Tuesday, 7 July 2026
NEWS

‘ประเทศไทย’ ปกป้องอธิปไตยด้วย ‘เสียง’ แต่กลับถูกตั้งคำถาม เรื่องสิทธิมนุษยชน

(13 ต.ค. 68) จากกรณีที่ #กันจอมพลัง นำรถเครื่องเสียงเข้าไปเปิดเสียงเฮลิคอปเตอร์ เครื่องบิน F-16 และ #เสียงผี ที่ #หมู่บ้านหนองจาน และ #หนองหญ้าแก้ว เพื่อกดดันและ #ข่มขวัญชาวกัมพูชา ล่าสุด นางอังคณา นีละไพจิตร #สมาชิกวุฒิสภา ออกมาเตือนรัฐบาลว่า การปล่อยให้บุคคลทั่วไปเข้าไปสร้างความกดดันดังกล่าว อาจทำให้รัฐบาลตกอยู่ในความเสี่ยงทางกฎหมายและการเมือง

นางอังคณา ระบุว่า การปล่อยให้ #อินฟลูเอนเซอร์ หรือบุคคลภายนอกเข้าไปกระทำการเพื่อ #สร้างความหวาดกลัวในช่วงความขัดแย้ง ถือเป็นความท้าทายต่อรัฐบาล โดยเฉพาะต่อกระทรวงการต่างประเทศในการหาทางออกร่วมกันและรักษาภาพลักษณ์ของประเทศ

นางอังคณาชี้ว่า เหตุการณ์ทั้งหมดถูกรายงานต่อ #องค์การสหประชาชาติแล้ว โดยเฉพาะจดหมายจาก นายแก้ว เรมี ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา ที่ระบุว่า หน่วยทหารไทยได้กระจายเสียงแหลมสูงต่อเนื่องหลายชั่วโมง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและใจของพลเรือน รวมถึงผู้สูงอายุ เด็ก และผู้พิการในพื้นที่

นอกจากนี้ นางอังคณา ยังเตือนว่า การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่าย #การทรมานทางจิตวิทยา (Psychological Torture) ตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน (CAT) ซึ่งไทยเป็นภาคี และอาจสร้างความตึงเครียดระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งยังขัดแย้งกับข้อตกลงหยุดยิงและบันทึกข้อตกลงชายแดนร่วม (GBC) ระหว่างไทย–กัมพูชา “รัฐบาลควรพิจารณาให้รอบคอบ การทำสิ่งใดที่สร้างความหวาดกลัวหรือผลกระทบทางจิตใจต่อพลเรือน แม้จะเป็นฝ่ายคู่ขัดแย้ง ก็สามารถถูกมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเวทีโลก” นางอังคณา กล่าว

ขณะที่ สุนัย ผาสุข ที่ปรึกษาองค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ ประจำประเทศไทย เตือนว่า แม้หลายคนมองว่าเป็นการแสดงความรักชาติ แต่การกระทำเช่นนี้อาจย้อนกลับ #ทำลายภาพลักษณ์ #ความชอบธรรมของไทย และถูกตีความว่าเป็นการสร้างความรำคาญหรือ #ทำร้ายพลเรือนกัมพูชา

สุนัยเตือนว่า การเปิดเสียงใส่พื้นที่พลเรือนไม่ใช่การโจมตีทางยุทธศาสตร์โดยตรง แต่เป็นเจตนาที่ส่งผลต่อประชาชนทั่วไป หากกัมพูชานำไปขยายผล ไทยอาจถูกกล่าวหาว่า #ละเมิดสิทธิพลเรือน โดยเฉพาะเมื่อมีการให้สัมภาษณ์ซ้ำจากฝ่ายความมั่นคงหรือกองทัพ

