดิมที่จำกัดว่าผู้เข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นผู้ที่มีสถานะเป็นหนี้เสียก่อนวันที่ 1 ก.พ. 66 เท่านั้น  ซึ่งการปรับเกณฑ์นี้จะทำให้ผู้มีปัญหาการชำระหนี้สามารถเข้าร่วมโครงการได้โดยไม่ถูกจำกัดช่วงเวลาการเกิดหนี้เสียอีกต่อไป

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า รัฐบาลขอเชิญชวนผู้ที่กำลังประสบปัญหาชำระหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อบุคคล เข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้  ซึ่งโครงการจะพิจารณาเหตุผลความจำเป็นของผู้สมัครเข้าร่วมโครงการแต่ละราย เพื่อจัดทำแผนการชำระหนี้ใหม่ที่เหมาะสมให้กับลูกหนี้เป็นรายกรณี เพื่อให้สามารถชำระหนี้ได้ต่อเนื่องจนปลดหนี้ได้ ซึ่งภายใต้แผนการชำระหนี้ใหม่อาจมีการกำหนดเงื่อนไขบางประการ เช่น มีเงื่อนไขไม่ให้ลูกหนี้ก่อหนี้ใหม่ เพื่อสร้างวินัยและความรับผิดชอบ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาให้กับลูกหนี้ได้อย่างยั่งยืน

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถ สมัครร่วมโครงการผ่านเว็บไซต์ www.คลินิกแก้หนี้.com  หรือสอบถามข้อมูลโครงการเพิ่มเติมที่ LINE Official Account ของโครงการที่ @debtclinicbysam, ทางเฟซบุ๊ค คลินิกแก้หนี้ by SAM  หรือสอบคอลเซ็นเตอร์ โทร. 1443 ได้ทุกวัน เวลา 9:00-19:00 น.

ตำรวจพัทยา สนธิกำลังบุกจับบ่อนบาคาร่า รวบนักพนันอินเดีย 80 ราย คาโรงแรมหรู พบเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านรูปี

เมื่อเวลา 00.16 น.วันที่ 1 พฤษภาคม 2566 พล.ต.ต.กัมพล ลีลาประภาภรณ์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.ฐนพงศ์ โพธิ์ทิ ผกก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เอนกศรี รองผกก.ป.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.ฐานานนท์ อธิพันสีห์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.ชัยณรงค์ จิตต์สุนทร สว.สส.สภ.เมืองพัทยา นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองพัทยา เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจังหวัดชลบุรี บุกเข้าจับกุมบ่อนการพนัน ที่โรงแรมเอเซีย เมืองพัทยา ภายในซอยพระตำหนัก 4 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมของกลางจำนวนมาก
   

โดยพล.ต.ต.กัมพล ลีลาประภาภรณ์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย มาเปิดห้องพักที่โรงแรมแห่งนี้ แล้วเช่าห้องจัดประชุมชื่อห้อง สำเภา ในการลักลอบเล่นการพนันกัน กระทั่งสืบทราบว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เป็นชาวอินเดีย เข้ามาจองห้องพักเมื่อวันที่ 27-1 พฤษภาคม โดยใช้วิธีการแลกจากประเทศอินเดีย ก่อนจะเดินทางเข้ามาเล่นการพนันในประเทศไทย หลังเล่นจบแล้วก็จะไปคิดผลได้เสียกันในภายหลัง
     

หลังรวบรวมข้อมูลแล้ว จึงได้วางแผนพร้อมนำกำลังบุกเข้าตรวจสอบ จับกุม ขณะที่เข้าไปถึงพบว่านักท่องเที่ยวชาวอินเดียกำลังเล่นการพนันรูปแบบบาคาร่า และแบล็คแจ็ค กันอย่างเพลิดเพลิน เมื่อนักพนันเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะพากันวิ่งหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังปิดล้อมไว้หมดแล้ว จึงสามารถควบคุมไว้ได้ทั้งหมด 93 คน เป็นคนอินเดีย 83 คน เป็นผู้ชาย 71 คนผู้หญิง 16 คน ผู้ชายชาวพม่า 4 คน คนไทย 6 คน เป็นผู้ชาย 4 คน ผู้หญิง 2 คน ตรวจสอบพบของกลาง เป็นโต๊ะเล่นการพนันจำนวน 7 โต๊ะ เป็นโต๊ะบาคาร่า 4 โต๊ะ เป็นโต๊ะแบล็คแจ็ค 3 โต๊ะ ไพ่ 25 สำรับ ชิพแทนเงินสด จำนวน 209,215,000 เงินสกุลต่างประเทศ 160,000 รูปี กล้องวงจรปิด 8 ตัว โทรศัพท์มือถือ 92 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 3 เครื่อง ไอแพด 1 เครื่อง ที่แจกไพ่ 3 เครี่อง รวมถึงมีบริการเสริฟบารากู่ ให้นักท่องเที่ยวอีก 4 ตัว พร้อมตัวยาประมาณ 800 กรัม นอกจากนี้ยังพบสมุดจดยอดเครดิตในการเล่นการพนัน รวมยอดเครดิตหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านรูปี 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top