Friday, 24 September 2021
TEA TIMES

'ดร.สายันต์' โพสต์ข้อความเตือนสติ 'เยาวชน-คนรุ่นใหม่' อย่าถูกฝรั่งล้างสมอง จนมาด้อยค่าบ้านเกิด

ศาสตราจารย์ ดร.สายันต์ ไพรชาญจิตร์ อดีตคณบดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้โพสต์ชวนคิด การที่คนรุ่นใหม่ฝักใฝ่ในชาติล่าอาณานิคมยุคใหม่ จนลืมความเป็นไทยและด้อยค่าแผ่นดินเกิดในทุก ๆ เรื่อง ว่า... 

เขาพูดกันว่าการสอนประวัติศาสตร์ที่เน้น "Thai Centric" ทำให้คนไทยโง่ ไม่รู้จักโลก ไม่รู้จักคนอื่น พูดยังกับว่าฝรั่งไม่เคยสอนเรื่อง... 

"Eurocentric" 
"Anthropocentric" 
และ "American Dream" 

ผมว่า "Thai Centric" เป็นกระบวนการปกป้องท้องถิ่น ป้องกันตัวเองจากการรุกรานของพวกกระหายทรัพยากร พวกล่าอาณานิคม 

ศาสดาตะวันออกสอนให้เรารู้จักโลกและจักรวาลที่เป็นจริงในระดับ "โลกุตระ" มากกว่า "โลกวัตถุ" และ "โลกียะ" ที่ส่งเสริมเพิ่มตัณหาให้คนหลงใหลแต่วัตถุ นิยมการบริโภคที่เกินพอดี นิยมการอยู่แบบทำลายธรรมชาติ 

สอนให้รู้จักแต่โลกที่เป็นคู่ตรงข้าม กระหายสงคราม 

สอนให้รู้จักแต่เทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสม ฝืนธรรมชาติ ทำลายล้างธรรมชาติและหมู่มนุษย์ด้วยกันเอง 

เพราะประวัติศาสตร์แบบ Thai Centric สอนให้เรารู้จักโลกของฝรั่งแบบนี้ยังไง เราจึงป้องกันตัวเองมาได้นานพอสมควร 

แต่เมื่อพวกนักเรียนไทยรับทุนไปเรียนเมืองฝรั่งกันมาก ๆ ก็ถูกล้างสมองไปหมด มองบ้านเกิดเมืองนอนไร้ค่า ไม่มีอะไรดี มองว่ามาตุภูมิปิตุภูมิด้อยค่าล้าหลัง กลับมาทำงานก็ทำให้ประเทศไทยเป็นอาณานิคมทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคมและ วัฒนธรรมกันเสียเอง

จะโทษใครดีล่ะ...ใครเชื่อแบบนั้นก็ตามใจ...แต่ผมไม่เชื่อ


ที่มา : https://www.facebook.com/100001467066787/posts/4479400668785458/

กล้าพอไหม? ถามใจ​ 'ลุง​ -​ ลุง​ -​ ลุง​'​ ดู!!

หลังละครโรงใหญ่ของบรรดาผู้ทรงเกียรติริมน้ำเจ้าพระยา​ จบการแสดงลง...

ผลตอบรับใน 6 ตัวแสดงหลักฟากผู้คุ้มกฎหมายประเทศ​ ก็ได้รับความไว้วางใจไปตามบทที่ควรจะเป็น...

อาจจะมีแต้มรับรองหล่นหายไปมากบ้าง น้อยบ้าง ต่างกรรมต่างวาระ แต่ก็ไม่ได้มาจากคมเขี้ยวฝ่ายค้าน​ช่วยเปิดแผลอะไรใด ๆ นอกจากมาแสดงลิเกแข่งกับตัวแสดงหลักทั้ง 6 คน

ถึงกระนั้น​ เสียงโหวตในครั้งนี้​ ก็มีคำถามให้หวนมองไปถึงท่าทีของตัวแสดงหลัก โดยเฉพาะเจ้าของคณะที่เกือบหงายหลัง​ เพราะมีทีมงานเล่นไม่ซื่อ แอบไปขายตั๋วผีหน้างานดักซะงั้น!!

เหตุการณ์ระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมาเมื่อไม่กี่วันก่อน โดยเฉพาะเรื่องของการโหวตไว้วางใจนั้น​ ไม่ใช่สิ่งผิดคาด!!

หากไม่มีใครคิดคดหยิบตั๋วหลักหน้าเวทีไปขายเพื่อต่อรองอะไรบางอย่าง ? หรือพูดง่าย ๆ​ ก็คือมีข่าวการล็อบบี้ผลโหวตเพื่อโค่นนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยคนในพรรคพลังประชารัฐ

ตัวละครที่วันนี้เชื่อว่าคงไม่ลับอะไรมากนักแล้วอย่าง 'แก๊ง 4 ช.'​ หรือ​ 4 รัฐมนตรีช่วย​ จึงได้ฉายแสงเต็มสตรีม นำโดยร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ, นางนฤมล ภิญโญศีลวัฒน์ รมช.แรงงาน, นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม โดยสมาชิกกลุ่ม4ช. อีกคนคือ สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ที่ไม่ได้ร่วมกันก่อการในครั้งนี้

ว่ากันว่า​ เหตุของเหตุ​ มาจากผู้กองธรรมนัสอยากให้เกิดความสั่นสะเทือน​ จนสามารถเชื่อมคนแดนไกลเจ้าของพรรคฝ่ายค้านตัวจริงอย่าง Tony ลูกพี่เก่าให้มาร่วมสังฆกรรมด้วย

การสั่นคลอนนี้​ ต้องทำกันอย่างเต็มกำลัง และมั่นใจว่าอย่างไรเสีย​ ต้องต่อรองได้​ เพราะอย่างน้อยตนก็ถือว่าเป็นผู้ขับเคลื่อนพรรค​

ทีมงานของตนก็เป็นเหรัญญิกพรรค เป็นลูกรักของพี่ใหญ่หัวหน้าพรรคอย่าง พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ

การจะอ้างชื่อพี่ใหญ่แล้วเรียก ส.ส. มาเสี้ยม หรือจะมากะเกณฑ์ให้เห็นตามก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะตัวผู้กองธรรมนัสเอง​ ก็เชี่ยวชาญการดำเนินงานทางลับ ทางล็อบบี้ มีผลการทำงานลุล่วงมานับไม่ถ้วน เป็นที่วางใจถึงกับตั้งเป็นเลขา ฯ พรรค

ฉะนั้นเมื่อมีการจัดแสดงในโรงละครโรงใหญ่อย่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจขึ้นมาได้​ การจะล้มเวทีด้วยยอดขายบัตรไม่ถึงเป้า​ ก็น่าจะไม่ยาก และน่าจะทำให้ตัวละครหลักถูกเปลี่ยนตามบทที่ตัวเองอยากให้เป็น

แต่ผู้กองธรรมนัส​ คงลืมไปว่าถึงแม้ตัวจะเป็นหน่วยจารชน เป็นเลขา ฯ ผู้มีอำนาจเต็ม แต่เขาก็ไม่ใช่เจ้าของคณะ ไม่ใช่หัวหน้าพรรค แค่การอ้างชื่อพี่ใหญ่หัวหน้าพรรคข้ามหัว ส.ส. อีกหลายคนในพรรคไปเพื่อเล่นงาน รมต.ของพรรค ไปเล่นงานเป็นน้องรักของพี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์ พี่ใหญ่แห่ง 3 ป. พี่ใหญ่ของนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา “ย่อมจบไม่สวย”

การโต้กลับของอดีตผู้นำทัพที่ชื่อ “บิ๊กตู่” จึงเกิดขึ้น!!