การกระทำเช่นนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของไทยในฐานะประเทศที่ยึดหลักความชอบธรรมและเป็นภาคี #อนุสัญญาต่อต้านการทรมาน (CAT) ถูกตั้งคำถาม ขณะที่บางพื้นที่ชายแดนอยู่ในมาตรการพิเศษหรือกฎอัยการศึก ทำให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงยาก และเปิดช่องให้กัมพูชาตอบโต้ได้ง่าย

สุนัยสรุปว่า หากต้องการจัดการปัญหาชายแดน ควรหลีกเลี่ยงยุทธวิธีที่สร้างความเดือดร้อนให้พลเรือน และเน้นวิธีการที่ไม่ละเมิดสิทธิ เช่น การลาดตระเวนที่เคารพสิทธิพลเรือน ใช้ช่องทางทูต ข้อมูลเชิงประจักษ์ หรือมาตรการทางกฎหมายที่พิสูจน์ได้ว่าปกป้องอธิปไตย ไม่ใช่ข่มขู่ประชาชนของอีกฝ่าย
 

‘ไทย – จีน’ ฉลอง 50 ปี สัมพันธ์ทางการทูต ผูกพันแน่นแฟ้น อัครราชทูตจีน ร่วมปล่อยคาราวานรถยนต์ ‘กรุงเทพฯ – ปักกิ่ง’

เมื่อวันที่ (10 ต.ค. 68) สมาคมมิตรภาพไทย-จีน ได้จัดพิธีขบวนคาราวานรถยนต์“ฉลอง 50 ปี สัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและไทย” โดยมี ท่านอู่ จื้ออู่ อัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย นายกร ทัพพะรังสี นายกสมาคมมิตรภาพไทย-จีน คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเข้าร่วมในพิธี

ขบวนคาราวานรถยนต์ประกอบด้วยรถยนต์ยี่ห้อจีนที่ผลิตในประเทศไทยมีกำหนดเดินทางถึงปักกิ่งจากกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 10 ถึง 25 ตุลาคม

สำนักงานตำรวจแห่งชาติอาลัย 'หมู่จักร' ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 1,078,000 บาท เสนอเลื่อนยศ ด.ต. รวบรวมหลักฐานดำเนินคดีคู่กรณี

(13 ต.ค. 68) จากกรณีหญิงวัย 30 ปี ขับรถกระบะชนประสานงาเป็นเหตุให้ “ส.ต.ท.จักรพงษ์ พุทธเสน” ผู้บังคับหมู่ ฝ่ายป้องกันปราบปราม สภ.เมืองหนองคาย เสียชีวิต ขณะปฏิบัติหน้าที่ออกตรวจดูแลความสงบเรียบร้อย หลังรับแจ้งเหตุวัยรุ่นรวมตัวขับขี่จักรยานยนต์ก่อความเดือดร้อนรำคาญ ในพื้นที่ ต.หาดคำ อ.เมือง จ.หนองคาย เหตุเกิดเมื่อกลางดึกของวันที่ 12 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา

พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ในนามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแสดงความอาลัย และแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของ “ส.ต.ท.จักรพงษ์ฯ” หรือ “หมู่จักร” ในการสูญเสียครั้งนี้ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบเงินสวัสดิการช่วยเหลือตามสิทธิในเบื้องต้นประมาณ 1,078,000 บาท พร้อมเสนอความชอบเลื่อนเงินเดือนไม่เกิน 3 ขั้น และเลื่อนยศสูงขึ้นเป็น ด.ต. และพิจารณาสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ต่อไป อย่างไรก็ตาม ส.ต.ท.จักรพงษ์ฯ ถือได้ว่าเป็น ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์โดยแท้ ปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ด้วยความตั้งใจ ทุ่มเท เสียสละ เป็นที่รักของผู้บังคับบัญชา และเพื่อนร่วมงาน การสูญเสียครั้งนี้นับเป็นการสูญเสียกำลังพลที่มีคุณค่า

