“รองโฆษกรัฐบาล” แก้หนี้กยศ.เป็นของขวัญปีใหม่ จัดของขวัญปีใหม่ ลดดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ เสนอร่างแก้ไขพ.ร.บ.กยศ. เข้าสภา 5 ม.ค. คลายทุกข์ลูกหนี้และผู้ค้ำฯหลายล้านคน
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ติดตามการแก้ปัญหาหนี้กองทุนเงินกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งรัฐบาลถือเป็นวาระเร่งด่วน โดยข้อมูล สิ้นปี 2563 เงินกู้กยศ. มีหนี้เสีย (NPL) สูงถึง 63เปอร์เซ็นต์ สูงที่สุดในช่วง 25 ปี ปัจจัยที่ทำให้ผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้ได้เป็นจำนวนมาก มาจากรูปแบบการชำระเงินคืนไม่สอดคล้องกับความสามารถในการชำระหนี้คืน ซึ่งบางช่วงเศรษฐกิจเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้น กยศ.จึงได้ทำการปรับรูปแบบการชำระหนี้ เพื่อลดโอกาสการผิดนัดชำระหนี้และกลายเป็นหนี้เสีย
เพิ่มแผนการรับชำระหนี้ให้หลากหลาย ทำให้ผู้กู้สามารถเลือกแผนการชำระคืนให้เหมาะสมกับศักยภาพของตนเอง และยังได้เปิดให้ผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างผ่อนชำระหนี้ที่ยังไม่ถูกฟ้องคดี จำนวนกว่า 1.7 ล้านคน ให้เข้ามาแจ้งความประสงค์ขอปรับโครงสร้างหนี้ได้แล้วแบบสมัครใจ ผ่านแอปพลิเคชัน กยศ. Connect หรือผ่านเว็บไซต์ https://wsa.dsl.studentloan.or.th เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้กู้ยืมช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19
น.ส.รัชดา กล่าวว่า รูปแบบการชำระหนี้ใหม่ที่จัดให้แก่ผู้กู้ อาทิ 1.การชำระหนี้คืนจากรายปีเป็นรายเดือน และขยายระยะเวลาการผ่อนเป็น 25 ปี จากเดิม 15 ปี 2. ปรับลำดับการตัดชาระหนี้ โดยจะตัดเงินต้นก่อน แล้วจึงนำมาตัดดอกเบี้ย ทำให้ยอดหนี้ลดลง 3.ลดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้จากร้อยละ 18 ต่อปี เหลือร้อยละ 2 ต่อปี 4. ยกเลิกผู้ค้ำประกัน นับตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 เป็นต้นไป 5.ปรับโครงสร้างหนี้ ให้กับผู้ที่มีปัญหาชำระหนี้ไม่ได้ อนึ่ง ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ กยศ. มอบของขวัญแก่ลูกหนี้ ด้วยการขยายเวลา 5 มาตรการ ออกไปถึง 30 มิ.ย.65 จากเดิมสิ้นสุด 31 ธ.ค.นี้
โดย ลดดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจากเดิม 1 เปอร์เซ็นต์ เป็น 0.01 เปอร์เซ็นต์ ต่อปี สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่ไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ 2) ลดเงินต้น 5 เปอร์เซ็นต์กรณีชำระหนี้ปิดบัญชีสำหรับผู้กู้ยืมเงินที่ไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ 3.ลดเบี้ยปรับ 100 เปอร์เซ็นต์กรณีชำระหนี้ปิดบัญชีสำหรับผู้กู้ยืมเงินที่ยังไม่ถูกดำเนินคดี 4.ลดเบี้ยปรับ 80 เปอร์เซ็นต์ สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่ยังไม่ถูกดำเนินคดีที่ชำระหนี้ค้างทั้งหมดให้มีสถานะปกติ 5.ลดอัตราการคิดเบี้ยปรับเหลือ 0.5 เปอร์เซ็นต์ ต่อปี สำหรับผู้กู้ยืมเงินที่ยังไม่ถูกดำเนินคดีและไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด



