แม้จะมีพรรษาทางการเมืองเพียงไม่กี่ปี​ แต่ถ้าจะรบด้วยแบบไม่ระดมสมองระดับเสธ.มาออกแผน ไม่มีทางเอาอดีต ผบ.ทบ.ชื่อ “บิ๊กตู่” ลงได้แน่

นี่ยังไม่นับความอหังการที่แก๊ง 4 ช. ไปลูบคม “บิ๊กป๊อก” พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ประมาณว่าข้ามีดี แบ็กข้าไม่ว่า ท้าชนได้ทุกคน

สรุปงานนี้ผู้กองเจอของแข็ง นายกฯ ประยุทธ์ โต้กลับแบบนิ่ง ๆ ไม่โวยวาย ไม่บุ่มบ่าม ปิดม่านไว้หลายชั้น แสดงหน้าม่านไปตามบทผู้ถูกอภิปราย จนหลายคนเดาไม่ออกว่านายกฯ จะมาไม้ไหน

ทางโต้กลับของนายกฯ คือ​ การไปเจรจากับรุ่นใหญ่จนจบ จับมือกับเหล่าตัวแสดงเอกผู้สร้างคณะ แถมประกบจบทุกเรื่องกับกลุ่ม ส.ส.ผู้ไม่แปรพรรคและล็อกบทป้องกันกลุ่ม ส.ส.ผู้คิดเป็นอื่นจบทุกอักขระ

ปิดท้ายด้วยตอนพิเศษจากเจ้าของคณะอย่าง “บิ๊กป้อม” ประวิทย์ วงษ์สุวรรณ ด้วยบทเด็ดขาดขึงขังก่อนการประชุมร่วมส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐว่า “ปัญหาในพรรคไม่มีอะไร นายกฯ ไปผมก็ไป” เอวังฯ ละครก็เริ่มแสดงต่อโดยที่บรรดาผู้ต่อรองตัวแสดงได้แต่มองตามตาปริบ ๆ เตรียมรับกรรมที่ได้ก่อขึ้น

จากแหล่งข่าวแว่วมาว่าทีมงาน 4 ช. นำโดยผู้กองธรรมนัสกำลังเตรียมการเพื่อไปขอขมากับ​ ”บิ๊กตู่”

แต่เอาเข้าจริง เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะ 4 ช. ไปปรามาสความแนบแน่นของ 3 ป.แห่งบูรพาพยัคฆ์ คงคิดว่าแค่ความสัมพันธ์เก่าก่อนน่าจะไม่มีผลเท่าไร

เมื่อมาเล่นการเมืองแล้ว ผยองว่าทีมตัวเองและพวกก็เป็นเสาหลักของพรรค​ คุมทั้งส.ส. ประสานกลุ่ม หาเงินและคุมขุมกำลังพรรคเหนือกว่ากลุ่มอื่น ๆ ในพรรค

นี่แหละอยากเป็นตัวละครหลักจน “ลืม”

ลืมไปว่าตัวละครหลักตัวอื่น ๆ ที่เขาไม่ได้เล่นละครในครั้งนี้​ ก็ยังอยู่กันครบ โดยเฉพาะ “กลุ่มสามมิตร” และคงลืมไปจริง ๆ ว่าถึงแม้ตัวผู้นำ 4 ช. จะร่วมสร้างพรรคกันมา แต่คนอื่น ๆ ในแก็งก็แค่ตัวประกอบที่ถูกดึงมาทีหลัง

บางคนก็เคยหักกับตัวแสดงหลักก่อนหน้าระดับรัฐมนตรีมาแล้ว ซึ่งส.ส. ในพรรคก็พร้อมแทงสวนหากพลาดเหมือนกัน

งานนี้แก๊ง 4 ช.​ เจ็บแน่!! ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เพราะตัวแสดงระดับแกนนำผู้ก่อตั้งพรรคยังโดนลบบทบาทการแสดงไปแล้วหลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะเป็น อ.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ นายอุตตม สาวนายน อดีตรมว.อุตสาหกรรม นายสนธิ สนธิจิรวงศ์ อดีต รมว.พาณิชย์ เราก็เคยเห็นมาแล้ว

ครั้งนี้คือเรื่องใหญ่ของพรรครัฐบาลที่น่าติดตามกันอย่างยิ่งว่า “ลุงตู่” พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะสวมหัวใจเสือ เถือหนังของบรรดาพวกลักลอบขายตั๋วผี ต่อรองบท เพื่อล้มการแสดงกลางโรงละครอย่างแก๊ง 4 ช.​ หรือไม่ ? และในแบบไหน ? เพราะเชื่อว่าพี่ใหญ่เจ้าของคณะคงเอือมเต็มทน

เรื่องนี้น่าจะไม่ต้องตามกันยาวคงได้คิวลงวิกในเร็ววันนี้แน่นอน

'พงศ์พรหม' โพตส์ข้อความฉะ สังคมไทยกำลังบิดเบี้ยว หลงกลวัฒนธรรม 'พวกเดียวกันเท่ากับไม่ผิด'

นายพงศ์พรหม ยามะรัต รองหัวหน้าพรรคกล้า โพสต์เฟซบุ๊ก 'Pongprom Yamarat' ระบุว่า... 

นอกจากผู้บริหารองค์กรออกมาปกป้องผู้ที่ “กำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวน” แล้ว
สื่อบางสื่อก็เริ่มจั่วหัว “คล้าย ๆ” เห็นใจผู้ต้องหา

ที่ต้องพูดเรื่องนี้เพราะอะไร? 

นี่เป็นการตอกย้ำวัฒนธรรมเลวที่เป็นมะเร็งลุกลามในประเทศนี้

ในต่างประเทศ ผู้บริหารต้องไม่ออกมาปกป้อง “ผู้ต้องสงสัย” จนกว่าผล “ที่พิสูจน์ได้” จะออกมายืนยันความบริสุทธิ์

สื่อ ก็ต้องเขียนด้วย fact ไม่ใช่ใช้ประโยคที่มีการ “โน้มน้าว” คนให้หันเหความสนใจออกจาก “fact”

เศรษฐี และองค์กรตำรวจก็ต้องไม่ออกมาปกป้อง “ลูกเศรษฐี” ที่ขับรถ 20-30 ล้าน ชนตำรวจตายเหมือนหมา

ประเทศเราจะเป็นยังไง ถ้าทั้งผู้ใหญ่ในบ้านเมือง และสื่อไร้วินัย และจรรยาบรรณกันอยู่แบบนี้

อีกหน่อยคนทั่วบ้านทั่วเมืองเวลาไปยิงใครตาย
ก็จะใช้วัฒนธรรมความคิดที่ว่า “พวกกูไม่ผิด” เพราะ “กูมีเหตุผลที่ดีของกู”

อ้าว อย่างนี้ 3 นิ้วเขาก็มีสิทธิ์จะไปเผาสถานที่ราชการแล้วสิครับ เหตุผลเดียวกัน

อ้าว ญาติพี่น้องคนตายเค้าก็มีสิทธิ์จะไปเผา Amarin TV แล้วสิครับ เพราะดันไปเข้าข้างตำรวจที่ฆ่าญาติเค้าตาย

แล้วจะมีกฏหมายไว้ทำไม?

นักการเมืองแย่ ข้าราชการแย่ เราก็จะไปรุมจับตัวมาโยนลงมาจากชั้น 10 กันเหรอครับ? 

นึกอะไรไม่ออก อยากขายวัคซีน อยากหลุดคดี ก็แอบไปจ่ายเงินให้สื่อใหญ่กันดีมั้ยครับ?


ที่มา : https://www.facebook.com/100000004424101/posts/4594726793870756/


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ [email protected] THE SHOPS TIMES คลิก👉 https://lin.ee/vfTXud9

'ผศ.ดร.วรัชญ์' ขอความกรุณาสื่อ ระมัดระวังในการทำข่าว การใช้คำพาดหัว อย่าทำให้ 'ผู้ต้องหา' กลายเป็น 'พระเอก'

ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และที่ปรึกษา ศบค. ได้โพสต์มุมมองเกี่ยวกับสื่อในกรณีการเผยแพร่ข่าวอดีตผกก.ก่อเหตุสะเทือนใจคนไทยว่า... 