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของความคืบหน้าคดี ทาง สภ.เมืองหนองคาย กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน โดยรอผลการตรวจเลือดของทั้ง 2 ฝ่ายคาดใช้เวลา 3-5 วัน ขณะที่ฝ่ายคู่กรณีได้รับบาดเจ็บ อยู่ระหว่างการรักษาตัว โดยจากการตรวจปัสสาวะของผู้ขับขี่รถกระบะไม่พบสารเสพติด ซึ่งต้องสอบสวนพฤติการณ์ของผู้ขับขี่ประกอบพยานแวดล้อมอื่น ๆ ว่าเป็นการเมาสุราขณะขับรถหรือไม่ รวมถึงหาสาเหตุของการชนครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนจะรวบรวบพยานหลักฐานอย่างรอบคอบรอบด้าน ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

การเปิดเสียงหลอนกลางดึก เป็นการทำสงครามจิตวิทยา รบทางเสียง ยังดีกว่า ทำสงครามฆ่ากันตาย และไม่ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชน

(13 ต.ค. 68) นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อนว่า กัน จอมพลัง หรือ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ ในฐานะอินฟลูเอนเซอร์ช่วยเหลือประชาชนเปิดเสียงซาวด์ผีหลอนใส่กัมพูชากลางดึกนั้น กัมพูชาย่อมมีสิทธิ์เปิดเสียงหลอนใส่ไทยได้เช่นกัน

“การเปิดเสียงหลอนกลางดึกเป็นการทำสงครามจิตวิทยารบทางเสียง ยังดีกว่าทำสงครามฆ่ากันตาย และไม่ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชนกันตรงไหน”

ส่วนจังหวัดสระแก้วซ้อมแผนอพยพประชาชนใน 4 อำเภอ คือ ตาพระยา โคกสูง วัฒนานคร และคลองหาด เพื่อเตรียมพร้อมยามฉุกเฉิน สะท้อนว่า สถานการณ์ผลักดันกัมพูชารุกล้ำดินแดนไทยที่บ้านหนองจานและหนองหญ้าแก้ว อาจขยายผลไปถึงขั้นต้องทำสงครามต่อกัน

อย่างไรก็ตาม การให้ชาวบ้านเตรียมความพร้อมอพยพจึงไม่เกินความจริงไปได้ เพราะถ้ารบกันแล้ว คงไม่ได้อยู่แค่ดินแดนไทยถูกรุกล้ำเท่านั้น แต่จะขยายไปในพื้นที่ส่วนอื่น ตั้งแต่ชายแดนกองทัพภาค 1 ถึงกองทัพภาค 2 ด้วย คงหนีกันไม่พ้นการปะทะกันทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ

ผบ.ตร.ลงพื้นที่ จ.สระแก้ว รับฟังสถานการณ์ และให้กำลังใจกำลังพล ยืนยันสำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมร่วมปกป้องอธิปไตยของชาติ

(13 ต.ค. 68) เวลา 08.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2, พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และ พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.) เดินทางไปตรวจสถานการณ์ไทย-กัมพูชา จ.สระแก้ว และตรวจเยี่ยมกำลังพลตำรวจตระเวนชายแดนที่จุดตรวจบ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง 

จากนั้น ผบ.ตร.และคณะ ประชุมรับฟังสถานการณ์ และตรวจเยี่ยมกองร้อยควบคุมฝูงชนจากตำรวจภูธรภาค 2 (ภ.2) โดยมี พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.ถาวร ดุลยวิทย์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว, พล.ต.ต.ชาตรี สุขศิริ ผบก.อก.ภ.2 พร้อมด้วย รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว, หัวหน้าสถานีตำรวจ, ผู้แทนฝ่ายทหาร, ฝ่ายปกครอง, ป่าไม้ ร่วมประชุม ณ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ (ร.12 พัน 3 รอ.) ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ

ผบ.ตร. กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติปฏิบัติการภายใต้ยุทธการของกองทัพในการปกป้องแผ่นดินไทยและอธิปไตยของชาติ โดยแนวหน้าได้ส่งกำลังพลคือตำรวจตระเวนชายแดน และตำรวจควบคุมฝูงชน สนับสนุนการปฏิบัติ ส่วนแนวหลังได้สั่งการให้ตำรวจพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลประชาชน หากเกิดสถานการณ์ให้เร่งเคลื่อนย้ายประชาชนไปสู่พื้นที่ปลอดภัย ซึ่งได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญฯ ดูแลการปฏิบัติในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้ การลงพื้นที่วันนี้เพื่อตรวจดูสถานการณ์และให้ขวัญกำลังใจกำลังพลทุกนาย ซึ่งได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชาดูแลอย่างเต็มที่ รวมทั้งในส่วนของเครื่องมือยุทโธปกรณ์ต่างๆ ด้วย ยืนยันว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมบูรณาการสนับสนุนการปฏิบัติอย่างเต็มที่ และพร้อมดำเนินการด้านกฎหมาย เพื่อปกป้องรักษาอธิปไตยของไทย

‘นายกฯ อนุทิน’ ปฏิเสธ!! กรณีตำหนิ ‘รองณัฎฐ์’ ขอเงินวัด 15 ล้าน เตรียม!! ดำเนินคดีผู้เผยแพร่

(13 ต.ค. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า …

ข่าวนี้เป็นข่าวลวงนะครับ ขอยืนยันเพื่อให้ผู้ที่ได้อ่านอย่าได้หลงเชื่อเนื้อข่าวชิ้นนี้ ผมจะให้นักกฎหมายดำเนินคดีต่อผู้นำเสนอข้อมูลนี้ด้วยครับ

ทั้งนี้ ข่าวปลอมดังกล่าวระบุ อนุทินตำหนิพล.ต.ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ขอเงินบริจาคจากวัด 15 ล้าน

ปัตตานี - “ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ร่วมบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวัน 'นวมินทรทรมหาราช'

ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ (10 ต.ค. 68) เวลา 09.30 น. ณ ห้องรับรอง กองพลทหารราบที่ 15 ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี  กำลังพลจากศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ร่วมกิจกรรม บริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล แด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องใน "วันนวมินทรมหาราช" 13 ตุลาคม 2568 เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

กิจกรรมในครั้งนี้ จัดขึ้นโดย กองพลทหารราบที่ 15 โดยมี พันเอก รุ่งโรจน์ อนันตโท รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 พร้อมด้วย คุณ สุภัทรา ตันติสิทธิพร ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองพลทหารราบที่ 15 เเละสมาชิกฯ เดินทางมาพบปะให้กำลังใจแก่กำลังพลและผู้ร่วมบริจาคโลหิต พร้อมกล่าวชื่นชมในความเสียสละเพื่อส่วนรวม และการสืบสานพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมุ่งมั่นสร้างประโยชน์สุขแก่ประชาชน

การบริจาคโลหิตในครั้งนี้ มีข้าราชการ ทหาร และเจ้าหน้าที่ในสังกัด เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก สะท้อนถึงจิตสำนึกแห่งการให้ การแบ่งปัน และการทำความดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

ทั้งนี้ ศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ร่วมดำเนินกิจกรรมดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนภารกิจด้านสาธารณประโยชน์ และร่วมสร้างสังคมแห่งการ “ให้” ตามรอยพระบาทอย่างแท้จริง

‘กัมพูชา’ หลอน!! ‘เสียงผี - หมาหอน’ ขวัญอ่อนกลางดึก ชี้!! ‘ปชช. - คนป่วย - คนชรา’ ตกใจขวัญผวา เครียดหนัก