(ก่อนจับ)
"บ้านใหญ่โต รถหรู"
"แฟนสวย ไฮโซ"

(หลังจับ)
"ซูบไปเยอะ"
"ผมผิดเอง"
"ผมอโหสิกรรมคนปล่อยคลิป"
"ผมคิดจะฆ่าตัวตาย" 
"ตั้งใจทำงานเพื่อประชาชน ไม่ให้ลูกหลานติดยา"
"ไม่เคยทุจริต"

ขอความกรุณาสื่อ ระมัดระวังในการทำข่าว การใช้คำ ในการพาดหัว ในการเลือก Quote ของผู้ต้องหา การใช้ภาพ การสัมภาษณ์คนรอบข้าง ในการขุดประวัติ อย่าให้ "ผู้ต้องหา" กลายเป็นพระเอก เกิดแฟนคลับ หรือเห็นช่องทางที่ไม่เหมาะสม สร้างเน็ตไอดอล สร้างแฟนคลับขึ้นมาอีกเหมือนคดีอื่น ๆ ที่ผ่านมาเลยนะครับ (เปรี้ยว ลุงพล ฯลฯ) 

นี่แค่วันแรกยังขนาดนี้ คดีนี้ดูแล้วยังไม่จบง่าย ๆ จะไปอีกขนาดไหนครับ


ที่มา : https://www.facebook.com/100000169455098/posts/4902816123067321/


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ [email protected] THE SHOPS TIMES คลิก👉 https://lin.ee/vfTXud9

ข้อคิดดี ๆ จากศิลปินแห่งชาติ 'วินทร์ เลียววาริณ' สุขได้แบบไม่ต้อง 'มี' แต่ถึง 'มี' ก็อย่าให้ชีวิตยึดมั่นถือมั่นในข้าวของ

จากเฟซบุ๊ก วินทร์ เลียววาริณ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ และนักเขียนเจ้าของรางวัลซีไรต์ ได้โพสต์เตือนสติคนไทยในยามนี้อย่างน่าคิดตามว่า... 

ในชีวิตนี้ ผมไม่เคยอิจฉาสักนิดเดียวเวลาเห็นคนขับรถหรูมาอวด

หรือคนเป็นเจ้าของรถยนต์หรูหลายสิบคัน

ถามว่าชอบดูรถสวย ๆ ไหม คำตอบคือชอบครับ

ชอบดูดีไซน์ เห็นรถออกแบบดี ๆ แล้วมีความสุข ชื่นชมคนออกแบบ เพียงแต่ไม่เคยคิดจะหามาเป็นของตัวเอง

นาฬิกาข้อมือก็เหมือนกัน ผมชอบดูดีไซน์สวย ๆ แต่ไม่สวมนาฬิกามาราวสามสิบปีแล้วมั้ง

เห็นบ้านสวย ๆ ก็ชอบเช่นกัน แต่ก็ไม่ได้อยากเป็นเจ้าของ

แต่ไม่ใช่พระนะครับ เป็นแค่ชาว Minimalist ไม่นิยมเก็บของ

กิเลสน่ะยังมี แต่ก็แค่กิเลสในการอยากดูของสวยของงาม

แต่ไม่เก็บสะสม...

ยิ่งเดินทางเข้าใกล้วันตาย ก็ยิ่งรีบต้องเคลียร์ข้าวของออกจากตัว

อย่างไรก็ตาม ผมไม่มีปัญหาอะไรกับคนที่อยากเก็บสะสม ถ้าใครมีความสุขกับการเก็บ ก็เก็บ 

ถึงแม้ว่าท้ายที่สุดก็เอาไปไม่ได้ แต่ถ้ามีความสุข ก็ตามสบายเลยพี่ ชีวิตใครชีวิตมัน

ครั้งหนึ่งมีคนนำรถยนต์ไปถวายหลวงพ่อชา สุภทฺโท ที่ประชุมอยากให้รับไว้ แต่หลวงพ่อชาบอกว่าไม่ดีกว่า

ท่านกล่าวว่า “ผมเห็นว่าเราเป็นพระ เป็นสมณะคือผู้สงบระงับ เราต้องเป็นคนมักน้อยสันโดษ"

ในทางพุทธ ความสุขไม่ใช่การมี แต่คือการไม่มี

ตรงนี้อ่านให้ดีนะ 'ไม่มี' ไม่ได้แปลว่าไม่มีข้าวของ แต่ไม่มีคือไม่ยึดมั่นถือมั่นในข้าวของ

เมื่อไม่ยึดมั่นถึงจุดจุดหนึ่ง ก็จะมีข้าวของน้อยที่สุดเท่าที่อยู่ได้

ยิ่งเพิ่มยิ่งร้อน ยิ่งลดยิ่งเย็น... 

โอกาสของคนเราไม่เท่ากัน ฐานะไม่เท่ากัน แต่ถึงมีน้อยก็สุขได้ 

แต่ประเด็นสำคัญคือ มันไม่เกี่ยวกับฐานะมีมากหรือมีน้อย แต่อยู่ที่เราจะยึดมั่นหรือปล่อยวาง


ที่มา : https://www.facebook.com/100044361012918/posts/403057731182924/


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ [email protected] THE SHOPS TIMES คลิก👉https://lin.ee/vfTXud9

ย้อนอดีต 'อีกมุมหนึ่ง' ของตอลิบาน จากคำบอกเล่าของ 'อีวอน ริดลีย์' นักข่าวชาวอังกฤษ

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ 'ฟีโรส ข่าน' ได้โพสต์มุมมองอีกด้านของกลุ่มตอลิบานลงกลุ่ม 'ประชาชาติแห่งอิสลาม (Islamic Nations) ผ่านเรื่องราวในปี 2001 ที่นักข่าวท่านหนึ่งของอังกฤษถูกจับตัวโดยตอลิบาน ว่า... 

...เดือนกันยายน 2001 'อีวอน ริดลี่ย์' เป็นหัวหน้านักข่าวของซันเดย์เอ็กซ์เพรส หนังสือพิมพ์ของอังกฤษ เธอแอบปลอมตัว สวมชุดคลุมทั้งตัวแบบผู้หญิงอัฟกันเข้าไปในอัฟกานิสถานผ่านทางชายแดนปากีสถาน

“ฉันเป็นคนเขียนข่าวด้านมนุษยธรรมเกี่ยวกับความหวัง และความกลัวของชาวอัฟกัน ฉันเข้ามาในอัฟกานิสถานได้สองวันแล้ว ก่อนที่จะโดนตอลิบานจับตัว เพราะเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและไม่มีวีซ่า”

>> อีวอน ริดลีย์ คิดในตอนโดนตอลิบานจับกุมตัวว่า หากเธอไม่โดนข่มขืนหมู่ละก็ คงโดนขว้างด้วยหินจนตายแน่ 
.
“ฉันเดาไม่ออกเลยว่าจะเจ็บปวดยังไง แต่ก็สวดมนต์ว่า หากจะตายละก็ ขอให้ตายเร็ว ๆ หน่อย”

>> เธอเล่า ตอนนั้นเธอถูกขังไว้ที่จาลาลาบัด ตอลิบานคิดว่าเธอเป็นสปาย ต่อมาถูกย้ายไปกรุงคาบูล

>> อีวอนโดนตอลิบานจับกุมไว้ 10 วันเต็ม ในไดอารีของเธอ อีวอนกลับบันทึกไว้ว่า... 