(12 ต.ค. 68) พล.ท.หญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา เปิดเผยว่า กระทรวงกลาโหมกัมพูชาได้ประสานคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว ( IOT) ลงพื้นที่หมู่บ้านซุกค์ และหมู่บ้านเปรยจันของจังหวัดบันเตียเมียนเจย เพื่อสังเกตการณ์ ตรวจสอบ และรายงาน หลังจากได้รับข้อมูลว่ามีลำโพงเสียงดังคล้ายเสียงผี เสียงหมาเห่า และเสียงหอน จากฝั่งไทย ทำให้ชาวกัมพูชา โดยเฉพาะคนป่วย คนชรา เด็กและผู้พิการ ได้รับผลกระทบ แต่ยังสงบนิ่งกับเสียงดังกล่าว

ด้านนายเนตร ภักตรา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศของกัมพูชา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ “Neth Pheaktra” พร้อมภาพประกอบ ระบุว่า เมื่อคืนวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา ทีมสังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) ของกัมพูชาได้เดินทางไปยังหมู่บ้านซุกค์ (บ้านหนองจาน) ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายแดน เพื่อตรวจสอบกิจกรรมของฝ่ายไทย

รัฐมนตรีกัมพูชาระบุว่า ทางฝ่ายไทยได้มีการแพร่ภาพและเปิดเสียงดัง (เสียงผี) ในช่วงเวลากลางคืน จนสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา เห็นว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็น “การข่มขู่และคุกคามทางจิตใจต่อพลเมืองกัมพูชา”

การโพสต์ของนายเนตร ภักตรา ได้รับความสนใจจากสื่อและประชาชนทั้งสองประเทศ เนื่องจากเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงความตึงเครียดเล็กน้อยตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งอยู่ในช่วงที่ทั้งสองฝ่าย กำลังพยายามสร้างบรรยากาศแห่งความร่วมมือและความเข้าใจระหว่างกัน

‘จีน’ ย้ำ!! บทบาทคนกลาง วิกฤตชายแดนไทย-กัมพูชา ยินดีให้คำปรึกษา!! ส่งเสริมสันติภาพ ผ่านกลไกอาเซียน

เมื่อวานนี้ (11 ต.ค. 68) หวัง เหวินปิน (Wang Wenbin) เอกอัครราชทูตจีนประจำกัมพูชา ได้โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความ ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว Wang Wenbin Chinese Ambassador to the Kingdom of Cambodia 汪文斌 โดยระบุว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุความขัดแย้งชายแดนระหว่างกัมพูชาและ ประเทศไทย ในฐานะเพื่อนบ้านที่เป็นมิตรของทั้งสองประเทศ จีนได้ยึดมั่นในตําแหน่งที่ยุติธรรมและเป็นธรรมและพยายามอย่างกระตือรือร้นเพื่อส่งเสริมการเจรจาเพื่อความสงบสุข

รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน กัมพูชา และประเทศไทย ได้บรรลุผลใน Anning มณฑลยูนนานของจีน ทั้งสามประเทศให้คําปรึกษาอย่างไม่เป็นทางการ และทูตพิเศษของกระทรวงการต่างประเทศของจีนสําหรับกิจการเอเชียได้เดินทางไปรับส่งทางการทูตหลายแห่งเพื่อสันติภาพระหว่างทั้งสองฝ่าย ด้วยความพยายามอย่างกระตือรือร้นของจีน มาเลเซีย และพรรคต่าง ๆ กัมพูชา และประเทศไทย บรรลุข้อตกลงการหยุดยิงและทั้งสองฝ่ายกําลังสื่อสารผ่านกลไกทวิภาคี พรรคที่เกี่ยวข้องได้กล่าวถึงประเทศจีนอย่างมากสําหรับการเล่นบทบาทที่ไม่อาจแทนที่ในกระบวนการนี้

จีนสนับสนุนกัมพูชา และประเทศไทย ในการระงับข้อพิพาทผ่านการสนทนาและการให้คําปรึกษา และสนับสนุนมาเลเซียในฐานะเก้าอี้หมุนเวียนของอาเซียนในการส่งเสริมการตั้งถิ่นฐานทางการเมืองของประเด็นผ่านวิถีอาเซียน จีนพร้อมที่จะอยู่ ท่ามกลางเจตจํานงของกัมพูชา และประเทศไทย ส่งเสริมการเจรจาต่อไป เพื่อสันติภาพในแบบของเราและการเล่นบทบาทที่สร้างสรรค์ในการรวมข้อตกลงการหยุดยิงและพัฒนาข้อพิพาทอย่างสันติภาพ