“พวกเขา (ตอลิบาน) บอกเสมอว่า ฉันคือแขกของพวกเขา และบอกว่าหากฉันเสียใจ พวกเขาก็เสียใจด้วย ฉันไม่อยากเชื่อเลย ฉันอยากให้ใคร ๆ ที่บ้านรู้จังเลยว่า ฉันได้รับการปฏิบัติจากตอลิบานอย่างไร พนันกันเลยว่าทุกคนต้องคิดว่าฉันถูกตาลิบานทรมาน ทุบตี และทำทารุณกรรมทางเพศ แต่เปล่าเลย ฉันได้รับการปฏิบัติด้วยความสุภาพและให้เกียรติ เหลือเชื่อเลยจริง ๆ”

>> วันที่ 6 ล่ามบอกเธอว่า “พยายามทำตัวเป็นคนดีหน่อย คุณมีแขกพิเศษมาเยี่ยม” วันนั้นอิหม่ามมาเยี่ยมเธอ ถามเธอเรื่องศาสนา และเธอคิดอย่างไรกับอิสลาม แม้เธอจะรู้เรื่องอิสลามน้อยมาก อีวอนตอบอย่างกระตือรือร้น เมื่ออิหม่ามถามว่าเธอจะเปลี่ยนมารับอิสลามไหม อีวอนตอบว่า เธอไม่สามารถตัดสินใจกับชีวิตทั้งชีวิตได้ตอนอยู่ในคุกนี้ แต่สัญญาว่า หากออกไปจากคุกแล้วเธอจะอ่านอัล-กุรอาน 

“มุลลอฮ โอมาร์ ผู้นำด้านจิตวิญญาณของตาลิบาน สั่งปล่อยตัวฉันในวันที่ 8 ตุลาคม 2001 ซึ่งการปล่อยตัวดังกล่าวสร้างความตะลึงพรึงเพริดให้กับโลกตะวันตก เพราะสหรัฐฯ และอังกฤษเพิ่งเริ่มถล่มอัฟกานิสถานก่อนหน้านั้นเพียงวันเดียว ตอนคาบูลโดนถล่ม ไม่มีใครคิดหรอกว่าฉันจะรอดชีวิตมาได้”

“พวกหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ในโลกตะวันตกทั้งหลายเตรียมคำพาดหัวกันไว้เลยว่า ฉันจะพูดว่าโดน ‘ทรมาน’ / ‘ทำร้าย’ / ‘ถูกข่มขืน’ แต่ทั้งนักหนังสือพิมพ์และนักการเมืองทั้งหมดต้องช็อกกับคำบอกเล่าของฉัน...

***ทุกคนต้องการเหยื่อ 
***พวกเขาต้องการได้ยินฉันบอกว่าโดนทรมาน ทุบตี อะไรทำนองนั้น แต่เปล่าเลย ตอลิบานดีสุด ๆ กับฉัน”  

>> เมื่อกลับถึงลอนดอน อีวอนเริ่มอ่านคัมภีร์อัล-กุรอานตามที่ให้สัญญาไว้กับตอลิบัน

“ฉันตกใจมากกับสิ่งที่ฉันกำลังอ่าน ไม่มีแม้แต่ขีดเดียว ตัวอักษรเดียว ที่ถูกเปลี่ยนแปลงตลอด 1,400 ปีที่ผ่านมา ฉันคาดว่าในอัล-กุรอานจะเต็มไปด้วยบทต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับว่า จะทุบตีภรรยาคุณอย่างไร กดขี่ลูกสาวคุณอย่างไร แต่กลายเป็นว่ากลับเจอการส่งเสริมเสรีภาพของผู้หญิงแทน”

>> เธอบอกว่าสิ่งที่เธอเจอในอิสลามคือ “แนวทางการใช้ชีวิต หลักเกณฑ์แห่งชีวิตที่สะอาดและเรียบง่าย สิทธิเสรีภาพของสตรีหลายอย่างที่โลกตะวันตกยังปฏิเสธ”

“ฉันกล่าวชาฮาดาฮ์รับอิสลามในวันที่ 30 มิถุนายน 2003” อีวอนบอกว่า “ฉันได้เข้ามาอยู่ในครอบครัวที่ใหญ่ที่สุดและดีที่สุดในโลก หากเรายังคงจับมือกันไว้มั่นคงแบบนี้ ไม่มีใครสามารถทำลายเราได้หรอก”

แล้วพ่อแม่ของเธอผู้นับถือเชิร์ชออฟอิงแลนด์ในเมืองเดอร์แฮมว่าไงล่ะ? “ตอนแรกทั้งครอบครัวและเพื่อนฝูงของฉันรับไม่ได้เลย แต่ตอนนี้พวกเขาเห็นแล้วว่าฉันมีความสุขมากขึ้น สุขภาพดีขึ้น และพอใจในสิ่งที่ฉันเป็น” “แม่ฉันเนี่ยดีใจมาก ๆ เลยที่ฉันเลิกเหล้าได้ซะที!”

>> อีวอนคิดอย่างไรเกี่ยวกับสตรีในอิสลาม?
“มีผู้หญิงที่โดนกดขี่ในโลกมุสลิม แต่ฉันก็สามารถพาคุณไปดูผู้หญิงกำลังโดนกดขี่ที่ถนนไทน์ไซด์ของอังกฤษได้เช่นเดียวกัน”

“การจำกัดสิทธิสตรีเป็นเรื่องของวัฒนธรรมท้องถิ่น ไม่ใช่อิสลาม คัมภีร์อัล-กุรอานพูดไว้ชัดแจ๋วเลยว่าผู้หญิงมีสิทธิเสมอภาคกับผู้ชาย”

>> และชุดแบบสตรีมุสลิมของเธอก็แสดงให้เห็นพลังแห่งสตรี, เธอบอกว่า... 

“แล้วจะมีเสรีภาพได้อย่างไรล่ะ หากผู้หญิงยังถูกมองแค่ว่าสะโพกใหญ่เท่าไหร่ ขายาว ขาสวยรึเปล่า”

>> อีวอนคิดว่าสื่อมวลชนตะวันตกอคติต่ออิสลามหรือเปล่า?

“มีแน่นอน ส่วนใหญ่มาจากการที่นักข่าวตะวันตกขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอิสลาม บางคนก็เขียนข่าวตามที่รัฐบาลป้อนให้หมด บางคนก็ถูกหลอกให้เขียนข่าวโฆษณาชวนเชื่อซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

จากประสบการณ์ของเธอในอัฟกานิสถาน มีตัวอย่างข่าวจากที่นั่นบ้างไหมที่เป็นการสร้างภาพให้ตรงข้ามกับความจริง?

“สิ่งที่ถูกเรียกว่าการปลดปล่อยกรุงคาบูลน่ะ กลายเป็นเรื่องโกหกโดยสื่อมวลชนที่บิดเบือนภาพที่แท้จริง เพื่อให้ถูกใจผู้ชมในโลกตะวันตก อย่างภาพที่ถ่ายออกมาให้เห็นว่า ผู้หญิงโยนชุดคลุมลงในกองไฟ ผู้ชายอัฟกันโกนเครานั้น สิ่งที่กล้องไม่ได้ถ่ายให้คุณดูด้วยในตอนนั้นก็คือ ภาพที่สื่อมวลชนตะวันตกแสนร่ำรวยเหล่านี้ จ่ายเงินให้กับนักแสดงเหล่านั้นคนละเท่าไหร่ สื่อตะวันตกต้องการส่งภาพ ‘ความสุข’ เหล่านี้ไปให้ผู้คนที่บ้านเท่านั้นเอง และก็มีเรื่องโกหกพกลมเรื่องความลับ เรื่องนิวเคลียร์ของบินลาเดน มีนักข่าวคนหนึ่งจ่ายเงิน 500 เหรียญสหรัฐฯ เพื่อเอาเรื่องราวเกี่ยวกับแผนการนิวเคลียร์ของบินลาเดน แต่กลับกลายเป็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเนื้อหาในวิชาฟิสิกส์ของเด็กนักเรียน!”


ที่มา : https://www.facebook.com/groups/207754263078206/permalink/1178672692653020/
https://www.theguardian.com/media/2001/oct/09/terrorismandthemedia.afghanistan
http://edition.cnn.com/2001/WORLD/europe/10/08/gen.ridley.fate/index.html


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ [email protected] THE SHOPS TIMES คลิก👉https://lin.ee/vfTXud9

‘ดร.นิว’ โพสต์แขวะ ‘ธนาธร’ ปลุกปั่นม็อบแต่ดันหนีม็อบ ส่วน ‘ปิยบุตร’ ทวิตซัด ‘ไอโอหัวเกรียน’ ตามแอบถ่ายในสนามบิน

จากกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้เดินทางไปฝรั่งเศส เพื่อลงแข่งวิ่งเทรลรายการระดับโลกปลายเดือนสิงหาคมนี้ และปรากฏภาพขณะอยู่ที่สนามบินว่อนเน็ตนั้น หลายคนตั้งข้อสงสัยว่า ธนาธร ไปครั้งนี้จะกลับมาหรือไม่?

โดย ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ "ดร.นิว" นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า เพื่อนปิยบุตรส่งมาให้ดูครับ ขณะนี้มีใครบางคนกำลังพาลูกเมียเดินทางออกนอกประเทศครับ ออกจากประเทศไทย เวลา 18.30 น. ไปถึงประเทศสิงคโปร์ เวลา 20.55 น. 
#ม็อบ18สิงหา หรือจะสู้ #บินไปเมืองนอก18สิงหา
#ปลุกปั่นลูกชาวบ้านไปม็อบส่วนลูกฉันไปเที่ยว

เขามีสมัครวิ่งเทรลที่ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 23-29 สิงหาคม 2564 ภายใต้ชื่อ JUANG Than สามารถเข้าไปเช็กได้ที่ https://utmbmontblanc.com/en/page/108/the-2021-runners.html ส่วนจะกลับมาหรือไม่? จะเหมือนกรณีไปดูโอลิมปิกหรือไม่? โปรดติดตามตอนต่อไป

ขณะที่ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า ได้โพสต์ภาพนายธนาธร พร้อมครอบครัว ในเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมระบุข้อความว่า ลูกเมียหนียกแผง ความ_____________กำลังจะเกิดขึ้นหรือไม่ จงไปคิดดูเถิด ลูกฉันนั้นต้องรอด Bye Bye นะเด็กสามกีบ

จากนั้น นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า เขียนข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ สวนทันควันว่า เมื่อวานด็อกเตอร์ไอโอ 2 คน ปล่อยข่าวเที่ยวบินของธนาธร แล้วข้อความนี้ก็ว่อนในกรุ๊ปไลน์ต่าง ๆ วันนี้ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ มี “ชายหัวเกรียน” จำนวนมากไปดักรอถ่ายรูปธนาธรเดินทาง บังเอิญว่าในยุคสมัยนี้ มีไม่กี่อาชีพที่ต้องถูกบังคับตัดหัวเกรียนเสียด้วย

ต่อมา ด็อกเตอร์ไอโอ 2 คน ก็โพสต์ภาพธนาธรที่สนามบิน แล้วทันใดนั้น ก็มีทวิตเตอร์แปลก ๆ อีกหลายบัญชี โพสต์ตาม ข้อความเดียวกัน รูปเดียวกัน อ้างว่า “เพื่อนปิยบุตร” ส่งมา แหม่ บังเอิญว่า ผมไม่มีเพื่อนทำงานอาชีพที่ถูกบังคับให้หัวเกรียนด้วย

คนพวกนี้เอาข้อมูลการเดินทางส่วนบุคคลออกมาเปิดเผยได้อย่างไร? ข้อมูลมาจากหน่วยงานของรัฐไหน? ละเมิดสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนบุคคลหรือไม่? และ “ชายหัวเกรียน” จำนวนมาก ทำไมต้องไปรอดักถ่ายรูปธนาธรที่สนามบิน? เจ้าหน้าที่รัฐกินภาษีประชาชนมีหน้าที่แบบนี้หรือ? #ไม่เนียนไปเรียนมาใหม่


ที่มา : https://web.facebook.com/story.php?story_fbid=4460096204052983&id=100001579425464&_rdc=2&_rdr
https://web.facebook.com/ArnondSak/photos/a.104846874985174/219883673481493/
https://twitter.com/Piyabutr_FWP/status/1427978643674906625


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ [email protected] THE SHOPS TIMES คลิก👉https://lin.ee/vfTXud9

คำถามชวนคิด 238 ปี ใครคือเจ้าของประเทศ? คำถามชวนตอบ "คุณทำอะไรให้ประเทศบ้าง?"

ย้อนไปเมื่อปีที่แล้ว (15 ส.ค. 63) เจ้าของผู้ใช้เฟซบุ๊กท่านหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า 'Atirutj Sarlim' ได้โพสต์ข้อความที่ชวนให้เกิดการตั้งคำถามใหม่ ๆ แก่คนรุ่นใหม่ ที่อาจมองต่างมุม แต่ไม่ได้มองมุมกลับได้อย่างน่าสนใจว่า...

238 ปี ที่ไม่ต้องสงสัย ใครคือเจ้าของประเทศ?

เข้าไปโพสต์ใน Facebook ของธนาธร มีวัยรุ่นเข้ามาถามหลายเรื่อง ก็ตอบไป จนถึงคำถามล่าสุด ถามว่าทำไมไม่อยากให้ตรวจสอบสถาบัน เลยตอบไปว่า...

ไม่ใช่ไม่อยากให้ตรวจสอบครับ แต่ไม่เห็นเหตุผลหรือความจำเป็นต้องตรวจสอบ

ท่านไม่ได้เป็นผู้ต้องสงสัยอะไร ที่ต้องโดนตรวจสอบ ไม่ได้กระทำผิดอะไร!!

ราชวงศ์จักรีเริ่มต้นในปี 2325 ยาวมาจนปัจจุบัน 2563 เป็นเวลา 238 ปี

ก่อน 2475 >> นักการเมืองบริหารประเทศเหรอครับ?

เงินที่อยู่ในคลังของประเทศ >> นักการเมืองเป็นผู้ดูแลเหรอครับ?

ที่ดินที่กลายเป็น มธ. ท่าพระจันทร์ ก่อน 2475 >> เป็นของใครเหรอครับ?

ตอนที่ประเทศสยามต้องไถ่ถอนจากฝรั่งเศส >> เป็นเงินใครครับ?

จาก 2325 ถึง 2475 เป็นเวลา 150 ปี >> แผ่นดินในประเทศสยามเป็นของใครเหรอครับ?

พอ 2475 ใครเอาปืนไปจี้ปล้นมาจากท่านครับ?

ที่ดินที่กลายเป็น มธ. ใช่ของปรีดีเหรอครับ?

เงินทั้งหมดที่ปรีดีใช้หลัง 2475 ลอยลงมาจากอากาศเหรอครับ? หรือปรีดีหยอดกระปุกเก็บไว้

แล้วเงินของราชวงศ์ ที่ส่งต่อกันมากว่า 150 ปี ปรีดีและพวกกลุ่มเล็ก ๆ ที่อ้างประชาชนทั้งประเทศ มีความชอบธรรมอะไรไปเอาของท่านมาครับ?

ทรัพย์สินของราชวงศ์ ไม่ได้เพิ่งมีหลัง 2475 เหมือนปรีดีและพรรคพวกนะครับ 150 ปีนะครับจาก 2325 ถึง 2475...

แล้วทำไมราชวงศ์จะไม่มีสิทธิ์เอาของของท่านที่โดนเอาปืนจี้ปล้นไปกลับคืนครับ?

แล้ว 88 ปีที่ประชาชนมาบริหารประเทศต่อจาก 150 ปีที่ราชวงศ์บริหารมา มีสิทธิ์อะไรกับทรัพย์สินของท่านครับ?