จีนดําเนินความร่วมมือป้องกันปกติกับทุกประเทศในอาเซียน รวมถึงกัมพูชา และประเทศไทย สื่อตะวันตกของแต่ละบุคคลพยายามที่จะใช้ความร่วมมือดังกล่าวเพื่อหว่านความขัดแย้งระหว่างจีนและประเทศที่เกี่ยวข้อง ความพยายามเช่นนี้จะไม่ประสบความสําเร็จ

‘กระทรวงแรงงาน’ ลงพื้นที่ น้ำท่วม!! นครสวรรค์ มอบถุงยังชีพ!! บริการแพทย์เคลื่อนที่ ช่วยเหลือ ปชช.

(11 ต.ค. 68) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้นางสาวจีระภา บุญรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายยุทธนา บัวจุน ผู้ตรวจราชการกรม กรมการจัดหางาน นายชาติวุฒิ ทองกัน ผู้ตรวจราชการกรม กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นางสาวสุนัน เพชรชู ผู้ตรวจราชการกรม กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน นางสาวปาริฉัตร จันทร์อำไพ ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม และหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่ ให้กำลังใจ พร้อมมอบถุงยังชีพ ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ตำบลบ้านมะเกลือ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ประกอบด้วย จุดพื้นที่น้ำท่วมหมู่ที่ 10 จำนวน 60 ครัวเรือน และในพื้นที่หมู่ที่ 12 ตำบลบ้านมะเกลือ อำเภอเมือง จำนวน 30 ครัวเรือน 

นางสาวจีระภา บุญรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงาน ได้จัดเตรียมถุงยังชีพ ประกอบด้วย ข้าวสาร น้ำปลา น้ำมันพืช น้ำดื่ม ปลากระป๋อง มอบให้กับชาวบ้าน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูง พร้อมกันนี้ ยังได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำยารักษาโรค มามอบให้กับชาวบ้านในครั้งนี้ด้วย

จากนั้น ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน และคณะ ได้ตรวจเยี่ยมกิจกรรมการให้บริการตามภารกิจของหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน ประกอบด้วย การให้บริการทางการแพทย์เคลื่อนที่ของโรงพยาบาลร่มฉัตร จากสำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครสวรรค์ และการให้บริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย จากสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 8 นครสวรรค์ โดยมีผู้มารับบริการ จำนวน 30 ราย

ภารกิจใหม่ ‘องคมนตรีลุงตู่’ เป็นผู้แทนพระองค์ พิธีมอบปริญญาบัตร แบ่งเบาพระราชภารกิจ

เมื่อวานนี้ (10 ต.ค. 68) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ในพิธีมอบปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ประจำปีการศึกษา 2566 

ในการนี้ สภามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา มีมติมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขารัฐประศาสนศาสตร์ แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ด้วย

ผบช.ตชด.ห่วงใยอธิปไตยของชาติ สนองนโยบาย ผบ.ตร. สั่งเสริมกำลังบูรณาการร่วม ทหาร-ตำรวจภูธรภาค 2 ลงพื้นที่บ้านหนองจาน สระแก้ว พร้อมดูแลประชาชน ปกป้องอธิปไตย

(11 ต.ค. 68) พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบช.ตชด.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัญหาชายแดน ที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยประชาชนและกำลังพลในการปฏิบัติหน้าที่ ได้สั่งการให้ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) จัดกำลังพลบูรณาการร่วมการปฏิบัติกับ ทหาร และตำรวจภูธรภาค 2 โดยได้ส่งกำลังพลเดินทางเข้าสนับสนุนในพื้นที่ จ.สระแก้วเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมปฏิบัติหน้าที่ดูแลและควบคุม สถานการณ์ในพื้นที่บ้านหนองจาน  