จะอ้างจ่ายภาษี จากวันที่คุณเกิด จนถึงวันที่คุณอ้างว่า จ่ายภาษี กับ 238 ปีที่ราชวงศ์จักรีดำรงอยู่ เทียบกันหน่อยครับว่า เงินคุณจะประมาณเท่าไหร่กับเงินของราชวงศ์ที่ส่งต่อกันมาครับ

ผมไม่เห็นความชอบธรรมอะไรเลย ที่คนแบบพวกคุณจะมีสิทธิ์ไปยุ่งเกี่ยวกับเงินของราชวงศ์ โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ที่อายุยังไม่ถึง 30 ปีเลย

30 ปี กับ 238 ปี กับคุณูปการต่าง ๆ ที่กษัตริย์ไทยได้สร้างไว้ตั้งแต่วันประชาชนชาวไทยยังไม่ได้บริหารประเทศจนวันนี้

คุณทำอะไรให้ประเทศบ้าง?

คุณกับครอบครัวคุณ และพวกที่เรียกร้องด้วยครับ จากวันที่เกิด จนวันที่ลุกขึ้นมาเรียกร้อง ทำอะไรให้ประเทศเท่ากับที่ราชวงศ์ทำมาตั้งแต่ 2325 ครับ ถึงบอกว่าพวกคุณมีความชอบธรรมมากพอ เป็นเจ้าของประเทศมากพอ ที่จะไปตรวจสอบพระมหากษัตริย์ที่สืบทอดต่อเนื่องมา 238 ปี

เอาความชอบธรรมอะไรไปตรวจสอบท่านครับ งงมาก


ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=3263615580348530&id=100001003612221&refid=52&__tn__=-R


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ [email protected] THE SHOPS TIMES คลิก👉https://lin.ee/vfTXud9

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘หญิงหน่อย’ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษ เปิดประสบการณ์เส้นทางชีวิตทางการเมืองกว่า 30 ปีในรายการ Click on Clear THE TOPIC ทาง THE STATES TIMES

ไม่นานมานี้ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘หญิงหน่อย’ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษ เปิดประสบการณ์เส้นทางชีวิตทางการเมืองกว่า 30 ปีในรายการ Click on Clear THE TOPIC ทาง THE STATES TIMES ภายใต้ความยึดมั่นในหลักการของประชาธิปไตยและมุ่งหวังที่จะเห็นประชาธิปไตยในเมืองไทยพัฒนาไปข้างหน้า ใต้เงา ‘พรรคไทยสร้างไทย’ ผลงานชิ้นสุดท้ายก่อนที่จะลาเส้นทางการเมืองว่า…

‘พรรคไทยสร้างไทย’ จัดตั้งขึ้นภายใต้จุดยืนสำคัญ คือ...

1.) ยืนอยู่บนหลักประชาธิปไตย

2.) เป็นสะพานเชื่อมคนทุกรุ่น ที่มีจุดมุ่งหมายทำงานเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทย

3.) แก้ปัญหาโครงสร้างรัฐที่กดทับประชาชน

ภายใต้จุดยืนต่าง ๆ เหล่านี้สะท้อนถึงความต้องการให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในประเทศไทยทั้งความหวังที่จะเห็นประชาธิปไตยในเมืองไทยเบ่งบานโดยปราศจากเผด็จการที่จะมาขัดการพัฒนาประชาธิปไตย อีกทั้งต้องการเปลี่ยนแปลงเพื่อปลดแอกประชาชนออกจากการเมืองแบบเดิม ๆ และแก้ปัญหาโครงสร้างรัฐที่กดทับประชาชน ด้วยการให้อำนาจแก่ประชาชน และปลดปล่อยประชาชนจากกฎเกณฑ์ที่ขัดขวางและเป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากิน

ดังนั้น เธอมองว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีพรรคการเมืองที่เป็นเครื่องมือที่ดีให้กับประชาชน จึงได้จัดตั้งพรรคที่เป็นเหมือนสะพานเชื่อมอนาคตจากรุ่นสู่รุ่น ด้วยการผสมผสานความต่างของคนแต่ละช่วงวัย องค์ความรู้ และประสบการณ์ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน โดยใช้มรดกทางการเมืองที่มากไปด้วยประสบการณ์คนรุ่นเธอ มาช่วยค้ำเป็นเสาหลักที่แข็งแรงให้ก่อตัวเป็นพรรคการเมืองได้อย่างแข็งแรง จากนั้นก็ดึงองค์ความรู้ ความเข้าใจของโลก/เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ พร้อมกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามาผสมผสานให้เกิดส่วนผสมที่ลงตัวของ ‘พรรคไทยสร้างไทย’

>> เมื่อถามว่า อนาคตทางการเมืองของไทยในสายตาคุณหญิงเป็นอย่างไร และถ้ามีโอกาสเข้ามาทำงานการเมืองจะเข้ามาแก้ Ecosystem ตรงไหน? เธอตอบว่า...

“ข้อแรก คือ Empower ประชาชน คือการเอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง การสร้างพลัง ปลดปล่อยประชาชนจากสิ่งที่ถูกกดทับ เช่น การยกเลิกระเบียบกฎหมาย ที่ทำให้เป็นอุปสรรคการทำมาหากินของประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้ลุกขึ้นมาทำมาหากินได้

“ข้อสอง คือ การแก้รัฐธรรมนูญ ในฐานะที่เคยเป็นผู้ลงแรงในการหาเสียงมากที่สุด และเป็นผู้นำทัพพรรคการเมืองไปตะลุยกว่า 200 เวที หาเสียงเกือบทุกจังหวัด เพื่อให้พรรคประสบความสำเร็จ และเพื่อให้สมาชิกเป็นอันดับ 1 แต่รู้สึกเสียใจกับเพื่อนสมาชิกที่ไปตามพรรคพลังประชารัฐในการยอมแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา เพราะเป็นการเอื้อประโยชน์แค่กลไกลกติกาการเลือกตั้ง ทำให้พรรคใหญ่ ๆ ได้เปรียบ และแทบจะปิดทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เพราะถือว่าได้มีการแก้ไขไปหลายมาตราแล้ว แล้วสุดท้ายประชาชนจะได้ประโยชน์อะไร? เพราะฉะนั้น ประเทศไทยควรต้องมีกติกาที่ดีจากการแก้รัฐธรรมนูญโดยประชาชน

“ข้อสาม คือ การเปลี่ยนบทบาทของข้าราชการ ต้องเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ส่งเสริม เป็นผู้สนับสนุนประชาชน ในการที่จะมีชีวิตมีโอกาสในการทำมาหากิน ไม่ใช่ผู้สั่งการหรือบังคับ

“ข้อสี่ คือ การเร่งกระจายอำนาจ ในฐานะที่เป็นรุ่นแรกที่ทำการกระจายอำนาจ เมื่อประมาณ 20 ปีก่อน ถ้าในบริบทของพรรคไทยสร้างไทย เราจะนำอำนาจไปที่ประชาชน นอกเหนือจากการเลือกตั้งท้องถิ่นแล้ว เราจะให้มีคณะกรรมการหมู่บ้าน โดยเป็นประชาธิปไตยขั้นพื้นฐาน เป็นผู้ตัดสินในส่วนของงบประมาณ โดยเป็นผู้ตัดสินใจเอง ไม่ใช่มีผู้คิดให้ พร้อมยกตัวอย่างกรณีเสาไฟฟ้า ซึ่งคนในหมู่บ้านไม่ก็ไม่ได้ต้องการ เพราะฉะนั้นเราจะพิจารณาจากสิ่งที่ประชาชนต้องการ และจากนั้นกรรมการหมู่บ้านก็ทำการตรวจรับงาน ระบบการกระจายอำนาจ ก็จะควบคู่กันกับการใช้เทคโนโลยีในการตรวจสอบ

“ข้อสุดท้าย คือ การใช้เทคโนโลยีเข้าในระบบราชการเพื่อความโปร่งใสในการประมูลจดซื้อจัดจ้าง คือ การใช้เทคโนโลยี Open DATA เข้ามา หรือการนำ Blockchain เข้ามา จะทำให้ระบบของการประมูล และการจัดซื้อจัดจ้างของประเทศ เกิดความโปร่งใสขึ้นและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน”

>> เมื่อถามถึงปัญหาวิกฤตโควิด-19 คุณหญิงคิดว่ารัฐบาลต้องทำอะไร? เธอตอบว่า...

“ที่ผ่านมาหลาย ๆ สิ่งที่นำเสนอ ไม่ได้มีสิ่งใดที่ไม่หวังดีกับรัฐบาล ตอนนี้หมดเวลาในการแบ่งฝ่ายหรือกลัวเสียหน้า เพราะตอนนี้ต้องร่วมกันระดมความคิดเห็นช่วยนำพาประชาชนออกจากวิกฤตครั้งนี้ให้ได้ก่อน ดังนั้นในฐานะอดีตรัฐมนตรีสาธารณะสุขที่ผ่านโรคอุบัติใหม่ อย่างโรคซาร์สที่อัตราการเสียชีวิตสูง และระบาดหนักอย่างโรคไข้หวัดนก โดยเปรียบเทียบว่าวิกฤตของโควิด-19 ครั้งนี้ ไม่ต่างจากผลของการระบาดไข้หวัดนก ณ ตอนนั้น แต่เราเองสามารถแก้ปัญหาได้เสร็จ ภายใน 2-3 เดือนแทบจะไม่ได้พัก ดังนั้นหัวใจสำคัญของการควบคุมการระบาด คือ การเร่งตรวจหาผู้ติดเชื่อให้เร็วที่สุดและมากที่สุด ตาม ‘แผนพิมพ์เขียวของไทยสร้างไทย’ 3 ข้อ คือ...

“ข้อที่ 1 การควบคุมการแพร่ระบาด เร่งหาผู้ติดเชื้อและนำผู้ติดเชื้อเข้าระบบให้เร็วที่สุด การสั่งล็อกดาวน์ โดยไม่เร่งตรวจหาผู้ติดเชื้อ จะไม่สามารถควบคุมการระบาดได้ในเวลาที่รวดเร็ว ให้นำ Rapid Antigen Test ตรวจประชาชนกลุ่มเสี่ยงทุกคนในพื้นที่สีแดง หรือแดงเข้ม เพื่อเร่งนำผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบ และทำระบบแอปพลิเคชัน ให้ผู้ที่ตรวจแล้วมีผลเป็นบวก ได้เข้าระบบการดูแลรักษาทันที เพราะทุกวันนี้ ‘แอปพลิเคชันเยอะกว่าวัคซีน’

“ข้อที่ 2 การรักษาผู้ติดเชื้อเพื่อลดการป่วย การตาย และเตียงไม่พอ ผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ หรืออาการน้อยให้เข้า Program Home Isolation เร่งทำ Community Isolation ให้เพียงพอกับผู้ติดเชื้อ โดยใช้โรงเรียน วัดหรือหอประชุมใกล้ชุมชน และผู้ที่มีอาการไม่มากเข้าโรงพยาบาลสนาม ‘ต้องตั้งเป้าให้คนหายป่วยกลับบ้านได้ตั้งแต่เตียงเขียว’

“ข้อที่ 3 การป้องกัน โดยเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เร่งจัดหาวัคซีน mRNA อย่างน้อยเพิ่มขึ้นอีก 100 ล้านโดส ที่สามารถต่อสู้กับเชื้อกลายพันธุ์ มาเป็นวัคซีนหลักคู่กับ AstraZeneca ให้คนไทยมีสิทธิเลือกวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ ปรับแผนบริหารวัคซีนให้ได้เฉลี่ยเดือนละ 10 ล้านโดส เพื่อฉีดให้ได้ 500,000 โดสต่อวัน และให้ประชาชนได้วัคซีนทั้ง 2 เข็มครบ 50 ล้านคนแรกในเดือนมกราคม เป็นของขวัญปีใหม่ได้เปิดเมือง และประชาชนได้กลับมาทำมาหากินอีกครั้ง

“นอกจากนี้ อยากให้รัฐบาลมองไปข้างหน้าว่าควรเตรียมอะไรให้กับประชาชนเพื่อให้ทุกคนลุกขึ้นมาทำมาหากินให้ได้เร็วที่สุด โดยในมุมของดิฉันสิ่งที่รัฐควรเตรียมให้กับประชาชน คือ สร้างสภาพแวดล้อมใหม่เพื่อให้โลกหลังโควิด-19 ประชาชนสามารถลุกขึ้นมาทำมาหากินได้ บนจุดแข็งของประเทศไทยและบริบทของโลกใหม่หลังโควิด-19 เช่น การสร้างจุดแข็งจากการเกษตรไทย ให้กลายเป็นศูนย์กลางอาหารปลอดภัยของคนทั้งโลก ปรับเปลี่ยนการท่องเที่ยว สร้างงานอีเวนต์ทุกเดือนเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว และสุดท้ายสนับสนุนอุตสาหกรรมทางการแพทย์

“ขณะเดียวกันต้องเร่งดูดการลงทุนในประเทศไทย ด้วยการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์รวมสตาร์ทอัพให้ได้ ซึ่งการจะไปถึงจุดนั้นจำเป็นต้องมีการปรับแก้ไขกฎหมาย หรือกฎเกณฑ์เรื่องการเงินของธนาคารชาติ, ตลาดหลักทรัพย์ และเรื่องวีซ่า เพื่อให้เอื้อต่อการมาลงทุนในระบบนิเวศน์ของสตาร์ทอัพไทย ซึ่งตรงนี้ ก็อยากขอร้องรัฐบาลว่าช่วยพิจารณาแผนอย่างไม่อคติ แล้วก็ช่วยระดมความคิดว่าแผนนี้เป็นแผนที่เสนอบนความเป็นไปได้”

>> ก่อนที่คุณหญิงจะมาตั้งพรรคเอง มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า ตัวคุณหญิงเปรียบเสมือนคนที่คอยรับหน้าการแก้สื่อทางการเมืองให้กับ ‘คุณทักษิณ ชินวัตร’ คุณหญิงคิดเห็นเรื่องนี้อย่างไร? เธอตอบว่า...

“ต้องย้อนความถึงตอนเกิดเส้นทางการเมืองจากพรรคพลังธรรม โดยตอนนั้นเป็นเลขาธิการพรรคพลังธรรม เราก็มีหน้าที่รับหน้าแก้ปัญหาให้กับ ‘ท่านจำลอง ศรีเมือง’ และให้กับพรรค เมื่อได้เข้ามาทำงานกับพรรคไทยรักไทยก็เช่นกัน เราก็ต้องรับหน้าที่ในฐานะรองหัวหน้าพรรคหมายเลข 1 ในการที่คอยที่จะทำความเข้าใจหรือว่าสิ่งใดที่เกิดความเข้าใจผิด เราก็มีหน้าที่แก้ต่างให้กับพรรค ให้กับหัวหน้าพรรคคือ ‘คุณทักษิณ ชินวัตร’ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะอยู่พรรคไหนเราก็ทำหน้าที่แบบนี้”

>> เมื่อถามถึงพรรคไทยสร้างไทย ถือเป็นมรดกทางการเมืองของคุณหญิงตลอด 30 ปีที่ผ่านมาในมิติไหนบ้าง? เธอตอบว่า...