โดยได้มีการเน้นย้ำกับ กำลังพลทุกนาย ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ กล้าหาญและอดทน ปฏิบัติการทางยุทธวิธีตามหลักสากล อดทน อดกลั้น ต่อการยั่วยุ และเน้นการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและการซึ้งรักษาอธิปไตยของขาติ

พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ยังเปิดเผยอีกว่า ตชด.ได้ตรึงกำลังหน้าแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ 7 จังหวัด เต็มอัตรา 100%  ตั้งแต่เดือน ก.ค. ที่ผ่านจนถึงปัจจุบัน สำหรับพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว ตชด.ได้ร่วมปฏิบัติการกับเหล่าทัพ และประสานการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสนับสนุนชุด EOD และ K-9 ปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว อย่างต่อเนื่อง

สำหรับผลการปฏิบัติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย กำลังพลทุกนายปลอดภัยดี ทั้งนี้ ขอยืนยันและขอให้เชื่อมั่นว่า ตชด.จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ และยืนหยัดเคียงข้างประชาชน และปกป้องอธิปไตยของชาติ ไม่ให้ใครมารุกรานอย่างแน่นอน

MG โตแรง!! ยอดขาย ไตรมาส 3 พุ่งทะลุ 18,065 คัน MG4 ELECTRIC ครองแชมป์ EV 3 เดือนซ้อน

(11 ต.ค. 68) บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์–ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ประกาศผลงานไตรมาส 3 ปี 2568 อย่างแข็งแกร่ง ด้วยยอดขายรวมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกันยายนกว่า 18,065 คัน เติบโตขึ้นกว่า 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรถยนต์ไฟฟ้าคิดเป็นสัดส่วนกว่า 75% ของยอดขายทั้งหมด

ไฮไลต์สำคัญในไตรมาสนี้มาจากการเปิดตัวและทำตลาดรถใหม่ถึง 4 รุ่น ได้แก่

NEW MG MAXUS 7 ราคาเริ่มต้น 1,399,000 บาท
NEW MG MAXUS 9 PLUS ราคา 1,799,000 บาท
NEW MG S5 EV รุ่น D+ ราคาเริ่มต้น 699,900 บาท
NEW MG3 HYBRID+ Racing Edition ราคา 499,900 บาท

นาย พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การเติบโตของเอ็มจีในปีนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ เราให้ความสำคัญทั้งด้านผลิตภัณฑ์และบริการหลังการขาย ผ่านเครือข่ายศูนย์บริการกว่า 125 แห่งทั่วประเทศ พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง มอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY) เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในทุกการเดินทาง”

เอ็มจียังคงตอกย้ำบทบาทผู้นำตลาดอีวีไทย ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก และบริการครบวงจรที่เข้าถึงง่าย พร้อมเดินหน้าสร้างสังคมการขับขี่พลังงานสะอาดในประเทศไทยอย่างยั่งยืน

NEW MG4 ELECTRIC ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จของเอ็มจี ด้วยยอดจดทะเบียนสูงสุดในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า 3 เดือนต่อเนื่อง รวม 3,499 คัน จากยอดจดทะเบียนอีวีทั้งตลาดกว่า 6,384 คันในไตรมาสนี้ ขึ้นแท่นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่างมั่นคง

ความสำเร็จนี้มาจากสมรรถนะขับสนุกด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลัง และแพลตฟอร์มไฟฟ้า NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ที่ให้ทั้งความแรง ความมั่นคง และความปลอดภัยระดับสากล

สำนักงานตำรวจแห่งชาติชี้แจงกรณีข่าวการปรับโครงสร้างหน่วยงานตำรวจ และการถ่ายโอนภารกิจ ต้องส่งคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อ และต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินการ

(11 ต.ค. 68) พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ตามที่ปรากฏข่าวตามสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับรายงานการพิจารณาศึกษาเรื่องการปฏิรูประบบราชการตำรวจ ของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร และสภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบรายงานในการประชุมเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2568 โดยมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างหน่วยงานตำรวจ และการถ่ายโอนภารกิจไปให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องดำเนินการนั้น 

ขอเรียนว่ารายงานการพิจารณาศึกษาดังกล่าวเป็นการดำเนินการของคณะกรรมาธิการฯ ของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ความเห็นและข้อเสนอเหล่านี้จะถูกส่งไปยังฝ่ายบริหาร คือ คณะรัฐมนตรีและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ จะต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ ทั้งในด้านโครงสร้างการปกครอง ระบบราชการ ปัจจัยการบริหาร รวมทั้งข้อกฎหมาย 

ผลการพิจารณาศึกษาดังกล่าว มีข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ข้อเสนอแนะในบางเรื่องจำเป็นต้องมีการแก้ไขกฎหมาย ทั้งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง มีการพิจารณาในรายละเอียด ความพร้อมของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จึงจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการพิจารณาเพื่อให้เกิดความรอบคอบ อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอแนะใดที่สามารถจะดำเนินการได้และเป็นประโยชน์แก่สังคมและพี่น้องประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะนำไปพิจารณาดำเนินการทันที รวมทั้งหากนายกรัฐมนตรีมีการสั่งการ หรือคณะรัฐมนตรีมีมติเป็นประการใด สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็พร้อมปฏิบัติต่อไป

‘อีซูซุ’ ปลุกพลัง คนรุ่นใหม่ ชวนแชร์ไอเดียธุรกิจ ชิงรางวัลกว่าแสน ตอกย้ำ!! แบรนด์คู่ใจคนไทย ดึงไอเดีย ‘Gen Z’ ขับเคลื่อนอนาคต

(11 ต.ค. 68) บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ชวนน้อง ๆ นิสิต นักศึกษา ระดับปริญญาตรี จากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ ร่วมแชร์ไอเดียใหม่ ๆ เพื่อสร้างการจดจำคุณค่าของแบรนด์อีซูซุ ผ่านแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจในโครงการ “Tri Petch Group Awakens Your Challenge 2025” ภายใต้หัวข้อ “ISUZU: Your Trusted Buddy อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” ชิงเงินรางวัล รวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท

คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “โครงการ Tri Petch Group Awakens Your Challenge 2025 ในปีนี้ จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นปีที่ 4 ภายใต้หัวข้อที่สอดคล้องกับแนวทางของอีซูซุ คือ “ISUZU: Your Trusted Buddy อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อเฟ้นหาไอเดียใหม่ ๆ จากน้อง ๆ Gen Z ที่จะช่วยตอกย้ำความมั่นใจให้ลูกค้าที่มีต่อผลิตภัณฑ์และบริการของอีซูซุ ซึ่งอยู่เคียงคู่สังคมไทยมาอย่างยาวนาน เราขอเปิดโอกาสให้นิสิตและนักศึกษาทั่วประเทศ ได้เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ทั้งในรูปแบบรายบุคคล หรือแบบทีม ทีมละไม่เกิน 5 คน โดยไม่จำกัดสถาบัน คณะ หรือชั้นปี และสำหรับทีมที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ จะได้รับโอกาสสุดพิเศษเข้าร่วม Workshop กับ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เพื่อเพิ่มพูนทั้งความรู้และประสบการณ์ ก่อนนำเสนอแผนการตลาดต่อคณะกรรมการในรอบสุดท้าย พร้อมชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท”

สำหรับน้อง ๆ นิสิต นักศึกษาที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรม ศึกษาข้อมูลสนับสนุนแผนการตลาดและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 
Linktree : TPG Awakens Your Challenge 

Facebook: Tri Petch Isuzu Sales Career


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top