“ครั้งนี้เป็นความตั้งใจที่อยากจะทำพรรคในฝันของตัวเอง ตั้งแต่ 30 ปี ตั้งแต่แรกเริ่มเข้าการเมือง ดิฉันเป็นนักการเมืองที่ไม่เคยถูกคดีในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน แม้จะเคยมีคดีที่รัฐประหารครั้งแรกและถูกกล่าวหาว่าทุจริตคดีคอมพิวเตอร์ 900 ล้านบาท ซึ่งข้อเท็จจริง คือ 900 ล้านนั้นได้ยกเลิกการประมูลจริง แต่ไม่ได้มีการทำประมูลใหม่ และในท้ายที่สุดเราก็ชนะเป็นเอกฉันท์ เพราะเงินคืนหลวงทุกบาท เพราะฉะนั้น อยากให้เชื่อมั่นว่า ผู้ที่ทุ่มเทการทำงาน และไม่เคยมีเรื่องการทุจริต มีความจริงใจในการอยากมาช่วยแก้ปัญหาประเทศ

“ขณะเดียวกันประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา 30 ปี ซึ่งถือเป็นงานที่ท้าทายทั้งสิ้น แต่ก็ทำจนประสบความสำเร็จ ตั้งแต่เริ่มต้นการรับผิดชอบการจราจรในกรุงเทพฯ เช่น การทำอุโมงค์ การทำแผนรถไฟฟ้า การทำสะพานลอย แผนรถไฟฟ้าที่ใช้กันถึงปัจจุบันนี้ หรือแม้แต่โครงการ 30 บาท ซึ่งสิ่งเหล่านี้อยู่ใน ‘ยุคของสุดารัตน์’ ที่สร้างขึ้นทั้งนั้น

“ดังนั้น ประสบการณ์ที่มีทั้งหมด จะทุ่มเทให้กับพรรคไทยสร้างไทย เป็นผู้รับใช้ประชาชนที่ดี และนำพาประชาชนออกจากปัญหาและวิกฤตต่าง ๆ เชื่อว่าเราหาทางออกให้กับประเทศได้ ซึ่งตอนนี้มี 2 อย่างที่อยากเข้าไปแก้มือ คือ โครงการ 30 บาท ที่ตอนนี้เละเทะไปหมด รวมถึงการปฏิรูปเกษตรให้หายจน ที่ก่อนหน้านั้นได้ดำเนินการไปได้แค่ 30% ถ้าได้อยู่ครบ 4 ปีในการดูแลเกษตรตรงนี้ ‘เอาหัววางเลยว่าเกษตรไทยไม่จน และ GDP ไทยจะดีกว่านี้’”

>> ในสายตาคุณหญิง ผู้ที่เคยถูกยกให้เป็น ‘ดาวรุ่งทางการเมือง’ มองว่าใครคือดาวรุ่งทางการเมืองไทยตอนนี้? เธอตอบว่า...

“ชื่นชมคุณรุ่นใหม่ และตอนนี้ก็มองเห็นหลายท่าน และหลายพรรคที่เหมาะสมจะเป็นผู้นำประเทศ ยกตัวอย่าง คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล, นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ถึงแม้ว่าจะรุ่นใหม่ แต่ก็เพรียบพร้อมด้วยความรู้ หรือแม้แต่คุณโต้ง สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ของพรรครัฐบาล ซึ่งคนเหล่านี้คือดาวรุ่งที่เหมาะสมจะมาพัฒนาประเทศในอนาคต พร้อมกล่าวอีกด้วยว่า ฝันว่าไทยสร้างไทย จะมีดาวรุ่งเยอะมากเลย แล้วกำลังพยายามทำอยู่”

>> ทิ้งท้ายกับเป้าหมายทางการเมืองในปัจจุบัน ยังคาดหวังเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนที่สองอยู่หรือไม่? คุณหญิงสุดารัตน์ ได้ให้คำตอบว่า...

“เป้าหมายสูงสุดทางการเมืองของดิฉันในวันนี้ คือ การนำสมาชิกพรรคเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรให้ได้มากที่สุด เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นฉบับประชาชนอย่างแท้จริง โดยสำหรับดิฉัน ‘ตำแหน่งไม่สำคัญ แต่ต้องการสร้างองค์กรการเมืองที่ดีมากกว่า ดังนั้นก่อนที่จะหยุดเส้นทางการเมือง ต้องการทำองค์กรดี ๆ ให้สำเร็จ

“ฉะนั้นในช่วงแรก การรับบทบาทผู้นำพรรค ก็เพื่อเป็นที่ปรึกษาให้กับคนรุ่นใหม่ ได้เข้ามาช่วยกันทำงานและเฝ้ามองการเติบโตของคนในพรรคที่มีความสามารถและเข้าไปแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้”

คุณหญิงสุดารัตน์ ย้ำทิ้งท้ายอีกว่า ความฝันในตอนนี้ คือ อยากเห็นประเทศไทยเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญให้เป็นฉบับประชาชนจริง ๆ เสียที หรือก็คือแค่การแก้ไขกฎกติกาอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ แต่จะต้องพึ่งพลังคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้เข้ามาช่วยกันทำด้วย

ติดตามสัมภาษณ์แบบเต็ม ๆ ได้ที่ Click on Clear THE TOPIC >> https://fb.watch/77kV2hr5y-/


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ [email protected] THE SHOPS TIMES คลิก👉https://lin.ee/vfTXud9

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความระบุ 3 ข้อที่นายทักษิณไม่เปลี่ยน แนะ กลับไทย 'ต้องมีพระนำ'

30 ก.ค. 64 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ คนที่ยังเหมือนเดิม

ผมแอบฟัง แอบอ่าน ความเห็นของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร อยู่บ้าง เพื่อไม่ให้ตกข่าว ผมเห็นว่า ท่านอดีตนายกทักษิณ ยังไม่เปลี่ยนแปลง ใน 2-3 เรื่อง คือ

1.) ไม่ค่อยมีกัลยาณมิตรเหมือนเดิม ผมเคยพูดในสภาว่า ท่านจะพังกับคนรอบข้าง ท่านไม่มีกัลยาณมิตร คนใกล้ชิดจะได้ประโยชน์จากท่าน แต่ท่านจะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากคนเหล่านี้เลย เพราะเมื่อถึงเวลาคนเหล่านี้จะไปหาที่ใหม่ และฝากคำพูดไว้กับท่านว่า" มันจบแล้วครับนาย" วันนี้ ก็เห็น 2-3 คนเชียร์ท่านอยู่ในคลับเฮาส์ และเวลาเชียร์ท่านนายกทักษิณ ท่านก็ของขึ้นตามแรงเชียร์ทุกครั้ง

นี่!! ท่านยังเหมือนเดิม

2.) ท่านนายกทักษิณ ยังใช้คำพูดไม่น่ารัก เวลาพูดท่านจะแสดงความเหนือชั้นและข่มคนอื่นทุกครั้ง ท่านลืมภาษิตที่ว่า "ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด" ความไม่น่ารักของท่าน เช่น ท่านพูดถึงคนอื่นว่า "ยังโง่เหมือนเดิม" "โง่กว่าเดิม" และผมยังเข้าใจไปว่า ท่านยังพาดพิงไปถึงพลเอกประยุทธ์ด้วย ทำนองว่า ยึดอำนาจไปแล้วคิดว่าจะฉลาด ก็ยังโง่เหมือนเดิม

อันนี้แหละ ที่ผมว่า ท่าน "ไม่น่ารัก" ไม่เป็นผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่เขาไม่ตำหนิใครด้วยถ้อยคำรุนแรงในที่สาธารณะหรอก

3.) สุดท้ายที่ท่านนายกทักษิณพูดว่า ท่านจะกลับเมืองไทยแน่นอน และออกทางประตูหน้าที่สนามบินสุวรรณภูมิ มีสื่อมาถามผม ผมก็บอกว่า มีอยู่ 2-3 วิธี ที่ท่านมาและออกทางประตูหน้าได้ ผมลืมไปอีกวิธีหนึ่ง ที่ท่านสามารถออกทางประตูหน้าได้ คือ "ต้องมีพระนำ"


ที่มา : https://www.facebook.com/NipitPhatthalung/photos/a.580115755392887/5817237455013998/


โปรเด็ด! ถึง 31 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก👉https://lin.ee/vfTXud9


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top